ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ผลไม้
Read More

Starbucks ถูกฟ้อง! ข้อหาออกเครื่องดื่มชื่อมีผลไม้แต่กลับไม่มีผลไม้ผสมอยู่จริง ๆ

สตาร์บัคส์ (Starbucks) แบรนด์เครื่องดื่มชื่อดัง ได้รับคำสั่งจากผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา หลังมีลูกค้าร้องเรียนว่าเครื่องดื่มกลิ่นผลไม้คอลเล็กชัน Refresher หลายเมนูตั้งชื่อเป็นผลไม้ แต่กลับไม่มีส่วนผสมที่เป็นผลไม้อยู่จริง ๆ
11/08/2023

อยากลดน้ำหนัก กินผลไม้ทุกวันอ้วนไหม ?

หลายคนที่ลดน้ำหนักพยายามที่จะลดการกินน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรต ขณะเดียวกันก็มีการตั้งคำถามว่าแล้วน้ำตาลจากผลไม้ล่ะ จะทำให้เราอ้วนไหม ? แน่นอนว่าทุกวันนี้ต้องมีคนเชื่อว่าการกินผลไม้ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ แล้วความจริงเป็นอย่างไร Hack for Health มีคำตอบมาให้ น้ำตาลจากผลไม้ ผลไม้ มีน้ำตาลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจะมาพร้อมกับใยอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดและระดับอินซูลิน และลดนิสัยชอบสะสมพลังงานจากน้ำตาลในรูปของไขมัน ผลไม้มีน้ำตาลน้อยกว่าอาหารสำเร็จรูป เช่น โซดา ลูกอม และขนมขบเคี้ยวอย่างมาก เช่น แอปเปิ้ล 182 กรัม มีน้ำตาล 19 กรัม ในขณะที่ลูกอม 58 กรัม มีน้ำตาลถึง 35 กรัม ผลไม้ทำให้น้ำหนักขึ้นจริงหรือ ? ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การกินอาหารไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทไหนแต่หากกินในปริมาณมากเกินไปก็ทำให้น้ำหนักขึ้นเช่นกัน ในกรณีนี้ผลไม้ไม่ได้เป็นตัวการทำให้น้ำหนักขึ้น มีการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าแม้แต่การเพิ่มผลไม้ในอาหารก็มีสัมพันธ์กับการลดน้ำหนัก  อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาในคน 17 คน ที่กินผลไม้ 20 หน่วยบริโภคต่อวัน มีน้ำตาลประมาณ 200 กรัมต่อวัน หรือเท่ากับโซดา 8 กระป๋อง ยังไม่มีผลเสียต่อน้ำหนักตัว ความดันโลหิต…
02/08/2023

อินฟลูเอนเซอร์วีแกนชาวรัสเซียเสียชีวิตหลังกินแค่ผลไม้และดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่าเป็นเวลาหลายปี

ผลไม้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะไขมันต่ำ ใยอาหารสูง แถมมีวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระอีกมากมายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่อะไรที่มากเกินไปย่อมไม่ดี เคสล่าสุด Zhanna D'Art หรือ แจนนา แซมโซโนวา (Zhanna Samsonova) อินฟลูเอนเซอร์สายวีแกนชาวรัสเซียถูกคาดว่าเสียชีวิตจากการขาดอาหารภายหลังการรับประทานเฉพาะผลไม้เพียงอย่างเดียวเป็นเวลาหลายปี แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน โดยข้อมูลเปิดเผยว่า แจนนา แซมโซโนวา เริ่มรับประทานอาหารแนว Fruit diet หรือรับประทานเฉพาะผลไม้ น้ำผลไม้ และต้นอ่อนทานตะวันเท่านั้นเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งสุดโต่งขนาดที่ว่าเธอดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่า ก่อนหน้าที่เธอจะเริ่มรับประทาน Fruit Diet เธอเป็นวีแกนหรือมังสวิรัติมาก่อน รวม ๆ แล้วเป็นเวลากว่า 15 ปี เธอเคยบอกว่า ‘เธอชอบที่จะสร้างสูตรอาหารและแรงบันดาลใจที่ช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น’  เพื่อนของแจนนาได้ให้สัมภาษณ์ว่าในช่วงที่แจนนาย้ายไปที่ประเทศศรีลังกา เพราะแจนนา ต้องการเปลี่ยนมารับประทานผลไม้เมืองร้อนแทน ซึ่งเพื่อนเธอได้ทักท้วงให้เธอเข้ารับการรักษาจากแพทย์ เพราะเธอดูอ่อนเพลียอย่างมาก แต่เธอเลือกที่จะไม่ทำ โดยเพื่อนบ้านที่เห็นร่างกายที่ซูบผอมของแจนนารู้สึกเป็นกังวลว่าจะพบแจนนาในร่างที่ไร้ลมหายใจในตอนเช้าของทุกวัน นอกจากนี้ แจนนาป่วยเป็นโรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) หรือโรคคลั่งผอม และในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนเสียชีวิตแจนนาแทบจะเดินไม่ได้ โดยใช้เวลาหลายนาทีเพื่อที่จะก้าวเท้าขึ้นบันไดเพียงก้าวเดียว มีรายงานจากการเดินทางไปยังหลายประเทศทั่วโลกว่าเธอได้รับเชื้ออหิวาต์ แจนนายังมีวิธีรับมือกับความเจ็บป่วยที่ค่อนข้างประหลาด…
18/05/2021

เทคโนโลยีมองทะลุเข้าไปในเนื้อของผลไม้ ทำให้ส่องระดับความสุกได้อย่างแม่นยำ

ในประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อการจัดส่งอะโวคาโดมาถึงมือผู้นำเข้าเมื่อไร ลูกอะโวคาโดแต่ละลูกจะถูกลำเลียงไปตามสายพานเพื่อคัดแยก ขั้นตอนแรก ตัวเครื่องจะทำการเคลือบผิวก่อน เพื่อให้อะโวคาโดสามารถอยู่ได้ยาวนานขึ้น จากนั้นตัวเครื่องจะใช้เทคโนโลยีการถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตรัม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ NASA ใช้ในการค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร เพื่อมองเข้าไปในผลไม้โดยไม่ต้องเอาเปลือกออก เจมส์ โรเจอร์ (James Rogers) ซีอีโอของอะพีล (Apeel) บริษัทในแคลิฟอร์เนียที่ผลิตเทคโนโลยีนี้กล่าวว่า “เทคโนโลยีนี้ช่วยให้เราสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ในผักและผลไม้ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยตาเปล่าได้” บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 โดยเริ่มดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เคลือบผิวอาหาร ทำหน้าที่เหมือนเป็นเปลือกชั้นที่สองเพื่อปกป้องอาหาร ซึ่งทำให้อาหารสามารถอยู่ได้นานขึ้นเป็นสองเท่า ซึ่งตอนนี้ผู้ผลิตได้เริ่มนำเข้าเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถมองเข้าไปในพื้นผิวของผลไม้ได้ เมื่ออุปกรณ์ดังกล่าวทำการสะท้อนแสงออกจากตัวผลไม้ จนมีแสงบางส่วนเข้าไปในผลไม้ได้ ทำให้ทางผู้พัฒนาสามารถรวบรวมข้อมูลได้ว่าผลไม้ดังกล่าวสุกและสดเพียงใด จนนำไปสู่การตัดสินใจได้ว่าผลไม้ลูกนั้น ๆ จะอยู่ได้นานแค่ไหน และหากตรวจสอบและทราบแล้วว่าอะโวคาโดลูกนั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหน ทำให้ทางผู้ผลิตสามารถจัดการล่วงหน้าได้ว่าจะส่งอะโวคาโดลูกนั้น ๆ ไปที่ไหน ซึ่งแต่เดิมค่อนข้างจะแยกลำบาก เพราะมีปัจจัยหลายอย่างในการจะคาดเดาความสุกของผลไม้ ทั้งวันเวลาของผลไม้แต่ละลูกที่มีความสุกไม่เท่ากันและยังมีเรื่องของสภาพแวดล้อมของผลไม้ลูกนั้น ๆ ด้วย จนถึงขณะนี้ บริษัทได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้กับผลไม้มากมายหลายชนิดในท้องตลาด อาทิเช่น อะโวคาโด แอปเปิล มะนาว ส้มแมนดารินและแตงกวา ในอนาคตก็อาจจะมีการรองรับกับผลไม้ชนิดอื่น ๆ ต่อไป อ้างอิง พิสูจน์อักษร :…
08/11/2017

ผลวิจัยเผยการล้างแอปเปิ้ลด้วยน้ำเปล่าอาจไม่เพียงพอต่อการกำจัดสารพิษให้หมดไป!

การเปิดก๊อกให้น้ำไหลผ่านแอปเปิ้ลในเวลาไม่กี่วินาทีอาจไม่เพียงพอที่จะกำจัดสารพิษจากยาฆ่าแมลงและยาฆ่าวัชพืชออกจากเปลือกของแอปเปิ้ล จากการวิจัยพบว่า วิธีที่ดีที่สุดคือการนำผลแอปเปิ้ลแช่ในสารละลายเบกกิ้งโซดา (baking soda) หรือโซเดียมไบคาร์บอเนตเป็นเวลา 12 ถึง 15 นาที หรือหากคุณเป็นกังวลกับเรื่องนี้จริงๆ สิ่งที่คุณทำได้คือปอกเปลือกมันทิ้งซะเลยครับ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Massachusetts ได้ทดลองวิธีการต่างๆ เพื่อล้างสารเคมีออก และพบว่าการใช้เบกกิ้งโซดาเป็นวิธีที่ดีที่สุด สารเคมีอาจช่วยให้ต้นไม้ปลอดภัยจากแมลงและการถูกวัชพืชแย่งอาหาร แต่มันเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยความอันตรายของมันขึ้นอยู่กับปริมาณสารพิษที่เราได้รับ โดยสารเคมีบางชนิดมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาทของเด็ก การแก้ปัญหาของบางคนอาจเป็นการเลือกซื้อผลไม้ออร์แกนิค แต่ผลไม้ออร์แกนิคก็มีข้อเสียที่ราคาแพงกว่าผลไม้ทั่วไป และจริงๆแล้วเราอาจการันตีไม่ได้ว่ามันไม่ได้ใช้สารเคมีจริงๆ เพราะฉะนั้นนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Massachusetts จึงต้องการที่จะศึกษาว่า วิธีที่ดีที่สุดในการล้างสารพิษออกไปคืออะไร การวิจัยทำโดยนำแอปเปิ้ลมาแช่ยาฆ่าแมลงและยากำจัดวัชพืชเป็นเวลาต่างกันไป ตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึงหนึ่งวันเต็มๆ จากนั้นจึงนำมาล้างสารเคมีออกด้วยน้ำ สารละลายจากเบกกิ้งโซดา และผงซักฟอก เป็นเวลา 15 นาที และด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้ทดลองล้างด้วยสบู่ปกติ เมื่อนำแอปเปิ้ลที่ผ่านการล้างเรียบร้อยมาตรวจสอบผิวและเนื้อก็พบว่า การใช้เบกกิ้งโซดาให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า การแช่ไว้เป็นเวลา 12 ถึง 15 นาทีสามารถกำจัดสารพิษจากผิวทั้งหมดออกมาได้ แต่ข่าวร้ายก็คือสารพิษบางส่วนได้ซึมเข้าไปที่ภายในผิวแอปเปิ้ล และไม่สามารถจะล้างออกได้ จากเรื่องนี้เราอาจสรุปได้ว่า หากใครต้องการที่จะหลีกเลี่ยงสารพิษจริงๆ วิธีที่ดีที่สุดอาจเป็นการปอกเปลือกผลไม้ทิ้งซะเลยครับผม อ้างอิง

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)