ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| โดนัลด์ ทรัมป์
Read More

เจรจาภาษีทรัมป์ ไปถึงไหน ? เจาะไทม์ไลน์แก้เกมของรัฐบาล จับตาทางออกเศรษฐกิจไทย

2 เมษายน 2025 โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศนโยบายเรียกเก็บภาษีจากการนำเข้าสินค้าต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ (America First) ส่งผลให้สินค้าส่งออกหลักของไทยต้องเผชิญกับภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น สร้างแรงกระแทกอย่างรุนแรงต่อภาคการส่งออกของประเทศ ต่อมาในช่วงเดือนเมษายน - กรกฎาคม 2025 รัฐบาลไทยภายใต้การนำของทีมเศรษฐกิจที่มีอดีตนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร เป็นแกนนำหลัก ได้เริ่มแผนเจรจาเชิงรุก โดยมีการส่งคณะผู้แทนระดับสูงเข้าพบเจ้าหน้าที่การค้าของสหรัฐฯ หลายครั้ง เพื่อชี้แจงถึงห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนและพยายามขอให้สหรัฐฯ ยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีสำหรับกลุ่มสินค้าที่ไทยมีสัดส่วนการผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศสูง ตุลาคม 2025 หลังจากที่มีการเจรจาอย่างเข้มข้น รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ข้อสรุปอัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าไทยที่ได้รับผลกระทบหลัก โดยกำหนดไว้ที่ 19% ซึ่งเป็นอัตราที่สูง แต่ต่ำกว่าอัตราสูงสุดที่เคยถูกขู่ไว้ก่อนหน้านี้ตามกระแสข่าวที่อาจสูงถึง 36% ทำให้ผู้ส่งออกไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างราคาและหันไปหาตลาดสำรอง บทบาททางการทูตและยุทธศาสตร์การค้าภายใต้รัฐบาลใหม่ ภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย ก็ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤตและความขัดแย้งในภูมิภาคอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ความขัดแย้งดังกล่าวได้นำไปสู่การเข้ามามีบทบาทของทรัมป์ ในฐานะตัวกลางสำคัญ ในการเจรจาหาทางออกระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาเสถียรภาพทางการเมืองในภูมิภาค 14 พ.ย. สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR)…
17/04/2025

สหรัฐฯ สั่งตรวจโซเชียลผู้ยื่นขอวีซ่า โดยเฉพาะวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน

มาร์โค รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สถานทูตและกงสุลต่างประเทศสหรัฐฯ ทั่วโลก ตรวจสอบโซเชียลมีเดียของผู้ยื่นขอวีซ่า โดยเน้นย้ำไปที่กลุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยน เพื่อเป็นการคัดกรองไม่ให้ผู้ที่มีทัศนคติต่อต้านเข้าประเทศ คำสั่งนี้ออกเมื่อวันที่ 25 มีนาคม และยังเป็น 1 ในนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ในชื่อ ‘Catch And Revoke’ ที่ริเริ่มแคมเปญเนรเทศพลเมืองต่างชาติที่มี ‘ทัศนคติเป็นศัตรู’ ต่อสหรัฐฯ โดยวีซ่าที่จะถูกตรวจสอบเข้มเป็นพิเศษคือ วีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน เพราะเหตุการณ์ประท้วงหรือการรวมตัวของกลุ่มคน มักจะเกิดในมหาวิทยาลัย ซึ่งเคยมีกรณีที่นักเรียนแลกเปลี่ยนเข้าร่วมการประท้วงในมหาวิทยาลัย เพื่อวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ อิสราเอล และสนับสนุนปาเลสไตน์ โดยมีกระบวนการตรวจสอบที่เริ่มมาจากกงสุลส่งข้อมูลของผู้ยื่นขอวีซ่าที่สงสัยว่าจะไม่ผ่านเกณฑ์ ส่งต่อให้หน่วยป้องกันการทุจริตตรวจสอบอย่างละเอียด หากเจอข้อมูลที่แสดงถึงทัศนคติของศัตรูอย่างแจ่มแจ้ง อาจนำไปสู่การพิจารณาปฏิเสธคำขอวีซ่าได้
02/04/2025

ทรัมป์เพิ่มภาษีการค้าทั่วโลกสูงถึง 20% ไทยเสี่ยงได้รับผลกระทบ เริ่มวันนี้ !

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เตรียมรับรายงานสำคัญด้านการค้าจากหน่วยงานเศรษฐกิจหลายแห่งในวันที่ 1 เมษายน 2568 ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำหรับการประกาศมาตรการภาษีใหม่ในวันที่ 2 เมษายน หรือที่ทรัมป์เรียกว่า "วันปลดแอก"  (Liberation Day) สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเปิดเผยแผนการเก็บภาษีศุลกากรแบบตอบโต้กับประเทศคู่ค้าเกือบทั้งหมดของสหรัฐฯ ในวันนี้ แต่รายละเอียดต่าง ๆ นั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประธานาธิบดีที่จะประกาศออกมา ทรัมป์ได้ดำเนินการตามผลการประเมินบางส่วนไปแล้ว อาทิ การเพิ่มภาษีอะลูมิเนียมเป็น 25% เท่ากับภาษีเหล็ก การเก็บภาษี 20% สำหรับสินค้าจากจีน รวมทั้งการระงับบางส่วนของภาษี 25% สำหรับสินค้าจากเม็กซิโกและแคนาดา ทำเนียบขาวคาดการณ์ว่า ภาษีใหม่เหล่านี้จะสามารถสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลได้ถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์หลายรายได้ออกมาเตือนว่า จับตามองผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก ต้นทุนสินค้านำเข้า และความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน และอาจนำไปสู่ราคาสินค้าที่สูงขึ้นสำหรับผู้บริโภคในที่สุด การประกาศมาตรการภาษีใหม่ในวันที่ 2 เมษายนนี้ มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรและคู่แข่งทั่วโลก นโยบายการค้าใหม่ของทรัมป์ในสมัยที่สองนี้ สะท้อนแนวทางชาตินิยมทางเศรษฐกิจที่เน้นการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศและการแก้ไขสิ่งที่เขามองว่าเป็นความไม่สมดุลทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศจีน นับเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับระบบการค้าโลกในปีนี้
13/03/2025

พี่จะอยู่ข้างมัสก์เสมอ ! โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศซื้อรถ Tesla เพื่อแสดงความเชื่อมั่นใน อีลอน มัสก์

วันอังคารที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวว่าเขาได้ซื้อ Tesla รุ่นใหม่ล่าสุดเรียบร้อย ซึ่ง Tesla รุ่นที่ทรัมป์ได้เขียนเช็คจ่ายเงินมานั้น คือ Tesla Model S Plaid สีแดง โดยถือเป็นตัวท็อปของรุ่น S ราคาในตลาดประมาณ 80,000 เหรียญสหรัฐฯ (เทียบเป็นเงินไทยประมาณ 2,708,000 บาท)  ซึ่งการควักเงินซื้อรถไฟฟ้าของทรัมป์ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็นการสนับสนุน อีลอน มัสก์ (Elon Musk) CEO ของบริษัท Tesla และหัวหน้ากระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) โดยช่วงหลัง ๆ ชีวิตของพ่อใหญ่มัสก์ก็โดนกระแสลบเป็นอย่างมาก โดยทรัมป์ได้กล่าวใน X ส่วนตัวของเขาว่า  ก็ต้องติดตามกันต่อไป ว่าสุดท้ายแล้วการช่วยซื้อรถ Tesla ของโดนัลด์ ทรัมป์ จะสามารถช่วยเหลือรถแบรนด์ Tesla ที่กำลังอยู่ในช่วงยอดขายและหุ้นตกตํ่าได้หรือไม่
Former U.S. President Donald Trump
REUTERS/Octavio Jones
16/11/2022

Donald Trump ประกาศลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2024

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้งในปี 2024
Alec Baldwin
22/08/2022

Alec Baldwin เผย ถูกปลดออกจากหนัง 5 เรื่อง หลังเกิดเหตุปืนลั่นกลางกองถ่าย

อเล็ก บอลด์วิน (Alec Baldwin) ให้สัมภาษณ์ CNN เผย ถูกไล่ออกจากหนัง 5 เรื่อง หลังเกิดเหตุปืนลั่นกลางกองถ่ายภาพยนตร์คาวบอย ‘Rust’
13/08/2022

ตั้งแต่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร รายได้ Huawei ยังคงลดลงต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน!

เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วที่ Huawei ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ในยุคที่โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ยังคงเป็นประธานาธิบดีอยู่ ซึ่งผลจากการคว่ำบาตรทำให้บริษัทได้รับความเสียหายอย่างหนัก และล่าสุดรายได้ในครึ่งแรกของปี 2022 ก็ยังลดลงต่อเนื่อง
YE-Pete-Devidson-Kim-Kardashian
10/08/2022

เปิดศึก ? Ye โพสต์อินสตาแกรมครั้งแรกรอบหลายเดือน แช่ง Pete Davidson หลังแยกทางกับ Kim Kardashian

'เย' (Ye) หรือ คานเย เวสต์ (Kanye West) โพสต์ภาพอินสตราแกรมครั้งแรกหลังหยุดเล่นไปนาน โพสต์แช่ง พีท เดวิดสัน (Pete Davidson) หลังมีข่าวแยกทางกับอดีตภรรยา คิม คาร์เดเชียน (Kim Kardashian)
09/08/2022

‘ทรัมป์’ โวย FBI บุกค้นบ้านพัก เพื่อค้นหาเอกสารที่หายไปจากทำเนียบขาว

FBI บุกค้นบ้านพักที่มีชื่อว่า Mar-a-Lago ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เพื่อค้นหาเอกสารที่หายไปจากทำเนียบขาว
26/01/2022

‘เรือนจำดิจิทัล’ ปรากฏการณ์ใหม่ในเวทีการเมืองโลก

ข่าวใหญ่ปีที่แล้วคือ ในเดือนพฤษภาคม อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกแบนไม่ให้ใช้โซเชียลมีเดียทวิตเตอร์ เนื่องจากมีนิสัยชอบโพสต์ข้อความที่ไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง ข่าวนี้ช็อกทุกวงการ ไม่น่าเชื่อว่าบุคคลระดับนี้ยังถูกแบนได้ ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาปรากฏว่ามีนักการเมืองฝ่ายขวาในสหรัฐอเมริกาอีกหลายคนถูกบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ตัดสิทธิ์ไม่ให้ใช้บริการ จนมีผู้ประกาศข่าวและนักจัดรายการสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ออกมาประณามว่า ที่แท้มันก็คือ "เรือนจำดิจิทัล" (Digital Jail) ดีดีนี่เอง เพราะไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดียกระแสหลักได้ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทุกวันนี้มีโซเชียลมีเดียใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาเป็นทางเลือกราวกับดอกเห็ดและกำลังได้รับความนิยม ท้าทายโซเชียลมีเดียเจ้าเก่า ๆ ที่น่าสนใจที่สุดคือ "Truth Social" ของทรัมป์ที่เพิ่งออกมา ทำให้แฟน ๆ สนับสนุนผู้นำคนนี้ดีใจสมัครเข้ามาเป็นผู้ติดตามกันมากมาย นอกจากนั้นยังมีนักจัดรายการขวาจัดบางคนที่อาศัยเทรนด์นี้ออกแพลตฟอร์มสื่อโซเชียลของตัวเอง เพื่อสู้กับกระแสความคิดทางด้านเสรีนิยม ตัวอย่างคือ "เก็ตเตอร์" (Gettr) เก็ตเตอร์กำลังมาแรงเพราะมีสมาชิกใหม่มาจากคนมีชื่อเสียงในวงการการเมืองและสื่อเข้ามาร่วมเป็นสมาชิก    สื่อโซเชียลในสหรัฐอเมริกาแบ่งขั้วชัดเจน คือฝ่ายทรัมป์ กับฝ่ายที่ไม่เอาทรัมป์ สื่อหลักเช่นซีเอ็นเอ็นก็ไม่เอาทรัมป์ ส่วนฟ็อกซ์นิวส์ไม่เอาประธานาธิบดีโจ ไบเดน สื่อที่ออกมาเป็นกลาง ๆ แทบจะไม่มีที่ยืน กลุ่มโซเซียลมีเดียใหม่มักตอกย้ำว่า พวกเขาต่อสู้เพื่อเสรีภาพด้านความคิด จะไม่ยอมให้มีการเซ็นเซอร์ข้อคิดเห็นใด ๆ เด็ดขาด ในสหรัฐอเมริกา กลุ่มโซเชียลมีเดียนิยมกลุ่มทรัมป์หรือพรรคริพับลิกันเชื่อว่าบริษัทเทคยักษใหญ่สนับสนุนพรรคเดโมแครตและยังเป็นพวกหัวก้าวหน้า…
11/01/2022

อนาคตประชาธิปไตยอเมริกา ดูเหมือนจะเอียงขวาขึ้นเรื่อย ๆ

ช่วงปี 2014 ไม่มีใครเชื่อเลยว่านักธุรกิจค้าที่ดินและพิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะสมัครรับเลือกตั้งเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและได้ชัยชนะ ทุกคนคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก (ร้าย) สิ้นดี เช่นกันในวันนี้ ถ้ามีใครทำนายว่าในอนาคตอีกสิบปีข้างหน้าระบอบการปกครองประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกาจะล่มสลายกลายเป็นระบอบกึ่งทรราชอย่างในรัสเซีย มันก็ดูจะเป็นเรื่องตลกสิ้นดีเช่นกัน มีความเป็นได้มากว่าในอนาคตการเมืองอเมริกาอาจจะไม่มีเสถียรภาพอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้ สิ่งไม่คาดฝันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้ ผลงานประธานาธิบดีทรัมป์เป็นอุทาหรณ์ที่ดี นักการเมืองคนนี้ไม่ยอมแพ้ใคร ยังอยู่ในโลกของมายาคติ ที่น่ากลัวที่สุด คือเขาอาจจะสมัครเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งหนึ่งก็ได้ในปี 2024 เดือนนี้ครบรอบ 1 ปีพอดีของการจลาจลที่เกิดขึ้น ณ สภาผู้แทนราษฎรในกรุงวอชิงตัน ดี ซี มีผู้สนับสนุนทรัมป์จำนวนหนึ่งหมื่นกว่าคนได้บุกรุกและเข้าไปยึดสภาคองเกรสเป็นเวลาเกือบหกชั่วโมงเต็ม ก่อนที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยจะคุมสถานการณ์ได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ความน่าเชื่อถือของระบอบประชาธิปไตยสหรัฐอเมริกาสั่นคลอนไปมาก ทำให้เกิดคำถามว่า เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นได้อีกไหม มีใครบ้างจะรับประกันว่าประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอย ถ้าสองแนวโน้มที่เป็นอยู่ในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป การเมืองอเมริกาในอนาคตอาจจะเกิดความวิบัติก็ได้    ประเด็นแรกคือ หนึ่งส่วนสี่ของคนอเมริกันยังเชื่อว่าทรัมป์ถูกโกงการเลือกตั้ง เจ้าตัวก็ยังออกมาประกาศว่าตัวเองชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่หลักฐานในการสืบสวนเกี่ยวกับการเลือกตั้งในพึ้นที่มีการกล่าวหากัน ไม่มีหลักฐานใด ๆ แสดงให้เห็นถึงการฉ้อโกงอย่างที่ทรัมป์และผู้สนับสนุนกล่าวหา     ที่ร้ายกว่านี้คือ ภายในพรรคริพับลิกันได้ปิดปากเงียบไม่กล้าออกมาวิจารณ์ทรัมป์แม้แต่คนเดียว เพราะนักการเมืองในพรรคกลัวว่าจะเสียคะแนนเสียงเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากฐานเสียงการเมืองในมลรัฐต่าง ๆ ของทรัมป์ยังแข็งแกร่งเหมือนเดิม ต้องยอมรับว่านักการเมืองคนนี้มีเสน่ห์สามารถพูดปดหลอกคนอเมริกันได้ โดยเฉพาะมลรัฐที่อยู่ทางใต้ รวมทั้งภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ ประเด็นที่สองคือความเชื่อของคนอเมริกันที่ว่าระบบที่มีอยู่ในระบอบการเมืองในปัจจุบันสามารถเข้ามาจัดการเรื่องความวุ่นวายต่าง ๆ…
10/09/2021

ทรัมป์โวอยากขึ้นชกกับไบเดน เชื่อจะชนะน็อก โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที

อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เพิ่งจะผ่านการพ่ายแพ้ต่อ โจ ไบเดน (Joe Biden) ในศึกชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เมื่อช่วงปลายปี 2020 ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 9 กันยายน อดีตประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯ ได้ออกมากล่าวว่า แม้ในสนามการเมืองเขาจะพ่ายแพ้ต่อไบเดนไปแล้ว แต่หากได้ชกกันบนสังเวียนผ้าใบ เขาเชื่อว่าตนจะสามารถชนะน็อกประธานาธิบดีคนปัจจุบันได้ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ทรัมป์โฟนอินเข้ามาในงานแถลงข่าวศึกมวยคู่พิเศษระหว่าง อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ (Evander Holyfield) อดีตแชมป์มวยโลกรุ่นเฮวีเวท กับ วิตอร์ เบลฟอร์ต (Vitor Belfort) อดีตแชมป์ UFC รุ่นไลต์เฮวีเวต ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์นี้ตามเวลาประเทศไทย  ภายในงานทรัมป์ถูกถามว่า หากได้มีโอกาสชกกับนักมวยสักคน เขาอยากจะชกกับใคร และจะจัดแบบไหน ซึ่งทรัมป์ก็กล่าวว่า “ถ้าผมต้องเลือกใครสักคนในโลกนี้ คนคนนั้นต้องไม่ใช่นักมวยอาชีพแน่นอน เพราะถ้าให้ผมไปชกกับนักมวยอาชีพ มันคงอันตรายเกินไป แต่ถ้าให้เลือกชกกับใครสักคน ผมคิดว่าคู่ต่อสู้ที่อ่อนที่สุดน่าจะเป็นโจ ไบเดน และผมคิดว่า เขาจะโดนผมน็อกล้มลงไปแบบเร็วมาก เร็วมาก ๆ…
08/07/2021

‘ทรัมป์’ ฟ้องกลับ 3 บิ๊กเทค ฐานรวมหัวกันแบนบัญชีโซเชียลของเขา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อดีตประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ ออกมากล่าวเมื่อวานนี้ว่า เขากำลังยื่นฟ้องบิ๊กเทคด้านไอทีอย่างทวิตเตอร์ เฟซบุ๊กและกูเกิล รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเหล่านั้น ฐานที่กล่าวหาว่าพวกเขาพยายามปิดปากมุมมองที่ชาวอนุรักษ์นิยมกำลังจะสื่อสารออกมา ทรัมป์กล่าวว่าเขาพยายามยื่นฟ้องเรื่องนี้ต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐฟลอริดาและจะเรียกร้องค่าเสียหายด้วย ซึ่งทรัมป์พร้อมกับโจทก์คนอื่น ๆ ได้ยื่นฟ้องทวิตเตอร์ เฟซบุ๊กและยูทูบ (ซึ่งเป็นของกูเกิล) โดยเรียกร้องให้สื่อโซเชียลมีเดียทั้งสามค่ายทำการปลดแบนตนและปลดล็อกออกจากบัญชีดำที่เขาถูกห้ามไม่ให้โพสต์ใด ๆ ก็ตามลงบนแพลตฟอร์มเหล่านี้อีก ทรัมป์ไม่สามารถใช้เสียงของเขากระจายไปสู่ชาวอนุรักษ์นิยมได้อีก หลังจากที่เมื่อต้นปี เขาโดนแบนจากเหล่าโซเชียลมีเดียเหล่านี้ที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทรัมป์มักจะกล่าวความเท็จซ้ำแล้วซ้ำเล่าเรื่องที่เขาถูกโกงการเลือกตั้งประธานาธิบดี ไหนจะมีการยุยงปลุกปั่นให้เกิดการประท้วงที่รัฐสภากลางเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมด้วย ซึ่งภายใต้กฎหมายมาตรา 230 (1996 Communications Decency Act) ที่กล่าวไว้ว่าสื่อสังคมออนไลน์จะมีอำนาจในการสั่งลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดนโยบายมาตรฐานของแพลตฟอร์มและไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ก็ตามที่เกิดจากโพสต์ของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์นั้นด้วย อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
10/06/2021

ไบเดนสั่งยกเลิกคำสั่งแบน Tiktok, WeChat และแอปฯ จีนอื่น ๆ แล้ว!

โจ ไบเดน (Joe Biden) ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเซ็นอนุมัติคำสั่งยกเลิกคำสั่งแบนแอปฯ จีนต่าง ๆ เช่น TikTok, WeChat และ Alipay ซึ่งถูกโดนัลด์ ทรัมป์สั่งแบนในยุคที่เขาเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯ แม้ไบเดนจะสั่งยกเลิกการแบน แต่ก็ได้มอบหน้าที่ให้มีการตรวจสอบแอปพลิเคชันเหล่านี้ทั้งหมด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับข้อมูลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของชาวอเมริกัน โดยหน่วยงานดังกล่าวจะต้องประเมินความเสี่ยงทั้งหมดให้เสร็จสิ้นในระยะเวลา 60 วัน ทางด้านวุฒิสมาชิกพรรครีพบลิกัน จอช ฮอว์ลีย์ (Josh Hawley) ได้ทวีตแสดงความเห็นบนทวิตเตอร์ว่า "การยกเลิกคำสั่งทรัมป์เป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง สิ่งนี้แสดงถึงความไม่ระวังในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลชาวอเมริกันจากประเทศจีน และยังส่งเสริมให้บริษัทจีนเข้ามามีอิทธิพลอีกด้วย" ปีที่แล้วทรัมป์สั่งบล็อกแอปพลิเคชันที่กำลังเป็นที่นิยมอย่าง WeChat และ Alipay ออกจากแอปสโตร์ของสหรัฐฯ และสั่งการไม่ให้แอปฯเหล่านี้ดำเนินการได้ในอเมริกา ทำให้เหตุการณ์บานปลายจนถึงขั้นมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น แต่คำสั่งของไบเดนอาจช่วยบรรเทาสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ในวันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน เกา เฟิง (Gao Feng) โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ว่า "นี่คือก้าวที่ดีในทิศทางที่ถูกต้อง" โดยเขาหวังว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการตรวจสอบกับบริษัทจีนอย่างเป็นธรรม และหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจและการค้าขายกับจีน แม้ไบเดนจะยกเลิกคำสั่งแบนแอปฯ จีน แต่ไม่ได้หมายความว่า เขาจะยกเลิกการแบนอย่างอื่นจากจีนไปด้วย โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา…
06/05/2021

Donald Trump เปิดตัวเว็บไซต์เป็นของตัวเอง หลังโดนแบนจากเหล่าโซเชียลมีเดีย

ดอนัลด์ ทรัมป์ เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่เป็นของตัวเอง เพื่อใช้สื่อสารกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่สนับสนุนเขา ซึ่งในเว็บไซต์ระบุว่าตัวเนื้อหาจะเป็นการเผยแพร่แบบ ‘From the desk of Donald J. Trump’ หรือเป็นเนื้อหาแบบ ‘ส่งตรงจากโต๊ะทำงานของดอนัลด์ ทรัมป์’ ทรัมป์ถูกแบนโดยเหล่าแอปโซเชียลมีเดียชื่อดังมากมายทั้งทวิตเตอร์ เฟซบุ๊กและยูทูบ หลังจากที่มีประเด็นว่าเป็นผู้ที่ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้ออกมาก่อเหตุจลาจลที่รัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อช่วงเดือนมกราคม โดยใช้โซเชียลเป็นสื่อหลักในการสื่อสาร หลังจากที่โดนแบนไป ทรัมป์ก็ประกาศว่าจะสร้างแอปหรือช่องทางสื่อสารใหม่เป็นของตัวเอง ล่าสุดได้ออกมาเป็นเว็บไซต์ donaldjtrump.com ที่มีลักษณะคล้ายกับทวิตเตอร์ที่ทรัมป์ใช้บ่อย ๆ เป็นอย่างมาก โดยผู้ใช้งานจะสามารถกดไลก์โพสต์และแชร์ไปบนบัญชีทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กส่วนตัวได้ คาร่า สวิชเชอร์ (Kara Swisher) คอลัมนิสต์ด้านเทคโนโลยีของ New York Times กล่าวว่า “ฉันไม่รู้ว่าแผนโดยรวมของเขาเป็นอย่างไร เพราะเขามีที่ปรึกษาด้านดิจิทัลที่เฉียบคมมาก และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเขาที่พยายามจะมีส่วนร่วมในการสร้างสื่อดิจิทัลให้บูมขึ้นมาอีกครั้ง” มีรายงานว่าเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย Campaign Nucleus ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านดิจิทัลที่สร้างโดยแบรด พาร์สเกล (Brad Parscale) อดีตผู้จัดการแคมเปญของทรัมป์เองด้วย โดยสโลแกนในเว็บไซต์ของเขาคือ ‘Save America’และเคลมว่าเป็นที่ที่ทุกคนสามารถพูดคุยกันได้อย่างอิสระและปลอดภัย โดยเว็บไซต์ใหม่ของทรัมป์เปิดตัวเพียง 1 วันก่อนการตัดสินใจของคณะกรรมการกำกับดูแลของเฟซบุ๊กที่ว่าจะแบนทรัมป์ถาวรหรือไม่ เฟซบุ๊กต้องตรวจสอบอย่างละเอียดและตัดสินใจให้ดีว่าจะแบนทรัมป์หรือไม่…
donald trump
04/12/2020

ทวิตเตอร์ยืนยัน! บัญชีของทรัมป์อาจถูกแบนหลังลงจากตำแหน่ง หากยังมีการละเมิดซ้ำ

ทวิตเตอร์เตรียมสั่งแบนบัญชี โดนัลด์ ทรัมป์ หลังลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ
18/10/2020

เมื่อ Donald Trump เป็นผู้เร่งอุตสาหกรรมชิปประมวลผลในจีนแบบที่ Xi Jin Ping ไม่สามารถทำได้

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า Donald Trump สร้างสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนในปัจจุบันซึ่งปัจจุบันยังคงร้อนระอุ โดยเฉพาะ Huawei ที่กลายเป็นบริษัทที่รับเคราะห์มากที่สุด ปัจจุบันไม่สามารถสั่งผลิตชิปประมวลผลจาก TSMC ได้อีกแล้ว โดยซัปพลายเออร์ที่ใช้เทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาจะต้องยื่นขออนุญาตกับรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อนทำการค้ากับ Huawei และด้วยเหตุนี้เองทำให้จีนต้องดิ้นรนต่อปรากฏการณ์นี้มากขึ้น ซึ่งสุดท้ายมันคือการเร่งอุตสาหกรรมชิปของจีนด้วยความเร่งอย่างที่ Xi Jin Ping ประธานาธิบดีจีนไม่เคยทำได้มาก่อน อันที่จริงผลจากสงครามการค้าไม่ได้กระทบแค่ Huawei แต่ซัปพลายเออร์เกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตชิปก็ต้องขออนุญาตก่อนทำการค้ากับบริษัทผู้ผลิตชิปของจีนอย่าง SMIC หรือ Semiconductor Manufacturing International Corp เช่นเดียวกัน ซึ่งช่วงต้นนั้นกลายเป็นการขัดขวางการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีนอย่างจัง การขัดขวางของรัฐบาลสหรัฐฯ​ ทำให้ SMIC ไม่สามารถดำเนินการพัฒนาการผลิตชิปสู่เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง 7nm ได้ โดยปัจจุบัน SMIC วางแผนเริ่มกระบวนการผลิตชิปที่ 14nm อย่างจริงจังภายในปีนี้ และเริ่มทำการวิจัยและพัฒนาการผลิตชิป 7nm ต่อ แต่ตอนนี้กลายเป็นปัญหาที่ทางบริษัทไม่สามารถผลิตต่อได้เนื่องจากโดนรัฐบาลสหรัฐฯ ขัดขวางด้านห้ามซัปพลายเออร์เครือสหรัฐฯ ทำธุรกิจกับ SMIC และเนื่องจาก SMIC ก็ใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯ จึงไม่สามารถผลิตชิปส่งให้ Huawei เว้นเสียแต่ว่า SMIC…
21/09/2020

WeChat แก้เกมโดนแบนในอเมริกาแล้ว ด้าน TikTok ยืนยันว่าจะดำเนินการได้ในอนาคต

แม้ว่าตอนนี้ WeChat จะยังอยู่รอดในอเมริกาไปได้ด้วยคำสั่งของศาลที่ให้คุ้มครองชั่วคราว แต่ Tencent เจ้าของแอป WeChat ก็เริ่มดำเนินแผนสองไปเรียบร้อย โดยการที่จากเดิมมีแอปชื่อ "WeChat Work" ซึ่งเอาไว้สื่อสารการทำงานในองค์กรอยู่แล้ว ก็นำแอปนี้มาเปลี่ยนชื่อเป็น "WeCom" ที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าด้วยบริษัทในอเมริกาตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม โดยแอป WeCom นั้นสามารถ Sign In บัญชีของ WeChat เดิมได้และ Sync ข้อมูลเดิมจากบัญชีกลับคืนมาได้หมด และคุยกับผู้ใช้ WeChat ได้ตามเดิม โดยบุคคลที่ใช้งานคุยร่วมกับเราไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด WeCom ตามเราไปด้วย แต่ทั้งนี้ ศาลอเมริกาได้ให้คำสั่งชะลอการถอดแอป WeChat ออกจาก App Store ดังนั้นเมื่อค้นหาแอปจาก App Store ของ Apple ณ ตอนนี้ยังคงพบทั้งสองแอป แต่เมื่อทดสอบค้นหาบน Play Store ของ Android กลับยังพบแค่แอป WeChat อันเดิม โดยจากรายงานมีการระบุว่า…
03/04/2020

Bill Gates เผยวิธีแก้ปัญหาวิกฤตโควิดหากเขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ

บิล เกตส์ (Bill Gates) ผู้ก่อตั้งและอดีตซีอีโอไมโครซอฟท์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ คริส แอนเดอร์สัน (Chris Anderson) ในรายการ TEDConnect เกี่ยวกับประเด็นไวรัสโควิด-19 ซึ่งเขาเปิดเผยมุมมองสิ่งที่เขาจะทำหากเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเวลานี้ก็คือ โฟกัสไปที่การรักษาระยะห่างของผู้คนในประเทศเพื่อทำให้กราฟยอดผู้ติดเชื้อนั้นลดลงก่อนเป็นอันดับแรก ข้อความที่ผมจะส่งไปให้พี่น้องประชาชน ต้องยิงตรง ชัดเจนไปเลยว่า การรักษาระยะห่างและแยกผู้คนออกจากกันในระยะหนึ่ง เป็นเรื่องที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างในจีน มันก็จะประมาณ 6 สัปดาห์ เราต้องเตรียมตัวที่จะรับมือกับการปรับตัวแบบนั้น ผมเชื่อว่าถ้าการแยกผู้คนจากกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งประเทศนะ ภายใน 20 วันเราจะได้เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มที่เปลี่ยนไปแน่นอน และเมื่อตัวเลขมันลดลง นั่นแปลว่าคุณมาถูกทาง https://twitter.com/TEDTalks/status/1242481875584761856 มาดูกราฟด้านล่างจากศูนย์ข้อมูลไวรัสโคโรนาจาก Johns Hopkins University จะเห็นว่าเคสติดเชื้อโควิดรายใหม่ในสหรัฐฯ ยังคงชันขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศที่เคยเจอปัญหานี้ก่อนอย่าง จีน และ เกาหลีใต้ คือตัวอย่างประเทศที่แก้ปัญหาได้แล้ว โดยเส้นกราฟจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จะวิ่งไปเป็นแนวราบนั่นเอง อ้างอิง     พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
05/03/2020

ผู้อำนวยการกรมอนามัยสหรัฐฯ เผลอเลียนิ้วตัวเองขณะแถลงเตือนประชาชนอย่าเอามือสัมผัสใบหน้า

กิริยาที่ติดเป็นนิสัยนี่บางทีก็เผลอทำไปโดยไม่รู้ตัวจริง ๆ นะ เผลอตอนไหนก็เผลอได้ แต่ไม่ควรมาเผลอในวาระสำคัญ อย่างเช่นกำลังแถลงข่าวเป็นทางการต่อหน้าประชาชนและผู้สื่อข่าว ไม่งั้นจะกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกให้อับอายได้แบบนี้ รัฐซานตาคลารา มีผู้ติดเชื้อไวรัส Covid-19 ไปแล้วถึง 11 ราย ดร.ซาราห์ โคดี้ ในฐานะผู้อำนวยการกรมอนามัย ประจำรัฐซานตาคลารา จึงต้องออกแถลงข่าวเตือนประชาชนเมื่อวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมานี้ เนื้อหาใจความคือเตือนประชาชนให้ร่วมกันระวังการแพร่ระบาดของไวรัส พร้อมทั้งแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเอามือมาสัมผัสผิวหน้า จะเป็นการนำไวรัสเข้าสู่ร่างกายโดยตรง โดยมีข้อความส่วนหนึ่งดังนี้ "วันนี้ เรามาเริ่มต้นกันด้วยหลีกเลี่ยงไม่เอามือสัมผัสผิวหน้า เพราะว่าเส้นทางหลักที่ไวรัสจะแพร่ระบาดได้นั้น มาจากการที่เราสัมผัสไปที่ปาก จมูกหรือตา" https://twitter.com/RexChapman/status/1235252608845197314?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed&ref_url=https%3A%2F%2Fwww.buzzfeednews.com%2Farticle%2Fsalvadorhernandez%2Fpublic-health-official-touch-face-coronavirus พูดจบปั๊บ ซาราห์ก็เลียนิ้วตัวเอง แผลบ! ก่อนพลิกหน้ากระดาษต่อไป เชื่อว่าเป็นการทำไปด้วยความเคยชิน ซึ่งเป็นวิสัยที่เราเห็นเป็นปกติของชาวตะวันตกที่มักจะเลียนิ้วเพื่อให้ความเหนียวของน้ำลายบนนิ้ว ช่วยเปิดหน้าหนังสือได้ง่ายขึ้น แต่การพลั้งเผลอของซาราห์มันช่างขัดแย้งกับหัวข้อที่เธอกำลังเตือนประชาชน และเธอเป็นถึงระดับผู้อำนวยการ มันก็เลยกลายเป็นการปล่อยไก่ครั้งใหญ่ในชีวิตการทำงานของเธอ ทำให้คลิปนี้กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกภายในสัปดาห์นี้ หลาย ๆ คลิปที่ส่งต่อกันก็ยังแถมข้อความล้อเลียนขำ ๆ ว่า "เห็นมั้ยว่า การหลีกเลี่ยงไม่สัมผัสปาก ตา จมูก ตัวเองน่ะ มันยากขนาดไหน" สอดคล้องกับกรณีศึกษาเมื่อปี…

PR Partners

See All
Read More

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…
26/12/2025

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…