จากปัญหาปริมาณฝนตกหนักเป็นวงกว้างและตกติดต่อกันเป็นเวลานานลากยาวมาตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ประกอบกับปัจจัยน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเหนือระบายลงมา ทำให้ระบบระบายน้ำออกสู่ทะเลไม่ทัน จนหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเกิดน้ำท่วม จน กทม. ต้องประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขตนั้น ตัวเลขผู้ประสบภัยทั้งหมด 329,000 ครัวเรือน ผู้ประสบภัยทั้งหมด 700,000 คน
ล่าสุดเช้าวันนี้ (28 ก.ย. 2569) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อัปเดตภาพรวมน้ำ โดยระบุว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกเล็กน้อย ทำให้บางพื้นที่มีปริมาณน้ำเพิ่มเติมจากเดิม อาทิ หนองจอก ระดับน้ำ 62.5 มม. และลาดกระบัง 55 มม. ซึ่งมาเติมในจุดที่วิกฤต แต่ก็ถือว่าไม่ได้เยอะมาก ทำให้น้ำมาเพิ่มฝั่งตะวันออกอีก ตอนนี้ก็ยังคงสูบน้ำอยู่ อีกทั้งหย่อมความกดอากาศได้เคลื่อนออกไปไกลแล้ว ไปอยู่ทางภาคตะวันตก 60% ของพื้นที่ ถ้าเทียบกันแล้วสถานการณ์วันนี้ไม่ได้รุนแรงเท่ากับเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา
สถานการณ์การสูบน้ำ ช่วงแยกคลองตันยังมีน้ำสูงอยู่ วันนี้จะทยอยเร่งไล่ระบายน้ำจากถนนเพชรบุรี มาทางถนนรามคำแหง สำหรับหมู่บ้านชินเขตน้ำเริ่มลดลง แต่ต้องระบายน้ำลงคลองบางเขนระบายออกแม่น้ำเจ้าพระยา
การระบายน้ำต้องเน้นคลองสายหลักที่อยู่ด้านตะวันตกอย่างคลองแสนแสบ และคลองประเวศ เนื่องจากคลองย่อยก็จะระบายลงมาผ่าน 2 คลองนี้ ทำให้ต้องเร่งระบายลงสู่เจ้าพระยาโดยเร็ว
ผู้ว่าฯ ยังได้ย้ำอีกว่าปัญหาหลักตอนนี้คือลาดกระบัง ต้องระบายน้ำออกทางประเวศซึ่งต้องประสานกรมชลประทานช่วยระบายออก ในคลองแสนแสบเองก็มีเรือลุงถั่วมาช่วยผลักดันน้ำ เมื่อน้ำในคลองดีขึ้นจะเร่งระบายออกจากชุมชน แต่บางอย่างอาจจะล่าช้านิดหน่อยตามลำดับขั้นตอน เริ่มจากน้ำในคลองต้องลดก่อน ตามด้วยถนน แล้วจึงเป็นน้ำในชุมชน
รองศาสตราจารย์ วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สรุปสถานการณ์การบริหารน้ำเพิ่มเติมว่า เช้านี้จากเรดาร์ตรวจอากาศ ไม่พบกลุ่มเมฆฝนก้อนใหญ่จากจังหวัดใกล้เคียงที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่กรุงเทพฯ เพิ่มเติมในระยะนี้ทำให้สถานการณ์ฝนเริ่มคลี่คลายลง
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ กทม. เองได้เดินหน้าปฏิบัติงานสูบน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดึงน้ำออกจากคลองสายหลักและพื้นที่ชุมชน
ด้านปัญหาน้ำท่วมขังตามผิวจราจรและถนนสายหลักที่หลายคนเป็นกังวลตอนนี้เริ่มทยอยลดระดับลง แต่บางจุดและบางพื้นที่ (โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก เช่น ลาดกระบัง บางกะปิ และพื้นที่รองรับน้ำอื่น ๆ) ยังคงต้องใช้เวลาในการเร่งระบายน้ำออกให้กลับสู่ภาวะปกติ
มาตรการในการรับมือเบื้องต้นได้สั่งหยุดเรียนและ Work from Home เพื่อลดปัญหาการเดินทางและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ กทม. สามารถปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างเต็มที่
พร้อมทั้งมีการจัดตั้งและเตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยติดเตียงอย่างใกล้ชิด
ประชาชนที่ประสบปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขัง สามารถแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือได้ผ่านระบบ Traffy Fondue, ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กทม. (โทร. 0 2248 5115) และสายด่วน กทม. 1555 (ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง)
สำหรับผู้ป่วยติดเตียงแนะนำให้ติดต่อที่ 1669 และ 1555 ได้เช่นเดียวกัน โดยตอนนี้มีผู้ป่วยติดเตียงที่รับออกมาแล้ว 1,500 คน
กทม. เปิดรับความช่วยเหลือถุงยังชีพ เสื้อผ้า อาหารปรุงสุก หรืออาหารทานง่ายที่ไม่ใช่อาหารสด น้ำดื่มจำนวนมาก นำมามอบได้ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ติดต่อได้ที่ โทร. 0 2248 5115 หากเอกชนมีรถยกสูง หรือเรือท้องแบนขนาดเล็กก็สามารถติดต่อส่งมอบความช่วยเหลือได้เช่นเดียวกัน







