ทุกวันนี้มีวิดีโออัปโหลดขึ้น YouTube มากกว่า 20 ล้านรายการต่อวัน ในงาน Made on YouTube ปีนี้ YouTube ได้เปิดตัวชุดเครื่องมือใหม่ที่ครอบคลุมตั้งแต่การช่วยผู้ชมค้นหาสิ่งที่ชอบ การผลิตผลงานด้วยความช่วยเหลือของ AI ไปจนถึงการปกป้องตัวตนของครีเอเตอร์
สำหรับผู้ชม : ดู ช็อป และฟังในแบบของคุณ
เร็ว ๆ นี้ผู้ชมจะสามารถออกแบบหน้าฟีดของตัวเองได้ด้วยการพรอมต์ประโยคพูดคุยธรรมดาให้ YouTube เช่น “พอดแคสต์ตลก ๆ ไว้ฟังระหว่างเดินทาง 30 นาทีทุกวัน” หรือ “สารคดีตอนยาวสำหรับผ่อนคลายตอนเย็น” และบันทึกฟีดที่กำหนดเองไว้บนหน้าจอหลักได้ ฟีดเหล่านี้จะอัปเดตคำแนะนำใหม่ให้อัตโนมัติ
นอกจากนี้ยังขยายฟีเจอร์ Ask YouTube ให้เป็นคู่มือแนะนำสินค้า อีกทั้งยังสามารถจัดระเบียบ Shorts เป็นซีรีส์ได้แล้ว ทำให้ตามดูละครสั้นและซีรีส์ได้สะดวกขึ้น
สำหรับครีเอเตอร์ : ตัดต่อง่ายขึ้น มีผู้ช่วยครบทุกขั้นตอน
ประเดิมที่ ฟีเจอร์เด่นอย่าง ‘ผู้ช่วยตัดต่อแบบสนทนา’ ใช้ได้ใน Shorts และแอปฯ YouTube Create ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini เริ่มจากพรอมต์ที่แนะนำหรือพรอมต์ของคุณเองเพื่อสร้างดราฟต์แรก แล้วคุยต่อเพื่อตัดจังหวะหยุด เรียงลำดับเนื้อหาใหม่ ซิงก์เพลงให้เข้ากับจังหวะ และอื่น ๆ โดยที่ผู้ใช้สามารถสลับไปตัดต่อบนไทม์ไลน์ด้วยตัวเองได้ทุกเมื่อ
ก่อนหน้านี้ YouTube ได้นำ Gemini Omni มาใช้ใน Shorts และ YouTube Create แล้ว เฉพาะเดือนสิงหาคม 2026 มีหลายแสนช่องใช้งานต่อวัน และรายงานเทรนด์ GenAI ฉบับแรกของ YouTube พบว่า 72% ของผู้โพสต์วิดีโอในสหรัฐฯ อายุ 14-44 ปี ใช้ AI ช่วยสร้างหรือตัดต่อวิดีโอในปีที่ผ่านมา
YouTube Studio ที่เป็นเหมือนพาร์ตเนอร์ด้านการสร้างสรรค์
- หน้าข้อมูลเชิงลึกและการค้นคว้าแบบใหม่ ช่วยดูประสิทธิภาพของวิดีโอที่เผยแพร่แล้ว และค้นหาวิดีโอเด่นที่นำมาต่อยอดเป็นไอเดียคอนเทนต์ถัดไปได้
- ฟีเจอร์ความคิดเห็นของ Studio ให้คำแนะนำเรื่องจังหวะ โครงสร้าง และการเล่าเรื่อง โดยปรับตามสไตล์ของช่อง
- สร้างภาพปกให้เข้ากับช่อง หรืออัปโหลดภาพปก 3 เวอร์ชันให้ YouTube เลือกแสดงตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ชมแต่ละกลุ่ม
- ทดสอบ A/B สำหรับวิดีโอ ในอนาคตจะทดสอบวิดีโอที่ตัดต่อต่างกันได้สูงสุด 3 เวอร์ชัน เพื่อดูว่าฮุกแบบไหนได้ผลดีที่สุด ฟีเจอร์ทดสอบ A/B ชื่อและภาพปกที่เปิดตัวในปี 2024 มีครีเอเตอร์ทดสอบไปแล้วกว่า 40 ล้านครั้ง
- Ask Studio ทำงานเบื้องหลังเพื่อตรวจวิดีโอเก่า แนะนำให้เปลี่ยนภาพปกและทดสอบภาพปกใหม่ เพื่อให้คอนเทนต์เก่าเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่
ปกป้องตัวตนและชุมชน
ฟีเจอร์ตรวจจับรูปลักษณ์ (Likeness Detection) ที่ช่อง YouTube นับพันล้านช่องมีสิทธิ์ลงทะเบียนระบบตรวจจับดีปเฟกอัตโนมัติ และเร็ว ๆ นี้จะใช้งานผ่านแอปฯ YouTube บนมือถือได้ ซึ่งภายในปีนี้ YouTube จะเริ่มผสานการตรวจจับเสียงพูดเข้ากับการตรวจจับใบหน้า เพื่อเพิ่มความแม่นยำและวางรากฐานการปกป้องเสียงให้ครอบคลุมขึ้น
รวมถึงมีการตรวจสอบความคิดเห็นด้วย AI ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทดสอบและเป็นแบบเลือกเปิดใช้ ระบบจะเรียนรู้แนวทางและความต้องการเฉพาะของแต่ละช่อง เพื่อสร้างส่วนความคิดเห็นที่สะท้อนเอกลักษณ์ของชุมชน
นอกจากนี้ครีเอเตอร์ยังใกล้ชิดแฟน ๆ มากขึ้นได้ด้วยฟีเจอร์ไลฟ์และชุมชน
- ไลฟ์แบตเทิล รวมไลฟ์สดของตัวเองกับครีเอเตอร์อีกคนเพื่อแข่งขันกระชับมิตร
- พากย์เสียงอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เข้าถึงผู้ชมทั่วโลก
- ดูร่วมกัน (Watch With) ขยายให้ครอบคลุมวิดีโอแบบยาว ผู้ชมรีแอ็กไลฟ์สดพร้อมครีเอเตอร์คนโปรดและชุมชนได้
- พื้นที่สำหรับสมาชิกเท่านั้น เป็นอีกช่องทางสานสัมพันธ์กับชุมชน
ด้านธุรกิจ : ทำข้อตกลงกับแบรนด์และสร้างรายได้ง่ายขึ้น
YouTube ต้องการทำให้การร่วมงานกับแบรนด์ง่ายขึ้น โดยเร็ว ๆ นี้ Ask Studio จะช่วยร่างคำตอบตามบรีฟของแบรนด์และสร้างสื่อเสนอตัวเชิงรุก ส่วน YouTube Creator Partnerships ที่ให้แบรนด์ค้นพบช่องของคุณ ตอนนี้เปิดให้บริการใน 20 ประเทศ และการแนะนำสินค้า โปรแกรม Affiliate ของ YouTube Shopping จะขยายเป็น 35 ประเทศภายในสิ้นปี โดยแท็กสินค้าจะแสดงลิงก์ที่แปลเป็นภาษาท้องถิ่นตามประเทศของผู้ชม และผู้ค้าปลีกหรือแบรนด์จะเสนอคอมมิสชันพิเศษหรือโบนัสผ่านแคมเปญ Affiliate ใหม่ได้ ปัจจุบันมีครีเอเตอร์กว่า 1.3 ล้านคนเข้าร่วมโปรแกรม และแท็ก YouTube Shopping ได้จำนวนคลิกมากกว่าการใส่ลิงก์ในคำอธิบายถึง 2 เท่า













