ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| แจ็ค หม่า
Jack Ma
Read More

Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba ยังไม่ได้กลับจีน : อาศัยอยู่ที่โตเกียวมาครึ่งปีแล้ว

แจ็ค หม่า ผู้ร่วมก่อตั้ง Alibaba Group Holding Ltd. ได้อาศัยอยู่ที่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มาเกือบ 6 เดือนแล้ว
25/01/2022

บทเรียนชีวิต Jack Ma ‘สมัครงาน 30 ครั้งแต่ถูกปฏิเสธ’ ก่อนเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในจีน

ในปี 1995 ผู้ประกอบการธุรกิจผู้เต็มไปด้วยไฟแห่งความทะเยอทะยานชื่อ แจ็ก หม่า (Jack Ma) ได้เดินทางมายังประเทศสหรัฐอเมริกา เขามีความฝันอันยิ่งใหญ่ที่จะเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ตอนนั้นเขาพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศจีนซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาแต่กลับแทบไม่เจออะไรเลย นั่นย่ิงทำให้ความสนใจของเขาเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตมีมากขึ้นไปอีก เขากับเพื่อน ๆ เลยตัดสินใจสร้างเว็บไซต์แรกที่เกี่ยวกับประเทศจีนขึ้นมาชื่อว่า chinapages.com โดยภายในบ่ายวันเดียวกันนั้นก็มีนักลงทุนชาวจีนติดต่อมาเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่เขาทำอยู่ ภายในเวลา 3 ปีพวกเขาสร้างรายได้ประมาณ 800,000 เหรียญ (หรือประมาณ 27 ล้านบาท) ต่อจากนั้นบริษัทของเขาก็ทำงานกับบริษัทสัญชาติจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่ตัวบริษัทยังตั้งอยู่ที่อเมริกา เขาทำเงินได้มากมายแต่พอปี 1999 เขาตัดสินใจทำบางอย่างที่ใหญ่ขึ้นอีกนั่นก็คือการสร้างร้านค้าออนไลน์แบบ B2B ของเอเชียที่ประเทศจีน เพราะช่วงเวลานั้นโรงงานทั้งหลายในประเทศจีนกำลังได้รับความสนใจจากทั่วทุกแห่งของโลก เขาเห็นโอกาสว่าอินเทอร์เน็ตจะสามารถเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างสองฝั่งได้อย่างแน่นอน และนั่นก็เป็นต้นกำเนิดของเว็บไซต์ Alibaba ตอนนี้เราทุกคนรู้จักเว็บไซต์แห่งนี้เป็นอย่างดี มันเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เราสามารถเข้าไปค้นหาสินค้าที่ในราคาส่งจากโรงงานได้ ในปี 2000 เขาได้รับเงินทุน 25 ล้านเหรียญ และในปี 2005 บริษัท Yahoo ก็ลงทุนเพิ่มไปอีก 1 พันล้านเหรียญ 10 ปีต่อมา Alibaba กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ระดมทุนเพิ่มจากการเข้าตลาดหุ้นที่นิวยอร์กอีก 25,000…
10/11/2021

‘11.11’ วันแห่งการช้อปปิ้ง ที่มีจุดเริ่มต้น มาจากนักศึกษาจีน 4 คน อยากประชดชีวิตรัก

ตัวเลข 11.11 กลายเป็นกิมมิคของงานช้อปปิ้งออนไลน์ระดับโลก และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่ทำให้มนุษย์หลายคนเกิดอาการล้มละลายเฉียบพลัน หลังตกเป็นทาสการตลาดของแคมเปญนี้  เดิมที 11.11 ไม่ใช่เลขที่เกี่ยวข้องกับด้านการตลาดเลยแม้แต่น้อย แท้จริงแล้วเลข 11 สำหรับคนเอเชียนัยหนึ่งมีความหมายที่แปลว่า ‘คนโสด’ ซึ่งมาจากเทศกาลคนโสดของประเทศจีนที่เรียกว่า ‘กวงกุ่ยเจี๋ย’ แต่หากให้เล่าถึงที่มาและแรงบันดาลใจของวันช้อปปิ้ง 11.11 คงต้องย้อนกลับไปช่วงปี 1993 ในตอนนั้นมีนักศึกษามหาวิทยาลัยนานกิง 4 คน เกิดอารมณ์อยากประชดชีวิตโสดและความรักของตัวเอง พวกเขาจึงนึกสนุกโดยการนำเลข 1 มาเป็นตัวแทนของคนคนเดียว ก่อนจะนำเลข 1 มาเรียงกัน 4 ตัว จนกลายเป็นที่มาของวันคนโสดนั่นเอง ต่อมากิจกรรมนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้าง จนมีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือกลุ่มบริษัท อีคอมเมิร์ชรายใหญ่ของโลกอย่าง อาลีบาบา ที่นำโดยนักธุรกิจชื่อดังอย่างแจ็ก หม่า (Jack Ma) นั่นเอง  อาลีบาบาเริ่มต้นโปรโมตแคมเปญนี้ครั้งแรกในปี 2009 ซึ่งหม่ามองว่าเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการจะทำแคมเปญโละสต็อกสินค้า บวกกับไอเดียลดแลกแจกแถมของแคมเปญ Black Friday และ Cyber Monday ที่ประสบความสำเร็จในหลายประเทศตะวันตก ถึงขนาดสร้างปรากฏการณ์คนแห่กันแย่งซื้อของอย่างกับซอมบี้มาแล้ว  อีกทั้งเรื่องราว ‘วันคนโสดแห่งชาติ’…
Pinduoduo
Pinduoduo
14/01/2021

รู้จัก e-Commerce “Pinduoduo” ของ Colin Huang ที่อาจแซง Alibaba เร็ว ๆ นี้

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ชื่อของนักธุรกิจชาวจีนอย่าง Colin Huang เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เขาก่อตั้งบริษัท e-Commerce ชื่อ Pinduoduo (อ่านว่า พินตัวตัว) ขึ้นมาได้เพียง 5 ปี และประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดด้วยการทำให้มูลค่าของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าภายในปีเดียว (คิดเป็นเงินไทยราว 6.6 ล้านล้านบาท) จนปัจจุบันเขาถือครองสินทรัพย์รวมคิดเป็นเงินไทยราว 2 ล้านล้านบาทมากกว่า Jack Ma เจ้าพ่อ Alibaba ไปแล้วเรียบร้อย Colin Huang นำคอนเซปต์ของ “Group Buying” หรือรวมกันซื้อ โดยให้ผู้ใช้งานในชุมชนหรือเพื่อน ๆ รวมกันซื้อของผ่านแพลตฟอร์ม และส่งคำสั่งตรงไปยังร้านค้าหรือผู้ผลิตสินค้า Pinduoduo จึงเปรียบเสมือนศูนย์รวมของร้านขายส่งและทำให้สินค้าบนแพลตฟอร์มมีราคาถูก นอกจากนั้น ก็ยังทำการ “Gamified” หรือก็คือพัฒนาให้แพลตฟอร์ม e-Commerce มีความเป็นเกม ทั้งการเล่นเกมชิงรางวัลพิเศษ คูปองส่วนลดของแต่ละร้านค้า ซึ่งตอนนี้ทั้ง Lazada และ Shopee ก็กำลังพัฒนา Gamified อยู่เช่นกัน…
Jack Ma SoftBank Group
Jack Ma SoftBank Group
18/05/2020

แจ็ค หม่าสละเรือ ลาออกจากบอร์ดบริหาร SoftBank Group บริษัทเทคอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น หลังจากนั่งบริหารมา 13 ปี

SoftBank Group บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่นได้ออกประกาศในวันที่ 18 พฤษภาคม (วันนี้) เพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทราบว่า "แจ็ค หม่า" ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดังอย่าง Alibaba ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งบอร์ดบริหารของบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม เป็นต้นไป โดยการประกาศข่าวนี้จาก SoftBank มีขึ้นก่อนที่จะมีการรายงานผลประกอบการประจำปีงบประมาณการเงิน 2020 เพียงแค่ชั่วโมงเดียว หม่าดำรงตำแหน่งในบอร์ดบริหารของ SoftBank Group ยาวนานถึง 13 ปีเต็ม โดยบริษัทฯ ไม่ได้เปิดเผยเหตุผลการลาออกของมหาเศรษฐีจีนในครั้งนี้แต่อย่างใด เมื่อเดือนกันยายนปี 2019 หม่าได้เกษียณจากตำแหน่งประธานบริหารของ Alibaba ไปก่อนหน้าแล้ว มาซาโยชิ ซัน CEO ของ SoftBank ได้ตัดสินใจลงทุนในบริษัท Alibaba ของแจ็ค หม่ามาก่อน เงินลงทุนราว 20 ล้านเหรียญสหรัฐในวันนั้นกลายเป็นมูลค่าหุ้นที่พุ่งสูงถึง 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐในวันนี้ และทำให้ SoftBank ได้ถือครองหุ้นที่มีมูลค่าสูงที่สุดของประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน บริษัทนี้ได้เปลี่ยนตัวเองจากบริษัทโทรคมนาคมในอดีต กลายเป็นบริษัทที่ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีแทนในปัจจุบัน นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นดำรงตำแหน่งในบอร์ดบริหารของบริษัทอีก…
09/08/2019

วิเคราะห์ “ศูนย์กระจายสินค้า Alibaba” ถ้ามาแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

อีก 1 ก้าวสำคัญที่ภาคการขายออนไลน์หรือ E-Commerce ประเทศไทยกำลังเกิดขึ้น นั่นคือการเข้ามาลงทุนอย่างเป็นทางการของบริษัทจีนยักษ์ใหญ่อย่าง อาลีบาบา โดยแจ็ก หม่า ในฐานะผู้กระจายสินค้าในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ด้วยการลงทุนกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางในตรงนี้ผ่านการขนส่งในทุกช่องทางทั้งเครื่องบิน รถไฟ และไปรษณีย์ไทยในชื่อ "เขตส่งเสริมพิเศษ อี-คอมเมิร์ซ" เขตส่งเสริมพิเศษ อี-คอมเมิร์ซ ภาพจากฐานเศรษฐกิจ เขตส่งเสริมพิเศษนี้จะมีเนื้อที่ 232 ไร่ ซึ่งอยู่บริเวณ ณ ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 ถนนบางนา - ตราด อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัทดับบลิวเอชเอเวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ด้วยเงินลงทุน 5 พันล้านบาท แบ่งเป็น 4 จุดคือ ศูนย์กระจายสินค้า (A) เนื้อที่ 77,112 ตารางเมตร ศูนย์กระจายสินค้า (B) เนื้อที่…
20/09/2018

“แจ็ค หม่า” เผย…นำ “Alibaba Cloud” ซัปพอร์ตป่าเคนย่า ปกป้องสัตว์ป่าจากภัยธรรมชาติและมนุษย์นักล่า!!

ในเวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก แจ็ค หม่า มหาเศรษฐี...ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของ "อาลีบาบา" และเป็นผู้ประสบความสำเร็จในกลุ่มธุรกิจอินเทอร์เน็ต แจ็ค หม่า เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในประเทศจีนเลยก็ว่าได้ ซึ่งเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2018 ที่ผ่านมา แจ็ค หม่า ได้ขึ้นพูดบนเวทีภายในงาน The Computing Conference 2018 ที่จัดขึ้น ณ Cloud Town เมือง Hangzhou สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นบ้านเกิดของแจ็ค หม่าด้วย และ หนุ่ย พงศ์สุข แห่งแบไต๋ไฮเทค ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานใหญ่แห่งปีงานนี้ด้วย จึงถือโอกาสบอกเล่าเรื่องราวที่ แจ็ค หม่าได้ขึ้นพูดบนเวทีผ่านทางเว็บแบไต๋ดังนี้... "แจ็ค หม่า" ได้ก้าวขึ้นสู่เวทีด้วยเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่าธุรกิจคือการนำเอา "Alibaba Cloud" ไปซัปพอร์ตป่าเคนย่าเพื่อปกป้องสัตว์ป่าจากภัยธรรมชาติและภัยจากมนุษย์นักล่า!! ซึ่งการดำเนินงานที่ Alibaba Cloud ได้เริ่มลงทำไปแล้วคือ การติดอุปกรณ์ IOT และ เรดาห์เพื่อมอนิเตอร์ติดตามพฤติกรรมสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ในเคนย่าเพื่อศึกษาและป้องกัน โดยได้รับการตอบรับจากทางเคนย่าเป็นอย่างดี โดยทางการเคนย่ายังได้มาประกาศเกียรติคุณและขอบคุณในน้ำใจของแจ็ค หม่า โดยกล่าวติดตลกว่า "ช้างที่แจ็ค หม่า อนุเคราะห์ไว้นั้น ยังตั้งท้องไม่สำเร็จเลย" นั่นทำให้มองเห็นภาพ "การอยากพักของแจ็ค หม่า" ด้วยเหตุที่ว่า "แจ็ค หม่า มองข้ามช็อตธุรกิจไปแล้ว และอยากผันตัวไปอุทิศตนเพื่อการศึกษาและการช่วยเหลือประเทศ ที่ยังคงมีความต้องการทางดิจิทัลเป็นอย่างมาก…
19/04/2018

“ไทยจับมืออาลีบาบากรุ๊ป” ร่วมขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทย 4.0

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี , ท่านลวี่ เจี้ยน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และ นายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหารกลุ่มอาลีบาบา พร้อมด้วยรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจของไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ของ ไทยกับบริษัทในเครืออาลีบาบากรุ๊ป เพื่อส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยภายใต้ ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 โดยมีความร่วมมือในหลากหลายมิติ อาทิ การส่งเสริม SMEs ทุกระดับเข้าสู่อีคอมเมิร์ซ การพัฒนาของดาวเด่นหรือ Talents ของไทยในด้านดิจิทัล การยกระดับระบบโลจิสติกส์โดยอาศัยเทคโนโลยีชั้นนำของอาลีบาบา และการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านระบบดิจิทัล รัฐบาลไทย แสดงความตั้งใจที่จะร่วมมือกับ อาลีบาบา โดยทำหนังสือแสดงเจตจำนงร่วมกันเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2559 และพิธีการในวันนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการประกาศความร่วมมือดังกล่าวที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีและความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดผลงานที่เป็นรูปธรรมระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยและบริษัทในเครืออาลีบาบากรุ๊ปที่มีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และผลักดันให้สามารถเข้าถึงตลาดใหม่ในเวทีโลกผ่านนวัตกรรมด้านดิจิทัลต่าง ๆ ได้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า “อาลีบาบา ได้ทำการศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบในระดับภูมิภาคและตัดสินใจที่จะลงทุนสร้าง ดิจิทัลฮับ (Smart Digital Hub) ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในนโยบายประเทศไทย 4.0 และอนาคตที่สดใสของเศรษฐกิจไทย โดยดิจิทัลฮับที่จะสร้างขึ้นนี้…
30/01/2018

แจ็ค หม่า โจมตีหลักสูตรการเรียนทุกวันนี้เป็นเหตุให้บัณฑิตจบออกมาเตะฝุ่นเพียบ

เมื่อพูดถึงระบบการศึกษานั้นก็มีการถกเถียงกันอย่างมากกับเทรนด์ที่เปลี่ยนไปโดยเฉพาะกับเด็กตั้งแต่เจนวายเป็นต้นมา ประกอบกับการเติบโตขึ้นอย่างเรวเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีศักยภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มเข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์ในหลาย ๆ ส่วนได้แล้ว และเมื่อแจ็ค หม่า นักธุรกิจคนดังเจ้าของ Alibaba พิจารณาระบบการศึกษาในโลกปัจจุบันแล้ว อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้บัณฑิตจบออกมาแล้วต้องหันมาประกอบอาชีพวิจัยฝุ่นเป็นหลัก 'ตลอด 200 ปีหลังมานี้ อุตสาหกรรมเป็นสิ่งที่สร้างอาชีพ แต่ทุกวันนี้มันมี AI มีหุ่นยนต์เข้ามาแล้ว นั่นทำให้อุตสาหกรรมจะไม่ใช่แหล่งสร้างอาชีพอีกต่อไป' แจ็ค หม่า กล่าวปราศรัยระหว่างงาน Bloomberg Global Business Forum ที่นิวยอร์ก โดยชี้ให้เห็นว่าในยุคนี้ทุกอย่างกลับกันหมดแล้ว เมื่อธุรกิจเจ้าเล็ก ๆ สามารถใช้อินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลเน็ตเวิร์กมาสร้างการเติบโตได้ในสเกลของบริษัทใหญ่ 'คือรูปแบบการเรียนการสอนทุกวันนี้ มันทำให้เด็ก ๆ จะไม่มีงานทำในอีก 30 ปีข้างหน้า เพราะงานรูทีนประเภทที่ใช้เครื่องจักรเข้ามาแทนนั้นยังไงก็มีประสิทธิภาพแม่นยำรวดเร็วมากกว่ามนุษย์ สิ่งที่เราต้องสอนเด็กคือ ให้เขารู้จักคิด สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ครีเอทสิ่งใหม่ ๆ และนั่นเขาจะสร้างอาชีพของเขาขึ้นมาได้เอง' ซึ่ง หม่า มองว่าแม้เครื่องจักรหรือเทคโนโลยีจะเข้ามาทำลายอาชีพมากมายให้ล้มหายตายจากแต่ขณะเดียวกันมันก็จะสร้างอาชีพใหม่ขึ้นมาเช่นกัน อ้างอิง
02/09/2017

สังคมไร้เงินสด! KFC จีนจ่ายเงินสั่งอาหารด้วยระบบจดจำใบหน้าแล้ว

Alibaba เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซจีนเริ่มทดสอบเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (facial recognition) มาใช้ในเชิงธุรกิจแล้วกับ KFC สาขาเมืองหางโจว เพียงลูกค้ากดสั่งเมนูที่บริเวณทางเข้า จากนั้นเข้าสู่เครื่องสแกนใบหน้า และระบบจะทำการจับคู่ใบหน้าจากภาพถ่ายที่ลงเบียนไว้ ก่อนจะหักเงินผ่านบัญชี Alipay ซึ่งทาง Yum China บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ KFC นั้นระบุว่าเป็นร้านฟาสต์ฟู้ดต้นแบบแห่งแรกของโลกที่มีการใช้ระบบดังกล่าว ทั้งนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีการสแกนใบหน้านั้นได้รับความนิยมและถูกนำมาใช้กับระบบสาธารณูปโภคในประเทศจีนอย่างมาก ซึ่งมีรายงานว่าระบบดังกล่าวมีใช้แพร่หลายไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำสาธารณะ, สถานีรถไฟ รวมทั้งสนามบิน โดยไม่นานมานี้ สายการบิน China Southern Airlines ก็ได้นำระบบจดจำใบหน้ามาใช้แทน boarding pass เพื่อยืนยันตัวตนก่อนขึ้นเครื่องเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ มีรายงานว่าตำรวจในเมืองชิงเต่าสามารถทำการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ถึง 25 รายจากงานเทศกาลเบียร์นานาชาติชิงเต่า ซึ่งมาจากระบบสแกนใบหน้าบริเวณทางเข้างานนั่นเอง อ้างอิง / อ้างอิง2 / อ้างอิง3

PR Partners

See All
Read More

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์
26/12/2025

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…