Tags
| นอนหลับ
11/08/2025
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 295 days ago
นอนเกิน 9 ชั่วโมงเป็นประจำ อาจตายไวกว่านอนน้อยถึง 34%
หลายคนคงจะเคยได้ยินว่านอนหลับให้ถึง 8 ชั่วโมง คือการนอนที่เหมาะสม แต่แท้จริงแล้วแต่ละวัยมีความต้องการพักผ่อนที่แตกต่างกัน แม้เราทุกคนจะรู้ว่าการนอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย แต่ผลของวิจัยล่าสุดสร้างความแปลกใจ เมื่อมีการเปิดเผยว่า นอนเกิน 9 ชั่วโมงเป็นประจำทุกคืน อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากกว่าที่เคยคิด ซึ่งอาจเป็นอันตรายยิ่งกว่าการนอนน้อยเสียอีก โดยมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น และยังสัมพันธ์กับโรคเรื้อรังอย่างเบาหวานและภาวะซึมเศร้า การนอนหลับให้เพียงพอสำคัญไม่แพ้อาหารและการออกกำลังกาย การนอนหลับที่มีคุณภาพเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพทั้งทางกายและใจ พอ ๆ กับการได้รับโภชนาการที่ดีและการออกกำลังกาย เพราะขณะที่เราหลับร่างกายจะซ่อมแซมเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ รวมถึงช่วยรวบรวมความทรงจำ ควบคุมฮอร์โมน เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และรักษาสมดุลทางอารมณ์และสติปัญญา มูลนิธิส่งเสริมสุขภาพการนอน (Sleep Health Foundation) แนะนำให้ผู้ใหญ่นอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน ซึ่งหากนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงเป็นประจำ อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิด สมาธิสั้น และในระยะยาวก็เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะซึมเศร้า และอาจเสียชีวิตก่อนวัยอันควร นอนเกิน 9 ชั่วโมงเป็นประจำ จะเกิดอะไรขึ้น ? จากการทบทวนงานวิจัยจำนวนกว่า 79 ชิ้น พบว่า ผู้ที่นอนน้อยกว่า 7…25/05/2023
เดินละเมอกลางดึก พฤติกรรมเสี่ยงที่คุณอาจไม่รู้ตัว
การเดินละเมอ หรือที่เรียกว่าอาการง่วงซึม ร่างกายจะลุกขึ้นและเดินไปมาขณะที่อยู่ในสภาวะหลับ มักพบบ่อยในเด็ก โดยปกติแล้วการละเมอไม่ได้ส่งผลร้ายแรงหรือเป็นสัญญาณอันตรายของปัญหาสุขภาพมากนัก นอกเสียจากว่า อาการละเมอจะเกิดขึ้นบ่อย ซ้ำ ๆ ซึ่งนั่นอาจเป็นสัญญาณความผิดปกติของการนอน ทั้งนี้ การละเมอในผู้ใหญ่อาจมีผลมาจากความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน รวมถึงภาวะสุขภาพบางอย่างที่อาจเป็นอันตรายได้ อาการเดินละเมอ การเดินละเมอมักเกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำ โดยมักเกิดขึ้นหลังจากหลับไปแล้ว 1-2 ชั่วโมง แต่ปกติแล้วอาการเดินละเมอจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนักและอาจกินเวลาหลายนาที โดยคนที่เดินละเมอจะมีอาการดังต่อไปนี้ และในบางครั้ง คนที่เดินละเมอจะมีอาการอื่นร่วมด้วย ดังนี้ สาเหตุของการเดินละเมอ การเดินละเมอจัดอยู่ในความผิดของการนอนหลับ ประเภท parasomnia ซึ่งเป็นพฤติกรรมหรือประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในระหว่างการนอนหลับ การเดินละเมอจะเกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับระยะที่หลับลึกที่สุด โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการเดินละเมอ ได้แก่ ในบางครั้งการเดินละเมออาจถูกกระตุ้นโดยสภาวะแวดล้อมที่รบกวนการนอนหลับ เช่น นอกจากนี้ ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเดินละเมออาจมาจากกรรมพันธุ์ที่ผู้เป็นพ่อแม่มีประวัติการเดินละเมอด้วยเช่นกัน ทำอย่างไรเมื่อคนที่บ้านเดินละเมอ สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำหากคุณเห็นคนเดินละเมอ คือตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาปลอดภัย แล้วค่อย ๆ พาพวกเขากลับไปนอนโดยสร้างความเชื่อใจให้กับพวกเขา อย่าตะโกนหรือทำให้บุคคลนั้นตกใจ และอย่าพยายามห้ามปรามเขา เว้นแต่พวกเขาจะตกอยู่ในอันตราย เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ อาการเดินละเมอเป็นครั้งคราวไม่ได้ก่อให้เกิดความกังวลและมักหายได้เอง แต่หากคุณพบว่าตนเองมีอาการเช่นนี้บ่อย ๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยอาการที่ควรไปพบแพทย์ มีดังนี้ โดยแพทย์อาจส่งคุณไปรักษาเฉพาะด้านเกี่ยวกับการนอนหลับ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการพยายามนอนหลับให้เพียงพอและทำกิจวัตรประจำวันที่ผ่อนคลายเป็นประจำก่อนนอนจะช่วยเรื่องอาการเดินละเมอได้ ขณะเดียวกันแพทย์จะพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1104 days ago
Read More11/04/2023
เล่นมือถือก่อนนอนอย่างไรให้กระทบการนอนน้อยที่สุด?
มือถือหรือสมาร์ตโฟนเป็นปัจจัยที่ 5 ของผู้คนในยุคดิจิทัล สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่หยิบจับในตอนเช้าและสิ่งสุดท้ายก่อนนอนคือสมาร์ตโฟน ซึ่งข้อมูลการศึกษาในปัจจุบันยืนยันแล้วว่าการเล่นหรือใช้สมาร์ตโฟนมากเกินไปส่งผลเสียต่อสุขภาพได้หลายด้าน แต่ถึงอย่างนั้นการเล่นมือถือก่อนนอนก็ยังคงเป็นเหมือนพิธีกรรมทางศาสนาที่ผู้คนซึ่งศรัทธาในการเล่นมือถือยังคงทำอยู่ทุกคืน การใช้มือถือก่อนนอนสามารถนำไปสู่พฤติกรรมและปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น นอนน้อย นอนไม่พอ หลับไม่สนิท พัฒนาเป็นโรคนอนไม่หลับ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในตอนกลางวัน ปัญหาเรื่องสายตา ในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลบางส่วนพบว่าการใช้สมาร์ตโฟนยังสัมพันธ์กับโรคทางอารมณ์ อย่างโรคเครียดและภาวะซึมเศร้าได้ด้วย แต่ Hack for Health รู้ว่าคุณคงไม่อยากเลิกเล่นมือถือก่อนนอนเป็นแน่ เพราะบางครั้งการใช้สมาร์ตโฟนก็เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่จะผ่อนคลายความเหนื่อยล้าให้กับสมองของคุณ เพราะฉะนั้น เราจึงมีเทคนิคดี ๆ ในการเล่นมือถือก่อนนอนที่อาจช่วยเซฟสุขภาพและลดความเสี่ยงของปัญหาที่อาจตามมา วิธีเล่นมือถือก่อนนอนแบบความเสี่ยงต่ำ แม้ว่าการใช้สมาร์ตโฟนก่อนนอนจะไม่ได้ทำให้คุณเจ็บป่วยได้โดยตรง แต่ผลลัพธ์ทางอ้อมก็สามารถเกิดได้ ซึ่งวิธีเหล่านี้อาจช่วยลดความเสี่ยงของพฤติกรรมนี้ได้ 1. ใช้โหมดกลางคืน Night Mode / Night Shift / Anti Blue Light เป็นฟังก์ชันที่มาพร้อมกับสมาร์ตโฟนแทบทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ซึ่งโหมดนี้จะช่วยเปลี่ยนคลื่นของแสงหน้าจอที่ส่งออกมาให้เหมาะกับการใช้งานในตอนกลางคืนมากขึ้นโดยจะช่วยลดผลกระทบจากแสงสีฟ้าที่ส่งออกมาตลอดการใช้งานมือถือขณะที่ไม่ได้เปิดโหมดกลางคืน จากข้อมูลพบว่าแสงสีฟ้าจากจอมือถืออาจทำให้สมองตื่นตัวและนอนหลับได้ยากหรือหลับไม่สนิท เพราะแสงสีฟ้าเป็นแสงที่มีอยู่ในแสงแดด ซึ่งช่วยให้สมองเรารับรู้ว่าเป็นตอนกลางวันที่เป็นช่วงเวลาทำงาน โดยเชื่อกันว่าการได้รับแสงสีฟ้าจากหน้าจอในเวลากลางคืนส่งผลให้สมองเข้าใจผิดว่าเป็นตอนกลางวันและทำงานเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง การเปลี่ยนมาใช้โหมดกลางคืนในช่วงก่อนนอนจึงอาจช่วยลดปัญหาการนอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท หรืออาจช่วยให้คุณนอนหลับได้ง่ายขึ้นได้ 2. เล่นมือถือได้ แต่ต้องไม่กระทบตารางการนอน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1148 days ago
Read More10/04/2023
เทปปิดปากแก้กรน ไอเทมแปลก ลดเสียงกรนได้จริง แต่เสี่ยงปัญหาสุขภาพ
นอนกรนเป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญให้กับคู่นอนหรือเพื่อนร่วมห้องได้เป็นอย่างมาก ทุกวันนี้เราเห็นอุปกรณ์แก้อาการนอนกรนหลากหลายแบบ ซึ่งผู้เขียนเพิ่งไปเจอกับไอเทมแก้นอนกรนที่แค่เห็นแวบแรกก็ชวนอึดอัดแล้ว นั่นก็คือ เทปปิดปากแก้กรน (Sleep Strip) Sleep Strip เทปปิดปากแก้กรน คืออะไร? เทปปิดปากในระหว่างนอนหลับเป็นอุปกรณ์ที่ถูกคิดค้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาการหายใจทางปาก และบังคับให้ร่างกายหายใจผ่านทางจมูกมากขึ้น ซึ่งการหายใจผ่านทางจมูกดีต่อสุขภาพมากกว่าการหายใจผ่านทางปาก เพราะการหายใจผ่านทางปากจะทำให้ช่องปากแห้งเอื้อต่อการเติบโตของเชื้อโรคที่ทำให้มีกลิ่นปาก เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่เหงือกและทางเดินหายใจ ในขณะที่การหายใจผ่านจมูกจะช่วยกรองเชื้อโรค สารก่อภูมิแพ้ มลพิษ และช่วยทำให้เกิดไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ที่ช่วยให้หลอดเลือดเปิดรับออกซิเจนได้มากขึ้นและดีต่อระดับความดันโลหิต โดยเทปปิดปากแก้กรนมีลักษณะเป็นแผ่นเทปบาง ๆ ที่มีด้านที่มีกาวสำหรับปิดปากไว้ในขณะนอนหลับเพื่อป้องกันเสียงกรนและลดผลกระทบจากการหายใจทางปาก เทปปิดปากแก้กรนมีขายตามแอปพลิเคชันขายของออนไลน์ในราคาที่ถูกมาก เพียงหลักสิบเท่านั้น โดยจะเป็นการใช้แล้วทิ้งแบบคืนต่อคืน จากการสำรวจเบื้องต้นแล้วมีคนซื้อไปใช้ค่อนข้างเยอะและรีวิวว่าดี เพราะช่วยลดเสียงกรนขณะนอนหลับได้ แต่การนำเทปมาปิดปากเพื่อป้องกันเสียงกรนระหว่างนอนหลับ ไม่ใช่วิธีแก้อาการนอนกรนที่ดีนัก แถมยังเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพด้วย ทำไมเทปปิดปากแก้กรนถึงอันตราย? ก่อนอื่นเลย ต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมคนเราถึงกรน เสียงกรนเป็นผลจากการที่กล้ามเนื้อและอวัยวะภายในช่องปาก อย่างเพดานอ่อน ลิ้น และกล้ามเนื้อขากรรไกรหย่อนตัวจนปิดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งแรงลมของการหายใจออกที่มาจากปอดก็ต้องแทรกตัวผ่านอวัยวะที่ปิดกั้นนี้ออกมาจนทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น เชื่อกันว่าการใช้เทปปิดปากขณะนอนหลับจะช่วยให้ลมไม่ออกทางปากและไปออกทางจมูกมากขึ้น ซึ่งข้อมูลวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลลัพธ์ของเทปชนิดนี้มีน้อยมาก แถมบางชิ้นก็พบว่าไม่ได้ผลในบางคนด้วย อีกทั้งเป็นการรักษาที่ปลายเหตุแถมยังเสี่ยงด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับอธิบายว่าการใช้เทปปิดปากแก้กรนอาจเป็นอันตรายต่อคนที่มีปัญหาด้านการหายใจทางจมูก อย่างคนที่เป็นโรคภูมิแพ้และโรคหืด เพราะเยื่อบุทางเดินหายใจอาจบวมทำให้หายใจทางจมูกไม่ได้ รวมถึงโรคหยุดหายใจขณะหลับที่ทางเดินหายใจตีบ โดยอาจจะตีบแค่บางส่วนหรืออาจตีบทั้งหมดจนหายใจทางจมูกไม่ได้ การนำเทปไปปิดปาก ไม่ว่าจะปิดแค่บางส่วน ปิดมาก ปิดน้อยอาจทำให้คนกลุ่มนี้หายใจระหว่างนอนหลับได้ยากกว่าเดิม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1149 days ago
Read More08/02/2023
กรนแบบไหน ต้องไปหาหมอ?
การกรนเป็นเรื่องปกติที่พบได้เวลานอน ส่วนใหญ่จะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และพบได้มากขึ้นในคนที่มีน้ำหนักตัวมาก การกรนมีหลายระดับ คุณอาจเคยได้ยินเพื่อนหรือแฟนของคุณกรนเสียงดังจนนอนไม่หลับ บางคนกรนแบบไล่ระดับเสียงก็มีเหมือนกัน นอกจากการกรนจะเป็นปัญหาต่อการนอนของเพื่อนร่วมห้องแล้ว การกรนบางแบบยังเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่เป็นอันตรายได้ด้วย ทำไมถึงกรน? เสียงกรนที่เราได้ยินกันเป็นผลมาจากการที่ทางเดินหายใจส่วนบนแคบลง เช่น เยื่อบุโพรงจมูกบวมทำให้คัดจมูก กล้ามเนื้อขากรรไกร ลิ้น และเพดานอ่อนหย่อนตัวลงจนปิดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นทางที่ลมหายใจเข้าและออก พอแรงลมถูกดันออกมาก็ต้องผ่านอวัยวะที่หย่อนตัวและเบียดเสียดกันอยู่ เลยทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนและเกิดเสียงกรนขึ้นนั่นเอง ปัจจัยเสี่ยงบางอย่างอาจทำให้คุณกรนได้มากกว่าคนอื่น เช่น นอกจากนี้ ใครที่พ่อแม่หรือพี่น้องนอนกรนก็อาจจะนอนกรนด้วยเหมือนกัน กรนแบบไหนควรไปหาหมอ? การนอนกรนแบ่งได้ 2 แบบ กรนแบบปกติและกรนแบบอันตราย คนส่วนใหญ่มักกรนแบบปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้ตื่นมาเจ็บคอ คอแห้ง นอนหลับได้ไม่เต็มที่ และอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องความสัมพันธ์จากการนอนกรนด้วย ส่วนกรนแบบอันตรายเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ชื่อว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ลักษณะเป็นการกรน ๆ หยุด ๆ เป็นช่วง โดยช่วงที่หยุดกรนเป็นผลมาจากทางเดินหายใจส่วนบนถูกปิดกั้นทั้งหมด หมายความว่าลมหายใจไม่สามารถผ่านไปได้เลย ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และออกซิเจนหยุดไปชั่วขณะ สมองและร่างกายจึงขาดออกซิเจน ความรุนแรงขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่หยุดหายใจ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5 ครั้ง/ชั่วโมง ในรายที่รุนแรงอาจหยุดหายใจถึง 30 ครั้ง/ชั่วโมงเลยทีเดียว หากเกิดภาวะหยุดหายใจถี่ขึ้นก็ยิ่งเป็นอันตราย เพราะเท่ากับว่าสมองขาดออกซิเจนมากขึ้นเรื่อย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1210 days ago
Read More26/01/2023
ท่านอนสำคัญอย่างไร? 8 ท่านอนบอกสุขภาพ
ทุกคนรู้ว่าการนอนนั้นสำคัญกับร่างกายของเรา แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่า ‘ท่านอน’ ก็มีความสำคัญเช่นกัน เคยตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สบายตัว ปวดหลัง ปวดคอ หรือไม่ ? วันนี้เราจะมาแนะนำ 8 ท่านอนที่บ่งบอกปัญหาสุขภาพ และท่านอนไหนมีส่วนช่วยเรื่องสุขภาพของคุณ 1.ท่านอนหงาย ท่านี้เป็นท่าที่ดีที่สุดสำหรับการวางศีรษะ กระดูกสันหลัง และคอ ทำให้ไม่ปวดเมื่อยตามร่างกาย และยังช่วยเรื่องภาวะกรดไหลย้อนอีกด้วย แต่ควรเลือกหนุนหมอนที่ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป ข้อควรระวัง คือ ผู้ที่นอนหงายมักมีแนวโน้มที่จะนอนกรนและเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากกว่าการนอนในท่าอื่น ๆ 2.ท่านอนหงายแขนยกขึ้น ท่านอนนี้มีอีกชื่อเรียกว่า ‘ท่าปลาดาว’ เป็นท่านอนที่ดีสำหรับหลังของคุณ ที่สำคัญใบหน้าของคุณจะไม่ถูกหมอนกดทับลดการเกิดริ้วรอยและสิวอีกด้วย แต่ข้อควรระวังของท่านี้ คือ อาจทำให้เกิดการนอนกรนได้ง่าย และอาจเจอกับปัญหากรดไหลย้อนได้ด้วย นอกจากนี้ การนอนยกแขนทำให้กดทับเส้นประสาทที่ไหล่เป็นเวลานานส่งผลให้ปวดเมื่อยและไม่สบายตัว 3.ท่านอนตะแคง ท่านอนตะแคงอาจจะเป็นท่าที่หลายคนถนัด แต่รู้หรือไม่ว่าท่านอนตะแคงขวาและซ้ายมีผลต่อร่างกายในลักษณะที่แตกต่างกัน การนอนตะแคงขวาจะช่วยให้หัวใจเต้นสะดวก กระเพาะจะบีบอาหารลงลำไส้เล็กได้ดี ซ้ำยังช่วยให้อาการปวดต่าง ๆ ดีขึ้นด้วย ในขณะที่นอนตะแคงซ้ายจะช่วยแก้ปัญหาปวดหลังได้ แต่อาจทำให้เกิดลมจุกเสียดบริเวณลิ้นปี่ เพราะอาหารยังย่อยไม่หมด สตรีที่มีครรภ์ควรนอนตะแคงซ้ายเพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนไปยังทารกในครรภ์ได้ดีขึ้น 4.ท่านอนตะแคงแขนอยู่ข้างลำตัว ท่านี้กระดูกสันหลังจะรับส่วนโค้งของธรรมชาติได้ดีที่สุด ช่วยลดอาการปวดหลัง ปวดคอ และลดปัจจัยเสี่ยงต่อการหยุดหายใจขณะนอนหลับ ขณะเดียวกันก็มีข้อเสีย คือ อาจทำให้ผิวแก่ก่อนวัยเนื่องจากแรงโน้มถ่วง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1223 days ago
Read More26/01/2023
5 อาหารที่จะช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น
การนอนหลับเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยรีเซตความเหนื่อยล้าในแต่ละวัน ทั้งยังช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมร่างกายด้วย ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนควรให้ความใส่ใจ ถ้าหากการนอนหลับของคุณไม่ดี อย่างนอนน้อยหรือนอนหลับไม่สนิทก็อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สดชื่น หงุดหงิดง่าย และไม่มีสมาธิ ในระยะยาวก็อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ด้วย ซึ่งอาหารที่เรากินเข้าไปก็มีส่วนช่วยเรื่องการนอนหลับของเราด้วย Hack for Health เลยเตรียม 5 อาหารที่จะช่วยให้คุณนอนหลับได้ง่ายและนอนหลับสนิทมากยิ่งขึ้นมาฝากกัน 5 อาหารช่วยเรื่องการนอนหลับ เตรียมตัวหลับปุ๋ยไปกับอาหารต่อไปนี้ได้เลย 1. ปลาแซลมอน ใครเป็นสายแซลมอนต้องชอบ เพราะมีการศึกษาที่พบว่าคนที่กินปลาแซลมอน 3 ครั้ง/สัปดาห์ มีคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น เหตุผลก็อาจมาจากโอเมก้า 3 และวิตามินดีที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าช่วยรักษาระดับและการทำงานของ ‘เซโรโทนิน’ (Serotonin) ที่เป็นสารตั้งต้นของ ‘เมลาโทนิน’ (Melatonin) หรือฮอร์โมนแห่งความง่วง จึงไม่แปลกที่สาวกปลาส้มหลายคนอาจหลับปุ๋ยได้ทุกคืน 2. อัลมอนด์ อัลมอนด์หาซื้อได้ง่ายทั้งในร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าทั่วไป ซึ่งหากคุณกำลังมองหาของว่างที่อร่อย หาซื้อง่าย และช่วยเรื่องการนอนหลับ อัลมอนด์ก็ตอบโจทย์ เพราะอัลมอนด์มีเมลาโทนินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะแมกนีเซียมและสังกะสีที่มีข้อมูลว่าช่วยบรรเทาโรคนอนไม่หลับในผู้สูงอายุได้ 3. เนื้อไก่ลอกหนัง เนื้อไก่ลอกหนังเป็นแหล่งของโปรตีนและมีไขมันต่ำ แต่ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนอนหลับก็คือเนื้อไก่มีสารที่ชื่อ ‘ทริปโตเฟน’ (Tryptophan) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายผลิตเองไม่ได้ โดยทริปโตเฟนมีส่วนช่วยเพิ่มระดับของเซโรโทนินจึงอาจช่วยให้คุณหลับได้ง่ายขึ้น 4. นม เช่นเดียวกับอกไก่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1223 days ago
Read More08/12/2021
NASA บอกว่าแค่งีบหลับ 26 นาที จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นถึง 1/3
ช่วงนี้ที่การระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงคุกคามชีวิตการทำงานของทุกคนอยู่ การทำงานจากบ้านแบบ 100% หรือบางบริษัทก็เป็นแบบไฮบริด (เข้าออฟฟิศบ้างบางวัน) ทำให้ชีวิตมีโอกาสได้ลองปรับเปลี่ยนจังหวะการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการพักระหว่างวันที่มีโอกาสทำได้ง่ายกว่าเดิม เพราะเมื่อทำงานจากบ้าน เตียงนอนกับโต๊ะทำงานอยู่ไม่ห่างกัน (บางคนก็เป็นสิ่งเดียวกันด้วยซ้ำ) ทำให้ระหว่างวันก็สามารถงีบหลับพักได้ถ้าต้องการ ซึ่งเรามักเห็นบทความเขียนเกี่ยวกับประโยชน์ของการงีบหลับระหว่างวันมาบ้างแล้ว อย่างในนิตยสาร Inc.com ก็บอกว่ามันช่วยเสริมสร้างการจดจำข้อมูลที่ดีกว่า มีประโยชน์มากกว่าการอัดกาแฟ ลดความเครียด และความกังวลให้น้อยลงด้วย เพราะฉะนั้นพนักงานที่งีบหลับระหว่างวัน แท้จริงแล้วพวกเขาอาจจะเป็นคนที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการขี้เกียจเหมือนที่เราเข้าใจกันผิด ๆ มาโดยตลอดก็ได้ ถึงแม้ว่างานวิจัยจะบ่งบอกไปทางเดียวกันว่ามันช่วยให้ทำงานดีขึ้น แต่ก็มีอีกอย่างหนึ่งที่เราควรจะรู้เกี่ยวกับเทคนิคการงีบหลับระหว่างวัน นั่นก็คือระยะเวลาและวิธีการงีบก็ส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพของการงีบหลับ ซึ่งก็โชคดีที่ว่าวิทยาศาสตร์ก็มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือที่รู้จักกันในชื่อ NASA ได้ทำการศึกษาเรื่องการงีบอย่างจริงจัง พวกเขาเชื่อว่ามันทำให้นักบินนั้นมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการตัดสินใจผิดพลาด ทำให้โอกาสที่จะทำให้ตัวเองหรือผู้โดยสารตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายต่ำลงไปด้วย สิ่งที่ NASA ค้นพบก็คือว่านักบินอวกาศที่งีบหลับเป็นเวลา 26 นาทีนั้นแสดงให้เห็นการตื่นตัวที่เพิ่มขึ้นถึง 54% และสร้างสรรค์งานได้ดียิ่งขึ้นถึง 34% หรือประมาณ 1/3 เลยทีเดียวเมื่อเทียบกับนักบินที่ไม่ได้งีบหลับ เมื่อเราพูดถึงเรื่องการงีบหลับนั้นต้องเข้าใจก่อนว่าการงีบคือการนอนแบบสั้น ๆ ไม่ใช่การหลับลึกแบบยาว ๆ เหมือนการนอนกลางคืน คือถ้าไม่ได้มีเวลามากกว่า 90 นาทีในการนอนเพื่อทดแทนจากการนอนไม่พอเมื่อคืนก่อน ก็ไม่ควรงีบเกิน 30 นาที…โสภณ ศุภมั่งมี | 1637 days ago
Read More25/08/2019
“การได้หลับสนิทอย่างยาวนานในวันหยุด จะช่วยยืดอายุให้ยืนขึ้น” ผลจากการวิจัยที่ใช้เวลาถึง 13 ปี
ชีวิตวัยเรียนวัยทำงานต่างก็ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเริ่มกิจวัตร ยิ่งคนเมืองกรุงต้องยิ่งตื่นให้เร็วเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน พอถึงวันหยุดก็อยากจะนอนตื่นสายให้สบายใจ แต่บางคนก็อาจจะโดนแม่ปลุก สามีเรียก ภรรยาบ่นแต่เช้า ต้องลุกมาทำนั่นทำนี่ เอาน่ะ! บทความนี้น่าจะมีเหตุผลดี ๆ มีสาระไว้ต่อรองขอนอนยาว ๆ ได้ในวันหยุด เพราะมีนักวิจัยชาวสวีดิช ที่ทำการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เผยข้อมูลออกมาเป็นทางการในชื่อ Journal of Sleep Research มีใจความว่า "การได้นอนหลับสนิทอย่างยาวนานในวันหยุด จะช่วยยืดอายุให้ยาวนานขึ้น" เรามาลงลึกถึงการวิจัยในเรื่องนี้กันอีกสักหน่อย ว่าการนอนหลับยาว ๆ ในวันหยุดเนี่ย มันส่งผลดีอย่างไรบ้าง ลืมทฤษฎีเก่าที่ว่า "นอนหลับวันละ 8 ชั่วโมงจะดีต่อสุขภาพ" ไปซะ เราถูกปลูกฝังกันมายาวนานว่า การนอนหลับที่เพียงพอในแต่ละวันคือ 8 ชั่วโมง แต่การวิจัยใหม่นี้ที่เจาะจงในเรื่องระยะเวลาการนอนที่มีผลต่อสุขภาพมนุษย์นั้นได้ผลที่แย้งกับทฤษฎีเก่าโดยสิ้นเชิง ผลการวิจัยล่าสุดสรุปออกมาดังนี้ การได้นอนหลับสั้น ๆ ในวันทำงาน แต่ได้มานอนหลับชดเชยให้ยาวนานขึ้นในวันหยุดนั้นจะดีต่อสุขภาพมาก คนที่ปฏิบัติเช่นนี้จะมีอายุยืนยาวกว่าคนที่นอนหลับเฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ได้นอนหลับมากขึ้นอายุก็จะยืนยาวขึ้น นักวิจัยกลุ่มนี้ได้ทำการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังมาก พวกเขาเก็บข้อมูลจากตัวแทนชาวสวีเดนจำนวน 38,015 คน เป็นระยะเวลาถึง 13 ปี จากปี…สุชยา เกษจำรัส | 2473 days ago
Read MorePR Partners
See All30/05/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Disrupt Health Impact Fund ลงทุน “Osteoboost” สตาร์ตอัปสหรัฐฯ Wearable ชะลอภาวะมวลกระดูกลดลง
กองทุน Disrupt Health Impact Fund ประกาศเดินหน้าลงทุนใน Osteoboost สตาร์ตอัปสาย Women’s Health Tech จากสหรัฐอเมริกา ผู้คิดค้นนวัตกรรมอุปกรณ์สวมใส่ (wearable) รายแรกและรายเดียวในปัจจุบันที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ให้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับชะลอภาวะกระดูกบาง ตัวอุปกรณ์ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Precision Vibration Therapy ช่วยยับยั้งการลดลงของมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังและสะโพก ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงอันตรายที่สุดสำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ผลการทดสอบทางคลินิกยืนยันว่าผู้ใช้งานสามารถลดอัตราการสูญเสียมวลกระดูกได้ถึง 85% และรักษาความแข็งแรงของกระดูกไว้ได้สูงถึง 83% โดยปราศจากผลข้างเคียง ทั้งนี้ Disrupt28/05/2026
ทรูเปิดบ้าน TRUE AF 2026 รับ 12 นักล่าฝัน ส่งต่อพลังฝันคนรุ่นใหม่ ก่อนเริ่มเรียลลิตี้ บนทุกแพลตฟอร์มทรู
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมเปิดบ้านต้อนรับ 12 นักล่าฝันจากเวที “TRUE AF 2026” ณ อาคารทรู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก อย่างอบอุ่น พร้อมจัดกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อต้อนรับเข้าสู่ “ครอบครัวทรู” อย่างเป็นทางการ มุ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการผลักดันความฝัน ศักยภาพ และแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด เซอร์ไพรส์แรก ! 12 นักล่าฝันบุกสร้างรอยยิ้มกลางทรู ทาวเวอร์ บรรยากาศเริ่มคึกคักตั้งแต่บริเวณชั้น G เมื่อ 12 นักล่าฝัน True AF 2026 ปรากฏตัวสร้างเซอร์ไพรส์และร่วมกิจกรรมสนุก ๆ แจกความสดใสให้แก่พี่ ๆ พนักงานอย่างใกล้ชิด ทำเอาทั้งอาคารเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ก่อนจะปิดท้ายโมเมนต์อันอบอุ่นด้วยการมอบดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่น้อง ๆ ทั้ง 12 คน จากนั้นทั้งหมดได้ขึ้นสู่ชั้น 31 ซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับสุดเก๋ในบรรยากาศเป็นกันเอง พร้อมเปิดคลิปวิดีโอสุดพิเศษพาน้อง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Read More28/05/2026
แม็คโคร จับมือพันธมิตรระดับโลก ยกระดับ Own Brand สู่มาตรฐานสากล ชู “Aro Gold” พร้อมตอกย้ำผู้นำ Food Destination ครบวงจรในงาน THAIFEX–ANUGA ASIA 2026
28 พฤษภาคม 2026– “แม็คโคร” ผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เดินหน้ายกระดับกลุ่มสินค้า Own Brand หรือ House Brand อย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาสินค้าร่วมกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ “Aro” และ “Aro Gold” เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการยุคใหม่ ด้วยนวัตกรรมอาหาร คุณภาพสินค้า และมาตรฐานระดับสากล ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Food Destination ครบวงจร หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนสินค้า Own Brand หรือ House Brand ของแม็คโคร ครอบคลุมกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบอาหาร โดยมุ่งเน้นการตอบโจทย์ผู้ประกอบการผ่าน 3 แนวคิดสำคัญคือ คุณภาพดี รสชาติอร่อย พร้อมช่วยเพิ่มความสะดวกและลดขั้นตอนในการจัดเตรียมวัตถุดิบ การผลิตได้มาตรฐาน มีความสม่ำเสมอภายใต้การควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน รวมถึงราคาคุ้มค่า ด้วยสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในราคาที่เหมาะสม พร้อมช่วยผู้ประกอบการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นแนวคิดสำคัญในการพัฒนา “Aro” (เอโร่) แบรนด์ที่อยู่เคียงคู่ผู้ประกอบการไทยมากว่า 37 ปี…รัชนี สังข์แก้ว | 5 days ago
Read More26/05/2026
แม็คโคร โชว์ศักยภาพใน THAIFEX–ANUGA ASIA 2026 ยกระดับประสบการณ์ “Live Like A PRO” เสริมแกร่งผู้นำอุตสาหกรรมอาหารระดับภูมิภาค
“แม็คโคร” ผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจอาหารในระดับภูมิภาค เปิดตัว Makro Pavilion ในงาน THAIFEX–ANUGA ASIA 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ภายใต้แนวคิด “Makro No.1 Together” สะท้อนความมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกมิติ ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ การพัฒนาสินค้าและโซลูชันทางธุรกิจ ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางการค้า เพื่อยกระดับศักยภาพและขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอาหารอย่างยั่งยืน แม็คโครนำเสนอประสบการณ์ Food Destination ครบวงจร ภายใต้แนวคิด “Live Like A PRO” ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการโฮเรก้า (HoReCa) และธุรกิจอาหารยุคใหม่ ผ่าน 5 โซลูชันหลัก ได้แก่ PRO Chef พื้นที่สาธิตการทำอาหารโดยเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง PRO Mixologist การรังสรรค์เครื่องดื่มโดยบาริสต้าและมิกซ์โซโลจิสต์มืออาชีพ PRO Cafe นำเสนอกาแฟเกรดคัดพิเศษพร้อมโซลูชันสำหรับธุรกิจคาเฟ่และเบเกอรี่ PRO Kitchen โซลูชันอุปกรณ์ครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพมาตรฐาน และ PRO Business…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 7 days ago
Read More




















