ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| โรคมะเร็งผิวหนัง
Read More

3 เหตุผลที่ทุกคนควรใช้ครีมกันแดดทุกวัน และวิธีเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับแดดเมืองไทย

แดดประเทศไทยนั้นขึ้นชื่อเรื่องความร้อนและอานุภาพในการทำลายผิว ซึ่งตัวการคือก็รังสียูวี (Ultraviolet Radiation) โดยการสัมผัสกับแสงยูวีจากแดดประเทศไทยที่มีความเข้มข้นสูงเป็นประจำทำให้เกิดผิวคล้ำเสีย แพ้ง่าย และที่อันตรายคือเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนัง แต่ถึงอย่างนั้นคนไทยจำนวนไม่น้อยก็ยังละเลยการทาครีมกันแดด Hack for Health เลยจะมาบอกเล่า 3 เหตุผลที่ทุกคน ไม่ว่าจะผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนสูงอายุควรใช้ครีมแดดทุกวัน แม้จะอยู่บ้านก็ตาม 3 เหตุผลที่ทุกคนควรใช้ครีมกันแดดทุกวัน แม้จะมีเพียง 3 เหตุผล แต่บอกเลยว่าเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคุณอย่างแน่นอน เหตุผลที่ 1: ครีมกันแดดลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง ปัจจัยสำคัญของโรงมะเร็งผิวหนังคือรังสียูวีจากแสงแดด โดยเฉพาะรังสียูวีบีที่สามารถทำลายผิวชั้นหนังกำพร้าที่อยู่นอกสุดและผิวหนังแท้ชั้นบน การสัมผัสในระยะสั้นจะทำให้ผิวของคุณคล้ำเสีย ผิวไหม้และอักเสบจากแดด ไวต่อแสง และยังเป็นรังสีที่มีความเข้มข้นสูงที่ทะลุไปถึง DNA ของเซลล์ผิวหนัง การสัมผัสกับรังสียูวีบีระยะยาวสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้หลายชนิด ซึ่งการทาครีมกันแดดสามารถลดความเสี่ยงของโรคผิวหนังจากรังสียูวีได้เมื่อใช้อย่างถูกต้อง โดยการใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 15 เป็นประจำทุกวันช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังชนิดสเควมัสเซลล์ (Squamous Cell Carcinoma) ที่เป็นมะเร็งผิวหนังชนิดทั่วไปได้ 40 เปอร์เซ็นต์ และลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา (Melanoma) ที่อันตรายมากกว่าได้ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับแดดเมืองไทยแล้ว…
22/06/2021

BioNTech มุ่งเป้าผลิตยารักษาโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยี mRNA

ด้วยความสำเร็จของเทคโนโลยีเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ที่ไบโอเอ็นเทค (BioNTech) ใช้ในการต่อต้านโควิด-19 ทำให้บริษัทเริ่มมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายต่อไปอย่างการผลิตวัคซีนต่อต้านมะเร็ง ซึ่งไบโอเอ็นเทคเพิ่งเริ่มให้ยาผู้ป่วยในการทดลองระยะที่ 2 แล้ว โดยทดลองทำวัคซีนมะเร็งผิวหนัง ไบโอเอ็นเทคเรียกตัวเองว่าเป็น "บริษัทเจเนอเรชันใหม่ที่บุกเบิกการรักษาโรคมะเร็งและโรคร้ายแรงอื่น ๆ" ซึ่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทที่ใช้เทคโนโลยี mRNA มีส่วนทำให้เกิดเป้าหมายใหม่ขึ้นมาอย่างการรักษามะเร็ง โดยเรียกชื่อโปรเจกต์ว่า BNT111 เป็นการทดสอบวัคซีน mRNA ร่วมกับยาลิบตาโย (Libtayo) ที่เป็นตัวสร้างแอนติบอดีให้กับผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง โดยการทดลองระยะที่ 2 ที่ไบโอเอ็นเทคบอกไว้ มีการรับสมัครผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด 120 ราย ทั้งจากสเปน เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย มีจุดมุ่งหมายเพื่อประเมินระยะเวลาการตอบสนองของวัคซีนและแอนติบอดีในผู้ป่วย BNT111 เป็นหนึ่งในวัคซีนมะเร็งที่ออกแบบโดยไบโอเอ็นเทค ภายใต้แพลตฟอร์มฟิกซ์แวค (FixVac) ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จออกมาจริง ๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านโรคได้เอง ไม่ต้องอาศัยการรับประทานยาเพื่อบรรรเทาอาการแบบเดิมอีกต่อไป ออสเรม ตูเรซี (Ozlem Tureci) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ของไบโอเอ็นเทคกล่าวว่า "การเริ่มต้นทดลองใช้ยาระยะที่ 2 ในครั้งนี้ เรายังคงเดินบนเส้นทางเดิมของเราในการตระหนักถึงศักยภาพของวัคซีน…
02/06/2018

ผลวิจัยชี้ชัด AI วินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังแม่นยำกว่าหมอผิวหนังแล้ว

วารสาร Annals of Oncology ฉบับล่าสุดเปิดเผยรายงานผลวิจัยชิ้นใหม่ระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีความสามารถในการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังได้แม่นยำกว่าแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางแล้ว โดยรายงานระบุว่า AI ดังกล่าวที่ชื่อว่า CNN สามารถแยกแยะเนื้องอกที่เป็นมะเร็งและเนื้องอกธรรมดาได้แม่นยำถึง 95% เมื่อเทียบกับแพทย์ผิวหนังที่วินิจฉัยได้ 86.6% จากการทดสอบให้แยกแยะจากภาพเนื้องอก 100,000 ภาพ ทั้งนี้ การทดสอบดังกล่าวเป็นการทดสอบร่วมกันระหว่างระบบ AI กับแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางทั้งหมด 58 คนจาก 17 ประเทศ ซึ่งใน 58 คนนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังซึ่งมีประสบการณ์ทำงานมากกว่า 5 ปี, 19% เป็นแพทย์ผิวหนังอายุงานระหว่าง 2-5 ปี และแพทย์ผิวหนังอายุงานน้อยกว่า 2 ปีอีก 29% โดยรายงานจาก Holger Haenssle หัวหน้าทีมวิจัยจาก University of Heidelberg ระบุว่า CNN นั้นมีความผิดพลาดในการวิเคราะห์ภาพเนื้องอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเมื่อการวินิจฉัยมีเปอร์เซ็นต์ผิดพลาดน้อย ก็จะลดการผ่าตัดที่ไม่จำเป็นในผู้ป่วยมะเร็งแต่ละเคสมากขึ้นเช่นกัน การมาของเทคโนโลยี AI…

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…