Tags
| ความสุข
11/01/2024
5 รูปแบบของความสุขที่ส่งผลเสียต่อตัวคุณเอง
ความสุข ห้วงแห่งอารมณ์ด้านบวกยามที่ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมาหลายรูปแบบ ความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ล้วนใฝ่ฝันหา และถูกวางไว้ตรงข้ามกับความทุกข์ราวกับท้องฟ้าและหุบเหว ชีวิตที่มีความสุข ไม่ว่าจะจากเงินทอง ของอร่อย มุกตลก สุขภาพที่แข็งแรง หรือความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ความสุขถูกขนานนามว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่ทำให้มนุษย์ยืนยาว ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ความสุขไม่สิ่งจีรังยั่งยืนเช่นเดียวกับความทุกข์ ความสุขสามารถหมดไปได้ และมนุษย์ก็ต้องตามหาความสุขมาเติมเต็มจิตใจของตนเองอยู่เสมอ และความสุขอาจไม่ได้ดีต่อคุณเสมอไป บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับรูปแบบของความสุขที่สร้างปัญหาให้กับคุณได้ รูปแบบของความสุขที่ทำให้ทุกข์กว่าเดิม ความสุขเป็นนามธรรมที่ไร้รูปร่างหน้าตา แต่เราทุกคนล้วนจับต้องมันได้จากภายในสมอง และจิตวิญญาณ แต่ความสุขบางรูปแบบอาจเป็นขนมแสนหอมหวาน พร้อมสอดไส้มาไซยาไนด์ หรือหมาป่าในชุดนอนของคุณยายใจดี มาดูกันว่าความสุขที่ส่งผลเสียต่อตัวคุณมีแบบไหนบ้าง? 1. ความสุขที่ต้องตามหาแบบไม่สิ้นสุด เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะดิ้นรนไขว่คว้าหาความสุขในรูปแบบต่าง ๆ แต่การมีมาตรฐานทางความสุขที่เหนือจริง และไกลเกินไปอาจสร้างความกดดัน ความเครียด และวิตกกังวล ซึ่งกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนความเครียดที่ชื่อคอร์ติซอล (Cortisol) ที่อาจส่งผลต่อการนอนหลับ ระบบภูมิคุ้มกัน และสมอง การศึกษาพบว่าคนที่มีภาวะเครียด และมีการหลั่งคอร์ติซอลบ่อย ๆ เสี่ยงต่อโรคทางอารมณ์ โรคหัวใจ และปัญหาสุขภาพอีกหลายอย่าง และต่อให้ไม่ได้เครียดมาก แต่เครียดบ่อยก็ส่งผลเสียได้ไม่ต่างกัน นอกจากนี้ การเลือกที่จะสัมผัสแต่ความสุขอาจทำให้ภูมิต้านทานต่อความทุกข์น้อย เมื่อต้องเจอกับความทุกข์ความผิดหวัง อาจสร้างผลกระทบต่อจิตใจได้มากกว่าที่ควรจะเป็น ตัวอย่างของการตามหาความสุขที่ไม่สิ้นสุดก็อย่างเช่น คนที่เป็นเพอร์เฟกชันนิสต์ที่ไม่สามารถทนต่อความผิดพลาด ซึ่งเป็นสิ่งสามัญที่มนุษย์เจออยู่ในทุกวัน หรือจะเป็นการทำตัวให้มีความสุขตามมาตรฐานโซเชียลมีเดีย โดยที่ตัวเองไม่ได้อยากทำ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 742 days ago
Read More03/01/2024
ฮุกกะ (Hygge) เตาผิงในใจ สุขได้ทุกโมเมนต์ แนวคิดความสุขจากเดนมาร์ก
เดนมาร์กเป็นประเทศที่ติด Top 3 ของประเทศที่มีความสุขในโลกสลับเพื่อนบ้านในกลุ่มนอร์ดิก อย่างฟินแลนด์ และไอซ์แลนด์มาต่อเนื่องยาวนานหลายปี โดยแท้จริงแล้วฮุกกะ (Hygge) ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากประเทศเดนมาร์กอย่างที่คนเข้าใจกัน และมีการใช้แพร่หลายในแถบนอร์ดิก เพียงแต่คนเดนมาร์กยึดถือคอนเซปต์นี้ในการดำเนินชีวิตค่อนข้างชัดเจน ซึ่งอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประเทศเดนมาร์กเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชากรมีความสุขที่สุดในโลก ฮุกกะเป็นคำที่เคยโด่งดัง และกลายเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน แม้ว่าจะถูกพูดถึงน้อยลง แต่การรู้จักกับฮุกกะอาจยังคงช่วยให้คุณหาความสุขในใจได้ทุกที่เหมือนเดิม ที่มา และความหมายของฮุกกะ ในยุคปัจจุบันฮุกกะมักหมายถึงความรู้สึกอบอุ่น รื่นเริง ผ่อนคลาย รู้สึกสุขทั้งกาย และใจของการได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คนรัก เพื่อน สัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่ตัวเราเอง หากคุณยังสงสัยว่าฮุกกะควรจะให้ความรู้สึกแบบไหน เราอยากให้คุณลองหลับตา จินตนาการว่าข้างนอกหน้าต่างกำลังโปรยปราย ท้องฟ้าหม่น อากาศที่เย็นลง ไฟสีส้มในห้องที่สว่างกำลังดี และคุณกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมที่นุ่มสบาย พร้อมเจ้าเหมียวบนตัก คลอด้วยเสียงเพลงที่คุณชอบ หรือจะเป็นการนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารที่พร้อมหน้าไปด้วยสมาชิกในครอบครัวที่ไม่ได้เจอกันนาน ทุกคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เหมือนช่วงเวลาที่คุณในวัยเด็กและครอบครัวเคยใช้ร่วมกัน ฮุกกะให้ความรู้สึกแบบนั้น ความสุขที่ไม่ได้หวือหวา ล้นปรี่ แต่อบอุ่น ความสุขจากอะไรที่เรียบง่าย สิ่งเล็ก ๆ รอบตัว หรือแม้แต่ความโดดเดี่ยวที่ทำให้คุณได้หลีกหนีจากความวุ่นวายนั่นก็เป็นฮุกกะได้เช่นกัน ฮุกกะไม่ใช่ภาษาเดนิชโดยตรง พบครั้งแรกในบันทึกในปีค.ศ. 1,800 โดยเป็นคำที่มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยยุคกลาง (ค.ศ. 500–1,500)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 750 days ago
Read More20/03/2023
ไม่ต้องเศร้าก็ร้องไห้ได้…น้ำตาสื่อถึงอะไรบ้าง ?
คุณเสียน้ำตาครั้งสุดท้ายด้วยสาเหตุอะไร ? จริง ๆ แล้วการเสียน้ำตาไม่ได้บ่งบอกว่าคุณกำลังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจเท่านั้น การร้องไห้หรือเสียน้ำตายังสะท้อนความคิด ความรู้สึก หรือปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นของร่างกายด้วย โดยปกติแล้วผู้ชายมักจะร้องไห้น้อยกว่าผู้หญิง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะหลายวัฒนธรรมมักมองว่าการร้องไห้เป็นสัญญาณของความอ่อนแอ และมักจะสอนเด็กผู้ชายไม่ให้ร้องไห้ นอกจากนี้ ยังมีองค์ประกอบทางชีววิทยาที่บอกว่า ผู้หญิงจะมีฮอร์โมนโปรแลคตินมากกว่าผู้ชาย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เกิดปัจจัยการร้องไห้ง่ายขึ้น ในทางกลับกันผู้ชายมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในระดับที่สูงกว่า และฮอร์โมนดังกล่าวทำให้ผู้ชายร้องไห้ได้ยากขึ้น ‘น้ำตา’ ถูกผลิตโดยต่อมน้ำตาเหนือดวงตาของคุณประกอบด้วย เกลือและน้ำ ซึ่งช่วยให้พื้นผิวของดวงตามีความชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ชะล้างฝุ่น ละออง หรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปดวงตาออกมาผ่านน้ำตา ทั้งนี้ หลายคนมักจะเข้าใจว่าการเสียน้ำตาเป็นสัญญาณของความเจ็บปวด เสียใจ แต่ความจริงแล้วสาเหตุที่ทำให้คนเราร้องไห้มีด้วยกันหลายสาเหตุ และคุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกอับอายหากตนเองอยากร้องไห้ขึ้นมา น้ำตาช่วยบรรเทาอาการปวด หากคุณบังเอิญถูกประตูหนีบมือ อาการปวดอย่างรุนแรงอาจทำให้คุณน้ำตาไหลได้ และมีแนวโน้มที่จะร้องไห้จริง ๆ มากขึ้นเมื่อคุณต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างหนักเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเพื่อบรรเทาทุกข์ ยกตัวอย่าง อาการปวดที่รุนแรงต่อเนื่อง เช่น ปวดไมเกรน กระดูกหัก การคลอดบุตร โดยมีงานวิจัยระบุว่าเมื่อคุณร้องไห้ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินและออกซิโทซิน เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ทางอารมณ์พร้อมกับความเจ็บปวดทางร่างกาย จึงเรียกได้ว่าการร้องไห้เป็นพฤติกรรมที่ปลอบประโลมตนเองจากความเจ็บปวดนั่นเอง น้ำตาช่วยประมวลผลทางอารมณ์ เมื่อความรู้สึกของคุณรุนแรงจนคุณไม่รู้ว่าจะจัดการหรือรับมือกับมันอย่างไร การร้องไห้อาจเป็นวิธีหนึ่งในการแสดงความรู้สึกและบรรเทาทุกข์ ดังนั้น ความรู้สึกเศร้า ความรู้สึกผิด หรือความกังวลอย่างท่วมท้นอาจทำให้น้ำตาไหลได้ แม้ว่าจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเป็นพิเศษก็ตาม หากคุณเคยรู้สึกสะเทือนใจจนน้ำตาไหล…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1039 days ago
Read More13/02/2023
คนโสดมีความสุขกว่าคนมีคู่ ? ก่อนจะรักใครต้องรักตัวเองก่อน
ความรัก ถือเป็นเรื่องสวยงามที่เกิดขึ้นในชีวิตของหลายคน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นความรักแบบคู่รักเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความรักจากครอบครัว จากเพื่อน หรือจากครูอาจารย์ ที่สำคัญคนโสดไม่ต้องน้อยใจไป เพราะรู้หรือไม่ว่าข้อดีของการใช้ชีวิตโสดมีมากมาย อีกทั้งคนที่โสดยังมีแนวโน้มมีความสุขและมีสุขภาพจิตที่ดีมากกว่าคนที่มีคู่รักอีกด้วย ทำไมคนโสดถึงมีความสุขกว่าคนมีคู่ งานวิจัยพบว่าชาวอเมริกันที่เป็นโสดส่วนใหญ่จะมีเวลาให้กับครอบครัว หรือเข้าสังคมไปสังสรรค์กับผู้อื่นมากกว่าคนมีคู่ ไม่ต้องห่วงว่าการเป็นโสดจะทำให้คุณรู้สึกเหงาเพราะนักจิตวิทยาได้ให้ทฤษฎีเอาไว้ว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แม้ต้องอยู่คนเดียวแต่คนเหล่านั้นจะชดเชยด้วยการหากิจกรรมที่ได้ทำร่วมกับผู้อื่น ดังนั้น คนโสดมีแนวโน้มจะได้ทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบร่วมกับผู้คนอย่างมีความสุขและที่สำคัญมีอิสระมากกว่าคนมีคู่ หากคุณเป็นคนที่ชอบเก็บตัว การเป็นโสดจะทำให้คุณได้มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น เพราะสำหรับบางคนการได้อยู่ในห้องตามลำพังคือการฟื้นฟูจิตใจรวมถึงได้พักผ่อนอย่างหนึ่ง ในขณะที่คนมีคู่หรือมีครอบครัวอาจจะต้องบริหารเวลาในการดูแลตนเองไปพร้อม ๆ กับภาระหน้าที่ของการเป็นคนรักหรือหัวหน้าครอบครัว งานวิจัยชี้คนโสดใช้เวลาเฉลี่ย 5.56 ชั่วโมงต่อวันไปกับกิจกรรมยามว่างที่ชื่นชอบ ในขณะที่คนแต่งงานแล้วหรือคนมีคู่ ใช้เวลาพักผ่อนเฉลี่ย 4.87 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้คนโสดมีโอกาสได้เล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือหากิจกรรมเพื่อช่วยผ่อนคลายร่างกายและจิตใจของตนเองได้มากกว่า ที่สำคัญการได้ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบยังช่วยป้องกันโรคเครียดได้อีกด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์พบว่าชายและหญิงอายุ 18 - 64 ปี ที่ไม่เคยแต่งงานมีแนวโน้มออกกำลังกายมากกว่าคู่รักที่หย่าร้างหรือแต่งงานแล้ว อีกทั้งมีรายงานด้วยว่าผู้ชายที่แต่งงานแล้วมีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนมากกว่าผู้ชายโสดถึง 25% เพราะอย่างที่บอกในข้อก่อนหน้านี้ว่าคนโสดมักมีเวลาว่างในการออกกำลังกายมากกว่าคนมีคู่รักนั่นเอง ทุกคนรู้ดีว่าการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญ และการนอนหลับให้เต็มอิ่มมีส่วนช่วยฟื้นฟูร่างกายหลายด้าน จากผลสำรวจชี้ว่าคนโสดมีแนวโน้มที่จะนอนหลับได้มากที่สุด เฉลี่ยคืนละ 7.13 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับคนที่มีแฟนแล้ว เพราะการนอนหลับข้างใครสักคนอาจทำให้คุณนอนหลับได้ยากขึ้นนั่นเอง หากคุณมีคู่ แน่นอนว่าหากวันไหนคู่ของคุณทำให้คุณไม่สบายใจ อารมณ์เสีย การจัดการกับความรู้สึกของคุณอาจจะยาก และเป็นไปได้ว่าคุณอาจจะอารมณ์เสียเรื่องคู่ของคุณไปทั้งวัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1074 days ago
Read More18/01/2022
ใครบอกเงินซื้อ ‘ความสุข’ ไม่ได้? หรือเพราะซื้อไม่ถูกวิธีต่างหาก
ในปี 2010 ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ 2 คน แดเนียล คาฮ์นะมัน (Daniel Kahneman) และแองกัส ดีตัน (Angus Deaton) ตีพิมพ์งานวิจัยชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของความสุขและเงินที่มีคนนำไปพูดถึงเป็นอย่างกว้างขวาง มีการกล่าวอ้างถึงบทความนี้มากมายทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยข้อมูลที่นำมาพูดถึงก็คือสิ่งที่นักวิจัยค้นพบว่า คุณภาพของชีวิตจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่มากขึ้น และความรู้สึกก็ดีขึ้นจริงในกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย แต่สภาพความเป็นอยู่หรือความรู้สึกที่ดีเหล่านี้จะไม่เพิ่มขึ้นอีกเมื่อรายได้อยู่ที่ประมาณ 75,000 เหรียญสหรัฐต่อปี (เทียบเป็นเงินตอนนี้ก็ประมาณ 92,000 เหรียญสหรัฐ หรือเป็นเงินไทยในปัจจุบันก็ราว ๆ 3 ล้านบาท) งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าระดับรายได้ที่สูงไปกว่านี้จะไม่ส่งผลให้เกิดความสุขที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอีกต่อไป ซึ่งข้อมูลตรงนี้สร้างความเข้าใจใหม่ ๆ เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเงินกับความสุขให้ชัดเจนมากขึ้น ผู้บริหารของบริษัทบางแห่งอย่าง Gravity Payments ถึงขั้นปรับเงินเดือนขั้นต่ำของพนักงานทุกคนให้เป็นปีละ 70,000 เหรียญสหรัฐฯ หลังจากอ่านงานวิจัยชิ้นนี้ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเมื่อเรามีรายได้ระดับ 15,000 บาท/เดือน เราก็จะเครียด เพราะกังวลเกี่ยวกับเรื่องเงิน ค่าใช้จ่ายต้องประหยัด และระมัดระวัง ถ้ามีเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 บาท/เดือน เราก็จะเครียดลดลง กังวลลดลง ทำให้เรามี ‘ความสุข’ มากขึ้นอย่างชัดเจน แต่เมื่อรายได้ไปถึงเดือนละ…โสภณ ศุภมั่งมี | 1465 days ago
Read More20/04/2020
นักวิจัยเผย !! ฟัง 10 เพลงต่อไปนี้จะทำให้คุณแฮปปี้แน่นอน !!
มีงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าการฟังเพลงนำพาความสุขมาให้แก่จิตใจและยังชี้ชัดลงไปอีกว่าเพลงไหนที่ทำให้แฮปปี้มีความสุขได้มากกว่าเพลงอื่น ๆ ซึ่ง Dr. Jacob Jolij นักวิจัยทางด้านประสาทวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการรับรู้ (cognitive neuroscience) ได้มาพร้อมข้อสรุปที่บ่งชี้ว่าองค์ประกอบอะไรในบทเพลงที่ทำให้เรามีความสุข ซึ่งประกอบไปด้วยปัจจัยอันหลากหลาย ทั้งในเรื่องของความเร็ว (Tempo) , ระดับความโลกสวยของเนื้อเพลง , คีย์เพลงว่าเป็นไมเนอร์หรือเมเจอร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลต่อความสุขของผู้ฟังทั้งนั้น ดังนั้น ดร.เจค็อบ ก็เลยจัดลิสต์เพลงมาให้เรา 10 บทเพลงที่จะทำให้เราแฮปปี้มีความสุข ซึ่งบอกเลยว่าแต่ละเพลงนั้น ฟังแล้วมันสุขใจจริง ๆ ลองไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองเลยครับ !! 1. Don't Stop Me Now (Queen) https://www.youtube.com/watch?time_continue=1&v=HgzGwKwLmgM&feature=emb_logo หนึ่งในบทเพลงมาสเตอร์พีซของ Queen ที่ยังคงฮิตติดลมบนเหนือกาลเวลา เพลงนี้เคยติดอันดับ 3 ในลิสต์ 10 ที่สุดแห่งบทเพลงของ Queen ที่จัดอันดับโดย Rolling Stone เพลงนี้เป็นเพลงง่าย ๆ แต่ฟังแล้วได้อารมณ์ สุขสมไปด้วยพลัง จากเสียงร้องสูง ๆ ทรงพลังของเฟรดดี เมอร์คิวรี…ธีรพงศ์ เสรีสำราญ | 2104 days ago
Read More27/03/2020
ถอดรหัสความลับ 5 ข้อในการค้นพบความหมายและใช้ชีวิตไปจนวันตายอย่างมีความสุขจากซีรีส์ Itaewon Class
“Itaewon Class” ธุรกิจปิดเกมแค้น คือซีรีส์เกาหลีที่ได้รับความนิยมชมชอบเป็นอย่างสูง ณ ขณะนี้ เล่าเรื่องของ “พัคแซรอย” (พัคซอจุน) เด็กหนุ่มที่ผ่านประสบการณ์เลวร้ายพบความอยุติธรรมทั้งหลายจากอำนาจด้านมืดของผู้มีอิทธิพลในวงการร้านอาหาร จนชีวิตเกือบพังทลายแต่ด้วยความรักและคำสอนของพ่อบวกกับใจที่แข็งแกร่งจึงทำให้พัคแซรอยได้หยัดยืนอีกครั้งและเริ่มต้นทำร้านอาหารของตัวเองเพื่อเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยน้ำมือของเขาโดยมีบุคคลมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตและแซรอยได้โอบกอดเอาไว้คอยเป็นแรงกำลังใจและเชื่อเหลือเขาให้ก้าวไปสู่ชัยชนะที่ปรารถนา เป็นซีรีส์ที่สร้างความประทับใจ มอบกำลังใจและให้ความรู้ไม่เพียงแต่ในด้านของการทำธุรกิจแต่ยังรวมไปถึงการใช้ชีวิตอีกด้วย ซึ่งสิ่งที่เราได้สัมผัสจากซีรีส์เรื่องนี้ทำให้เราคิดถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เคยอ่านมา หนังสือ “ความลับ 5 ข้อที่คุณต้องค้นให้พบก่อนตาย (The Five Secrets You Must Discover Before You Die)” ของ ดร.จอห์น ไอโซ นักประพันธ์เจ้าของรางวัล นักสร้างวัฒนธรรมองค์กร และนักรณรงค์เพื่อความยั่งยืนของโลก ที่ได้ทำการสัมภาษณ์บุคคลในวัยไม้ใกล้ฝั่งในอเมริกาเหนือหลากเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ วัฒนธรรม ศาสนา ภูมิศาสตร์ และสถานภาพของชีวิต เพื่อตอบคำถามว่าก่อนที่เราจะตาย เราต้องค้นพบอะไรเกี่ยวกับชีวิต จึงจะทำให้ชีวิตนั้นมีความหมายและใช้ชีวิตไปจนตายอย่างมีความสุข อะไรคือความลับของการหาความสุขและดำเนินชีวิตอย่างมีปัญญา อะไรที่ “สำคัญที่สุด” หากเราอยากใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์ที่คุ้มค่า สุดท้าย ดร.จอห์น ได้ค้นพบกับคำตอบนั้นและได้สรุปออกมาเป็นความลับ 5 ข้อที่จะทำให้เราค้นพบความหมายและใช้ชีวิตไปจนตายอย่างมีความสุข นั่นคือ ซื่อสัตย์กับตัวเอง,…ธีรพงศ์ เสรีสำราญ | 2127 days ago
Read More06/02/2020
ฮิตาชิ เปิดตัว AI and Happiness โซลูชันเพิ่มความสุขให้พนักงาน
เมื่อโลกปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูง มีความกดดัน และให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่ง Hitachi มีการวิจัยสำคัญเกี่ยวกับความสุขของพนักงาน โดยมองเห็นว่าถ้าคนทำงานไม่มีความสุข ประสิทธิภาพการทำงานก็จะลดลง จึงเริ่มให้ความสำคัญกับพนักงานมากขึ้น มอบสวัสดิการต่าง ๆ รวมไปถึงการคิดค้นนวัตกรรมและโซลูชันที่เกี่ยวกับสภาวะจิตใจ ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความเคลียดของพนักงานว่าส่งผลต่อชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานขนาดไหน ซึ่งทาง Hitachi ได้มีผลการวิจัยและพัฒนามาแล้วมากกว่า 14 ปี โดยการนำเอาเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในด้านการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการทำงานและคุณภาพของงาน ผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตัวของพนักงานเช่น ป้ายชื่อ หรือสายรัดข้อมือ โดยใช้เซนเซอร์ในการตรวจจับควมเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน แล้วนำ BIG DATA ที่มีข้อมูลนับ 1,000,000 วัน จนสามารถจัดการวัดผลค่าความสุขได้มาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบผ่าน AI เพื่อตั้งสมมติฐานหาความเชื่อมโยงระหว่างความสุขของพนักงานและประสิทธิภาพในการทำงาน ตลอดจนคุณภาพของผลงานที่ได้ว่ามีการแปรผันตรงกันอย่างมีนัยสำคัญ https://www.youtube.com/watch?v=VzV1x9Q1igE ความสุขของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ทุก ๆ คนมีอาการที่แสดงให้เห็นว่าใครนั้นมีความสุขได้ในแบบเดียวกัน ซึ่งอาการเหล่านี้จะแสดงออกมาในรูปแบบของสัญญาณชีพต่าง ๆ ตั้งแต่กระแสเลือด เอนไซม์ ต่อมน้ำเหลือง ทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายสามารถแสดงออกมาได้ซึ่งผลของคนที่มีความสุขคือ การส่งผลกับคนรอบตัวของเขา และสามารถสร้างการทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ถ้าคนที่ไม่มีความสุข…Totsapon Kritsadangphorn | 2177 days ago
Read MorePR Partners
See All17/01/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True15/01/2026
ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน
ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 7 days ago
Read More15/01/2026
ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 7 days ago
Read More13/01/2026
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 9 days ago
Read More



















