Tags
| สมอง
10/09/2024
กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 490 days ago
Pathological Liar: โกหกจนเป็นนิสัย จริง ๆ แล้วอาจมาจากโรค
เคยรู้สึกสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนถึงโกหกบ่อยจนน่าตกใจ ? บางทีอาจไม่ใช่แค่การพูดเกินจริงเล็กน้อย แต่เป็นการสร้างเรื่องราวที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ จนกลายเป็นนิสัยที่ยากจะหยุดได้ พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่า Pathological Liar หรือ “การโกหกจนเป็นโรค” หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อว่า “โรคหลอกตัวเอง” ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งตัวผู้โกหกเองและคนรอบข้างเป็นอย่างมาก โกหกแบบไหนคือ Pathological Liar ? Pathological Liar หมายถึง บุคคลที่มีความต้องการโกหกอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน พวกเขาอาจโกหกเรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่โต เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ตัวเอง หลีกเลี่ยงปัญหา หรือเพียงแค่สนุกกับการสร้างเรื่องราวเท่านั้น พฤติกรรมนี้แตกต่างจากการโกหกทั่วไปตรงที่ผู้ป่วยมักไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และมักจะโกหกซ้ำ ๆ แม้จะรู้ว่าผิด ทำไมถึงติดนิสัยโกหก ? สาเหตุที่ทำให้คนกลายเป็น Pathological Liar ยังไม่แน่ชัดนัก แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น ลักษณะสำคัญของ Pathological Liar ผลกระทบของ Pathological Liar การโกหกจนเป็นโรคส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วยและคนรอบข้างอย่างมาก เช่น วิธีรับมือกับ Pathological Liar การรับมือกับคนที่เป็น Pathological Liar ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มีสิ่งที่คุณสามารถทำได้…26/06/2024
Nappuccino: เทคนิคการดื่มกาแฟ และนอนกลางวันที่จะทำให้ช่วงบ่ายง่ายกว่าเดิม
เคยไหม? เวลานั่งทำงานนาน ๆ หรืออ่านหนังสือมาก ๆ จนง่วง ใจก็อยากจะนอนหลับสักงีบ แต่กลัวจะหลับยาว วันนี้เรามีวิธีแก้ไขที่เป็นเทรนด์ใหม่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงานที่กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมาแนะนำ นั่นก็คือ "Nappuccino" หรือ “การดื่มกาแฟแล้วไปนอน” Nappuccino คืออะไร? “Nappuccino” มาจากคำว่า “Nap” ที่แปลว่า การงีบ และ “Cappuccino” หนึ่งในเมนูกาแฟยอดฮิตของใครหลายคน หมายถึง การดื่มกาแฟซักแก้วหลังอาหารกลางวันก่อนงีบสั้น ๆ ประมาณ 15-20 นาที เพื่อกระตุ้นระบบประสาท ให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และตื่นขึ้นมาอย่างมีพลัง หลายคนบอกว่ามันเหมือนการรีเซตตัวเองให้พร้อมลุยต่อไปอีกครึ่งวันได้อย่างสดใส เบื้องหลังความฮิตของ Nappuccino มาจากข้อเท็จจริงที่ว่า ภาวะง่วงนอนในช่วงบ่ายนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติของร่างกาย จากอาการง่วงนอนหลังการกินอาหาร (Food Coma) ซึ่งแทนที่เราจะต่อสู้หรือปฏิเสธมัน เราก็ควรนอนหลับตามสัญชาตญาณบ้าง แต่ก็ต้องระวังไม่งีบหลับนานจนเกินไป การศึกษาวิจัยหลายชิ้นระบุว่า หากงีบหลับในระยะสั้น ๆ ประมาณ 15-20 นาทีหลังจากดื่มกาแฟ จะช่วยกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงาน ความจำ และพลังงานของสมองได้ดีกว่าการพยายามถ่างตาทำงานต่อโดยไม่พัก แถมยังไม่ทำให้รู้สึกเพลียหรือปวดหัวในตอนเย็นอีกด้วย ในบางประเทศ เช่น…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 566 days ago
Read More26/06/2024
Blursday “อาการหลงวันลืมคืน” ที่ใคร ๆ ก็เป็นได้
เคยไหม? ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกเหมือนวันนี้คือวันหยุด แต่พอมองปฏิทิน ดันเป็นวันทำงาน หรือบางครั้งหลังวันหยุดยาวก็มักสับสนว่า เอ๊ะ…วันนี้เป็นวันจันทร์ วันอังคาร หรือวันพฤหัสบดี หรือวันศุกร์กันแน่ ? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "Blursday" หรือ "อาการหลงวันลืมคืน" นั่นเอง Blursday คืออะไร? Blursday เป็นคำผสมระหว่างคำว่า "Blur" ที่แปลว่า เบลอ ๆ มึน ๆ พร่ามัว ไม่ชัดเจน และ "Day" ที่แปลว่า วัน รวมเป็นภาษาไทยว่า “หลงวันลืมคืน” หมายถึง ภาวะที่เรารู้สึกสับสนในการแยกแยะระหว่างวันธรรมดาและวันหยุด สาเหตุหลัก ๆ มาจากวิถีชีวิตยุคใหม่ที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย และใช้เวลากับหน้าจอนานเกินไป คำนี้เป็นศัพท์ใหม่ที่ถูกบัญญัติขึ้นโดย Oxford Dictionary ในปี 2020 มีความหมายว่า “วันใด ๆ ที่ไม่สามารถระบุแยกได้จากวันอื่น ๆ ในสัปดาห์” โดย Oxford ได้อธิบายเพิ่มเติมถึงสาเหตุว่า “...อาการนี้เกิดขึ้นเมื่ออยู่บ้านจนเกิดอาการไม่รู้วันไม่รู้คืน…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 566 days ago
Read More25/06/2024
กาแฟแก้วโปรดกับประโยชน์ต่อสุขภาพจิต
“กาแฟ” เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ 5 ของคนวัยทำงานหลาย ๆ คน แต่ทุกคนรู้มั้ยว่าการดื่มกาแฟนั้นส่งผลต่อสุขภาพจิตยังไงได้บ้าง? ซึ่งก็มีทั้งข้อดีข้อเสียเลยละ ช่วยบำรุงสมอง คาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟ มีคุณสมบัติทางเคมีที่คล้ายคลึงกับอะดีโนซีนของสารกระตุ้นประสาท เมื่อเราดื่มคาเฟอีนเข้าไป มันก็จะจับกับตัวรับอะดีโนซีนในสมอง ปิดกั้นผลกระทบที่มาจากอะดีโนซีน ทำให้มีข้อดีเกิดขึ้นนั่นก็คือ ทำให้โดปามีน (สารแห่งความรู้สึกดี) ไหลได้อย่างอิสระมากขึ้น ทำให้เรารู้สึกมีพลังงานไหลเวียนแบบล้น ๆ และช่วยกระตุ้นทำให้เกิดความตื่นตัว ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะซึมเศร้า Michael Lucas นักศึกษาปริญญาเอกจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health และเพื่อนร่วมงาน ได้ทำการติดตามข้อมูลจากผู้หญิงมากกว่า 50,730 คน ภายใต้โครงการ Nurses' Health Study เป็นเวลาเกือบ 25 ปี จนพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟอย่างน้อย 4 แก้วต่อวัน มีความเสี่ยงต่อการเป็นภาวะซึมเศร้าลดลง 20% เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มกาแฟน้อยมากหรือไม่ดื่มเลย* และยังมีการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งของ Lucas ที่เก็บข้อมูลจากผู้ชายเกือบ 43,600 คน พบว่าการดื่มกาแฟ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 567 days ago
Read More13/06/2021
รู้หรือไม่? ‘สมอง’ กับ ‘อัณฑะ’ เป็นอวัยวะฝาแฝดกัน
มีการศึกษาเปรียบเทียบชนิดของโปรตีนที่พบในเนื้อเยื่อ 33 ประเภท จากอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ ผลปรากฎว่าส่วน 'เปลือกสมอง (Cerebral cortex)' และ 'อัณฑะ' มีโปรตีนในเนื้อเยื้อรูปแบบเดียวกันถึง 13,442 ชนิดNoparat Monchaitanapat | 1675 days ago
Read More24/05/2021
สมองคนเราล้วนมีเซลล์ ‘ซอมบี้’ และพร้อมจะโตเมื่อตอนเรา ‘ตาย’ แล้ว
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ชิคาโก ค้นพบว่า เซลล์บางชนิดในสมองของมนุษย์จะยังคงทำงาน แม้เราจะเสียชีวิตไปแล้วแต่ยังสามารถเติบโตได้อีกด้วย เหล่านักวิทยาศาสตร์ค้นพบข้อสันนิษฐานดังกล่าว ด้วยการจำลองสภาพแวดล้อมการชันสูตรพลิกศพบนเนื้อเยื่อสมองสด ที่นำมาจากการผ่าตัดสมองตามปกติ และพบว่าในสมองของเราจะมีเซลล์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า 'เซลล์ซอมบี้' ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะเติบโตอย่างทวีคูณและงอกหนวดที่มีแขนขายาวขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เราเสียชีวิต พวกเขาทำการวิเคราะห์ยีนของเนื้อเยื่อนี้อย่างละเอียดและพบว่า เซลล์เกลีย (glial) ซึ่งเป็นเซลล์อักเสบชนิดหนึ่งในสมองของเราสามารถเติบโตขึ้นเป็นสัดส่วนที่ทวีคูณ ดร.เจฟฟรีย์ โลบ (Dr. Jeffrey Loeb) ผู้เขียนหัวข้อการศึกษานี้และหัวหน้าประสาทวิทยาและการฟื้นฟูสมรรถภาพที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์ยูไอซี (UIC) ระบุว่า “ความจริงที่ว่าเซลล์เกลียขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังจากที่เจ้าของร่างเสียชีวิตไปแล้ว กลับไม่ได้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ประหลาดใจเท่าไหร่ เนื่องจากหน้าที่หลักของเซลล์ประเภทนี้คือ ทำความสะอาดสิ่งต่าง ๆ หลังจากได้รับบาดเจ็บที่สมอง เช่น การขาดออกซิเจนหรือโรคลมชัก” สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการค้นพบนี้คือผลกระทบของมันต่างหาก ซึ่งการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเนื้อเยื่อสมองหลังความตายไม่ได้อธิบายถึงการแสดงออกของยีนหลังการตายของเซลล์สมองหรือการทำงานของเซลล์ เนื่องจากสมมติฐานทั่วไปคือการทำงานของสมองทั้งหมดจะสิ้นสุดลงทันทีเมื่อมีคนเสียชีวิต แต่ทีมยูไอซีได้พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่อย่างนั้น ระหว่างการศึกษา ทีมงานพบว่าการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ซอมบี้เหล่านี้จะมีจุดขยายตัวสูงสุดประมาณ 12 ชั่วโมงหลังการเสียชีวิต ซึ่งตอนนี้นักวิจัยเริ่มสนใจเกี่ยวกับยีนและชนิดของเซลล์ในสมองที่ย่อยสลายไปแล้ว แต่ยังคงมีเสถียรภาพและขยายตัวหลังจากเสียชีวิตที่จะเปิดช่องทางเพิ่มเติมให้นักประสาทวิทยาได้ค้นคว้าต่อไป อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสกองบรรณาธิการ BT | 1695 days ago
Read More12/05/2021
นักวิทย์เผยงานวิจัยความลับการ ‘หาว’ ยิ่งตัวใหญ่-สมองใหญ่ ยิ่งหาวยาววววววว!
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ nature.com ได้เผยแพร่ผลการศึกษาทดลองพฤติกรรมสัตว์จำนวนมาก ซึ่งมีความเชื่อมโยงอาการหาวในสัตว์ กับขนาดร่างกาย การมีกระดูกสันหลัง ขนาดความใหญ่ของสมอง และจำนวนเซลล์ประสาท อธิบายง่าย ๆ ก็คือ สัตว์ที่มีขนาดตัวและขนาดสมองใหญ่กว่าจะหาวยาว หาวนานกว่าสัตว์ขนาดเล็ก หรือสัตว์ที่มีสมองขนาดเล็ก โดยนักวิจัยได้ทำการรวบรวมข้อมูลการหาวของสัตว์ชนิดต่าง ๆ กว่า 1,291 ตัวอย่างภายในสวนสัตว์หลายแห่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งจากการสังเกตการณ์ หรือจากการสังเกตในคลิปวิดีโอที่มีการถ่ายสัตว์ภายในสวนสัตว์กำลังหาวเอาไว้ โดยแบ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 55 ชนิด นก 46 สายพันธุ์ จนสามารถค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างความยาวในการหาวกับความใหญ่ของสมองที่ค่อนข้างเป๊ะทีเดียว 'จอร์จ มาสเซน' (Jorg Massen) นักพฤติกรรมวิทยาจากมหาวิทยาลัยอูเทรคต์ ประเทศเนเธอแลนด์ เจ้าของรายงานการวิจัยในครั้งนี้กล่าวว่า "เราต้องเดินทางไปสวนสัตว์หลาย ๆ แห่ง พร้อมกับกล้องถ่ายรูป แล้วก็ต้องยืนอยู่ข้างกรงสัตว์ เพื่อจะรอให้มันอ้าปากหาว…ซึ่งก็ต้องรอกันอย่างนานเลยแหละครับ" ในการศึกษาในครั้งนี้ได้เติมเต็มความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของการหาว รวมถึงคำถามที่ยังคงสงสัยว่า เราหาวไปเพื่ออะไรกันแน่ รวมถึงความสงสัยที่ว่า ทำไมสัตว์บางชนิดอย่างเช่นยีราฟ ถึงไม่มีการหาวเลยแม้แต่น้อย ในเอกสารการวิจัย จอร์จได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า "แม้รูปแบบของการหาวจะเหมือน ๆ กัน…ประภาส อยู่เย็น | 1707 days ago
Read More18/11/2018
เจ๋ง! นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีพัฒนาทักษะต่างๆ ผ่านการกระตุ้นสมองโดยตรง!
การอัปโหลดความรู้เข้าสมองเหมือนกับเรื่องน่าเหลือเชื่ออย่างกับหนัง Sci-Fi สุดคลาสสิคอย่าง The Matrix ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่าสามารถสร้างเครื่องที่สามารถกระตุ้นสมองให้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้ เจ้าเครื่องที่สร้างขึ้นมานี้สามารถกระตุ้นสมองให้เรียนรู้ทักษะทักษะต่างๆ อย่างง่ายดายโดยใช้เวลาเพียงสั้นๆ ซึ่งพวกเขาเชื่อว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาซอฟท์แวร์ให้เหมือนกับหนัง The Matrix ได้ นักวิจัยจากแล็บ HRL California เผยว่า พวกเขาเรียนรู้คลื่นสัญญาณในสมองของนักบินชำนาญ และนำคลื่นสมองของนักบินชำนาญไปกระตุ้นในกลุ่มทดลองพบว่าพวกเขามีทักษะการขับเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นได้ทันทีเมื่อทดลองขับกับเครื่องบินจำลอง โดยนักวิทยาศาสตร์เรียกวิธีนี้ว่า Transcranial Direct Current Stimulation Dr. Matthew Phillips กล่าวว่า เมื่อคนเรียนรู้อะไรสักอย่างหนึ่ง รูปร่างของสมองจะมีการเปลี่ยนแปลงไป การเชื่อมต่อจะเกิดขึ้นและแข็งแรงขึ้นซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกกระบวนการนี้ว่า "neuro-plasticity" การทำ tDCS อาศัยกระแสไฟฟ้ากระตุ้นพื้นที่ว่างของสมองเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้วิธีดังกล่าวยังช่วยให้ผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือด หรือ Stroke สามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้นอีกด้วย อ้างอิงวัชรกุล พัฒนาประทีป | 2613 days ago
Read MorePR Partners
See All13/01/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 4 hours ago
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์26/12/2025
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 18 days ago
Read More















