ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| อีลอน มัส
Read More

Elon Musk อ่วม! เป็นบุคคลแรกในประวัติศาสตร์ที่สูญเสียความมั่งคั่งสูงถึงราว 7 ล้านล้านบาท

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีชื่อดังได้กลายเป็นบุคคลคนแรกในประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการที่สูญเสียความมั่งคั่งสุทธิเป็นมูลค่ามากถึง 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 7 ล้านล้านบาท
25/05/2022

‘Tesla’ มาแล้ว จดทะเบียนบริษัทลูกในไทย ทุน 3 ล้านบาท

กลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ ในกรณีที่ 'Tesla' (เทสลา) ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกที่มีนายอีลอน มัสก์ เป็นซีอีโอ แจ้งจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฯ ในประเทศไทย ใช้ชื่อ 'บริษัท เทสลา (ประเทศไทย) จำกัด' หลังรัฐบาลทไทยให้สิทธิพิเศษทางภาษีและเงินอุดหนุนยานยนต์ไฟฟ้า
13/05/2022

Elon Musk ไม่ชอบทำแผนธุรกิจ เพราะเขาคิดว่ามันมักจะ ‘พลาดและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด’

ถึงตอนนี้ชื่อของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) คงเป็นชื่อที่ถูกกล่าวถึงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกออนไลน์ไปแล้ว ชายผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก มีทรัพย์สินกว่า 250,000 ล้านเหรียญ (ประมาณ 9 ล้านล้านบาท) จากการประเมินของเว็บไซต์ Bloomberg เพิ่งมีข่าวเรื่องการเข้าซื้อบริษัทโซเชียลมีเดียอย่าง Twitter ด้วยเงินกว่า 44,000 ล้านเหรียญ (ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท) แถมตอนนี้ยังชะลอการซื้อทวิตเตอร์อีก เขาเป็นซีอีโอของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า ​Tesla และ SpaceX บริษัทเอกชนทางด้านธุรกิจการขนส่งทางอวกาศที่มีชื่อเสียงระดับโลก และถ้าใครติดตามผลงานตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมาของเขาจะทราบดีว่าเขาประสบความสำเร็จมาแล้วหลายต่อหลายครั้งในหลากหลายธุรกิจ โดยที่เขาไม่เชื่อในการทำสิ่งที่เป็นพื้นฐานของการทำธุรกิจอย่างการทำแผนธุรกิจ (Business Plan) เลยด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดกับหลักความเชื่อในการเป็นผู้ประกอบการที่เราเคยอ่านมาจากตำราโดยสิ้นเชิง ในการสัมภาษณ์ที่งาน South by Southwest ในปี 2018 เขาได้ยอมรับอย่างเต็มอกเลยว่าได้ทิ้งแนวคิดในการพัฒนาแผนการทำงานที่เขียนขึ้นเพื่อกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของบริษัทไปแล้ว “ผมมีแผนธุรกิจย้อนกลับไปในช่วงที่ทำ Zip2 แต่สิ่งเหล่านี้มักผิดพลาดและเปลี่ยนแปลงโดยตลอด ผมเลยไม่สนใจยุ่งกับแผนธุรกิจอีกเลยหลังจากนั้น” ถ้าย้อนกลับไปดูประวัติของมัสก์ตั้งแต่เด็ก อาจจะพอเห็นภาพว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้กลายเป็นบุคคลที่นิตยสาร Times จัดให้เป็นหนึ่งใน 100…
18/04/2022

ทำไมอีลอน มัสก์ ถึงอยากซื้อ Twitter และจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

ข่าว อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้เสนอซื้อ Twitter ในราคาหุ้นละ 54.20 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้มูลค่าของ Twitter กลายเป็น 43,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมัสก์กล่าวว่านี่เป็นข้อเสนอ “สุดท้ายและดีที่สุด” ของเขาเพื่อจะซื้อบริษัทโซเชียลมีเดียแห่งนี้และเอาออกจากตลาดหุ้น โดยเขาบอกว่า “ผมไม่มีความมั่นใจในการบริหารของบริษัท” และบอกกับ เบรต เทย์เลอร์ (Bret Taylor) ประธานบอร์ดบริหารของ Twitter ว่าเขาตั้งใจอยากจะทำให้บริษัทแห่งนี้ดีขึ้นโดยบอกว่า “ทวิตเตอร์มีศักยภาพที่ไม่ธรรมดา ผมจะปลดล็อกมันเอง” ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ช่วงก่อนหน้านี้ไม่นานเขาจ่ายเงินกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อซื้อหุ้นของบริษัทรวมกว่า 9.22% ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Twitter ทันที จากนั้นบริษัทก็ประกาศว่ามัสก์จะเข้ามาอยู่ในบอร์ดบริหาร แต่สักพัก ปารัก อักราวัล (Parag Agrawal) ซีอีโอของทวิตเตอร์ ก็ประกาศกลับลำว่ามัสก์ตัดสินใจไม่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริษัทแล้ว แต่ถึงอย่างไงก็ตามบริษัทก็ยังคงเปิดกว้างรับฟังคำแนะนำของมัสก์อยู่เสมอ ในข่าวการเสนอซื้อของมัสก์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้นเขาก็บอกด้วยว่าถ้าไม่สำเร็จหรือทางบริษัทไม่รับข้อเสนอ เขาก็จะ “พิจารณาสถานะของตัวเองเรื่องการถือหุ้นที่มีอยู่ใหม่” แน่นอนว่าหลังจากนั้นบริษัทก็ออกมาชี้แจงว่าบอร์ดบริหารของ Twitter จะทำการรีวิวข้อเสนอของมัสก์อย่างละเอียดก่อนจะตัดสินใจอะไร โดยจะยึดเอาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นทุกคนเป็นหลัก ซึ่งในกรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นอะไรที่แปลกประหลาด…
12/04/2022

อีลอน มัสก์ เชื่อว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะอยู่รอดก็ต่อเมื่อเราย้ายไปตั้งรกรากบนดาวเคราะห์ดวงอื่น

ในอนาคตที่ไม่ไกลไปจากนี้สักเท่าไหร่ โลกของเรากำลังจะเปลี่ยนไปอย่างมาก สัญญาณที่ชัดเจนล่าสุดเราได้เห็นสภาพอากาศหนาวเย็นลงในช่วงเดือนเมษายนแบบกระทันหัน ฝนตกช่วงฤดูหนาว ฤดูหนาวที่อากาศร้อน พายุฝนและหิมะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและคาดเดาได้ยาก อากาศแปรปรวนอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของโลก ดูเหมือนว่าภาวะโลกร้อนกำลังรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้อย่างที่ไม่มีใครรู้เลยว่าโลกใบนี้จะสามารถประคับประคองชีวิตหลายพันล้านชีวิตไปได้อีกนานแค่ไหน อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง SpaceX บริษัทเอกชนทางด้านธุรกิจการขนส่งทางอวกาศเชื่อว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์มีโอกาสสูญพันธุ์ในอนาคต ตราบใดที่เรายังไม่สามารถไปตั้งรกรากบนดาวเคราะห์ดวงอื่นได้ ซึ่งวิสัยทัศน์ของเขาตั้งแต่เริ่มทำบริษัทคือการไปก่อตั้งอาณานิคมของมนุษย์บนดาวเคราะห์สีแดงเพื่อนบ้านอย่างดาวอังคารให้สำเร็จ และทำให้การเดินทางด้วยจรวดอวกาศระหว่างโลกกับดาวอังคารเป็นเรื่องปกติเหมือนที่เราเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างทุกวันนี้ มัสก์เคยตั้งข้อสงสัยว่า “[ผม]สงสัยว่ามีอารยธรรม ‘ดาวเคราะห์ดวงเดียว’ ที่ตายแล้วกี่แห่งในจักรวาล? สายพันธุ์ที่ไม่เคยไปถึงดาวดวงอื่นและใช้ทรัพยากรจนตัวเองดับสูญไปในที่สุดหรือถูกทำลายโดยปัจจัยภายนอก น่าจะมีอยู่บ้างแหละ” และเขาให้ความเห็นต่อว่า “เราไม่อยากเป็นสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์เดียว แต่เราอยากเป็นสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์หลายดวง” จักรวาลเป็นสิ่งที่กว้างใหญ่ มีความเป็นไปได้มากมาย แต่มันก็มีเรื่องที่เราไม่รู้อีกเต็มไปหมดเช่นเดียวกัน โลกที่เราอาศัยอยู่นี้ถือเป็นเพียง "เศษผงบนเศษผงบนเศษผง" ของจักรวาลแห่งนี้ แต่ในขณะเดียวกันชีวิตหลายพันชีวิต ทั้งสัตว์ต่าง ๆ ทั้งมนุษย์ เรื่องราวมากมาย ประวัติศาสตร์ ศาสนา สงคราม สังคม ความยากดีมีจน ฯลฯ ก็ดำเนินอยู่บนเศษผงแห่งนี้ เราจะเรียกสิ่งนี้ว่าปาฏิหารย์ก็คงไม่ผิดนัก มัสก์เห็นความเป็นไปได้สองอย่างที่จะเกิดขึ้นกับมนุษยชาติในอนาคต เราอาศัยอยู่บนโลกใบนี้จนกว่าเหตุการณ์วันโลกาวินาศที่เกิดจากภายในหรือภายนอกจะลบล้างเราทั้งหมดออก ทุกอย่างหายไปจนหมดสิ้น ซึ่งนั่นอาจจะเป็นพันล้านปีต่อจากนี้ อาจจะเป็นพรุ่งนี้ก็ได้ไม่มีใครทราบเรากลายเป็นสปีชีส์หลายดาวเคราะห์ (multi-planetary species)…
03/03/2022

‘มันสายไปแล้ว’ ​คำเตือนสุดท้ายของ Elon Musk เกี่ยวกับ ​AI

ภาวะโลกร้อน? สงครามนิวเคลียร์? ไดโนเสาร์ถูกปลุกขึ้นมาแล้วกลับมาครองโลก? อุกกาบาตลูกใหญ่พุ่งชนโลก? เอเลียนจากต่างดาวมาบุกโลก? นั่นคือจุดจบของโลกที่หลายคนอาจจะคิด แต่สำหรับ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) แล้วไม่ใช่เลย เขาจินตนาการถึงวันสิ้นโลกที่แตกต่างออกไป เพราะเขาเชื่อว่าสมองกล หรือ AI (Artificial Intelligence) นี่แหละจะเป็นคนจบประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ในรายการพอดแคสต์ของ โจ โรแกน (Joe Rogan) เมื่อไม่กี่ปีก่อนมัสก์บอกว่า “ผมพยายามจะบอกทุกคนว่าให้ชะลอเรื่อง AI ให้ควบคุม AI แต่มันไร้ประโยชน์ ผมพยายามมาหลายปีแล้ว แต่ไม่มีใครฟังเลย” มัสก์บอกว่ากระบวนการและขั้นตอนการออกกฎหมายนั้นค่อนข้างช้า ต้องมีการประชุม ต้องมีการลงคะแนนต่าง ๆ มากมาย ซึ่งระหว่างนั้นก็จะมีความเสียหายเกิดขึ้น เขาเปรียบเทียบกับกฎหมายของเข็มขัดนิรภัยที่กว่าจะผ่านก็ใช้เวลามากกว่า 10 ปี และถ้าใช้กรอบเวลาเดียวกันกับ AI เมื่อมันเริ่มแสดงถึงความอันตรายบางอย่าง (เช่นมีคนเสียชีวิต) ทุกอย่างก็จะ ‘สายเกินไปแล้ว’ เมื่อถึงตอนนั้น มัสก์กล่าวว่าความคืบหน้าในการพัฒนา AI ในปัจจุบันคือการ “เรียกปีศาจให้มาหา” เลยทีเดียว ในพอดแคสต์มัสก์แชร์อย่างชัดเจนถึงความน่ากลัวของ AI…
22/12/2021

หนังสือ 5 เล่มที่ทำให้ Elon Musk กลายเป็นมหาเศรษฐี

อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ 2 วัน ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาเพื่อสร้างบริษัทแรกของตัวเองชื่อ 'Zip2' ในวัย 24 ปี หลังจากนั้น 3 ปีเขาขายบริษัทนั้นออกไปด้วยมูลค่ากว่า 307 ล้านเหรียญ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จอย่างมากคนหนึ่ง ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งกับสื่อ 'Rolling Stone' มีประเด็นหนึ่งที่เขากล่าวถึงเกี่ยวกับนิสัยการอ่านหนังสือของเขาที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กและอิทธิพลของมันที่มีต่อแนวคิดและการตัดสินใจของเขาตลอดช่วงเวลาที่ผ่าน ในการสัมภาษณ์เขาบอกว่าเขา “โตมากับหนังสือ” เลยทีเดียว “ผมไม่เคยพี่เลี้ยงหรืออะไรแบบนั้นเลย ผมมีแม่บ้านที่คอยระวังไม่ให้ผมทำข้าวของเสียหาย ผมก็ออกไปทำพวกระเบิด และอ่านหนังสือ แล้วก็ทำจรวด” นิสัยรักการอ่านหนังสือของเขานั้นเป็นมาตั้งแต่เด็ก พี่ชายของเขาบอกว่ามัสก์โตมากับการอ่าน บางช่วงอ่านหนังสือวันละ 2 เล่ม และบางครั้งก็นานเป็น 10 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว โดยหนังสือที่มัสก์มักกล่าวถึงนั้นทำให้เห็นพื้นฐานของแนวคิดที่เขาได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานจนประสบความสำเร็จเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของโลกในเวลานี้ เล่มที่ 1 'Benjamin Franklin : An American Life' โดย Walter Isaacson มัสก์มักพูดถึงหนังสือเล่มนี้อยู่เสมอ เขานับว่า เบนจามิน แฟรงคลิน (หนึ่งในบิดาผู้สร้างชาติของสหรัฐอเมริกา)…

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)