Tags
| งานวิจัย
06/08/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 161 days ago
[บทความ] เมื่องานวิจัยชี้ว่าการแก้ปัญหามลพิษในเอเชีย อาจเร่งให้โลกร้อนเร็วขึ้น
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หลายคนคงรู้สึกว่าภาวะโลกร้อนนั้นรุนแรงและมาเร็วกว่าที่คิด เราได้เห็นสถิติปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ถูกทำลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เคยสงสัยไหมว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ทุกอย่างมัน "เร่งสปีด" ขึ้นขนาดนี้ ? คำถามนี้ได้กลายเป็นปริศนาสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังหาคำตอบ ล่าสุด งานวิจัยชิ้นใหม่ได้ชี้ไปที่คำตอบที่อาจฟังดูย้อนแย้งที่สุด คือ การที่เราจริงจังกับการลดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในจีนและเอเชียตะวันออก อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกร้อนขึ้นเร็วกว่าเดิม ปริศนาอุณหภูมิที่พุ่งไม่หยุด ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยมองว่าสาเหตุอาจมาจากการควบคุมการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ในอุตสาหกรรมเดินเรือ แต่มาตรการนี้เพิ่งเริ่มจริงจังเมื่อปี 2020 ผลกระทบจึงยังไม่มากพอที่จะอธิบายทุกอย่างได้ ขณะที่นักวิจัยจาก NASA ก็ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงของเมฆ ทั้งการลดลงของเมฆในเขตร้อนชื้นหรือเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน แต่มีจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งที่ถูกมองข้ามไป นั่นคือ ความพยายามอย่างมหาศาลของจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกในการต่อสู้กับมลพิษทางอากาศ เพื่อสุขภาพของประชาชน นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ภูมิภาคนี้ลดการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ลงได้ถึง 75% และที่น่าสนใจคือ ช่วงเวลาที่ความพยายามนี้เข้มข้นขึ้น กลับเป็นช่วงเดียวกับที่โลกร้อนเริ่มเร่งสปีดพอดี เมื่อ "เกราะกำบัง" จากมลพิษจางหายไป เผยให้เห็นผลกระทบแท้จริง งานวิจัยชิ้นนี้เกิดจากความร่วมมือของทีมนักวิทยาศาสตร์ 8 ทีมทั่วโลก และได้ข้อสรุปที่น่าสนใจและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน มลพิษในอากาศที่ผ่านมานั้น ทำหน้าที่เหมือน "เกราะ" ที่คอยบดบังผลกระทบที่แท้จริงของภาวะโลกร้อนเอาไว้ และเมื่ออากาศสะอาดขึ้น "หน้ากาก" ที่ว่านี้ก็ถูกถอดออก เผยให้เห็นความรุนแรงของปัญหาที่ซ่อนอยู่ แม้ว่ามลพิษทางอากาศจะเป็นภัยร้ายต่อสุขภาพ…08/01/2024
ทำไมฉี่ต้องสีเหลือง กับคำตอบที่นักวิทยาศาสตร์ก็เพิ่งรู้เหมือนกัน
ฉี่หรือปัสสาวะเป็นของเสียจากร่างกายที่มีสีเหลือง เหลืองอ่อน เหลืองเข้ม หรือบางทีก็ใส แม้จะเป็นของเสียพื้นฐานที่นักวิทยาศาสตร์ และแพทย์รู้ว่ามันมีส่วนประกอบของอะไรบ้าง แล้วถ้าฉี่มีสีที่เปลี่ยนไปสามารถบอกได้ถึงโรคอะไรบ้าง แต่คำตอบที่แท้จริงว่าทำไมฉี่ถึงเป็นสีเหลืองยังคงปริศนาค้างคาใจบรรดานักวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนาน ทั้งที่เป็นเรื่องพื้นฐานที่องค์ความรู้วิทยาศาสตร์น่าจะไปถึงนานแล้ว จนกระทั่งเมื่อต้นปี 2024 นักวิทยาศาสตร์ได้พบคำตอบที่แท้จริงว่าทำไมฉี่ถึงสีเหลือง โดยเขาพบว่าเป็นผลมาจากเอนไซม์ที่ชื่อบิลิรูบินรีดักเตส (Bilirubin Reductase) ที่ถูกผลิตจากแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญเข้าใจเพียงว่าสีเหลืองจากฉี่เป็นผลมาจากการกำจัดเซลล์เม็ดเลือดแดงเมื่อเซลล์หมดอายุขัย และนำไปกำจัดผ่านไต และทำให้เกิดสารบิลิรูบิน (Bilirubin) ที่มีส้มเหลืองขึ้น และส่งไปยังลำไส้ที่มีแบคทีเรียอยู่ หลังจากนั้นแบคทีเรียในลำไส้จะย่อยสลายสารนี้จนกลายเป็นสารสีเหลืองที่ทำให้ฉี่ของเรากลายเป็นสีเหลือง ชื่อว่า ยูโรบิลิน (Urobilin) ถึงอย่างนั้น ชนิดของแบคทีเรียในลำไส้ที่ทำหน้าที่แยกสารสีเหลืองนี้ออกมาก็ยังคงเป็นปริศนาสำหรับนักวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การค้นพบเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งประตูสำคัญที่จะทำให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าใจกลไกการทำงานของร่างกายมากขึ้น และช่วยสร้างองค์ความรู้สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่าย อย่างความสัมพันธ์ของฉี่ ไต ลำไส้ แบคทีเรียในลำไส้ที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ อย่างโรคดีซ่านที่ทำให้เกิดผู้ป่วยตัวเหลือง ตาเหลือง รวมถึงโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ทีมนักวิจัยได้ตรวจสอบแบคทีเรียในลำไส้ของผู้ใหญ่สุขภาพดีจำนวน 1,801 คน เพื่อหายีนแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสีในฉี่ และพบว่า 99.9 เปอร์เซ็นต์ของคนที่เข้าร่วมการศึกษานี้มีแบคทีเรียในลำไส้ที่ทำให้เกิดสีเหลืองในฉี่ เลยยืนยันได้ว่าที่ฉี่ของเราเป็นสีเหลือง ส่วนหนึ่งนั้นมีกลไกมาจากการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้ ส่วนคนที่เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และเด็กทารกที่มีอาการดีซ่านจำนวนหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์พบว่าร่างกายขาดยีนของแบคทีเรียที่จะช่วยเปลี่ยนสารบิลิรูบินให้กลายเป็นสารสีเหลือง และขับออกมากับฉี่ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเหล่านั้นขึ้น กล่าวโดยสรุปคือนักวิทยาศาสตร์พบอีกหนึ่งกลไกที่ทำให้ฉี่กลายเป็นสีเหลือง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 737 days ago
Read More18/10/2023
ผลดีของการเล่นเกมกับสมองและสุขภาพจิต
“เกม” มักตกเป็นแพะรับบาปในเรื่องร้าย ๆ หลาย ๆ เรื่องที่เยาวชนทำ แต่จริง ๆ แล้วงานวิจัยบางชิ้นกลับพบว่า เกมไม่ได้มีอิทธิพลต่อความรุนแรงในเด็กมากขนาดนั้น และในขณะเดียวกันการเล่นเกมก็ยังส่งผลดีต่อสมองและสุขภาพจิตด้วย วันนี้ Hack for Health ขอเป็นตัวแทนนำเสนอข้อมูล ที่เป็นข้อเท็จจริงอีกแง่มุมหนึ่งให้สังคมได้ทำความเข้าใจกัน เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้องในเรื่องของ “เกมและเด็ก” ขอแนะนำ งานวิจัยที่นำโดย Aaron Drummond จาก New Zealand’s Massey University งานวิจัยนี้ ได้มีการวิเคราะห์จากการศึกษาทั่วโลก 28 ฉบับ ย้อนหลังไปจนถึงปี 2008 พบว่า การเล่นวิดีโอเกมไม่ได้นำไปสู่การเกิดความรุนแรงหรือความก้าวร้าว ซึ่งมาจากการวิเคราะห์ข้อมูล ที่รวบรวมมาจากคนหนุ่มสาวมากกว่า 21,000 คนทั่วโลก งานวิจัยนี้ นำโดย Aaron Drummond จากมหาวิทยาลัย New Zealand’s Massey University ที่ได้ลงมือตรวจสอบการศึกษาจำนวน 28 ชิ้น ซึ่งมีการวิเคราะห์ระหว่าง “พฤติกรรมก้าวร้าวและการเล่นวิดีโอเกม” โดยมาจากวิธีการวิเคราะห์ที่เรียกว่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 819 days ago
Read More27/07/2023
การออกกำลังกายช่วยให้หายเศร้า นักวิจัยพบการออกกำลังกายรักษาโรคซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลมากกว่าการใช้ยา
โรคซึมเศร้า (Depression) เป็นโรคความผิดปกติทางอารมณ์ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านลบที่รุนแรง โดยที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมหรือจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นได้ กลไกของโรคนี้เป็นผลมาจากสารเคมีในสมองมีผลต่ออารมณ์ผิดปกติไปจนเกิดเป็นอาการทางอารมณ์ และนำไปสู่อาการทางด้านร่างกาย รวมถึงพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคนป่วยด้วย ซึ่งปัจจัยหลายอย่างส่งผลร่วมกัน โดยประชากรโลกกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การป่วยด้วยโรคซึมเศร้าจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งผู้ป่วยต้องใช้ยาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยแต่ละคนอาจถูกกับยาคนละชนิด ยาบางชนิดอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย นอกเหนือจากยาแล้ว การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ดีต่อสุขภาพ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายให้มากขึ้นก็เป็นวิธีที่แพทย์แนะนำ ล่าสุดมีการศึกษาขนาดใหญ่ที่ได้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาแบบรีวิว 97 ชิ้นที่มาจากงานวิจัยกว่า 1,039 งาน โดยมีกลุ่มตัวอย่างถึง 128,119 คน แก่นของการศึกษาที่ได้หยิบมาคือประสิทธิภาพของการออกกำลังกายต่อสุขภาพและการรักษาโรค โดยเฉพาะโรคทางอารมณ์ ซึ่งงานวิจัยเป็นพันชิ้นที่ผ่านการรีวิวนั้นมีตั้งแต่คนทั่วไปที่ไม่มีโรค คนสุขภาพดี คนที่มีโรคซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล และป่วยด้วยโรคต่าง ๆ อีกมากมาย การศึกษาชิ้นนี้พบว่าการออกกำลังกายนั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุดหรือส่งผลดีอย่างมากในกลุ่มตัวอย่างที่มีโรคซึมเศร้า ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคไต คนท้อง ผู้หญิงหลังคลอด และคนทั่วไป การศึกษาชิ้นนี้ยังบอกด้วยว่าการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงหรือหนักขึ้นให้ผลลัพธ์ที่มากขึ้นด้วย สำหรับโรคซึมเศร้า ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ว่าการออกกำลังกายอาจส่งผลดีต่ออาการของโรคถึง 43 เปอร์เซ็นต์ โดยระยะเวลาออกกำลังกายที่ดีที่สุดอยู่ที่ 150 นาที/สัปดาห์ ครั้งละ 30…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 902 days ago
Read More04/02/2022
ถล่มปีศาจไปเล้ย ! นักประสาทวิทยาฮังการีสติเฟื่อง ฝึกหนู 3 ตัวเล่นเกม ‘DOOM 2’ ได้สำเร็จ !
เล่นวิดีโอเกมรุ่นบรรพบุรุษอย่าง 'PONG' ได้สำเร็จผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับสมองของบริษัทนิวรัลลิงก์ (Neuralink) ของ 'อีลอน มัสก์' (Elon Musk) ล่าสุด นักประสาทวิทยาชาวฮังการีสามารถทำการทดลองฝึกหนู 3 ตัวให้สามารถวิ่งเคลื่อนที่และบังคับเกม First Shooting อย่างเกม 'DOOM 2' ได้สำเร็จประภาส อยู่เย็น | 1440 days ago
Read More29/01/2022
งานวิจัยใหม่ยืนยัน ‘หลุมดำ’ ผู้ทำลายล้าง ก็ช่วยสร้าง ‘ดวงดาวใหม่’ ได้!
เมื่อได้ยินคำว่า “หลุมดำ” เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงแรงโน้มถ่วงมหาศาลที่ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างของมัน ไม่แปลกนักที่ภาพจำเกี่ยวกับหลุมดำ จะเป็นไปในทางทำลายล้าง แต่แท้จริงแล้ว “หลุมดำ” ไม่ได้เป็นเพียงผู้ทำลายเท่านั้น แต่ยังเป็น “ผู้สร้าง” ได้อีกด้วยวัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1446 days ago
Read More25/01/2022
ไม้เท้าไม่ต้อง ! นักวิจัยเยอรมนีประดิษฐ์ ‘อุปกรณ์ช่วยนำทางคนตาบอด’ ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ
ความหวังที่จะทำให้คนตาบอดสามารถกลับมามองเห็นได้นั้นเริ่มมีความหวังขึ้นอีกเรื่อย ๆ นักวิจัยจากเยอรมนีได้ตีพิมพ์ร่างงานวิจัยใหม่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สามารถช่วยให้คนตาบอดสามารถเดินทางและหลีกเลี่ยงอุปสรรคกีดขวางได้โดยที่เพียงแค่สวมแว่นตาที่มีระบบอินฟราเรดและติดแผ่นส่งสัญญาณไว้ที่แขนได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า 'มานูเอล ซาห์น' (Manuel Zahn) และ 'อาร์มากัน อาหมัด คาห์น' (Armaghan Ahmad Khan) ผู้วิจัยร่วมจากศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและการจัดการ (Center for Digital Technology and Management) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งมิวนิก (Technische Universität München) ประเทศเยอรมนี ได้ตีพิมพ์ร่างงานวิจัยในเว็บไซต์ arXiv ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโครงร่างงานวิจัยเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ที่ประกอบไปด้วยแว่นตาที่มีเทคโนโลยีอินฟราเรด และสายรัดที่แขนเพื่อส่งสัญญาณเตือนที่ผลิตขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ เพื่อช่วยให้คนตาบอดสามารถเดินทางและหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และสามารถใช้มือทั้งสองเพื่อในการใช้งานและช่วยสำรวจสภาพแวดล้อมได้ง่ายกว่าการใช้ไม้เท้า ที่ปกติจะต้องจับไม้เท้าด้วย ทำให้เหลือมือในการใช้งานเพียงข้างเดียว ซึ่งไม่สะดวกต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังไม่สามารถวัดระยะของวัตถุที่อยู่ไกลออกไปได้อีกด้วย โดยอุปกรณ์นี้จะประกอบไปด้วยแว่นตาที่ผู้วิจัยได้นำเอากล้อง 'Intel RealSense Camera D415' 2 ตัว ซึ่งเป็นกล้องแบบ Depth Camera (กล้องตรวจจับความลึกวัตถุ) ที่ใช้อินฟราเรดในการตรวจจับความลึกของวัตถุแบบ 3 มิติ เพื่อนำมาคำนวณระยะของวัตถุที่อยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างกันได้…ประภาส อยู่เย็น | 1450 days ago
Read More22/01/2022
นักฟิสิกส์ฝรั่งเศสทุบสถิติ สร้าง ‘ฟองอากาศ’ ที่อยู่ได้ไม่แตกนานที่สุดในโลกถึง 465 วัน !
ขึ้นชื่อว่าเป็นฟองอากาศ (Bubble) ตั้งแต่เรายังเล่นเป่าฟองสบู่เมื่อตอนเป็นเด็ก เราทราบกันดีว่าฟองสบู่นั้นอยู่ได้เพียงชั่วคราวก่อนหายไปในพริบตา แต่นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสได้เผยแพร่งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ทำให้ฟองอากาศ (หรือฟองสบู่) ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องชั่วคราวอีกต่อไป เพราะพวกเขาเพิ่งทุบสถิติในการสร้างฟองอากาศและรักษาสภาพเอาไว้ได้ยาวนานไม่แตกตัวได้ยาวนานถึง 465 วัน หรือยาวนานมามากกว่า 1 ปีแล้ว!ประภาส อยู่เย็น | 1453 days ago
Read More06/01/2022
ไปเลยเจ้าปลาน้อยยย! นักวิทย์อิสราเอลฝึกปลาทองให้ขับรถบนบกได้สำเร็จ!
อนาคตที่เราจะได้เห็นสัตว์น้ำอย่างน้องปลาขึ้นมาโลดแล่นบนบกอาจไม่ใช่เพียงแค่เรื่องตลกหรือเรื่องเพ้อฝัน เพราะล่าสุด นักวิทยาศาสตร์จากประเทศอิสราเอลได้เผยแพร่งานวิจัยล่าสุดที่เผยให้เห็นทักษะการเดินทางที่น่าทึ่งของปลาทอง ผ่านการทดลองฝึกให้ปลาทองสามารถบังคับขับเคลื่อนยานพาหนะที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ และที่สำคัญคือ พาหนะนี้ไม่ได้วิ่งในน้ำ แต่วิ่งบนบก!ประภาส อยู่เย็น | 1469 days ago
Read More16/12/2021
งานวิจัยพบ จุลินทรีย์ในดินและน้ำกำลังวิวัฒนาการให้ย่อย ‘ขยะพลาสติก’ ได้ !
อย่างที่ทราบกันดีว่า ขยะพลาสติกนั้นไม่สามารถย่อยสลายได้ภายในเร็ววัน (อาจจะต้องใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 200 ปี) แถมนำเอามารีไซเคิลได้ยาก และนั่นก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในโลก ไม่เว้นแม้แต่สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ อย่างจุลินทรีย์ แต่ผลงานการวิจัยล่าสุดของประเทศสวีเดนค้นพบสิ่งที่น่าแปลกอยู่อย่างหนึ่ง เนื่องจากดูเหมือนว่าจุลินทรีย์ในผืนดินและมหาสมุทรทั้งโลกกำลังค่อย ๆ มีวิวัฒนาการปรับตัวให้สามารถย่อยสลายพลาสติกได้อย่างไม่น่าเชื่อประภาส อยู่เย็น | 1490 days ago
Read More03/12/2021
เผย ‘น้ำอัดลม’ ช่วยให้นักเรียนทำโจทย์คณิตได้ดีขึ้นเล็กน้อย (แต่เฉพาะนักเรียนหญิงเท่านั้นนะ)
นตรายมากสำหรับเด็ก ๆ แต่มีผลงานการวิจัยล่าสุดที่เผยว่า น้ำอัดลมอาจมีส่วนช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนวิชาคณิตศาสตร์ได้ดียิ่งขึ้น แต่ก็ต้องหมายเหตุไว้ว่า การวิจัยนี้มีผลเฉพาะกับผู้หญิงเท่านั้น และมีผลเพียง 'เล็กน้อย'ประภาส อยู่เย็น | 1503 days ago
Read More18/11/2021
วิจัยพบ ยิ่งโลกร้อน อากาศยิ่งชื้น อัตราการฆ่าตัวตายก็ยิ่งมากขึ้น (ประเทศไทยติดอันดับด้วย)
ภาวะโลกร้อนนั้นไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อสุขภาพทางกายและการเจ็บป่วยของผู้คนทั่วโลกแต่เพียงอย่างเดียว แต่ดูเหมือนว่าจะเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอีกด้วย การศึกษาวิจัยล่าสุดที่ทำการศึกษาข้อมูลจาก 60 ประเทศตลอดกว่า 37 ปี พบรายงานความเชื่อมโยงเกี่ยวกับความชื้นในอากาศ ที่เป็นผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนนั้นทำให้สุขภาพจิตของประชากรมีแนวโน้มแย่ลง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความรุนแรงและความถี่ในการฆ่าตัวตายของกลุ่มคนหนุ่มสาว โดยในการศึกษาครั้งนี้ยังพบว่า ประเทศไทยติดอันดับเป็นหนึ่งในประเทศที่พบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับความชื้นในอากาศกับการฆ่าตัวตายด้วยประภาส อยู่เย็น | 1518 days ago
Read More22/10/2021
วิจัยล่าสุดเผย ช้างแอฟริกาตัวเมีย ‘งาหาย’ เพื่อป้องกันตัวเองจากนักล่างาช้าง
แม้ว่าในปัจจุบันมนุษย์จะตระหนักถึงผลกระทบจากการล่าสัตว์ไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ในแง่ใดก็ตาม แต่สุดท้ายก็ยังคงมีการล่าสัตว์อยู่ดี โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่อย่างเช่นช้างแอฟริกา ที่ยังพบว่ามีการล่าช้างแอฟริกาเพื่อเอางาอยู่ ซึ่งผลวิจัยล่าสุดเผยให้เห็นว่า ผลกระทบของการล่าช้างไม่ได้ส่งผลเพียงแค่การลดจำนวนอย่างมากของช้างแอฟริกา หรือส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงระดับวิวัฒนาการที่ช้างแอฟริกาต้องมีการปรับตัวเพื่อรักษาชีวิตและเผ่าพันธ์ุของมันเอาไว้ประภาส อยู่เย็น | 1544 days ago
Read More23/09/2021
‘ระดับน้ำตาลในเลือด’ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่เฉลยว่า ทำไมผู้ป่วยโควิด-19 จึงมีอาการรุนแรงไม่เท่ากัน
คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นและยังคงเป็นปริศนาเกี่ยวกับโรคโควิด-19 น่ันก็คือ การที่ผู้ป่วยแต่ละคนต่างมีอาการที่แสดงออกมาไม่เท่ากัน ผู้ป่วยที่ติดเชื้อบางคนอาจไม่พบอาการรุนแรง หรือมีอาการแต่เพียงเล็กน้อย แต่ในขณะที่บางคนกลับมีอาการป่วยที่รุนแรงมาก งานวิจัยล่าสุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือไม่ อาจเกี่ยวข้องกับ "น้ำตาลในเลือด" ของผู้ป่วยประภาส อยู่เย็น | 1574 days ago
Read More22/09/2021
นักวิทย์คิดค้นสีขาวที่ “ขาวที่สุดในโลก” สะท้อนความร้อนได้ดีจนแทบจะไม่ต้องติดแอร์!
าคงเคยได้ยินข่าวทีี่มีบริษัทแห่งหนึ่งคิดค้นสิ่งที่เรียกว่า 'Vantablack' หรือสีดำที่ "ดำสนิท" ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการสร้างมา ซึ่งเป็นสีที่ค่าการดูดกลืนแสงถึง 99.96% จนไม่สามารถสะท้อนแสงได้ แต่คราวนี้ มีอีกการวิจัยที่ประสบความสำเร็จในการผลิตสีขาวที่ "ขาวที่สุดในโลก" ที่ไม่ใช่แค่ขาวสะใจคนชอบความมินิมอลเฉย ๆ แต่ความขาวนี้ยังมีประโยชน์ในการสร้างอาคารที่อาจไม่ต้องใช้แอร์อีกต่อไป!ประภาส อยู่เย็น | 1575 days ago
Read More11/09/2021
รวบตึงงานวิจัยแปลกสุดจึ้ง จากงานประกาศรางวัล ‘Ig Nobel’ ประจำปี 2021
งานประกาศรางวัล 'อิกโนเบล' (Ig Nobel Prize) ประจำปี 2021 เพื่อมอบรางวัลให้แก่งานวิจัยในสาขาวิชาต่าง ๆ ที่ดูน่าขบขัน แปลกประหลาด ฟังดูเพี้ยน ๆ ในทีแรก แต่เป็นงานวิจัยสุดจึ้งที่ไม่ใช่แค่คิดเอาขำ ทำเอาฮา ทว่ากลับแฝงไปด้วยสาระและหลักการที่หลายครั้งก็ใช้ได้จริงและน่าทึ่งประภาส อยู่เย็น | 1586 days ago
Read More10/09/2021
รู้หรือไม่? ความคมและแข็งแรงของฟันมด เกิดขึ้นเพราะ ‘สังกะสี’ ระดับนาโน!
มดเป็นสัตว์ที่มีความมหัศจรรย์หลายอย่างที่น่าทึ่ง เพราะนอกจากตัวมันเองจะสามารถรับน้ำหนักได้มากถึง 50 เท่าของน้ำหนักตัวมันเอง และสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วประมาณ 100 เท่าของความยาวตัวมันเองภายใน 1 นาทีแล้ว มันยังมีฟันเล็ก ๆ ที่แข็งแรงมากด้วยอนุภาคนาโนของสังกะสี!ประภาส อยู่เย็น | 1587 days ago
Read More08/09/2021
นักวิจัยเผย เป็ดออสเตรเลียสามารถร้องเลียนแบบมนุษย์เป็นคำว่า “แกนี่มันโง่บัดซบ !”
'ปีเตอร์ เจ ฟูลลาการ์' (Peter J. Fullagar) นักวิจัยเกษียณอายุชาวออสเตรเลีย ค้นพบว่า เจ้าริปเปอร์นั้นอาจมีความสามารถในการสบถคำว่า "You bloody fool !"(แกนี่มันโง่บัดซบ !) คล้ายกับภาษามนุษย์ประภาส อยู่เย็น | 1589 days ago
Read More15/04/2021
น้องหมาก็อิจฉาได้ ! เพียงแค่ “จินตนาการ” ว่าเจ้านายของมันกำลังอยู่กับหมาตัวอื่น !
มีรายงานการวิจัยในวารสาร 'Psychological Science' ที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา พบว่า สามารถสังเกตได้ถึงพฤติกรรมบางอย่างของสุนัขที่มีความคล้ายคลึงกับมนุษย์ นั่นก็คือ พฤติกรรม 'อิจฉา' หรือถ้าอธิบายให้ชัดก็คือ ดูเหมือนว่า สุนัขอาจมีความสามารถที่จะถูกกระตุ้น และรับรู้ความรู้สึก 'อิจฉา' ของตัวมันเองได้ เพียงแค่มันเกิดจินตนาการว่า เจ้านายของมันกำลังกล่าวชมเชย หรือลูบหัว ลูบตัวน้องหมาตัวอื่นอยู่ แม้ว่าสถานการณ์นั้นอาจไม่ได้เกิดขึ้นจริง ๆ ก็ตาม 'อะมาเลีย บาตอส' (Amalia Bastos) นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยโอคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ได้กล่าวถึงกรณีนี้ไว้ว่า “มีงานวิจัยรองรับในสิ่งที่เจ้าของสุนัขหลายคนต่างรู้สึกคล้าย ๆ กัน นั่นก็คือความรู้สึกขี้อิจฉาของสุนัข เมื่อเจ้านายของมันไปมีปฏิสัมพันธ์กับสุนัขตัวอื่น ๆ ที่น่าจะเป็นคู่แข่ง" โดยในการทดลองนี้ ผู้ทำการทดลองได้ทำการคัดเลือกสุนัขและเจ้าของ 18 คู่ จากนั้นจะทำการแยกห้องกัน สุนัขจะถูกจับแยกไปไว้ในห้องที่มีเพียงจอ ส่วนเจ้าของจะอยู่กับ "สุนัขเทียม" ที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอกที่ทำจากขนแกะ เพื่อใช้สมมติแทนสุนัขที่เป็นคู่แข่ง ในขณะที่เจ้าของสามารถมองเห็นเหตุการณ์ได้ทุกอย่าง แต่สุนัขจะเห็นได้เพียงเฉพาะแค่เจ้าของเท่านั้น ไม่เห็นสุนัขเทียม หลังจากนั้นเจ้าของจะ "แสดง" ความรักและความสนใจต่อสุนัขเทียม ด้วยการลูบหัวเบา ๆ…ประภาส อยู่เย็น | 1735 days ago
Read MorePR Partners
See All13/01/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 1 days ago
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์26/12/2025
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 19 days ago
Read More



























