ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ออฟฟิศซินโดรม
Read More

Digital Fatigue โรคอนาคตของคนดิจิทัล

“Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ก่อนไปทำความรู้จักกับเทรนด์ของโรคในอนาคตที่ระบาดไวกว่าที่ทุกคนคิดในชีวิตของคนดิจิทัลอย่าง Digital Fatigue นี้ ​เรามาเช็กกันหน่อยดีกว่าครับ ว่าทุกวันนี้คุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่ ? อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของภาวะ Digital Fatigue หากเช็กแล้วพบว่าคุณมีอาการดังกล่าวเกินกว่า 5-6 ข้อ แสดงว่า คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็น Digital Fatigue แล้วครับ ไม่เคลื่อนไหว แต่ทำไมเหนื่อย ? “Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต เปิดหน้าจอหลายจอ หรือทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกันเป็นระยะเวลานาน ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการพักผ่อนหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวัน ซึ่งความอ่อนล้าดังกล่าวทำให้เราหมดพลังงาน เกิดความคิดฟุ้งซ่าน และอาจทำลายสุขภาพร่างกายได้​ ความเหนื่อยล้าดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุจากการนั่งทำงานผ่านจอนาน ๆ เท่านั้น บางคนเกิดภาวะ Digital Fatigues จากการการเสพติดเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย เกมออนไลน์ สื่อบันเทิงต่าง ๆ…
20/03/2024

6 ท่าเด็ด พิชิตออฟฟิศซินโดรม

คุณกำลังรู้สึก “ปวด คอ บ่า ไหล่ สะบัก” บ่อยครั้ง อยู่หรือเปล่า ? หาก “ใช่” อย่าละเลยเลยนะครับ เพราะอาจเข้าข่ายอาการออฟฟิศซินโดรมได้ “ออฟฟิศซินโดรม” (office syndrome) กลายเป็นโรคยอดฮิตของพนักงานออฟฟิศ ท่ามกลางความเครียด การนั่งทำงานท่าเดิมเป็นเวลานาน หรืออยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบต่าง ๆ ของร่างกาย การบริหารร่างกายอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ จะช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการตึง ปวดเมื่อย และป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรมได้ 6 ท่ายืดลดความเสี่ยงออฟฟิศซินโดรม มาดู 6 ท่าบริหารง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ มีเพียงแค่ตัวและหัวใจของเราก็พอแล้วครับ ท่าที่ 1 มือประสานเหนือท้ายทอย หลังตรง ไม่เกร็งคอ กดศีรษะให้คอก้มลงจนตึงบริเวณหลังคอ นับ 1–10 ช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนมือออก ท่าที่…
31/01/2024

น้ำหนักของหัวเราอาจเพิ่มขึ้นถึง 30 กก.เมื่อก้มหน้าเล่นมือถือ และเสี่ยงออฟฟิศซินโดรม

สังคมก้มหน้าเป็นสิ่งที่มนุษย์ในยุคดิจิทัลเผชิญกันอยู่ในทุกวัน และเราก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมนั้นด้วย แต่การก้มหน้าก้มตาเล่นสมาร์ตโฟน หรือแม้แต่ก้มหน้าจ้องคอมพิวเตอร์ระหว่างทำงาน ดูซีรีส์ หรือเล่นเกมสามารถทำให้คุณเกิดอาการออฟฟิศซินโดรม อาการปวดคอ ปวดไหล่ ไปจนถึงปวดหัวได้เลยนะ หัวหรือศีรษะของมนุษย์เมื่อโตเต็มวัยแล้วมีน้ำหนักเฉลี่ยราว 5 กิโลกรัมเลยทีเดียว แต่กระดูก และกล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และหลังก็ถูกออกแบบโดยธรรมชาติมาเป็นอย่างดีเพื่อแบกหัวของเราไว้บนบ่าอย่างมั่นคง แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าทุกครั้ง และทุกองศาที่เราก้มหน้าทำอะไรสักอย่างน้ำหนักของหัวเราอาจเพิ่มขึ้นหลายเท่า และทำให้กล้ามเนื้อ และกระดูกที่รองรับหัวของเราไว้ทำงานหนักขึ้น องศาการก้มหน้า และน้ำหนักหัวเพิ่มมากขึ้น การก้มหน้าที่ทำให้น้ำหนักของหัวเราเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 5 ถึง 6 เท่าเลยทีเดียว การศึกษาในปี 2014 พบว่าน้ำหนักหัวของเราจะเพิ่มขึ้นตามองศาที่ก้ม ดังนี้ ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงการประมาณเท่านั้น ซึ่งแตกต่างไปตามขนาดสรีระของแต่ละคน แต่บางข้อมูลก็พบว่าอาจเพิ่มได้งถึง 30 กิโลกรัมเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่ากระดูก และกล้ามเนื้อตั้งแต่คอไปจนถึงสันหลังที่ถูกออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักแค่ 5 กิโลกรัมอาจต้องรับน้ำหนักของหัวที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติอย่างมาก เมื่อทำติดต่อกันนาน และทำเป็นประจำทุกวันอาจทำให้เกิดการเสื่อม และอักเสบของกล้ามเนื้อ เส้นประสาท เส้นเอ็น ไปจนถึงการผิดรูปของกระดูก และข้อต่อด้วย ส่งผลให้เกิดผลเสียต่อไปนี้ตามมา โดยอาการที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตด้านอื่น เช่น ไม่สบายตัว รู้สึกหงุดหงิดง่าย นอนหลับยาก หลับไม่สนิท…
26/01/2024

ผู้เชี่ยวชาญพบว่าอาการปวดหลังส่วนล่างที่เข้ารักษาช้า จะหายยากกว่าเดิม

เรื่องใหญ่ของคนปวดหลังแล้วล่ะ โดยเฉพาะคนปวดหลังส่วนล่าง เพราะทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย เขาได้รวบรวมของการศึกษาเกี่ยวกับอาการปวดหลังกว่า 95 ชิ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพื่อทำความเข้าใจประสิทธิภาพการรักษาอาการปวดหลังส่วนล่าง กับระยะเวลาการเข้ารักษา ซึ่งทีมนักวิจัยพบทั้งข่าวดี และข่าวร้ายจากการศึกษาครั้งนี้ ข่าวดี คือ เขาพบว่าคนที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างต่อเนื่องกัน 2 ถึง 3 เดือนสามารถหายจากอาการปวดหลัง และกลับมาเป็นปกติได้เมื่อเข้ารับการรักษา โดยเฉพาะอาการปวดที่อยู่ในช่วง 6 ถึง 12 สัปดาห์ และข่าวร้าย คือ คนที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังเกิน 3 เดือนเป็นต้นไปอาจรักษาอาการปวดหลังได้ แต่มีโอกาสรักษาสำเร็จน้อยกว่ามาก และอาจใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่ากลุ่มที่เข้ารับการรักษาเร็ว ซึ่งทีมนักวิจัยก็ยังไม่สามารถระบุเหตุผลได้ว่าปัจจัยอะไรที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการรักษาอาการปวดหลัง แล้วก็พบด้วยว่าอาการปวดหลังไม่ได้ขึ้นอยู่กับการบาดเจ็บเสมอไป เพราะแม้ว่าการบาดเจ็บจะหายไปแล้ว แต่กล้ามเนื้อ และระบบการรับความรู้สึกของหลังยังคงทำให้เกิดอาการปวดหลังได้อยู่ ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าถ้าการบาดเจ็บหายไป อาการปวดจะหายไปด้วย จนปล่อยอาการปวดทิ้งไว้ เพราะคิดว่าจะหายเอง ทีมนักวิจัยเลยแนะนำในเชิงว่าถ้ามีอาการปวดหลังแทบทุกวัน ไม่ว่าจะหลังส่วนล่าง หรือหลังส่วนบนติดต่อกัน 2 ถึง 3 เดือน ควรไปพบแพทย์ หรือหาวิธีการรักษาใหม่เพื่อลดความเสี่ยงที่ของการรักษาที่อาจยาก และใช้เวลานานขึ้น แม้ว่าสำหรับหลายคนอาการปวดหลังล่างจะเป็นเหมือนอาการที่รบกวนการใช้ชีวิต แต่อาการนี้สัมพันธ์กับปัญหาด้านการเคลื่อนไหว และพิการด้วย ทางที่ดี ถ้าปวดหลังเรื้อรัง ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และรับการรักษาให้เร็วจะดีกว่า…
16/11/2023

เท่อย่างเดียวไม่ได้ ต้องซัปพอร์ตด้วย วิธีเลือก และวิธีใช้กระเป๋าสะพายหลังให้ไม่ปวดหลัง

กระเป๋าสะพายหลัง หรือเป้สะพายหลังเป็นของใช้ที่ทุกคนน่าจะมีติดตัว เพื่อใส่สิ่งของต่าง ๆ ทั้งเพื่อการทำงาน เดินทาง หรือใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ซึ่งนอกจากดีไซน์ รูปร่าง สีสัน ขนาด และการใช้งานแล้ว สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และคนส่วนใหญ่มักมองข้าม คือ ฟังก์ชันในการรองรับน้ำหนัก และการออกแบบให้เข้ากับสรีระร่างกาย ปัจจุบันนี้ อาการปวดหลังเพิ่มวงกว้างมากขึ้น ไม่ใช่แค่คนสูงวัยเท่านั้นที่ปวดหลัง แม้แต่ First Jobber ก็ปวดด้วยเหมือนกัน ทั้งจากรูปแบบการทำงาน และไลฟ์สไตล์ และการเลือกใช้กระเป๋าสะพายที่ไม่ได้ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) ก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่ต้องสะพายของหนักอยู่บ่อย ๆ บทความนี้เลยจะมาแนะนำวิธีเลือกกระเป๋าสะพาย ทั้งเพื่อการใช้งานที่ดี และเพื่อสุขภาพที่ดีกัน แบกเยอะ ของหนัก ควรใช้กระเป๋าสะพายหลัง กระเป๋าสะพายหลังเป็นกระเป๋าที่เหมาะกับหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะถ้าคุณต้องแบกของเยอะ หรือของหนัก เพราะสายกระเป๋าของกระเป๋าสะพายทั้ง 2 ข้างจะช่วยเฉลี่ยกระจายน้ำหนักได้ดีกว่าการใช้กระเป๋าคาดอก กระเป๋าสะพายไหล่ หรือกระเป๋าถือ หากคุณใช้กระเป๋าอื่นที่ไม่ใช่กระเป๋าสะพายหลังในการใช้ใส่ของหนัก ระยะยาวอาจทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังที่คอ ไหล่ และหลังได้ เพราะน้ำหนักจะไปกดทับที่จุดจุดเดียว วิธีเลือก และใช้กระเป๋าสะพายหลังไม่ให้ปวดหลัง แม้จะเป็นของใช้ที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนไปใช้กระเป๋าสะพายที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์จะช่วยให้คุณรู้สึกเบา และสบายกว่าเดิม…
27/06/2023

Ergonomic mouse ดีอย่างไร เหมาะกับใคร เลือกแบบไหนดี?

rgonomic mouse เป็นเมาส์ที่ถูกออกแบบตามสรีระตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics)
16/06/2023

ที่วางโน้ตบุ๊ก แกดเจ็ตทำงานสุดเบสิกลดอาการปวดคอ ประโยชน์และวิธีเลือกให้เหมาะสม

ปวดคอ ปวดหลัง ปวดตามร่างกายเป็นปัญหาที่คนยุคนี้เจอกันประจำ สาเหตุที่พบบ่อยคือออฟฟิศซินโดรมที่เป็นผลมาจากลักษณะท่าทางในการนั่งทำงานที่ไม่ถูกหลักสรีรศาสตร์ พูดง่าย ๆ คือ การทำงานในท่าทางที่ไม่ได้เหมาะสมเป็นเวลานาน เช่น นั่งหลังค่อม นั่งไขว่ห้าง หรือก้มหน้าเพื่อมองจอ ที่วางโน้ตบุ๊กหรือแท่นวางโน้ตบุ๊กเป็นแกดเจ็ตเสริมที่คนใช้โน้ตบุ๊กไม่ควรพลาด เพราะสิ่งนี้จะช่วยปรับสรีระร่างกายในระหว่างนั่งทำงานให้เหมาะสมมากขึ้น และอาจช่วยให้คุณห่างไกลจากการปวดคอ ปวดหลัง ปวดตา หรือปวดหัวจากอาการออฟฟิศซินโดรมที่เป็นผลมาจากการนั่งก้มหน้าเพื่อมองจอ หลายคนน่าจะเคยเห็นโฆษณาที่วางโน้ตบุ๊กตามโซเชียลมีเดียต่าง ๆ หรืออาจจะเห็นเพื่อนในออฟฟิศใช้ ซึ่ง Hack for Health ขอแนะนำให้คุณซื้อมาลองใช้บ้าง มาดูประโยชน์ ข้อจำกัด และวิธีเลือกที่วางโน้ตบุ๊กกัน ประโยชน์ของที่วางโน้ตบุ๊กเพื่อการนั่งทำงาน แม้ที่วางโน้ตบุ๊กจะดูเหมือนเป็นเพียงแค่อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้พิมพ์งานได้ถนัดขึ้น แต่แกดเจ็ตที่ดูธรรมดานี้กลับส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณได้มากกว่าที่คิด ลดปวดคอ ปวดตา ปวดหัว การมองเห็นที่เหมาะสมกับสรีระของมนุษย์คืออยู่ในระดับสายตา เพราะจะช่วยให้เราไม่ต้องก้มหรือเงยคอมากเกินไป ซึ่งที่วางโน้ตบุ๊กช่วยได้ หากคุณลองมองไปรอบ ๆ ตัวแล้วเห็นคนที่ใช้โน้ตบุ๊ก โดยส่วนมากมักต้องก้มหน้า ยกไหล่ และงอหลังเพื่อจ้องจอ หากอยู่ท่านี้นาน ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และหลังตึงจากการเกร็งแบบไม่รู้ตัว อาจทำให้รู้สึกเมื่อยตามมาได้ หากทำบ่อย ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อคออักเสบและเกิดอาการปวดเรื้อรังตามมาทำให้ปวดเรื้อรังได้ ตำแหน่งของหน้าจอที่เหมาะสมกับสรีระร่างกาย คือ…
14/03/2023

ปวดเมื่อยคอ /คอเคล็ด ไม่เกี่ยวกับนอนตกหมอน

ใครเคยมีอาการปวดต้นคอ หรือคอเคล็ดตอนตื่นนอนบ้าง ? อาการเหล่านี้สร้างความเจ็บปวดและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันไม่น้อย หลายคนเข้าใจว่าอาการดังกล่าวเกิดจากตอนที่เรานอนแล้วนอนตกหมอนเลยทำให้ปวดที่ต้นคอ แต่ความจริงแล้วคอเคล็ดไม่เกี่ยวกับนอนตกหมอน! Hack for Health จะพาทุกคนไปหาสาเหตุที่แท้จริง อาการคอเคล็ดคืออะไร  อาการคอเคล็ด คืออาการกล้ามเนื้อบาดเจ็บเฉียบพลัน เมื่อร่างกายของเราบาดเจ็บสมองจะสั่งให้กล้ามเนื้อส่วนรอบ ๆ หยุดการทำงาน สมมุติว่าเรามีการอักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณใดบริเวณหนึ่ง กล้ามเนื้อรอบ ๆ ก็จะเกร็งเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว ซึ่งเราต้องมาดูอีกทีว่าอะไรคือกลไกที่ทำให้กล้ามเนื้อหรือข้อต่อของเราเกิดการบาดเจ็บเฉียบพลัน  สาเหตุของอาการคอเคล็ด สาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อคอของเราเกิดการอักเสบเฉียบพลัน หรือคอเคล็ด ส่วนใหญ่มักสอดคล้องกับกิจวัตรประจำวันก่อนที่เราจะเข้านอน ยกตัวอย่าง หากทั้งวันของเรามีการนั่งทำงาน และต้องก้มหน้า หรือหันหน้าไปทางด้านขวาเพื่อดูเอกสารสลับกับจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ กล้ามเนื้อด้านขวาของเราก็จะถูกใช้งานเยอะ เริ่มรู้สึกตึง และเมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้านอนกล้ามเนื้อฝั่งขวาที่ตึงมากก็จะดึงเข้าหาตัวเอง พอเรานอนเราก็จะเอียงไปด้านขวา กล้ามเนื้อก็จะเข้าสู่ภาวะหดตัวเพราะมีการล้าสะสมมาทั้งวัน  จากนั้นเมื่อเรานอนหลับไปสักพัก ส่วนอื่นของร่างกายก็เริ่มเมื่อยล้าและอยากพลิกตัว หรือขยับตัว ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วในหนึ่งคืนคนเราจะขยับตัว 60 ครั้ง และเมื่อเราพลิกตัว คอของเราก็จะต้องหมุนตามไปด้วย แต่กล้ามเนื้อคอด้านขวาของเราหดรั้งอยู่จากอาการล้าและไม่ยอมคลายตัวออก ทำให้เกิดการบิดและฉีกขาดของกล้ามเนื้ออย่างเฉียบพลัน จากนั้นสมองก็จะสั่งให้กล้ามเนื้อกลุ่มอื่น ๆ เกร็งตัว และเกิดการล็อก จึงเป็นสาเหตุที่ตอนตื่นมาหันคอไม่ได้และรู้สึกเจ็บ คอเคล็ดไม่เกี่ยวกับนอนตกหมอน อาการเจ็บหรือปวดที่ต้นคอ ไม่ได้เกี่ยวกับการนอนตกหมอน หากคุณมีอาการคอเคล็ดลองสังเกตจะเห็นว่าตอนตื่นคุณไม่ได้ตกหมอน…
14/03/2023

Standing Desk โต๊ะยืนทำงาน เทรนด์ใหม่แก้ออฟฟิศซินโดรม ดีจริงหรือแค่เทรนด์

การใช้ Standing Desk โต๊ะทำงานแบบยืนเป็นเทรนด์สุขภาพที่เริ่มได้รับความนิยมในช่วงหลายปีมานี้ เหตุผลก็เพราะว่ามีการศึกษาหลายชิ้นพบว่าการยืนทำงานออฟฟิศ ไม่ว่าจะประชุม พิมพ์งาน หรือแม้แต่การยืนเล่นเกมอาจดีต่อร่างกายมากกว่าการนั่งอยู่หน้าจอคอมเป็นเวลานาน ส่วน Standing Desk จะดีกว่าโต๊ะและเก้าอี้ทำงานแบบเดิมอย่างไร แล้ว Standing Desk ดีจริงหรือเป็นแค่เทรนด์ บทความนี้มีคำตอบ ประโยชน์ของ Standing Desk ข้อมูลจำนวนไม่น้อยพบว่าการใช้ Standing Desk ในการทำงานส่งผลดีต่อสุขภาพในหลายด้าน ลดอาการออฟฟิศซินโดรม ปวดหลังและปวดคอเป็นอาการออฟฟิศซินโดรมที่พบได้ค่อนข้างบ่อย สาเหตุเกิดจากการที่เรานั่งในท่าทางที่ผิดหรือวางตำแหน่งอุปกรณ์ไม่เหมาะสมจะทำให้เอ็น กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และเส้นประสาททำงานมากกว่าปกติจนทำให้เกิดอาการออฟฟิศซินโดรมตามมาได้ ซึ่งการนั่งอยู่กับที่นาน ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อต้นขา สะโพก และหลังส่วนล่างหดเกร็ง ทำงานหนัก และเกิดอาการปวด แน่นอนว่าเมื่อคุณยืนทำงานการกดทับของกล้ามเนื้อจากการนั่งเป็นเวลานานก็จะไม่เกิดขึ้นจึงทำให้คุณเสี่ยงต่ออาการปวดจากออฟฟิศซินโดรมน้อยลง ได้เคลื่อนไหวมากกว่า การยืนทำงานเผาผลาญราว 88 Kcal/ชั่วโมง ส่วนการนั่งทำงานเผาผลาญพลังงานอยู่ที่ 80 Kcal/ชั่วโมง แม้ในเชิงตัวเลขจะเผาผลาญพลังงานต่างกันนิดเดียว แต่การยืนทำงานเอื้อให้คุณเคลื่อนไหวได้มากกว่า เช่น คุณอาจเดินไปหยิบของ เดินไปเข้าห้องน้ำ ต่างจากการนั่งทำงานที่ก้นของคุณมักติดอยู่กับเก้าอี้จนไม่ค่อยได้ลุกไปไหน การยืนทำงานจึงอาจทำให้คุณได้เคลื่อนไหวมากกว่า เผาผลาญมากกว่า ช่วยให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายมากกว่า ลดอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน…
13/03/2023

ทำไมยิ่งนวดยิ่งเจ็บ ? รักษาอาการปวดเมื่อยด้วยการนวดอาจไม่ใช่คำตอบ

สำหรับมนุษย์พนักงานออฟฟิศทั้งหลายคงเข้าร้านนวดเปรียบเหมือนบ้านหลังที่สองเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยการทำงานที่จำเป็นต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ หรือต้องอยู่ในท่วงท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ และหลัง จนต้องพึ่งร้านนวดให้ช่วยกดจุดนวดคลายเส้น แต่สำหรับบางคนอาจเกิดคำถามว่าทำไมพอนวดวันนี้ ตื่นเช้าขึ้นมากลับรู้สึกปวดหรือเจ็บที่กล้ามเนื้อมากกว่าเดิม แล้วก็ต้องกลับไปให้ร้านนวดช่วยนวดอีกรอบ ทำวนไปอยู่แบบนี้ เคยคิดหรือไม่ว่าบางทีการนวดอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีในการรักษาอาการปวดของคุณ ข้อดีของการนวด ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าศาสตร์ทุกศาสตร์มีข้อดีในตัวเอง และการนวดก็เป็นเทคนิคที่มีข้อดี เช่น ถ้าหากกล้ามเนื้อของคุณเกิดการเมื่อยล้า หรือตึงจากพฤติกรรมการนั่ง เช่น นั่งเอียงซ้าย กล้ามเนื้อฝั่งซ้ายที่ใช้งานเยอะก็จะมีอาการตึง การไปนวดจะทำให้กล้ามเนื้อยืดคลายตัว ช่วยให้อาการปวดลดลง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณใช้งานกล้ามเนื้อไปถึงจุดหนึ่งจนกล้ามเนื้อเกิดการอักเสบและเกิดการฉีกขาดของเนื้อเยื่อแล้วคุณยังเอาแรงกดจากการนวดไปกระตุ้น เนื้อเยื่อก็จะยิ่งฉีกขาดและเกิดการอักเสบมากขึ้น  สัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังบาดเจ็บจากการนวด การนวดที่ดีคือคุณจะ ‘รู้สึกตึง’ ไม่ควร ‘รู้สึกเจ็บ’ เพราะอาการเจ็บคือสัญญาณที่ร่างกายบอกกับตัวเราว่าเนื้อเยื่อของร่างกายกำลังเกิดการบาดเจ็บอยู่ ถ้าเราไปนวดด้วยน้ำหนักพอเหมาะจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและสบายขึ้น เพราะแรงดึงของกล้ามเนื้อฝั่งที่เกร็งคลายตัวออก แต่ถ้านวดแรงเกินไปอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ เมื่อมีอาการเจ็บเข้ามาแสดงว่ามีการอักเสบและกล้ามเนื้อฉีกขาดไม่ควรนวดต่อทั้งสิ้น ยกตัวอย่าง เวลาที่คนเราเป็นแผลโดนมีดบาด เราต้องเอามือห้ามเลือดไม่ใช่เอามือไปขยี้แผล และการนวดในจุดที่มีการอักเสบเป็นเหมือนการขยี้แผลให้เจ็บหนักมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้น ในการรักษาอาการปวดเมื่อยไม่ว่าจะเป็นวิธีการนวดหรือการออกกำลังกายก็ตาม จะต้องใช้แรงที่เหมาะสม หากทำแล้วรู้สึกเจ็บต้องเลี่ยง หรือทำไปสักพักแล้วเจ็บแสดงว่าสิ่งที่ทำมันหนักเกินไป ขณะเดียวกันหากตอนทำและหลังทำไม่เจ็บ แต่ตื่นขึ้นมารู้สึกเจ็บก็หมายความว่าการนวดหรือการออกกำลังกายเมื่อคืนเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้คุณบาดเจ็บนั่นเอง ดังนั้น ขอย้ำอีกครั้งว่าเวลาไปนวดจะต้อง 'รู้สึกตึง' ต้อง 'ไม่เจ็บ' และวันรุ่งขึ้นตื่นมาต้องรู้สึกสบายถึงจะเรียกว่าการนวดแบบนี้เหมาะกับคุณ…
21/02/2023

โรคตึกเป็นพิษ (Sick Building Syndrome) โรคลับ ๆ กับอาการยอดฮิตของคนเมือง

ปัจจุบัน คนไทยจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตอยู่บนตึกสูงมากขึ้น ทั้งในแง่ของการพักอาศัยและการทำงาน โดยเฉพาะคนเมือง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการกระจุกตัวกันของความเจริญภายในพื้นที่ที่จำกัด ซึ่งนอกจากปัญหาเรื่องความหนาแน่นของผู้คนและค่าครองชีพที่สูงแล้ว การใช้ชีวิตอยู่กับตึกสูงอยู่ตลอดเวลาส่งผลต่อสุขภาพของคุณได้ด้วย ‘โรคตึกเป็นพิษ’ คือหนึ่งในนั้น โรคตึกเป็นพิษ (Sick Building Syndrome) เป็นชื่อการเจ็บป่วยที่ฟังดูแปลก ไม่คุ้นหู แต่มีอยู่จริงและคนจำนวนไม่น้อยเผชิญกับโรคนี้แบบไม่รู้ตัว โดยโรคตึกเป็นพิษอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติได้หลายอาการและอาจเป็นคำตอบของการเจ็บป่วยบางอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณแบบไม่มีที่มาที่ไป ทำไมตึกถึงเป็นพิษ? หากได้ยินเพียงชื่ออย่างเดียวก็ฟังดูไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่และอาจสงสัยว่าทำไมตึกถึงเป็นพิษ ซึ่งชื่อนี้มีที่มา โดยตึกรามบ้านช่องที่เราอาศัยหรือทำงานอยู่ต่างถูกสร้างขึ้นด้วยองค์ประกอบทางเคมีสารพัด อย่างแร่ใยหินจากปูน สารเคมีจากสีทาภายใน สารเคมีจากกาวใต้แผ่นวอลล์เปเปอร์ติดผนัง หรือสารเคมีจากน้ำยาทำความสะอาด แม้ว่าสารเคมีเหล่านี้ผ่านกระบวนการตรวจสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่การสัมผัสกับสารเคมีที่ระเหยและลอยอยู่ในอากาศอาจส่งผลให้เกิดอาการได้เหมือนกัน ยิ่งถ้าคุณใช้เวลาอยู่ในห้องนั้นเป็นเวลานาน ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการจากโรคตึกเป็นพิษจะมากขึ้นและรุนแรงขึ้น การไหลเวียนของอากาศภายในพื้นที่ที่ไม่ดีเพิ่มความเสี่ยงของโรคนี้ได้ เพราะมลพิษ ทั้งจากภายในตึกและภายนอกตึก (สารเคมีจากเครื่องมือสำนักงาน ฝุ่นควัน เกสรดอกไม้ เชื้อโรค) ลอยอยู่ในอากาศได้นานมากขึ้น รวมถึงพวกเชื้อราที่เกิดจากความชื้นสะสมด้วย ในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่มากกว่าอาการของโรคนี้ โรคตึกเป็นพิษยังมีปัจจัยอื่น ๆ อย่างเสียงรบกวน ความสว่างภายในห้อง อุณหภูมิที่ร้อนหรือหนาวเกินไป ความเครียดจากงาน และการนั่งทำงานในท่าที่ไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงของผลกระทบจากโรคนี้ได้มากยิ่งขึ้นด้วย ผลกระทบโรคตึกเป็นพิษต่อสุขภาพ แม้จะเรียกว่าโรคตึกเป็นพิษ แต่คุณอาจเผชิญกับโรคนี้ได้ในทุกที่ที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่อไปนี้ อาการจะต่างกันออกไปในแต่ละคน แม้ว่าอาการของโรคตึกเป็นพิษจะไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ส่งผลต่อการทำงานและการใช้ชีวิตของคุณได้ ในระยะยาวโรคนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคอื่น ๆ…
17/01/2023

ไม่อยากปวดหลังอย่ามองข้าม! เก้าอี้ทำงานสำคัญกว่าที่คิด

วัยทำงานคงคุ้นเคยกับอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ และรู้กันดีว่าอาการเหล่านี้คืออาการของ โรคออฟฟิศซินโดรม หลายคนเลือกแก้ปัญหาที่ปลายเหตุโดยการไปพบหมอนวด หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อบรรเทาอาการเป็นครั้งคราวไป ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ ก็มาจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และที่สำคัญเก้าอี้ที่ใช้นั่งทำงานเป็นประจำอาจไม่เหมาะกับสรีระของตนเอง ทำให้เกิดการเกร็งตามคอ บ่า ไหล่ จนเกิดเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมนั่นเอง เพราะฉะนั้นการเลือกเก้าอี้ทำงานจึงมีความสำคัญกว่าที่คิด เลือกเก้าอี้อย่างไรให้ห่างไกลออฟฟิศซินโดรม ปัจจุบันเก้าอี้สำนักงาน หรือเก้าอี้ทำงานมีให้เลือกสรรมากมาย แต่การตามหาเก้าอี้ที่จะพอดีกับสรีระของตนเองอาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้น จึงควรเลือกเก้าอี้ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. มีพนักพิงศีรษะ อาการปวดคอ เกิดจากการนั่งเกร็งช่วงบริเวณลำคอและศีรษะเป็นเวลานาน ดังนั้น เมื่อต้องเลือกซื้อเก้าอี้ทำงานจะต้องเลือกเก้าอี้ที่มีที่พนักพิงศีรษะ ที่สำคัญต้องสามารถปรับขึ้น-ลง ให้เหมาะสมกับช่วงลำคอของคุณได้ 2. เลือกเก้าอี้ที่ปรับลดระดับได้ เก้าอี้แต่ละประเภทถูกสร้างมาโดยไม่ได้จำเพาะตัวบุคคล การเลือกซื้อเก้าอี้จึงจำเป็นต้องทดลองนั่งก่อนและให้เลือกเก้าอี้ที่สามารถปรับระดับขึ้น-ลง ตามความสูงของตัวคุณได้ วิธีสังเกตเบื้องต้น คือ ไม่เลือกซื้อเก้าอี้ที่มีความสูงใหญ่ หรือตัวเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับตัวคุณนั่นเอง เพราะหากนั่งเก้าอี้ที่สูงหรือต่ำเกินไปอาจทำให้นั่งไม่สะดวกสบาย และทำให้ปวดช่วงลำตัว หรือบริเวณช่วงเอวได้ 3. มีที่วางแขน อาการปวดบ่าหลัก ๆ มาจากการนั่งพิมพ์งานเป็นเวลานาน โดยที่แขนจะต้องยกอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดอาการเกร็ง ปวด…
Young asian woman feeling tired after working with laptop, sitting in cafe on bench outdoors, drinking coffee, looking exhausted.
16/01/2023

คนติดจอต้องระวัง ดวงตาจะพังเพราะ CVS: Computer Vision Syndrome

CVS เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการจ้องหน้าจอนานเกินไป ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟน ซึ่งทำให้เกิดอาการที่ส่งผลให้เกิดอาการตาล้า ปวดตา แสบตา และอาการอื่น ๆ ตามมา

PR Partners

See All
Read More

Techsauce ผนึกพันธมิตรเปิดตัว “Healthspan Festival 2026” ดันไทยสู่ Hub นวัตกรรมสุขภาพระดับโลก

Techsauce ผู้นำด้านการขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีและนวัตกรรม เดินหน้าจัดงานใหญ่รับเทรนด์โลก “Techsauce Healthspan Festival 2026” มหกรร​มสร้างอนาคตสุขภาพดีแบบครบวงจรครั้งแรกในไทยมาไว้ในที่เดียว ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากแค่การมีอายุยืน (Lifespan) สู่การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthspan) เตรียมพบกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกและการรวมตัวของบุคลากรทางการแพทย์ ภาคธุรกิจ และนวัตกร ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน มากกว่าแค่ "อายุยืน" คือการ "แข็งแรงนาน" คุณอรนุช
05/02/2026

ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูเทคโนโลยี AI คุมเข้มโครงข่าย 5G ทั่วไทย รับมือเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. นี้ !

กรุงเทพฯ 5 กุมภาพันธ์ 2025 – เพราะทุกคะแนนเสียงคืออนาคต ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงประกาศความพร้อมสูงสุด เตรียมส่งมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ลื่นไหลระดับ 5G เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มั่นใจประชาชนเข้าถึงข้อมูลและรายงานผลได้อย่างฉับไวไร้รอยต่อ ถอดรหัสข้อมูล...สู่การวางแผนที่แม่นยำ ทรูไม่ได้มาพร้อมความพร้อมเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อม "Data" ที่แม่นยำ โดยนำพฤติกรรมการใช้งานจริงจากการเลือกตั้งล่วงหน้า (1 ก.พ.) มาเป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อเตรียมรับมือกับช่วงเวลา Peak Hours จัดเต็ม "กองทัพเครือข่าย" เพื่อคนไทย นายคูรัม อัชฟาค และ นายจิระชัย คุณากร สองแม่ทัพใหญ่ด้านเครือข่าย นำทีมวิศวกรลงพื้นที่เช็กสัญญาณด้วยตัวเอง พร้อมมาตรการเสริมทัพที่แข็งแกร่ง ครั้งแรกกับ "เครือข่ายอัจฉริยะ" มาตรฐานโลก ทรูยกระดับการจัดการด้วย Autonomous Network Level 4.0 (จาก TM Forum) โดยใช้เทคโนโลยี Intent-Based Operation…
03/02/2026

กลับมาอีกครั้ง ! กับงานสัมมนาแห่งปี ‘Future Trends Ahead Summit 2026’

กลับมาสร้างความคึกคักให้กับวงการธุรกิจและการตลาดกันอีกครั้งครับ สำหรับงานสัมมนาที่หลายคนรอคอยอย่าง ‘Future Trends Ahead Summit 2026’ ซึ่งปีนี้กลับมาพร้อมกับโจทย์ที่ท้าทายกว่าเดิม ภายใต้ธีม ‘Thriving Beyond The Storm’ หรือการเตรียมความพร้อมเพื่อพาธุรกิจฝ่าฟันพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี AI หรือแม้แต่การตลาดที่พลิกผันไปทุกวินาที ความพิเศษของงานในปีนี้คือการถอดรหัสเนื้อหาอันเข้มข้นมาจากหนังสือ ‘Future Trends Ahead 2026 Presented by FutureSkill’ มาขยายความบนเวทีจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสถาบันวิจัยชั้นนำระดับประเทศและระดับโลกกว่า 14 แห่ง ได้แก่ หอการค้าไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, Accenture, InnovestX, Ipsos, TrendWatching และโรงพยาบาลศิริราช ที่มาร่วมกันกลั่นกรองข้อมูลจนได้ออกมาเป็น 12 เทรนด์ประเทศไทย และ 12 เทรนด์ธุรกิจ ที่จะเป็นกุญแจสำคัญให้เรานำไปปรับใช้กับองค์กรได้ทันที ภายในงานวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ณ Paragon Hall ชั้น 5…
03/02/2026

แจ้งเหตุฉุกเฉิน ! หน่วยกู้ภัย Canva บุก Bangkok Design Week 2026 ปั๊มหัวใจงานดีไซน์ให้ฟื้นคืนชีพ

ใครที่งานออกแบบกำลังเข้าขั้นโคม่า หรือไอเดียกำลังหมดลมหายใจ โปรดทราบ ! "หน่วย Canva กู้ภัยดีไซน์ฉุกเฉิน" (Canva Design Rescue) ได้มาปักหลักกลางงาน Bangkok Design Week 2026 แล้ว ภายใต้ภารกิจสุดเร่งด่วนที่จะเปลี่ยนวิกฤตงานดีไซน์ให้กลายเป็นโอกาส ตามธีมงานปีนี้อย่าง Design S/O/S ลืมภาพบูทแสดงงานทั่วไปไปได้เลย เพราะ Canva ยกขบวนรถกู้ภัยสีสันสะดุดตามาจอดเทียบท่า พร้อมทีมกู้ชีพที่ไม่ได้มาแค่โชว์ แต่มาเพื่อช่วยจริง ๆ ไม่ว่าจะพรีเซนเทชันป่วยใกล้เดดไลน์, เรซูเม่ที่ชีพจรแผ่วเบาเล่าตัวตนไม่ชัด หรือโปสเตอร์ที่ยังขาดความโดดเด่น ทีมงานจะไม่ใช่แค่คนรับจ้างทำ แต่เป็นโคชที่จะแนะวิธีใช้เครื่องมือลับและ AI บน Canva ให้คุณลงมือกู้ชีพงานด้วยตัวเอง จากไฟล์งานที่นอนแน่นิ่ง จะกลับมามีชีวิตชีวา พร้อมคืนความมั่นใจให้เจ้าของงานอีกครั้ง ปฏิบัติการนี้ไม่ได้อยู่แค่ในบูท แต่ Canva จับมือกับ ริทัศน์บางกอก (RTUS-Bangkok) ลงพื้นที่จริง ณ ซอยพระยาสิงหเสนี ย่านหัวลำโพง ด้วยการใช้พลังแห่งดีไซน์พลิกโฉมร้านค้าเก่าแก่กว่า 10 แห่ง ให้กลับมาโมเดิร์นน่าแวะเวียน โดยไม่ทิ้งเสน่ห์ดั้งเดิม เปลี่ยนตรอกที่เคยเงียบเหงา…