Tags
| ของหวาน
15/06/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1167 days ago
เพราะชีวิตติดหวาน…กินน้ำตาลมากไป ระวังหน้าแก่ก่อนวัย!
เชื่อว่าหลายคนเสพติดความหวานไม่ว่าจะจากเครื่องดื่ม ขนม หรือแม้แต่อาหารที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งท้ายที่สุดก็จะถูกย่อยกลายเป็นน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย ที่ผ่านมาเราพอทราบกันดีว่าการกินอาหารที่มีน้ำตาลจะส่งผลเสียมากมายต่อสุขภาพกาย ทั้ง โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นต้น แต่บทความนี้จะพาทุกคนมาทราบอีกหนึ่งข้อเสียจากการบริโภคน้ำตาลเป็นประจำ ที่ไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายเท่านั้น แต่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวของคุณด้วย! กินน้ำตาลเยอะทำให้หน้าแก่ ? ปกติแล้วอาหารจำนวนมากที่เรารับประทานจะมีน้ำตาลอยู่ในนั้น แม้แต่ผักและผลไม้ก็ตาม ขณะเดียวกันน่าเสียดายที่น้ำตาลเป็นอาหารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เมื่อคุณมีน้ำตาลในกระแสเลือดมากเกินกว่าที่อินซูลินจะรับได้ อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีตามธรรมชาติที่เรียกว่า ปฏิกิริยาไกลเคชัน (Glycation) ที่เป็นสาเหตุของความชราก่อนวัยอันควร หรือ Premature Aging โดยโมเลกุลของน้ำตาลจะเกาะติดกับคอลลาเจนและโปรตีนจนก่อเกิดเป็นสาร AGEs (Advanced Glycation End-Products) หรือสารเร่งแก่ ทำให้คอลลาเจนแข็ง ผิวของคุณอาจแห้งกร้าน ผิวหนังยืดหยุ่นน้อยลง และยังยับยั้งกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ด้วย แม้ว่าปกติแล้วผิวหนังของคนเราจะเริ่มแห้งกร้านและหย่อนคล้อยตามอายุที่เพิ่มขึ้น แต่การกินน้ำตาลในปริมาณมากจนก่อเกิดเป็นปฏิกิริยาไกลเคชัน ก็สามารถกระตุ้นให้ผิวหนังมีความแห้งเหี่ยวได้เร็วมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัยจากน้ำตาล อาจไม่ได้ไม่รุนแรงมากนักเมื่อเทียบกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม และพันธุกรรมอื่น ๆ วิธีดูแลตัวเองเพื่อให้ผิวดูอ่อนเยาว์ 1.ลดของหวานในอาหาร การกำจัดน้ำตาลให้หมดไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่เมล็ดธัญพืช ผลไม้ และผักก็เปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งที่กระตุ้นกระบวนการไกลเคชัน แต่คุณสามารถจำกัดน้ำตาลในอาหารที่รับประทานเข้าไปได้ด้วยการระวังน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ในอาหาร เช่น อาหารสำเร็จรูปหลายชนิดมีน้ำตาลจำนวนมาก หรือแม้แต่น้ำผลไม้เข้มข้นก็มีน้ำตาลสูงเช่นกัน…17/02/2023
ทำไมคนถึงชอบกินของหวาน จากสัญชาติญาณการเอาตัวรอดสู่ความกระหายในรสชาติที่ไม่สิ้นสุด
รสชาติความหวานเป็นสิ่งที่หลายคนหลงใหล แต่ยิ่งหวาน น้ำตาลยิ่งสูง พลังงานก็สูงตามไปด้วย ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าเมื่อกินน้ำตาลในปริมาณมากและติดต่อกันสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคได้หลายโรค แต่เชื่อว่าเวลาเมื่อคนจำนวนไม่น้อยได้กินของหวานมักจะหยุดได้ยากเสมอ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าการกินมากเกินไปส่งผลต่อสุขภาพ หากถามหาเหตุผลว่าทำไมถึงชอบกินของหวานก็คงเพราะความชอบในรสชาติ แต่เบื้องหลังความหลงใหลในรสชาติแล้วยังมีปัจจัยด้านพันธุกรรมและการทำงานของสมองมาเกี่ยวข้องด้วย พลังงาน การเอาตัวรอด และสาเหตุที่คนชอบกินของหวาน น้ำตาลเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง โดยน้ำตาล 1 กรัม = 4 กิโลแคลอรี ถ้าเห็นแบบนี้เแล้วอาจจะรู้สึกว่าไม่เยอะเท่าไหร่ แต่โดยค่าเฉลี่ยปริมาณการบริโภคน้ำของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 100 กรัม/วัน ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน หากได้รับเกินจากนี้ ร่วมกับการที่คุณได้รับพลังงานจากอาหารอื่น ๆ ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลที่คุณได้รับไปเป็นไขมันสะสมในร่างกาย ซึ่งด้วยความที่น้ำตาลให้พลังงานสูงนี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้คนในทุกยุคทุกสมัยแสวงหาความหวานกันอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งขนม เครื่องดื่ม และอาหาร โดยในทางทฤษฎีด้านวิวัฒนาการของมนุษย์เชื่อกันว่าสาเหตุที่มนุษย์หลงใหลในความหวานนั้นมาจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่อยู่ลึกลงไปในระดับพันธุกรรม แม้ว่าทุกวันนี้เราสามารถหาอาหารและเครื่องดื่มได้ง่าย ๆ แต่บรรพบุรุษของเราที่ใช้ชีวิตอยู่เมื่อหลายพันปี หลายหมื่นปี หรือแม้แต่หลายแสนปีก่อนไม่ได้มีมินิมาร์ตหรือฟู้ดเดลิเวอรี ผู้คนในอดีตใช้ชีวิตด้วยการหาของป่าและล่าสัตว์เพื่อหาอาหารมาเติมพลังงานและเอาชีวิตรอด ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก การพบต้นไม้ที่มีผลไม้สุกงอมรสชาติหวานหอมหรือน้ำผึ้งในยุคนั้นไม่ต่างจากการเจอขุมทรัพย์ที่มีค่ามหาศาล เพียงแค่มันอยู่ในรูปแบบของพลังงานจากความหวาน บรรพบุรุษของเราจึงสวาปามผลไม้เหล่านั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งความอร่อยอาจเป็นส่วนหนึ่ง แต่ปัจจัยหลักคือพลังงานที่หาได้ยากยิ่งและสามารถเก็บไว้ในรูปแบบของไขมันสะสมเพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตเมื่อขาดอาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านวิวัฒนาการเชื่อว่าเราสืบทอดสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจากการอดอาหารจนตายมาจากบรรพบุรุษผ่านวิวัฒนาการหลายหมื่นปี จึงไม่แปลกที่เวลาเราเจอของอร่อย ไม่ว่าจะเป็นของหวาน ของทอด ของมัน โดยเฉพาะบุฟเฟต์…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1285 days ago
Read More
08/02/2023
“กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่” เหตุใดต้องตบท้ายของหวานหลังอาหาร
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินสำนวนสุภาษิต ‘กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่’ หมายถึงการดูถูกผู้ที่มีฐานะทางสังคมต่ำกว่า เพราะบ่าวไพร่ในอดีตไม่มีโอกาสได้กินของหวานต่างจากคนที่มีฐานะสูงกว่านั่นเอง และทุกวันนี้ประโยคดังกล่าวก็กลายมาเป็นพฤติกรรม หรือธรรมเนียมการรับประทานอาหารของผู้คนที่พอกินอาหารมื้อหลักหรืออาหารคาวเสร็จมักจะอยากกินของหวานตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพราะอะไรกันแน่ ? Hack for Health จะพาทุกคนมาเจาะลึกเรื่องนี้กัน ทำไมคนถึงชอบกินของหวาน ต้องบอกว่าคนส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบความรู้สึกหลังจากการได้กินของหวานไม่ว่าจะกินในเวลาไหนก็ตาม นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อได้รับน้ำตาลเข้าไปร่างกายจะหลังสารเอนดอร์ฟินและสารเซโรโทนินช่วยคลายเครียดและทำให้รู้สึกอารมณ์ดี มีความสุข นั่นจึงเป็นที่มาว่าเพราะอะไรคนเราถึงอารมณ์ดีทุกครั้งที่ได้กินของหวาน ทำไมอยากกินของหวานหลังมื้ออาหาร สำหรับคนที่ติดการกินของหวานหลังอาหาร อาจไม่ได้อยู่ที่ความชื่นชอบหรือร่างกายเรียกร้องน้ำตาลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยปัจจัยที่ทำให้คนคุ้นชินกับการกินของหวานหลังอาหารมีดังนี้ 1.ติดเป็นนิสัย เรียกได้ว่าคนไทยมักจะคุ้นเคยกับการกินอาหารคาวเสร็จแล้วต้องกินของหวานมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงโต๊ะจีน หรืองานเลี้ยงทำบุญต่าง ๆ จะต้องมีของหวานตบท้ายให้ได้ล้างปากเสมอ หรือแม้แต่หลายคนอาจคุ้นเคยความรู้สึกในวัยเด็กที่ของหวานเป็นเหมือนของขวัญหรือรางวัลที่ได้รับจากพ่อแม่ ทำให้ติดนิสัยต้องกินของหวานเพื่อให้ตนเองรู้สึกดี หากไม่ได้กินของหวานหลังมื้ออาหารก็จะรู้สึกแปลก ๆ ซึ่งความเคยชินเหล่านี้ทำให้หลายคนชอบซื้อขนมติดบ้าน หรือติดโต๊ะทำงานเอาไว้เพื่อให้ง่ายต่อเวลาที่ต้องการกินด้วย 2.กินอาหารหลักไม่เพียงพอ หากในมื้ออาหารนั้น ๆ คุณกินอาหารไม่เพียงพอต่อที่ร่างกายควรได้รับ ฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin Hormone) หรือฮอร์โมนความหิวก็จะส่งสัญญาณให้ร่างกายคุณรับรู้ และต้องการจะกินอาหารเพิ่มเติมเข้าไปอีก และของหวานก็เป็นอาหารที่กระตุ้นความอยากอาหารได้ดี วิธีแก้คือควรรับประทานอาหารให้มากขึ้น และเน้นเป็นอาหารกากใย เช่น ผลไม้ พืชตระกูลถั่ว และอาหารที่มีโปรตีนเพียงพอต่อร่างกายเพื่อเพิ่มความอิ่ม ขณะเดียวกันก็มีข้อควรระวังสำหรับกรณีนี้เช่นกัน เพราะบางคนอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องฮอร์โมนเกรลินที่เพิ่มขึ้นแต่ระดับฮอร์โมนเล็ปติน (Lebtin Hormone) หรือฮอร์โมนความอิ่มลดลง สาเหตุมาจากความเครียด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1294 days ago
Read More20/01/2023
หวานตัดขา มาจากไหน? แค่กินหวานต้องตัดขาเลยเหรอ?
‘หวานตัดขา’ เป็นคำพูดที่เรามักใช้แซวเวลาที่เพื่อนหรือคนใกล้ตัวกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานจัด ซึ่งอธิบายถึงความหวานที่เกินมาตรฐานของอาหารทั่วไป แต่เคยสงสัยกันไหมทำไมกินของหวานแล้วต้องตัดขา แล้วที่มาของคำพูดนี้คืออะไร หากพูดถึงปัญหาสุขภาพที่มาพร้อมกับความหวาน โรคเบาหวานก็คงเป็นโรคแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิด ซึ่งที่มาของคำพูดหวานตัดขาก็มาจากโรคเบาหวานนี่แหละ โดยโรคเบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังจนเกิดอาการต่าง ๆ ตามมา ซึ่งหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้ คือ 'การตัดขา' รู้จักโรคเบาหวานกันก่อน เดิมทีเวลาเรากินอาหารเข้า ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต อย่างแป้งและน้ำตาล ตับอ่อนของเราก็จะผลิตฮอร์โมนที่ชื่อ อินซูลิน (Insulin) เพื่อมาพาน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ เพื่อเป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดกลับมาสู่ระดับปกติ แต่ในคนที่เป็นโรคเบาหวานร่างกายจะไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เลย (เบาหวานชนิดที่ 1) หรือเซลล์ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดีจนน้ำตาลในเลือดไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้และตับอ่อนผลิตอินซูลินได้น้อยลง (เบาหวานชนิดที่ 2) ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติและทำให้เซลล์ภายในร่างกายอักเสบและผิดปกติ ทั้งหลอดเลือด เซลล์ผิวหนัง เซลล์ประสาท และเซลล์อื่น ๆ พอนานวันเข้าการอักเสบเรื้อรังทำให้เกิดการบาดเจ็บที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้เซลล์ประสาทรับความรู้สึกได้น้อยลง เลือดไหลเวียนได้น้อยลง เซลล์ก็เริ่มอ่อนแอ เพราะขาดออกซิเจนและสารอาหารที่ลำเลียงผ่านเลือด เป็นเบาหวาน แล้วทำไมต้องตัดขา? ด้วยภาวะที่ได้บอกไป หากคนที่เป็นเบาหวานเผลอไปเดินเหยียบของมีคม เศษหิน เดินเตะขาโต๊ะ ขอบตู้จนเกิดแผลที่เท้าก็อาจจะไม่รู้สึกเจ็บ เพราะเซลล์ประสาทที่เท้าเสียหาย พอไม่รู้ว่าเท้าเป็นแผลก็ไม่ได้ดูแลแผลอย่างเหมาะสม บวกกับการที่เลือดไหลเวียนได้น้อยลง แผลเบาหวานก็จะหายช้ากว่าคนทั่วไปหลายเท่า ทั้งหมดนี้ก็อาจทำให้แผลเกิดการติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1314 days ago
Read More23/02/2022
ช่างหาทำ! เมื่อ McDonald’s ในจีน เปิดตัวไอศกรีมรส ‘ผักชี’
ผักชีนั้นเป็นผักที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน ว่ามีอานุภาพที่ทำให้ผู้คนในโซเชียลออกมาฟาดฟันกันได้ตลอดโดยคนที่รักก็รักไปเลย และบางคนก็เกลียดไปเลยก็มี ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า การของไอศกรีมรสผักชีจะทำให้โซเชียลจีนต้องเดือดระอุขนาดไหนพีรพล สดทรัพย์ | 1644 days ago
Read More18/02/2020
ทำไมเราอิ่มแล้วแต่ก็ยังกินของหวานได้อีก นักวิทยาศาสตร์มีเหตุผลมาอธิบาย
เคยสังเกตตัวเองมั้ย เวลาไปบุฟเฟต์กะเพื่อน จัดหนักจัดเต็มไปจนคิดว่า "อิ่มแล้วนะ" แต่พอเห็นเพื่อนตักของหวานน่าอร่อยมาก ก็อดใจไม่ได้แระ ถ้าไม่แย่งเเพื่อนกิน ก็ต้องลุกไปตักอีกจนได้ แต่ลองนึกภาพ เอ๊! กระเพาะเรามันก็น่าจะเต็ม ยืดสุดแล้วนี่นะ แล้วทำไมเราถึงใส่ของหวานไปได้เพิ่มอีกล่ะเนี่ย ถ้าเรามีข้อสงสัย นักวิทยาศาสตร์ก็สงสัยเช่นกัน แล้วก็มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ใจดี ที่ไม่รู้ว่าใครจ้างให้มาศึกษาเรื่องเหล่านี้ พวกท่านเหล่านี้ก็มีคำตอบมาให้เราด้วยครับ นักวิทยาศาสตร์อธิบายให้ฟังก่อนเลยว่า การที่เราสามารถกินของหวานได้อีก ถึงแม้จะอิ่มแปล้แล้วก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อปรากฏการณ์นี้ว่า "กระเพาะสำหรับของหวาน" (dessert stomach) แล้วผู้ที่มาอธิบายเรื่องราวนี้ก็คือ ศาสตราจารย์ รัสเซล คีสต์ ซึ่งเคยศึกษาปรากฏการณ์นี้อย่างจริงจัง และเผยแพร่ออกมาเป็นบทความอีกด้วย ท่านศาสตราจารย์อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า ความรู้สึกอิ่ม มันขึ้นอยู่กับการรับรู้ของสมองเรา ถ้าเรากินอาหารเดิม ๆ ไปจนแน่นกระเพาะแล้ว เซนเซอร์ในสมองเราจะเริ่มทำงาน แล้วบอกเราว่า "กินอย่างอื่นบ้างสิ" ความรู้สึกแบบนี้มักจะมาตอนที่เรากินอาหารที่มีรสชาติเค็ม ร่างกายเราจะอยากได้ของหวานเข้าร่างกาย เซนเซอร์ในสมองก็จะบอกเราว่าอยากกินของหวาน เห็นไหมครับว่า "ความเบื่อ" มันเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์เลย เวลาเราทำอะไรซ้ำซาก จำเจ เราจะรู้สึกเบื่อ ความอยากอาหารก็เช่นกัน ถ้าเรากินแต่ไก่ซ้ำ ๆ ไปหลายชิ้น…สุชยา เกษจำรัส | 2380 days ago
Read More27/11/2018
เจาะส่วนผสม ไอศครีมคุกกี้จุ่มนม ที่ผสมพร้อมกินในแท่งเดียว . . . เตรียมฟินได้เลย !!!
บิด ชิมครีม จุ่มนม สโลแกนคุกกี้โอริโอ ที่ใครหลายๆ คนเคยได้ยินติดปาก เห็นจากโฆษณาก็มากอยู่แล้วก็สงสัยว่า . . . . มันจะจุ่มนมทำไมฟระ -*- เพราะปกติคุกกี้บ้านเราก็กินเปล่าๆ อยู่แล้ว อีกอย่างเด็กไทย ไม่ได้ติดกินนมเหมือนเด็กต่างประเทศ ถ้าจะให้เปลี่ยน คงต้องเป็น บิด ชิมครีม จุ่มกะปิแทน 555 :P แต่เอาเข้าจริง เคยลองเอาโอริโอตรงขนมปังกรอบส่วนที่เป็นช็อกโกแลต ไปจุ่มนมแล้วกินมันอร่อยแฮะ ถึงขั้นเป็นของหวานที่เอาไป Mix เมนูกันทั่วบ้านทั่วเมือง ใส่เค้ก รองพาย อบคุกกี้ไส้โอริโอก็มี (-*- คุกกี้ไส้คุกกี้ Cannibal ชัดๆ) แต่ที่เห็นเมนูฮิตดังและนานสุดคงหนีไม่พ้น ไอติมนมผสมคุกกี้คว่ำโชว์ ผ่านหน้าร้านทีไรก็ยังมีคนสั่งโอริโอบลิซซาร์ดทุกที เลยคิดเล่นๆ . . . ทำไมไม่ทำขายเองเลยวะ แล้ววันนั้นก็มาถึง สิ่งที่คิดไว้มันอวตารมาในร่างไอศครีมแท่งเคลือบช็อกโกแลตโอริโอ แต่ก่อนกินขอตรวจความพร้อมหน่อยซิ มีอะไรนอกจากคุกกี้โอริโอบ้าง ผลิตภัณฑ์เคลือบผสมโอริโอ 33 % ชิ้นคุกกี้โอริโอ 10% น้ำมันมะพร้าว…Anake Chatsatthar (Camel ?) | 2828 days ago
Read MorePR Partners
See All25/08/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 16 hours ago
ทรูเปิด Flagship Store แห่งใหม่ “True Branding Shop Happitat” เติมมิติ Tech Experience
เปิดตัวช็อปรูปแบบใหม่บนพื้นที่กว่า 300 ตารางเมตร ณ Happitat ภายใต้แนวคิด 'Active & Health Tech – Urban Motion' ซึ่งเน้นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี สุขภาพ และการเคลื่อนไหวของไลฟ์สไตล์คนเมือง พื้นที่แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นจุดหมายแห่งการเรียนรู้และเปิดประสบการณ์ โดยแบ่งจุดเด่นออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ด้านนางสาวสุจิตรา อมิตรพ่าย หัวหน้าสายงานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ ทรู รีเทลช็อป ได้ระบุถึงเป้าหมายของพื้นที่นี้ว่า "เพราะลูกค้าคือหัวใจสำคัญของทรู เราจึงพัฒนาทุกประสบการณ์จากความเข้าใจในวิถีชีวิตและความต้องการที่เปลี่ยนไป สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูในการเปลี่ยนร้านค้าปลีกให้เป็น25/08/2026
CIRCULAR ECONOMY FORUM 2026 กลยุทธ์หลักเร่งธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
เมื่อกฎเกณฑ์การค้าโลกอย่าง CBAM และ PPWR เริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจไทย ผนวกกับแรงกดดันจากนักลงทุนที่มุ่งเน้นตัวชี้วัด ESG มากขึ้น คำถามสำคัญของผู้บริหารในวันนี้จึงไม่ใช่แค่ 'จะทำเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือไม่' แต่คือ 'จะเริ่มลงมือเมื่อไหร่' ก่อนที่จะถูกกฎระเบียบและคู่แข่งบีบจนไม่มีทางเลือก ด้วยเหตุนี้ The Story Thailand จึงร่วมกับหอการค้าไทย และ Circular Economy Academy by UTCC จัดงาน 'Circular Economy Forum 2026: Sustainability in Action' เพื่อเปลี่ยนแนวคิดด้านความยั่งยืนให้เป็นกลยุทธ์สร้างรายได้และความได้เปรียบทางการแข่งขันที่จับต้องได้จริง สาเหตุที่เวทีนี้เจาะจงกลุ่มผู้บริหารระดับสูงและผู้กำหนดนโยบายองค์กร เป็นเพราะการตัดสินใจเรื่อง Circular Economy ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลดขยะอีกต่อไป แต่เข้าไปเกี่ยวพันโดยตรงกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ การบริหารต้นทุนทรัพยากร ทิศทางการลงทุนด้านนวัตกรรม และกลยุทธ์รายได้ระยะยาว ซึ่งล้วนเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร ภายในงานจะได้พบกับการแบ่งปันวิสัยทัศน์ระดับนโยบาย การแนะนำเครื่องมือชี้วัดมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับธุรกิจ รวมถึงการถอดบทเรียนจากการลงมือทำจริงขององค์กรชั้นนำ ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ไทยยูเนี่ยน, เอสซีจี แพคเกจจิ้ง, DEZPAX, ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป, SC…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 18 hours ago
Read More21/08/2026
สยามพารากอนเปิด “CONNEX SPACE” พื้นที่ใหม่ใจกลางเมือง
สยามพารากอนเติมเต็มประสบการณ์เหนือความคาดหมายอีกขั้น เปิดตัว “CONNEX SPACE” พื้นที่จัดประชุมและกิจกรรมรูปแบบใหม่บนชั้น 5 สยามพารากอน ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งองค์กร แบรนด์ ครีเอเตอร์ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ครบทั้ง Location, Functionality และ Experience ในที่เดียว ภายใต้แนวคิด “Elevate Every Event at Connex Space” พื้นที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศทันสมัย เป็นส่วนตัว และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะสำหรับทั้ง Business Meeting, Workshop, Training, Seminar, Presentation, Private Event, Content Creator Gathering ตลอดจนกิจกรรมพิเศษของแบรนด์และองค์กร CONNEX SPACE มีพื้นที่รวม 310 ตารางเมตร ประกอบด้วย Meeting Room 2 ห้อง ซึ่งสามารถเปิดเชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ รองรับผู้เข้าร่วมได้สูงสุด 90 คน พร้อม…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 4 days ago
Read More18/08/2026
เมื่อ AI เข้าสู่ห้องเรียนไทย โจทย์ใหญ่ไม่ใช่การห้ามใช้ แต่คือทำอย่างไรให้เด็กยังคิดเป็น
เมื่อ Generative AI เปลี่ยนโลกการเรียนรู้ ถึงเวลาปรับ “วิธีสอน–วิธีวัดผล” ให้เด็กใช้ AI เป็น โดยไม่ทิ้งทักษะการคิด บทความโดย จิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว เลขาธิการและที่ปรึกษา สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย Generative AI กำลังเปลี่ยนวิธีเรียนรู้ของนักเรียนทั่วโลก ตั้งแต่การค้นคว้าข้อมูล การทำการบ้าน ไปจนถึงการเขียนรายงานและแก้โจทย์ที่ซับซ้อน ขณะที่ระบบการศึกษา ครู และผู้กำหนดนโยบายยังอยู่ระหว่างการปรับตัว สำหรับประเทศไทย คำถามจึงอาจไม่ใช่อีกต่อไปว่า “เด็กไทยใช้ AI หรือไม่” แต่คือจะทำอย่างไรให้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเรียนรู้ โดยไม่กลายเป็นทางลัดที่ทำให้เด็กสูญเสียกระบวนการคิด ลองคิดถึงนักเรียนที่ส่งงานได้สมบูรณ์แบบทุกครั้ง แต่เมื่อถึงวันสอบกลับไม่สามารถอธิบายวิธีคิดหรือที่มาของคำตอบได้ สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนความท้าทายใหม่ของการศึกษาในยุค AI เพราะผลงานที่ดีขึ้นไม่ได้หมายความว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นจริง แตกต่างจากเทคโนโลยีในอดีตที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้น Generative AI สามารถสรุปงานวิจัย เขียนบทความ สร้างรายงาน หรือแก้โจทย์ได้ภายในไม่กี่วินาที กิจกรรมที่เคยเป็นพื้นที่ฝึกฝนการคิดจึงอาจถูกแทนที่ด้วยคำสั่งเพียงไม่กี่บรรทัด AI สามารถช่วยการเรียนรู้ได้อย่างมาก หากใช้เพื่ออธิบายสิ่งที่ไม่เข้าใจ ตั้งคำถาม หรือทดลองแนวคิด แต่หากใช้เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการคิดที่จำเป็น ทักษะการวิเคราะห์และแก้ปัญหาอาจค่อย ๆ อ่อนแอลงโดยไม่รู้ตัว…ทีมคอนเทนต์ BT | 7 days ago
Read More


















