Connect with us

Games

[รีวิวเกม] Poochy & Yoshi’s Woolly World นี้คือต้นแบบเกม 2D ที่เกมอื่นควรเดินตาม

มาแล้ว Review Poochy & Yoshi’s Woolly World เกมสุดน่ารักจาก Nintendo

Published

on

Poochy & Yoshi’s Woolly World

Poochy & Yoshi’s Woolly World
7.7

กราฟิก

7.0 /10

เกมเพลย์

8.5 /10

ความแปลกใหม่

7.0 /10

ความคุ้มค่า

8.0 /10

ภาพรวม

8.0 /10

จุดเด่น

  • เกมเพลย์ 2 มิติที่สนุก
  • เกมยาวคุ้มค่า
  • มีความท้าทายในโหมดปรกติ

จุดสังเกต

  • ไม่มีอะไรแปลกใหม่เท่าที่ควร
  • หากคุณเล่น WiiU มาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเล่นอีก

ในยุคนี้เกม 2 มิติหากไม่ใช่ซีรีส์ดังๆก็จะไปออกบนเครื่องพกพาหรือสมาร์ทโฟนกันหมด ไม่ค่อยมีการลงทุนทำเกมฟอร์มยักษ์ มีเฉพาะค่าย Nintendo ที่ยังคงสานต่อเกม 2D อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดมีการนำซีรีส์ Yoshi’s กลับมาทำใหม่อีกครั้งลงบน 3DS

โดย Poochy & Yoshi’s Woolly World ไม่ใช่เกมใหม่แต่เป็นการนำภาคบน WiiU มาสร้างใหม่บน 3DS โดยมันไม่ใช่การพอร์ทมาแบบตรงๆแต่มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย แน่นอนว่าอย่างแรกที่ได้สัมผัสกันคือกราฟิกที่ด้อยกว่าต้นฉบับมาก เพราะมันเป็นการย้ายบ้านจากบนโฮมคอนโซล WiiU มาสู่เครื่องพกพาอย่าง 3DS ทำให้ทุกอย่างโดนลดรายละเอียดหมด แต่ถ้าไม่คิดมากอะไรมันก็คือเกมบนเครื่องพกพาที่มีกราฟิกน่ารักและดูดีมากเมื่อมาอยู่หน้าจอขนาดเล็ก

โดยจุดเด่นของเกมนอกจากความน่ารักของตัวละครแล้ว โลกทั้งหมดของเกมยังจะถูกสร้างด้วย ผืนผ้า และเส้นด้าย นำมาเรียงร้อยกันเป็นทั้งฉาก และตัวละครที่ทำให้มันดูแปลกตามาก แม้ว่าการมาในครั้งนี้จะไม่ใช่แบบ HD ก็ยังคงดูดีเหมือนเดิม และการที่ฉากทำมาจากผ้าทั้งหมดทำให้เกิดไอเดียแปลกใหม่ในการเล่นเกมแอ็คชั่น เพราะผู้เล่นสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆด้วยการใช้เส้นด้าย หรือจะทำลายเพื่อเปิดทางไปต่อด้วยการดึงเส้นด้ายที่ถูกผูกไว้เป็นปม แน่นอนว่าต้องมีทางลับซุกซ่อนอยู่ในฉากชนิดคุณคาดไม่ถึงแน่

รูปแบบการเล่นหลักๆแล้วมันยังคงเป็นแอ็คชั่น 2D มุมมองด้านข้าง แบบเกมซีรีส์ Yoshi ในอดีต แต่คราวนี้เราจะไม่ต้องคอยปกป้อง Baby Mario แล้วทำให้สบายตัวมากขึ้นโดย Yoshi ยังคงมีอาวุธเป็นไข่ที่นอกจากมีให้เก็บในฉาก หรือได้มาจากการกินศัตรู จุดเด่นอยู่ที่ความซับซ้อนของฉาก ที่มีสิ่งที่คุณคาดไม่ถึง และดึงเอาไอเดียหลักของเกมที่สร้างด้วยผ้ามาใช้เป็นด่านได้อย่างลงตัวมาก เพราะมันจำลองสิ่งต่างๆที่อยู่ในซีรีส์ Yoshi ออกมาได้ครบหมด ไม่ว่าจะเป็นทราย ที่จำลองมาจากผ้าสีเหลือง หรือผ้าสีแดงเพลิงที่ถูกใช้แทนลาวาจากภูเขาไฟ

สิ่งที่ต้องชมคือทีมงานสามารถทำโลก 2D ให้มีมิติที่หลากหลาย แต่ไม่ได้ซับซ้อนจนเกินไป มีการเล่นสลับไปมาระหว่างฉากหลัง และในแต่ละจุดล้วนมีทางลับซ่อนอยู่แทบจะทุกจุด และวิธีการในการผ่านแต่ละจุดมีการคิดสิ่งใหม่ๆมาตลอดไม่ว่าจะเป็นการแก้ปริศนาด้วยการใช้ไฟ หรือค้นหากุญแจในฉาก และยังมีอีกมากมายแทบจะไม่ซ้ำกัน ทำให้ทุกครั้งที่เล่นคุณจะพบกับสิ่งใหม่ๆเสมอ

นอกจากนี้ในบางฉากเราจะได้ไอเทมพิเศษทำให้ Yoshi ของเราแปลงร่างเป็นสิ่งของและยานพาหนะ เช่นเป็นร่มที่ใช้บินได้ , รถมอเตอร์ไซค์  หรือจะขยายให้ตัวใหญ่ยักษ์ที่ทำลายได้ทั้งฉาก ทำให้การเล่นยิ่งสนุกขึ้นหลายเท่า และจุดเด่นอันเป็นชื่อของภาคนี้คือการมาของ Poochy ที่เป็นผู้ช่วยของ Yoshi มาตลอด และในคราวนี้มันมีบทบาทมากกว่าเดิม โดยมันจะช่วยเปิดทางในส่วนที่เราไปไม่ได้ เช่น Poochy เดินบนพื้นหนามได้และเราก็ต้องขี่มันไป และยังมีอีกหลายสิ่งที่มันทำได้มากกว่าภาคต้นฉบับด้วย

และหากคุณกำลังมองว่ามันคือเกมง่ายๆสำหรับเด็กๆเพราะกราฟิกสุดน่ารัก บอกได้เลยว่าคิดผิด เพราะมันมีความท้าทายอยู่พอตัว ศัตรูในเกมก็มีหลากหลายรูปแบบที่อัพเกรดมาเพื่อให้อาวุธที่เป็นไข่ใช้งานลำบาก แถมกับดักในฉาก ก็โผล่มาแบบให้เราประหลาดใจมาก และแน่นอนว่าเราอาจพลาดตายได้ง่ายๆหากคุณไม่ได้เชี่ยวชาญเกม 2D ส่วนบอสก็เหมือนกับเกมแนวเดียวกันของ Nintendo ที่ผู้เล่นต้องหาวิธีกำจัด ด้วยรูปแบบที่ต้องค้นหาจุดอ่อนถึงจะกำจัดได้ แม้ไม่ได้แปลกใหม่แต่ทุกตัวก็มาในรูปแบบที่ไม่ซ้ำกัน

อย่างไรก็ตามปู่นินก็ไม่ใจร้ายจนเกินไปได้ใส่โหมด Mellow ที่อัพเกรดพลังชีวิตให้เพิ่มเป็น 2 เท่า และตัว Yoshi ก็จะมีปีกทำให้ลอยตัวกลางอากาศได้แบบไม่มีเวลาจำกัด และยังมี Poochy ตัวจิ๋วที่เราใช้งานได้แทนไข่ ได้แบบไม่จำกัด รวมทั้งมันยังช่วนกำจัดศัตรู และบอกใบ้ทางลับในฉากด้วย เรียกว่าง่ายแบบสุดๆ ทำให้มือใหม่เล่นจบได้ไม่ยาก

ปิดท้ายกับการปรับแต่ง สีของตัว Yoshi ได้แบบละเอียดทำให้เราสร้างสรรค์ตัวละครของเราได้หลากหลายมากกว่าเดิม อีกทั้งเกมรองรับตุ๊กตา amiibo ที่มีทั้งตัวเก่าที่ออกมาแล้วและลายพิเศษที่ทำมาเฉพาะเกม Poochy & Yoshi’s Woolly World นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถนั่งเก็บเพชรในเกมเพื่อมาซื้อไอเทมพิเศษที่จะคอยช่วยอำนวยความสะดวกเราระหว่างเล่นเช่นช่วยไม่ให้เราตายเพราะตกเหว หรือทำให้ Yoshi เราปล่อยกระสุนที่ทำจากเมล็ดแตงโมได้

สำหรับการกลับมาอีกครั้งของ Yoshi ในเกม Poochy & Yoshi’s Woolly World ถือว่าทำออกมาได้ดีเกินคาด แม้ว่ากราฟิกในเกมจะถูกย่อลงตามสเปกของเครื่องเกม แต่ความสนุกของเกม 2 มิติถือว่ายังคงจัดเต็ม แถมยังเสริมเพิ่มเติมสิ่งใหม่ๆเข้ามาด้วย และถือว่าเป็นต้นแบบของแอ็คชั่น 2D ยุคใหม่ที่หลายเกมควรจะเดินรอยตาม

แสดงความคิดเห็น

Games

[รีวิวเกม] Nintendo Labo Part 1 คุ้มค่าหรือไม่กับของเล่นกล่องกระดาษราคาสูง !!

Nintendo Labo จะน่าเล่นแค่ไหนมาดูกัน

Published

on

Poochy & Yoshi’s Woolly World

Poochy & Yoshi’s Woolly World
7.7

กราฟิก

7.0 /10

เกมเพลย์

8.5 /10

ความแปลกใหม่

7.0 /10

ความคุ้มค่า

8.0 /10

ภาพรวม

8.0 /10

จุดเด่น

  • เกมเพลย์ 2 มิติที่สนุก
  • เกมยาวคุ้มค่า
  • มีความท้าทายในโหมดปรกติ

จุดสังเกต

  • ไม่มีอะไรแปลกใหม่เท่าที่ควร
  • หากคุณเล่น WiiU มาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเล่นอีก

หากพูดถึงค่ายเกมที่เน้นความคิดสร้างสรรค์แล้ว คงจะนึกถึงค่ายนินเทนโด ที่คิดค้นวิธีการเล่นเกมรูปแบบใหม่มาตลอด ที่นอกจากสนุกแล้วยังช่วยฝึกสมองด้วยในบางเกมเช่นเกม brain age บนเครื่อง ds ที่ดูไม่เหมือนเกมแต่ก็สนุกอย่างเหลือเชื่อ ล่าสุดถึงคิว Nintendo Labo ของเล่นกล่องกระดาษที่ใช้เล่นร่วมกับ Nintendo Switch โดยรุ่นที่ทางแบไต๋นำมารีวิวจะเป็นรุ่น Nintendo Labo variety kit ที่มีของเล่น 5 ชุด

Nintendo Labo คืออะไร ของเล่นหรือวีดีโอเกม ?

Nintendo Labo คือของเล่นผสมกับเกมเพราะเราจะได้สัมผัสตัวสิ่งของที่เหมือนเป็นของเล่นที่ทำจากกระดาษ แต่ก็ต้องใช้เครื่องเกม Nintendo Switch ร่วมกับการเล่นทุกเกมจึงเหมือนเครื่องเกมลูกผสมกับของเล่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องเกมที่เป็นหน้าจอระบบสัมผัส และพระเอกของเรา Joy-con ทั้งสองข้างที่เมื่อมันประกอบเข้าด้วยกันแล้วมันจะกลายเป็นของเล่นที่ปู่นินเรียกว่า Toy-con ที่ใช้งานได้หลากหลายมาก

และแน่นอนว่ามีแฟนเกมคงมีคำถามว่า กล่องบ้าอะไรราคาแพงมหาโหด หลายคนอาจจะคิดว่าปู่นินขายของเกินราคาหรือเปล่าเพราะมีแต่กระดาษ แต่ความจริงในชุดไม่ได้มีแค่กระดาษเท่านั้นมีตลับเกม Nintendo Labo มาให้ในกล่องด้วย และยังมีทั้งเชือก , พลาสติกและหนังยาง ไว้ประกอบร่วมกับกระดาษ ส่วนราคาที่อาจมองว่าแพงเพราะในไทยต้องผ่านการขนส่งทำให้มีราคาแพงขึ้น เพราะมันมีขนาดกล่องที่ใหญ่มาก และมีน้ำหนักมากกว่าที่คาด เรียกว่าแม้จะเป็นลังกระดาษแต่มันก็เป็นของที่มีคุณภาพสูงมากเพราะมีการตีตรารับรองว่า Labo ทำในประเทศญี่ปุ่น ทำให้รับประกันคุณภาพได้แน่นอน

ประกอบยากหรือเปล่า

เชื่อได้เลยหากคุณดูแค่คลิปใน youtube หรือรีวิวต่างประเทศหลายคนอาจจะคิดว่ามันคงประกอบยากมาก เพราะมีชิ้นส่วนซับซ้อนมากมาย เอาแค่ต่อเบ็ดตกปลาก็มีชิ้นส่วนประกอบเป็นสิบชิ้นแล้ว แถมยังมีส่วนที่เป็นพลาสติกตรงข้อต่อ หรือหนังยางอีก แต่เชื่อหรือไม่หลังจากได้ลองเล่นจริงๆแล้วมันกลับประกอบได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะในซอฟต์แวร์ที่เป็นตลับเกมของ Nintendo Labo คือคู่มือชั้นเยี่ยมที่บอกวิธีการประกอบอย่างละเอียดมากๆ เพราะจะบอกตั้งแต่แกะออกมา นำมาพับและประกอบจนเสร็จ

แต่แค่นั้นคงจะยังไม่พอเพราะคู่มือดีแค่ไหนแค่หากกระดาษถูกสร้างมาห่วยๆ หรือทำออกมาไม่ดีการประกอบก็ยากเย็นแน่ แต่ด้วยการที่มันถูกออกแบบมาด้วยผู้สร้างมืออาชีพ และมาจากญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้ทุกจุดเชื่อมต่อทำได้สมบูรณ์แบบไม่มีจุดไหนที่ต่อไม่เข้าหากคุณทำตามคู่มือบอกแบบ 100% อย่างไรก็ตามในขณะที่แกะชิ้นส่วนกระดาษออกมาเพื่อรอประกอบแนะนำให้หากล่องใส่ไว้ก่อน เพราะหากมันปลิวหายไปก็จะไม่สามารถประกอบให้สมบูรณ์ได้ แม้ว่าบางชิ้นส่วนปู่นินจะทำสำรองไว้ให้แต่ก็ไม่ครบ ส่วนใหญ่หากทำหายแล้วต้องสั่งใหม่ อย่างไรก็ตามมันเป็นกระดาษทำให้เราสามารถนำกล่องกระดาษแข็งตัดแล้วประกอบเองได้ แต่ต้องหาความหนาของกระดาษให้พอดีกัน เพราะหากหนากว่าต้นฉบับแม้แต่นิดเดียวก็จะประกอบไม่เข้า เพราะ Nintendo Labo คือของเล่นที่เก็บรายละเอียดได้ดีมากๆ

ของเล่นกระดาษจะทนทานแค่ไหน

อีกประเด็นคือความทนทาน เพราะมันเป็นกระดาษทำให้หลายคนกลัวว่ามันจะไม่ทน แต่ประเด็นหลักคือการที่มันทำมาให้เด็กๆเล่น แต่สัมผัสแรกมันอาจจะไม่ได้แข็งแรงดังที่คาดไว้เมื่อเราจับมันก็คือกระดาษแข็งธรรมดา แต่ความมหัศจรรย์จะเกิดขึ้นเมื่อคุณประกอบเสร็จอย่างถูกต้อง เพราะมันจะมีความแข็งแรงทนทานอย่างไม่น่าเชื่อ และไม่พังง่ายๆแน่หากเล่นในแบบปรกติ

ยกตัวอย่างของเล่นที่น่าจะพังได้ง่ายอย่างเบ็ดตกปลา เพราะมันเป็นแท่งยาวๆแต่กลับมาความแข็งแรงแม้ว่ามันจะมีจุดเชื่อมต่อเยอะเพราะสามารถยืดหดได้ด้วย แต่หากเอาไปตีหัวกันมันก็คงไม่รอด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคงจะไม่มีคนเอาของเล่นราคาแพงไปตีกัน และสำหรับเด็กเล็กๆมันก็ไม่เหมาะเพราะตามคู่มือ Nintendo Labo แนะนำให้เด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป โดยรวมมันทนทานมากเมื่อมันประกอบเสร็จ แต่ก่อนประกอบก็ระมัดระวังกันหน่อย และแน่นอนว่าห้ามโดนน้ำ(เพราะมันเป็นกระดาษ)

คุ้มหรือไม่เมื่อเทียบกับราคา

ราคาขายในไทยของ Nintendo Labo variety kit ในไทยถือว่าสูงพอสมควรเพราะเป็นของนำเข้าและการที่มันมีขนาดและน้ำหนักที่มาก ทำให้ราคามันสูงเพราะเสียค่าขนส่งมากกว่าตลับเกมทั่วไปหลายเท่า โดยราคาในตอนนี้อยู่ประมาณ 3,800-4,000 บาท อย่างไรก็ตามหากคุณเคยซื้อของเล่นฝึกสมองที่นำเข้าจากต่างประเทศจะไม่รู้สึกว่า Labo แพงอะไรเพราะมันก็ประมาณนี้ และการที่ได้ของเล่นชิ้นใหญ่ที่เล่นได้จริงๆมากถึง 5 ชิ้นทำให้เมื่อลองหารออกมาถือว่าไม่ได้แพงมากมายอะไร และหากคิดว่าซื้อไปให้ลูกหลานได้เล่นเกมฝึกสมองแล้วมันไม่ได้แพงอะไรเลย เพราะอย่างน้อยมันก็ถูกกว่าค่าคอร์สเรียนฝึกสมองหลายเท่า

เกมที่ใส่มาสนุกแค่ไหน

Nintendo Labo variety kit จะมีมาให้เล่นทั้งหมด 5 เกมได้แก่ controlled cars , fishing rod , toy piano ,motorbike และ house แน่นอนว่าส่วนใหญ่มันเป็นเพียง มินิเกมสั้นๆเหมือนกับที่คุณหาเล่นได้บนสมาร์ทโฟน แต่มันก็มีความแตกต่างเพราะมันคือของเล่นที่มีส่วนให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับสิ่งของจริงๆและประสานกับการเล่นในจอภาพของ Nintendo Switch แต่ก็มีบางเกมสามารถเล่นได้ยาวนานและมีลูกเล่นมากกว่าที่คิด และสำหรับผู้ที่อยากรู้ว่ามันมีดีอะไรอดใจรอ Part 2 ที่จะลงลึกในรายละเอียดของตัวของเล่นที่มีมาให้เล่นมากถึง 5 ชิ้น

แต่สรุปสั้นๆให้ฟังก่อนว่าผู้ที่อยากเล่นสนุกไปกับของเล่นที่ตอนประกอบก็สนุกเล่นก็สนุกไม่ควรพลาด และใครมีลูกหลานวัยกำลังเรียนรู้( 6 ขวบขึ้นไป) ไม่ควรพลาดที่จะซื้อไปเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กๆที่รับประกันความสนุก และความคุ้มค่า

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

เพลินๆ ไปกับการดูแลศิลปินเกาหลีกับเกม “StarPop”

Published

on

Poochy & Yoshi’s Woolly World

Poochy & Yoshi’s Woolly World
7.7

กราฟิก

7.0 /10

เกมเพลย์

8.5 /10

ความแปลกใหม่

7.0 /10

ความคุ้มค่า

8.0 /10

ภาพรวม

8.0 /10

จุดเด่น

  • เกมเพลย์ 2 มิติที่สนุก
  • เกมยาวคุ้มค่า
  • มีความท้าทายในโหมดปรกติ

จุดสังเกต

  • ไม่มีอะไรแปลกใหม่เท่าที่ควร
  • หากคุณเล่น WiiU มาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเล่นอีก

ใครที่เป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลี ต้องชอบเกมที่จะแนะนำวันนี้แน่ๆ เพราะเกมที่จะแนะนำวันนี้เป็นเกมที่จะทำให้คุณสามารถเทคแคร์ศิลปินเกาหลีได้แบบเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะพาไปแต่งตัว ไปจ่ายตลาด ทำอาหารให้ทาน พาไปตกปลา ไปคาเฟ่ ฯลฯ เรียกได้ว่าวันทั้งวันคุณจะฟินกับการใช้ชีวิตกับศิลปินเกาหลีที่คุณชื่นชอบเลยล่ะ!

เกมที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือเกม “StarPop” โดยเมื่อเปิดเริ่มเกมเข้ามา ตัวเกมจะให้เราเลือกศิลปินที่เราอยากเทคแคร์ ซึ่งก็มีศิลปินมากหน้าหลายตาให้เราเลือก

ซึ่งเราก็สามารถพาศิลปินที่เราชอบไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ โดยมีสถานที่ให้ไป 20 กว่าที่เลยทีเดียว และแต่ละสถานที่ก็จะมีกิจกรรมให้เราทำ เช่น ห้องแต่งตัว ห้องครัว ตลาด สวนต้นรัก ฯลฯ

สิ่งที่เราต้องทำคือจัดการเคลียร์ Daily Mission ให้ครบ ซึ่งก็มีกิจกรรมต่างๆ ให้เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารให้ศิลปินทาน ทำงานตามตารางงานของบริษัทให้ครบ ปลูกต้นไม้ ออกเดท เป็นต้น

และการทำกิจกรรมต่างๆ ก็ต้องใช้เวลาตามที่เกมกำหนดถึงจะสำเร็จ เช่น ไปออกรายการ ใช้เวลา 5 นาที เราก็ต้องรอ 5 นาทีจริง เพื่อทำกิจกรรมนั้นให้สำเร็จ

โดยกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำ ก็จะต้องใช้พลังงานของศิลปิน หากพลังงานเหลือน้อยเราก็ต้องพาศิลปินไปนอนหลับ

หรือหากศิลปินหิว เราก็ต้องทำอาหารให้ทาน ซึ่งเราสามารถดูว่าพลังงานเหลือมากน้อยเพียงใดจากสัญลักษณ์รูปสายฟ้าด้านบน และช้อนส้อม

การทำกิจกรรมบางอย่างภายในเกม ก็จะต้องอาศัยเมล็ดถั่วและเพชร ในการดำเนินการด้วย ซึ่งหากเราทำกิจกรรมต่างๆ สำเร็จ ก็จะได้กลับมาเป็นรางวัลเช่นกัน ซึ่งก็มีหลายวิธีในการได้รับเมล็ดถั่ว เช่น หมุนวงล้อ ทำกิจกรรมสำเร็จ ไปรดน้ำต้นไม้ให้บ้านอื่น หรือบางทีเกมก็จะให้เมล็ดถั่วเรามาแบบฟรีๆ ด้วยการล็อกอินเข้าเล่นเกมทุกวัน เป็นต้น

และอีกสิ่งที่เราจะได้กลับมาเป็นคะแนนด้วยนั่นก็คือ หัวใจและดาว ซึ่งหัวใจและดาวก็จะใช้จัดอันดับและแลกรับของในเกมได้ และความสนุกอีกอย่างของเกมนี้คือเราสามารถฟินไปกับการพาศิลปินไปทำกิจกรรมต่างๆ เสริมได้

นอกจากเกมนี้จะให้เราพาศิลปินไปทำกิจกรรมต่างๆ มากมายที่แสนจะน่าสนใจแล้ว เรายังสามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย

ถ้ามีเพชรและเมล็ดถั่วเหลือเฟือก็สามารถเปย์ศิลปินให้ทำกิจกรรมได้อย่างไม่ยั้งเลย แต่ถ้ามีเพชรและเมล็ดถั่วไม่พอ ก็แนะนำว่าทำตาม Daily Mission ไปก่อนดีกว่า ถ้ามีเพชรและเมล็ดถั่วมากขึ้น เราจะพาศิลปินไปทำกิจกรรม แต่งตัวหรือทำผมเก๋ๆ ยังไงก็ได้

ดาวน์โหลด

ถือเป็นเกมที่จะทำให้คุณฟินไปกับการใกล้ชิดศิลปินเกาหลีที่คุณชื่นชอบ คอยเทคแคร์และผลักดันให้ศิลปินต่างๆ ทำกิจกรรมให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ใครที่ชอบเกมแนวนี้หรือชื่นชอบศิลปินเกาหลีต้องห้ามพลาดเลย!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[Review] Sea of Thieves: มาสวมบทบาทเป็นโจรสลัด ออกเรือ และท่องโลกกว้างกันเถอะ !!!

Published

on

Poochy & Yoshi’s Woolly World

Poochy & Yoshi’s Woolly World
7.7

กราฟิก

7.0 /10

เกมเพลย์

8.5 /10

ความแปลกใหม่

7.0 /10

ความคุ้มค่า

8.0 /10

ภาพรวม

8.0 /10

จุดเด่น

  • เกมเพลย์ 2 มิติที่สนุก
  • เกมยาวคุ้มค่า
  • มีความท้าทายในโหมดปรกติ

จุดสังเกต

  • ไม่มีอะไรแปลกใหม่เท่าที่ควร
  • หากคุณเล่น WiiU มาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเล่นอีก

สวัสดีปีใหม่ไทยท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ช่วงนี้อากาศกำลังร้อนได้ที่มากๆ มาพร้อมกับเทศกาลสงกรานต์ ที่จะมาช่วยคลายร้อนให้กับพวกเราชาวเกมเมอร์ทุกๆคน และถ้าหากพูดถึงเกมที่จะเหมาะกับบรรยากาศในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ผมก็ขอนำเสนอ Sea of Thieves ผลงานชิ้นเอกจาก Rare เจ้าของเกมชื่อดังอย่าง Goldereye 007, Donkey Kong Country ที่หลายๆคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี และการกลับมาครั้งนี้ของ Rare จะสร้างความสนุกแบบที่เคยทำได้หรือไหม มาติดตามบทความรีวิว Sea of Thieves กันได้เลยครับ

Xbox Play Anywhere ชื้อ 1 ได้ 2

ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่า Sea of Thieves เป็นเกม Microsoft Exclusive ที่ลงให้กับเครื่อง Xbox One และ Windows 10 โดยมีระบบ Cross-Platform และแน่นอนกับระบบเอาใจเกมเมอร์อย่าง Xbox Play Anywhere ที่ไม่ว่าคุณจะชื้อเกมในเครื่องไหน ก็จะสามารถเล่นได้ทั้งสองเครื่อง โดยใช้ Save และ Server เดียวกันอีกด้วยครับ สำหรับชาว Xbox สามารถหาชื้อได้ใน Store ตามปกติ และสำหรับชาว PC สามารถชื้อได้ใน Windows Store โซนอเมริกาครับ (Steam ไม่มีนะจ๊ะ)

Sea of Thieves เป็นเกม FPS Action ทั่วๆไป ที่ไม่มีระบบซับซ้อนเลยสักนิดเดียว ตัวเกมจะให้ผู้เล่นรับบทเป็นกะลาสีคนนึง ที่ได้ออกเรือตามล่าหาสมบัติ หรือรับจ้างทำเควสจากสำนักต่างๆภายในเกม โดยตัวเกมจะบังคับให้ผู้เล่นออนไลน์ตลอดเวลา โดยที่ผู้เล่นจะสามารถเล่น Online กับเพื่อนสูงสุดได้ 4 คน หรือจะออกเดินเรือเพียงคนเดียว แต่อาจจะไปเจอกับเรือลำอื่นๆก็สามารถทำได้เช่นกันครับ

เตรียมตัวออกเรือ

โดยพื้นฐานแล้วตัวเกมนั้นใช้ระบบ Online Session จับคู่ผู้เล่นทั้งหมดเข้ามาเจอกันภายในเกม โดยที่จะมี Server กลาง นั้นหมายความว่าระหว่างเล่น ผู้เล่นจะสามารถเจอคนอื่นเข้า ออกได้ตลอดเวลา รวมไปถึงตัวผู้เล่นเองที่ออกจากเกมไปแล้ว แต่ก็สามารถกลับเข้ามาในเกมได้ใหม่ โดยให้เพื่อนที่อยู่ใน Party เดิม Invite เข้ามาครับผม ยกตัวอย่างเกม Call of Duty ที่ใช้ระบบนี้เช่นกัน


Preparing Yourself


npc ที่พูดคุยได้ภายในเกม

แน่นอนว่าการที่ตัวเกมเป็นเกม Online Multiplayer อย่างจริงจัง แน่นอนว่าลืมไปได้เลยกับ Story Mode หรือ Lore ที่จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกอินไปภายในเกม เนื่องจากว่าตัวเกม Sea of Thieves นั้นต้องการสร้างประสบการณ์การเป็นกะลาสีให้ตัวผู้เล่นเองจริงๆครับ นั้นหมายความว่าตัวเกมจะไม่มีการบอกเล่าอะไรทั้งสิ้น สิ่งที่เรารู้ คือเราเป็นแค่กะลาสีคนนึงที่ตื่นขึ้นมาในเกาะแห่งนึงพร้อมกับเรือหนึ่งลำ โดยผู้เล่นสามารถคุยกับเหล่า NPC ภายในเกาะ หรือที่เรียกว่า Outpost ได้ทุกคน แน่นอนว่าในจำนวน NPC พวกนั้นก็จะมีเควสให้ทำครับ

เริ่มออกเรือแบบไร้จุดหมาย

Gameplay หลักๆของ Sea of Thieves นั้นจะเข้าใจได้ค่อนข้างง่าย แต่ตัวเกมค่อนข้างโหดร้ายที่ไม่มีแม้แต่ Tutorial มาให้เลยสักนิดเดียว แต่เชื่อว่าสิ่งแรกที่ผู้เล่นหลายคนเข้ามาในเกม ก็คือความคิดที่อยากจะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด (เพราะผมก็คิดแบบนั้น) แต่ต้องมานั่งงมเอาเองกับเพื่อนที่เหลืออีก 3 คนโดยที่ตัวเกมไม่ช่วยบอกอะไรเลยแม้แต่สักนิดเดียว !!

ชนิดของเควสหลักๆภายในเกม

ตัวเกมมีจะเควสให้ผู้เล่นทำอยู่ทั้งหมด 3 แบบหลัก ที่สามารถรับได้จาก NPC ครับ นั้นก็คือ การล่าสมบัติ, การล่ามอนสเตอร์, และการค้าขายครับ โดยทั้งสามแบบนี้ผู้เล่นสามารถเลือกทำแบบไหนก่อนก็ได้ หรือจะเลือกทำพร้อมๆกันได้เลยก็ได้เช่นกัน นอนจากนั้นตัวเกมจะมีเควสพิเศษที่สามารถพบได้จากขวดแก้ว ซากเรือพังต่างๆครับ โดยเควสพวกนี้มักจะมีความยากกว่าเควสทั่วไป บางเควสจะมาเป็นคำใบ้ และต้องให้ผู้เล่นไขปริศนากันเองอีกด้วยครับ

เริ่มจากเควสล่าสมบัติ ก็ตามชื่อเลยครับ เมื่อรับเควสมาแล้ว NPC ก็จะให้แผนที่เรามา เป็นรูปเกาะๆหนึ่ง พร้อมกับจุดกากบาทสีแดง โดยที่เราต้องตามหาเกาะเอาเอง ผ่านการดูแผนที่ พร้อมกับ จุดกากบาทสีแดงในเกาะ เมื่อผู้เล่นมั่นใจว่าใช่จุดๆนี้ ผู้เล่นต้องขุดมันขึ้นมา และนำหีบสมบัติกลับไปมอบให้ NPC ที่เรารับเควสมา ก็จะเป็นอันเสร็จ

ในส่วนของเควสล่ามอนเตอร์นั้น ก็จะคล้ายๆกับแบบแรก แต่คราวนี้ NPC จะให้ชื่อเกาะกับเรามาเลย สิ่งที่เราต้องทำ คือมุ่งหน้าไปสู่เกาะนั้นๆ และจัดการมอนสเตอร์ให้หมด และนำหัวกะโหลกไปมอบให้ NPC ก็จะเป็นอันเสร็จครับ

และสุดท้าย สำหรับเควสการค้าขาย จะค่อนข้างยากกว่าสองแบบแรก เนื่องจากว่าผู้เล่นจะต้องไปตามหาสิ่งของต่างๆตามเกาะ อาทิเช่น หมู,ไก่,ดินปิน,เสบียงต่างๆ โดยแต่ละเควสก็จะกำหนดสีของสัตว์ชนิดต่างๆที่ต้องการอีกด้วย และเมื่อจับสัตว์ได้ตามกำหนด หรือได้สิ่งของที่ต้องการแล้ว ก็นำไปมอบให้กับ NPC ตัวเดิม ก็จะเป็นอันเสร็จครับ

โดยของรางวัลที่จะได้จากเควสทั้ง 3 แบบก็คืนเงิน ที่สามารถนำไปชื้อของแต่งตัว อาวุธใหม่ๆ หรือ Upgrade เรือของเราได้ครับ


Set Sail !!


เอาล่ะมาถึงเนื้อหาหลักๆกันบ้าง อย่างที่ผมบอกไปในตอนแรกว่า ตัวเกมนั้นเป็น FPS Action โดย Gameplay หลักๆของตัวเกมจะมีอยู่ 3 อย่าง แบ่งเป็น “การขับเรือ/ปะทะบนน้ำ, การต่อสู้บนบก, การตามล่าหาสมบัติ หรือสิ่งของอื่นๆ” โดยที่รูปแบบการเล่นในแต่ละแบบจะมีความแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงครับ

มาเริ่มต้นด้วยระบบการออกเรือ และการต่อสู้บนน้ำกันก่อนดีกว่า เกมนี้จะมีเรือให้เราขับอยู่ 2 ชนิด โดยที่ชนิดเล็กสุดจะเล่นได้สูงสุด 1-2 คน โดยที่ขนาดใหญ่สุด จะเล่นได้สูงสุด 3-4 และไม่ว่าผู้เล่นจะเลือกเล่นเรือรูปแบบไหน ก็ต้องไปเจอกันเองใน Server อยู่ดีครับ

Teamwork นี่แหล่ะสำคัญที่สุด ว่าแต่นี่ทำอะไรกันอยู่

สิ่งแรกที่ผมต้องขอชมทีมงานเลยก็คือ ตัวเกมค่อนข้างมีความสมจริงในการขับเรือเป็นอย่างมาก โดยที่ตัวเกมได้นำเอาองค์ประกอบทุกอย่างของเรือจริงๆ ยกมาใส่ไว้ในเกมแถบจะทั้งหมด เริ่มต้นจากการถอนสมอเรือ ก่อนที่จะดึงใบสำเภาไปตามลม พร้อมกับบังคับพังงาไปในอย่างทิศทางที่ต้องการ โดยที่ทั้งหมดนั้นจะต้องใช้ความเป็นทีมเวิร์คของผู้เล่นทั้ง 4 คนในเรือขนาดใหญ่สูงมากๆ ยิ่งในฉากที่ตัวเกมมีพายุขนาดใหญ่ หรือขณะต่อสู้

และนี่คือผลของการที่ซ่อมเรือไม่ทัน

ในขณะที่เรือของเราถูกโจมตี ไม่ว่าจะเป็นจากผู้เล่นอื่น หรือ จากมอนสเตอร์ก็ตาม เรือของเราจะมีรอยรั่วจากกระสุนปืนใหญ่ ส่งผลให้น้ำทะลักเข้ามาภายในเรือ สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำ คือวิดน้ำภายในเรือออก พร้อมกับซ่อมเรือโดยใช้ไม้สำรองที่มีอยู่จำกัด แต่จะสามารถหาเก็บได้ภายในเกมตลอดเวลาครับ แน่นอนว่า Team Work คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

เรืออยู่ข้างหน้า ประจำสถานีรบ !!

การต่อสู้บนน้ำในเกมนี้ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี ฉากการยิงปืนใหญ่ถล่มใส่กันระหว่างเรือ 2 ลำค่อนข้างสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นเป็นอย่างดีมากๆ แต่เมื่อเล่นไปสักพัก ผมกลับพบปัญหาหลายอย่างมากๆ กับระบบต่อสู้บนน้ำในเกมนี้ และมันชวนทำเอาผู้เล่นโมโห และไม่สนุกเป็นอย่างมากเลยล่ะครับ

บุกขึนเรือศัตรู !!

เริ่มต้นกับการที่จะ Wipeout Crew หรือ ยึดเรือและล้มเรือกันก่อน ในฉากการต่อสู้บนน้ำ การที่เราจะยิงปืนใหญ่ถล่มใส่เรือของศัตรูไปเรื่อยๆ ก็ไม่สร้างความเสียหายอะไรให้กับเรือฝ่ายตรงข้ามเลยสักนิด สิ่งที่ทำได้ คือทำให้เรือฝ่ายตรงข้ามเป็นรูเท่านั้น และนั้นบังคับให้ศัตรูต้องพากันไปซ่อมเรือเรื่อยๆ การที่เราจะล้มเรือศัตรูได้ คือต้องวิ่งเข้าไป Board เรือของศัตรู และจัดการฆ่าลูกเรือให้หมด ก่อนที่จะซ่อมเรือได้ทัน

และปัญหาที่ตามมาก็คือระบบ Respawn ของเกมที่จะมีระยะ Delay 10 – 30 วินาที และจุดเกิดของผู้เล่น ก็คือเรือลำเดิมของผู้เล่นนั้นเอง ทำให้ผู้เล่นคนนั้นก็สามารถกลับมาซ่อมเรือ หรือป้องกันเรือได้เรื่อยๆ ฟังดูอาจจะไม่ใช่ปัญหาเท่าไร แต่จริงๆแล้วมันคือปัญหาใหญ่เลยล่ะครับ เนื่องจากว่าระบบการต่อสู้ด้วยกันระหว่างผู้เล่นในเกมนี้ มันไม่สมดุล และออกแบบมาแย่มากๆครับ

ในตลอดการเล่นของผมนั้น ตัวผมและเพื่อนๆอีก 3 คนที่เรือ ได้ปะทะกับเรือฝ่ายตรงข้ามนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยที่ไม่มีใครแพ้ใครชนะ จนสุดท้ายฝ่ายตรงข้ามต้องยอมออกจากเกมไปแทน เพราะเนืองจากว่ามันตัดสินผลกันไม่ได้สักที ตายก็เกิดใหม่ได้เรื่อยๆ เรือยิงยังไงก็ไม่พัง และการฆ่ากันในเกมก็ไม่มีอะไรตอบแทน นอกจากความแค้น และศักดิ์ศรีเท่านั้นเอง ในจุดนี้ อาจจะเป็นความสนุกอย่างนึงของตัวเกม แต่เมื่อเราเล่นไปสักพักแล้วจะพบว่ามันไม่ได้สนุกเลย แถมยังน่าเบื่ออีกด้วยครับ

โดนปล้นมาล่ะก็ …

และถ้าถามว่า แล้วทำไมจึงต้องไปบุกโจมตีเรือลำอื่นๆด้วย คำตอบของคำถามนี้ง่ายมากๆ ครับ ไม่ใช่เพราะว่าความส่ะใจหรืออะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่าเรือลำอื่นๆก็อาจจะขนสมบัติที่ได้มาจากเควสเต็มลำเรือเลยก็เป็นได้ ถ้าหากผู้เล่นต้องการที่จะเป็นโจรสลัด สิ่งที่เราต้องทำ ก็คือบุกเข้าโจมตี และปล้นสมบัติเหล่านั้นมาเป็นของเรานั้นล่ะครับ แต่ถ้าหากเรือที่ปล้นนั้นกลับไม่มีสมบัติอะไรเลย ก็…..


Never Bring a “Sword” to a “Gun” Fight


ผมได้เกริ่นไปก่อนหน้านี้แล้วว่าระบบต่อสู้ของเกมนี้มันค่อนข้างห่วย และไร้สมดุลเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในแง่ของ PVP และ PVE แต่ถึงแบบนั้นตัวเกมก็ค่อนข้างที่จะมอบความสนุกให้กับผู้เล่นได้อยู่ไม่น้อยครับ

ตัวเกมจะแบ่งอาวุธของผู้เล่นเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ดาบ, ปืน, ปืนใหญ่ โดยอาวุธที่จะอยู่ติดตัวกับผู้เล่นตลอดเวลาก็คือเจ้า ดาบและปืนนี่ล่ะครับ แน่นอนว่าผู้เล่นสามารถสลับไปมาได้ตลอดเวลา และสำหรับปืนที่จะแบ่งแยกไปอีก 3 ชนิดด้วยกันได้แก่ ปืนพก ปืนลูกซอง ปืนไรเฟลยาว โดยทั้ง 3 แบบนี้เหมาะตามแต่ละสถานการณ์กันไป ฟังแค่นี้ก็อาจจะดูว่าไม่มีอะไร แต่จริงๆแล้วปัญหามันอยู่ที่เจ้าปืนลูกซอง กับการ PVP นี่แหล่ะครับ

การ PVP ในเกมนี้ผู้เล่นจะต้องฆ่ากันเองด้วยอาวุธภายในเกมที่มีอยู่ โดยจะใช้อาวุธชนิดไหนก็ได้ โดยอาวุธแต่ละชนิดก็จะมี Damage ที่แตกต่างกันออกไป และเมื่อพูดถึงการต่อสู้กันระหว่างกะลาสีภายในเกมโจรสลัดแบบนี้ ผู้เล่นทุกคน คงจะนึกถึง Sword Battle หรือการดวลตัวต่อตัวของกัปตัน แบบในหนังโจรสลัดใช่ไหมล่ะครับ

รูปโปรโมทของตัวเกมที่ … เหมือนจะเป็นความจริง

แต่แท้จริงแล้วภาพที่เห็นนั้นกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย สิ่งที่ผู้เล่นทุกคนใช้กันในการต่อสู้ระยะประชิดนั้นก็คือปืนลูกซองสุดโกงนี่ล่ะครับ ในการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นกันแบบ 4 ต่อ 4 ผู้เล่นต่างหยิบลูกซองออกมา และกระโดดยิง วิ่งใส่กันราวกับ Team Fortress โดยเก็บดาบที่ฟันผู้เล่นไม่เข้าลงไปจนขึ้นสนิม ถึงแม้ว่ากระสุนจะมีจำกัดเพียงแค่ 5 นัด แต่ด้วยการที่ผูู้เล่นสามารถเติมกระสุนได้ผ่านการกดปุ่มเดียวในเรือ มันก็ไม่สร้างปัญหาอะไรให้เลยแม้แต่น้อย

ตรงนี้ผมถือว่ามันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดใช้ที่สุดเป็นอย่างมาก ในการใช้ดาบนั้นผู้เล่นสามารถกดป้องกันผ่านการคลิกขวาได้ แต่ดูเหมือนว่ามันไม่จำเป็นต้องใช้ปุ่มนี้เลยสักนิดเดียวในเกม เพราะมันไม่มีผู้เล่นคนไหนหยิบดาบมาใช้ในการของปืนหรอกครับ เพราะลูกซองมันก็ One shot one kill แล้ว

แต่ถึงแบบนั้นการต่อสู้แบบ PVE ก็ยังคงความสนุกไว้อยู่บางกับการดวลดาบระหว่างผู้เล่น และ มอนสเตอร์ แต่ถึงแบบนั้นเหล่า AI พวกนี้ก็มีความฉลาดน้อยสุดๆ โดยไม่สร้างความตื่นเต้นอะไรให้กับเราเลยสักนิดเดียว !!


A Beautiful Sea


Sea of Thieves ได้สร้างโลกของเหล่าโจรสลัด และ กะลาสีออกมาได้ค่อนข้างสวยงามครับ นอกจาก Graphics ที่ผมให้ความเห็นว่ามีความสวยงามในแง่ของ Environment เป็นอย่างมาก เหมาะกับการที่จะเป็นเกม Next Gen ในปี 2018 นี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย ถึงแม้ว่าการออกแบบตัวละครจะทำมาได้ไม่โดนใจผมเท่าไร แต่อย่างอื่นถือว่าสอบผ่านในด้านของ Graphics ครับ

ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วย Unreal Engine 4 ที่ผมมีปัญหากับมันบ่อยมากๆ โดยที่ใครติดตามอ่านบทความรีวิวของผมตลอด จะรู้เลยว่าผมไม่ชอบเจ้า Engine ตัวนี้ขนาดไหน และต้องบอกว่าเป็นอีกครั้ง ที่ UE4 ทำหน้าที่ของมันได้ดี แต่ไม่ถึงกับดีมากๆครับ เพราะมีบางฉากที่ Frame Rate ของผมตกไปไม่เยอะมาก ทั้งๆที่ใช้ 1070Ti กับเกมที่ไม่น่าจะใช้ทรัพยากรเยอะขนาดนี้ แต่ถึงแบบนั้น ภาพรวมก็ยังทำได้โอเคอยู่ครับ

ปลาหมึกบุก !!

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นเกมโจรสลัดเกมไหนจะต้องมี ก็คือเจ้าปลาหมึกยักษ์ Kraken ครับ โดยในเกมนี้ก็ได้ใส่เข้ามาด้วย ได้ต้องบอกว่ามันทำได้ค่อนข้างดี สร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นได้ หากผู้เล่นนึกถึงฉากในหนังเรื่อง Pirate of the Caribbean 2 ได้ ก็คงจะอินกับฉากนี้ไม่น้อยเลยล่ะครับ

มุ่งหน้าสู่เกาะหัวกะโหลกกัน

นอกจากนี้ตัวเกมยังได้ใส่ระบบ Raid ชนิดนึงเข้ามาภายในเกม โดยที่จะให้ผู้เล่นทั้งหมดเลือกที่จะทำได้ โดยของรางวัลแน่นอนว่าคืออภิมหาสมบัติครับ โดยเจ้า Raid นี้จะมาในรูปแบบเกาะๆนึง ที่จะมีก้อนเมฆรูปหัวกะโหลกโผล่ขึ้นมา โดยผู้เล่นที่กำลังล่องเรืออยู่สามารถมุ่งหน้าไปสู้เกาะๆนั้นได้ และเมื่อไปถึงแล้ว ผู้เล่นจะต้องทำการฆ่าเหล่ามอนสเตอร์ให้หมด จนได้กุญแจที่จะเปิดประตูสู่ห้องเก็บสมบัติลับภายในเกาะแห่งนั้นครับ

ภายในเกาะ ก็ยังมีเหล่ามอนสเตอร์รออยู่

ฟังดูเหมือนง่าย แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่แค่เราที่อยู่ใน Server นั้น ยังคงมีผู้เล่นคนอื่นๆทีหวังจะได้สมบัติเหล่านี้ และมุ่งหน้ามาที่เกาะแห่งนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจงเตรียมตัวให้ดีๆ และพร้อมรับมือกับศัตรูทุกรูปแบบได้เลยครับผม


To the Pirate Legend


มาถึงช่วงนึง ผู้เล่นอาจจะรู้สึกเบื่อๆกับสิ่งที่ทำวนไปมาตลอดการเล่นทั้งเกมก็เป็นได้ พร้อมกับถามหาว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงแล้วของเกมนี้มันคืออะไรกันแน่ หรือจะเป็นแค่ตามล่าหาสมบัติ หาเงินแต่งตัว Upgrade เรือไปวันๆ เท่านั้นเองหรือ คำตอบคือใช่ และ ไม่ใช่ครับ เนื่ีองจากว่าเกมนี้เมื่อผู้เล่น เล่นมาถึงจุดๆนึง ผู้เล่นจะสามารถกลายเป็น Pirate Legend ได้ และผู้เล่นจะได้พบกับเควสที่ยากกว่าเดิม พร้อมกับเหล่าชุดและอุปกรณ์ใหม่ๆอีกมากมายที่จะสามารถหาได้ เมื่อผู้เล่นกลายเป็น Pirate Legend แล้วเท่านั้น

ออกเรือไปวันๆ

ตรงจุดๆนี้ผมคิดว่ามันก็เหมือนเป็นสิ่งที่เรียกว่า End Game Content นั้นเองครับ สำหรับผู้เล่น MMORPG น่าจะคุ้นเคยกันดีสำหรับคำนี้ ด้วยการที่ตัวเกมจะบังคับให้เราเล่นให้ Level ของตัวละครตันเสียก่อน ถึงจะมีการเล่น Content ที่จริงจังของเกมๆนั้นเสียที และสำหรับเจ้า Sea of Thieves เองก็เช่นกันครับ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าตัวเกมนั้นไม่มีสิ่งใดมาฉุดให้เราเล่นมันต่อเลยสักนิดเดียว

การ Upgrade เรือที่ไม่ช่วยอะไรเลย

อย่างที่ผมได้บอกไปว่าตัวเกมจะมีชุด อุปกรณ์ หรืออาวุธต่างๆภายในเกม รวมไปถึงของตบแต่งเรือ หรือ Upgrade เรือ ให้เราใช้เงินในเกมชื้อได้ทั้งหมด แต่ความจริงแล้วของเหล่านี้ มันไม่ได้ช่วยเพิ่มค่าสถานะ หรือ ทำให้เราเก่งกว่าผู้เล่นคนอื่นๆได้เลยแม้แต่นิดเดียวครับ หรือพูดง่ายๆก็คือ แฟชั่นภายในเกม เท่านั้นเอง

หรือจะตั้งวงเหล้า ร้องเพลง เล่นดนตรีกันไปวันๆ ?

ตรงจุดนี้มันมีทั้งข้อดี และ ข้อเสียครับ อย่างแรกเลยคือด้วยการที่ Item ภายในเกมทุกอย่างจะไม่มีผลต่อการเล่น ทำให้ผู้เล่นทั้งใหม่ และ เก่า มีระดับ Item ที่เท่ากัน สิ่งที่วัดได้ก็คือฝีมือของผู้เล่นล้วนๆ แต่มันจะมีผลเสียที่ตามมาก็คือ ตัวเกมจะไม่มีแรงบันดาลใจอะไรให้ผู้เล่นรู้สึกอยากจะเล่นต่อเลยสักนิดเดียว

หรือจะตั้งใจเป็น Pirate Legend ให้จงได้ !!

และด้วยการที่ Sea of Thieves ถูกออกแบบมาให้กลายเป็นเกมกึ่ง RPG และมีระบบเควสที่ต้องใช้เวลา และความยากลำบากกว่าจะสำเร็จ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเพียงแค่เงินที่เอาไปตบแต่งตัวละครได้ ไม่มีแม้แต่ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้น และไม่มีการจัดการตัวละครเลย มันจึงไม่เหมาะกับเกมแนวนี้ครับ


โดยรวมแล้ว Sea of Thieves เป็นเกมที่ค่อนข้างดีครับ มีความสนุกมากๆในระดับนึง แต่เมื่อเล่นไปสักพักนึงแล้วก็จะพบกับความเบื่อ และความท้อ เนื่องจากว่าสิ่งตอบแทนที่ได้รับนั้น มันไม่คุ้มเท่าไรสำหรับเกมที่เน้นการเล่น Online แบบนี้ครับ ตัวเกมยังขาด Content อีกเยอะมากๆ ย้ำว่ามากๆ สำหรับเกมโจรสลัดที่ดี แต่ถึงแบบนั้นก็ออกแบบทำระบบเบื้องต้นมาได้ดี และสำหรับตัว Microsoft เอง ที่นานๆทีจะมีเกม Exclusive ดีๆมาให้เล่นกัน เพราะฉะนั้นใครที่มี Xbox One อยู่แล้ว Sea of Thieves ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับคนที่เป็นเกมเมอร์สาย PC และ Xbox One ครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!