หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา รัฐบาลมีมาตรการใหม่เพื่อป้องกันปัญหา ‘บัญชีม้า’ โดยกำหนดให้ ชื่อคนที่จดทะเบียนซิมมือถือ จะต้องตรงกับชื่อเจ้าของแอปฯ ธนาคาร (Mobile Banking) หากไม่ตรงกัน แอปฯ ธนาคารอาจถูกระงับการใช้งาน
โดยทาง กสทช. ได้ยกระดับความปลอดภัย ออก 8 มาตรการปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 30 สิงหาคม 2568 สั่งคุมเข้มให้ค่ายมือถือเร่งตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผู้ลงทะเบียนซิมทั้งหมด รวมถึงสกัดกั้นเบอร์ต้องสงสัยอย่างเด็ดขาด ซึ่งกำลังจะครบกรอบเวลา 1 ปีที่ผู้ให้บริการต้องติดตามแก้ไขให้ถูกต้องตามประกาศ ดังนั้นใครที่ข้อมูลซิมยังไม่ตรงกับบัญชีธนาคาร ต้องรีบจัดการด่วน
วิธีเช็กว่าต้องอัปเดตข้อมูลไหม ?
ให้ลองเปิดแอปฯ ธนาคารที่ใช้อยู่เป็นประจำ แล้วสังเกตตรง ‘กระดิ่งแจ้งเตือน’ (Notification) หรือกล่องข้อความ หากไม่มีข้อความอะไรเตือนมา ก็แปลว่าข้อมูลตรงกันแล้ว ใช้งานต่อได้ยาว ๆ แต่ถ้ามีข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารให้ไปอัปเดตข้อมูล แสดงว่าเราต้องจัดการเปลี่ยนชื่อให้ถูกต้อง

วิธีเปลี่ยนชื่อเจ้าของซิมให้ตรงกับแอปฯ ธนาคาร
หากได้รับข้อความแจ้งเตือน สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ โดยแบ่งตามประเภทซิม ดังนี้
สำหรับซิมเติมเงิน
สามารถทำผ่านแอปฯ ของเครือค่ายที่ใช้อยู่ได้เลย
- เตรียมบัตรประชาชนตัวจริง
- ใส่ซิมการ์ดเบอร์ที่ต้องการเปลี่ยนชื่อไว้ในเครื่องเพื่อรอรับรหัส OTP
- จากนั้นทำตามขั้นตอนของแต่ละค่าย
AIS : เข้าแอปพลิเคชัน myAIS > ไปที่เมนู ‘โปรไฟล์’ > เลือก ‘อัปเดตข้อมูลผู้ใช้งาน’ แล้วทำตามขั้นตอนเพื่อถ่ายรูปบัตรประชาชนและสแกนใบหน้า
True / dtac : เข้าแอปพลิเคชัน True iService หรือ dtac app > เลือกเมนู ‘เปลี่ยนชื่อผู้จดทะเบียนซิมเติมเงิน’ (หรือ โอนเปลี่ยนเจ้าของ) แล้วทำตามขั้นตอนในแอปฯ เพื่อยืนยันตัวตน
สำหรับซิมรายเดือน
กรณีนี้จะต้องเดินทางไปที่ศูนย์บริการของแต่ละค่าย พร้อมบัตรประชาชนตัวจริงและซิมการ์ด
AIS : ติดต่อที่ AIS Shop, Telewiz หรือ AIS Buddy Exclusive (โดยผู้โอนและผู้รับโอนต้องไปแสดงตัวทั้งคู่ หรือใช้หนังสือมอบอำนาจ) อายุการใช้งานสะสมและสิทธิ์ Serenade ต่าง ๆ จะยังคงอยู่เหมือนเดิม
True / dtac : ติดต่อทำเรื่องเปลี่ยนชื่อได้ที่ ทรูช็อป หรือ ดีแทคช็อป ทุกสาขา
ต้องทำยังไงต่อ หลังจากเปลี่ยนชื่อซิมเสร็จแล้ว ?
เมื่อเปลี่ยนชื่อเจ้าของซิมเรียบร้อยแล้ว ให้ขอ ‘หนังสือรับรองสิทธิ์ในการใช้บริการ’ (ต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือน) หรือใบเสร็จค่าโทรศัพท์ นำไปติดต่อที่สาขาของธนาคาร เพื่อดำเนินการปลดล็อกให้แอปฯ โมบายแบงก์กิงกลับมาใช้งานได้ตามปกติครับ
สำหรับใครที่ใช้เบอร์ของคนในครอบครัว (เช่น พ่อ แม่ ลูก คู่สมรส) ใช้เบอร์ของบริษัท หรือเป็นเบอร์ขององค์กร ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อซิมก็ได้ครับ คุณสามารถนำหลักฐานที่แสดงความสัมพันธ์ (เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หรือหนังสือรับรองบริษัท) ไปยื่นที่ธนาคารเพื่อขอยกเว้นได้โดยตรงเลย
เอาจริง ๆ แล้ว ถึงแม้จะเลยกำหนดเวลาไปก็อาจจะยังไม่มีผลกระทบรุนแรงทันที แต่ทางที่ดีแนะนำว่าไปดำเนินการทำตามประกาศของ กสทช. ให้ถูกต้องไว้ก่อนจะดีที่สุด จะได้ใช้งานแอปฯ ธนาคารได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวล













