ช่วงนี้ Data Center กลายเป็นอีกเรื่องที่หลายคนจับตามอง เพราะนอกจากจะต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำแล้ว ยังมีเรื่องเสียง ความร้อน รวมถึงน้ำมันสำรองสำหรับเครื่องปั่นไฟที่ชวนให้หลายคนกังวลว่า แล้ว Data Center ในกรุงเทพฯ จริง ๆ ใช้ไฟกันมากแค่ไหน ?
ล่าสุด ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะผู้บริหาร เปิดข้อมูลการตรวจสอบ Data Center ในกรุงเทพฯ พบว่ามีทั้งหมด 49 แห่ง แบ่งเป็น Data Center แบบ Standalone 6 แห่ง และอีก 43 แห่งที่อยู่รวมกับอาคารประเภทอื่น ๆ โดย กทม. รวบรวมข้อมูลร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รวมถึงลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติม
และตัวเลขที่น่าสนใจคือ Data Center ทั้ง 49 แห่ง ใช้ไฟรวมกันประมาณ 270 เมกะวัตต์ (MW) ขณะที่การใช้ไฟฟ้าสูงสุดของกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 9,000 MW เท่ากับว่า Data Center ทั้งหมดใช้ไฟไม่ถึง 3% ของการใช้ไฟสูงสุดในกรุงเทพฯ
49 แห่ง ไม่ได้เป็น Data Center ขนาดใหญ่ทั้งหมด
ถ้าพูดถึง Data Center หลายคนอาจนึกถึงตึกขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเซิร์ฟเวอร์ แต่จริง ๆ แล้วใน 49 แห่งที่ กทม. ตรวจสอบ มีถึง 43 แห่งที่อยู่ภายในอาคารหรือสำนักงานทั่วไป อย่างศูนย์คอมพิวเตอร์และระบบ Cloud ขององค์กรต่าง ๆ ซึ่งหลายแห่งก็เปิดใช้งานมานานแล้ว
ส่วน Data Center แบบ Standalone มี 6 แห่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่กว่า โดย 3 แห่งเปิดใช้งานแล้ว ส่วนอีก 3 แห่ง กทม. ชะลอการพิจารณาใบอนุญาตไว้ก่อน เพื่อรอความชัดเจนเรื่องหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่จะใช้กำกับดูแล
น้ำมันสำรองก็ถูกตรวจเข้มขึ้น
นอกจากเรื่องไฟฟ้าแล้ว กทม. ยังเข้าไปตรวจเรื่องน้ำมันสำรองที่ใช้กับเครื่องปั่นไฟด้วย โดยจาก Data Center 43 แห่งที่อยู่ในอาคารทั่วไป พบว่า 12 แห่งมีน้ำมันเกิน 15,000 ลิตร ซึ่งเป็นปริมาณที่ต้องมีใบอนุญาต และทั้ง 12 แห่งก็มีใบอนุญาตถูกต้อง
ในจำนวนนี้แบ่งเป็นหน่วยงานรัฐ 3 แห่ง ธนาคาร 5 แห่ง และเอกชน 4 แห่ง โดยมีอยู่ 1 แห่งที่เก็บน้ำมันไว้ประมาณ 90,000 ลิตร ส่วนอีก 31 แห่งมีน้ำมันไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องขอใบอนุญาต
เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ กทม. หน่วยงานเดียวที่ดูแล เพราะแต่ละส่วนมีหน่วยงานรับผิดชอบต่างกัน เช่น กทม. ดูเรื่องอาคารและสาธารณสุข การไฟฟ้านครหลวงดูเรื่องไฟ การประปานครหลวงดูเรื่องน้ำ ส่วนเรื่องน้ำมันและกฎระเบียบด้านพลังงานหรือโรงงานก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แต่ตอนนี้ Data Center ยังไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “โรงงานอุตสาหกรรม” ต้องรอให้รัฐบาลกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเพิ่มเติมในอนาคต
ต่อไปไม่ได้ดูแค่ไฟ แต่ดูเสียง-ความร้อน-มลพิษด้วย
หลังจากนี้การตรวจ Data Center จะไม่ได้มองแค่เรื่องใช้ไฟหรือใช้น้ำมากแค่ไหน แต่จะดูด้วยว่ากระทบคนที่อยู่รอบ ๆ หรือไม่ ทั้งเรื่องเสียง ความร้อน ไอน้ำ คุณภาพน้ำ และมลพิษต่าง ๆ หลังที่ผ่านมา กทม. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเสียงจากการทดสอบเครื่องปั่นไฟในช่วงกลางคืน
เบื้องต้นผู้ประกอบการจะต้องแจ้งชุมชนก่อนทดสอบเครื่องปั่นไฟ และควบคุมเสียงให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด โดยเสียงในช่วงปกติ 24 ชั่วโมงต้องไม่เกิน 70 เดซิเบล (A) ส่วนช่วงทดสอบเครื่องปั่นไฟต้องไม่เกิน 115 เดซิเบล (A)
ส่วนเรื่องความร้อนและไอน้ำ กทม. จะติดตามอุณหภูมิรอบพื้นที่ รวมถึงเฝ้าระวังเชื้อ Legionella ที่อาจเกี่ยวข้องกับระบบหล่อเย็น พร้อมตรวจคุณภาพน้ำทิ้งและมลพิษด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม
ทั้งหมดนี้ยังเป็นการตรวจสอบในเบื้องต้น โดย กทม. เตรียมออกมาตรการเพิ่มเติมภายในประมาณ 2 สัปดาห์
ส่วนเรื่องที่พบน้ำมันในท่อระบายน้ำ ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับ Data Center เลยยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
ตัวเลขจากการตรวจครั้งนี้ทำให้เห็นภาพว่า ในกรุงเทพฯ มี Data Center อยู่ 49 แห่ง และใช้ไฟรวมกันไม่ถึง 3% ของการใช้ไฟสูงสุดของเมือง แต่จากนี้ กทม.จะต้องจับตาผลกระทบด้านอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อให้ Data Center เดินหน้าต่อได้ โดยไม่สร้างปัญหาให้กับชุมชนรอบข้าง













