ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ฝีดาษลิง
Read More

รู้จักสายพันธุ์ของเชื้อฝีดาษลิง Clade 1 และ Clade 2 พร้อมวิธีลดความเสี่ยง

ฝีดาษลิง (Monkey pox หรือ Mpox) โรคจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ พร้อมกับเกิดตุ่มตามร่างกาย ใบหน้า มือ เท้า อวัยวะเพศ และส่วนอื่น ๆ ซึ่งสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสทางผิวหนังอย่างใกล้ชิด อย่างการกอด จูบ หรือมีเพศสัมพันธ์ โดยจะส่งต่อเชื้อตลอดจนกว่าตุ่มที่ผิวหนังจะแห้ง ตกสะเก็ด และหลุดออก โรคฝีดาษลิงส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง และสามารถหายเองได้โดยไม่ต้องรักษา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพของคนที่ได้รับเชื้อ อย่างผู้สูงอายุ เด็ก และคนที่มีโรคประจำตัว รวมถึงสายพันธุ์ที่ได้รับด้วย ปัจจุบันเชื้อไวรัสฝีดาษลิงมีอยู่ 2 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ Clade 1 (เคลด-วัน) และ Clade 2 (เคลด-ทู)ซึ่งมีความรุนแรงที่แตกต่างกัน BT Life จะพาคุณมาทำความรู้จักเชื้อฝีดาษลิงทั้ง 2 สายพันธุ์ และวิธีลดความเสี่ยงจากโรคนี้กัน ความแตกต่างของฝีดาษลิง Clade 1 และ Clade 2 เชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1…
21/08/2024

เปิดไทม์ไลน์ฝีดาษลิง จากลิงในห้องทดลองสู่สภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก น่ากังวลแค่ไหน?

ฝีดาษลิง หรือ Monkeypox (Mpox) เป็นโรคกลุ่มเดียวกับโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ โดยเกิดจากเชื้อไวรัส Orthopoxvirus ซึ่งไทยรับรู้การมีอยู่ของโรคฝีดาษลิงในปี 2022 โดยพบเคสชาวต่างชาติที่ติดเชื้อชนิดนี้ในไทย และผู้ติดเชื้อในช่วงนั้นราว 8 คน ก่อนข่าวนี้จะเงียบไป ซึ่งจริง ๆ แล้วในช่วงปี 2023 ที่ไม่ได้มีการพูดถึงฝีดาษลิงมากนัก แต่ในเดือนสิงหาคมของปี 2023 ประเทศไทยมีเคสผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงกว่า 120 ราย ซึ่งสูงที่สุดในอาเซียนในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2024 ในต่างประเทศเริ่มมีการพูดถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงอีกครั้ง โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อกว่า 15,000 รายจากหลายประเทศ โดยพบว่าเป็นเชื้อฝีดาษลิงชนิด Clede1b ที่มีความรุนแรง ก่อนที่องค์การอนามัยอนามัยโลก หรือ WHO จะประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นสภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลกเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2024 ซึ่งถือเป็นระดับเตือนภัยสูงสุด เพราะพบเคสผู้ติดเชื้อนอกกลุ่มประเทศแอฟริกาเพิ่มขึ้น และล่าสุดพบเคสผู้ติดเชื้อในกลุ่มประเทศอาเซียน อย่างฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ที่ผู้ติดเชื้อเริ่มกระจายสู่ประเทศต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วเราต้องกังวลกับเรื่องนี้แค่ไหน? โรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังเป็นหลัก รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ และการใช้ของใช้ร่วมกัน…
11/09/2022

สหรัฐฯ เตรียมทดลองใช้ยาต้านไวรัสของบริษัท Siga ในการรักษาผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง

สถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐฯ (National Instututes of Health: NIH) กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าได้เริ่มต้นรับลงทะเบียนผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงในการทดสอบขั้นสุดท้ายสำหรับการใช้ยาต้านไวรัส Tpoxx จากบริษัท Siga Technologies เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง
โฆษกรัฐบาลเผยนายก ฯ เตือนประชาชนอย่ากังวล ฝีดาษวานร ไม่ติดต่อง่าย
29/07/2022

นายกฯ เตือนอย่ากังวลฝีดาษลิงมากเกินไป ยืนยันไม่ติดต่อง่าย – ดำเนินชีวิตตามปกติ

นายก ฯ เตือนประชาชนอย่ากังวล ฝีดาษลิงไม่ติดต่อง่าย ต้องสัมผัสกันใกล้ชิด ประชาชนดำเนินชีวิตตามปกติ
สธ. ตอบสนองประกาศ WHO ให้โรคฝีดาษวานรเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข
24/07/2022

‘อนุทิน’ ขอประชาชนอย่าตื่นกลัว ‘ฝีดาษลิง’ ยืนยันมีวัคซีนพร้อม-เตรียมประชุมมาตรการเฝ้าระวัง

กระทรวงสาธารณสุข เตรียมแนวทางเฝ้าระวังโรคฝีดาษลิง หลังองค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ
24/07/2022

WHO ประกาศให้ ‘โรคฝีดาษลิง’ เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

องค์การอนามัยโลก ประกาศ “โรคฝีดาษลิง” เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว หลังระบาดเกิน 16,000 รายทั่วโลก
Thailand confirms first monkeypox phuket
22/07/2022

จนท. เร่งตามตัวผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกในไทย หลังหลบหนีการรักษาออกจากที่พัก

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ชี้แจงกรณีผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง ชาวไนจีเรีย อายุ 27 ปี ผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศไทย ขณะนี้กำลังหลบหนีการรักษา
Thailand confirms first monkeypox
REUTERS/Dado Ruvic
22/07/2022

กรมควบคุมโรคเผยพบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกในไทยที่ จ.ภูเก็ต เป็นชาวไนจีเรีย

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต พบผู้ป่วยสงสัยโรคฝีดาษวานร มีประวัติเดินทางมาจากประเทศไนจีเรีย
อนามัยโลกเตรียมพิจารณา ‘โรคฝีดาษลิง’ เข้าข่ายภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขหรือไม่
16/06/2022

อาจกลับลำ! WHO เตรียมพิจารณา ‘โรคฝีดาษลิง’ เข้าข่ายภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขหรือไม่

องค์การอนามัยโลกประกาศเตรียมจัดการประชุมในสัปดาห์หน้าเพื่อพิจารณาว่าการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงในปัจจุบัน ซึ่งเกิดขึ้นนอกถิ่นระบาดดั้งเดิมในแอฟริกา ได้กลายเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) หรือไม่
24/05/2022

รู้จักกับอาการของโรคฝีดาษลิง พร้อมคำแนะนำการเฝ้าระวังจาก WHO

หลายวันมานี้หลายคนคงได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับโรคฝีดาษลิง ซึ่งหลายประเทศกำลังติดตามอยู่ทั้งในยุโรป รวมถึงในสหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และออสเตรเลีย ซึ่งโรคฝีดาษลิง (Monkeypox) นั้นเป็นโรคที่พบไม่บ่อยหรือไม่ค่อยมีคนรู้จักมาก่อน เราไปดูอาการของโรคฝีดาษลิงกันดีกว่า
23/07/2021

CDC เร่งติดตามอาการกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อฝีดาษลิงกว่า 200 คน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐฯ กล่าวว่ามีผู้คนมากกว่า 200 คนใน 27 รัฐของสหรัฐฯ กำลังเสี่ยงเป็นโรคหายากอย่างโรค Monkeypox หรือโรคฝีดาษลิง ซึ่งหลายฝ่ายมีการสันนิษฐานเบื้องต้นว่าโรคนี้เป็นโรคที่ถูกนำมาจากไนจีเรีย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) กล่าวว่าพวกเขากังวลว่าผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องบิน 2 เที่ยวบิน ที่มีผู้โดยสารจำนวนมากกว่า 200 ราย อาจมีความเสี่ยงได้รับเชื้อฝีดาษลิงนี้ ซึ่งเป็นเที่ยวบินที่มีชายชาวเท็กซัสคนหนึ่งติดโรคนี้มาจากไนจีเรีย โดยชายคนนี้ เดินทางจากเมืองลา-กอส ของไนจีเรีย เข้าสู่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ก่อนจะโดยสารเที่ยวบินอีกลำไปยังเมืองดัลลัส ที่เขาถูกตรวจพบว่าติดโรค และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยปัจจุบันยังไม่มีการพบผู้ป่วยรายใหม่จากโรคนี้ CDC กำลังทำงานร่วมกับสายการบินต่าง ๆ เพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่มีการติดต่อใกล้ชิดกับผู้ติดโรคดังกล่าว แต่ก็ยังมั่นใจในระดับหนึ่งว่าโอกาสที่โรคจะแพร่กระจายบนเครื่องบินนั้นมีค่อนข้างน้อย เนื่องจากผู้โดยสารทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาอยู่แล้วจากมาตรการป้องกันโควิด-19 Monkeypox หรือโรคฝีดาษลิงเป็นโรคที่หายาก มีอาการคล้าย ๆ กับโรคไข้ทรพิษ แต่มีความรุนแรงน้อยกว่ามาก ส่วนใหญ่จะเจอในพื้นที่ห่างไกลของประเทศแถบแอฟริกากลางและตะวันตก ใกล้กับป่าฝนเขตร้อน ผู้ป่วยจะมีอาการเป็นไข้ต่ำ ปวดหัว ปวดตัวและอาจมีอาการผื่นคันร่วมด้วย ซึ่งอาการส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)