Tags
| มลพิษทางอากาศ
28/08/2023
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 868 days ago
ตายไปแล้วยังรักษ์โลก! 4 วิธีจัดการร่างไร้วิญญาณแบบ ECO Friendly
คุณคิดว่าการเผาศพ 1 ครั้งส่งผลต่อโลกของเราอย่างไร? การเผาศพ (Cremation) เป็นพิธีกรรมทางความเชื่อเพื่อส่งผู้ที่จากโลกนี้ไปยังดินแดนที่ดีกว่าตามความเชื่อของหลายวัฒนธรรม แต่การส่งผู้วายชนม์ด้วยวิธีนี้อาจย่นย่ออายุของคนที่ยังอยู่ได้ เพราะการเผาศพ 1 ครั้งสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 243 กิโลกรัม เทียบเท่ากับการเดินทางด้วยรถยนต์ราว 980 กิโลเมตร เหมือนขับจากจังหวัดเชียงรายมาประจวบคีรีขันธ์ จากข้อมูลในแต่ละปีการเผาศพสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ 6.8 ล้านตันต่อปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ การเผาศพยังสร้างสารเคมีอื่น ๆ ที่ส่งผลสิ่งแวดล้อมด้วย ปัจจุบันเราเลยเห็นเทรนด์การจัดการกับร่างผู้เสียชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น เพื่อคนที่ไปจะได้จากไปอย่างสบายใจ ส่วนคนอยู่ก็ได้อยู่บนโลกที่มีอายุยืนยาวขึ้นอีกหน่อย และบทความนี้จะไปคุณไปดู 4 ไอเดียในการจัดการกับร่างไร้ลมหายใจที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น วิธีฝังแบบธรรมชาติ (Green burial) พิธีศพแบบฝังไม่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการเผา แต่การทำพิธีศพแบบฝังทั่วไปมักใส่ร่างลงไปในโลงที่มีการดีไซน์และตกแต่งด้วยวัตถุดิบมากมายเพื่อความสวยงาม แต่กระบวนการเหล่านี้รบกวนสิ่งแวดล้อมได้เหมือนกัน ปัจจุบันได้มีแนวคิดและลงมือทำไปแล้วกับวิธีฝังแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำร่างไร้วิญญาณห่อด้วยผ้าฝ้าย แล้วใส่ลงไปในกล่องไม้สี่เหลี่ยมที่แสนเรียบง่ายไม่ต่างอะไรจากพิธีศพของผู้คนในอดีต ไม่ได้ประดับประดาด้วยผ้าลูกไม้ย้อมสี แกะสลัก ปิดทอง หรือทาสารเคลือบไม้เพื่อให้ดูเงางาม ด้วยความเรียบง่ายของวัสดุและวิธีการทำให้ร่างและโลงสามารถย่อยสลายง่าย และไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนอันตรายเมื่อย่อยสลาย เปลี่ยนร่างให้กลายเป็น ‘ปุ๋ยมนุษย์’ Green burial จะทำให้คุณกลายเป็นดินที่มีสารอาหารให้กับธรรมชาติต่อไป แต่วิธี Human Composting จะทำให้คุณเป็นได้มากกว่านั้น ซึ่งก็คือปุ๋ยบำรุงพืชนั่นเอง…02/02/2023
เครื่องฟอกอากาศจำเป็นจริงไหม? ช่วยอะไรได้บ้าง?
เครื่องฟอกอากาศจำเป็นจริงไหม? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยเมื่อกำลังตัดสินใจจะซื้อเครื่องฟอกอากาศ เพราะปัจจุบัน คุณภาพอากาศโดยเฉลี่ยของไทยอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งการเผชิญกับคุณภาพอากาศระดับนี้สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพในอนาคตได้ ยังไม่รวมถึงคนที่เป็นโรคทางเดินหายใจหรือกลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่า แม้ว่าเครื่องฟอกอากาศจะมีหลายราคา แต่ในยุคเศรษฐกิจที่ไม่แน่ไม่นอนแบบนี้ การตัดสินใจซื้อของสักชิ้นก็ต้องดูถึงความจำเป็นด้วย Hack for Health เลยรวบรวมประโยชน์ของเครื่องฟอกอากาศมาให้คุณได้ลองอ่านและตัดสินใจดูว่า เครื่องฟอกอากาศจำเป็นจริงไหม กลไกของเครื่องฟอกอากาศคือการดูดอากาศเข้าไปผ่านฟิลเตอร์ (Filter) หรือแผ่นกรองที่มีเส้นใยถี่ ๆ เพื่อดักจับอนุภาคในอากาศ อย่างฝุ่นละออง สารเคมี หรือเชื้อโรค แล้วปล่อยอากาศที่ผ่านการกรองแล้วออกมา ซึ่งเป็นอากาศที่สะอาดมากขึ้น เครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อมีเทคโนโลยีการกรองและฟังก์ชันที่ต่างกัน เครื่องฟอกอากาศจำเป็นจริงไหม? ความจำเป็นในการใช้เครื่องฟอกอากาศนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน ซึ่ง Hack for Health อยากให้คุณหาคำตอบผ่านประโยชน์ของเครื่องฟอกอากาศด้านล่างนี้เพื่อลองเช็กว่าคุณควรจะใช้เครื่องฟอกอากาศจริง ๆ รึเปล่า ลดฝุ่นภายในพื้นที่ของคุณ และต่อให้คุณไม่ได้เปิดประตูหรือหน้าต่าง ฝุ่นก็สามารถเล็ดลอดมาในบ้านของคุณได้ โดยทั่วไปการสัมผัสกับฝุ่นตามบ้านมักไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง แค่อาจจะทำให้คุณจาม ระคายเคืองตา หรืออาการภูมิแพ้กำเริบได้ แต่ถ้าเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก อย่าง PM10 และ PM2.5 สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ทั้งระยะสั้นและยาว อย่างความเสี่ยงของโรคที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเด็ก คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคเรื้อรัง หากคุณอาศัยอยู่ในเขตเมือง ใกล้ถนน ใกล้โรงงานหรือสถานประกอบการที่ทำให้เกิดฝุ่นควันกระจายในอากาศ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1075 days ago
Read More24/05/2022
ผลการศึกษาเผย สัมผัสมลพิษทางอากาศ-ฝุ่น PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยง ‘สมองเสื่อม’
การศึกษาฉบับใหม่ที่เผยแพร่ในวารสารชีวจิตเวชศาสตร์ (Biological Psychiatry) ระบุว่าการสัมผัสมลพิษจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในอากาศเป็นเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม (Cognitive Decline) และอาจส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ก่อนเวลาอันควรวาณิชชา สายเสมา | 1329 days ago
Read More06/02/2022
มลพิษจากรถยนต์ใหม่ในสหราชอาณาจักรลดน้อยลงเป็นประวัติการณ์
การใช้รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดทำให้การมลพิษจากรถยนต์ใหม่ในสหราชอาณาจักรน้อยลงเป็นประวัติการณ์ในปี 2021 อย่างไรก็ตามการลงทุนในสถานีชาร์จและระบบขนส่งสาธารณะยังคงจำเป็นอย่างมากเพื่อให้สหราชอาณาจักรสามารถทำตามเป้าหมายในการลดมลพิษลง 78% ภายในปี 2035ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1437 days ago
Read More09/04/2021
เผยแนวคิด ‘เรือเฟอร์รีไฟฟ้าอัตโนมัติ’ สุดล้ำในเยอรมนี
ทีมนักออกแบบจากโครงการ ‘CAPTN vaiaro’ ได้ตอบคำถามที่ว่าความคล่องตัวในการเดินทางของมนุษย์ในอนาคตเราจะเป็นอย่างไร ด้วยการเปิดแนวคิดเรือข้ามฟากอิสระ 2 รุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งพวกเขาได้พัฒนารูปแบบการขนส่งทางเลือกใหม่ โดยพิจารณาจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองและสถานการณ์การจราจรบนเมืองท่าคีล ฟยอร์ด (Kiel Fjord) ประเทศเยอรมนี โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยคีล, มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์คีล, มหาวิทยาลัยวิจิตรศิลป์และการออกแบบมิวเทเซียสและตัวแทนจากการเมืองการบริหารและอุตสาหกรรม ตัวเรือเฟอรรีดังกล่าวถูกคิดค้นขึ้นมาด้วยกัน 2 คอนเซปต์คือ ‘แพลตฟอร์มลอยน้ำ’ และ ‘แพลตฟอร์มแบบทางเดิน’ ซึ่งมีวิธีการออกแบบที่แตกต่างกัน สำหรับแพลตฟอร์มแบบลอยน้ำจะมีการออกแบบเป็นเหมือนกล่องกระจกที่มีครีบหลังและล้อมรอบไปด้วยกระจกใสแบบ 360 องศา ส่วนอีกแบบจะเป็นเหมือนเทอร์มินัลลอยน้ำที่ปกคลุมไปด้วยโครงตาข่ายเหล็กที่มีดีไซน์ล้ำยุค ผลจากการใช้ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า เรือข้ามฟากทั้งสองลำจึงมีการเดินทางที่เงียบ ไม่เหมือนกับเรือข้ามฟากทั่วไปที่ค่อนข้างสร้างมลพิษทางเสียงพอสมควร อีกทั้งยังปราศจากการปล่อยมลพิษทางอากาศอีก เนื่องจากใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน ด้วยความที่เรือสามารถทำงานได้อย่างอิสระจากตัวมันเอง เพราะเป็นระบบแบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ดังนั้น ทางผู้สร้างจึงหวังว่าจะทำให้สามารถเพิ่มความถี่ในการให้บริการได้มากขึ้น โดยสามารถให้บริการผู้โดยสารได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนก็สามารถเรียกใช้งานได้ นอกจากนี้ผู้ผลิตยังหวังว่าเรือเฟอร์รี 2 ลำนี้จะกลายเป็นความหวังใหม่ที่คาดว่าจะเป็นแลนด์มาร์กสำคัญให้กับเมืองคีล ที่เมื่อใดมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเมืองนี้ พวกเขาจะต้องไม่พลาดที่จะมาเยือนท่าเรือแห่งนี้และขอใช้บริการเรือเฟอร์รีล้ำยุค 2 ลำนี้ให้ได้สักครั้ง อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสสรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1739 days ago
Read More02/03/2020
NASA เผยวิกฤติ Covid-19 ส่งผลให้มลพิษในอากาศเหนือจีนลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ!
ท่ามกลางวิกฤติ Covid-19, Nasa ได้เผยภาพถ่ายดาวเทียมเหนือประเทศจีน ที่แสดงให้เห็นถึงระดับมลพิษที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยนี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อดีในเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นกับโลกของเรา ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้โรงงานและภาคอุสาหกรรมหลายแห่งในประเทศจีนต้องหยุดชะงัก NASA เผยภาพระดับไนโตรเจนไดออกไซด์ที่ลดลงตั้งแต่ก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไปทั่วประเทศจีน Fei Liu นักวิจัยคุณภาพอากาศของศูนย์การบินอวกาศ Goddard ของ NASA ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นภาพเช่นนี้หลังจากเกิดภาวะเศรษฐกิจในปี 2551 แต่ในครั้งนั้นปริมาณก๊าซก็ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงทุกเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมาปริมาณก๊าซจะลดลง และเมื่อจบการเฉลิมฉลองปริมาณก๊าซก็จะเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในครั้งนี้จะกินเวลานานกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ปริมาณไนโตรเจนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศลดลงไปอีกสักพักใหญ่แน่ ๆ อ้างอิง BBC NEWS พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสNatnaree TK | 2142 days ago
Read More05/12/2019
ฝุ่น PM 2.5 ยังไม่หายไป! เตรียมพร้อมรับมือกับภัยร้ายรอบตัวที่ป้องกันได้
“อากาศ” สิ่งที่คนเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่เป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่สุดที่ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตอยู่รอดได้ และเมื่อสภาพอากาศในปัจจุบันเต็มไปด้วยมลพิษ ทั้งจากก๊าซอันตราย และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ หัวใจ รวมถึงเยื่อบุนัยน์ตา-จมูก การคุกคามของปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ จึงสร้างความตื่นตระหนกอย่างมากในประเทศไทยโดยเฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมาที่ฝุ่นขนาดเล็กเริ่มก่อตัวและปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน แล้วคนไทยพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาเหล่านี้หรือยัง? หากลองมองเรื่องนี้ในมุมมองที่กว้างขึ้น ปัญหามลพิษทางอากาศถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับนานาชาติที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาเผยสถิติว่า ในแต่ละปีมีประชากรทั่วโลกเสียชีวิตราว 7 ล้านคน จากมลพิษทางอากาศ และ 80 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าคุณภาพทางอากาศย่ำแย่เกินกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนดอีกด้วย ซึ่งประเทศไทยกำลังประสบปัญหานี้และมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต เนื่องจากการขยายตัวของเมืองใหญ่และจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น โดยปกติแล้วฝุ่นในชั้นบรรยากาศจะมีขนาดตั้งแต่ 0.002 - 500 ไมครอน โดยฝุ่นที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์นั้น จะต้องมีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้ระบุไว้ว่า PM2.5 ที่เราคุ้นหูกันดี คือ ฝุ่นที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งฝุ่นชนิดนี้เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การเผาไหม้จากยานพาหนะ หรือวัสดุการเกษตร ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลคือฝุ่นชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายของมนุษย์สามารถเข้าสู่ร่างกายของเราได้ผ่านการหายใจ แต่อาจจะไม่ได้ส่งผลร้ายได้ในทันที ซึ่งหากเราได้รับ PM 2.5 ในระยะสั้น จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองจมูก แสบจมูก ไอ ไปจนถึงมีเสมหะ ส่งผลต่อเนื่องจนทำให้ทางเดินหายใจอักเสบ มีความเสี่ยงที่ปอดจะติดเชื้อ และเมื่อเกิดการสะสมเป็นระยะเวลานานอาจจะเป็นสาเหตุของโรคที่ร้ายแรงมากขึ้น เช่น โรคถุงลมโป่งพอง และมะเร็งปอด ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะบุคคลที่มีความเสี่ยงและควรจะเฝ้าระวังฝุ่นร้ายนี้เป็นพิเศษ เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคหอบหืด หรือโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้สูงอายุ เด็ก และสตรีมีครรภ์ ที่อาจมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าคนทั่วไป สำหรับวิธีการป้องกันเบื้องต้นทางคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี แนะนำว่าควรจะสวมใส่หน้ากากอนามัย N95 และควรทำการทดสอบการแนบสนิทของหน้ากากกับใบหน้า (Fit test) ทุกครั้งที่สวมหน้ากาก โดยใช้มือทั้งสองข้างโอบรอบหน้ากากแล้วหายใจแรงกว่าปกติ ถ้าหน้ากากแนบสนิทดีแล้วจะไม่มีการรั่วของลมหายใจออกมาจึงมั่นใจได้ว่าเราปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 หรือวิธีที่ง่ายที่สุดคืออยู่ในพื้นที่อาคารและงดกิจกรรมที่ต้องออกไปเจอฝุ่นข้างนอก แต่ในความเป็นจริงพื้นที่ภายในบ้านก็ใช่ว่าปลอดภัยจาก PM 2.5 เสียทีเดียว เพราะถ้าหากเราเปิดประตูหน้าต่างหรือเวลาเรากลับเข้ามาจากข้างนอกอาคาร…Pornnapat Kaewbandit | 2230 days ago
Read More19/11/2019
พัดลมกรองอากาศเทคโนโลยีใหม่ Dyson Pure Cool Cryptomic ดักจับมลพิษ มอบอากาศที่บริสุทธิ์ทั่วทุกมุมห้อง
Dyson เปิดตัวผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีพัดลมกรองอากาศใหม่ล่าสุด Dyson Pure Cool Cryptomic ในประเทศสิงคโปร์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยทีมนักเคมีและวิศวกรของ Dyson มีคุณสมบัติในการกำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์อย่างต่อเนื่องในระดับโมเลกุล และสามารถเปลี่ยนก๊าซที่อาจเป็นสารอันตรายให้กลายเป็นเพียงน้ำในปริมาณที่เล็กน้อยและคาร์บอนไดออกไซด์ได้ มร. ชาร์ลี พาร์ค Global Category Director for Environmental Care กล่าวว่า “Dyson ได้พัฒนาและปรับใช้ความเชี่ยวชาญด้านเคมี การตรวจจับ การกรอง และพลศาสตร์ของไหลมา จนได้มาเป็นผลิตภัณฑ์พัดลมกรองอากาศ Dyson Pure Cool Cryptomic ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นทางออกของการฟอกอากาศที่สมบูรณ์แบบสำหรับบ้านของคุณ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้สามารถกำจัดอนุภาคขนาดเล็ก กลิ่น ก๊าซ และสารฟอร์มัลดีไฮด์ได้อย่างต่อเนื่อง” การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน เราสามารถหายใจสูดอากาศได้มากถึง 9,000 ลิตร ต่อวัน ซึ่งการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันนั้นจะใช้เวลาในแต่ละวันอยู่ภายในอาคารบ้านเรือนถึงประมาณ 90% ดังนั้น อากาศมลพิษที่เราสูดหายใจเข้าไปส่วนมากจะมาจากภายในอาคารบ้านเรือน มลพิษเหล่านี้อาจมาจากมลพิษทางด้านนอกที่ผ่านเข้ามายังทางประตูหรือหน้าต่างที่เราเปิด หรือแม้กระทั่งเกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราทำภายในบ้านเป็นประจำก็ได้ เช่น การทำอาหารและความร้อนในการประกอบอาหาร ขนสัตว์เลี้ยง ละอองเกสรดอกไม้และพืชต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการใช้ผลิตภัณฑ์สีทาเล็บหรือเทียนหอมภายในบ้านก็สามารถปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหย (VOCs) ออกมาได้ สารฟอร์มาลดีไฮด์สามารถเป็นมลพิษได้นานกว่าหนึ่งปี เครื่องใช้ในบ้านหลายอย่างในชีวิตประจำวันสามารถปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ได้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับไม้อัด น้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำยาทำความสะอาด พรม ผ้า บุหรี่ เครื่องสำอาง สีทาบ้านและสารเคลือบเงาเป็นต้น อย่างไรก็ตาม…Pornnapat Kaewbandit | 2246 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 17 days ago














