Tags
| อีลอน มัส
11/01/2023
สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1096 days ago
Elon Musk อ่วม! เป็นบุคคลแรกในประวัติศาสตร์ที่สูญเสียความมั่งคั่งสูงถึงราว 7 ล้านล้านบาท
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีชื่อดังได้กลายเป็นบุคคลคนแรกในประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการที่สูญเสียความมั่งคั่งสุทธิเป็นมูลค่ามากถึง 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 7 ล้านล้านบาท25/05/2022
‘Tesla’ มาแล้ว จดทะเบียนบริษัทลูกในไทย ทุน 3 ล้านบาท
กลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ ในกรณีที่ 'Tesla' (เทสลา) ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกที่มีนายอีลอน มัสก์ เป็นซีอีโอ แจ้งจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฯ ในประเทศไทย ใช้ชื่อ 'บริษัท เทสลา (ประเทศไทย) จำกัด' หลังรัฐบาลทไทยให้สิทธิพิเศษทางภาษีและเงินอุดหนุนยานยนต์ไฟฟ้าพงศ์ปณต สุรเชษฐพงษ์ | 1327 days ago
Read More13/05/2022
Elon Musk ไม่ชอบทำแผนธุรกิจ เพราะเขาคิดว่ามันมักจะ ‘พลาดและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด’
ถึงตอนนี้ชื่อของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) คงเป็นชื่อที่ถูกกล่าวถึงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกออนไลน์ไปแล้ว ชายผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก มีทรัพย์สินกว่า 250,000 ล้านเหรียญ (ประมาณ 9 ล้านล้านบาท) จากการประเมินของเว็บไซต์ Bloomberg เพิ่งมีข่าวเรื่องการเข้าซื้อบริษัทโซเชียลมีเดียอย่าง Twitter ด้วยเงินกว่า 44,000 ล้านเหรียญ (ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท) แถมตอนนี้ยังชะลอการซื้อทวิตเตอร์อีก เขาเป็นซีอีโอของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า Tesla และ SpaceX บริษัทเอกชนทางด้านธุรกิจการขนส่งทางอวกาศที่มีชื่อเสียงระดับโลก และถ้าใครติดตามผลงานตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมาของเขาจะทราบดีว่าเขาประสบความสำเร็จมาแล้วหลายต่อหลายครั้งในหลากหลายธุรกิจ โดยที่เขาไม่เชื่อในการทำสิ่งที่เป็นพื้นฐานของการทำธุรกิจอย่างการทำแผนธุรกิจ (Business Plan) เลยด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดกับหลักความเชื่อในการเป็นผู้ประกอบการที่เราเคยอ่านมาจากตำราโดยสิ้นเชิง ในการสัมภาษณ์ที่งาน South by Southwest ในปี 2018 เขาได้ยอมรับอย่างเต็มอกเลยว่าได้ทิ้งแนวคิดในการพัฒนาแผนการทำงานที่เขียนขึ้นเพื่อกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของบริษัทไปแล้ว “ผมมีแผนธุรกิจย้อนกลับไปในช่วงที่ทำ Zip2 แต่สิ่งเหล่านี้มักผิดพลาดและเปลี่ยนแปลงโดยตลอด ผมเลยไม่สนใจยุ่งกับแผนธุรกิจอีกเลยหลังจากนั้น” ถ้าย้อนกลับไปดูประวัติของมัสก์ตั้งแต่เด็ก อาจจะพอเห็นภาพว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้กลายเป็นบุคคลที่นิตยสาร Times จัดให้เป็นหนึ่งใน 100…โสภณ ศุภมั่งมี | 1339 days ago
Read More18/04/2022
ทำไมอีลอน มัสก์ ถึงอยากซื้อ Twitter และจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
ข่าว อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้เสนอซื้อ Twitter ในราคาหุ้นละ 54.20 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้มูลค่าของ Twitter กลายเป็น 43,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมัสก์กล่าวว่านี่เป็นข้อเสนอ “สุดท้ายและดีที่สุด” ของเขาเพื่อจะซื้อบริษัทโซเชียลมีเดียแห่งนี้และเอาออกจากตลาดหุ้น โดยเขาบอกว่า “ผมไม่มีความมั่นใจในการบริหารของบริษัท” และบอกกับ เบรต เทย์เลอร์ (Bret Taylor) ประธานบอร์ดบริหารของ Twitter ว่าเขาตั้งใจอยากจะทำให้บริษัทแห่งนี้ดีขึ้นโดยบอกว่า “ทวิตเตอร์มีศักยภาพที่ไม่ธรรมดา ผมจะปลดล็อกมันเอง” ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ช่วงก่อนหน้านี้ไม่นานเขาจ่ายเงินกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อซื้อหุ้นของบริษัทรวมกว่า 9.22% ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Twitter ทันที จากนั้นบริษัทก็ประกาศว่ามัสก์จะเข้ามาอยู่ในบอร์ดบริหาร แต่สักพัก ปารัก อักราวัล (Parag Agrawal) ซีอีโอของทวิตเตอร์ ก็ประกาศกลับลำว่ามัสก์ตัดสินใจไม่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริษัทแล้ว แต่ถึงอย่างไงก็ตามบริษัทก็ยังคงเปิดกว้างรับฟังคำแนะนำของมัสก์อยู่เสมอ ในข่าวการเสนอซื้อของมัสก์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้นเขาก็บอกด้วยว่าถ้าไม่สำเร็จหรือทางบริษัทไม่รับข้อเสนอ เขาก็จะ “พิจารณาสถานะของตัวเองเรื่องการถือหุ้นที่มีอยู่ใหม่” แน่นอนว่าหลังจากนั้นบริษัทก็ออกมาชี้แจงว่าบอร์ดบริหารของ Twitter จะทำการรีวิวข้อเสนอของมัสก์อย่างละเอียดก่อนจะตัดสินใจอะไร โดยจะยึดเอาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นทุกคนเป็นหลัก ซึ่งในกรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นอะไรที่แปลกประหลาด…โสภณ ศุภมั่งมี | 1364 days ago
Read More12/04/2022
อีลอน มัสก์ เชื่อว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะอยู่รอดก็ต่อเมื่อเราย้ายไปตั้งรกรากบนดาวเคราะห์ดวงอื่น
ในอนาคตที่ไม่ไกลไปจากนี้สักเท่าไหร่ โลกของเรากำลังจะเปลี่ยนไปอย่างมาก สัญญาณที่ชัดเจนล่าสุดเราได้เห็นสภาพอากาศหนาวเย็นลงในช่วงเดือนเมษายนแบบกระทันหัน ฝนตกช่วงฤดูหนาว ฤดูหนาวที่อากาศร้อน พายุฝนและหิมะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและคาดเดาได้ยาก อากาศแปรปรวนอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของโลก ดูเหมือนว่าภาวะโลกร้อนกำลังรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้อย่างที่ไม่มีใครรู้เลยว่าโลกใบนี้จะสามารถประคับประคองชีวิตหลายพันล้านชีวิตไปได้อีกนานแค่ไหน อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง SpaceX บริษัทเอกชนทางด้านธุรกิจการขนส่งทางอวกาศเชื่อว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์มีโอกาสสูญพันธุ์ในอนาคต ตราบใดที่เรายังไม่สามารถไปตั้งรกรากบนดาวเคราะห์ดวงอื่นได้ ซึ่งวิสัยทัศน์ของเขาตั้งแต่เริ่มทำบริษัทคือการไปก่อตั้งอาณานิคมของมนุษย์บนดาวเคราะห์สีแดงเพื่อนบ้านอย่างดาวอังคารให้สำเร็จ และทำให้การเดินทางด้วยจรวดอวกาศระหว่างโลกกับดาวอังคารเป็นเรื่องปกติเหมือนที่เราเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างทุกวันนี้ มัสก์เคยตั้งข้อสงสัยว่า “[ผม]สงสัยว่ามีอารยธรรม ‘ดาวเคราะห์ดวงเดียว’ ที่ตายแล้วกี่แห่งในจักรวาล? สายพันธุ์ที่ไม่เคยไปถึงดาวดวงอื่นและใช้ทรัพยากรจนตัวเองดับสูญไปในที่สุดหรือถูกทำลายโดยปัจจัยภายนอก น่าจะมีอยู่บ้างแหละ” และเขาให้ความเห็นต่อว่า “เราไม่อยากเป็นสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์เดียว แต่เราอยากเป็นสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์หลายดวง” จักรวาลเป็นสิ่งที่กว้างใหญ่ มีความเป็นไปได้มากมาย แต่มันก็มีเรื่องที่เราไม่รู้อีกเต็มไปหมดเช่นเดียวกัน โลกที่เราอาศัยอยู่นี้ถือเป็นเพียง "เศษผงบนเศษผงบนเศษผง" ของจักรวาลแห่งนี้ แต่ในขณะเดียวกันชีวิตหลายพันชีวิต ทั้งสัตว์ต่าง ๆ ทั้งมนุษย์ เรื่องราวมากมาย ประวัติศาสตร์ ศาสนา สงคราม สังคม ความยากดีมีจน ฯลฯ ก็ดำเนินอยู่บนเศษผงแห่งนี้ เราจะเรียกสิ่งนี้ว่าปาฏิหารย์ก็คงไม่ผิดนัก มัสก์เห็นความเป็นไปได้สองอย่างที่จะเกิดขึ้นกับมนุษยชาติในอนาคต เราอาศัยอยู่บนโลกใบนี้จนกว่าเหตุการณ์วันโลกาวินาศที่เกิดจากภายในหรือภายนอกจะลบล้างเราทั้งหมดออก ทุกอย่างหายไปจนหมดสิ้น ซึ่งนั่นอาจจะเป็นพันล้านปีต่อจากนี้ อาจจะเป็นพรุ่งนี้ก็ได้ไม่มีใครทราบเรากลายเป็นสปีชีส์หลายดาวเคราะห์ (multi-planetary species)…โสภณ ศุภมั่งมี | 1370 days ago
Read More03/03/2022
‘มันสายไปแล้ว’ คำเตือนสุดท้ายของ Elon Musk เกี่ยวกับ AI
ภาวะโลกร้อน? สงครามนิวเคลียร์? ไดโนเสาร์ถูกปลุกขึ้นมาแล้วกลับมาครองโลก? อุกกาบาตลูกใหญ่พุ่งชนโลก? เอเลียนจากต่างดาวมาบุกโลก? นั่นคือจุดจบของโลกที่หลายคนอาจจะคิด แต่สำหรับ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) แล้วไม่ใช่เลย เขาจินตนาการถึงวันสิ้นโลกที่แตกต่างออกไป เพราะเขาเชื่อว่าสมองกล หรือ AI (Artificial Intelligence) นี่แหละจะเป็นคนจบประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ในรายการพอดแคสต์ของ โจ โรแกน (Joe Rogan) เมื่อไม่กี่ปีก่อนมัสก์บอกว่า “ผมพยายามจะบอกทุกคนว่าให้ชะลอเรื่อง AI ให้ควบคุม AI แต่มันไร้ประโยชน์ ผมพยายามมาหลายปีแล้ว แต่ไม่มีใครฟังเลย” มัสก์บอกว่ากระบวนการและขั้นตอนการออกกฎหมายนั้นค่อนข้างช้า ต้องมีการประชุม ต้องมีการลงคะแนนต่าง ๆ มากมาย ซึ่งระหว่างนั้นก็จะมีความเสียหายเกิดขึ้น เขาเปรียบเทียบกับกฎหมายของเข็มขัดนิรภัยที่กว่าจะผ่านก็ใช้เวลามากกว่า 10 ปี และถ้าใช้กรอบเวลาเดียวกันกับ AI เมื่อมันเริ่มแสดงถึงความอันตรายบางอย่าง (เช่นมีคนเสียชีวิต) ทุกอย่างก็จะ ‘สายเกินไปแล้ว’ เมื่อถึงตอนนั้น มัสก์กล่าวว่าความคืบหน้าในการพัฒนา AI ในปัจจุบันคือการ “เรียกปีศาจให้มาหา” เลยทีเดียว ในพอดแคสต์มัสก์แชร์อย่างชัดเจนถึงความน่ากลัวของ AI…โสภณ ศุภมั่งมี | 1410 days ago
Read More22/12/2021
หนังสือ 5 เล่มที่ทำให้ Elon Musk กลายเป็นมหาเศรษฐี
อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ 2 วัน ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาเพื่อสร้างบริษัทแรกของตัวเองชื่อ 'Zip2' ในวัย 24 ปี หลังจากนั้น 3 ปีเขาขายบริษัทนั้นออกไปด้วยมูลค่ากว่า 307 ล้านเหรียญ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จอย่างมากคนหนึ่ง ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งกับสื่อ 'Rolling Stone' มีประเด็นหนึ่งที่เขากล่าวถึงเกี่ยวกับนิสัยการอ่านหนังสือของเขาที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กและอิทธิพลของมันที่มีต่อแนวคิดและการตัดสินใจของเขาตลอดช่วงเวลาที่ผ่าน ในการสัมภาษณ์เขาบอกว่าเขา “โตมากับหนังสือ” เลยทีเดียว “ผมไม่เคยพี่เลี้ยงหรืออะไรแบบนั้นเลย ผมมีแม่บ้านที่คอยระวังไม่ให้ผมทำข้าวของเสียหาย ผมก็ออกไปทำพวกระเบิด และอ่านหนังสือ แล้วก็ทำจรวด” นิสัยรักการอ่านหนังสือของเขานั้นเป็นมาตั้งแต่เด็ก พี่ชายของเขาบอกว่ามัสก์โตมากับการอ่าน บางช่วงอ่านหนังสือวันละ 2 เล่ม และบางครั้งก็นานเป็น 10 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว โดยหนังสือที่มัสก์มักกล่าวถึงนั้นทำให้เห็นพื้นฐานของแนวคิดที่เขาได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานจนประสบความสำเร็จเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของโลกในเวลานี้ เล่มที่ 1 'Benjamin Franklin : An American Life' โดย Walter Isaacson มัสก์มักพูดถึงหนังสือเล่มนี้อยู่เสมอ เขานับว่า เบนจามิน แฟรงคลิน (หนึ่งในบิดาผู้สร้างชาติของสหรัฐอเมริกา)…โสภณ ศุภมั่งมี | 1481 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago













