Tags
| ความสัมพันธ์
12/03/2025
ความรักระหว่างคนและ AI : ผ่านมุมมองทางจิตวิทยา จริยธรรม และเคสจริง
คนรักกับ AI เคยเป็นเพียงตลกร้ายที่บาดลึกในใจของคนที่เคยดูหนังเรื่อง 'Her' (2013) เรื่องราวของชายผู้อ้างว้าง ที่ได้พบเจอและตกหลุมรักระบบปฏิบัติการสาว “ซาแมนธา” และเธอก็กลายมาเป็นโลกทั้งใบของเขา ท่ามกลางโลกที่โอบรับความหลากหลายใบนี้ พอจะเป็นไปได้ไหมที่การหลงรักจักรกล หรือแม้แต่ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีร่างกายจะได้รับการยอมรับเป็นหนึ่งในเฉดของสีรุ้งบนธงไพรด์ หรือถูกบรรจุอยู่ในตัวอักษร LGBTQIA(I)R(OBOT)+ ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ปรากฏการณ์ของ “ความรักระหว่างคนกับ AI” กำลังเป็นที่จับตามองในวงการวิชาการและสังคมโลกสมัยใหม่ เรามักจะเริ่มได้ยินการพูดถึง AI ในฐานะผู้ช่วย, ที่ปรึกษา, เลขาฯ หรือแม้แต่เพื่อนคู่คิด ราวกับว่าปัญญาประดิษฐ์นี้มีใบเกิด และเสียค่าบัตรชมพิพิธภัณฑ์ในราคาผู้ใหญ่ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ หากเราได้เห็นการโต้ตอบของ AI ในช่วงปีที่ผ่านมา ยิ่งการสนทนาด้วยเสียงแบบเรียลไทม์กับ AI ที่โต้ตอบได้อย่างไหลลื่นตามบริบทที่กำหนด ไดนามิกสูงต่ำของน้ำเสียงที่เลียนแบบอารมณ์ของมนุษย์อย่างเป็นธรรมชาติ หรือแม้แต่ความพยายามที่จะทำความรู้จัก หรือทำความเข้าใจราวกับว่าปัญญาประดิษฐ์นั้นสนใจในตัวตนของผู้ใช้งานจากก้นบึ้งของชิปประมวลผล มาร่วมกันมองลอดม่านกั้นที่เรียกว่าจริยธรรมเทคโนโลยีผ่านมุมมองทางจิตวิทยาของ “ปรากฏการณ์ความรักระหว่างคนกับ AI” ไปด้วยกัน ความเป็นไปได้ของความรักกับ AI ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกมีการรายงานถึงปรากฏการณ์ความรักระหว่างคนกับปัญญาประดิษฐ์หลายต่อหลายครั้ง บทความจาก Live Science ชี้ให้เห็นว่ามีเหตุการณ์ที่ผู้ใช้งานบางคนพึ่งพา AI ในฐานะ “คู่ชีวิต” และในเคสเหล่านั้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 306 days ago
Read More07/08/2024
Same Same But Different ! ทำไมขนาด ‘น้องชาย’ คนแต่ละเชื้อชาติถึงไม่เท่ากัน
อวัยวะเพศชาย อวัยวะที่กินสัดส่วนของพื้นที่ร่างกายไปเพียงน้อยนิด แต่ตัวมันเองกลับมีความสำคัญต่อจิตใจของมนุษย์เพศชาย และบริบทเรื่องเพศอย่างมหาศาล ชนิดที่ว่าถ้าให้เลือกต้องตัดมือ กับตัดน้องชาย มนุษย์เพศชายจำนวนไม่น้อยอาจยอมสูญเสียมือสักข้างไปแทนภูษิต เรืองอุดมกิจ | 523 days ago
Read More18/07/2024
การนินทา การสื่อสารที่ทรงพลัง ใช้ยังไงให้เกิดประโยชน์
“การนินทา” เป็นการกระทำที่มักถูกมองในแง่ลบ แต่จะทำยังไงละถึงจะเทิร์นให้เป็นข้อดีได้ มาดูจิตวิทยาของการนินทา และกลยุทธ์ที่จะใช้การนินทาให้เป็นประโยชน์กัน ประโยชน์ของ “การนินทา” คือ การสร้างสายสัมพันธ์ทางสังคม ทำยังไงให้เกิดประโยชน์? ต้องเริ่มจากการนินทาในเชิงบวก+ และสุดท้าย คือ ไม่นินทาคนอื่น ด้วยเรื่องเท็จ! หรือเรื่องที่ไม่เป็นความจริง อย่าพยายามตีไข่ใส่สี พูดแต่เฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือมีหลักฐานเท่านั้น เพราะนอกจากจะทำให้คนอื่นเสียหายด้วยเรื่องโกหกแล้ว สิ่งนี้อาจย้อนหาตัวคุณเข้าสักวันก็ได้ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 543 days ago
Read More20/05/2024
เทคนิคการสื่อสารระหว่างคู่รัก เพื่อความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน คุยยังไงให้ไม่ทะเลาะ ?!
เพราะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ จัดเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน ถ้าวันนี้คุณกำลังมีปัญหากังวลใจ อยากคุยเปิดอกกับแฟน แต่ก็กลัวจะกลายเป็นการกระตุ้นทำให้เกิดการทะเลาะกัน ซึ่งปัญหาก็อาจจะเลวร้ายลงมากขึ้นเข้าไปอีก วันนี้เราก็มีเคล็ดลับในการสื่อสารดี ๆ มาฝาก 1. เพิ่มการสื่อสารเชิงบวก และลดพฤติกรรมเชิงลบ สิ่งสำคัญคือต้องสื่อสารไปในทางบวก อย่าใช้คำพูดที่คนฟังแล้วจะรู้สึกไม่ดีอย่างเด็ดขาด ! และแทนที่จะกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นไปแล้ว ให้พยายามเน้นพูดคุยไปในเรื่องของวิธีการแก้ปัญหาจะดีกว่า 2. มีการใช้ภาษากายที่เหมาะสม เช่น จับมือของแฟนเอาไว้เบา ๆ และพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบเยือกเย็น ไม่ใส่อารมณ์ เน้นโทนเสียงราบเรียบ และไม่ใช่คำพูดที่ไม่สุภาพ ส่วนภาษากายที่ไม่ควรทำ เช่น เอามือเท้าสะเอว กอดอก หรือการชี้หน้าใส่กัน 3. ไม่จำเป็นที่จะต้องมีความเห็นเหมือนกันทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่สนิทกันมากขนาดไหน ก็ไม่ได้หมายความว่า คนเราทุกคนจะต้องเห็นตรงกันทุกเรื่อง ดังนั้นถ้าแฟนของคุณกำลังอธิบายเรื่องที่คุณไม่เห็นด้วย คุณก็ควรวางตัวนิ่งสงบ ไม่พูดแทรก และพยายามทำความเข้าใจในมุมมองที่แฟนคุณกำลังสื่อออกมา เพื่อพยายามหาทางแก้ปัญหาให้มีความสมดุลกับทั้ง 2 ฝ่าย การสื่อสารระหว่างคู่รักที่ดี เพื่อทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน หัวใจหลักก็คือ การหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน ไม่ใช่การที่จ้องจะตำหนิ หรือเอาชนะอีกฝ่าย เป็นการพูดเพื่อปรับตัวเข้าหากันให้ดีขึ้นกว่าเดิม สุดท้ายแล้วเราเชื่อว่าถ้าคุณทำทุกอย่างโดยมี “ความรักเป็นที่ตั้ง” อีกฝ่ายก็จะเปิดใจรับฟังคุณอย่างแน่นอนภูษิต เรืองอุดมกิจ | 602 days ago
Read More29/04/2024
Ghosting Relationship | รู้จักกับ “ความสัมพันธ์แบบผี” รู้ว่ามีแต่หาไม่เจอ
“...อยู่ดี ๆ ก็หาย ไลน์ไม่ตอบ อยู่ดี ๆ เปลี่ยนไป ไม่รู้ทำไม อยู่ดี ๆ ก็นก ฉันพลาดตรงไหน ถึงได้เดินจากไป ไม่บอกกันสักคำ…” “เธอบอกผมว่า ไปอาบน้ำก่อนนะ… นี่ผ่านมา 3 เดือนแล้ว ยังอาบไม่เสร็จเลย” หากคุณคุ้น ๆ กับความรู้สึกแบบนี้ ประโยคเหล่านี้ นี่คือสัญญาณเตือนว่า คุณกำลังเจอ “ผีในสังคมดิจิทัล” หรืออาจกำลังตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบ “Ghosting Relationship” แล้วละครับ คนคุยกลายเป็นผี “Ghosting Relationship” คือคำนิยามความสัมพันธ์ในรูปแบบที่จู่ ๆ คนที่พูดคุยหรือคบหา ก็หายไปจากชีวิตอย่างกะทันหัน แบบไม่มีเหตุผล ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า ติดต่อไม่ได้ ไม่มีคำอธิบาย ซึ่งการหายตัวไปแบบไร้ร่องรอยนี้ เปรียบเสมือนผีที่มองไม่เห็นและตามหาตัวไม่เจอ แม้ว่าการสื่อสารโลกดิจิทัลจะพัฒนาไปขนาดไหน แต่การติดต่อกับผู้มีพฤติกรรม Ghosting กลับไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากเขาไม่อยากพูดคุยกับเรา ก็ยากที่เราจะได้รับการตอบกลับ การสำรวจโดย Forbes Health Survey ถึงสาเหตุของพฤติกรรม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 623 days ago
Read More18/03/2024
ทำไมถึงเริ่มต้นกับคนใหม่ไม่ได้สักที?
คุณกำลังตกอยู่ในสภาวะนี้หรือไม่? “เริ่มใหม่กับใครไม่ได้” เคยคิดที่อยากจะมูฟออน (Move On) หลายครั้ง แต่สุดท้ายใจก็ยังจมปลักอยู่กับคนเก่า ทำไมใจเราถึงเป็นแบบนี้? สถานการณ์นี้เกิดจากความ “ไม่มั่นคง” ทางจิตใจ ความผิดหวังที่เกิดขึ้นย้อนกลับมาทำร้ายคุณเอง ทำให้คุณเกิดความเชื่อว่า คุณหาคนที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว หรือคิดว่ามีแต่คนรักเก่าเท่านั้นที่ยอมรับตัวคุณได้ เกิดจากปมปัญหาในวัยเด็ก ยิ่งถ้าคุณเคยถูกทอดทิ้งในสมัยเด็ก ก็จะยิ่งทำให้คุณเกิดความรู้สึกกลัวการถูกทิ้ง ไม่อยากจะเริ่มต้นใหม่กับใครแล้ว กลัวโดนทิ้งอีก กลัวถูกคนอื่นมองว่าตัวเองล้มเหลวด้านความรัก ทำให้ใจจมปลักอยู่แต่กับคนเก่า ๆ อยากจะสานสัมพันธ์ที่เคยมีกลับคืนมา ตามติดชีวิตแฟนเก่ามากเกินไป เแอบตามส่องบนโซเชียลส่วนตัว พยายามถามคนรู้จักว่าแฟนเก่าตอนนี้เป็นไงบ้าง จนไม่เหลือช่องว่างให้ตัวเอง เคล็ดลับ “ปล่อยเขาไป” ให้ใจเราเบากว่าเดิม สุดท้ายแล้ว “ความเชื่อ” ก็มีทั้งความเชื่อที่ถูกและความเชื่อที่ผิด ความเชื่อที่ผิด จะเป็นตัวถ่วงที่คอยฉุดรั้งชีวิตของคุณเอาไว้ ทำให้คุณมีแต่ความทุกข์ งั้นลองเปลี่ยนมาคิดแบบนี้ดู และ “เลิกติดตามชีวิตของแฟนเก่า” ไม่ต้องไปรับรู้อะไรอีก ช่วงแรกบอกเลยว่ามันจะยากมาก แต่ขอให้คุณอดทนและบอกกับตัวเองว่า “ฉันจะผ่านมันไปได้” คุณอาจจะเจอสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิมก็ได้ มีความหวังในแง่บวกเข้าไว้ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 665 days ago
Read More27/02/2024
รู้จัก Asexual เมื่ออยากมีรัก แต่ไม่อยากมีเซ็กซ์
วันนี้เราจะพาคุณมาเปิดโลก ทำความรู้จักกับคนที่เป็น Asexual อยากมีความรัก แต่ไม่อยากมีเซ็กซ์ รักเธอนะแต่ไม่อยากจริง ๆ รูปแบบของ Asexuality Asexuality มีคำแปลในรูปแบบภาษาไทยว่า “ไม่ฝักใจทางเพศ” คนที่เป็น Asexuality มักมีแนวคิดแบบนี้... ถ้ามีคนรักจะแก้ไขเรื่องนี้ได้ยังไง? อาจจะมีปัญหาในเรื่องของความสมดุลในเรื่องของความต้องการทางเพศ เพราะคนที่ไม่ได้เป็น Asexual ก็ย่อมอยากจะมีเซ็กส์อยู่แล้ว ซึ่งวิธีแก้ปัญหาอาจมีดังนี้ ไม่ว่าคู่ของคุณจะมีความรักแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดเลยก็คือ “ความซื่อสัตย์” การตกลงกันถึงในเรื่องของความสัมพันธ์แบบตรงไปตรงมา ไม่มีการแอบไปทำเรื่องลับ ๆ ลับหลัง เพียงเท่านี้แอดมินเชื่อว่าความรักในแบบของคุณ ก็จะเป็นความรักที่สวยงาม และยืนยาวครับ อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ ***ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 685 days ago
Read More27/02/2024
Obsessive Love Disorder โรครัก หัวปัก หัวปำ
การรักใครสักคนต้องอยู่บนพื้นฐานของความพอดี แต่ถ้ารักแบบคลั่งมากจนเกินไป ระวังอาจเสี่ยงเป็น “โรคความรักครอบงำ” หรือ Obsessive Love Disorder (OLD) ภาวะนี้คืออาการทางจิตที่เกินคำว่ารัก แต่เป็นความต้องการที่จะครอบงำ ควบคุม และไม่อาจยอมรับการปฏิเสธจากอีกฝ่ายได้เลย โรคความรักครอบงำมักเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งจะมีอาการที่บ่งชี้ เช่น สาเหตุของการเกิดโรค “โรคความรักครอบงำ” รักษาได้! ด้วยการใช้ทั้งยา และการทำจิตบำบัด แต่ผู้ป่วยต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างละเอียดก่อนว่าเป็นโรค OLD จริง หรือมีความผิดปกติทางจิตอื่น ๆ ร่วมด้วย หากต้นตอของโรคเกิดจากปัญหาในช่วงวัยเด็ก คุณหมออาจต้องวางแผนแนวทางการรักษาอื่น ๆ ร่วมด้วย และไม่ว่าวันนี้ทุกคนกำลังเจอปัญหาทางด้านจิตใจในเรื่องไหนอยู่ แอดมินก็ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจนะครับ อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ ***ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 685 days ago
Read More13/02/2024
ทำไมการเดตในวันวาเลนไทน์ถึงดีต่อความสัมพันธ์?
เดทวันอื่น ๆ ก็ได้ทำไมถึงต้องไปสวีทกันในวันวาเลนไทน์ด้วย? ถ้าคุณเป็นคนนึงที่กำลังเกิดความสงสัยเช่นนี้ วันนี้ Hack for Health มีคำตอบ และขอแอบกระซิบนิดนึงว่า การไปเดตในวันนี้ จะช่วยทำให้แฟนของคุณ “ใจฟู” ได้แบบหลายเท่าเลยทีเดียวภูษิต เรืองอุดมกิจ | 699 days ago
Read More22/01/2024
การศึกษาพบว่าการออกกำลังกายกับแฟนอาจทำให้ออกกำลังกายได้น้อยกว่าการออกคนเดียว
การเป็นสามีภรรยากัน ไม่ได้หมายความว่าการทำทุกอย่างร่วมกันจะเวิร์กเสมอไป ซึ่งอาจรวมถึงการออกกำลังกายด้วย การศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานหยาง ประเทศสิงคโปร์พบว่าการออกกำลังกายร่วมกับสามีหรือภรรยาส่งผลให้ออกกำลังกาย และการเคลื่อนไหวลดลง และต่ำกว่าคนที่ออกกำลังกายคนเดียว นอกจากนี้ การศึกษายังพบว่าผู้สูงอายุที่ใช้ Fitness tracker อุปกรณ์ที่ติดตามก้าวเดิน การเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ และระยะเวลาในการออกกำลังกาย ที่แจ้งผลแบบเรียลไทม์มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวมากกว่า การศึกษานี้ทำในผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์จำนวน 250 คนที่มีอายุระหว่าง 54 ถึง 72 ปี โดยผู้เข้าร่วมมีอายุเฉลี่ย 60 ปี มีสถานะแต่งงาน หรืออยู่กินร่วมกันเฉลี่ย 30 ปีเป็นเวลา 12 สัปดาห์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการส่งเสริมการออกกำลังกายในผู้สูงอายุ เนื่องจากการเติบโตของจำนวนผู้สูงอายุในประเทศสิงคโปร์ที่เพิ่มมากขึ้น ทีมนักวิจัยได้แบ่งผู้เข้าร่วมการศึกษานี้ออกเป็น 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ ผลลัพธ์ของการศึกษาพบว่าผู้เข้าร่วมการทดสอบมีการเคลื่อนไหวเฉลี่ยในระดับที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ 5,000 ไปจนถึง 15,000 ก้าว ซึ่งกลุ่มคู่สามีภรรยาที่ออกกำลังกายแบบเป็นคู่มีประสิทธิภาพการออกกำลังกายที่ต่ำกว่ากลุ่มที่ออกกำลังกายคนเดียว โดยทีมนักวิจัยคาดว่าเป็นผลมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของคู่สามีภรรยาที่ทำต่อเนื่องกันมาหลายปี การเปลี่ยนหรือสร้างพฤติกรรมที่ต่างออกไปจากเดิมร่วมกัน อย่างการออกกำลังกายจึงอาจเป็นเรื่องยากสำหรับคู่สามีภรรยา อีกหนึ่งผลลัพธ์ของการศึกษานี้ที่ทีมนักวิจัยพบว่ากลุ่มที่มีการใช้ Fitness tracker ที่มีการรายงานผลให้กับตัวผู้สูงอายุแบบเรียลไทม์มีค่าเฉลี่ยของก้าวเดินในแต่ละวันที่สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใช้ Fitness tracker ราว 7,500…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 721 days ago
Read More19/01/2024
เปิดโลกประโยชน์ของการกอดต่อสุขภาพ และความสัมพันธ์
การกอดเป็นรูปแบบการแสดงความรักที่เป็นสากลมากวิธีหนึ่งที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ในความสัมพันธ์แบบไหน คุณก็สามารถกอดได้ ตั้งแต่คนรู้จัก เพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ซึ่งในช่วงเวลาที่คนเรากอดกัน และเกิดสัมผัสทางร่างกาย สมอง และร่างกายของเราจะเกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ มากมาย ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นพบว่าการกอดกันส่งผลดี ทั้งกับสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ของผู้คนด้วย ในบทความนี้จะพาคุณไปเปิดโลกประโยชน์ของการกอดที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สึก แต่เป็นเรื่องของสุขภาพ และความสัมพันธ์ด้วย วิทยาศาสตร์ของการกอด มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องอาศัยความแน่นแฟ้นในความสัมผัสเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งการกอดเป็นหนึ่งในวิธีที่มนุษย์สร้างความแข็งแรงของความสัมพันธ์ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าที่สุดที่ยืนยันว่ามนุษย์มีการกอดกัน คือ เมื่อ 6,000 ปีก่อน แต่เชื่อกันว่าการกอดเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่กว่านั้น ในช่วงเวลาที่เรากอด หรือถูกกอด ร่างกายจะหลั่งสารสื่อประสาทที่เรียกว่า ‘ออกซิโทซิน’ (Oxytocin) หรือรู้จักกันในชื่อสุดโรแมนติกว่าฮอร์โมนแห่งความรักออกมา ออกซิโทซินทำหน้าที่สำคัญในการสร้างความรู้สึกผูกพันระหว่างสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแม่กับลูก คนรักกับคนรัก หรือเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง ช่วยให้ความรู้สึกที่ดี และช่วยลดระดับความเครียด เหตุผลอาจพออธิบายได้ว่าทำไมช่วงเวลาแห่งการกอด ถึงทำให้มนุษย์รู้สึกอบอุ่นใจ ปลอดภัย และรู้สึกเป็นที่รักจนล้นออกมา แม้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม ซึ่งกลไกที่เกิดขึ้นระหว่างการกอดยังส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ และสุขภาพด้วย ประโยชน์ของการกอดกับสุขภาพจิต และความสัมพันธ์ ออกซิโทซินที่เกิดจากการกอดสามารถช่วยปรับอารมณ์ของเราให้ดีขึ้น ลดความรู้สึกเศร้าหรือหดหู่ และลดการหลั่งของฮอร์โมนความเครียด อย่างคอร์ติซอลลงได้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 724 days ago
Read More18/01/2024
การศึกษาพบว่าการเปิดเผยความลับแง่ลบไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงแบบที่คนคิดกัน
คุณมีความลับไหม? ผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนย่อมมีความลับอะไรบางอย่างที่เก็บเอาไว้ตัวเอง ความลับที่ต่อให้คนที่ไว้ใจที่สุดก็ไม่กล้าเปิดเผยให้เขารู้ ซึ่งส่วนใหญ่ความลับเหล่านี้มักจะเป็น Dark secret หรือความลับอันดำมืดที่ไม่อยากให้ใครรู้ เพราะกลัวว่าถ้าเขารู้ความจริงแล้ว เราเองจะได้รับผลกระทบที่ร้ายแรง หรือไม่ได้รับการให้อภัย ผู้เขียนอยากให้คุณลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณเปิดเผยความลับที่คุณกำลังเก็บซ่อนอยู่ให้คนที่สนิทฟัง เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร คนส่วนใหญ่ต้องคิดว่าเรื่องราวต้องใหญ่โตบานปลาย และนำไปสู่ปัญหาอื่นตามมาอีกมากมาย อย่างการถูกรังเกียจ ถูกตัดสิน หรือปัญหาความสัมพันธ์ แต่ผลลัพธ์ของการพูดความจริงจะเป็นอย่างนั้นเสมอไปจริงหรือ? การศึกษาจาก McCombs School of Business มหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน (University of Texas at Austin) กลับพบว่าผลลัพธ์ของการเปิดเผยความลับแง่ลบอาจไม่ได้เลวร้ายแบบที่คนจินตนาการ ในทางกลับกันอาจส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ในบางด้านด้วย โดยทีมนักวิจัยได้ลองถามกับกลุ่มอาสาสมัครที่เข้าร่วมการทดลองด้วยคำถามเดียวกับที่ผู้เขียนถาม คือ คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณเปิดเผยความลับด้านที่ไม่ดีให้กับคนอื่นฟัง แน่นอนว่าอาสาสมัครเหล่านั้นพูดถึงผลกระทบที่รุนแรงจากการเปิดเผย และคิดว่าความน่าเชื่อถือในตัวของเจ้าของความลับจะต้องลดลง หรือถูกตัดสินในแง่ลบแบบอื่น ๆ แล้วให้อาสาสมัครเหล่านั้น เล่าความลับในด้านลบของตัวเองให้กับคนอื่นฟัง ซึ่งมีตั้งแต่คนแปลกหน้า เพื่อนสนิท คนรู้จัก ญาติ และคนรัก เรื่องที่สารภาพมีตั้งแต่การขี่จักรยานไม่เป็น ไปจนถึงการนอกใจ ซึ่งผลลัพธ์ที่ทีมนักวิจัยเฝ้ารอกลับออกมาตรงข้ามกับที่อาสาสมัครเหล่านั้นคาดไว้ ผู้คนที่ทำหน้าที่ในการฟังความลับของอีกฝ่าย กลับให้คะแนนความน่าเชื่อถือ และความซื่อสัตย์กับอีกฝ่ายมากกว่ากลุ่มอาสาสมัครคาดไว้ โดยผลลัพธ์ออกมาใกล้เคียงกันสำหรับทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นกับคนแปลกหน้า คนรัก…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 725 days ago
Read More17/01/2024
การศึกษาชี้ว่ายิ่งพี่น้องเยอะ สุขภาพจิตยิ่งย่ำแย่
ใครเป็นลูกคนเดียวอาจมีบางโมเมนต์ที่รู้สึกอยากมีพี่น้องเหมือนกับคนอื่นเขาบ้าง เพราะพี่น้องบางคนก็สนิทกัน เป็นทั้งพี่น้อง เป็นทั้งเพื่อน แต่บางครอบครัว การมีพี่น้องก็เหมือนลิ้นกับฟันที่กระทบกระทั่งกันอยู่ตลอด แถมอาจมีปัญหาเรื่องพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน คนนั้นได้แบบนี้ คนนี้ได้แบบนั้น ซึ่งการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอที่ได้ศึกษาความสัมพันธ์ของสุขภาพจิตกับจำนวนพี่น้องในครอบครัวพบว่า จำนวนพี่น้องที่เพิ่มมากขึ้นสัมพันธ์กับสุขภาพจิตที่แย่ลง การศึกษานี้ได้ใช้ข้อมูลจากเด็กนักเรียนชาวจีนเกรด 8 (เทียบเท่าชั้นม.3) จำนวนมากกว่า 9,400 คน และเด็กนักเรียนเกรด 8 ชาวอเมริกันมากกว่า 9,100 คน โดยเด็กทั้งหมดมีอายุเฉลี่ย 14 ปี โดยทีมนักวิจัยได้ถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพจิตเพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งคำถามระหว่างเด็กจีน และเด็กอเมริกันจะแตกต่างกันตามบริบทของสังคม เพราะอย่างประเทศจีนที่มีนโยบายลูกคนเดียว ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยการมีพี่น้องต่ำกว่าสหรัฐฯ เด็กที่ไม่มีพี่น้อง สุขภาพจิตดีที่สุด จากการวิเคราะห์คำตอบเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่ได้ถามเด็กเหล่านี้ ผลลัพธ์ออกมาว่า ‘เด็กนักเรียนชาวจีนที่ไม่มีพี่หรือน้องเลย เป็นกลุ่มที่มีสุขภาพจิตดีมากที่สุด ส่วนเด็กนักเรียนชาวอเมริกันที่ไม่มีพี่น้อง หรือพี่น้อง 1 คนมีสุขภาพจิตในระดับที่ใกล้เคียงกัน’ ข้อมูลจากทางฝั่งอเมริกายังพบว่าเด็กที่มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน หรือพี่น้องต่างพ่อ/แม่ก็ล้วนส่งผลด้านลบต่อสุขภาพจิตของเด็ก และกลุ่มที่สุขภาพจิตแย่ที่สุด คือ พี่น้องที่อายุห่างกันไม่เกิน 1 ปี ยิ่งพี่น้องเยอะ ต้องหารเยอะ ดัก ดาวนีย์ (Doug Downey) ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยโอไฮโอ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 726 days ago
Read More16/01/2024
นักวิทยาศาสตร์พบว่าความรักอาจทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ในสมอง
ความรักเป็นอารมณ์ และความสัมพันธ์ที่มนุษย์จำนวนมากต่างแสวงหา ซึ่งการมีความรักได้มอบประสบการณ์แห่งความสุขที่มาพร้อมกับโดปามีน (Dopamine) หรือฮอร์โมนแห่งความสุขที่หลั่งออกมาอย่างมหาศาล และช่วยในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก และบางครั้งความสุขจากความรักก็ทำให้สมองของเราเสพติด ซึ่งส่งผลให้เมื่อถึงต้องลาจากกัน ทำให้รู้สึกใจสลาย เศร้าสร้อย คิดถึง และไม่สามารถลืมได้ การศึกษาในสัตว์ทดลองล่าสุดจากมหาวิทยาลัยโคโลราโดพบว่าความรักนั้นสร้างร่องรอยทางชีววิทยาบางอย่างเอาไว้ในบริเวณสมองส่วนกลาง สัตว์ทดลองชนิดนี้เป็นสัตว์ฟันแทะเลี้ยงลูกด้วยนมที่ชื่อว่า Prairie Vole หรือก็คือหนูชนิดหนึ่ง แต่หนูชนิดนี้มีพฤติกรรม และโครงสร้างทางสังคมคล้ายกับมนุษย์ อย่างการอยู่ร่วมกัน ความสัมพันธ์ผัวเดียวเมียเดียว และเกิดภาวะทางอารมณ์เมื่อต้องสูญเสียสมาชิกในฝูง เขาพบว่าการที่หนูคู่รักได้อยู่ด้วยกัน และสมองหลั่งโดปามีนจำนวนมากออกมา และสร้างรอยประทับบางอย่างไว้ในสมอง ซึ่งช่วยในสัตว์ที่เป็นคู่รักรู้สึกผูกพันต่อกัน ในการศึกษาเขาได้ทดสอบด้วยการตรวจจับสัญญาณสมองของสัตว์ตัวผู้ และตัวเมียด้วยเซนเซอร์ที่แสดงออกมาเป็นภาพจำลองสมองแบบเรียลไทม์วินาทีต่อวินาที ในสมองส่วนที่เรียกว่า Nucleus Accumben ที่มีหน้าที่กระตุ้นสมองให้ตอบสนองต่อความปรารถนา และการแสวงหาความสุข เช่น น้ำ อาหาร ความปลอดภัย ยาเสพติด และแน่นอนว่ารวมถึงความรักจากคนรักด้วย จากนั้นเขาได้แยกสัตว์ฟันแทะที่เป็นคู่รักกันออกไปยังจุดต่าง ๆ ที่สัตว์ ตัวผู้และตัวเมียต้องผ่านกลไกบางอย่างเพื่อมาพบกัน เมื่อหนูตัวผู้กดคันโยกจะเผยให้เห็นหนูตัวเมียที่อยู่อีกฝั่ง และเมื่อหนูได้เห็นอีกฝ่าย สมองจะหลั่งโดปามีนออกมามหาศาล พร้อมแสงสว่างวาบบริเวณสมองส่วน Nucleus Accumben แต่ถ้าครั้งไหนที่หนูกดคันโยกแล้วไม่เห็นคู่ของมัน แสงสว่างนั้นจะหรี่ลง นักวิจัยยังบอกด้วยว่าแม้โดปามีนเป็นสารในสมองที่หลั่งเวลาเรามีความสุข แต่เมื่อได้อยู่ใกล้กับคนรัก โดปามีนหลั่งผ่านสมองส่วน Nucleus…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 727 days ago
Read More16/01/2024
รู้จักกันให้ลึกสุดใจกับ Deep Talk บทสนทนาแห่งความเข้าใจ
เจาะลงไปให้ ลึกกกกก สุดใจจจจ กับการพูดคุยแบบ “Deep Talk” คือการพูดคุยแบบเจาะลึก คุยในทอปปิกที่มีความลึกซึ้ง มีความหมาย และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น จุดประสงค์ของการพูดคุยแบบ Deep Talk นี้ คือ การแชร์ความคิดเห็น ส่งต่อความรู้สึก เจาะลึกเรื่องความเชื่อ และแบ่งประสบการณ์จากการพูดคุย ในระดับที่ส่งเสริมความใกล้ชิดทางอารมณ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเข้าใจที่ลึกซึ้งแก่กันมากยิ่งขึ้น ข้อดีของการพูดคุยแบบ Deep Talk การพูดคุยแบบ Deep Talk จะทำให้คุณรู้จักตัวตนของใครคนใดคนหนึ่งได้อย่างถึงแก่นแท้มากยิ่งขึ้น และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งกับที่คุณสนใจอีกด้วย เป็นการเปิดใจรับฟังมุมมองของผู้อื่น เพราะแต่ละคนล้วนมีที่มา มีประสบการณ์ มีแนวคิดมีสิ่งที่เจอมาแตกต่างกันไป ซึ่งการพูดคุยแบบ Deep Talk จะทำให้เราสามารถเข้าใจมุมมองของผู้อื่นได้ดีขึ้น และเป็นการทำความความเข้าใจความแตกต่างของชีวิตของแต่ละคน ช่วยการลดความเข้าใจผิด การสื่อสารที่ชัดเจนและเปิดกว้างช่วยป้องกันความเข้าใจผิด ทำให้ทุกคนต่างเปิดเผยความคิดลึก ๆ ในใจของตนเองได้ การพูดคุยแบบ Deep Talk นี้จะเป็นการสนทนาระหว่างคน 2 คน หรือจะเป็นการสนทนาเปิดใจแบบเป็นกลุ่มก็ได้ สิ่งสำคัญที่ต้องระวัง ของการพูดคุยแบบ Deep Talk! ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะพูดสนทนาแบบหมดเปลือกเกี่ยวกับวิถีชีวิตแนวคิดหรือความเชื่อของตัวเอง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 727 days ago
Read More09/01/2024
เพราะอะไรผู้ชายอายุน้อยหันมาใช้ไวอะกร้ากันมากขึ้น?
ไวอะกร้า (Viagra) หรือซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ยารักษาอาการนกเขาไม่ขัน หรืออาการจู๋ไม่แข็ง ดูเหมือนว่าจะเป็นยาของคนที่มีปัญหาด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งภาพในหัวของเราคงเป็นคุณลุง หรือคุณปู่อายุมากที่ประสบปัญหาด้านการมีเซ็กส์ เพราะไม่เกิดการแข็งตัวใช่ไหมล่ะครับ? แต่ถ้าบอกว่าทุกวันนี้กลุ่มคนที่ใช้ไวอะกร้าไม่ใช่แค่คนแก่ แต่เป็นผู้ชายอายุน้อยที่ยังไม่พ้นเลข 3 ก็เริ่มใช้ไวอะกร้ากันแล้ว ซึ่งไวอะกร้าดูเหมือนจะเป็นยาวิเศษ แต่ก็มีผลข้างเคียงเยอะเหมือนกัน แล้วปัญหาที่ผู้ชายอายุน้อยใช้ไวอะกร้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่เพราะอะไรผู้ชายอายุน้อยถึงหันมาใช้ไวอะกร้ากัน บทความนี้มีข้อมูลมาบอก รู้จักไวอะกร้ากันก่อน แทบทุกคนรู้จักไวอะกร้าในฐานะของยารักษาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย แต่จริง ๆ แล้วไวอะกร้าถูกคิดค้นมาเพื่อรักษาโรคหัวใจ และภาวะความดันโลหิตสูงนะครับ แต่พอดีว่าคนที่เข้าทดสอบยาในช่วงแรกเจอคุณสมบัติพิเศษนี้ หลายปีต่อมาไวอะกร้าเลยกลายเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ คุณสมบัติของยานี้ในการรักษาอาการจู๋ไม่แข็ง คือ การขยายหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย ซึ่งจะช่วยให้เลือดไหลเวียนเข้าไปในเนื้อเยื่ออวัยวะเพศได้มากขึ้น ส่งผลให้น้องชายกลับมาแข็งปั๋ง โดยปกติจะใช้ก่อนออกศึกประมาณ 30 นาที และสามารถออกฤทธิ์อยู่ได้นานหลายชั่วโมง แต่ไวอะกร้าไม่ได้ช่วยเพิ่มอารมณ์ทางเพศ ปลุกเซ็กส์ หรือทำให้คุณเสียวขึ้นแต่อย่างใดนะครับ ยาแค่ทำให้จู๋แข็งตัวได้ดีขึ้น มากขึ้น และนานขึ้นเท่านั้นเอง ด้วยความที่ซิลเดนาฟิลออกฤทธิ์ต่อระบบไหลเวียนเลือด ผู้ที่ใช้ยาหลายคนสามารถพบผลข้างเคียงทั่วไป อย่างใจสั่น ใจเต้นรัว รู้สึกร้อนตามร่างกาย ตาพร่า เวียนหัว หรือปวดหัวได้ บางคนเนี่ยอาจมีอาการอวัยวะเพศชายแข็งจนเกิดอาการปวดเลยก็มี และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงรุนแรงที่เป็นอันตรายราว 1:1,000 คน ถ้าใช้แล้วคลื่นไส้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 734 days ago
Read More08/01/2024
พื้นที่สีเขียวกับสุขภาพจิต และชีวิตคนเมือง
หลาย ๆ คนมีความเชื่อเรื่อง “เขียวเหนี่ยวทรัพย์” แต่จริง ๆ แล้วความเขียวยังช่วยเยียวยาหัวใจได้อีกด้วยนะ เพราะพื้นที่สีเขียวเป็น “มากกว่า” สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่ส่งผลดีต่อสุขภาพจิต และสร้างพื้นที่แห่งการพบปะพูดคุย ช่วยทำให้ผู้คนสามารถพัฒนาทักษะด้านการเข้าสังคมได้ พื้นที่สีเขียว คือพื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ด้านสันทนาการ การพักผ่อนหย่อนใจ หรือการอนุรักษ์ ที่ปกคลุมไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด เช่น หญ้า ต้นไม้ และดอกไม้ พื้นที่อาจเป็นสวนสาธารณะเล็ก ๆ ไปจนถึงป่าสงวนแห่งชาติ หรืออาจจะเป็นพื้นที่ตามธรรมชาติต่าง ๆ พื้นที่สีเขียว เป็นพื้นที่ที่จัดให้ประชาชนได้มาทำกิจกรรมและออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น เดิน วิ่ง หรือเล่นกีฬา แม้แต่การนั่งปิกนิก เป็นสถานที่ที่จะทำให้ผู้คนได้มานั่งผ่อนคลาย คลายความเครียด ชมวิว เพื่อสร้างความสุขสงบให้กับชีวิตในแต่ละวัน สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียว สามารถเสริมสร้างความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้ เพราะเป็นพื้นที่ที่เปิดให้ประชาชนได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ได้ออกมาพบปะนั่งพูดคุยพร้อมชมธรรมชาติ ทำให้เป็นอีกหนึ่งคอมมูนิตี้ที่น่าสนใจมาก ๆ และยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้หลาย ๆ คนได้ฝึกสติและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เพราะการอยู่ใกล้กับธรรมชาติจะทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกสงบมาก ช่วยการจัดการความเครียดความกังวลในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การพาเด็ก ๆ ไปสัมผัสกับธรรมชาติแม้จะเป็นแค่ธรรมชาติจากสวนสาธารณะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 735 days ago
Read More05/01/2024
ฟ้ารักพ่อ! ทำไมคนรุ่นราวคราวพ่อคราวแม่ถึงดูน่าหลงใหลสำหรับบางคน เพราะเงิน?
ช่วงหลังมานี้เราได้ยินคำว่า ‘Sugar Daddy’ บ่อยขึ้น หรือจะเป็น ‘ฟ้ารักพ่อ’ คำพูดในตำนานจากเรื่อง 'ดอกส้มสีทอง' ที่เรียกได้ว่าเป็นป๊อปคัลเจอร์บนโลกอินเทอร์เน็ตไปแล้ว หากเอาไปเทียบกับคำพูดในสมัยก่อนคงใกล้เคียงกับคำว่า ‘เลี้ยงต้อย’ หรือการเลี้ยงดูเด็กคราวลูกคราวหลานแต่มีความสัมพันธ์กันในเชิงคนรัก หรือชู้สาว ซึ่งผู้หญิง หรือผู้ชายที่มีแฟอายุมากกว่าหลายปีมักถูกตีตราว่าเป็นเด็กเสี่ย เด็กซ้อ และคบกับอีกฝ่ายเพราะเงิน แต่ถ้าเป็นการยินยอมกันทั้งสองฝ่ายก็ไม่น่าจะใช่เรื่องผิดอะไร แถมการคบคนที่แก่กว่าอาจยังดีต่อชีวิตคู่ และผลดีในด้านอื่น ๆ ด้วย บทความนี้จะพาคุณมาดูเหตุผล ทั้งทางจิตวิทยา ทฤษฎีสังคม และความคิดเห็นของคนมีแฟนอายุห่างกันมากกัน ว่ากันด้วยเรื่อง Daddy Issue ในสังคมมีสิ่งที่เรียกว่า Daddy Issue อยู่ ซึ่งเป็นหนึ่งในทฤษฎีที่ออกแนวดูแคลน และใช้อธิบายว่าทำไมเด็กผู้หญิง หรือเด็กผู้ชายบางคนหลงใหล และตกหลุมรักคนที่มีอายุมากกว่า เหตุผลมาจากการเลี้ยงดูในวัยเด็กที่เด็กอาจขาดการเอาใจใส่จากพ่อหรือแม่อย่างที่ควรจะเป็น เช่น โดนทิ้ง ถูกละเลย ปัญหาครอบครัว พ่อนอกใจแม่ แม่นอกใจพ่อ ซึ่งส่งผลให้จิตใต้สำนึกเกิดความรู้สึกต้องการเป็นที่รัก และความอบอุ่นจากคนที่โตกว่า มีลักษณะคล้ายกับพ่อหรือแม่ แต่ในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิมเพื่อเติมเต็มความรัก ความอบอุ่นในวัยเด็กที่หายไป อย่างไรก็ตาม เคยมีการศึกษาชิ้นหนึ่งเพื่อพิสูจน์ทฤษฎี Daddy Issue ว่าทำให้หญิงชายอายุน้อยตกหลุมรักผู้ใหญ่อายุคราวพ่อคราวแม่ ด้วยการศึกษาในผู้หญิงจำนวน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 738 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 17 days ago


























