เมื่อถึงวัยที่การได้ยินเริ่มถดถอย ในครอบครัวที่มีปัญหานี้ไม่ว่าจะกับตัวเองหรือคนที่รักก็จะยอมลงทุนเพื่อซื้อเครื่องช่วยฟังกันทั้งนั้น
แต่เครื่องช่วยฟังแบบทั่วไป การสวมใส่มักซับซ้อนและยุ่งยากกว่าหูฟังปกติ เช่นแบบคล้องหลังหู ก็ต้องนำตัวเครื่องคล้องไว้ที่หลังหู แล้วจับท่อส่งเสียงหรือจุกยางสอดเข้าไปในช่องหู หรือถ้าเป็นแบบใส่ในช่องหู ก็ต้องกะองศาแล้วดันเข้าไปในช่องหูให้ลึกและล็อกพอดี ถ้าหากใส่ไม่แนบสนิท มีช่องว่าง หรือหลวมเกินไป เสียงที่ขยายแล้วจะรั่วออกมากระทบกับไมโครโฟนอีกครั้ง ทำให้เกิด ‘เสียงหวีดหอน’ หรืออาการไมค์หอน สร้างความรำคาญให้ผู้ใส่ ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้สูงอายุหลายคนไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่
แถมเครื่องช่วยฟังส่วนใหญ่จะใช้ถ่านกระดุมเม็ดเล็ก ก่อนใช้ต้องดึงสติกเกอร์ที่แปะอยู่ออกเพื่อเริ่มใช้ จากนั้นต้องหยิบถ่านเม็ดจิ๋วนี้ใส่ลงในช่องของเครื่องให้ถูกขั้ว เมื่อไม่ได้ใช้งานแล้วและต้องถอดออก จะต้องเปิดฝาช่องใส่ถ่านทิ้งไว้ เพื่อเป็นการตัดวงจรไฟ ป้องกันแบตเตอรี่หมด เพื่อช่วยระบายความชื้นสะสม ทำให้ดูแลรักษายากสำหรับผู้สูงอายุ
AirPods Pro 2 เข้ามาแก้ปัญหาได้ ?
แอปเปิลมองว่าหูฟัง AirPods Pro ของตัวเองมีส่วนประกอบที่ครบสำหรับการทำตัวเป็นเครื่องช่วยฟังอยู่แล้ว ทั้งมีไมโครโฟนภายนอก หน่วยประมวลผลเสียงแบบ Real-time และไดรเวอร์เสียงภายใน เลยไปทำวิจัยเพิ่มกับ University of Michigan เก็บข้อมูลของผู้มีปัญหาทางการได้ยิน แล้วมาพัฒนาซอฟต์แวร์ในโหมด Hearing Aid เพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องช่วยฟัง
โดยระบบสามารถทำ Hearing Test ได้ในตัวว่าหูรับเสียงได้น้อยที่ความถี่ไหนบ้าง และตัว AirPods จะเร่งเสียงที่ได้ยินน้อยให้ได้ยินชัดขึ้น หรือจะใส่ผลการตรวจจากโรงพยาบาลเพื่อให้ AirPods ปรับตามก็ได้
ซึ่งฟีเจอร์นี้ผ่านการรับรองจาก อย. ให้ใช้ในไทยได้แล้ว โดยออกแบบมาเพื่อผู้คนที่รู้ตัวว่าสูญเสียการได้ยินเล็กน้อยจนถึงปานกลาง
การใช้งานของ นพ. สุวิทย์ เกียรติเสวี
ดร. ภัทระ เกียรติเสวี ผู้บริหารของเมตามีเดีย ผู้สร้าง Longdo Dict ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงการใช้งาน AirPods Pro 2 เป็นเครื่องช่วยฟังของคุณพ่อคือ นพ. สุวิทย์ เกียรติเสวี แห่ง รพ. ราชวิถี และอดีตคอลัมนิสต์ นสพ. เดลินิวส์ วัย 94 ปี ซึ่งเข้ามาแก้ปัญหาของผู้สูงอายุ ทั้งสามารถสวมใส่ได้ทันทีโดยไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก ทำให้ผู้สูงอายุสามารถจัดการเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาลูกหลาน
และยังชาร์จง่ายด้วย USB-C เหมือนชาร์จโทรศัพท์มือถือ หมดปัญหาเรื่องการเปลี่ยนถ่านที่ต้องคอยหยิบถ่านก้อนเล็ก ๆ ที่สำคัญเลยคือสามารถซื้อได้ในราคาหลักพันปลาย ๆ แค่เกือบหมื่น
แต่แม้จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานสะดวก ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง คือถ้าใส่ต่อเนื่องตลอดทั้งวันอาจทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายหูเท่าไหร่ หรืออายุแบตเตอรี่ที่ต้องคอยถอดมาเก็บลงเคสเพื่อชาร์จบ้าง และผู้ใช้ไม่สามารถเปลี่ยนแบตฯ ที่เสื่อมอายุตามการใช้งานได้เอง
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
ถ้ามี AirPods Pro อยู่แล้วก็สามารถใช้ฟีเจอร์ Hearing Test เพื่อคัดกรองเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์ด้านการได้ยินได้ แต่ก็ไม่สามารถใช้แทนการวินิจจัยเต็มรูปแบบโดยแพทย์ได้ เพราะ Heading Test จะสร้างผลการได้ยินเป็น Audiogram ที่บอกการรับเสียงแต่ละความถี่ของหูได้ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าหูเราเป็นอะไร ถ้ามีอาการได้ยินเสียงลดลง ก็ควรพบแพทย์เพื่อวินิจจัยให้ชัดเจน ให้แพทย์เป็นคนยืนยันดีกว่าว่าเราสามารถใช้ AirPods Pro เป็นเครื่องช่วยฟังได้ หรือจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟังตัวจริง จะได้ไม่เสียเงินไปฟรี ๆ ครับ













