ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ลัลลาเบล
Read More

ผลตรวจชี้ ลัลลาเบลเสียชีวิตเพราะแอลกอฮอล์ในเลือดมากเกินไป แล้วกินเหล้าแค่ไหนถึงไม่อันตรายต่อชีวิต?

ผลออกมาเป็นที่เรียบร้อยสำหรับกรณีพริตตี้สาวลัลลาเบลที่มีข่าวมาหลายวัน ล่าสุดผลตรวจจากแล็ปตรวจสอบเผยว่าลัลลาเบลหรือนางสาว ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ เสียชีวิตจากสุราหรือช็อกจากการดื่มสุรา (Alcohol intoxication) พบแอลกอฮอล์ในเลือด 418 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ไม่พบสารเสพติต และโครโมโซมหรือสายดีเอ็นเอของผู้อื่นในร่างกาย จากข่าวนี้ เรามาหาคำตอบกันว่า แล้วกินดื่มเท่าไหร่กันจึงจะปลอดภัย? อ้างอิงจากเว็บไซต์ หาหมอ ระบุว่า พิษจากแอลกอฮอล์มี 2 แบบคือ แบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรั้ง พิษจากแอลกอฮอล์แบบเฉียบพลัน แบบเฉียบพลัน หมายถึง ผู้ดื่มดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มาก (ในขณะนั้น) ส่งผลให้มีแอลกอฮอล์ในเลือดสูงขึ้นทันที โดยปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดระดับต่าง ๆ จะส่งผลต่อระบบประสาทดังนี้ ดื่มสุรา 4 แก้ว แก้วละ 1 ฝากขวดแม่โขง จะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 30 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ผู้ดื่มมีอาการครึกครื้น สนุกสนานร่าเริง ดื่มสุรา 6 แก้ว แล้วละ 1 ฝาขวดแม่โขง จะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ผู้ดื่มมีอาการของการควบควบคุมการเคลื่อนไหวเสียไป ไม่สามารถควบคุมได้ดีเท่าภาวะปกติ ดื่มสุรา 12…
วิเคราะห์จากคดีลัลลาเบล: Smart Watch มีความจำเป็นอย่างไรในชีวิตเราบ้าง
23/09/2019

วิเคราะห์จากคดีลัลลาเบล: Smart Watch มีความจำเป็นอย่างไรในชีวิตเราบ้าง

จากประเด็นล่าสุดที่มีชาวเน็ตตาดีสังเกตช่วงเวลาที่ "น้ำอุ่น" ลากร่างของผู้เสียชีวิตขณะที่ใส่สมาร์ตวอชต์อยู่จึงสามารถใช้เป็นหลักฐานได้ว่าเธอเสียชีวิตตั้งแต่เมื่อไหร่เนื่องจากสมาร์ตวอตช์ที่ลัลลาเบลใส่คือ Galaxy Watch ที่สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วย จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวเน็ตหลายคนเริ่มเล็งเห็นความสำคัญของสมาร์ตวอตช์ เพราะนอกจากใส่สวย ๆ และดูไฮเทคแล้ว มันยังมีประโยชน์อีกมากมายเลยครับ วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ยกตัวอย่างตรงจากกรณีลัลลาเบล สมาร์ตวอตช์หรือสมาร์ตแบนด์ส่วนใหญ่จะมีฟีเจอร์ "Heart Rate Tracking" หรือการวัดอัตราการเต้นของหัวใจมาให้หมดแล้ว แน่นอนว่าฟีเจอร์นี้จะวัดอัตราการเต้นหัวใจของผู้มีชีวิตอยู่เท่านั้น หากนำไปใส่กับกิ่งไม้ หรืออย่างอื่นย่อมไม่สามารถวัดได้ ดังนั้นหากดูจากประวัติการตรวจจับจาก Galaxy Watch ก็พอจะทราบได้ว่าลัลลาเบลเสียชีวิตลงเมื่อใด หรือลักษณะการเต้นของหัวใจช่วงก่อนสิ้นลมเป็นอย่างไร ซึ่งจะมีผลต่อการวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิตแน่นอน ยังมีกรณี Paul Hutton ชายอายุ 48 ปีผู้ใช้งานชาวต่างชาติที่อยู่ดี ๆ อัตราการเต้นของหัวใจตกลงไปเหลือ 40bpm ซึ่งค่ามาตรฐานนั้นอยู่ที่ 60 - 100bpm หลังจาก Hutton พบแพทย์จึงได้รับการวินิจฉัยเป็นอัตราการเต้นของหัวใจต่ำเกินไป ให้ลดกาเฟอีนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว (อ้างอิง) อีกกรณีหนึ่งคือ Gaston D’Aquino ชายวัย 76 ปี ตัวสมาร์ตวอตช์แจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจสูงเกินไป จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและแพทย์พบว่าเส้นเลือด coronary arteries…
วิเคราะห์จากคดีลัลลาเบล: Smart Watch มีความจำเป็นอย่างไรในชีวิตเราบ้าง
21/09/2019

เมื่อ Smart Watch อาจกลายเป็นหลักฐานสำคัญของคดีลัลลาเบล!

ช่วงนี้ข่าวที่มาแรงบนโลกโซเชียลคงไม่พ้นข่าวการเสียชีวิตของพริตตี้สาว ลัลลาเบล หรือ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ โดยหลักฐานชิ้นสำคัญล่าสุดอาจมาจากสมาร์ตวอตช์หรือนาฬิกาอัจฉริยะที่หลาย ๆ คนกำลังใส่อยู่นี่เอง ประเด็นสำคัญของคดีในตอนนี้คือเรื่องเวลาเสียชีวิตของลัลลาเบล ซึ่งมีชาวเน็ตคนหนึ่งตั้งข้อสังเกตจากคลิปที่ "น้ำอุ่น" ลากร่างของผู้เสียชีวิต โดยผู้ใช้งาน Facebook ระบุว่า "เป็น Smart Watch หรือเปล่า อยากรู้เสียชีวิตตอนไหน ให้ไปดูการจับ Heart Rate จากนาฬิกา" หลังจากมีชาวเน็ตออกมาคอมเมนต์ตั้งข้อสังเกตทำให้สื่อต่างดูรูปเก่า ๆ ของลัลลาเบลพบว่าเธอใส่สมาร์ตวอตช์อยู่ตลอดจริง ๆ และเมื่อย้อนภาพกลับไปถึงวันที่ 16 มิถุนายนก็พบว่าเธอซื้อนาฬิกาอัจฉริยะมาใส่จริง ๆ ดูจากรูปคือ Samsung Galaxy Watch 42 mm ซึ่งเป็นนาฬิกาอัจฉริยะตระกูลล่าสุดของซัมซุง มีความสามารถในการตรวจจับความเคลื่อนไหว และการเต้นของหัวใจได้ ตามสเปกมีอายุแบตเตอรี่ถึง 45 ชั่วโมง ซึ่งก็น่าจะบันทึกการใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายของเธอได้ เมื่อมีหลักฐานมากขนาดนี้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปดูประวัติการวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ทั้งจากตัวสมาร์ตวอตช์และจากแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ของลัลลาเบลเพื่อใช้ยืนยันเวลาเสียชีวิตของเธอที่แน่นอนได้ และสามารถวิเคราะห์ลักษณะการเต้นของหัวใจ และการเคลื่อนไหวในช่วงสุดท้ายของชีวิตได้ อุปกรณ์ที่ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจได้ จริง ๆ ปัจจุบันมีอุปกรณ์สวมใส่หลายตัวที่สามารถตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งมีราคาตั้งแต่หลักร้อยอย่าง Mi Band 4…

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)