Tags
| มลพิษทางอากาศ
23/01/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 1 days ago
PM 2.5 เท่ากับสูบบุหรี่กี่มวน ?
จากงานวิจัยของสถาบัน Berkeley Earth โดยนักวิจัย ริชาร์ด มัลเลอร์ (Richard Muller) และ เอลิซาเบธ มัลเลอร์ (Elizabeth Muller) ทำให้คนทั่วโลกเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า มลพิษทางอากาศส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพไม่ต่างจากการสูบบุหรี่ โดยสรุปกฎการคำนวณไว้ว่า ค่าฝุ่น PM 2.5 ทุก ๆ 22 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (µg/m³) จะส่งผลเสียต่อสุขภาพเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ 1 มวน นั่นหมายความว่า หากเราอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูง ร่างกายของเราจะได้รับผลกระทบเหมือนคนสูบบุหรี่จัดโดยไม่รู้ตัว ดังนี้ นอกจากนี้ผลสำรวจของ Rocketmedialab ยังได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญอีกว่าในปี 2024 คนกรุงเทพฯ มีวันอากาศดีแค่ 43 วันใน 365 เท่านั้น สูดฝุ่นพิษเทียบเท่าการสูบบุหรี่ถึง 1,297.14 มวนตกวันละ 3.5 มวนเลยทีเดียว แต่ความน่ากลัวของสถานการณ์นี้คือในขณะที่บุหรี่จริงมีกฎหมายห้ามจำหน่ายแก่เยาวชน แต่ PM 2.5 เหล่านี้ไร้ข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กทารก สตรีมีครรภ์ หรือผู้สูงอายุ ทุกคนต่างได้รับผลกระทบในปริมาณที่เท่ากันจากการหายใจ …16/01/2026
จีนทำยังไง ? จัดการฝุ่น PM 2.5 จนค่าเฉลี่ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงสิบปีก่อนที่ปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ประชาชนต้องตื่นมาแล้วพบฝุ่นที่ตลบไปทั่วเมือง หนักถึงขั้นที่ไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้ เครื่องวัดคุณภาพอากาศวัดคุณภาพอากาศได้ 655 USAQI ซึ่งถือว่า “เป็นอันตรายมาก” ขณะที่อนุภาคอื่น ๆ เช่น ฝุ่นละอองหยาบ หรือ PM 10 นั้น มีปริมาณสูงเกินกว่าที่เครื่องจะวัดได้ ทะลุ 999 µg/m3 ซึ่งการที่จีนเร่งพัฒนาเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมและการขยายเมืองอย่างรวดเร็วในช่วงปี 1970-1990 เป็นต้นทุนที่แลกมาด้วยมลพิษทางอากาศที่รุนแรงในเวลาต่อมา นำไปสู่ความจำเป็นในการประกาศสงครามกับมลพิษ เพื่อแก้ไขความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการเติบโตในอดีต และนำมาสู่คุณภาพอากาศที่อยู่ในระดับดีและระดับปกติเกือบทั้งปี จีนทำได้ยังไง BT ขอพาไปดูแนวคิดและวิธีที่เปลี่ยนเมืองแห่งหมอกพิษให้สดใสได้อีกครั้ง จีนใช้มาตรการเข้มงวด สยบฝุ่นจน (เกือบ) สิ้นซาก จีนกวาดล้างวิกฤตฝุ่นด้วย 3 แผนยุทธศาสตร์ โดยเริ่มจากการใช้ยาแรงสั่งปิดโรงงานและคุมเข้มถ่านหิน (2013-2017) ต่อด้วยการประกาศสงคราม "Blue Sky War" เพื่อปฏิรูปพลังงานสะอาด (2018-2020) และปัจจุบัน (2023-2025) ได้ยกระดับสู่การเป็นเมืองสีเขียวด้วยนวัตกรรม EV และการเพิ่มพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ ส่งผลให้ค่า PM 2.5 ลดลงอย่างต่อเนื่องและสามารถคืนวันฟ้าใสให้ประชาชนได้มากกว่า 290…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 8 days ago
Read More28/08/2023
ตายไปแล้วยังรักษ์โลก! 4 วิธีจัดการร่างไร้วิญญาณแบบ ECO Friendly
คุณคิดว่าการเผาศพ 1 ครั้งส่งผลต่อโลกของเราอย่างไร? การเผาศพ (Cremation) เป็นพิธีกรรมทางความเชื่อเพื่อส่งผู้ที่จากโลกนี้ไปยังดินแดนที่ดีกว่าตามความเชื่อของหลายวัฒนธรรม แต่การส่งผู้วายชนม์ด้วยวิธีนี้อาจย่นย่ออายุของคนที่ยังอยู่ได้ เพราะการเผาศพ 1 ครั้งสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 243 กิโลกรัม เทียบเท่ากับการเดินทางด้วยรถยนต์ราว 980 กิโลเมตร เหมือนขับจากจังหวัดเชียงรายมาประจวบคีรีขันธ์ จากข้อมูลในแต่ละปีการเผาศพสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ 6.8 ล้านตันต่อปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ การเผาศพยังสร้างสารเคมีอื่น ๆ ที่ส่งผลสิ่งแวดล้อมด้วย ปัจจุบันเราเลยเห็นเทรนด์การจัดการกับร่างผู้เสียชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น เพื่อคนที่ไปจะได้จากไปอย่างสบายใจ ส่วนคนอยู่ก็ได้อยู่บนโลกที่มีอายุยืนยาวขึ้นอีกหน่อย และบทความนี้จะไปคุณไปดู 4 ไอเดียในการจัดการกับร่างไร้ลมหายใจที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น วิธีฝังแบบธรรมชาติ (Green burial) พิธีศพแบบฝังไม่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการเผา แต่การทำพิธีศพแบบฝังทั่วไปมักใส่ร่างลงไปในโลงที่มีการดีไซน์และตกแต่งด้วยวัตถุดิบมากมายเพื่อความสวยงาม แต่กระบวนการเหล่านี้รบกวนสิ่งแวดล้อมได้เหมือนกัน ปัจจุบันได้มีแนวคิดและลงมือทำไปแล้วกับวิธีฝังแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำร่างไร้วิญญาณห่อด้วยผ้าฝ้าย แล้วใส่ลงไปในกล่องไม้สี่เหลี่ยมที่แสนเรียบง่ายไม่ต่างอะไรจากพิธีศพของผู้คนในอดีต ไม่ได้ประดับประดาด้วยผ้าลูกไม้ย้อมสี แกะสลัก ปิดทอง หรือทาสารเคลือบไม้เพื่อให้ดูเงางาม ด้วยความเรียบง่ายของวัสดุและวิธีการทำให้ร่างและโลงสามารถย่อยสลายง่าย และไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนอันตรายเมื่อย่อยสลาย เปลี่ยนร่างให้กลายเป็น ‘ปุ๋ยมนุษย์’ Green burial จะทำให้คุณกลายเป็นดินที่มีสารอาหารให้กับธรรมชาติต่อไป แต่วิธี Human Composting จะทำให้คุณเป็นได้มากกว่านั้น ซึ่งก็คือปุ๋ยบำรุงพืชนั่นเอง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 880 days ago
Read More02/02/2023
เครื่องฟอกอากาศจำเป็นจริงไหม? ช่วยอะไรได้บ้าง?
เครื่องฟอกอากาศจำเป็นจริงไหม? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยเมื่อกำลังตัดสินใจจะซื้อเครื่องฟอกอากาศ เพราะปัจจุบัน คุณภาพอากาศโดยเฉลี่ยของไทยอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งการเผชิญกับคุณภาพอากาศระดับนี้สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพในอนาคตได้ ยังไม่รวมถึงคนที่เป็นโรคทางเดินหายใจหรือกลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่า แม้ว่าเครื่องฟอกอากาศจะมีหลายราคา แต่ในยุคเศรษฐกิจที่ไม่แน่ไม่นอนแบบนี้ การตัดสินใจซื้อของสักชิ้นก็ต้องดูถึงความจำเป็นด้วย Hack for Health เลยรวบรวมประโยชน์ของเครื่องฟอกอากาศมาให้คุณได้ลองอ่านและตัดสินใจดูว่า เครื่องฟอกอากาศจำเป็นจริงไหม กลไกของเครื่องฟอกอากาศคือการดูดอากาศเข้าไปผ่านฟิลเตอร์ (Filter) หรือแผ่นกรองที่มีเส้นใยถี่ ๆ เพื่อดักจับอนุภาคในอากาศ อย่างฝุ่นละออง สารเคมี หรือเชื้อโรค แล้วปล่อยอากาศที่ผ่านการกรองแล้วออกมา ซึ่งเป็นอากาศที่สะอาดมากขึ้น เครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อมีเทคโนโลยีการกรองและฟังก์ชันที่ต่างกัน เครื่องฟอกอากาศจำเป็นจริงไหม? ความจำเป็นในการใช้เครื่องฟอกอากาศนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน ซึ่ง Hack for Health อยากให้คุณหาคำตอบผ่านประโยชน์ของเครื่องฟอกอากาศด้านล่างนี้เพื่อลองเช็กว่าคุณควรจะใช้เครื่องฟอกอากาศจริง ๆ รึเปล่า ลดฝุ่นภายในพื้นที่ของคุณ และต่อให้คุณไม่ได้เปิดประตูหรือหน้าต่าง ฝุ่นก็สามารถเล็ดลอดมาในบ้านของคุณได้ โดยทั่วไปการสัมผัสกับฝุ่นตามบ้านมักไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง แค่อาจจะทำให้คุณจาม ระคายเคืองตา หรืออาการภูมิแพ้กำเริบได้ แต่ถ้าเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก อย่าง PM10 และ PM2.5 สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ทั้งระยะสั้นและยาว อย่างความเสี่ยงของโรคที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเด็ก คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคเรื้อรัง หากคุณอาศัยอยู่ในเขตเมือง ใกล้ถนน ใกล้โรงงานหรือสถานประกอบการที่ทำให้เกิดฝุ่นควันกระจายในอากาศ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1087 days ago
Read More24/05/2022
ผลการศึกษาเผย สัมผัสมลพิษทางอากาศ-ฝุ่น PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยง ‘สมองเสื่อม’
การศึกษาฉบับใหม่ที่เผยแพร่ในวารสารชีวจิตเวชศาสตร์ (Biological Psychiatry) ระบุว่าการสัมผัสมลพิษจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในอากาศเป็นเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม (Cognitive Decline) และอาจส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ก่อนเวลาอันควรวาณิชชา สายเสมา | 1341 days ago
Read More06/02/2022
มลพิษจากรถยนต์ใหม่ในสหราชอาณาจักรลดน้อยลงเป็นประวัติการณ์
การใช้รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดทำให้การมลพิษจากรถยนต์ใหม่ในสหราชอาณาจักรน้อยลงเป็นประวัติการณ์ในปี 2021 อย่างไรก็ตามการลงทุนในสถานีชาร์จและระบบขนส่งสาธารณะยังคงจำเป็นอย่างมากเพื่อให้สหราชอาณาจักรสามารถทำตามเป้าหมายในการลดมลพิษลง 78% ภายในปี 2035ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1449 days ago
Read More09/04/2021
เผยแนวคิด ‘เรือเฟอร์รีไฟฟ้าอัตโนมัติ’ สุดล้ำในเยอรมนี
ทีมนักออกแบบจากโครงการ ‘CAPTN vaiaro’ ได้ตอบคำถามที่ว่าความคล่องตัวในการเดินทางของมนุษย์ในอนาคตเราจะเป็นอย่างไร ด้วยการเปิดแนวคิดเรือข้ามฟากอิสระ 2 รุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งพวกเขาได้พัฒนารูปแบบการขนส่งทางเลือกใหม่ โดยพิจารณาจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองและสถานการณ์การจราจรบนเมืองท่าคีล ฟยอร์ด (Kiel Fjord) ประเทศเยอรมนี โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยคีล, มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์คีล, มหาวิทยาลัยวิจิตรศิลป์และการออกแบบมิวเทเซียสและตัวแทนจากการเมืองการบริหารและอุตสาหกรรม ตัวเรือเฟอรรีดังกล่าวถูกคิดค้นขึ้นมาด้วยกัน 2 คอนเซปต์คือ ‘แพลตฟอร์มลอยน้ำ’ และ ‘แพลตฟอร์มแบบทางเดิน’ ซึ่งมีวิธีการออกแบบที่แตกต่างกัน สำหรับแพลตฟอร์มแบบลอยน้ำจะมีการออกแบบเป็นเหมือนกล่องกระจกที่มีครีบหลังและล้อมรอบไปด้วยกระจกใสแบบ 360 องศา ส่วนอีกแบบจะเป็นเหมือนเทอร์มินัลลอยน้ำที่ปกคลุมไปด้วยโครงตาข่ายเหล็กที่มีดีไซน์ล้ำยุค ผลจากการใช้ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า เรือข้ามฟากทั้งสองลำจึงมีการเดินทางที่เงียบ ไม่เหมือนกับเรือข้ามฟากทั่วไปที่ค่อนข้างสร้างมลพิษทางเสียงพอสมควร อีกทั้งยังปราศจากการปล่อยมลพิษทางอากาศอีก เนื่องจากใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน ด้วยความที่เรือสามารถทำงานได้อย่างอิสระจากตัวมันเอง เพราะเป็นระบบแบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ดังนั้น ทางผู้สร้างจึงหวังว่าจะทำให้สามารถเพิ่มความถี่ในการให้บริการได้มากขึ้น โดยสามารถให้บริการผู้โดยสารได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนก็สามารถเรียกใช้งานได้ นอกจากนี้ผู้ผลิตยังหวังว่าเรือเฟอร์รี 2 ลำนี้จะกลายเป็นความหวังใหม่ที่คาดว่าจะเป็นแลนด์มาร์กสำคัญให้กับเมืองคีล ที่เมื่อใดมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเมืองนี้ พวกเขาจะต้องไม่พลาดที่จะมาเยือนท่าเรือแห่งนี้และขอใช้บริการเรือเฟอร์รีล้ำยุค 2 ลำนี้ให้ได้สักครั้ง อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสสรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1751 days ago
Read More02/03/2020
NASA เผยวิกฤติ Covid-19 ส่งผลให้มลพิษในอากาศเหนือจีนลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ!
ท่ามกลางวิกฤติ Covid-19, Nasa ได้เผยภาพถ่ายดาวเทียมเหนือประเทศจีน ที่แสดงให้เห็นถึงระดับมลพิษที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยนี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อดีในเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นกับโลกของเรา ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้โรงงานและภาคอุสาหกรรมหลายแห่งในประเทศจีนต้องหยุดชะงัก NASA เผยภาพระดับไนโตรเจนไดออกไซด์ที่ลดลงตั้งแต่ก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไปทั่วประเทศจีน Fei Liu นักวิจัยคุณภาพอากาศของศูนย์การบินอวกาศ Goddard ของ NASA ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นภาพเช่นนี้หลังจากเกิดภาวะเศรษฐกิจในปี 2551 แต่ในครั้งนั้นปริมาณก๊าซก็ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงทุกเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมาปริมาณก๊าซจะลดลง และเมื่อจบการเฉลิมฉลองปริมาณก๊าซก็จะเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในครั้งนี้จะกินเวลานานกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ปริมาณไนโตรเจนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศลดลงไปอีกสักพักใหญ่แน่ ๆ อ้างอิง BBC NEWS พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสNatnaree TK | 2154 days ago
Read More05/12/2019
ฝุ่น PM 2.5 ยังไม่หายไป! เตรียมพร้อมรับมือกับภัยร้ายรอบตัวที่ป้องกันได้
“อากาศ” สิ่งที่คนเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่เป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่สุดที่ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตอยู่รอดได้ และเมื่อสภาพอากาศในปัจจุบันเต็มไปด้วยมลพิษ ทั้งจากก๊าซอันตราย และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ หัวใจ รวมถึงเยื่อบุนัยน์ตา-จมูก การคุกคามของปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ จึงสร้างความตื่นตระหนกอย่างมากในประเทศไทยโดยเฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมาที่ฝุ่นขนาดเล็กเริ่มก่อตัวและปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน แล้วคนไทยพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาเหล่านี้หรือยัง? หากลองมองเรื่องนี้ในมุมมองที่กว้างขึ้น ปัญหามลพิษทางอากาศถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับนานาชาติที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาเผยสถิติว่า ในแต่ละปีมีประชากรทั่วโลกเสียชีวิตราว 7 ล้านคน จากมลพิษทางอากาศ และ 80 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าคุณภาพทางอากาศย่ำแย่เกินกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนดอีกด้วย ซึ่งประเทศไทยกำลังประสบปัญหานี้และมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต เนื่องจากการขยายตัวของเมืองใหญ่และจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น โดยปกติแล้วฝุ่นในชั้นบรรยากาศจะมีขนาดตั้งแต่ 0.002 - 500 ไมครอน โดยฝุ่นที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์นั้น จะต้องมีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้ระบุไว้ว่า PM2.5 ที่เราคุ้นหูกันดี คือ ฝุ่นที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งฝุ่นชนิดนี้เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การเผาไหม้จากยานพาหนะ หรือวัสดุการเกษตร ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลคือฝุ่นชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายของมนุษย์สามารถเข้าสู่ร่างกายของเราได้ผ่านการหายใจ แต่อาจจะไม่ได้ส่งผลร้ายได้ในทันที ซึ่งหากเราได้รับ PM 2.5 ในระยะสั้น จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองจมูก แสบจมูก ไอ ไปจนถึงมีเสมหะ ส่งผลต่อเนื่องจนทำให้ทางเดินหายใจอักเสบ มีความเสี่ยงที่ปอดจะติดเชื้อ และเมื่อเกิดการสะสมเป็นระยะเวลานานอาจจะเป็นสาเหตุของโรคที่ร้ายแรงมากขึ้น เช่น โรคถุงลมโป่งพอง และมะเร็งปอด ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะบุคคลที่มีความเสี่ยงและควรจะเฝ้าระวังฝุ่นร้ายนี้เป็นพิเศษ เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคหอบหืด หรือโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้สูงอายุ เด็ก และสตรีมีครรภ์ ที่อาจมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าคนทั่วไป สำหรับวิธีการป้องกันเบื้องต้นทางคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี แนะนำว่าควรจะสวมใส่หน้ากากอนามัย N95 และควรทำการทดสอบการแนบสนิทของหน้ากากกับใบหน้า (Fit test) ทุกครั้งที่สวมหน้ากาก โดยใช้มือทั้งสองข้างโอบรอบหน้ากากแล้วหายใจแรงกว่าปกติ ถ้าหน้ากากแนบสนิทดีแล้วจะไม่มีการรั่วของลมหายใจออกมาจึงมั่นใจได้ว่าเราปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 หรือวิธีที่ง่ายที่สุดคืออยู่ในพื้นที่อาคารและงดกิจกรรมที่ต้องออกไปเจอฝุ่นข้างนอก แต่ในความเป็นจริงพื้นที่ภายในบ้านก็ใช่ว่าปลอดภัยจาก PM 2.5 เสียทีเดียว เพราะถ้าหากเราเปิดประตูหน้าต่างหรือเวลาเรากลับเข้ามาจากข้างนอกอาคาร…Pornnapat Kaewbandit | 2242 days ago
Read More19/11/2019
พัดลมกรองอากาศเทคโนโลยีใหม่ Dyson Pure Cool Cryptomic ดักจับมลพิษ มอบอากาศที่บริสุทธิ์ทั่วทุกมุมห้อง
Dyson เปิดตัวผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีพัดลมกรองอากาศใหม่ล่าสุด Dyson Pure Cool Cryptomic ในประเทศสิงคโปร์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยทีมนักเคมีและวิศวกรของ Dyson มีคุณสมบัติในการกำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์อย่างต่อเนื่องในระดับโมเลกุล และสามารถเปลี่ยนก๊าซที่อาจเป็นสารอันตรายให้กลายเป็นเพียงน้ำในปริมาณที่เล็กน้อยและคาร์บอนไดออกไซด์ได้ มร. ชาร์ลี พาร์ค Global Category Director for Environmental Care กล่าวว่า “Dyson ได้พัฒนาและปรับใช้ความเชี่ยวชาญด้านเคมี การตรวจจับ การกรอง และพลศาสตร์ของไหลมา จนได้มาเป็นผลิตภัณฑ์พัดลมกรองอากาศ Dyson Pure Cool Cryptomic ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นทางออกของการฟอกอากาศที่สมบูรณ์แบบสำหรับบ้านของคุณ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้สามารถกำจัดอนุภาคขนาดเล็ก กลิ่น ก๊าซ และสารฟอร์มัลดีไฮด์ได้อย่างต่อเนื่อง” การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน เราสามารถหายใจสูดอากาศได้มากถึง 9,000 ลิตร ต่อวัน ซึ่งการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันนั้นจะใช้เวลาในแต่ละวันอยู่ภายในอาคารบ้านเรือนถึงประมาณ 90% ดังนั้น อากาศมลพิษที่เราสูดหายใจเข้าไปส่วนมากจะมาจากภายในอาคารบ้านเรือน มลพิษเหล่านี้อาจมาจากมลพิษทางด้านนอกที่ผ่านเข้ามายังทางประตูหรือหน้าต่างที่เราเปิด หรือแม้กระทั่งเกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราทำภายในบ้านเป็นประจำก็ได้ เช่น การทำอาหารและความร้อนในการประกอบอาหาร ขนสัตว์เลี้ยง ละอองเกสรดอกไม้และพืชต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการใช้ผลิตภัณฑ์สีทาเล็บหรือเทียนหอมภายในบ้านก็สามารถปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหย (VOCs) ออกมาได้ สารฟอร์มาลดีไฮด์สามารถเป็นมลพิษได้นานกว่าหนึ่งปี เครื่องใช้ในบ้านหลายอย่างในชีวิตประจำวันสามารถปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ได้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับไม้อัด น้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำยาทำความสะอาด พรม ผ้า บุหรี่ เครื่องสำอาง สีทาบ้านและสารเคลือบเงาเป็นต้น อย่างไรก็ตาม…Pornnapat Kaewbandit | 2258 days ago
Read MorePR Partners
See All17/01/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 8 days ago
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True15/01/2026
ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน
ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 9 days ago
Read More15/01/2026
ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ. นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร. อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 9 days ago
Read More13/01/2026
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 11 days ago
Read More





















