Tags
| ทรัมป์
23/09/2025
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 110 days ago
ทรัมป์เตือน กินยาพาราฯ อาจเสี่ยงออทิสติก Tylenol ซัดกลับ คำพูดไร้หลักฐาน ไม่มีวิจัยอ้างอิง ทำคนตระหนกตกใจ
ไม่ใช่แค่ในสหรัฐฯ แต่ทั้งโลกที่มีการใช้ยาพาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวด ต้องตกใจไปตาม ๆ กันเมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐฯ แถลงเตือนประชาชนห้ามกินยาไทลินอล (Tylenol) เพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กเป็นออทิสติก โดยวันนี้ 23 กันยายน 2025 ทรัมป์ได้ออกแถลงว่า ออทิสติกในเด็กอาจเชื่อมโยงกับการฉีดวัคซีนและการที่มารดารับประทานไทลินอลระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ไม่มีงานวิจัยรองรับ แต่กลับถูกยกขึ้นมาเป็นนโยบายสาธารณสุขของสหรัฐฯ ในการแถลงข่าวพิเศษที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ยอมรับว่าเขาไม่ใช่แพทย์ แต่ได้แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดชนิดนี้ พร้อมทั้งแนะนำว่าไม่ควรฉีดวัคซีนหลายชนิดรวมกันหรือฉีดเร็วเกินไปในวัยเด็ก ซึ่งสวนทางกับสมาคมการแพทย์หลายแห่ง ที่ยืนยันจากงานวิจัยมากมายว่า พาราเซตามอลเป็นยาที่ปลอดภัยต่อการใช้ในหญิงตั้งครรภ์ องค์กรการแพทย์และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านออทิสติกหลายสิบแห่ง รวมถึง American Academy of Pediatrics หรือสถาบันกุมารเวชศาสตร์ และ ACOG หรือ รัฐสภาอเมริกันของสูตินรีแพทย์และนรีแพทย์ ต่างออกมาประณาม โดยระบุว่า ไม่มีข้อมูลใดสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าว และสิ่งที่ทรัมป์พูดเพียงแต่จะสร้างความกลัวและให้ข้อมูลผิด ๆ ในขณะเดียวกันที่บริษัท Kenvue ผู้ผลิต Tylenol ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า “กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่า พาราเซตามอลไม่ก่อให้เกิดออทิสติก เราไม่เห็นด้วยกับข้ออ้างใด ๆ ที่บอกเป็นอย่างอื่น…15/09/2025
ทรัมป์เปลี่ยนกฎประกาศงบบริษัท จากรายไตรมาสเป็นครึ่งปี หวังกระตุ้นการลงทุนระยะยาว
โดนัลด์ ทรัมป์ จุดประเด็นร้อนแรงในวงการการเงินโลก ด้วยการเสนอให้บริษัทในสหรัฐฯ ยกเลิกการรายงานผลประกอบการทุกไตรมาส และเปลี่ยนมาเป็นรายงานทุก 6 เดือนแทน โดยให้เหตุผลว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยลดภาระและกระตุ้นให้ผู้บริหารมุ่งเน้นการเติบโตของบริษัทในระยะยาวได้มากขึ้น ทรัมป์ ผ่านโพสต์บนสื่อโซเชียลส่วนตัว Truth Social เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเขาระบุว่า ข้อเสนอใหม่นี้อยู่ภายใต้การพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถประหยัดเงินค่าใช้จ่ายในการทำรายงาน และทำให้ผู้บริหารมีเวลามากขึ้นในการบริหารงานเพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างแท้จริง เขายังได้เปรียบเทียบมุมมองการบริหารของบริษัทสหรัฐฯ ที่มุ่งเน้นผลกำไรระยะสั้นรายไตรมาส กับแนวคิดของจีนที่มองการเติบโตในระยะยาวถึง 50-100 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ การเสนอให้เปลี่ยนรูปแบบการรายงานนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในปี 2018 วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุนชื่อดัง และ เจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase ก็เคยแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การรายงานผลประกอบการรายไตรมาสทำให้ผู้บริหารมุ่งเน้นแต่กำไรระยะสั้นมากเกินไป จนอาจละเลยกลยุทธ์การเติบโตและความยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุนการรายงานรายไตรมาสในปัจจุบันมองว่า รูปแบบนี้ช่วยให้นักลงทุนได้รับข้อมูลที่โปร่งใสและทันเวลา ทำให้พวกเขาสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้หลักการบัญชีที่เป็นมาตรฐาน (GAAP) ก็ยังคงช่วยรักษาความโปร่งใสและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับรายงานของบริษัทในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในระบบที่มีมาตรฐานสูงสุดในโลก แม้ทรัมป์จะยกตัวอย่างจีนเพื่อสนับสนุนแนวคิดของเขา แต่ในความเป็นจริงแล้ว บริษัทในจีนก็มีข้อกำหนดในการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสเช่นเดียวกับสหรัฐฯ รวมถึงรายงานครึ่งปีและรายงานประจำปีด้วย ซึ่งข้อเสนอของทรัมป์จะทำให้สหรัฐฯ…ธีรภัทร์ ธีระโรจนพงษ์ | 117 days ago
Read More07/07/2025
ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีประเทศหนุน BRICS เพิ่ม 10% เริ่ม 1 ส.ค. นี้ สวนกลับนโยบายต่อต้านอเมริกา
6 กรกฎาคม 2025 โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) จุดกระแสความตึงเครียดครั้งใหม่ในเวทีการค้าระหว่างประเทศ หลังโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวบน Truth Social ขู่เก็บภาษีกลุ่ม BRICS เพิ่ม โดยระบุว่า สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นอีก 10% กับประเทศใดก็ตามที่ร่วมมือหรือสนับสนุนกลุ่ม BRICS ซึ่งเขามองว่าเป็น “กลุ่มที่ดำเนินนโยบายต่อต้านอเมริกา” การเคลื่อนไหวของทรัมป์มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากกลุ่ม BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) จัดการประชุมสุดยอดผู้นำที่กรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล พร้อมออกแถลงการณ์ร่วมแสดง “ความกังวลอย่างมาก” ต่อแนวโน้มของมหาอำนาจที่ใช้มาตรการภาษีฝ่ายเดียว ซึ่งอาจสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม แม้จะเริ่มต้นจากการเป็นกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา BRICS ได้เร่งขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมือง โดยเฉพาะในประเด็นการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเตรียมจัดตั้ง “สกุลเงินกลาง” สำหรับใช้ในการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัฐบาลทรัมป์เกิดความวิตก โดยนอกจาก 5 ประเทศที่เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มแล้ว ล่าสุดมีสมาชิกใหม่เพิ่มอีก 4 ชาติ ได้แก่ อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 188 days ago
Read More14/04/2025
ทรัมป์ยกเว้นภาษีนำเข้าสมาร์ตโฟน คอมฯ และบางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากจีน
โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ได้อนุมัติให้ยกเว้นภาษีนำเข้าสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และบางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มาจากจีน ประกอบด้วยสินค้าไอทีและเทคโนโลยี 20 รายการ เช่น คอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป ดิสก์ไดรฟ์ อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ชิปหน่วยความจำ และจอภาพแบบจอแบน ซึ่งการยกเว้นนี้จะช่วยรักษาราคาสินค้าดังกล่าวเอาไว้ไม่ให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าในราคาที่แพง และบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ไม่ต้องรับผลกระทบจากหุ้นตกไปมากกว่านี้ แถมช่วยลดต้นทุนการนำเข้าและรักษาอัตรากำไร เช่น Apple, Dell, Nvidia, Microsof หรือบริษัทที่นำเข้าอื่น ๆศิลา วงศ์เจริญ | 272 days ago
Read More16/02/2025
รัฐบาลทรัมป์พยายามเรียกพนักงานนิวเคลียร์กลับเข้าทำงานอีกครั้ง หลังพบว่าถูกเลิกจ้างทั้งที่ยังจำเป็น
สำนักข่าว NBC News รายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับลดค่าใช้จ่าย ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีการเลิกจ้างพนักงานของรัฐบาลไปเกือบ 10,000 คน แต่เกิดความผิดพลาดตรงไหนก็ไม่ทราบ ล่าสุดกำลังมีความพยายามติดต่อเรียกพนักงานของสำนักงานความปลอดภัยนิวเคลียร์แห่งชาติ (NNSA) กลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง หลังจากสั่งปลดไปเมื่อวันพฤหัสบดี และยังเกิดปัญหาไม่สามารถแจ้งให้พนักงานเหล่านั้นกลับเข้ามาทำงานได้ศิลา วงศ์เจริญ | 329 days ago
Read More28/01/2025
โดนัลด์ ทรัมป์ เผยสหรัฐฯ จะปรับขึ้นภาษีนำเข้าชิปในอนาคตอันใกล้นี้
วันจันทร์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน ซึ่งใจความในตอนหนึ่งเผยว่าภายใต้การบริหารของเขาจะเก็บภาษีนำเข้าชิปคอมพิวเตอร์ เซมิคอนดัคเตอร์และยาจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าจะเก็บเพิ่มเท่าไหร่ ล่าสุดสำนักข่าวบลูมเลิร์กรายงานว่าทรัมป์ต้องการเก็บภาษีมากกว่า 2.5%ศิลา วงศ์เจริญ | 347 days ago
Read More15/11/2024
Bluesky มียอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 1.25 ล้านคน หลังจากทรัมป์ชนะเลือกตั้ง
วันพุธที่ผ่านมา Bluesky แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแบบกระจายอำนาจคู่แข่งของ X เผยว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีผู้ใช้งานรายใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นกว่า 1,250,000 คน ซึ่งผู้ใช้เหล่านี้ได้หลั่งไหลเข้ามาหลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมการคว้าชัยชนะของทรัมป์ ส่งผลให้ Bluesky กลายเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับเข้ามาแทนที่ X (Twitter) ของ อีลอน มัสก์ ผู้ให้การสนับสนุนทรัมป์ สรุปง่าย ๆ ว่าผู้ที่ไม่นิยมชมชอบทรัมป์จากที่เคยใช้ X ของมัสก์อยู่ดี ๆ ตอนนี้ต้องจำใจจากลาไปใช้แพลตฟอร์มอื่น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี Threads ของ Meta ด้วยศิลา วงศ์เจริญ | 421 days ago
Read More14/11/2024
รายงาน : คาดทรัมป์พยายามหยุดการแบน TikTok ตามนโยบายที่หาเสียง
สำนักข่าววอชิงตันโพสต์รายงานคาดว่า โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งจะพยายามหยุดยั้งการแบนแอป TikTok ในสหรัฐฯ ที่อาจจะเกิดขึ้นในปีหน้า ซึ่งทรัมป์เคยสัญญาในช่วงหาเสียงว่าหากเขาชนะการเลือกตั้งได้กลับมานั่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้ง ก็จะช่วยให้แอป TikTok อยู่รอดปลอดภัยศิลา วงศ์เจริญ | 423 days ago
Read More26/01/2022
‘เรือนจำดิจิทัล’ ปรากฏการณ์ใหม่ในเวทีการเมืองโลก
ข่าวใหญ่ปีที่แล้วคือ ในเดือนพฤษภาคม อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกแบนไม่ให้ใช้โซเชียลมีเดียทวิตเตอร์ เนื่องจากมีนิสัยชอบโพสต์ข้อความที่ไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง ข่าวนี้ช็อกทุกวงการ ไม่น่าเชื่อว่าบุคคลระดับนี้ยังถูกแบนได้ ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาปรากฏว่ามีนักการเมืองฝ่ายขวาในสหรัฐอเมริกาอีกหลายคนถูกบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ตัดสิทธิ์ไม่ให้ใช้บริการ จนมีผู้ประกาศข่าวและนักจัดรายการสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ออกมาประณามว่า ที่แท้มันก็คือ "เรือนจำดิจิทัล" (Digital Jail) ดีดีนี่เอง เพราะไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดียกระแสหลักได้ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทุกวันนี้มีโซเชียลมีเดียใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาเป็นทางเลือกราวกับดอกเห็ดและกำลังได้รับความนิยม ท้าทายโซเชียลมีเดียเจ้าเก่า ๆ ที่น่าสนใจที่สุดคือ "Truth Social" ของทรัมป์ที่เพิ่งออกมา ทำให้แฟน ๆ สนับสนุนผู้นำคนนี้ดีใจสมัครเข้ามาเป็นผู้ติดตามกันมากมาย นอกจากนั้นยังมีนักจัดรายการขวาจัดบางคนที่อาศัยเทรนด์นี้ออกแพลตฟอร์มสื่อโซเชียลของตัวเอง เพื่อสู้กับกระแสความคิดทางด้านเสรีนิยม ตัวอย่างคือ "เก็ตเตอร์" (Gettr) เก็ตเตอร์กำลังมาแรงเพราะมีสมาชิกใหม่มาจากคนมีชื่อเสียงในวงการการเมืองและสื่อเข้ามาร่วมเป็นสมาชิก สื่อโซเชียลในสหรัฐอเมริกาแบ่งขั้วชัดเจน คือฝ่ายทรัมป์ กับฝ่ายที่ไม่เอาทรัมป์ สื่อหลักเช่นซีเอ็นเอ็นก็ไม่เอาทรัมป์ ส่วนฟ็อกซ์นิวส์ไม่เอาประธานาธิบดีโจ ไบเดน สื่อที่ออกมาเป็นกลาง ๆ แทบจะไม่มีที่ยืน กลุ่มโซเซียลมีเดียใหม่มักตอกย้ำว่า พวกเขาต่อสู้เพื่อเสรีภาพด้านความคิด จะไม่ยอมให้มีการเซ็นเซอร์ข้อคิดเห็นใด ๆ เด็ดขาด ในสหรัฐอเมริกา กลุ่มโซเชียลมีเดียนิยมกลุ่มทรัมป์หรือพรรคริพับลิกันเชื่อว่าบริษัทเทคยักษใหญ่สนับสนุนพรรคเดโมแครตและยังเป็นพวกหัวก้าวหน้า…กวี จงกิจถาวร | 1446 days ago
Read More08/07/2021
‘ทรัมป์’ ฟ้องกลับ 3 บิ๊กเทค ฐานรวมหัวกันแบนบัญชีโซเชียลของเขา
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อดีตประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ ออกมากล่าวเมื่อวานนี้ว่า เขากำลังยื่นฟ้องบิ๊กเทคด้านไอทีอย่างทวิตเตอร์ เฟซบุ๊กและกูเกิล รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเหล่านั้น ฐานที่กล่าวหาว่าพวกเขาพยายามปิดปากมุมมองที่ชาวอนุรักษ์นิยมกำลังจะสื่อสารออกมา ทรัมป์กล่าวว่าเขาพยายามยื่นฟ้องเรื่องนี้ต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐฟลอริดาและจะเรียกร้องค่าเสียหายด้วย ซึ่งทรัมป์พร้อมกับโจทก์คนอื่น ๆ ได้ยื่นฟ้องทวิตเตอร์ เฟซบุ๊กและยูทูบ (ซึ่งเป็นของกูเกิล) โดยเรียกร้องให้สื่อโซเชียลมีเดียทั้งสามค่ายทำการปลดแบนตนและปลดล็อกออกจากบัญชีดำที่เขาถูกห้ามไม่ให้โพสต์ใด ๆ ก็ตามลงบนแพลตฟอร์มเหล่านี้อีก ทรัมป์ไม่สามารถใช้เสียงของเขากระจายไปสู่ชาวอนุรักษ์นิยมได้อีก หลังจากที่เมื่อต้นปี เขาโดนแบนจากเหล่าโซเชียลมีเดียเหล่านี้ที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทรัมป์มักจะกล่าวความเท็จซ้ำแล้วซ้ำเล่าเรื่องที่เขาถูกโกงการเลือกตั้งประธานาธิบดี ไหนจะมีการยุยงปลุกปั่นให้เกิดการประท้วงที่รัฐสภากลางเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมด้วย ซึ่งภายใต้กฎหมายมาตรา 230 (1996 Communications Decency Act) ที่กล่าวไว้ว่าสื่อสังคมออนไลน์จะมีอำนาจในการสั่งลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดนโยบายมาตรฐานของแพลตฟอร์มและไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ก็ตามที่เกิดจากโพสต์ของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์นั้นด้วย อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสสรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1648 days ago
Read More07/06/2021
ทรัมป์วิจารณ์ระบบจัดการโควิดและเรียกร้องจีนจ่ายชดเชยให้คนทั้งโลก
อดีตประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ (Dnald Trump) ออกมาปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในการขึ้นเวทีประชุมพรรครีพับลิกันที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา โดยได้มีการกล่าวถึงแอนโธนี เฟาซี (Anthony Fauci) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในสหรัฐฯ เกี่ยวกับการจัดการการแพร่ระบาดในประเทศ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) กรณีที่แบนบัญชีของทรัมป์และเรียกร้องให้จีนจ่ายชดเชยค่าเสียหายที่เป็นผู้ทำให้ไวรัสโคโรนาแพร่ระบาดไปทั่วโลก ทรัมป์กลับมาสู่เวทีการเมืองอีกครั้งด้วยการกล่าวสุนทรพจน์อันดุเดือดในการประชุมพรรครีพับลิกัน ซึ่งในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ เขาได้ร่วมกับสมาชิกพรรคคนอื่น ๆ ในการวิพากษ์วิจารณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้ออย่างแอนโธนี เฟาซี (Anthony Fauci) เกี่ยวกับการจัดการกับการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของเขา “เขาเป็นโปรโมเตอร์ที่ยอดเยี่ยม พวกคุณก็รู้ใช่ไหม เขาไม่ใช่หมอที่ดีเลย แต่กลับเป็นสุดยอดโปรโมเตอร์ต่างหาก” "เฟาซีผิดพลาดอย่างมากที่เขาปฏิเสธและไม่ยอมรับว่าไวรัสมันมีที่มามาจากไหน” ทรัมป์คิดว่าเฟาซีไม่ใช่หมอที่เก่ง เพราะเขามักตัดสินใจผิดพลาดอยู่บ่อยครั้งในการควบคุมโรค แถมยังชอบประชาสัมพันธ์ผลงานตัวเองออกทีวีอยู่บ่อย ๆ ด้วย ซึ่งหลังจากนั้นทรัมป์ก็เริ่มพูดถึงเรื่องที่เข้มข้นมากขึ้นอย่างต้นตอของไวรัสที่หลุดออกมาจากห้องแล็บในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ที่ตอนนี้ยังคงถูกสอบสวนอย่างถึงพริกถึงขิงภายใต้การควบคุมโดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐ ทรัมป์เรียกร้องให้จีนจ่ายเงิน 10 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 311 ล้านล้านบาท) เพื่อชดใช้ให้กับสหรัฐฯ และทั่วโลก ข้อหาที่ไม่สามารถควบคุมโรคระบาดในประเทศ จนปล่อยลามให้แพร่กระจายไปทั่วโลก พร้อมกล่าวว่าประเทศต่างๆ ควรยกเลิกการชำระหนี้ที่ติดค้างจีนอยู่ "ถึงเวลาแล้วที่อเมริกาและโลกควรเรียกร้องค่าชดเชยและความรับผิดชอบจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน" นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้กล่าวเย้ยหยันมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark…สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1679 days ago
Read More21/09/2020
WeChat แก้เกมโดนแบนในอเมริกาแล้ว ด้าน TikTok ยืนยันว่าจะดำเนินการได้ในอนาคต
แม้ว่าตอนนี้ WeChat จะยังอยู่รอดในอเมริกาไปได้ด้วยคำสั่งของศาลที่ให้คุ้มครองชั่วคราว แต่ Tencent เจ้าของแอป WeChat ก็เริ่มดำเนินแผนสองไปเรียบร้อย โดยการที่จากเดิมมีแอปชื่อ "WeChat Work" ซึ่งเอาไว้สื่อสารการทำงานในองค์กรอยู่แล้ว ก็นำแอปนี้มาเปลี่ยนชื่อเป็น "WeCom" ที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าด้วยบริษัทในอเมริกาตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม โดยแอป WeCom นั้นสามารถ Sign In บัญชีของ WeChat เดิมได้และ Sync ข้อมูลเดิมจากบัญชีกลับคืนมาได้หมด และคุยกับผู้ใช้ WeChat ได้ตามเดิม โดยบุคคลที่ใช้งานคุยร่วมกับเราไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด WeCom ตามเราไปด้วย แต่ทั้งนี้ ศาลอเมริกาได้ให้คำสั่งชะลอการถอดแอป WeChat ออกจาก App Store ดังนั้นเมื่อค้นหาแอปจาก App Store ของ Apple ณ ตอนนี้ยังคงพบทั้งสองแอป แต่เมื่อทดสอบค้นหาบน Play Store ของ Android กลับยังพบแค่แอป WeChat อันเดิม โดยจากรายงานมีการระบุว่า…ณัชธนัท จุโฬทก | 1938 days ago
Read More28/01/2020
อังกฤษไฟเขียว Huawei ร่วมเครือข่าย 5G แต่จำกัดบทบาทแค่ 35% และไม่ใช่แกนหลัก
จันทร์ที่ 13 มกราคม เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลอังกฤษ, สหรัฐฯ และอุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้ประชุมหารือกันก่อนที่อังกฤษจะตัดสินใจบนความเป็นไปได้เลือกใช้อุปกรณ์ Huawei ในเครือข่ายมือถือ 5G เพื่อพิจารณาทบทวนอย่างครอบคลุมรอบด้านโดยเฉพาะเรื่องความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สหรัฐเป็นห่วงเป็นใยมากที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้เสนอหลักฐานให้รัฐบาลอังกฤษรับทราบถึงความเสี่ยงในการใช้อุปกรณ์ของ Huawei โดยระบุว่าอันตราย 24 มกราคม ได้มีการพูดคุยหารือกันระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษถึงความปลอดภัยของเครือข่ายโทรคมนาคม ซึ่งเจ้าหน้าที่ของอังกฤษเปิดเผยว่าได้เสนอให้จำกัดบทบาทของ Huawei ในเครือข่าย 5G ในอนาคตของอังกฤษ โดยต่อต้านข้อเรียกร้องของสหรัฐที่ให้สั่งห้ามใช้ Huawei ล่าสุด 28 มกราคม นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษประกาศยินยอมให้ Huawei ของจีนเข้าร่วมเครือข่ายมือถือ 5G ของอังกฤษในบทบาทที่จำกัด ซึ่งต่อต้านความกดดันจากสหรัฐที่ให้แยก Huawei ออกจากการสื่อสารในยุคต่อไปด้วยความกลัวว่าจีนจะใช้เป็นช่องทางในการล้วงความลับ Huawei จะมีส่วนร่วมในเครือข่ายแค่ 35% ซึ่งจะถูกแยกออกจากแกนกลางของเครือข่ายที่มีความละเอียดอ่อน ซึ่งเป็นส่วนรวบรวมและจัดการข้อมูล รวมทั้งห้ามอยู่ในเครือข่ายและสถานที่ที่สำคัญ ได้แก่ ที่ตั้งของนิวเคลียร์และฐานทัพ Nicky Morgan รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของอังกฤษกล่าวหลังจากการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติว่า "นี่เป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะของอังกฤษสำหรับเหตุผลเฉพาะของอังกฤษและการตัดสินใจเกี่ยวกับความท้าทายที่เราเผชิญอยู่ในตอนนี้” สรุปง่าย ๆ ว่าอังกฤษตัดสินใจใช้…ศิลา วงศ์เจริญ | 2174 days ago
Read More26/01/2020
ทรัมป์หารือกับนายกฯ อังกฤษถึงความปลอดภัยของเครือข่ายโทรคมนาคมในการใช้ Huawei
24 มกราคม ทำเนียบขาวเปิดเผยว่าได้มีการพูดคุยหารือกันระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษถึงความปลอดภัยของเครือข่ายโทรคมนาคม ในขณะที่อังกฤษกำลังตัดสินใจบนความเป็นไปได้ว่าจะเลือกใช้อุปกรณ์ Huawei ในเครือข่ายมือถือ 5G ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการหารือครั้งนี้ว่า "ผู้นำทั้งสองได้หารือถึงประเด็นสำคัญในระดับภูมิภาคและทวิภาคี รวมถึงการทำงานร่วมกันเพื่อทำให้มั่นใจในความปลอดภัยของเครือข่ายโทรคมนาคมของเรา" อังกฤษคาดว่าจะมีการคุยหารือครั้งสุดท้ายปลายเดือนนี้ถึงวิธีการปรับใช้อุปกรณ์ Huawei ในเครือข่าย 5G ในอนาคต ซึ่งสหรัฐอเมริกาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับโทรคมนาคมของจีนว่าเป็นสิ่งอันตรายและกลัวว่าจะส่งผลต่อความลับของอังกฤษ Huawei ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของโลกได้ปฏิเสธว่าเป็นช่องทางในการสอดแนมให้กับหน่วยข่าวกรองของจีน เจ้าหน้าที่ของอังกฤษได้เสนอให้จำกัดบทบาทของ Huawei ในเครือข่าย 5G ในอนาคตของอังกฤษ โดยต่อต้านข้อเรียกร้องของสหรัฐที่ให้สั่งห้ามใช้ Huawei นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สหรัฐแสดงความห่วงใยต่ออังกฤษเกี่ยวกับอุปกรณ์ Huawei ในเครือข่ายมือถือ 5G จันทร์ที่ 13 มกราคม เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลอังกฤษ, สหรัฐฯ และอุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้ประชุมหารือกันก่อนที่อังกฤษจะตัดสินใจบนความเป็นไปได้เลือกใช้อุปกรณ์ Huawei ในเครือข่ายมือถือ 5G เพื่อพิจารณาทบทวนอย่างครอบคลุมรอบด้านโดยเฉพาะเรื่องความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สหรัฐเป็นห่วงเป็นใยมากที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้เสนอหลักฐานให้รัฐบาลอังกฤษรับทราบถึงความเสี่ยงในการใช้อุปกรณ์ของ Huawei โดยระบุว่าอันตราย สรุปง่าย ๆ ว่าสหรัฐยังคงพยายามคุยกับอังกฤษเพื่อห้ามใช้อุปกรณ์ Huawei ในเครือข่ายมือถือ 5G ซึ่งอังกฤษต้องการจะสรุปและเดินหน้าวางเครือข่าย 5G โดยเร็ว…ศิลา วงศ์เจริญ | 2176 days ago
Read More04/12/2019
NATO แถลงต้องการเครือข่าย 5G ที่ปลอดภัยส่วนทรัมป์ย้ำ Huawei เสี่ยงความปลอดภัย
ย้อนไปเมื่อ 27 พฤศจิกายน Angela Merkel นายกรัฐมนตรีของเยอรมนีได้เรียกร้องให้ประเทศในยุโรปเข้าร่วมตกลงแนวทางความร่วมมือกับจีนเพื่อมุ่งสู่การเปิดตัวเครือข่ายมือถือ 5G โดยต้องการให้ฝรั่งเศสเข้ามามีส่วนร่วมผลักดันเพื่อขยายผลสู่ประเทศสมาชิกอื่น ๆ ต่อไป เพราะการกีดกัน Huawei ออกจากเครือข่าย 5G เท่ากับเป็นการประกาศศัตรูกับจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการค้าและเศรษฐกิจในเยอรมนีและยุโรป นอกจากนี้ได้มีการคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่าอาจจะกระทบความสัมพันธ์ทางการทหารตามสนธิสัญญานาโต ล่าสุด 4 ธันวาคม Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวว่า Huawei บริษัทโทรคมนาคมของจีนมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย โดยอ้างว่า NATO ต้องการเทคโนโลยี 5G ที่ปลอดภัย ทรัมป์คิดว่าเป็นความเสี่ยงและเป็นอันตรายด้านความปลอดภัย ยังกล่าวต่อว่าได้คุยกับอิตาลีและประเทศอื่น ๆ จะไม่มีการเดินหน้าเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยจาก Huawei และยืนยันว่าเหล่าผู้นำ NATO ต้องการระบบการสื่อสาร 5G ที่ปลอดภัย แถลงการณ์จากการประชุมสุดยอด NATO มีใจความว่านาโต้และพันธมิตรภายใต้อำนาจหน้าที่ จะมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของระบบการสื่อสาร รวมไปถึง 5G ซึ่งตระหนักถึงความจำเป็นที่จะวางใจใช้ระบบที่ปลอดภัยและยืดหยุ่น นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการประกาศให้อวกาศ (Space) เป็นขอบเขตการดำเนินงาน (Operational domain) อีกอย่างหนึ่งของ NATO…ศิลา วงศ์เจริญ | 2229 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago
























