ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ลำไส้
Read More

จุลินทรีย์ในลำไส้อาจอยู่เบื้องหลังการลดน้ำหนักที่ล้มเหลว

คุณรู้ไหมว่าในลำไส้ของคุณมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่นับล้าน ๆ ตัว และมีหลายชนิดมาก ๆ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกเรียกว่าจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ Gut Microbiome ซึ่งถ้าตัวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เราจะคุ้นหูกับคำว่าโพรไบโอติกส์ โดยเจ้าจิ๋วเหล่านี้ไม่ได้แค่ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและการขับถ่าย แต่ความหลากหลายและจำนวนของจุลินทรีย์ในลำไส้บางชนิดอาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวของคุณทั้งในทางตรง และทางอ้อม บทความนี้จะพาคุณมาดูหน้าที่ และกลไกของจุลินทรีย์ในลำไส้ที่อาจเป็นตัวการที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่ได้สักที จุลินทรีย์ในลำไส้กับความหิว-อิ่ม มนุษย์เรามีกลไกในการควบคุมความหิว และความอิ่มด้วยการหลั่งฮอร์โมน เกรลิน (Ghrelin) คือ ฮอร์โมนแห่งความหิวที่หลั่งออกมาจากกระเพาะอาหาร และเลปติน (Leptin) คือฮอร์โมนแห่งความอิ่มที่หลั่งออกมาจากเซลล์ไขมัน ซึ่งข้อมูลงานวิจัยพบว่าหากสมดุลของจุลินทรีย์ภายในลำไส้ของเราไม่สมดุล การหลั่งฮอร์โมนหิวและอิ่มจะเพี้ยนไป คุณอาจจะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น อยากอาหารบ่อยขึ้น ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกินข้าวไปไม่นาน ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้คุณอิ่มช้าลงด้วย นอกจากนี้ จุลินทรีย์ในลำไส้ยังสัมพันธ์กับความรู้สึกพึงพอใจของอาหารที่กินเข้าไปด้วย แม้ว่าบางทีที่คุณกินอิ่มแล้ว แต่ในเชิงความรู้สึกยังรู้สึกว่ายังไม่สะใจ หนำใจ หรือพอใจจากการกินอาหารเหล่านั้น สุดท้ายแล้วก็นำไปสู่การกินอาหารปริมาณมาก และถี่เกินความจำเป็น จนทำให้คุณอ้วน หรือลดน้ำหนักไม่สำเร็จ จุลินทรีย์ในลำไส้กับการเผาผลาญ และการสะสมไขมัน การกินอาหารแคลอรีต่ำกว่าที่ร่างกายต้องการเป็นสูตรสำเร็จของการลดน้ำหนักที่ใช้กันทั่วโลก แต่ถ้าคุณคุมแคลอรี กินอาหารแคลต่ำ แบบเดียวกับเพื่อนของคุณ ใช้ชีวิตเหมือนกัน แต่คุณกลับน้ำหนักไม่ลด อาจเป็นไปได้ว่าคุณอาจขาดจุลินทรีย์ในลำไส้บางอย่างไป จากข้อมูลการศึกษาบางชิ้นพบว่าร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่ออาหารอย่างเดียวกันแตกต่างกันไป ทั้งในแง่ของพลังงาน…
08/07/2024

อาหารเสริมไฟเบอร์เวิร์กไหม ? เหมือนกินจากผักผลไม้หรือเปล่า ?

ไฟเบอร์ (Fiber) หรือใยอาหารเป็นสารอาหารที่หลายคนได้รับไม่เพียงพอ ข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขแนะนำว่าคนไทยควรได้รับไฟเบอร์ราว 25-35 กรัม/วัน หรือเทียบเท่าการกินผักผลไม้ราว 500 กรัม ซึ่งแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่คงไม่อยากกินผัก หรืออาจไม่มีเวลาในการหาผลไม้มากินได้มากมายขนาดนั้น ทุกวันนี้เราเลยเห็นอาหารเสริมไฟเบอร์แบบสำเร็จรูปขายอยู่ทั่วไป ทั้งแบบผงชงกับน้ำ แบบแคปซูลเพื่อชดเชยไฟเบอร์ที่ร่างกายขาดไป หรือบางคนก็กินเพื่อช่วยในการขับถ่าย แต่ไฟเบอร์ในรูปแบบอาหารเสริมมีประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนไฟเบอร์จากผักผลไม้ไหม ? จริง ๆ แล้วไฟเบอร์คือคาร์โบไฮเดรตรูปแบบหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถย่อยเองได้ ต่างจากคาร์บอย่างแป้งและน้ำตาล แต่ไฟเบอร์คืออาหารของสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่เรียกว่าจุลินทรีย์ที่อยู่ภายในลำไส้ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อสุขภาพ ทั้งระบบย่อยอาหาร การขับถ่าย สมอง ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวม อาหารเสริมไฟเบอร์มีประโยชน์ และได้ผลไหม ? หลายคนที่ไม่มีเวลาในการเลือกอาหารที่มีประโยชน์ อย่างผักผลไม้มากิน ไปจนถึงคนที่ไม่ชอบกินอาหารกลุ่มนี้ อาจมีตัวเลือกอย่างอาหารเสริมไฟเบอร์มากินเพื่อทดแทนกัน แต่จะได้ผลเหมือนกับไฟเบอร์จากอาหารไหมนะ ? การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าอาหารเสริมไฟเบอร์อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน โดยเขาทดสอบให้คนที่เข้าร่วมงานวิจัยนี้ใช้อาหารเสริมไฟเบอร์ ร่วมกับการคุมแคลอรี (การจำกัดพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน) พบว่าสามารถช่วยลดค่า BMI หรือค่าดัชนีมวลกายที่เป็นเกณฑ์การวัดความอ้วน ผอม หรือสมส่วน ลดมวลไขมันในร่างกาย ช่วยให้ระดับไขมันในเลือด และอัตราการอักเสบในคนที่มีโรคอ้วนลดลง งานวิจัยอีกชิ้นพบว่าการใช้อาหารเสริมไฟเบอร์ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะไฟเบอร์กลุ่มไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fiber) แถมยังดีต่อภาวะเบาหวานในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ด้วย…
14/02/2024

แบคทีเรียที่พบในลำไส้ของมนุษย์อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) เป็นโรคสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยมากชนิดหนึ่งในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์สมองเสื่อม และฝ่อลงส่งผลให้เกิดอาการหลงลืม คิดช้า พูดช้า เกิดปัญหาด้านอารมณ์ และส่งผลต่อการใช้ชีวิต แพทย์รู้ว่าปัจจัยเสี่ยงบางอย่างเพิ่มความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันสาเหตุของโรคนี้ โดยล่าสุดข้อมูลพบว่าแบคทีเรียที่พบในลำไส้มนุษย์สัมพันธ์กับโรคอัลไซเมอร์ เชื้อชนิดนี้ชื่อว่า เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori) หรือเอชไพโลไร คุณอาจไม่คุ้นกับชื่อนี้ แต่แบคทีเรียชนิดนี้พบได้ทั่วไป ‘ในลำไส้ของมนุษย์!’ ในช่วงที่เชื้อโรคในลำไส้สมดุล เชื้อชนิดนี้อาจไม่ได้ส่งผลเสียอะไร แต่เมื่อลำไส้เสียสมดุล อาจเกิดการติดเชื้อชนิดนี้ และทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย กระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะ และยังสัมพันธ์กับโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งการศึกษาชิ้นนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการของสมาคมอัลไซเมอร์ เขาได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอาการที่เกิดจากเอชไพโลไร กับความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของชาวสหราชอาณาจักรกว่า 4 ล้านคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ตั้งแต่ช่วง 1988 ถึง 2019 จากการวิเคราะห์ข้อมูล พวกเขาพบว่าคนที่มีอาการในระบบทางเดินอาหารจากการติดเชื้อชนิดนี้มีความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้นราว 11 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยงอื่น อย่างมีโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน สูบบุหรี่ หรือคนในครอบครัวมีประวัติโรคอัลไซเมอร์ก็อาจเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์มากขึ้นไปอีก แต่ทีมนักวิจัยยังไม่ทราบกลไกแน่ชัดว่าทำไมคนที่ติดเชื้อชนิดนี้ถึงเกิดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ตามมาด้วย ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม ในเบื้องต้น ถ้าคุณไม่อยากเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไพโลไร…
01/02/2024

การกินอาหารที่ดีตั้งแต่เด็กช่วยลดความเสี่ยงโรคลำไส้อักเสบเมื่อเป็นผู้ใหญ่ได้

หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นกับโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease: IBD) แต่โรคนี้พบบ่อย และคนก็เป็นเยอะมาก แถมในปัจจุบันเป็นโรคที่พบมากขึ้นทั่วโลก โรคลำไส้อักเสบแบ่งออกมาได้อีก 2 โรค คือ โรคโครห์น (Crohn’s Disease) โรคลำไส้อักเสบ (Ulcerative Colitis) อาการหลักของโรคนี้ คือ เกิดการอักเสบที่ลำไส้เรื้อรังแบบไม่ทราบสาเหตุ เกิดอาการปวดท้อง แสบท้อง ปัญหาการขับถ่าย เลือดจาง ดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี อ่อนเพลีย และอาการอื่นอีกเยอะเลย ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และคุณภาพชีวิตได้ ด้วยความที่ว่าไม่รู้สาเหตุ คนส่วนใหญ่ก็เป็นเรื้อรัง ทำได้เพียงรักษาตามอาการ แถมยังต้องเลี่ยงอาหารหลายชนิดเพื่อไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น ซึ่งการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโกเธนเบิร์กพบว่าหนึ่งในวิธีที่ลดความเสี่ยงของโรคนี้ได้ คือ การเลือกอาหารที่ดี และมีประโยชน์ให้ตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะในช่วง 1 ขวบแรก โดยทีมวิจัยได้ศึกษาในเด็กเล็กถึง 81,280 คน เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1997 ถึง 1999 และติดตามผลตามหลังเมื่อเด็กเหล่านั้นมีอายุเฉลี่ย 21 ปี ซึ่งถือเป็นงานวิจัยที่ยาวนานมากชิ้นหนึ่ง โดยเขาพบว่าเด็กที่ได้รับประทานปลาเป็นจำนวนมากในช่วงอายุ 1 ปีมีความเสี่ยงของโรคลำไส้อักเสบถึง…
18/07/2023

ไม่ใส่กางเกงในไม่ได้ทำให้เป็น ‘ไส้เลื่อน’ มารู้จักอาการ สาเหตุ และวิธีรักษาไส้เลื่อนกัน

คนไทยมีความเชื่อว่าการไม่ใส่กางเกงในหรือกางเกงชั้นในจะทำให้เกิดไส้เลื่อน ซึ่งไม่จริงแต่อย่างใด เพราะไส้เลื่อนเกิดจากอวัยวะภายในช่องท้องบางส่วนหลุดออกผนังช่องท้องมากองรวมกันบริเวณหน้าท้อง ขาหนีบ หรือส่วนอื่น ไส้เลื่อนมีหลายชนิด และเกิดได้จากหลายสาเหตุ เกิดได้ทั้งในผู้หญิงแล้วผู้ชาย แต่เกิดในผู้ชายได้บ่อยกว่า Hack for Health จะพามารู้จักกับอาการนี้ให้มากขึ้น ไส้เลื่อนไม่ได้จากการไม่ใส่กางเกงใน แล้วเกิดจากอะไร? ส่วนใหญ่ของคนที่เกิดอาการไส้เลื่อนมักมีภาวะกล้ามเนื้อผนังช่องท้องอ่อนแรงแต่กำเนิด โดยปกติแล้วในช่องท้องเราจะมีอวัยวะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปอด ลำไส้ ตับ ไต และอื่น ๆ ซึ่งจะมีกล้ามเนื้อผนังช่องท้องคอยพยุงเพื่อรักษาตำแหน่งของอวัยวะเหล่านี้ไว้ แต่ในคนที่เป็นไส้เลื่อนกล้ามเนื้อผนังช่องท้องอาจเกิดความผิดปกติ เช่น อ่อนแรงหรือฉีกขาดจนไม่สามารถพยุงอวัยวะในช่องท้องได้ การได้รับบาดเจ็บบริเวณช่องท้อง การยกของหนักเกินไป อาการไอหรือจามเรื้อรัง อาการท้องผูกหรือปัสสาวะลำบากเรื้อรัง การตั้งครรภ์ และคนที่มีน้ำหนักตัวมากอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดไส้เลื่อนได้ นอกจากนี้ ทารกที่มีปัญหาสุขภาพแต่กำเนิดก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดไส้เลื่อนได้มากกว่าเด็กคนอื่น ไส้เลื่อนไม่ได้เกิดแค่ที่ขาหนีบ ไส้เลื่อนขาหนีบ (Inguinal hernia) เป็นชนิดของไส้เลื่อนที่พบได้บ่อยที่สุด โดยไส้เลื่อนขาหนีบเกิดจากการที่ลำไส้บางส่วนหลุดออกจากช่องท้องมากองที่ขาหนีบหรือต้นขาด้านบน หากไส้เลื่อนเกิดในตำแหน่งอื่นก็จะมีชื่อเรียกและลักษณะต่างกันไป เช่น อาการไส้เลื่อนเป็นอย่างไร แล้วอันตรายไหม? โดยส่วนใหญ่อาการไส้เลื่อนหรือการเคลื่อนตัวอวัยวะช่องท้องผิดที่มักไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรง บางคนอาจไม่รู้สึกอะไรเลย บางคนอาจรู้สึกตึง ปวดหน่วง หรือเจ็บแปลบบริเวณที่เป็นไส้เลื่อน อาการไส้เลื่อนอาจสังเกตได้จากการที่หน้าท้องหรือขาหนีบมีก้อนมากองไว้ แต่ไส้เลื่อนบางชนิดที่เกิดขึ้นภายในร่างกายอาจไม่สามารถมองเห็นได้ นอกจากนี้ อาการไส้เลื่อนแต่ละชนิดอาจมีอาการอื่นแตกต่างกันไป  อาการไส้เลื่อนมักไม่เป็นอันตรายร้ายแรง…
24/05/2023

คุณเคยอยากกินอะไรที่ ‘ไม่ใช่อาหาร’ ไหม? Pica Syndrome: โรคชอบกินของแปลก

คุณเคย “อยากกิน” หรือ “กิน” อะไรที่ไม่ใช่อาหารไหม? ในตอนเด็ก ๆ หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์หรือเห็นเพื่อนกินของที่ไม่น่าจะกินได้ อย่างไส้ดินสอ ยางลบ ยาสีฟัน แป้งเด็ก และกระดาษ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากความอยากรู้อยากลอง แต่ Pica Syndrome (พิคาร์ซินโดรม / พิก้าซินโดรม) นั้นต่างออกไป Pica syndrome ถูกเรียกในภาษาไทยว่าโรคกินของแปลก ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของอาการทางจิตที่อธิบายพฤติกรรมที่คนคนหนึ่งรู้สึกอยากกิน ‘สิ่งของ’ ที่ไม่ใช่อาหารโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ Hack for Health จะคุณไปรู้จักกับโรคแปลก แต่มีอยู่จริงอย่าง Pica syndrome กัน Fun fact: ชื่อ Pica มาจากชื่อสปีซีส์ของนกสาลิกาปากดำ (Eurasian magpie) ซึ่งนกชนิดนี้ขึ้นชื่อว่าชอบกินของแปลก ๆ ที่ไม่ใช่อาหาร สิ่งของยอดฮิตที่คน (เป็นโรค) ชอบกินของแปลกกิน สิ่งของบางอย่างที่คนเป็น Pica syndrome กินมีทั้งของที่ไม่ใช่อาหารเลยและของที่เหมือนจะเป็นอาหาร แต่กลับไม่มีคุณค่าทางสารอาหารเลยก็มี มาลองเช็กกันดูว่าคุณเคยอยากกินของเหล่านี้ไหม น้ำแข็ง…

PR Partners

See All
Read More

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์
26/12/2025

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…