Tags
| ระบบทางเดินอาหาร
09/04/2024
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 642 days ago
อาการท้องเสียมาจากไหน ใช่อาหารที่เพิ่งกินไปรึเปล่า? แล้วรับมือด้วยวิธีไหนดี?
โรคที่กรมควบคุมโรคมักเตือนให้ระวังในช่วงหน้าร้อน นอกจากอาการฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดดแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นกลุ่มโรคทางเดินอาหาร โดยเฉพาะอาหารเป็นพิษ และอาการท้องเสีย แล้วเคยสังเกตกันบ้างไหมว่า เมื่อเรามีอาการอาหารเป็นพิษหรือเจอใครท้องเสียทีไร ประโยคแรกที่มักถูกถาม (หรือไปถามเขา) ก็คือ “เมื่อกี้ไปกินอะไรมา ?” และอาหารจานล่าสุดก็มักจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างไม่ต้องสงสัย จริง ๆ แล้ว อาหารจานล่าสุดที่เรากินเข้าไปคือตัวการจริง ๆ หรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ เราจะมีวิธีการตรวจสอบว่า คือเมนูไหนกันแน่ได้อย่างไร ไปหาคำตอบกันกับบทความนี้ อาหารเป็นพิษ อาจไม่ใช่เพราะจานสุดท้ายเสมอไป จากสถิติของโรงพยาบาลสมิติเวช เปิดเผยว่า “ปี 2566 ที่ผ่านมา มีคนไทยมีอาการอาหารเป็นพิษถึง 70,010 คน โดยเฉพาะในหน้าร้อนที่เป็นฤดูโปรดของเหล่าเชื้อโรค” ก่อนจะโยนความผิดให้กับอาหารมื้อล่าสุด ลองนับนิ้วกันดูก่อนว่า อาการท้องเสียที่เกิดขึ้นนั้นห่างจากอาหารจานสุดท้ายที่เรากินไปจำนวนกี่ชั่วโมง หากคำตอบที่ได้ น้อยกว่า 6 ชั่วโมง แสดงว่ามื้อนั้นอาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง โดย ดร.ทรอย (Dr.Troy Madsen) แพทย์ประจำห้องฉุกเฉินของมหาวิทยาลัย Utah Health ได้อธิบายไว้ว่า อาการท้องเสียจากอาหารเป็นพิษ จะเริ่มมีอาการหลังผ่านไปแล้ว…01/02/2024
การกินอาหารที่ดีตั้งแต่เด็กช่วยลดความเสี่ยงโรคลำไส้อักเสบเมื่อเป็นผู้ใหญ่ได้
หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นกับโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease: IBD) แต่โรคนี้พบบ่อย และคนก็เป็นเยอะมาก แถมในปัจจุบันเป็นโรคที่พบมากขึ้นทั่วโลก โรคลำไส้อักเสบแบ่งออกมาได้อีก 2 โรค คือ โรคโครห์น (Crohn’s Disease) โรคลำไส้อักเสบ (Ulcerative Colitis) อาการหลักของโรคนี้ คือ เกิดการอักเสบที่ลำไส้เรื้อรังแบบไม่ทราบสาเหตุ เกิดอาการปวดท้อง แสบท้อง ปัญหาการขับถ่าย เลือดจาง ดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี อ่อนเพลีย และอาการอื่นอีกเยอะเลย ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และคุณภาพชีวิตได้ ด้วยความที่ว่าไม่รู้สาเหตุ คนส่วนใหญ่ก็เป็นเรื้อรัง ทำได้เพียงรักษาตามอาการ แถมยังต้องเลี่ยงอาหารหลายชนิดเพื่อไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น ซึ่งการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโกเธนเบิร์กพบว่าหนึ่งในวิธีที่ลดความเสี่ยงของโรคนี้ได้ คือ การเลือกอาหารที่ดี และมีประโยชน์ให้ตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะในช่วง 1 ขวบแรก โดยทีมวิจัยได้ศึกษาในเด็กเล็กถึง 81,280 คน เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1997 ถึง 1999 และติดตามผลตามหลังเมื่อเด็กเหล่านั้นมีอายุเฉลี่ย 21 ปี ซึ่งถือเป็นงานวิจัยที่ยาวนานมากชิ้นหนึ่ง โดยเขาพบว่าเด็กที่ได้รับประทานปลาเป็นจำนวนมากในช่วงอายุ 1 ปีมีความเสี่ยงของโรคลำไส้อักเสบถึง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 710 days ago
Read More10/01/2024
ตรวจหาเชื้ออีโคไลในชีส หลังหนุ่มสกอตแลนด์เสียชีวิต และพบผู้ป่วยกว่า 30 ราย
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชีสได้รับความนิยมในคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งข่าวจากสหราชอาณาจักรข่าวนี้อาจทำให้เราต้องระวังในการบริโภคชีสกันมากขึ้น แม้ว่าชีสในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมที่ต้องผ่านมาตรฐานการควบคุม และการนำเข้าจากบริษัทใหญ่ที่ได้รับการตรวจสอบอยู่เสมอก็ตาม จากรายงานพบว่ามีชายชาวสกอตแลนด์คนหนึ่งได้เสียชีวิตจากการติดเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E. Coli) ที่ทำให้เกิดภาวะการได้รับสารพิษชิกาจากเชื้ออีโคไล (STEC: Shiga-toxin producing Escherichia Coli) ซึ่งทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ เช่น ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน เป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดท้องอย่างรุนแรง ไปจนถึงถ่ายเป็นเลือด ทั้งยังเสี่ยงต่อภาวะเม็ดเลือดแดงแตกที่อาจทำให้ไตล้มเหลว และเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ยัวไม่มีการยืนยันว่าชายคนนี้ได้รับเชื้อดังกล่าวมาจากชีส แต่รายงานชิ้นอื่นจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรพบว่ามีผู้ป่วยจากสารพิษชนิดเดียวกันจำนวนกว่า 30 รายในพื้นที่สกอตแลนด์ และเกาะอังกฤษตั้งแต่ช่วงกลางปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งบางคนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรได้ออกเตือนประชาชนให้เลี่ยงการบริโภคชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ที่คาดว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียอีโคไล และอาจเป็นต้นเหตุของการเจ็บป่วยที่พบตั้งแต่ช่วงกลางปี โดยเจ้าของชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์ของตัวเองที่กระจายไปทั่วประเทศเพื่อตรวจสอบ และผลการตรวจเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการปนเปื้อนของเชื้ออีโคไลในชีสเหล่านี้ ซึ่งยังจำเป็นต้องตรวจสอบต่อไป เชื้ออีโคไลไม่ได้มาจากอาหารเพียงอย่างเดียว เชื้ออีโคไลเป็นแบคทีเรียแกรมลบที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ การสัมผัสกับดิน แหล่งน้ำธรรมชาติ มูลสัตว์ และปุ๋ยอาจทำให้ได้รับเชื้ออีโคไลเข้าสู่ร่างกาย และระบบทางเดินอาหาร รวมไปถึงการว่ายน้ำในสระเดียวกับผู้ติดเชื้อด้วย และไม่ใช่แค่ชีสเท่านั้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 733 days ago
Read More04/10/2023
Botulism คืออะไร อันตรายไหม พบได้ที่ไหนบ้าง?
Botulism หรือ โรคโบทูลิซึม เป็นภาวะที่ร่างกายได้รับสารพิษจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ ‘คอสตริเดียมโบทูลินัม’ (Clostridium Botulinum) เป็นโรคหายาก โดยเมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากเชื้อโรค สารพิษนี้จะเข้าไปทำลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง เล่นภาพซ้อน หายใจติดขัด คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และอาจทำให้หมดสติ และเสียชีวิตได้ สารพิษชนิดนี้ชื่อว่า ‘โบทูลินัม ท็อกซิน’ (Botulinum Toxin) ซึ่งคนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันในชื่อ ‘โบท็อกซ์’ สารเคมีที่นำมาใช้ในทางการแพทย์และความงามที่ใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อเพื่อให้กล้ามเนื้อหดตัว และกระชับขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นโบท็อกซ์ที่ร่างกายได้รับจากฉีดกับที่มาจากการได้รับเชื้อโรคนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง Botulism เกิดจากอะไรได้บ้าง อาการเป็นแบบไหน? เชื้อคอสตริเดียมโบทูลินัมสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 3 วิธีด้วยกัน ปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำดื่ม เชื้อคอสตริเดียมโบทูลินัมจัดเป็นเชื้อแบคทีเรียอีกประเภทที่สามารถทำให้เกิดกลุ่มอาการอาหารเป็นพิษได้ โดยเชื้อนี้อาจปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำดื่มได้ โดยเฉพาะอาหารกระป๋อง เช่น ปลากระป๋อง หน่อไม้ปี๊บ และผักกระป๋องต่าง ๆ อาการ Botulism จากอาหาร เข้าสู่ร่างกายผ่านแผล เช่นเดียวกับเชื้อโรคอื่น ๆ คอสตริเดียวโบทูลินัมที่ทำให้เกิด Botulism สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ โดยเชื้อนี้พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 830 days ago
Read More21/07/2023
‘Vibrant’ ยาสั่นลำไส้ มิติใหม่ของการรักษาท้องผูก ลดผลข้างเคียงจากการรักษาแบบเดิม
16 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกเผชิญกับอาการท้องผูก ซึ่งอาการท้องผูกส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนที่มีอาการได้ไม่น้อย ในระยะยาวอาการท้องผูกส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่าง และยังสัมพันธ์โรคเรื้อรังหลายชนิด การรักษาอาการท้องผูกมีตั้งแต่การปรับไลฟ์สไตล์ การใช้ยา ไปจนถึงการผ่าตัดในคนที่มีอาการท้องผูกรุนแรง เดิมทีการรักษาอาการท้องผูกด้วยยาบางชนิดเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่ควรใช้ติดต่อกัน เพราะอาจทำให้ท้องผูกรุนแรงกว่าเดิม แพทย์และนักวิทยาจึงคิดค้นหาวิธีในการรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังแบบอื่น ๆ ซึ่ง FDA ของสหรัฐอเมริกาได้ผ่านกฎหมายอนุญาตใช้ Vibrant (ไวแบรนต์) ยารักษาอาการท้องผูกแบบใหม่ ที่อาจจะเรียกไม่ได้เต็มปากว่ายา เพราะ Vibrant เป็นนวัตกรรมการรักษาที่มาในรูปแบบของแคปซูลยา แต่ไม่มีตัวยา ที่จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อยาทั่วไปหรือได้รับผลข้างเคียงรุนแรงจากยาแบบเดิม ท้องผูกเรื้อรัง = อาการขับถ่ายน้อย ไม่สม่ำเสมอ ขับถ่ายยากติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือนานกว่านั้น กลไกการทำงานและข้อดีของ Vibrant โดยปกติ เวลาที่คุณกลืนยาและยาเข้าสู่ระบบย่อยอาหาร เยื่อหรือแคปซูลจะถูกย่อย และปล่อยตัวยาออกมา แต่แคปซูล Vibrant มีกลไกในการรักษาอาการท้องผูกต่างออกไป เมื่อคุณกลืนแคปซูลเข้าไป Vibrant จะเริ่มทำงานด้วยกันสั่นเบา ๆ 3 วินาที และหยุดสั่น 3 วินาที สลับกันไปเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ก่อนจะหยุดสั่น 6 ชั่วโมง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 906 days ago
Read More28/06/2023
ท้องเสีย การเจ็บป่วยสุดเบสิกกับวิธีรับมืออย่างถูกต้อง
ท้องเสียหรือท้องร่วง คือ อาการรู้สึกปวดท้องขับถ่ายอย่างเฉียบพลัน ซึ่งอุจจาระที่ออกมามักจะลักษณะเหลวหรือเป็นน้ำ และถ่ายติดต่อกันหลายครั้ง อาการมักดีขึ้นและหายภายในไม่กี่วัน โดยอาจเกิดแค่อาการถ่ายเหลวเพียงอย่างเดียวหรือจะมีอาการอื่น ๆ อย่างปวดหัว เวียนหัว เป็นไข้ร่วมด้วยก็ได้ อาการท้องเสียเป็นการเจ็บป่วยที่คนไทยพบเจอได้ตลอดทั้งปี แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนอาจไม่รู้จักกับอาการนี้ดีพอ Hack for Health เลยขออาสาพาทุกคนมาทำความรู้จักกับอาการนี้ให้มากขึ้น สัญญาณที่บ่งบอกถึงอาการท้องเสีย อาการหลักคืออาการท้องเสีย ถ่ายเหลว ปวดท้องเฉียบพลัน ในทางการแพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นอาการท้องเสียเมื่อมีการถ่ายเหลว 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 1 วัน บางคนอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น โดยปกติมักหายเองภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าท้องเสียติดกันเกิน 2 วันโดยอาการไม่ดีขึ้น เป็นไข้สูง ปากแห้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อย เป็นตะคริว บ้านหมุน หรือมีขับถ่ายออกมาเป็น ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที การปล่อยอาการท้องเสียที่เรื้อรังหรือรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำ ภาวะแร่ธาตุไม่สมดุล ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว กลไกและสาเหตุของอาการท้องเสีย อาการท้องเสียเป็นผลจากการที่ลำไส้เคลื่อนตัวเร็วกว่าปกติทำให้อาหารที่เพิ่งกินหรือเพิ่งย่อยไปถูกนำไปขับถ่ายออกเร็วกว่าเดิม ซึ่งเป็นกลไกที่ร่างกายรับมือกับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมภายในลำไส้เพื่อขับสิ่งเหล่านั้นออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด ส่วนสาเหตุที่เป็นน้ำเพราะว่าปกติแล้วกว่าอุจจาระจะถูกขับออกมาจะต้องใช้เวลาในการสะสมของมวลกากใยอาหารที่ผ่านการย่อยมาแล้วจนจับตัวเป็นก้อนและค่อยถูกขับออกมา แต่ในกรณีที่ลำไส้เคลื่อนตัวเร็วหรือเกิดอาการท้องเสีย น้ำหรือของเหลวสามารถเคลื่อนออกไปได้ง่ายกว่าและขับได้ง่ายจึงออกมาก่อนเสมอ โดยอาการท้องเสียเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 928 days ago
Read More06/06/2023
กินอาหารเร็วเกินไป เสี่ยงอ้วนได้มากกว่า แถมด้วยปัญหาสุขภาพสารพัด
ใครจะไปรู้ว่าพฤติกรรมง่าย ๆ อย่างการกินอาหารที่เร็วเกินไปสามารถเพิ่มความเสี่ยงของน้ำหนักตัวที่มากขึ้นและโรคอ้วนได้ โดยนอกจากโรคอ้วนแล้ว คุณยังเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาด้วย Hack for Health จะมาบอกเล่าถึงสาเหตุว่าทำไมการกินอาหารเร็วเกินไปจึงส่งผลเสียและวิธีไหนที่จะช่วยให้คุณกินอาหารได้สุขภาพดีมากขึ้น ทำไมการกินข้าวเร็วเกินไปถึงส่งผลเสีย? โดยปกติแล้ว หลังจากที่เราเริ่มกินอาหารและอาหารถูกลำเลียงไปยังกระเพาะอาหารและลำไส้ สมองเราอาจใช้เวลาราว 20–30 นาทีเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายของเรารู้สึกอิ่ม ซึ่งการกินเร็วมากเกินไปจึงอาจทำให้คุณอาหารในปริมาณที่มากกว่าเดิม เพราะยังไม่รู้สึกอิ่ม จนทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินความจำเป็น เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้น้ำหนักขึ้นและพัฒนาไปเป็นโรคอ้วนได้ ข้อมูลที่รวบรวมจากคนญี่ปุ่นกว่า 3,000 คนพบว่ากลุ่มคนที่กินอาหารเร็วและกินจนกว่าจะรู้สึกอิ่มเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักตัวเกิน (Overweight) กว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับคนกลุ่มที่กินช้ากว่า จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นที่ได้ติดตามพฤติกรรมการกินของคนจำนวน 1,083 คนเป็นเวลากว่า 5 ปี โดยผลลัพธ์พบว่าคนที่กินอาหารเร็วมีความเสี่ยงของโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง และภาวะไขมันเลือดสูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของกลุ่มอาการอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) ได้ราว 11.6 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่กินอาหารด้วยความเร็วปกติและช้า นอกจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นแล้ว การกินอาหารเร็วเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพในด้านต่อไปนี้ด้วย ปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหาร คนที่กินอาหารเร็วมักจะกินอาหารคำใหญ่กว่าคนทั่วไปและเคี้ยวอาหารน้อยกว่า ซึ่งพฤติกรรมนี้จะเพิ่มภาระให้กับระบบทางเดินอาหาร เพราะต้องหลั่งน้ำย่อยและใช้เวลาในการย่อยอาหารมากกว่าปกติ อาจทำให้ท้องอืด แน่นท้อง และรู้สึกไม่สบายตัวได้ โรคกรดไหลย้อน การกินอาหารปริมาณมาก…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 950 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago













