ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| เมียนมา
16/06/2023
Read More

beartai จับมือบริษัท LIC เซ็น MOU รุกตลาดประเทศเมียนมาอย่างเป็นทางการ

หลังจากการประกาศจับมือเซ็น MOU ร่วมกับ TNK Investment Consultant Sole Co., Ltd เพื่อเผยแพร่เนื้อหาข่าวสารด้านไลฟ์สไตล์เทคโนโลยีในประเทศลาวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ล่าสุดวันที่ 16 มิถุนายน 2566 หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ CEO และผู้ก่อตั้งบริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกันกับ คุณซีตู เฮน (Mr. Si Thu Hein), คุณศรีกานต์ นาคะวิสุทธิ์ (ลูกแก้ว) และคุณธีฮ่า ซอ (Mr. Thiha Zaw) จากบริษัท LIC Co., Ltd. ดำเนินงานกิจการในประเทศเมียนมาเพื่อสร้างสรรค์ผลิตเนื้อหา “แบไต๋” สู่สายตาชาวเมียนมามากยิ่งขึ้น
A garment factory in Yangon
Photo By Reuters
03/04/2023

Uniqlo ถอนธุรกิจจากเมียนมา เผยความไม่สงบทางการเมืองกระทบการผลิต

ฟาสต์ รีเทลลิง (Fast Retailing) เจ้าของแบรนด์ยูนิโคล่ (Uniqlo) ประกาศถอนธุรกิจจากเมียนมา หลัวความไม่สงบทางการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อการผลิต
naypyidaw international airport
27/02/2023

ชาวเมียนมาแห่ทำพาสปอร์ตล้น รับญี่ปุ่นเปิดประเทศ – หนีเศรษฐกิจซบเซา

ชาวเมียนมาจำนวนมากหลั่งไหลออกนอกประเทศ เพื่อการไปทำงานและศึกษาต่อ โดยมีการยื่นขอหนังสือเดินทางจำนวนมาก จนทางการต้องปิดรับการจองคิวทำหนังสือเดินทางผ่านเว็บไซต์
Chevron, the United States’ second-largest oil and gas producer
Chevron, the United States’ second-largest oil and gas producer, has a long history of investing heavily in Washington influence.Credit...Jonathan Bachman/Reuters
11/02/2023

Chevron ถอนตัวออกจากเมียนมา พร้อมประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชน

เชฟรอน (Chevron) บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศว่า บริษัทฯ ได้ตกลงที่จะขายสินทรัพย์ในประเทศเมียนมาให้กับ MTI บริษัทจากประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นข้อตกลงที่จะทำให้เชฟรอนสามารถถอนตัวออกจากเมียนมาได้
Myanmar to Lower Dollar Reliance in Favor of Ruble, Rupee, Yuan
20/09/2022

เมียนมาเตรียมลดการใช้เงินดอลลาร์ของสหรัฐฯ หนุนเงินรูเบิล – รูปี – หยวน

รัฐบาลทหารของเมียนมาต้องการขยายการใช้สกุลเงินของจีนและรัสเซีย รวมถึงลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ของสหรัฐฯ ลง
31/03/2022

ความหวังของหนุ่มสาวชาวเมียนมาที่ลี้ภัย เพื่อสมัครเข้าศึกษาในต่างแดน

แม่สอดปีนี้มีหนุ่มสาววัยรุ่นชาวเมียนมาอย่างน้อย ๆ 33 คนที่เติบโตในค่ายผู้ลี้ภัยในไทย จะได้มีโอกาสเข้าสู่สถาบันการศึกษาชั้นสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้เขียนมีโอกาสพบปะหนุ่มสาวกลุ่มนี้ รู้สึกประทับใจและชื่นชมความมุ่งมั่นและความซื่อสัตย์ในความคิด นักเรียนกลุ่มนี้เป็นนักเรียนที่ผ่านการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าโรงเรียนติวเข้มพิเศษเพื่อสอบใบประกาศนียบัตรจีอี (General Examination Diploma) ของสหรัฐอเมริกา เพื่อจะได้นำไปใช้สมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในไทยและต่างประเทศได้ เนื่องจากนักศึกษาหนุ่มสาวเหล่านี้เติบโตและเรียนรู้ในค่ายผู้อพยพต่าง ๆ ตามตะเข็บชายแดนไทยที่มีอยู่ 9 แห่ง เช่นที่ค่ายบ้านแม่หละ บ้านอุ้มเปี้ยม บ้านแม่ลามาหลวง และค่ายผู้ลี้ภัยอื่นในแม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และราชบุรี ล่าสุดมีจำนวนผู้ลี้ภัยทั้งสิ้นประมาณเกือบ 1 แสนคน วัยรุ่นกลุ่มนี้ได้เรียนหนังสือในค่ายเหล่านี้มาอย่างน้อยก็ 10 ปี อายุเฉลี่ยระหว่าง 17 ถึง 23 ปี ไม่ได้ผ่านระบบการศึกษาที่ทางกระทรวงศึกษาธิการไทยยอมรับ ฉะนั้นใบจีอีนี้ถือเป็นใบเบิกทางที่สำคัญมาก ๆ ของนักศึกษาเหล่านี้ ที่โรงเรียนมินมาเฮาในอำเภอแม่สอด นักศึกษาสอบผ่านการคัดเลือกจากค่ายอพยพต่าง ๆ จะได้รับการติวเข้มจากอาจารย์อาสาสมัครทั้งในประเทศและจากต่างประเทศเป็นเวลาหนึ่งปี โรงเรียนนี้เป็นสถาบันเดียวในไทยที่เตรียมนักศึกษาหนุ่มสาวที่เติบโตในค่ายอพยพให้เข้ารับการฝึกฝนวิชาสอบ เช่น คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ด้านการเรียนรู้ ยังมีวิชาเสริมทักษะต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ของสังคมรอบด้าน และบ่มนิสัยร่วมคิดร่วมมือกัน เพื่อปกป้องชุมชนให้มีสันติภาพและเสถียรภาพ  ในโรงเรียนแห่งนี้มีชาติพันธุ์หลากหลายของเมียนมานั่งเคียงบ่าเคียงไหล่กันเรียนรู้ด้วยกัน…
‘เมียนมา’ เตรียมเปิดโรงหนังอีกครั้ง หลังคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้
28/03/2022

‘เมียนมา’ เตรียมเปิดโรงหนังอีกครั้ง หลังคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้

กระทรวงสารสนเทศเมียนมา ประกาศเปิดบริการโรงภาพยนตร์ประมาณ 60 แห่งในประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 65 ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข อู เอ จเว (U Aye Kywe) เจ้าหน้าที่จากกระทรวงสารสนเทศเมียนมา กล่าวกับสำนักข่าวซินหัวว่าโรงภาพยนตร์ประมาณ 60 แห่งได้รับอนุญาตให้เปิดบริการอีกครั้งในระยะแรก ตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นวันปีใหม่ของเมียนมา ตามขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOPs) สำหรับการเปิดโรงภาพยนตร์อีกครั้ง เมียนมาพบผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ลดลงช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยอดผู้ป่วยรายวันลดเหลือ 267 ราย ในวันพุธ (23 มี.ค.) ซึ่งเป็นช่วงที่กระทรวงฯ ประกาศว่าจะอนุญาตให้เปิดบริการโรงภาพยนตร์อีกครั้ง เขากล่าวว่า การดำเนินงานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโรงภาพยนตร์ในเมียนมาหยุดชะงักไป เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ปัจจุบัน สถานการณ์การระบาดในประเทศอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว กระทรวงฯ จึงตัดสินใจให้เปิดโรงภาพยนตร์ได้อีกครั้ง เพื่อทำรายได้ให้กับผู้สร้างภาพยนตร์และผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมนี้ ทั้งนี้ โรงภาพยนตร์ในเมียนมาได้ปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. 64 เพื่อลดการแพร่ระบาดจากการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก ที่มา : ซินหัว พิสูจน์อักษร…
23/03/2022

เมื่อ ‘สงครามตัวแทน’ รัสเซีย-ยูเครน ปะทุด่านชายแดนตะวันตกของไทย

อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาและหัวหน้าซีไอเอ นายลีออน พาเน็ตตา (Leon Panetta) ได้ฟันธงแล้วว่าสงครามรัสเซียและยูเครนนั้นเป็น 'สงครามตัวแทน' หรือที่เราเรียกว่า "Proxy War” ไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งสหรัฐอเมริกาและองค์การนาโต้ (NATO) ได้ออกมาสนับสนุนยูเครนทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้งทุ่มงบประมาณความมั่นคงอย่างท่วมท้น ทำให้ขีดความสามารถของกองทัพยูเครนในการต้านการโจมตีรุกรานรัสเซียเพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การต่อสู้สามารถยืดเยื้อไปได้อีกในขณะที่ยังมีการเจรจาหย่าศึก ไทยเราต้องศึกษาสงครามครั้งนี้เพราะมันจะส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมทางด้านความมั่นคงต่อประเทศไทยในอนาคต ปัจจุบันนี้ เหตุการณ์ในเมียนมามีโอกาสที่มหาอำนาจจะมาแทรกแซงได้ทุกเมื่อ ถ้ากระบวนการสันติภาพที่อาเซียนเตรียมไว้ในกรอบฉันทามติห้าข้อที่ตกลงกันไว้ในเดือนเมษายนปีก่อน ก็ยังไม่ได้ส่งผลที่เป็นรูปธรรมในการหยุดยิงและการสู้รบของฝ่ายต่าง ๆ ในเมียนมา ตั้งแต่มีการยึดอำนาจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว มีคนเสียชีวิตเกือบ 2,000 คน และมีผู้ลี้ภัยภายในประเทศมากกว่า 500,000 คน โดยเฉพาะทางด้านภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ช่วงฤดูแล้งนี้ ในเมียนมา การสู้รบระหว่างทหารรัฐบาลกับกองกำลังฝ่ายต่อต้านรวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์จะเพิ่มสูงขี้นเพราะดินฟ้าอากาศอำนวยก่อนที่ฤดูฝนจะเริ่มในช่วงเดือนหก ต่างฝ่ายต่างต้องการชิงความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์เพื่อนำมาใช้เป็นอำนาจและข้อต่อรองในช่วงมีการเจรจาในอนาคต ขณะนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน เนื่องจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังคิดว่าฝ่ายตนสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ ความคิดแบบนี้จะทำให้เกิดการแทรกแซงขึ้นมาได้ง่าย ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนคือรัฐบาลทหารเมียนมาในปัจจุบันชั่วร้าย มาตรกรเลือดเย็น ทำลายประชาธิปไตย ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา ฉะนั้นประเทศที่สนับสนุนประชาธิปไตยในโลกตะวันตก (หมายถึงการต่อสู้ระหว่างประชาธิปไตยและเผด็จการ) จะต้องช่วยฝ่ายต่อต้านโดยเฉพาะรัฐบาลพลัดถิ่นชนะการเลือกตั้ง และได้จัดตั้งกองทัพประชาชนให้มีขีดความสามารถมากพอที่จะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา สำคัญที่สุดคือไทยมีชายแดนติดกับเมียนมายาวที่สุดถึง 2,041 กิโลเมตร มากกว่าทุกประเทศคือ จีน อินเดีย ลาว บังคลาเทศ…
28/09/2021

ทำไมพรรค NLD ของเมียนมา ยังรักษาที่นั่งใน UN ได้?

2 อาทิตย์ก่อนที่จะมีการประชุมสมัชชาสหประชาชาติครั้งที่ 76 ในมหานครนิวยอร์ก พรรคเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government of Myanmar - NUG) ที่มีสมาชิกผู้แทนราษฎรรวมอยู่ด้วย ได้ออกมาประกาศให้ประชาชนเมียนมาในประเทศลุกฮือขึ้นมาจับอาวุธต่อสู้กับฝ่ายทหารเมียนมาซึ่งครองอำนาจอยู่ในขณะนี้หลังการปฎิวัติเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ การเรียกร้องครั้งนี้ของพรรคเอ็นยูจีสร้างความกระสับกระส่ายให้อาเซียนและประเทศคู่เจรจาทั้งหลายเป็นอย่างมาก เพราะในทางลึกบรรดาประเทศเกี่ยวข้องในวิกฤตเมียนมากำลังหาลู่ทางการนำฉันทามติห้าข้ออาเซียนมาปฎิบัติโดยเร็ว โดยพยายามที่จะสร้างบรรยากาศให้กลุ่มขัดแย้งในเมียนมาร์ต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งกลุ่มนักการเมือง ฝ่ายค้าน กลุ่มชาติพันธ์ุ นักต่อสู้รณรงค์ จากภาคประชาสังคม ได้มีโอกาสให้ทุกฝ่ายได้จับเข่าคุยกัน เพื่อหาทางยุติการสู้รบ ขณะนี้การสู้รบยังมีประปรายทั้งประเทศ ถือเป็นกรณีของการก่อความไม่สงบมากกว่าคือมีการวางระเบิดสถานที่ราชการหรือทำลายทรัพย์สินของรัฐ เช่น รางรถไฟหรือตัดสายไฟฟ้า สถานการณ์เช่นนี้ไม่เอื้ออำนวยให้อาเซียนสามารถส่งอาหาร ยารักษาโรค รวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นในการป้องกันและรักษาต้านโรคโควิด-19 ที่กำลังระบาดอย่างหนักในประเทศให้กับองค์การกาชาดของเมียนมาได้ ในฐานะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ไทยได้ช่วยเหลือเมียนมาร์มาตลอด ตั้งแต่มีวิกฤติการเมืองมาเป็นเวลาแปดเดือน โดยให้การช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม รวมทั้งยารักษาโรคและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นในการป้องกันและรักษาโรคระบาดโควิด-19 โดยผ่านสภากาชาดไทย คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 24 ล้านบาท นอกจากนั้นรัฐบาลไทยยังบริจาคเงินช่วยเหลืออีก 5 ล้านบาทให้กับองค์กรกาชาดของเมียนมา การที่ทูตเมียนมา จอ โม ตุน (Kyaw Moh…
09/07/2021

Telenor ขายกิจการโทรคมนาคมในเมียนมา เซ่นพิษรัฐประหาร

บริษัทโทรคมนาคมอย่างเทเลนอร์ (Telenor) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดในเมียนมา ประกาศถอนตัวและขายกิจการของตัวเองออกจากเมียนมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหตุเพราะการทำธุรกิจเริ่มยุ่งยากมากขึ้นหลังจากการปกครองโดยรัฐบาลทหาร
08/07/2021

ลุ่มน้ำโขง: สนามใหม่ในการประลองกำลังของมหาอำนาจ

ลุ่มแม่น้ำโขงจะเป็นพื้นที่มหาอำนาจอยากเข้ามามีบทบาทเพื่อสร้างอิทธิพลในแผ่นดินใหญ่เอเชียอาคเนย์  ปัจจุบันนี้ ลุ่มแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่ซึ่งมีทรัพยากรและชีวภาพหลากหลาย กำลังเนื้อหอมดึงดูดมหาอำนาจให้เข้ามาปักหมุด นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ไทยพยายามจะฟื้นฟูยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategies: ACMECS หรือ แอ็กเม็กส์) เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองของประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงกับมหาอำนาจ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหภาพยุโรป เป็นต้น แอ็กเม็กส์เป็นข้อริเริ่มของไทย จัดตั้งขึ้นในปี 2546 มี 5 ประเทศที่ตั้งอยู่ในแม่น้ำโขงตอนล่าง ได้แก่ กัมพูชา ลาว เวียดนาม เมียนมา และไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเวทีส่งเสริมการพัฒนาในลุ่มแม่น้ำโขงในแง่มุมต่าง ๆ รวมทั้งความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ การสอดประสานด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาภูมิภาคอย่างยั่งยืนและมีนวัตกรรม  ช่วงที่ผ่านมาแอ็กเม็กส์ไม่ค่อยกระตือรือล้นหรือมีผลงาน เพราะประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงต่างมีปัญหาภายในประเทศที่ต้องดูแล 2 ปีที่แล้วไทยเป็นประธานอีกครั้งได้รื้อฟื้นกรอบภูมิภาคนี้ให้มีพลังและพลวัตรทางยุทธศาสตร์ความมั่นคงรวมกับทางด้านเศรษฐกิจ ไทยเห็นว่าสหรัฐอเมริกา และจีนได้หันมาแข่งขันกันในลุ่มแม่น้ำโขงมากขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาได้ร่วมมือกับญี่ปุ่นและออสเตรเลียตอบโต้สิ่งที่เป็นรูปธรรมที่จีนได้ประสบความสำเร็จทางด้านการลงทุนและขยายเครือข่ายความเชื่อมโยงซึ่งมีมากกว่า 500 โครงการ อีกไม่ช้าไทยอาจจะได้รับความเห็นชอบจากประเทศสมาชิกในการจัดตั้งสำนักเลขาธิการแอ็กเม็กส์ที่กรุงเทพฯ ตอนนี้กำลังล็อบบีกันอยู่ เพื่อแสดงความจริงใจและมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างแอ็กเม็กส์ รัฐบาลไทยได้สนับสนุนเงินทุนถึง 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ…
21/06/2021

เมื่อไทยต้องเผชิญปัญหา ‘หนีเสือปะจระเข้’ จากวิกฤติเมียนมา

วันศุกร์ที่ผ่านมา ที่นครนิวยอร์กมีข่าวใหญ่พาดหัว คือไทยได้งดออกเสียงในการลงคะแนนเพื่อรับรองข้อมติสมัชชาสหประชาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในเมียนมา ทำให้เกิดมีเรื่องวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดในสื่อทุกแพลตฟอร์มประนามรัฐบาลไทยว่าไม่มีจุดยืนเป็นของตัวเอง ชอบเดินตามหลังจีน สนับสนุนรัฐบาลทรราช ไม่ใยดีต่อการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย นอกจากนั้นยังมีเหตุผลอื่น ๆ เต็มไปหมด ทั้งที่ไทยเราไม่มีผลประโยชน์กับข้อเรียกร้องการยุติขายอาวุธให้กับกองทัพเมียนมา ซึ่งเป็นประเด็นหลักของมตินี้ สมาชิกองค์การสหประชาชาติที่งดออกเสียงมี 36 ประเทศ นอกจากไทยยังมีสมาชิกอาเซียนอีก 3 ประเทศคือ บรูไน ลาว และกัมพูชาเข้าสมทบ นอกนั้นเป็นสมาชิกยักษ์ใหญ่อย่างเช่น จีน และรัสเซีย มี 119 ลงคะแนนสนับสนุนมตินี้ ที่ประนามรัฐบาลทหารเมียนมาใช้ความรุนแรงเข่นฆ่าประชาชน พร้อมกับเรียกร้องให้นานาประเทศห้ามขายอาวุธให้กองทัพเมียนมา รวมทั้งเรียกร้องให้ปล่อยนางอองซานซูจีและยุติความรุนแรงต่อผู้ประท้วงอย่างสันติ ความคิดเห็นเหล่านี้น่าทำความเข้าใจมาก มันสะท้อนถึงมุมมองที่หลากหลายในสังคมไทยในประเด็นร้อนแรงที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวโยงกับเมียนมาและผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อไทย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตั้งแต่นี้ต่อไปประเด็นเมียนมาและสิ่งท้าทายที่ตามมาจะเป็นข่าวเด่น มีความจำเป็นที่เราต้องทำความเข้าใจสภาพกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกของไทยต่อประเทศเพื่อนบ้านประเทศนี้ คนไทยต้องไม่ลืมสภาพความเป็นจริงที่ลึกซึ้งมาก ๆ พร้อมกับพลวัตของสายสัมพันธ์สองประเทศนี้ ทั้งระหว่างรัฐต่อรัฐและระหว่างประชาชนต่อประชาชน ในช่วงสิบปีที่ผ่านมามิตรภาพของเมียนมากับไทยดีมากแต่ก็ยังมีประเด็นที่ละเอียดอ่อนคั่งค้างอยู่ เพราะเคยรบราเป็นศัตรูกันมาในอดีต    ในทศวรรษที่ผ่านมาความร่วมมือทุก ๆ ด้านเป็นไปอย่างใกล้ชิดเพราะเมียนมาต้องพึ่งไทยอย่างมากทุกด้าน    ตั้งแต่ความร่วมมือทางด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เกษตรกรรมและสาธารณสุข เป็นต้น หลังการยึดอำนาจ    มิติทางด้านความมั่นคงและความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทั้งสองประเทศต้องให้ความสนใจ ขณะนี้มีแรงงานเมียนมาในไทยเกือบ 6 ล้านคน…
07/06/2021

การทูตอาเซียน กับ วิกฤติในเมียนมา

หลังทหารเมียนมาได้ยึดอำนาจตั้งแต่ 4 เดือนที่ผ่านมา อาเซียนถูกวิพากษ์วิจารณ์แหลกเพราะยังไม่มีแผนปฎิบัติการที่เป็นรูปธรรมออกมา นอกจากประชุมแล้วประชุมอีก สำหรับผู้ที่ติดตามและเฝ้าดูวิวัฒนาการพฤติกรรมทางการทูตอาเซียนจะเข้าใจดีว่า “ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น” คืออาเซียนจะใจเย็น ต้องปรึกษาหารือระหว่างสมาชิกจนตกผลึก  อาเซียนมีกลุ่มสมาชิก 10 ประเทศ เวลาจะตกลงอะไรกันได้ต้องมีฉันทามติในทุก ๆ เรื่อง หมายความว่า ประเทศใดประเทศหนึ่งสามารถยับยั้ง (Veto) เสียงที่เหลือทั้ง 9 สมาชิกได้ ฟังดูแล้วน่าเศร้า เพราะมันจะทำให้กระบวนการตัดสินใจอาเซียนนั้นล่าช้าและเป็นไปตามความปรารถนาของกลุ่มน้อย แต่ 54 ปีที่ผ่านมา นี่คือสูตรลับของอาเซียนว่าทำไมองค์กรนี้จึงสามารถประคับประคองกันและเอาตัวรอดมาได้เป็นอย่างดีท่ามกลางภัยคุกคามความมั่นคงทุกรูปแบบจากมหาอำนาจ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา บทบาทอาเซียนเริ่มชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น หลังจากที่ตัวแทนอาเซียนคือ ดาโตะห์ เออร์วัน เปฮิน ยูซอฟ (Dato Erywan Pehin Yusof) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของบรูไน ซึ่งเป็นเลขาธิการรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอาเซียน กับดาโตะ ลิม จ๊อก ฮอย (Dato Lim Jock Hoi) ปลัดกระทรวงต่างประเทศและการค้าของบรูไน ได้เดินทางเข้าไปในเมียนมาเพื่อหาข้อเท็จจริงและปรึกษาเพิ่มเติมกับผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เพื่อนำมาประกอบการทำโรดแมปมีกรอบเวลาที่แน่นอนคือหยุดการเข่นฆ่าผู้ประท้วง ขั้นตอนต่อไปคือเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับกระบวนการปรองดองแห่งชาติ ปล่อยตัวนักโทษการเมือง  หลังการยึดอำนาจในวันที่ 1…
30/10/2020

พม่าขอบคุณไทย เพื่อนแท้ยามยาก ซีพีช่วยวิกฤตโควิดในพม่า ส่งหน้ากากอนามัย 1 ล้านชิ้นถึงเมียนมา

เมื่อไม่นานมานี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ส่งมอบหน้ากากอนามัยซีพีจำนวน 1 ล้านชิ้นให้แก่รัฐบาลเมียนมาเพื่อใช้ในการป้องกันโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในประเทศเมียนมาอยู่ในขณะนี้ โดยนายอุทัย ตันติพิมลพันธ์ รองประธานกรรมการ บริษัท Myanmar C.P. Livestock จำกัด หรือ ซี.พี.เมียนมา เป็นผู้แทนเครือซีพีจากประเทศไทยและบริษัทในเครือซีพีที่ดำเนินธุรกิจในเมียนมา ในการส่งมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 1 ล้านชิ้นจากโรงงานหน้ากากอนามัยซีพีประเทศไทยที่เพิ่งขนส่งมาถึงประเทศเมียนมาแก่ ศาสตราจารย์ น.พ. ซอ ตัน ตุน (Zaw Than Htun) อธิบดีกรมวิจัยทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขและการกีฬา (Ministry of Health and Sport) เป็นผู้แทนของรัฐบาลเมียนมาในการรับมอบหน้ากากอนามัยครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้น ณ กระทรวงสาธารณสุขและการกีฬา เมืองย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา นายอุทัย ตันติพิมลพันธ์ รองประธานกรรมการ บริษัท Myanmar C.P. Livestock จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนักของโควิด-19ในประเทศเมียนมา เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ได้ส่งมอบหน้ากากอนามัยซีพีจำนวน 1…
20/10/2020

เครือซีพีมอบหน้ากากอนามัย 1 ล้านชิ้นผ่านรัฐบาลไทยช่วยชาวเมียนมาสู้ภัยโควิด-19

บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด โดย ดร. เนติธร ประดิษฐ์สาร ผู้ช่วยบริหารประธานคณะผู้บริหาร และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร เป็นผู้แทนองค์กรเครือเจริญโภคภัณฑ์ มอบหน้ากากอนามัยจำนวน 1,000,000 ชิ้น ให้แก่กระทรวงการต่างประเทศเพื่อส่งมอบให้รัฐบาลเมียนมา ซึ่งเป็นการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีนายชุตินทร คงศักดิ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนายมโย มยินตาน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนในการรับมอบ ณ ห้องบัวแก้ว กระทรวงการต่างประเทศ ดร. เนติธร ประดิษฐ์สาร ผู้ช่วยบริหาร ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการพัฒนาที่ยั่งยืน และยึดมั่นในปรัชญา “3 ประโยชน์” ที่คำนึงถึงประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในทุกประเทศที่เข้าไปลงทุนและดำเนินธุรกิจ ในการนี้ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งได้มีนโนบายสนับสนุนส่งเสริมงานด้านสาธารณสุขในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มาโดยตลอด มีความตระหนักและห่วงใยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19…

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…