Connect with us

Gadget Review

รีวิว Sony WF-SP700N หูฟังออกกำลังกายแบบ True Wireless จัดเต็ม EXTRA BASS กระหึ่ม!

หูฟังไร้สายตัวจิ๋วรุ่นล่าสุดจากโซนี่ จะใช้จริงแล้วเป็นยังไง วันนี้เราแบไต๋ให้อ่านกัน

Published

on

Sony WF-SP700N

฿7,490
8.3

คุณภาพเสียง

9.0/10

คุณภาพงานผลิต

8.0/10

ความคล่องตัวในการใช้

10.0/10

ความสามารถในการคุยโทรศัพท์

6.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • เสียงดีเกินตัว เบสแน่น กระชับ ไม่ทำลายเสียงกลาง-สูง ให้ Sound Stage กว้างพอสมควร
  • ใส่สบายกว่าหูฟังออกกำลังกายอื่นๆ แต่ยังเกาะหูดีเยี่ยม ใส่วิ่งก็ไม่หลุด
  • ตัดเสียงรบกวนภายนอกเพื่อฟังเพลงได้ไพเราะขึ้น หรือจะเปิดให้เสียงภายนอกเข้าก็ได้ในระดับที่ดีงาม ไม่กวนการฟังเพลง แถมฟังคนอื่นพูดรู้เรื่อง
  • กันน้ำได้ระดับ IPX4 ป้องกันเหงื่อและน้ำกระเซ็นได้
  • มี NFC ที่กล่องทำให้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ที่รองรับ NFC ได้ง่ายมาก

จุดสังเกต

  • ตัวกล่องใหญ่เทอะทะไปหน่อย ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วตุงมาก
  • ไม่เหมาะสำหรับการใส่คุยโทรศัพท์ เพราะตัดเสียงรอบข้างไม่เก่ง
  • ใช้งานต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง ชาร์จผ่านกล่องได้อีก 2 ครั้ง รวมเป็น 9 ชั่วโมง
  • ควบคุมความดังจากตัวหูฟังไม่ได้ ต้องเพิ่มลดเสียงจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วย
  • ไม่รองรับ LDAC Codec ของโซนี่

ดูเหมือนว่าตอนนี้ตลาดหูฟังกลุ่ม True Wireless กำลังฟาดฟันกันหนักมากนะครับ ทุกค่ายล้วนส่งหูฟังไร้สายที่แยกหูซ้ายและหูขวาอย่างอิสระออกมาทั้งนั้น เพราะกลายเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคถามหาไปแล้ว ซึ่ง Sony เองก็มี WF-1000X เป็นทัพหน้าของหูฟัง True Wireless ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว และปีนี้ก็ส่ง Sony WF-SP700N หูฟังที่ออกแบบแนว Sport สำหรับการออกกำลังกายมากขึ้นออกมาเสริมทัพ โซนี่เคลมว่าหูฟังรุ่นนี้เป็นหูฟังรุ่นแรกในโลกที่มี Noise Canceling พร้อมความสามารถกันน้ำกระเซ็น ซึ่งเราทดลองใช้แล้วค่อนข้างพอใจกับเสียงของมันเลยทีเดียว

คุณสมบัติสำคัญของหูฟังแบบ True Wireless

  1. หูฟัง True Wireless จะแยกหูฟัง 2 ข้างออกจากกันไม่มีสายเชื่อมใดๆ ทั้งจากเครื่องไปหูฟัง หรือระหว่างหูฟังซ้าย-ขวา ทำให้หูฟังชนิดนี้มีขนาดเล็ก
  2. หูฟังแบบนี้จะมาพร้อมกล่องเก็บหูฟังเก๋ๆ ที่เป็นแบตสำรองให้ตัวหูฟัง สามารถชาร์จระหว่างอยู่นอกบ้านได้ (เพราะหูฟังตัวเล็กมาก ไม่สามารถใส่แบตลงในตัวหูได้มากนัก) แล้วก็ใช้เก็บหูฟังไม่ให้หาย
  3. แต่ก็มีข้อสังเกตว่า หูฟังขนาดนี้มีแบตเตอรี่ที่เล็กมาก ทำให้การใช้งานนั้นต้องชาร์จบ่อย อาจทำให้รอบการใช้งานของแบตเตอรี่ไปเร็วกว่าหูฟังที่มีแบตขนาดใหญ่กว่านี้

การออกแบบหูฟัง Sony WF-SP700N

  • ดีไซน์เหมือนเม็ดถั่ว โค้งรับสรีระใบหู
  • จุกหูฟังแบบยาวทำจากยาง Hybrid silicone ใส่สบายนุ่มนวลหูดีมาก
  • ตัวกล่องมีขนาดใหญ่ไปหน่อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

Sony WF-SP700N นั้นเป็นหูฟังแบบ In-Ear ไร้สายนะครับ ดีไซน์จะคล้ายเม็ดถั่วที่งอโค้งรับสรีระของใบหู โดยทำสีแบบ 2-tone และมีสีให้ผู้ใช้เลือก 4 สีคือ ดำ, ชมพู, เหลืองสปอร์ตและสีขาว ข้างหนึ่งหนักประมาณ 8 กรัม โดยส่วนตัวเราว่าหูฟังตัวนี้ดีไซน์ได้ Low Profile ดีครับ (โดยเฉพาะรุ่นสีดำที่เราได้มารีวิว) เมื่อเสียบใช้งานจริงแล้วกลมกลืนไปกับผู้ใช้ ไม่สะดุดตามากเท่ารุ่นพี่ WF-1000X ที่เป็นสีวาวๆ สะท้อนแสง

เป็นหูฟังแบบ Inear ที่ใส่สบาย ไม่รำคาญหูมากนัก
จุดที่เราชอบมากในการออกแบบนี้คือจุกหูฟัง Hybrid Silicone แบบยาวที่ใส่ลึกลงไปในหูพร้อมปีกยางซิลิโคนเกี่ยวหู ที่โซนี่ออกแบบทั้งคู่ได้นุ่มนวลดีมาก ทำให้ Sony WF-SP700N เป็นหูฟังที่สามารถใส่ได้เรื่อยๆ ไม่รู้สึกรำคาญหูมากเกินไปเหมือนหูฟังแบบ In-ear ทั่วไป แถมยังยึดเกาะหูดีมากด้วย จนเชื่อว่าจะไม่หลุดหายระหว่างออกกำลังกาย ซึ่งโซนี่ก็มีจุกยางแบบยาวตัวนี้ให้เลือก 4 ขนาด และปีกเกี่ยวหู 2 ขนาดให้เลือกในชุด ก็เลือกให้เหมาะกับหูของเราครับ (เรื่องนี้สำคัญมาก เลือกจุกหูฟังผิดไซส์ ทำให้เสียงไม่ดีได้เลยนะ)

ตัวกล่องเก็บหูฟังนั้นดีไซน์ได้น่ารักดีครับ เป็นกล่องสี่เหลี่ยมมนๆ ขนาดกำลังเต็มไม้เต็มมือ โดยวิธีเปิดกล่องจะแตกต่างจากชาวบ้านหน่อยคือใช้การหมุนฝากล่องด้านบนแบบใบพัดเพื่อเปิดกล่องออกมาหยิบหูฟัง และตัวกล่องยังมี NFC ให้เอามือถือมาแตะเชื่อมต่อกับหูฟังได้ง่ายๆ ด้วย แต่ถ้าเทียบกล่องเก็บหูฟังตัวนี้กับคู่แข่งอย่าง Apple Airpods หรือ Jabra Elite Sport ที่เราเคยรีวิวไป เราว่ากล่องของ Sony WF-SP700N นั้นใหญ่ไปหน่อย เก็บในกระเป๋ากางเกงลำบาก และให้สัมผัสหลวมๆ ไปหน่อย ความรู้สึกตอนเปิดฝาไม่กระชับหนักแน่น แล้วจังหวะการเก็บหูฟังจะต้องกดหูลงกล่องนิดหนึ่งให้ไฟแดงที่หูฟังขึ้นก่อน ไม่เหมือนคู่แข่งที่แค่วางแล้วปิดฝาได้เลย

เทียบขนาดกล่องกับ Jabra Elite Sport

การควบคุมหูฟัง Sony WF-SP700N

เมื่อเปิดหูฟังเราจะได้ยินเสียงผู้หญิงสวยๆ รายงานสถานะหูฟังกับเราว่า พาวเวอร์อ้อนนน, บลูทูธคอนเนคเต็ด, แบตเตอรี่เลเวลไฮ้ ซึ่งเราชอบสุ้มเสียงและสำเนียงที่เป็นเสียงมนุษย์พูดกับเราด้วยความสดใส ไม่ใช่เสียงหุ่นยนต์หรือเสียงแบบโมโนโทน ถือว่าโซนี่ใส่ใจรายละเอียดตรงนี้ได้อย่างน่าชื่นชม ส่วนที่ตัวหูฟังทั้ง 2 ข้างมีปุ่มควบคุมใสๆ อยู่ข้างละปุ่มนะครับ โดยมีคำสั่งตามนี้

หูซ้าย

  • กดค้างเพื่อเปิด-ปิดหูฟัง หรือกดค้างนานๆ เพื่อเริ่มกระบวนการเชื่อมต่อหูฟังกับอุปกรณ์ใหม่
  • กดสั้นๆ เพื่อเปลี่ยนโหมดการทำงาน โดยเมื่อเปิดหูฟังจะอยู่ในโหมดตัดเสียงรบกวน Noise Canceling มาเป็นมาตรฐาน กด 1 ครั้งเพื่อเปลี่ยนเป็นโหมดเสียงรอบข้าง Ambient Sound และกดอีกครั้งเพื่อปิดระบบปรับเสียง

หูขวา

  • กดสั้นๆ เพื่อรับสาย, เล่นเพลงหรือหยุดเพลง
  • กดสั้นๆ 2 ครั้งเพื่อเปลี่ยนเพลง กด 3 ครั้งเพื่อย้อนเพลง
  • กดค้างเพื่อเรียกผู้ช่วยอย่าง Siri หรือ Google Assistant ขึ้นมาเพื่อพูดสั่งงาน

แต่ฟังก์ชั่นที่ดันขาดไปในหูฟังรุ่นนี้คือการปรับระดับเสียง ต้องปรับเสียงผ่านโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่เท่านั้น ไม่สามารถกดเร่งเสียง-ลดเสียงที่ตัวหูฟังได้

การจะควบคุมหูฟัง WF-SP700N ให้เต็มความสามารถต้องสั่งงานผ่านแอป Sony | Headphones Connect ซึ่งจะทำให้เราเลือก EQ ของหูฟังได้ 9 แบบ แต่ไม่สามารถปรับ EQ ตามใจชอบได้นะครับ ต้องเลือกตามแบบที่มีมาให้เท่านั้น และสำหรับสมาร์ทโฟนบางรุ่น (โดยเฉพาะแบรนด์จีน) ที่มีปัญหาไม่สามารถควบคุมระดับเสียงของหูฟังได้ดั่งใจ เร่งจนสุดแล้วก็ยังไม่ดังเนื่องจากมีปัญหากับมาตรฐาน Bluetooth ก็ต้องเข้ามาเร่งเสียงผ่านแอป Headphones Connect ตัวนี้ครับ แล้วจึงค่อยไปลดระดับเสียงจากปุ่ม Volume ของเครื่องอีกที

เชื่อมต่อกับ Sony Xperia XZ2 จะรองรับ AAC Codec

ในแอป Headphones Connect ผู้ใช้ยังสามารถปรับโหมดการส่งสัญญาณเสียงจากโหมดมาตรฐาน Priority on Stable Connection ที่ใช้ SBC Codec มาเป็นโหมด Priority on Sound Quality ที่ใช้ AAC Codec ซึ่งให้คุณภาพเสียงดีกว่าได้ แต่ก็แลกมากับการเชื่อมต่อก็อาจจะเสถียรลดลง แล้วที่แอบเสียดายเยอะหน่อยคือหูฟังตัวนี้ไม่รองรับ LDAC Codec ของโซนี่เอง ทำให้ผู้ใช้ Sony Walkman อย่างเราไม่สามารถเลือกการเชื่อมต่อที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีได้ อาจจะด้วยข้อจำกัดด้านแบตเตอรี่ก็ได้ที่ LDAC นั้นต้องรับส่งข้อมูลจำนวนมากทำให้หูฟังอาจจะแบตหมดไว

คลิกอ่านความสำคัญของ Bluetooth Codec ตัวแปรสำคัญกำหนดคุณภาพเสียง

แต่การเชื่อมต่อแบบ AAC ก็ไม่ได้จะใช้ได้กับทุกอุปกรณ์นะครับ แม้ว่า Android 8 จะรองรับ AAC Codec แล้ว แต่เท่าที่เราทดสอบก็มีแต่ Sony Xperia XZ2 เท่านั้นที่เรียกใช้ AAC ได้ สมาร์ทโฟนแบรนด์จากจีนที่เราทดสอบเรียกใช้ได้แค่ SBC ครับ

  • Huawei Mate 10 Pro – SBC
  • Vivo Nex – SBC
  • Oppo R15 Pro – SBC
  • Sony Xperia XZ2 – AAC
  • iPad mini 4 – AAC
  • iPhone 7 – AAC
  • Macbook 12″ – SBC

แน่นอนว่า Bluetooth ของ WF-SP700N นั้นใช้คลื่น 2.4 GHz เมื่อใช้งานในพื้นที่สาธารณะที่มีสัญญาณเยอะๆ เช่นในห้างก็จะเกิดอาการเสียงหลุดบ้าง แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวสมาร์ทโฟนด้วย ซึ่งเมื่อจับคู่กับ Sony Xperia XZ2 เราพบว่าสัญญาณเสถียรกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ มีอาการหลุดน้อยกว่าครับ

คุณภาพเสียงของ Sony WF-SP700N

  • หูฟังในตระกูล Extra Bass ไม่ทำให้ผิดหวัง เบสมาเป็นลูก และยังกระชับไม่กวนเสียงอื่น
  • ฟังก์ชั่น Noise Canceling ใช้งานได้จริง และ Ambient Sound ที่ดีงาม เสียงภายนอกเข้ามากำลังพอดี
  • เนื่องจากเป็นหูฟังออกกำลังกาย เลยไม่ได้เน้นรายละเอียดเสียงยุบยับแพรวพราว เน้นฟังสนุกมากกว่า

ให้เบสมาเป็นลูกแบบกระชับ ไม่ไปตีกวนเสียงอื่น
หูฟังรุ่นนี้อยู่ในตระกูล Extra Bass นะครับ ก็คาดหวังได้เลยว่าจะมีเบสที่บึ้มบั้ม ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ หูฟัง Sony WF-SP700N ที่ใช้ไดรเวอร์ Neodymium ขนาด 6 mm แบบ Dome type ให้เสียงต่ำได้ชัดเจนมาก แต่ก็ยังเป็นเบสที่กระชับ มาเป็นลูกๆ แล้วจบไม่ไปกวนกับเสียงอื่นๆ ยิ่งใส่เวลาออกกำลังกายแล้วเปิดเพลงเหมาะๆ ก็น่าจะสร้างความสนุกระหว่างการออกกำลังกายได้มากเลยทีเดียว ส่วนเสียงกลางกับเสียงแหลมก็สดใสดี ให้เสียงได้ดังมากด้วยสำหรับหูฟังแบบ In-ear ให้ Sound Stage ได้กว้างพอสมควร แต่รายละเอียดเสียงก็จะไม่ได้ให้ยิบยับแพรวพราวเหมือนกับหูเพื่อฟังเพลงโดยเฉพาะนะครับ เพราะโซนี่เน้นกลุ่มกีฬาเป็นหลักสำหรับหูฟังรุ่นนี้

ความสามารถเด่นที่สุดแล้วของ Sony WF-SP700N คือเป็นหูฟังขนาดเล็กที่สามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกและเปิดเสียงภายนอกเข้ามาได้ โดยความสามารถ Noise Canceling ของหูฟังรุ่นนี้ออกแบบมาสำหรับตัดเสียงรบกวนโทนต่ำพวกเสียงเครื่องยนต์ เสียงบรรยากาศ พูดง่ายๆ คือตัดเสียงหึ่มๆ ทั้งหลายให้ออกไปเป็นหลัก ถ้าเป็นเสียงพูดของคน หรือเสียงแหลมๆ จะลบออกไปได้ไม่เท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าน่าพอใจแล้วสำหรับการใช้ชีวิตกับหูฟังตัวนี้ครับ

เราชอบโหมด Ambient Sound ที่ดึงเสียงภายนอกเข้ามาในหูฟังมาก
ส่วนโหมด Ambient Sound ที่เปิดเสียงภายนอกให้เข้ามาถือว่าทำได้น่าประทับใจสำหรับเรามาก คือเราก็เทสหูฟังที่สามารถเปิดเสียงภายนอกเข้ามาได้หลายรุ่นนะครับ และทุกรุ่นคือเสียงภายนอกจะเข้ามาเยอะมากจนกลบเสียงเพลงไปหมด ทำให้ไม่อยากเปิดเลย แต่สำหรับ Sony WF-SP700N โหมด Ambient Sound ปรับสมดุลย์เสียงภายนอกมาดีมาก ให้อารมณ์เหมือนเรากำลังฟังเพลงผ่านลำโพง แล้วยังได้ยินเสียงภายนอกกำลังดี รู้ว่าใครเรียก ยังคุยกับชาวบ้านรู้เรื่องอยู่ ในขณะที่เสียงเพลงก็ยังไม่เสียอรรถรสด้วย

การใช้งาน Sony WF-SP700N ในชีวิตประจำวัน

  • กันน้ำได้ระดับ IPX4 สามารถกันน้ำกระเด็นหรือเหงื่อได้
  • ใช้งานต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง ชาร์จผ่านเคสได้อีก 2 รอบ รวมเป็นใช้งานได้ 9 ชั่วโมง
  • ไม่เหมาะสำหรับการใช้คุยโทรศัพท์ในพื้นที่ที่มีเสียงรอบข้างเยอะๆ

เก็บลงกล่อง ดันเข้าไปนิดหนึ่งจนไฟแดงที่หูฟังติดเพื่อชาร์จหูฟัง WF-SP700N

ตามสเปคแล้ว ตัวหูฟัง Sony WF-SP700N สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นาน 3 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ซึ่งสามารถนำตัวหูฟังไปชาร์จจนเต็มผ่านเคสได้อีก 2 รอบ รวมแล้วสามารถใช้งานได้ 9 ชั่วโมง ซึ่งเราทดสอบแล้วก็ได้เวลาประมาณนั้นจริงๆ แม้ว่าจะใช้งานแบบเปิด Noise Canceling ตลอดก็ใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าถามว่าใช้งานจริงติดขัดอะไรไหม ส่วนตัวจะไม่ได้ฟังเพลงต่อเนื่องนานเกิน 3 ชั่วโมงเลยไม่มีปัญหาอะไรครับ เพราะเมื่อใช้เสร็จเราก็เก็บลงเคส มันก็ชาร์จไฟกลับมาให้ใช้งานต่อได้อีก 3 ชั่วโมงในครั้งต่อไป ทำให้เราใช้ได้เรื่อยๆ แบบไม่เคยมีประสบการณ์แบตหมดคาหู แต่เมื่อเทียบกับ Apple Airpods ที่ใช้งานต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมงและชาร์จผ่านเคสได้ระยะเวลารวม 24 ชั่วโมง หรือ Jabra Elite Sport ที่ใช้งานต่อเนื่องได้ 4.5 ชั่วโมงและชาร์จผ่านเคสได้เวลารวม 13.5 ชั่วโมง ก็ถือว่า WF-SP700N มีสเปคที่ด้อยกว่าคู่แข่งครับ

WF-SP700N ไม่เน้นการโทรออกรับสาย
แม้ว่า Sony WF-SP700N จะไม่ได้เป็น Headset ที่เน้นการคุยโทรศัพท์ แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเราฟังเพลงอยู่แล้วมีคนโทรเข้ามา เราก็ต้องใช้หูฟังตัวนี้แหละคุยโทรศัพท์ เราจึงต้องเทสการสนทนาผ่านหูฟังตัวนี้ด้วย ซึ่งความสามารถด้านนี้ของมันค่อนข้างจำกัดนะครับ เพราะตัวไมโครโฟนที่หูฟังนั้นออกแบบมาสำหรับตัดเสียงรบกวนหรือเปิดให้เสียงรอบข้างเข้ามาระหว่างฟังเพลง ทำให้ไมโครโฟนตัวนี้เป็นแบบรับเสียงจากทุกทิศทาง ไม่ได้เป็นแบบบีบเข้าหาปากเพื่อรับเสียงพูด และมีไมโครโฟนแค่ตัวเดียวต่อหูฟัง 1 ข้าง ไม่มีไมค์ตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนเวลาคุยโทรศัพท์ ทำให้มีปัญหาเมื่ออยู่ในที่เสียงรอบข้างเยอะๆ เช่นริมถนน หรือในห้างที่ผู้คนพลุกพล่าน จะใช้ WF-SP700N คุยโทรศัพท์ได้ลำบาก นอกจากนี้เมื่อใช้งานโทรศัพท์ เสียงจะออกที่หูฟังซ้ายข้างเดียว ไม่ได้ออกพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง ก็แอบเสียดายนิดๆ เราจึงแนะนำให้ถอดหูฟังออกแล้วเปลี่ยนเป็นการโทรแนบหูแทนจะดีกว่า

คลิกเพื่อฟังเสียงจากไมโครโฟนของ Sony WF-SP700N

เสียงบันทึกจาก WF-SP700N ในห้อง

เสียงบันทึกจาก WF-SP700N ริมถนน

Sony WF-SP700N นั้นมีสเปกกันน้ำที่ IPX4 หรือป้องกันน้ำกระเด็นใส่ เป็นระดับที่สามารถป้องกันเหงื่อหรือฝนตกเบาๆ ได้นะครับ ก็เหมาะสำหรับการใส่เล่นกีฬาทั่วไป หรือใส่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่สำหรับใส่ว่ายน้ำ (อันที่จริงหูฟังสำหรับใส่ว่ายน้ำจะต้องสามารถเก็บเพลงได้ในตัวด้วย เพราะเมื่อลงน้ำ Bluetooth จะใช้ไม่ได้)

ควบคุมหูฟังผ่านแอปของ Sony

และเรื่องปกติของหูฟังแบบ Bluetooth ส่วนใหญ่คือเสียงจะดีเลย์นิดหน่อยนะครับ จะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับโทรศัพท์ที่ใช้ด้วย ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการใส่เล่นเกมหรือดูหนังเท่าไหร่ และ WF-SP700N ไม่มีฟังก์ชั่นเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกัน 2 ตัวนะ ต้องกดสลับเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์เอาเอง

สรุป Sony WF-SP700N ไว้ใจได้เรื่องเสียงและการออกกำลังกาย

ถ้าโจทย์ของโซนี่คือสร้างหูฟังที่ดีสำหรับการออกกำลังกายและใช้งานทั่วไป Sony WF-SP700N ก็ถือว่าตอบโจทย์นี้ได้ดีครับ ด้วยคุณภาพเสียงที่เกินตัว ใส่สบาย เกาะหูดี มั่นใจว่าจะไม่หลุดไปไหน กันน้ำกันเหงื่อได้ระดับหนึ่ง สามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกและปล่อยเสียงภายนอกเข้ามาได้ด้วย

ส่วนข้อจำกัดเรื่องความจุแบตเตอรี่ที่ต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง อันนี้เท่าที่ใช้มายังไม่เคยหมดคาหู ก็ถือว่าโอเค แต่ที่แอบใช้ลำบากหน่อยคือเราไม่สามารถปรับระดับเสียงจากตัวหูฟังได้ และใช้คุยโทรศัพท์ไม่ดีเท่าไหร่จนต้องถอดหูฟังมาใช้โทรศัพท์แนบหูบ่อยๆ

ความสามารถทั้งหมดเมื่อเทียบกับราคา 7,490 บาท ก็ถือว่าโอเคนะครับ โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพเสียงที่ต้องยอมรับว่าหูฟังตัวนี้ฟังเพลงสนุกจริงๆ

เอาไปเลยแบไต๋การันตี “น่าซื้อ”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Gadget Review

Netgear Orbi AC3000 บ้านใครใช้เน็ตได้ไม่เท่าโปรฯ ตัวนี้เอาอยู่!

Published

on

Sony WF-SP700N

฿7,490
8.3

คุณภาพเสียง

9.0/10

คุณภาพงานผลิต

8.0/10

ความคล่องตัวในการใช้

10.0/10

ความสามารถในการคุยโทรศัพท์

6.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • เสียงดีเกินตัว เบสแน่น กระชับ ไม่ทำลายเสียงกลาง-สูง ให้ Sound Stage กว้างพอสมควร
  • ใส่สบายกว่าหูฟังออกกำลังกายอื่นๆ แต่ยังเกาะหูดีเยี่ยม ใส่วิ่งก็ไม่หลุด
  • ตัดเสียงรบกวนภายนอกเพื่อฟังเพลงได้ไพเราะขึ้น หรือจะเปิดให้เสียงภายนอกเข้าก็ได้ในระดับที่ดีงาม ไม่กวนการฟังเพลง แถมฟังคนอื่นพูดรู้เรื่อง
  • กันน้ำได้ระดับ IPX4 ป้องกันเหงื่อและน้ำกระเซ็นได้
  • มี NFC ที่กล่องทำให้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ที่รองรับ NFC ได้ง่ายมาก

จุดสังเกต

  • ตัวกล่องใหญ่เทอะทะไปหน่อย ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วตุงมาก
  • ไม่เหมาะสำหรับการใส่คุยโทรศัพท์ เพราะตัดเสียงรอบข้างไม่เก่ง
  • ใช้งานต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง ชาร์จผ่านกล่องได้อีก 2 ครั้ง รวมเป็น 9 ชั่วโมง
  • ควบคุมความดังจากตัวหูฟังไม่ได้ ต้องเพิ่มลดเสียงจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วย
  • ไม่รองรับ LDAC Codec ของโซนี่

เราเตอร์หน้าตาสวยงามที่มาพร้อมกับความสามารถสุดล้ำ ซึ่งสำหรับใครที่อยากใช้อินเตอร์เน็ตภายในบ้านได้ตรงตามความแรงของ Package ที่ได้สมัครเอาไว้โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตบ้านมีความแรงสูงมาก ๆ ก็เรียกได้ว่า Netgear Orbi AC3000 ตัวนี้สามารถตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน

การเชื่อมต่ออุปกรณ์

  • 4 พอร์ต 10/100/1000Mbps Gigabit Ethernet
  • 1 WAN + 3 LAN for Router
  • 4 LAN for Satellite
  • พอร์ต  USB 2.0 port

ฟีเจอร์สำคัญ

Orbi home Wi-Fi System ประกอบด้วย Orbi WiFi Router ตัวหลักและ Satellite Orbi ตัวลูกที่สามารถติดตั้งได้เพิ่มสูงสุด 3 ตัว (รวมเป็น 4 ตัว) โดยมีย่านความถี่พิเศษในการส่งสัญญาณระหว่าง Router และ Satellite จึงทำให้การรับ – ส่งข้อมูลมีความรวดเร็วและไม่ถูกรบกวนจากสัญญาณภายนอก มาพร้อมความสามารถต่าง ๆ ที่เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในยุคปัจจุบันสุด ๆ

อัตราการรับส่งสูงระดับ AC3000 (1733 + 866 + 400Mbps)

ด้วยความแรงของการส่งสัญญาณระดับ 3000 Mbps จึงมั่นใจได้ว่าการรับ – ส่งข้อมูล จะแรงมากกว่าหรือเท่ากับความเร็วที่เราเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตมาอย่างแน่นอน

ครอบคลุมสัญญาณทั้งบ้าน

Netgear Orbi ออกแบบมาเพื่อให้บ้านที่มีพื้นที่กว้าง ๆ สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีสะดุด สามารถครอบคลุมสัญญาณได้ถึง 4,000 ตารางฟุต สำหรับการเชื่อมต่อ 2 ตัว หรือสูงกว่านี้เมื่อเชื่อมต่อ 4 ตัวแบบครบชุด (1 router + 3 satellite)

เทคโนโลยี WiFi Mesh

มีเทคโนโลยี WiFi Mesh ระหว่าง Orbi WiFi Router และ Satellite ทำให้การเชื่อมต่อไร้รอยต่อ ไม่มีสะดุด โดยจะเลือกการเชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติ ลดอาการเน็ตหน่วงเวลาหลุดระยะการเชื่อมต่อระหว่าง router กับ Satellite โดยไม่ต้องทำด้วยตนเองเหมือนการเชื่อมต่อ wifi extender ทั่วไป

เทคโนโลยี Band Steering

เทคโนโลยี Band Steering จะช่วยในการเลือกย่านสัญญาณความถี่ให้กับมือถือ / อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของคุณแบบอัตโนมัติ ทำให้เราใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เทคโนโลยี MU-MIMO

เทคโนโลยี MU-MIMO เป็นอีก 1 เทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับบ้านที่มีการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ที่เยอะ จะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของทุกอุปกรณ์ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ติดตั้งง่าย

สำหรับใครที่ไม่เคยติดตั้งเน็ตเวิร์คมาก่อน Netgear Orbi ตัวนี้เป็น 1 ในตัวที่ติดตั้งง่ายมาก ๆ เพียงแค่โหลดแอปฯ Netgear Orbi ทั้งบน iOS และ Android มาลงที่มือถือ พร้อมกับทำตามขั้นตอนที่บอก เพียงเท่านี้ก็ใช้งานได้อย่างง่ายดาย หรือถ้าติดตั้งไม่เป็นทาง King IT ก็มีบริการช่วยในการติดตั้ง + หาจุดวางที่มีประสิทธิภาพที่สุดภายในบ้านให้คุณได้อีกด้วย

ราคา/เงื่อนไขการรับประกัน

  • ราคา 23,900 บาทสำหรับรุ่น 2 ตัว Router + Satellite
  • รับประกัน 9 ปี โดยบริษัท คิงส์ อินเทลลิเจ้นท์ เทคโนโลยี จำกัด
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Gadget Review

มารู้จัก netgear nighthawk ac2600 pro gaming เราเตอร์สำหรับคอเกมเมอร์โดยเฉพาะ

Published

on

Sony WF-SP700N

฿7,490
8.3

คุณภาพเสียง

9.0/10

คุณภาพงานผลิต

8.0/10

ความคล่องตัวในการใช้

10.0/10

ความสามารถในการคุยโทรศัพท์

6.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • เสียงดีเกินตัว เบสแน่น กระชับ ไม่ทำลายเสียงกลาง-สูง ให้ Sound Stage กว้างพอสมควร
  • ใส่สบายกว่าหูฟังออกกำลังกายอื่นๆ แต่ยังเกาะหูดีเยี่ยม ใส่วิ่งก็ไม่หลุด
  • ตัดเสียงรบกวนภายนอกเพื่อฟังเพลงได้ไพเราะขึ้น หรือจะเปิดให้เสียงภายนอกเข้าก็ได้ในระดับที่ดีงาม ไม่กวนการฟังเพลง แถมฟังคนอื่นพูดรู้เรื่อง
  • กันน้ำได้ระดับ IPX4 ป้องกันเหงื่อและน้ำกระเซ็นได้
  • มี NFC ที่กล่องทำให้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ที่รองรับ NFC ได้ง่ายมาก

จุดสังเกต

  • ตัวกล่องใหญ่เทอะทะไปหน่อย ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วตุงมาก
  • ไม่เหมาะสำหรับการใส่คุยโทรศัพท์ เพราะตัดเสียงรอบข้างไม่เก่ง
  • ใช้งานต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง ชาร์จผ่านกล่องได้อีก 2 ครั้ง รวมเป็น 9 ชั่วโมง
  • ควบคุมความดังจากตัวหูฟังไม่ได้ ต้องเพิ่มลดเสียงจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วย
  • ไม่รองรับ LDAC Codec ของโซนี่

แบไต๋ชวนคุณรู้จักเราเตอร์สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความเสถียรของอินเตอร์เน็ตบ้านสูง มาพร้อมเสาแบบจัดเต็ม 4 เสาที่มีความสามารถในการรับส่งสัญญาณได้สูงสุด 2600 Mbps (รวม 2 ย่านความถี่) มาชมสเปคกันว่ามีอะไรบ้าง

Specification

  • ขนาดตัวเครื่อง 321.9 x 243.7 x 55.0 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 801 กรัม
  • Gigabit Ethernet 10/100/1000 Mbps 5  ports  (1 WAN & 4 LAN)
  • USB 3.0 2 ports รองรับการทำ Share File และ Share Printer
  • เสาอากาศ 4 เสา ประสิทธิภาพสูงแบบภายนอก
  • 802.11 a/b/g/n/ac 2.4GHz & 5.0GHz + 256 QAM support
  • Dual Band WiFi – Tx/Rx 4×4 (2.4GHz) + 4×4 (5GHz)
  • 4×4 11ac 80MHz + 2×2-160/80+80MHz
  • Multi-User MIMO (MU-MIMO)
  • Wireless AC2600 (800Mbps @2.4GHz—256QAM support + 1733Mbps @5GHz 11ac)
  • CPU Dual core 1.7GHz
  • RAM 256MB flash and 512MB RAM
  • รองรับ IPv6
  • รองรับ Guest Network
  • LEDS On/Off LED light switch
  • VPN support – secure remote access
  • WiFi Protected Access (WPA/WPA2PSK)
  • Double firewall protection (SPI and NAT)
  • Denial-of-service (DoS) attack prevention

ฟีเจอร์ต่าง ๆ

Gaming Dashboard

ที่ได้รวบรวมเอาการตั้งค่าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกมมาไว้ในหน้าเดียว ทำให้ควบคุมได้อย่างง่ายดาย

Geo-Filter

สำหรับคนเล่นเกมออนไลน์ต่างประเทศย่อมมีค่าการเชื่อมต่อ (Ping) ที่สูง แต่ระบบนี้จะช่วยมองหาเส้นทางที่สั้นที่สุดในการเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้ถึงขีดสุด

QoS หรือ Quality of Service

ระบบจัดความสำคัญของงานที่ทำอยู่ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ Bandwidth ถูกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดอาการค้างเวลาเล่นเกมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

Network Monitor

ระบบการตรวจสอบว่า ปัจจุบันมีอุปกรณ์ตัวไหนใน Network ใช้เน็ตเท่าไหร่ พร้อมควบคุมได้ทันที

Game VPN Client

สำหรับคนชอบเล่นเกมออนไลน์ต่างประเทศที่ต้องหาทางอ้อมต่อ VPN เพื่อเข้าไปเล่น Netgear ตัวนี้ก็มีความสามารถในการมอบการเชื่อมต่อ VPN ให้กับเครื่องใน Network ได้ทันที

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีเด่น ๆ มากมายดังนี้

  1. ระบบ WiFi แบบ Quad Stream 160 MHz
  2. เทคโนโลยี MU-MIMO เชื่อมต่อสัญญาณพร้อมกันได้หลายอุปกรณ์ในรอบเดียว
  3. เทคโนโลยี Beam Forming ระบบกระจายสัญญาณตามทิศทางของการเชื่อมต่อ ทำให้เราเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi ได้เสถียรกว่าเดิม
  4. เทคโนโลยี ReadySHARE ที่สามารถเปลี่ยนเราเตอร์ของคุณให้กลายเป็น NAS สำหรับเก็บข้อมูลได้เพียงแค่เชื่อมต่อกับ Flashdrive หรือ External HDD เท่านั้น
  5. สามารถตั้งค่าต่าง ๆ ผ่านแอปฯ Nighthawk (formerly Up) ได้ด้วยโดยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android ได้เลย

เรียกได้ว่า netgear nighthawk ac2600 pro gaming router (xr500) ตัวนี้จัดหนักจัดเต็มสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความเสถียรของอินเตอร์เน็ตที่สูงมาก ๆ และมีผู้เชื่อมต่อเยอะ ตัวนี้เอาอยู่แน่นอน

ราคา

ปิดท้ายด้วยราคา 15,000 บาท สามารถหาซื้อได้ตามร้านไอทีหรือร้านค้าออนไลน์ชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมการรับประกันถึง 9 ปีเต็มโดย King IT

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Gadget Review

แกะกล่อง DJI Osmo Pocket [มีคลิป]

Published

on

Sony WF-SP700N

฿7,490
8.3

คุณภาพเสียง

9.0/10

คุณภาพงานผลิต

8.0/10

ความคล่องตัวในการใช้

10.0/10

ความสามารถในการคุยโทรศัพท์

6.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • เสียงดีเกินตัว เบสแน่น กระชับ ไม่ทำลายเสียงกลาง-สูง ให้ Sound Stage กว้างพอสมควร
  • ใส่สบายกว่าหูฟังออกกำลังกายอื่นๆ แต่ยังเกาะหูดีเยี่ยม ใส่วิ่งก็ไม่หลุด
  • ตัดเสียงรบกวนภายนอกเพื่อฟังเพลงได้ไพเราะขึ้น หรือจะเปิดให้เสียงภายนอกเข้าก็ได้ในระดับที่ดีงาม ไม่กวนการฟังเพลง แถมฟังคนอื่นพูดรู้เรื่อง
  • กันน้ำได้ระดับ IPX4 ป้องกันเหงื่อและน้ำกระเซ็นได้
  • มี NFC ที่กล่องทำให้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ที่รองรับ NFC ได้ง่ายมาก

จุดสังเกต

  • ตัวกล่องใหญ่เทอะทะไปหน่อย ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วตุงมาก
  • ไม่เหมาะสำหรับการใส่คุยโทรศัพท์ เพราะตัดเสียงรอบข้างไม่เก่ง
  • ใช้งานต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง ชาร์จผ่านกล่องได้อีก 2 ครั้ง รวมเป็น 9 ชั่วโมง
  • ควบคุมความดังจากตัวหูฟังไม่ได้ ต้องเพิ่มลดเสียงจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วย
  • ไม่รองรับ LDAC Codec ของโซนี่

แค่เห็นกล่องก็ว้าวในความเล็กกะทัดรัด หีบห่อสีขาวขุ่นดูดีมีราคา มีคุณสมบัติกันสั่นขั้นเทพของ DJI เป็นประกัน เพราะเจ้าตลาดในเรื่องโดรนก็ไม่พ้นเค้าหละ ทำโดรนได้ดีติดตลาด อุปกรณ์กันสั่นสำหรับโปรดักชั่นก็ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย แน่นอนว่าทำโดรนได้ดี แล้วมีหรือที่จะทำรุ่นเล็กได้ไม่ดี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มี DJI Osmo ออกมาทำตลาด งวดนี้มารุ่นจิ๋ว พกพาง่าย แถมเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มือถือผ่านช่องต่อ USB TYPE C & LIGHTNING ที่มีแถมให้มาในชุดเลย ไว้ลองใช้งานจริงแล้วจะบอกได้อีกทีว่าโอเคแค่ไหน

อุปกรณ์ในกล่อง

กล้อง DJI Osmo Pocket มีสาย USB TYPE C กล่องใส่กล้อง สายคล้องข้อมือ หัวเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ USB TYPE C & LIGHTNING คู่มือ

ใช้งานร่วมกันได้ดีกับ iPhone 6 ขึ้นไป ดาวน์โหลด App ง่ายๆ โดยการสแกน QR Code บริเวณข้างกล่อง ชื่อโปรแกรมว่า DJI MIMO APP

รายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซด์อย่างเป็นทางการ https://www.dji.com/osmo-pocket

  • น้ำหนัก 116 กรัม
  • ขนาด 38.4 x 28.6 x 36.9mm
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 140 นาที
  • วีดีโอ 4K 60fps
  • เซ็นเซอร์ 1/2.3”
  • ราคาวางจำหน่ายในไทยโดยประมาณ 13,000 บาท $329

คลิปแกะกล่อง

ขอบคุณอุปกรณ์จากร้าน Lnwgadget Store

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!