ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| งานวิจัย
Read More

เก่งจริง ๆ เลยนะเม็ดแค่นี้…นักวิจัยพบว่ายาแอสไพรินอาจช่วยป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งได้

แม้ว่าในไทยแอสไพริน (Aspirin) จะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่าพาราเซตามอล แต่ก็เป็นยาที่หาง่าย ราคาถูก ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นแค่ยาแก้ปวด แต่จริง ๆ แล้ว ยาแอสไพรินยังใช้ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือใช้รักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ด้วย และในตอนนี้แอสไพรินอาจกลายเป็นกุญแจดอกใหม่ในการยับยั้งมะเร็ง เพราะการศึกษาใหม่ของทีมนักวิจัยระดับนานาชาติ พบว่ายาแอสไพรินปลดล็อกภูมิคุ้มกันของร่างกายในหนูทดลองที่เป็นมะเร็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งที่แอบซ่อนอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง (Metastasis) ยาแอสไพรินออกฤทธิ์กับเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการปวด บวม อักเสบ ซึ่งกลไกนี้นี่แหละ ที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าอาจช่วยให้ร่างกายทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น เพราะยาจะไปยับยั้งการสร้างสารที่ทำให้เลือดเกาะตัวกัน (Thromboxane A2: TXA2) สารตัวนี้นอกจากจะทำให้เลือดเกาะตัวกันแล้ว ยังกดการทำงานของ “T-Cell” ที่มีหน้าที่ในการทำลายเซลล์มะเร็ง เมื่อ TXA2 ลดลงเลยทำให้ T-Cell และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยโจมตีและทำลายเซลล์ผิดปกติในร่างกายอย่างเซลล์มะเร็ง เหมือนกับการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติของเซลล์มะเร็งนั่นเอง หากนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกทั้งหมดอาจนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งที่มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจาย เพื่อช่วยให้ยับยั้งการแพร่ของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะหรือระบบอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น แต่ก็ต้องบอกว่า ลำพังยาแอสไพรินไม่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยตัวมันเอง ยังคงต้องอาศัยการรักษาด้วยการรักษาหลัก อย่างยา และการบำบัดอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับระยะของโรค และบอกอีกครั้งว่าเป็นการค้นพบในงานวิจัยและการทดลองในสัตว์ทดลอง ยังไม่มีการยืนยันว่าแอสไพรินช่วยในการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้จริง ดังนั้นไม่ควรซื้อมาใช้เพื่อหวังผลในเรื่องนี้ หรือแม้แต่การใช้เพื่อรักษาอาการปวด บวม…
13/06/2023

อนาคตภารกิจดวงจันทร์ และดาวอังคารจะสร้างออกซิเจนได้เองโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์

ความยุ่งยากของภารกิจอวกาศที่มีมนุษย์เดินทางไปด้วยคือ ออกซิเจนที่มนุษย์ต้องใช้หายใจตลอดเวลาทำให้ยานอวกาศจำเป็นต้องบรรทุกออกซิเจนไปด้วย แต่อนาคตของภารกิจดวงจันทร์ และดาวอังคารจะสามารถสร้างออกซิเจนได้เองด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
23/05/2023

นักวิจัยค้นพบจุลินทรีย์ย่อยพลาสติกชนิดใหม่ใต้เทือกเขาแอลป์

มนุษยชาติอาจต้องพึ่งพาจุลินทรีย์ตัวน้อย ๆ มาช่วยโลกของเรา ล่าสุดนักวิจัยสมาพันธรัฐสวิส หรือสวิตเซอร์แลนด์ค้นพบจุลินทรีย์ย่อยสลายพลาสติกใต้เทือกเขาแอลป์ และอาร์กติกสามารถย่อยพลาสติกได้ในอุณหภูมิต่ำ 59 องศาฟาเรนไฮต์ (15 องศาเซลเซียส)
24/02/2023

ผลการศึกษาพบ! สีแดงสังเคราะห์ในอาหารเพิ่มความเสี่ยงลำไส้อักเสบ

หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบอาหารสีแดง อย่างน้ำแดง ไส้กรอกแดง ลูกอม หรือขนมอื่น ๆ ตามสีมงคลหรือเพราะเหตุผลอื่น Hack for Health ขอให้คุณคิดใหม่ เพราะสีผสมอาหารสีนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคลำไส้อักเสบได้ โรคลำไส้อักเสบ (Inflamatory Bowel Diseases: IBDs) เป็นกลุ่มโรคความผิดปกติทางลำไส้และทางเดินอาหารเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดอาการปวดบีบบริเวณท้อง ปวดอุจจาระอย่างรุนแรงและฉับพลัน ท้องเสีย ทั้งยังสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ในหลายเคส ในปี 2022 มีการศึกษาขนาดเล็กงานหนึ่งพบว่า หนูทดลองที่ได้รับสีผสมอาหารสีแดงจากการสังเคราะห์ต่อเนื่องเป็นเวลานานส่งผลให้เยื่อบุหรือเมือกที่เคลือบผนังลำไส้อ่อนแอลง ลำไส้อักเสบและติดเชื้อได้ง่าย รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงโรคลำไส้อักเสบได้มากขึ้น ในการศึกษาได้มีการทดลองเอาสารสีแดงไปทดลองในหนูที่อายุน้อย ปรากฏว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ (Colitis) หนึ่งในโรคลำไส้อักเสบมากขึ้นด้วยเช่นกัน นักวิจัยจึงคาดว่าเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มกินขนมและเครื่องดื่มสี ๆ มากกว่าคนกลุ่มอื่นอาจเสี่ยงต่อโรคลำไส้อักเสบเมื่อโตขึ้นไป อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ได้ทดลองให้หนูอีกกลุ่มหนึ่งได้รับสีแดงสังเคราะห์ 1 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นเวลา 12 สัปดาห์พบว่าหนูกลุ่มนี้ไม่มีความเสี่ยงของโรคลำไส้อักเสบ เลยอาจสรุปได้ว่าการกินอาหารที่มีการใส่สีผสมอาหารสีแดงเป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพลำไส้และทำให้เสี่ยงโรคลำไส้อักเสบได้มากขึ้น โดยเฉพาะในเด็ก แต่การกินในอาหารที่ส่วนผสมของสีดังกล่าวแค่บางครั้งบางคราวอาจไม่ได้ส่งผลเสียอะไร อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ทดลองในหนูจึงจำเป็นต้องรอให้มีการศึกษาในคนเพิ่มเติมก่อน สีผสมอาหารสีแดงที่ใช้ในการทดสอบนี้มีชื่อว่า FD&C Red 40 และ Food Red…
04/03/2021

พืชก็มีนาฬิกาและความเครียดนะรู้ยัง! นักวิจัยชี้ช่วยเพิ่มผลผลิตได้

คาดว่าหลายคนคงอาจเคยได้ยินเรื่องการเลี้ยงสัตว์เพื่อให้ผลผลิตที่ดี เช่น การเปิดเพลงให้แม่ไก่ฟัง หรือ เลี้ยงวัวด้วยเบียร์ กันมาบ้าง นอกจากการเพิ่มผลผลิตในมีปริมาณและคุณภาพที่ดีในสัตว์แล้ว ในพืชเองก็สามารถทำได้เช่นกัน แถมยังทำได้มากกว่าการรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย หรือแกล้งต้นพืช อย่างที่เราเคยรู้ ๆ กันด้วย ด้วยจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ ทำให้การเพิ่มผลผลิตบรรเทาปัญหาความอดอยากเป็นสิ่งที่นักวิจัยด้านการเกษตรให้ความสำคัญมาโดยตลอด และไม่นานมานี้เองที่มีงานวิจัยน่าสนใจใหม่เกี่ยวกับการวงจรชีวิตและความเครียดของพืชที่ส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิตในอนาคตได้ นาฬิกาพืช อาวุธเพื่อความอยู่รอด งานวิจัยแรก คืองานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS ไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดร.ไมค์ เฮย์ดอน หัวหน้านักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ออสเตรเลีย คือผู้นำในการวิจัยนั้น เขาชี้ว่า นาฬิกาชีวิตของพืช คือกุญแจสำคัญในการเพิ่มผลผลิต โดยมี ‘ซูเปอร์ออกไซด์ (superoxide)’ ซึ่งเป็นสัญญาณภายในของพืช ที่ทำงานในช่วงหัวค่ำหรือหลังดวงอาทิตย์ตก ทำหน้าที่ปรับกระบวนการเผาผลาญของพืช ประหยัดการเผาผลาญพลังงานลง “การกำหนดเวลาของวัฏจักรการเผาผลาญในแต่ละวันให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมาก หากปรับเปลี่ยนผิดไปเพียงนิดก็จะเป็นอันตรายต่อการเติบโตและการอยู่รอดได้ เนื่องจากพืชไม่ได้นอนหลับเหมือนมนุษย์หรือสัตว์ในยามค่ำคืน และไม่สามารถเดินไปหาอาหารเหมือนกับที่มนุษย์เดินไปตู้เย็นในตอนกลางคืนได้ ดังนั้น พวกมันจึงต้องคาดคะเนความยาวของช่วงเวลากลางคืน เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอที่จะอยู่รอดได้จนกว่าจะถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้น” ดร. เฮย์ดอนกล่าว พฤติกรรมของพืชนี้จึงเสมือน ‘การตั้งนาฬิกาปลุก’  ดร. เฮย์ดอนและทีมงานพบว่า การสะสมของน้ำตาลที่เกิดจากการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้นต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา…
22/02/2021

วิจัยล่าสุดพบ ‘ไวรัสไข้หวัดใหญ่’ ทำให้เชื้อ ‘โควิด-19’ รุนแรงขึ้น

22 กุมภาพันธ์ 2564 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ของจีนเผยแพร่บทความวิจัยผ่านวารสารเซลล์ รีเสิร์ช (Cell Research) ระบุว่า ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ (Influenza A) เสริมให้เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรคโควิด-19 รุนแรงยิ่งขึ้น บทความวิจัยนี้ เป็นผลลัพธ์ของการทดลองการติดเชื้อร่วมกันของไวรัสทางเดินหายใจทั้งสองชนิดในเซลล์และหนูทดลอง คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน ระบุว่า ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ สามารถทวีความรุนแรงของการติดโรคโควิด-19 จากการทดลองนี้ พวกเขากล่าวว่า การติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ เพิ่มการเข้าถึงและจำนวนของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในเซลล์ทางเดินหายใจและเซลล์เนื้อเยื่อปอดของมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันยังทำให้ปริมาณเชื้อไวรัสฯ ที่ก่อโรคโควิด-19 สูงขึ้น นำไปสู่การทำลายปอดที่รุนแรงทวีคูณในหนูทดลองที่ติดเชื้อร่วม นอกจากนี้ยังพบว่า ไวรัสทางเดินหายใจชนิดอื่น ๆ ไม่ส่งผลกระทบส่งเสริมการติดโรคโควิด-19 เหมือนไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ บ่งชี้ว่ามีเพียงแค่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ ที่ทำให้การติดโรคโควิด-19 รุนแรงยิ่งขึ้น ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จึงมีนัยสำคัญอย่างยิ่งระหว่างการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเตือนว่า ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลร่วมกับโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามทางสาธารณสุขขนาดใหญ่ขึ้น  ทั้งนี้ คณะนักวิจัยแนะนำว่า ผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อร่วมระดับสูงควรเข้ารับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และโรคโควิด-19 พร้อมย้ำว่า การพัฒนายาต้านไวรัสที่มุ่งต้านไวรัสมากกว่า 1 ชนิด เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาโรคติดเชื้อร่วม อ้างอิง…
15/02/2021

งานวิจัยล่าสุดชี้ ‘ไม้เรียว’ สร้างประสบการณ์เลวร้ายมากกว่าสร้างคน

ความเชื่อตามสำนวนที่ว่า ‘รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี’ เห็นทีต้องสั่นคลอน เมื่อล่าสุด มีงานวิจัยชี้ชัดออกมาแล้วว่า การลงโทษด้วย ‘การตี’ ไม่ใช่เรื่องที่ดีและนำมาสู่พฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กได้  เป็นเวลาหลายสิบปีที่พ่อแม่ถกเถียงกันถึงวิธีการลงโทษทางวินัยสำหรับเด็กที่ประพฤติตัวไม่ดี ผู้ที่สนับสนุนการตีเชื่อว่า บุตรหลานของตนจะไม่ได้รับผลกระทบในทางลบ ฝ่ายตรงข้ามรวมถึงองค์กรด้านเด็กและจิตวิทยากล่าวว่า การใช้วิธีฝึกวินัยที่ไม่รุนแรงนั้นเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีกว่า ก่อนหน้านี้ มีการศึกษาหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า การตบตีมีแนวโน้มที่จะทำให้ปัญหาพฤติกรรมของเด็กแย่ลง รวมถึงการวิจัยชิ้นล่าสุดด้วยที่บ่งบอกว่า การตี ไม่ได้ให้ผลที่ดี ตามความเชื่อดั้งเดิมที่เคยมีมา งานวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ลงในวารสารกุมารเวชศาสตร์ (Journal of Pediatrics) และเผยแพร่ในเว็บไซต์ของ มหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าวิธีลงโทษอย่าง ‘การตี’ และ ‘การมีประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก (Adverse childhood experiences: ACE)’ ส่งผลกระทบต่อปัญหาพฤติกรรมการแสดงออกที่ก้าวร้าวขาดการควบคุม (EB) ในเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี การมีประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็กนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำร้ายทางร่างกายอย่างการตี แต่ยังครอบคลุมถึงจิตใจด้วย การเพิกเฉยละเลย การใช้ความรุนแรงในคู่รัก (IPV) ปัญหาสุขภาพจิตของพ่อแม่ การใช้สารเสพติดของพ่อแม่…
Credit : JJ Harrison
09/02/2021

นักวิจัยไขปริศนา ‘อึทรงสี่เหลี่ยม’ ของวอมแบต ช่วยตรวจมะเร็งลำไส้ในมนุษย์

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นเพื่อนรักสัตว์โลก มีไม่น้อยที่ตกหลุมความน่ารักของเจ้า ‘วอมแบต (Wombat)’ สัตว์รูปร่างท้วมกลมหน้าตาคล้ายโคอาล่า แถมยังมีพื้นเพถิ่นฐานแถบออสเตรเลียเหมือนกัน แต่นอกจากรูปร่างหน้าตาน่ารักแล้ว เจ้าวอมแบตยังเป็นเจ้าของ ‘อึ’ หรืออุจจาระรูปร่างประหลาดแต่ดูแล้วน่ารักอย่าง ‘อึทรงสี่เหลี่ยมลูกบากศ์ (Cube-shape poo)’ ด้วย การตามล่าหาคำตอบ ความแปลกของรูปทรงนี้ เป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักชีววิทยามานานแล้วว่ามันเป็นไปได้อย่างไร และในที่สุด  การศึกษาร่วมระหว่างประเทศ ก็ไขปริศนานี้ได้เสียที คำตอบนี้อยู่ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Soft Matter เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเป็นการขยายผลจากการค้นพบเบื้องต้นที่นำเสนอครั้งแรกในการประชุม American Physical Society’s fluid dynamics division ในจอร์เจียเมื่อปี 2018 ดร. สก็อตต์ คาร์เวอร์ (Dr. Scott Carver) นักนิเวศวิทยาสัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย (University of Tasmania) หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีสมมติฐานที่มีหลากหลายมากมาย แต่ไม่มีใครทดสอบได้ เดิมมีการคาดเดาว่า วอมแบตมีกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนักเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำให้อุจจาระถูกบีบระหว่างการเคลื่อนที่ผ่านกระดูกเชิงกราน หรือที่จริงแล้ว ที่เป็นรูปทรงแบบนี้ เป็นเพราะวอมแบตอุจจาระออกมาแล้วค่อย…
02/02/2021

โควิด-19 ทำให้ผู้สูงอายุกว่า 90% หันมาทำธุรกรรมออนไลน์

จากผลสำรวจของ iResearch Services พบว่าในช่วงของการเกิดโรคระบาดโควิด-19 ทำให้มีผู้ใช้งานที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ใช้บริการธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบดิจิทัล (Online Banking) เป็นครั้งแรกถึง 90% ซึ่งข้อมูลนี้ถือเป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับการปรับตัวของธนาคารในยุคดิจิทัล หรือปี 2021 นี้ และเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี มีเพียง 17% ที่ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บเบราว์เซอร์เป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่าผู้สูงอายุกว่า 90% จะหันมาเริ่มใช้ธุรกรรมทางออนไลน์ครั้งแรก แต่ก็มี 33% เท่านั้นที่เชื่อมั่นและวางใจในการทำธุรกรรมในโลกดิจิทัล ซึ่งขณะที่ผู้ใช้งานในช่วงอายุ 18-24 ปี กลับมีความมั่นใจและไว้วางใจในการทำธุรกรรมดิจิทัลมากถึง 97% Gurpreet Purewal รองประธานของ iResearch กล่าวว่า การศึกษาของเราแสดงให้เห็นถึงผลกระทบของ โควิด-19 ที่กินเวลานาน ต่อผู้ใช้งานที่จะเปลี่ยนวิธีเข้าถึงบริการของธนาคารนับจากนี้เป็นต้นไป ดังนั้นธนาคารจะต้องให้ความสำคัญ และพยายามทำความเข้าใจกับลูกค้าแต่ละช่วงวัย เพื่อตอบสนองความต้องการให้มากที่สุด อ้างอิง: Fintechnews พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
24/12/2020

‘เพชรนอกโลก’ สู่การผลิตเพชรในห้องแล็บโดยไม่ผ่านความร้อนครั้งแรกของโลก!

หลายคนได้ยินอาจสงสัย ‘เพชรนอกโลก’ จะมาช่วยไขปริศนาการสร้างเพชรในห้องแล็บได้อย่างไร แถมยังไม่ผ่านความร้อนด้วยนะ มันจะเป็นไปได้หรือ แต่มันก็เป็นไปได้แล้ว มีห้องปฏิบัติการแห่งหนึ่งเลียนแบบกระบวนการที่ก่อให้เกิดเพชรนอกโลกจนสำเร็จ และยังได้ผลเป็นเพชรหายากซะด้วย! ตามธรรมชาติแล้ว ‘เพชร’ ใช้เวลาก่อตัวอยู่ลึกลงไปในเปลือกโลกเป็นเวลาหลายพันล้านปี ทั้งยังต้องการสภาพแวดล้อมที่มีความดันสูงเป็นพิเศษและอุณหภูมิสูงเกิน 1,000 ℃ การก่อตัวของเพชรที่แสนยากลำบากนี้ ทำให้มันมีความแข็งแกร่งเหนือวัสดุส่วนใหญ่ในโลก และเมื่อเจียระไนออกมาความงามของมันยังเป็นที่นิยมชมชอบ ส่งผลให้ติดอันดับที่สุดของอัญมณีเลอค่าเรื่อยมาตั้งแต่อดีต นำไปสู่การค้นคว้า ‘สังเคราะห์’ หรือ ‘ทำเลียนแบบ’ กระบวนการสร้างเพชรจริงขึ้นมาในห้องทดลอง แต่ก่อนจะรู้ว่ามันสร้างขึ้นมาได้อย่างไร เรามาทำความรู้จักกับ ‘เพชร’ กันสักหน่อย กำเนิดของเพชร และรูปแบบอันหลากหลาย องค์ประกอบทางเคมีของเพชรนั้น ที่จริงแล้วคือ 'คาร์บอน' แร่ธาตุที่หาได้ไม่ยากเลยในโลกใบนี้ แต่การที่คาร์บอนธรรมดาจะกลายเป็นเพชรได้นั้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเกาะตัวกันของอะตอมคาร์บอน เมื่อรูปแบบการเกาะตัวกันเปลี่ยนแปลงไป ก็จะทำให้เกิดวัสดุที่แตกต่างกัน บางรูปแบบอาจก่อให้เกิดกราไฟท์สีดำที่มีลักษณะอ่อน สามารถนำไฟฟ้าได้ ในระดับกึ่งโลหะหรือเกือบเท่าโลหะ ขณะที่อีกรูปแบบกลับแตกต่างไป อาจทำให้เกิดเป็นเพชรเนื้อแข็งใส ที่เป็นเป็นฉนวนไฟฟ้าชั้นดี และนอกจากนี้ ยังมีวัสดุที่มีฐานเป็นคาร์บอนอื่น ๆ ที่มีรูปแบบการเกาะตัวเหมือนเพชรด้วย ในเพชรทั่ว ๆ ไป อะตอมจะถูกจัดเรียงในโครงสร้างผลึกลูกบาศก์ (Cubic crystalline structure) แต่มีการจัดเรียงอะตอมของคาร์บอนของเพชรชนิดหนึ่งที่แต่ออกไปในลักษณะโครงสร้างผลึกหกเหลี่ยม …
10/11/2020

แค่เข้าไปเล่นก็สู้โควิดได้! เมื่อเกมออนไลน์กลายเป็นเครื่องมือช่วยทำงานวิจัย!

ยามที่เราเปิดเกมขึ้นมาเล่นสักเกม จุดหมายหนึ่งคือการกลายเป็นฮีโรผู้กอบกู้ภายในเกม แต่ล่าสุด ความเป็นฮีโรอาจลามมาในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว เมื่อเกมนามว่า EVE Online ได้ถูกออกแบบให้บรรดาเกมเกมอร์ทั้งหลายเข้ามาพิชิตเกม เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปช่วยงานวิจัยด้านโควิด - 19 9 พ.ย. 63 - BCC News ได้อัปคลิปวิดีโอรายงานว่า ผู้เล่นเกมไซไฟ 'Eve Online' ที่มีระบบรองรับการเล่นเกมของผู้เล่นจำนวนมหาศาล สามารถเข้าไปเล่น ‘มินิเกม’ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักวิจัยเข้าใจไวรัสโคโรนาได้ สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำก็คือ การแบ่งแยกทำสัญลักษณ์ให้แก่เซลล์ที่หน้าตาแตกต่างกัน แล้วก็ลองวิเคราะห์ตามข้อมูลที่มีให้มาว่า ไวรัสตัวนั้นจะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันอย่างไร  “คุณก็แค่ดูรูปร่างของภาพที่ให้มา แล้วก็แล้วก็ลากเส้นรูปโพลีกอน (รูปหลายเหลื่ยม) รอบ ๆ ข้อมูลนั้น … มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากสำหรับผมนะ เพราะคุณไม่ต้องไปไหนเลย แค่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเอง แล้วก็เล่นเกมไปเหมือนอย่างเคย แต่สิ่งที่คุณทำ กลับสามารถไปช่วยคนอื่นทั้งผู้ป่วยและนักวิจัยได้” เจสซี (Jesse) หนึ่งในผู้เล่นเกมออนไลน์ดังกล่าวเอ่ยถึงความประทับใจที่มีต่อเกม เมื่อได้ข้อมูลจากเกมแล้ว นักวิจัยจะนำข้อมูลดังกล่าวไปวิเคราะห์และประมวลอีกครั้งว่า ไวรัสมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์จริง ๆ อย่างไร ปัจจุบัน มีผู้เล่นเกมมากกว่า 171,000 คน ทำภารกิจ…
14/09/2020

ตะลึง! งานวิจัยพบ ‘สัญญาณของสิ่งมีชีวิต’ ในชั้นบรรยากาศดาวศุกร์

วันนี้ (14 กันยายน 2563) - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ได้ลงข่าวการค้นพบที่น่าตื่นเต้น นั่นคือการค้นพบ 'สัญญาณของสิ่งมีชีวิต' ที่อาจอยู่รอดในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์! ทีมนักดาราศาสตร์นำโดยเจน กรีฟส์ (Jane Greaves) จากมหาวิทยาลัยคาร์ดริฟฟ์ (Cardiff University) สหราชอาณาจักร เผยถึงการค้นพบโมเลกุลของฟอสฟีน ซึ่งอาจจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่ขนาดและระยะห่างจากดวงอาทิตย์ใกล้เคียงกับโลกมากที่สุด จึงมักถูกเปรียบว่าเป็นฝาแฝดกับโลก แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ดาวศุกร์มีสภาวะเรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับ ส่งผลให้ดาวมีอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยสูงถึง 464 องศาเซลเซียส และมีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นเต็มไปด้วยแก๊สของกรดกำมะถัน จึงทำให้เดิมนักวิทยาศาสตร์คาดว่า ดาวศุกร์ไม่น่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม ในชั้นบรรยากาศที่ความสูงราว 50 กม. เหนือพื้นผิวกลับมีอุณหภูมิเพียง 30 องศาเซลเซียส คาดว่า ชั้นเมฆในบรรยากาศของดาวศุกร์อาจมีองค์ประกอบทางเคมีเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาที่นำไปสู่การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตได้ และหากมันมีสิ่งมีชีวิตอยู่จริง ก็อาจจะอาศัยรังสียูวีจากดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน สอดรับกับการดูดกลืนรังสียูวีปริศนาบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์พอดี เพื่อค้นหาคำตอบ นักดาราศาสตร์จึงอาศัยการศึกษาสเปกตรัมที่ชั้นบรรยากาศนั้นปลดปล่อยออกมา เพื่อดูว่าโมเลกุลในชั้นบรรยากาศมีลักษณะดูดกลืนหรือเปล่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างไร สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของโมเลกุลชนิดใด หลังจากศึกษาชั้นบรรยากาศด้วยวิธีดังกล่าว ทีมผู้ศึกษาได้ค้นพบสเปกตรัมที่เกิดขึ้นจากโมเลกุลของ 'ฟอสฟีน(Phosphine)'…
20/08/2020

‘Digital Disease’ ภัยจากโซเซียลสู่โรคร้ายของจริง เช็กให้ชัวร์คุณเป็นหนึ่งในนั้นหรือไม่!

โควิด-19 ส่งผลต่อชีวิตของเรามหาศาล ไม่ใช่แค่การปรับตัวแบบ New normal เพื่อป้องกันและต่อสู้กับโรคเท่านั้น มันยังเป็น 'ตัวเร่ง' ให้เกิดปรากฏการณ์หลากหลาย ทั้งภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ความขัดแย้งเห็นต่างระหว่างประชาชนและรัฐบาล จนนำมาซึ่งการชุมนุมประท้วง และสถานการณ์บ้านเมืองอย่างที่เป็นอยู่ ชี้ให้เห็นว่า วิกฤตการณ์นำมาสู่การไหลทะลักของข้อมูลข่าวสาร และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เพียงใด โรคทางดิจิทัล เมื่อโลกโซเซียลส่งผลต่อสภาวะจิตใจของเรา ในแง่ของการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยีที่สะดวกรวดเร็ว มีช่องทางหลากหลายให้เราหาและแบ่งปันข้อมูลแก่ผู้อื่นนั้นก็เหมือนดาบสองคม เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด อาจด้วยทั้งความหวังดีและความหวาดระแวง ส่งผลให้ผู้คนพาแชร์ข่าวลือข่าวลวงต่าง ๆ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ร้อนถึงนักวิจัยที่อดรนทนไม่ไหวขอออกมาบอก 8 วิธีรู้ทันข่าวลวง ยุติการแชร์มั่ว สู้โควิด-19 ให้โลกรู้ และนั่นนับเป็นแค่หนึ่งปรากฏการณ์ที่สะท้อน 'อาการ' ของโรคใหม่ในยุคดิจิทัล โรคทางดิจิทัล หรือ Digital Disease คืออะไร เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เปิดตัวโครงการ Digital Vaccine 'เช็กภูมิคุ้มกันโรคทางดิจิทัล' เปิดตัวภาพยนตร์สั้นผลิตโดย บริษัท สแพลช อินเตอร์แอ็คทีฟ จำกัด เพื่อสร้างความตระหนัก ให้ประชาชนรู้ทันเท่าทั้งโรคและภัยต่าง ๆ…
15/07/2020

งานวิจัยใหม่ชี้ ‘แผ่นดินไหวรุนแรงอาจเกิดขึ้นเพราะดวงอาทิตย์ของเราเอง’

เมื่อพูดถึงแผ่นดินไหว หลายคนอาจถึงฉากชวนระทึกจากภาพยนตร์ 'San Andreas' มหาวินาศแผ่นดินแยก แถมตัวหนังเองยังสร้างจาก 'รอยเลื่อนแซนแอนเดรอัส' ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่มีจริง ทั้งยังมีพลังงานอยู่อีกต่างหาก เป็นที่คาดการณ์ว่า อาจมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวระดับแมกนิจูด 6.0 ทุกๆ 20-30 ปีในบริเวณนั้น ซึ่งพาดผ่านเมืองชื่อดังอย่าง ลอสแองเจลิส ซานดิเอโก และ ซานฟรานซิสโก ที่มีผู้คนมากมาย และนั่นทำให้เรื่องราวในภาพยนตร์ดูใกล้ตัว ชวนลุ้นระทึกแบบสุด ๆ ทว่าข้อเท็จจริงหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์ดูสนุกนั้น จะไม่สนุกเลยหากเกิดขึ้นจริง นั่นคือ แผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้ทั่วโลกและเกิดขึ้นได้เสมอ แต่กลับไม่อาจคาดเดาได้จริง เพื่อให้คาดเดาได้ นักวิทยาศาสตร์จำต้องศึกษาหาสาเหตุว่า มันเกิดขึ้นเพราะอะไรแน่ การวิจัยจึงครอบคลุมถึงความเป็นไปได้หลาย ๆ อย่าง และงานวิจัยล่าสุดก็พบว่า การสั่นไหวที่รุนแรงนั้นอาจเกิดขึ้นเพราะดวงอาทิตย์ งานวิจัยเชื่อมโยงดวงอาทิตย์กับแผ่นดินไหว เป็นเวลาหลายทศวรรษที่นักวิทยาศาสตร์รู้ว่า การเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มักเกิดเป็นกลุ่ม ไม่ใช่การเกิดแบบสุ่ม แล้วเหตุใดการเกิดของมันยังคงเป็นปริศนาล่ะ งานวิจัยฉบับล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน Scientific Reviews เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ยืนยันอย่างหนักแน่น (แม้จะยังมีข้อโต้แย้งอยู่) ว่า มีหลักฐานที่ชัดแจ้งว่า พลังปะทุมหาศาลบนดวงอาทิตย์สามารถกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่บนโลกได้ จูเซปเป้ เดอ นาตาเล่ (Giuseppe…
07/04/2020

งานวิจัยชี้ น้ำเสียเผยจำนวนผู้ติดเชื้อแฝง แจ้งเตือนการระบาดของโควิดได้ !

ดูข่าวมาก็มาก ระแวงรึก็ตลอด พื้นที่เราอยู่จะมีคนติดไวรัสปะปนอยู่ไหมนะ ... เพื่อไขปริศนานั้น ล่าสุด นักวิจัยกว่า 10 ทีมทั่วโลกได้เริ่มวิเคราะห์น้ำเสียหรือน้ำทิ้งจากครัวเรือน เพื่อประเมินตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่แท้จริงในชุมชน นอกจากใช้ติดตามหาเชื้อไวรัสโคโรนา วิธีการนี้ยังช่วยเตือนภัยหากมันกลับมาสู่ชุมชนอีกครั้งได้ด้วย ซึ่งในปัจจุบัน มีการค้นพบ 'ร่องรอยของเชื้อไวรัสจากน้ำเสีย' ในประเทศเนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และสวีเดนแล้ว น้ำเสียสามารถใช้ตรวจหาไวรัสได้อย่างไร ? การวิเคราะห์น้ำเสีย (Analysing wastewater) คือ การใช้น้ำที่ผ่านระบบระบายน้ำไปยังบ่อบำบัด นำมาตรวจหาเชื้อโรคที่ถูกขับออกมาพร้อมปัสสาวะหรืออุจจาระ ซึ่งขณะนี้ การตรวจจับก็พุ่งเป้าไปที่ 'ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2)' อันเป็นเชื้อที่ก่อโรคโควิด-19 (COVID-19) ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกนั่นเอง เจอเทียว เมเดอมา (Gertjan Medema) นักจุลชีววิทยา แห่งสถาบันวิจัยน้ำเคดับบิวอาร์ (KWR Water Research Institute) ในเมือง Nieuwegein ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้ที่ตรวจพบสารพันธุกรรม RNA ของไวรัส SARS-CoV-2 ในโรงบำบัดหลายแห่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า โรงบำบัดน้ำเสียแห่งหนึ่งสามารถรองรับดักจับน้ำเสียจากคนมากกว่า…
08/05/2019

รู้หรือไม่! ทำไมคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักชอบฟังเพลงเศร้า  

ในทุกวันนี้เป็นที่รู้กันว่าดนตรีนั้นส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของเราอย่างแน่นอน อย่างเช่นในเวลาที่เรากำลังขับรถฟังเพลงในวิทยุไปเพลินๆ ในยามเช้ากับเพลงเบาๆสบายๆอารมณ์ก็พลอยแจ่มใสไปด้วย แต่ทันใดนั้นพี่ดีเจก็ตัดอารมณ์ด้วยการปล่อยเพลงเศร้าออกมาเป็นเพลงต่อไป ทันใดใจก็หวนไปคิดถึงเรื่องเก่าๆ และก็พาลเศร้าขึ้นมาซะอย่างนั้น สำหรับคนทั่วไปเรื่องแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่นานอารมณ์ทั้งหลายก็จะแปรเปลี่ยนไป เป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่าหากเราคือคนที่กำลังเป็นโรคซึมเศร้า (Depression) อยู่ล่ะ การจัดการกับอารมณ์ที่ผุดขึ้นมานั้นคงไม่ง่ายแน่นอน จากงานวิจัยที่เคยตีพิมพ์เอาไว้เมื่อ 2-3 ปีก่อน ที่มีการเผยว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะเลือกหาสิ่งที่เศร้ามาเร้าอารมณ์มากกว่าจะหาอะไรที่สุขสนุกสนาน ในตอนนั้นเราเข้าใจกันไปว่าพวกเขาคงอยากจะหาอะไรที่มาดำรงรักษาเอาไว้ซึ่งอารมณ์เศร้าเหล่านั้น ทำไม ? เพื่ออะไร ? เราได้แต่สงสัย และในวันนี้เราก็ได้รับคำตอบใหม่ ที่อาจทำให้เราเข้าใจคนที่เป็นโรคซึมเศร้าดีขึ้นกว่าเดิม จากงานวิจัยชิ้นใหม่ที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร Emotion ได้พาเราไปไกลกว่าข้อสรุปเดิมที่ว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักเลือกฟังเพลงเศร้าเพราะว่าอยากรักษาอารมณ์เศร้านั้นไว้ ด้วยการชี้ให้เห็นว่าแท้ที่จริงแล้วคนที่เป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้อยากเก็บอารมณ์เศร้านั้นไว้  หากแต่รู้สึกว่าเพลงเศร้าเหล่านั้นทำให้พวกเขาสงบลงและรู้สึกดีขึ้นต่างหาก !!! ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาท์ฟลอริดา นำทีมโดย Sunkyung Yoon ได้ทำการวิจัยกับนักศึกษาปริญญาตรีเพศหญิงจำนวน 76 คน ในจำนวนนี้มีคนที่เป็นโรคซึมเศร้าจำนวน 38 คน และ ไม่ได้เป็นโรคจำนวน 38 คนเท่ากัน โดยแบ่งการวิจัยออกเป็นสองขั้นตอน ในขั้นตอนแรกได้ดำเนินตามกรอบของข้อสมมติฐานจากงานวิจัยเดิมที่ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ที่ว่าคนเป็นโรคซึมเศร้ามักชอบฟังเพลงเศร้า ด้วยการให้ผู้ถูกทดสอบฟังคลิปเสียงความยาว 30 วินาทีโดยตัดจากเพลงเศร้า (ซึ่งมีเพลง “Rakavot” ของ Avi Balili…
11/04/2019

งานวิจัยใหม่เผย “การเล่นเกมช่วยให้ฉลาดขึ้น”

ก็ไม่รู้เหมือนกันละนะครับ ว่าจะมีข้อเท็จจริงใหม่ใดมาล้มล้างงานวิจัยนี้ในเร็ววันหรือไม่? แต่เอาเป็นว่าตอนนี้เกมเมอร์อย่างเรา ๆ ก็แฮปปี้ไปกับเรื่องนี้กันก่อนละกันนะ เพราะล่าสุดนี้ได้มีนักวิจัยจากต่างมหาวิทยาลัยแต่ร่วมประเทศเดียวกันอย่างเนเธอร์แลนด์ ได้มีผลการวิจัยออกมาว่าการเล่นเกมทุกประเภทแก้ปริศนาบนหน้ากระดาษไปจนถึงแตะจอยเกมด้วยแป้นคีย์บอร์ดนั้น "ช่วยให้ฉลาดขึ้น"  เจ้าของงานวิจัยดังกล่าวเป็นผลงานของ Jessica Piotrowski จากมหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม (University of Amsterdam) และ Patti Valkenburg จากมหาวิทยาลัยอูเทรค (University of Utrecht) ที่ผู้เขียนเข้าใจว่าทั้งสองน่าจะมีความรักใคร่ในเกมระดับหนึ่งเพราะแรงจูงใจในการทำงานวิจัยนี้ก็มาจากการที่พวกเขาเห็นว่า "อยากจะปรับภาพลักษณ์ของเกมที่ถูกมองในแง่ลบเกินไป"  การวิจัยดังกล่าวนี้ เป็นการตามติดผู้ทดลองในวัยเยาว์ที่มีอายุ 3 - 7 ขวบจำนวน 934 คน เป็นระยะเวลากว่า 4 ปี ซึ่งพวกเขาได้ค้นพบว่าการเล่นเกมนั้น ช่วยทำให้ เชาว์ปัญญาไหลลื่น (Fluid intelligence) หรือความสามารถในการแก้ปัญหาใหม่ด้วยองค์ความรู้มีมากขึ้น พร้อมมีหลักฐานออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านการที่ผู้ทดลองสามารถแก้แบบทดสอบการปัญหาในรูปแบบของการจดจำแบบแพทเทิร์นได้อย่างรวดเร็ว, มีความคิดเชิงตรรกะมากขึ้น ฯลฯ Piotrowski ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับงานวิจัยของตนว่า "เกมนั้นเป็นสื่อที่ให้ความเป็นส่วนตัวกับเราเอามาก ๆ เพราะมันคือการที่คุณจะได้ใช้ประสบการณ์การแก้ปัญหาของตนเอง ยกตัวอย่าง เช่น ตัวละครหรือพาหนะในเกมนั้น จะให้โอกาสคุณในการฝึกซ้อมหลายสิ่งที่ยังไม่ชำนาญอย่างไม่มีที่สิ้นสุด" ที่มา: Nltimes
23/12/2018

Google เผยงานวิจัยพฤติกรรมการซื้อรถของคนไทย พบว่า…หาข้อมูลและดูวิดีโอก่อนตัดสินใจซื้อรถ!!

Google จัดงานแถลงข่าวกลุ่มย่อยในหัวข้อ “Think Auto” ได้เผยงานวิจัยเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทย และพฤติกรรมการเลือกซื้อรถยนต์ของคนไทยในปัจจุบัน โดยงานวิจัยมีชื่อว่า “Gearshift 2018 : Purchase Journey of Thai New Car Buyers” เป็นความร่วมมือระหว่าง Google และ TNS แสดงให้เห็นถึงกระบวนการที่ซับซ้อนของผู้บริโภคก่อนตัดสินใจซื้อรถยนต์ โดยได้สัมภาษณ์ผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ทั้งชายและหญิง จำนวนทั้งสิ้น 503 ราย ที่มีการซื้อรถยนต์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา การใช้โทรศัพท์มือถือทำให้ผู้บริโภคไทยได้รับข้อมูลข่าวสารรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม ด้วยช่องทางการค้นหาผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ทำให้ผู้บริโภคมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับรถยนต์ ที่ต้องการจะซื้อก่อนเข้าไปสอบถามกับตัวแทนจำหน่าย ผลการวิจัยที่ค้นพบมีดังนี้ : ผู้บริโภคไทยเปิดรับความคิดเห็นต่าง ๆ ในระหว่างการหาข้อมูล โดยเฉลี่ยแล้ว คนไทยมีการพิจารณาแบรนด์รถยนต์ที่สนใจ 4.7 แบรนด์ ก่อนทำการตัดสินใจ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 2.9 แบรนด์ในปีที่ผ่านมา ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักการตลาดที่ต้องการสร้างอิทธิพลต่อผู้บริโภค เสิร์ชเอนจินและวิดีโอเป็นแหล่งข้อมูลหลักบนโลกออนไลน์ เกือบ 99% ของผู้ซื้อรถยนต์ชาวไทยใช้เสิร์ชเอนจินเป็นเครื่องมือในการหาข้อมูล และ 96% ดูวิดีโอออนไลน์เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อรถยนต์ วิดีโอออนไลน์ช่วยให้ตัดสินง่ายขึ้น เกือบ…

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)