ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ความสุข
Read More

นักวิทยาศาสตร์เผย 3 เคล็ดลับสู่ความสุขที่ยั่งยืน

สิ่งสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมใจ ไม่ได้จำกัดแค่เงินทองหรือชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อความสุขโดยรวมอีกด้วย
11/01/2024

5 รูปแบบของความสุขที่ส่งผลเสียต่อตัวคุณเอง

ความสุข ห้วงแห่งอารมณ์ด้านบวกยามที่ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมาหลายรูปแบบ ความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ล้วนใฝ่ฝันหา และถูกวางไว้ตรงข้ามกับความทุกข์ราวกับท้องฟ้าและหุบเหว ชีวิตที่มีความสุข ไม่ว่าจะจากเงินทอง ของอร่อย มุกตลก สุขภาพที่แข็งแรง หรือความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ความสุขถูกขนานนามว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่ทำให้มนุษย์ยืนยาว ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ความสุขไม่สิ่งจีรังยั่งยืนเช่นเดียวกับความทุกข์ ความสุขสามารถหมดไปได้ และมนุษย์ก็ต้องตามหาความสุขมาเติมเต็มจิตใจของตนเองอยู่เสมอ และความสุขอาจไม่ได้ดีต่อคุณเสมอไป บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับรูปแบบของความสุขที่สร้างปัญหาให้กับคุณได้ รูปแบบของความสุขที่ทำให้ทุกข์กว่าเดิม ความสุขเป็นนามธรรมที่ไร้รูปร่างหน้าตา แต่เราทุกคนล้วนจับต้องมันได้จากภายในสมอง และจิตวิญญาณ แต่ความสุขบางรูปแบบอาจเป็นขนมแสนหอมหวาน พร้อมสอดไส้มาไซยาไนด์ หรือหมาป่าในชุดนอนของคุณยายใจดี มาดูกันว่าความสุขที่ส่งผลเสียต่อตัวคุณมีแบบไหนบ้าง? 1. ความสุขที่ต้องตามหาแบบไม่สิ้นสุด เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะดิ้นรนไขว่คว้าหาความสุขในรูปแบบต่าง ๆ แต่การมีมาตรฐานทางความสุขที่เหนือจริง และไกลเกินไปอาจสร้างความกดดัน ความเครียด และวิตกกังวล ซึ่งกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนความเครียดที่ชื่อคอร์ติซอล (Cortisol) ที่อาจส่งผลต่อการนอนหลับ ระบบภูมิคุ้มกัน และสมอง การศึกษาพบว่าคนที่มีภาวะเครียด และมีการหลั่งคอร์ติซอลบ่อย ๆ เสี่ยงต่อโรคทางอารมณ์ โรคหัวใจ และปัญหาสุขภาพอีกหลายอย่าง และต่อให้ไม่ได้เครียดมาก แต่เครียดบ่อยก็ส่งผลเสียได้ไม่ต่างกัน นอกจากนี้ การเลือกที่จะสัมผัสแต่ความสุขอาจทำให้ภูมิต้านทานต่อความทุกข์น้อย เมื่อต้องเจอกับความทุกข์ความผิดหวัง อาจสร้างผลกระทบต่อจิตใจได้มากกว่าที่ควรจะเป็น ตัวอย่างของการตามหาความสุขที่ไม่สิ้นสุดก็อย่างเช่น คนที่เป็นเพอร์เฟกชันนิสต์ที่ไม่สามารถทนต่อความผิดพลาด ซึ่งเป็นสิ่งสามัญที่มนุษย์เจออยู่ในทุกวัน หรือจะเป็นการทำตัวให้มีความสุขตามมาตรฐานโซเชียลมีเดีย โดยที่ตัวเองไม่ได้อยากทำ…
03/01/2024

ฮุกกะ (Hygge) เตาผิงในใจ สุขได้ทุกโมเมนต์ แนวคิดความสุขจากเดนมาร์ก

เดนมาร์กเป็นประเทศที่ติด Top 3 ของประเทศที่มีความสุขในโลกสลับเพื่อนบ้านในกลุ่มนอร์ดิก อย่างฟินแลนด์ และไอซ์แลนด์มาต่อเนื่องยาวนานหลายปี โดยแท้จริงแล้วฮุกกะ (Hygge) ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากประเทศเดนมาร์กอย่างที่คนเข้าใจกัน และมีการใช้แพร่หลายในแถบนอร์ดิก เพียงแต่คนเดนมาร์กยึดถือคอนเซปต์นี้ในการดำเนินชีวิตค่อนข้างชัดเจน ซึ่งอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประเทศเดนมาร์กเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชากรมีความสุขที่สุดในโลก ฮุกกะเป็นคำที่เคยโด่งดัง และกลายเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน แม้ว่าจะถูกพูดถึงน้อยลง แต่การรู้จักกับฮุกกะอาจยังคงช่วยให้คุณหาความสุขในใจได้ทุกที่เหมือนเดิม ที่มา และความหมายของฮุกกะ ในยุคปัจจุบันฮุกกะมักหมายถึงความรู้สึกอบอุ่น รื่นเริง ผ่อนคลาย รู้สึกสุขทั้งกาย และใจของการได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คนรัก เพื่อน สัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่ตัวเราเอง หากคุณยังสงสัยว่าฮุกกะควรจะให้ความรู้สึกแบบไหน เราอยากให้คุณลองหลับตา จินตนาการว่าข้างนอกหน้าต่างกำลังโปรยปราย ท้องฟ้าหม่น อากาศที่เย็นลง ไฟสีส้มในห้องที่สว่างกำลังดี และคุณกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมที่นุ่มสบาย พร้อมเจ้าเหมียวบนตัก คลอด้วยเสียงเพลงที่คุณชอบ หรือจะเป็นการนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารที่พร้อมหน้าไปด้วยสมาชิกในครอบครัวที่ไม่ได้เจอกันนาน ทุกคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เหมือนช่วงเวลาที่คุณในวัยเด็กและครอบครัวเคยใช้ร่วมกัน ฮุกกะให้ความรู้สึกแบบนั้น ความสุขที่ไม่ได้หวือหวา ล้นปรี่ แต่อบอุ่น ความสุขจากอะไรที่เรียบง่าย สิ่งเล็ก ๆ รอบตัว หรือแม้แต่ความโดดเดี่ยวที่ทำให้คุณได้หลีกหนีจากความวุ่นวายนั่นก็เป็นฮุกกะได้เช่นกัน ฮุกกะไม่ใช่ภาษาเดนิชโดยตรง พบครั้งแรกในบันทึกในปีค.ศ. 1,800 โดยเป็นคำที่มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยยุคกลาง (ค.ศ. 500–1,500)…
20/03/2023

ไม่ต้องเศร้าก็ร้องไห้ได้…น้ำตาสื่อถึงอะไรบ้าง ?

คุณเสียน้ำตาครั้งสุดท้ายด้วยสาเหตุอะไร ? จริง ๆ แล้วการเสียน้ำตาไม่ได้บ่งบอกว่าคุณกำลังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจเท่านั้น การร้องไห้หรือเสียน้ำตายังสะท้อนความคิด ความรู้สึก หรือปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นของร่างกายด้วย  โดยปกติแล้วผู้ชายมักจะร้องไห้น้อยกว่าผู้หญิง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะหลายวัฒนธรรมมักมองว่าการร้องไห้เป็นสัญญาณของความอ่อนแอ และมักจะสอนเด็กผู้ชายไม่ให้ร้องไห้ นอกจากนี้ ยังมีองค์ประกอบทางชีววิทยาที่บอกว่า ผู้หญิงจะมีฮอร์โมนโปรแลคตินมากกว่าผู้ชาย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เกิดปัจจัยการร้องไห้ง่ายขึ้น ในทางกลับกันผู้ชายมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในระดับที่สูงกว่า และฮอร์โมนดังกล่าวทำให้ผู้ชายร้องไห้ได้ยากขึ้น ‘น้ำตา’ ถูกผลิตโดยต่อมน้ำตาเหนือดวงตาของคุณประกอบด้วย เกลือและน้ำ ซึ่งช่วยให้พื้นผิวของดวงตามีความชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ชะล้างฝุ่น ละออง หรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปดวงตาออกมาผ่านน้ำตา ทั้งนี้ หลายคนมักจะเข้าใจว่าการเสียน้ำตาเป็นสัญญาณของความเจ็บปวด เสียใจ แต่ความจริงแล้วสาเหตุที่ทำให้คนเราร้องไห้มีด้วยกันหลายสาเหตุ และคุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกอับอายหากตนเองอยากร้องไห้ขึ้นมา น้ำตาช่วยบรรเทาอาการปวด หากคุณบังเอิญถูกประตูหนีบมือ อาการปวดอย่างรุนแรงอาจทำให้คุณน้ำตาไหลได้ และมีแนวโน้มที่จะร้องไห้จริง ๆ มากขึ้นเมื่อคุณต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างหนักเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเพื่อบรรเทาทุกข์ ยกตัวอย่าง อาการปวดที่รุนแรงต่อเนื่อง เช่น ปวดไมเกรน กระดูกหัก การคลอดบุตร โดยมีงานวิจัยระบุว่าเมื่อคุณร้องไห้ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินและออกซิโทซิน เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ทางอารมณ์พร้อมกับความเจ็บปวดทางร่างกาย จึงเรียกได้ว่าการร้องไห้เป็นพฤติกรรมที่ปลอบประโลมตนเองจากความเจ็บปวดนั่นเอง น้ำตาช่วยประมวลผลทางอารมณ์ เมื่อความรู้สึกของคุณรุนแรงจนคุณไม่รู้ว่าจะจัดการหรือรับมือกับมันอย่างไร การร้องไห้อาจเป็นวิธีหนึ่งในการแสดงความรู้สึกและบรรเทาทุกข์ ดังนั้น ความรู้สึกเศร้า ความรู้สึกผิด หรือความกังวลอย่างท่วมท้นอาจทำให้น้ำตาไหลได้ แม้ว่าจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเป็นพิเศษก็ตาม  หากคุณเคยรู้สึกสะเทือนใจจนน้ำตาไหล…
Optimistic Asian girl raises clenched fists, anticipates for good results of exam, closes eyes and smiles broadly, has pony tail, wears sweater isolated on blue background. People, emotions, lifestyle
13/02/2023

คนโสดมีความสุขกว่าคนมีคู่ ? ก่อนจะรักใครต้องรักตัวเองก่อน

ความรัก ถือเป็นเรื่องสวยงามที่เกิดขึ้นในชีวิตของหลายคน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นความรักแบบคู่รักเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความรักจากครอบครัว จากเพื่อน หรือจากครูอาจารย์ ที่สำคัญคนโสดไม่ต้องน้อยใจไป เพราะรู้หรือไม่ว่าข้อดีของการใช้ชีวิตโสดมีมากมาย อีกทั้งคนที่โสดยังมีแนวโน้มมีความสุขและมีสุขภาพจิตที่ดีมากกว่าคนที่มีคู่รักอีกด้วย  ทำไมคนโสดถึงมีความสุขกว่าคนมีคู่ งานวิจัยพบว่าชาวอเมริกันที่เป็นโสดส่วนใหญ่จะมีเวลาให้กับครอบครัว หรือเข้าสังคมไปสังสรรค์กับผู้อื่นมากกว่าคนมีคู่ ไม่ต้องห่วงว่าการเป็นโสดจะทำให้คุณรู้สึกเหงาเพราะนักจิตวิทยาได้ให้ทฤษฎีเอาไว้ว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แม้ต้องอยู่คนเดียวแต่คนเหล่านั้นจะชดเชยด้วยการหากิจกรรมที่ได้ทำร่วมกับผู้อื่น ดังนั้น คนโสดมีแนวโน้มจะได้ทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบร่วมกับผู้คนอย่างมีความสุขและที่สำคัญมีอิสระมากกว่าคนมีคู่ หากคุณเป็นคนที่ชอบเก็บตัว การเป็นโสดจะทำให้คุณได้มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น เพราะสำหรับบางคนการได้อยู่ในห้องตามลำพังคือการฟื้นฟูจิตใจรวมถึงได้พักผ่อนอย่างหนึ่ง ในขณะที่คนมีคู่หรือมีครอบครัวอาจจะต้องบริหารเวลาในการดูแลตนเองไปพร้อม ๆ กับภาระหน้าที่ของการเป็นคนรักหรือหัวหน้าครอบครัว งานวิจัยชี้คนโสดใช้เวลาเฉลี่ย 5.56 ชั่วโมงต่อวันไปกับกิจกรรมยามว่างที่ชื่นชอบ ในขณะที่คนแต่งงานแล้วหรือคนมีคู่ ใช้เวลาพักผ่อนเฉลี่ย 4.87 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้คนโสดมีโอกาสได้เล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือหากิจกรรมเพื่อช่วยผ่อนคลายร่างกายและจิตใจของตนเองได้มากกว่า ที่สำคัญการได้ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบยังช่วยป้องกันโรคเครียดได้อีกด้วย  นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์พบว่าชายและหญิงอายุ 18 - 64 ปี ที่ไม่เคยแต่งงานมีแนวโน้มออกกำลังกายมากกว่าคู่รักที่หย่าร้างหรือแต่งงานแล้ว อีกทั้งมีรายงานด้วยว่าผู้ชายที่แต่งงานแล้วมีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนมากกว่าผู้ชายโสดถึง 25% เพราะอย่างที่บอกในข้อก่อนหน้านี้ว่าคนโสดมักมีเวลาว่างในการออกกำลังกายมากกว่าคนมีคู่รักนั่นเอง ทุกคนรู้ดีว่าการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญ และการนอนหลับให้เต็มอิ่มมีส่วนช่วยฟื้นฟูร่างกายหลายด้าน จากผลสำรวจชี้ว่าคนโสดมีแนวโน้มที่จะนอนหลับได้มากที่สุด เฉลี่ยคืนละ 7.13 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับคนที่มีแฟนแล้ว เพราะการนอนหลับข้างใครสักคนอาจทำให้คุณนอนหลับได้ยากขึ้นนั่นเอง หากคุณมีคู่ แน่นอนว่าหากวันไหนคู่ของคุณทำให้คุณไม่สบายใจ อารมณ์เสีย การจัดการกับความรู้สึกของคุณอาจจะยาก และเป็นไปได้ว่าคุณอาจจะอารมณ์เสียเรื่องคู่ของคุณไปทั้งวัน…
18/01/2022

ใครบอกเงินซื้อ ‘ความสุข’ ไม่ได้? หรือเพราะซื้อไม่ถูกวิธีต่างหาก

ในปี 2010 ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ 2 คน แดเนียล คาฮ์นะมัน (Daniel Kahneman) และแองกัส ดีตัน (Angus Deaton) ตีพิมพ์งานวิจัยชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของความสุขและเงินที่มีคนนำไปพูดถึงเป็นอย่างกว้างขวาง มีการกล่าวอ้างถึงบทความนี้มากมายทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยข้อมูลที่นำมาพูดถึงก็คือสิ่งที่นักวิจัยค้นพบว่า คุณภาพของชีวิตจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่มากขึ้น และความรู้สึกก็ดีขึ้นจริงในกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย แต่สภาพความเป็นอยู่หรือความรู้สึกที่ดีเหล่านี้จะไม่เพิ่มขึ้นอีกเมื่อรายได้อยู่ที่ประมาณ 75,000 เหรียญสหรัฐต่อปี​ (เทียบเป็นเงินตอนนี้ก็ประมาณ​ 92,000 เหรียญสหรัฐ หรือเป็นเงินไทยในปัจจุบันก็ราว ๆ 3 ล้านบาท​) งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าระดับรายได้ที่สูงไปกว่านี้จะไม่ส่งผลให้เกิดความสุขที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอีกต่อไป ซึ่งข้อมูลตรงนี้สร้างความเข้าใจใหม่ ๆ เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเงินกับความสุขให้ชัดเจนมากขึ้น ผู้บริหารของบริษัทบางแห่งอย่าง Gravity Payments ถึงขั้นปรับเงินเดือนขั้นต่ำของพนักงานทุกคนให้เป็นปีละ 70,000 เหรียญสหรัฐฯ หลังจากอ่านงานวิจัยชิ้นนี้ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเมื่อเรามีรายได้ระดับ 15,000 บาท/เดือน เราก็จะเครียด เพราะกังวลเกี่ยวกับเรื่องเงิน ค่าใช้จ่ายต้องประหยัด และระมัดระวัง ถ้ามีเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 บาท/เดือน เราก็จะเครียดลดลง กังวลลดลง ทำให้เรามี ‘ความสุข’ มากขึ้นอย่างชัดเจน แต่เมื่อรายได้ไปถึงเดือนละ…
20/04/2020

นักวิจัยเผย !! ฟัง 10 เพลงต่อไปนี้จะทำให้คุณแฮปปี้แน่นอน !!

มีงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าการฟังเพลงนำพาความสุขมาให้แก่จิตใจและยังชี้ชัดลงไปอีกว่าเพลงไหนที่ทำให้แฮปปี้มีความสุขได้มากกว่าเพลงอื่น ๆ ซึ่ง Dr. Jacob Jolij  นักวิจัยทางด้านประสาทวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการรับรู้ (cognitive neuroscience) ได้มาพร้อมข้อสรุปที่บ่งชี้ว่าองค์ประกอบอะไรในบทเพลงที่ทำให้เรามีความสุข ซึ่งประกอบไปด้วยปัจจัยอันหลากหลาย ทั้งในเรื่องของความเร็ว (Tempo) , ระดับความโลกสวยของเนื้อเพลง , คีย์เพลงว่าเป็นไมเนอร์หรือเมเจอร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลต่อความสุขของผู้ฟังทั้งนั้น ดังนั้น ดร.เจค็อบ ก็เลยจัดลิสต์เพลงมาให้เรา 10 บทเพลงที่จะทำให้เราแฮปปี้มีความสุข ซึ่งบอกเลยว่าแต่ละเพลงนั้น ฟังแล้วมันสุขใจจริง ๆ ลองไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองเลยครับ !! 1. Don't Stop Me Now (Queen) https://www.youtube.com/watch?time_continue=1&v=HgzGwKwLmgM&feature=emb_logo หนึ่งในบทเพลงมาสเตอร์พีซของ Queen ที่ยังคงฮิตติดลมบนเหนือกาลเวลา เพลงนี้เคยติดอันดับ 3 ในลิสต์ 10 ที่สุดแห่งบทเพลงของ Queen ที่จัดอันดับโดย Rolling Stone เพลงนี้เป็นเพลงง่าย ๆ แต่ฟังแล้วได้อารมณ์ สุขสมไปด้วยพลัง จากเสียงร้องสูง ๆ ทรงพลังของเฟรดดี เมอร์คิวรี…
27/03/2020

ถอดรหัสความลับ 5 ข้อในการค้นพบความหมายและใช้ชีวิตไปจนวันตายอย่างมีความสุขจากซีรีส์ Itaewon Class

“Itaewon Class” ธุรกิจปิดเกมแค้น คือซีรีส์เกาหลีที่ได้รับความนิยมชมชอบเป็นอย่างสูง ณ ขณะนี้ เล่าเรื่องของ “พัคแซรอย” (พัคซอจุน) เด็กหนุ่มที่ผ่านประสบการณ์เลวร้ายพบความอยุติธรรมทั้งหลายจากอำนาจด้านมืดของผู้มีอิทธิพลในวงการร้านอาหาร จนชีวิตเกือบพังทลายแต่ด้วยความรักและคำสอนของพ่อบวกกับใจที่แข็งแกร่งจึงทำให้พัคแซรอยได้หยัดยืนอีกครั้งและเริ่มต้นทำร้านอาหารของตัวเองเพื่อเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยน้ำมือของเขาโดยมีบุคคลมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตและแซรอยได้โอบกอดเอาไว้คอยเป็นแรงกำลังใจและเชื่อเหลือเขาให้ก้าวไปสู่ชัยชนะที่ปรารถนา เป็นซีรีส์ที่สร้างความประทับใจ มอบกำลังใจและให้ความรู้ไม่เพียงแต่ในด้านของการทำธุรกิจแต่ยังรวมไปถึงการใช้ชีวิตอีกด้วย ซึ่งสิ่งที่เราได้สัมผัสจากซีรีส์เรื่องนี้ทำให้เราคิดถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เคยอ่านมา หนังสือ “ความลับ 5 ข้อที่คุณต้องค้นให้พบก่อนตาย (The Five Secrets You Must Discover Before You Die)” ของ ดร.จอห์น ไอโซ นักประพันธ์เจ้าของรางวัล นักสร้างวัฒนธรรมองค์กร และนักรณรงค์เพื่อความยั่งยืนของโลก ที่ได้ทำการสัมภาษณ์บุคคลในวัยไม้ใกล้ฝั่งในอเมริกาเหนือหลากเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ วัฒนธรรม ศาสนา ภูมิศาสตร์ และสถานภาพของชีวิต เพื่อตอบคำถามว่าก่อนที่เราจะตาย เราต้องค้นพบอะไรเกี่ยวกับชีวิต จึงจะทำให้ชีวิตนั้นมีความหมายและใช้ชีวิตไปจนตายอย่างมีความสุข อะไรคือความลับของการหาความสุขและดำเนินชีวิตอย่างมีปัญญา อะไรที่ “สำคัญที่สุด” หากเราอยากใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์ที่คุ้มค่า สุดท้าย ดร.จอห์น ได้ค้นพบกับคำตอบนั้นและได้สรุปออกมาเป็นความลับ 5 ข้อที่จะทำให้เราค้นพบความหมายและใช้ชีวิตไปจนตายอย่างมีความสุข นั่นคือ ซื่อสัตย์กับตัวเอง,…
06/02/2020

ฮิตาชิ เปิดตัว AI and Happiness โซลูชันเพิ่มความสุขให้พนักงาน

เมื่อโลกปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูง มีความกดดัน และให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการทำงาน  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่ง Hitachi มีการวิจัยสำคัญเกี่ยวกับความสุขของพนักงาน โดยมองเห็นว่าถ้าคนทำงานไม่มีความสุข ประสิทธิภาพการทำงานก็จะลดลง จึงเริ่มให้ความสำคัญกับพนักงานมากขึ้น มอบสวัสดิการต่าง ๆ รวมไปถึงการคิดค้นนวัตกรรมและโซลูชันที่เกี่ยวกับสภาวะจิตใจ ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความเคลียดของพนักงานว่าส่งผลต่อชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานขนาดไหน ซึ่งทาง Hitachi ได้มีผลการวิจัยและพัฒนามาแล้วมากกว่า 14 ปี โดยการนำเอาเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในด้านการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการทำงานและคุณภาพของงาน ผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตัวของพนักงานเช่น ป้ายชื่อ หรือสายรัดข้อมือ โดยใช้เซนเซอร์ในการตรวจจับควมเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน แล้วนำ BIG DATA ที่มีข้อมูลนับ 1,000,000 วัน จนสามารถจัดการวัดผลค่าความสุขได้มาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบผ่าน AI เพื่อตั้งสมมติฐานหาความเชื่อมโยงระหว่างความสุขของพนักงานและประสิทธิภาพในการทำงาน ตลอดจนคุณภาพของผลงานที่ได้ว่ามีการแปรผันตรงกันอย่างมีนัยสำคัญ https://www.youtube.com/watch?v=VzV1x9Q1igE   ความสุขของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ทุก ๆ คนมีอาการที่แสดงให้เห็นว่าใครนั้นมีความสุขได้ในแบบเดียวกัน ซึ่งอาการเหล่านี้จะแสดงออกมาในรูปแบบของสัญญาณชีพต่าง ๆ ตั้งแต่กระแสเลือด เอนไซม์ ต่อมน้ำเหลือง ทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายสามารถแสดงออกมาได้ซึ่งผลของคนที่มีความสุขคือ การส่งผลกับคนรอบตัวของเขา และสามารถสร้างการทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ถ้าคนที่ไม่มีความสุข…

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…