ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ความเครียด
Read More

การเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิดบ่งบอกบุคลิกภาพของเจ้าของ

การเลี้ยงสัตว์เป็นสิ่งที่หลายคนเลือกทำเพื่อเพิ่มความสุขและสีสันในชีวิต สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดไม่เพียงแค่เป็นเพื่อนที่ดี แต่ยังสะท้อนถึงบุคลิกภาพและลักษณะเฉพาะตัวของเจ้าของด้วย การเลือกเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆ นอกจากจะบ่งบอกถึงความชื่นชอบส่วนตัวแล้ว ยังสามารถบอกอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวเจ้าของได้เช่นกัน การเลี้ยงสัตว์เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราได้ฝึกฝนความรับผิดชอบ ความอดทน และการดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงของเรา ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงยังสามารถส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของเราอีกด้วย มาดูกันว่า การเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิดบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับบุคลิกภาพของเจ้าของได้บ้าง 1. สุนัข บุคลิกภาพ: ผู้ที่เลี้ยงสุนัขมักจะเป็นคนที่มีความกระตือรือร้น ชอบเข้าสังคม และมีความอดทน สุนัขเป็นสัตว์ที่ต้องการการดูแลและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของมีความรับผิดชอบและใส่ใจในสุขภาพของสัตว์เลี้ยง 2. แมว บุคลิกภาพ: คนที่เลี้ยงแมวมักจะเป็นคนที่มีความเป็นอิสระ ชอบความสงบ และมีความคิดสร้างสรรค์ แมวเป็นสัตว์ที่ดูแลตัวเองได้ดี และต้องการพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของมีความเข้าใจและเคารพในความเป็นอิสระของผู้อื่น 3. นก บุคลิกภาพ: เจ้าของนกมักจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ รักความสวยงาม และมีความสงบ นกเป็นสัตว์ที่มีสีสันและเสียงร้องที่ไพเราะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของชื่นชอบความงามและความรื่นรมย์ในชีวิต 4. ปลา บุคลิกภาพ: คนที่เลี้ยงปลามักจะเป็นคนที่มีความใจเย็น ใส่ใจในรายละเอียด และมีความสงบ การดูแลตู้ปลาให้สะอาดและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับปลา ต้องการความอดทนและการดูแลอย่างต่อเนื่อง 5. หนูแฮมสเตอร์ หรือหนูตะเภา บุคลิกภาพ: เจ้าของหนูแฮมสเตอร์หรือหนูตะเภามักจะเป็นคนที่ชอบความน่ารัก ความสนุกสนาน และมีความเป็นเด็กในใจ หนูเหล่านี้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและชอบเล่น ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของมีความใส่ใจและชื่นชอบความสนุกสนานในชีวิต…
23/05/2024

Digital Wellbeing: สมดุลชีวิตดิจิทัลเพื่อสุขภาวะที่ดีของวัยทำงาน

“ทุกวันนี้ เรากำลังควบคุมเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีกำลังควบคุมเรา ?” ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะวัยทำงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนเป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน รวมทั้งการติดต่อสื่อสาร การหาข้อมูลความรู้ และความบันเทิงต่าง ๆ จนบางครั้งเราอาจละเลยข้อเท็จจริงที่ว่า การใช้เทคโนโลยีที่มากจนเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ตาพร่ามัว นอนหลับยาก เครียด วิตกกังวล เป็นต้น การมี Digital Wellbeing หรือ สุขภาวะดิจิทัล จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับวัยทำงาน รวมไปถึงพลเมืองดิจิทัลทุกคน บทความนี้จะนำเสนอเทคนิคการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดเพื่อให้วัยทำงานสามารถสร้างสมดุลชีวิตดิจิทัลแบบง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน และแนะนำการใช้แอปพลิเคชันเพื่อสร้าง Digital Wellbeing ผ่านอุปกรณ์ที่คุณมี Digital Wellbeing หรือ สุขภาวะดิจิทัล หมายถึง การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในเชิงบวก เพื่อส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความเป็นอยู่ที่ดี โดยไม่ให้ส่งผลเสียต่อชีวิตประจำวันและมีสุขภาพที่ดี ทำไม Digital Wellbeing จึงสำคัญสำหรับวัยทำงาน? วิธีสร้าง Digital Wellbeing การใช้หน้าจอเป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ จึงควรจำกัดเวลาการใช้หน้าจอ โดยเฉลี่ยไม่ควรเกิน 8…
30/04/2024

Digital Fatigue โรคอนาคตของคนดิจิทัล

“Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ก่อนไปทำความรู้จักกับเทรนด์ของโรคในอนาคตที่ระบาดไวกว่าที่ทุกคนคิดในชีวิตของคนดิจิทัลอย่าง Digital Fatigue นี้ ​เรามาเช็กกันหน่อยดีกว่าครับ ว่าทุกวันนี้คุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่ ? อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของภาวะ Digital Fatigue หากเช็กแล้วพบว่าคุณมีอาการดังกล่าวเกินกว่า 5-6 ข้อ แสดงว่า คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็น Digital Fatigue แล้วครับ ไม่เคลื่อนไหว แต่ทำไมเหนื่อย ? “Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต เปิดหน้าจอหลายจอ หรือทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกันเป็นระยะเวลานาน ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการพักผ่อนหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวัน ซึ่งความอ่อนล้าดังกล่าวทำให้เราหมดพลังงาน เกิดความคิดฟุ้งซ่าน และอาจทำลายสุขภาพร่างกายได้​ ความเหนื่อยล้าดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุจากการนั่งทำงานผ่านจอนาน ๆ เท่านั้น บางคนเกิดภาวะ Digital Fatigues จากการการเสพติดเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย เกมออนไลน์ สื่อบันเทิงต่าง ๆ…
22/04/2024

Retail Therapy แก้เครียดด้วยการช็อปปิ้งที่อาจทำให้คุณเครียดกว่าเดิม

แค่ออกไปช็อปปิ้ง (ราชบัณฑิตยสภาพ: ชอปปิง)ก็ช่วยลดความเครียดได้จริง! แต่ระวังช็อปหนักไป เครียดกว่าเดิมแบบไม่รู้ตัว ในวงการจิตวิทยาเราเรียกการออกไปช็อปปิ้งสิ่งนี้ว่า “Retail Therapy” หรือการบำบัดใจด้วยการช็อปปิ้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติมาก ๆ และเป็นกันทั่วโลก นักวิจัยจาก Pennsylvania State University เคยทำแบบสำรวจเกี่ยวกับเรื่องนี้ และพบว่า 62 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า พวกเขาออกไปช็อปปิ้ง เพื่อปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น เหตุผลที่ทำให้การช็อปปิ้งทำให้เรามีอารมณ์ที่ดีขึ้น ก็เพราะว่า การออกไปซื้อของหรือเลือกสินค้าต่าง ๆ ทำให้เรากลับมาโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แทนที่จะเอาใจไปจดจ่ออยู่กับความทุกข์ และยังทำให้เราสัมผัสอำนาจในตัวเอง ที่อยากจะตัดสินใจซื้ออะไรก็ได้ และรู้สึกว่าเราควบคุมชีวิตของตัวเองได้  อย่างไรก็ตาม ถ้าเราใช้เงินแบบไม่บันยะบันยัง ก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดความเครียดมากขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าไม่มีเงินใช้จ่ายพอกับเรื่องอื่น ๆ หรือสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเพราะเป็น “หนี้”  ดังนั้น คุณสามารถออกไปช็อปปิ้งแก้เครียดได้ แต่ก็อย่าลืมบริหารงบของตัวเองให้ดี ๆ และการทำ Retail Therapy ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อของชิ้นใหญ่ หรือซื้อของที่มีราคาแพงเสมอไป แค่ซื้อของชิ้นเล็ก ๆ ราคาแค่ไม่กี่บาทก็ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นแล้ว  เพราะวิธีคลายเครียดที่ดี ควรเป็นวิธีที่ไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมาเพิ่มเติม และการเลือกซื้อของที่คุณชอบจริง ๆ หรือซื้อมาแล้วใช้งานได้จริง ก็จะทำให้คุณเกิดความแฮปปี้มากขึ้นเข้าไปอีก
20/01/2023

เที่ยวพิพิธภัณฑ์ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต?

พิพิธภัณฑ์ไม่ได้เป็นสถานที่ที่น่าเบื่อเสมอไปและการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด เพราะข้อมูลบางส่วนพบว่าการไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์อาจส่งผลดีต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต มาดูกันว่าการไปเดินชมของโบราณ งานศิลปะ หรือการอ่านเรื่องราวบนป้ายข้างตู้จัดแสดงจะดีกับคุณอย่างไรบ้าง ประโยชน์จากการไปพิพิธภัณฑ์ สิ่งแรกที่คุณจะได้เมื่อไปพิพิธภัณฑ์คือความรู้และประสบการณ์ใหม่ที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน หรือถ้าคุณเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือหรือมักจะจินตนาการภาพตามไม่ออก การไปพิพิธภัณฑ์นี่แหละ เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมือนการพาคุณเดินทางไปบนหน้าหนังสือ โดยที่คุณสามารถเห็นภาพตามได้อย่างชัดเจน เป็นการบันทึกข้อมูลลงสู่สมองของคุณทั้งในรูปแบบตัวอักษร ภาพ และสัมผัส ซึ่งการซึมซับสิ่งเหล่านี้ส่งผลดีต่อชีวิตและสุขภาพของคุณโดยไม่รู้ตัว เช่น แรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ สมองและความจำเป็นระบบที่แสนพิเศษและน่าฉงนที่เปรียบเหมือนกับหอสมุดยักษ์ ทุกสิ่งที่คุณจดจำได้ทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัวจะถูกจัดเรียงอยู่บนชั้นหนังสือ ทุกครั้งที่คุณต้องการไอเดียหรือต้องแก้โจทย์บางอย่างข้อมูลเหล่านี้จะถูกปัดฝุ่นและหยิบออกมาจากชั้นวางโดยอัตโนมัติ ผสมผสานระหว่างชุดความรู้และประสบการณ์เฉพาะตัวจนเกิดข้อมูลใหม่ที่เรียกว่า “ความคิดสร้างสรรค์” ที่ช่วยต่อยอดงานหรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณได้ ซึ่งพิพิธภัณฑ์เป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้ได้ในหลายมิติและหลายรูปแบบ จึงไม่แปลกที่หลังจากกลับพิพิธภัณฑ์คุณจะเกิดปิ๊งไอเดียอะไรบางอย่างขึ้น หรือจินตนาการเรื่องราวและภาพที่เกี่ยวข้องกับพิพิธภัณฑ์นั้นในแบบของคุณเอง สุขภาพจิตที่ดียิ่งขึ้น การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ส่งผลดีต่ออารมณ์และสุขภาพจิตในแบบที่คุณคาดไม่ถึง มีการศึกษาที่พบว่าการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เพียงครึ่งชั่วโมงช่วยลดระดับ “คอร์ติซอล” (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดที่ส่งผลต่อสมองและความดันโลหิตได้ ซึ่งการปลดปล่อยสมองและดวงตาให้เพลิดเพลินไปกับสิ่งใหม่ในพิพิธภัณฑ์อย่างสม่ำเสมออาจส่งผลดีต่ออารมณ์ในด้านต่อไปนี้ได้ หากคุณกำลังเผชิญกับความเหนื่อยล้าในชีวิต ความรู้สึกหมดไฟ ความเครียดจากการทำงาน หรือกำลังรับมือกับภาวะทางอารมณ์ลองหาเวลาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่คุณสนใจอาจช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ คุณภาพชีวิตและสังคมที่ดีขึ้น ใครจะไปคิดว่าการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ เริ่มจากการมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นก็ย่อมหมายถึงคุณภาพชีวิตในด้านของสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย ส่วนสังคมที่ดีก็มาจากการที่ผู้คนได้เข้าไปเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ในพิพิธภัณฑ์ หากคุณไปพบเห็นภาพที่แสดงถึงการกดขี่ผู้หญิง คุณอาจตระหนักรู้เรื่องสิทธิสตรีมากขึ้น หรือหากคุณได้ไปอ่านเรื่องราวของชนวนที่นำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ก็คงไม่แปลกที่คุณจะให้ความสำคัญต่อความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น การเรียนรู้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และงานศิลปะจึงเป็นสิ่งที่ช่วยยกระดับจิตใจของผู้คนได้มากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะนำไปสู่สังคมและคุณภาพชีวิตของคนในสังคมที่ดีขึ้น นอกจากประโยชน์เหล่านี้แล้ว ยังมีข้อมูลอื่น ๆ ที่บอกว่าการไปพิพิธภัณฑ์ให้อะไรได้มากกว่าที่คุณคิด เช่น ลดอัตราการถูกวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมและบรรเทาอาการด้านความจำของผู้ป่วยสมองเสื่อม อย่างไรก็ตาม…
18/01/2023

ผลวิจัยเผย ยิ่งกินเค็ม ยิ่งเครียด แถมเสี่ยงโรค

ด้วยวัฒนธรรมอาหารไทยที่จัดจ้านและครบรส ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยมักติดใจรสชาติใดรสชาติหนึ่งในอาหาร ซึ่งเชื่อว่าการติดกินเค็มต้องเป็นนิสัยของใครหลายคนโดยไม่รู้ตัว สังเกตจากเวลาไปร้านอาหารตามสั่งก็จะมีพริกน้ำปลาหรือน้ำปลาพริกวางไว้บนโต๊ะ จะกินอะไรก็ต้องมีน้ำจิ้มด้วยเสมอ ตามที่เรารู้มาตลอดการกินเค็มสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคไต ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคทางการอีกหลายโรค แต่การศึกษาในปี 2022 พบว่าการกินเค็มอาจส่งผลต่อความเครียดได้ ยิ่งกินเค็ม ยิ่งเครียด? โซเดียมเป็นสารอาหารที่มาพร้อมกับความเค็ม ซึ่งโซเดียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายต้องการ การได้รับในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยรักษาการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และรักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย แต่แน่นอนว่าการกินโซเดียมมากหรือน้อยเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ ถ้าร่างกายขาดโซเดียม กล้ามเนื้อก็อาจเป็นตะคริว อ่อนล้า และไม่มีแรงได้เหมือนเวลาที่ท้องเสีย หรือถ้าได้รับโซเดียมมากไปก็อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคไต ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพจากความเค็มที่คนรู้จักกันดี แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าการกินเค็มอาจส่งผลต่อภาวะความเครียดด้วย การศึกษาจาก University of Edinburgh พบว่าสมองของหนูทดลองที่กินเค็มติดต่อกันผลิตสารที่เกี่ยวข้องกับความเครียดออกมามากขึ้น ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าการกินเค็มไม่ได้แค่ส่งผลเสียต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์อย่างความเครียดได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ทำให้หนูทดลอง เราเลยต้องรอดูกันต่อไปว่าผลกระทบจากการกินเค็มต่อสมองของมนุษย์จะให้ผลแบบเดียวกันรึเปล่า กินเค็มแค่ไหนถึงจะไม่มากเกิน? การงดการกินเค็มไปเลยคงจะไม่ใช่เรื่องดี ทั้งในเรื่องของสุขภาพและการใช้ชีวิต ซึ่งจริง ๆ ทุกคนสามารถอร่อยกับอาหารได้ทุกประเภททุกรสชาติถ้าไม่ได้มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ กรมอนามัยแนะนำว่าคนทั่วไปไม่ควรได้รับโซเดียมเกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่มาบอกแบบนี้คงจะไม่เห็นภาพ เราขอยกตัวอย่างปริมาณโซเดียมในอาหารมาให้ทุกคนได้ดูกัน *ปริมาณโซเดียมเป็นเพียงค่าเฉลี่ยของปริมาณโซเดียมในอาหารจากการสำรวจเท่านั้น จะเห็นได้ว่าแค่สุกี้น้ำชามเดียวก็ใช้โควตาโซเดียมต่อวันของเราไปเกินครึ่งแล้ว ซึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันจริง ๆ เราเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ยากมาก ยังไม่รวมถึงรสชาติความนัวของผงชูรสที่จัดว่าเป็นโซเดียมประเภทหนึ่งด้วย…
Studio shot of upset frustrated young chubby female employee wearing formal shirt holding hand on her forehead, having mournful look, suffering from headache or hangover after sleepless night
18/01/2023

ยิ่งเครียด ยิ่งอ้วน จริงหรือ? ทำความรู้จักฮอร์โมนแห่งความเครียด

เชื่อว่าแทบทุกคนเคยพยายามลดความอ้วน มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จ แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายคนที่ไม่สามารถลดได้ตามที่ตั้งใจไว้ ยิ่งลดไม่ได้ก็ยิ่งกดดัน ยิ่งกดดันก็ยิ่งเครียด แล้วทำไมพยายามเท่าไหร่ก็ไม่ผอมสักที ยิ่งเครียดก็ยิ่งอ้วนเสียอย่างนั้น… ความเครียด มีหลายปัจจัยด้วยกัน บางคนเครียดเรื่องน้ำหนัก บางคนเครียดเรื่องเรียน เครียดเรื่องงาน เครียดเรื่องความรัก รู้หรือไม่ว่า ‘ความเครียด’ จะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนชนิดหนึ่งออกมามากกว่าปกติ ส่งผลกับการกินของเรา และท้ายที่สุดก็ทำให้อ้วนขึ้นด้วย ทำความรู้จักฮอร์โมนแห่งความเครียด ‘ฮอร์โมนแห่งความเครียด’ หรือ คอร์ติซอล (Cortisol) คือ ฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตเองตามธรรมชาติ สร้างขึ้นโดยต่อมหมวกไตที่อยู่บนไตของคุณ ทำหน้าที่ในการเผาผลาญไขมันและพลังงานที่สะสมอยู่ในร่างกาย ควบคุมความดันโลหิต พร้อมทั้งปรับระดับน้ำตาลในเลือด โดยฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกปล่อยออกมามากขึ้นเมื่อคุณอยู่ในภาวะเครียดเรื้อรัง ร่างกายก็จะต้องการพลังงานมากขึ้นด้วยเช่นกัน สมองจึงกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความ ‘หิว’ นั่นเอง  Cortisol ส่งผลต่อความอ้วนอย่างไร? อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า คอร์ติซอล จะตอบสนองได้ดีต่อความเครียด โดยเฉพาะคนที่มีความเครียดเรื้อรัง และเมื่อฮอร์โมนชนิดนี้ถูกหลั่งออกมามาก ก็จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว สมองจึงสั่งการให้ร่างกายหาน้ำตาลมาทดแทน ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เวลาเครียดหลายคนมักจะหยิบช็อกโกแลต หรือขนมหวานต่าง ๆ มากิน และเมื่อได้ความหวานจากขนมเหล่านั้นก็จะรู้สึกดีขึ้นทันที นอกจากนี้ หากคอร์ติซอลหลั่งออกมามากผิดปกติยังทำให้ระบบเผาผลาญแปรปรวน โดยจะทำให้ร่างกายเผาผลาญกล้ามเนื้อไปพร้อม ๆ กับไขมัน ซึ่งปกติแล้วกล้ามเนื้อจะมีส่วนช่วยเรื่องระบบเผาผลาญของร่างกาย และหากกล้ามเนื้อน้อยลงเท่าไหร่ก็จะทำให้อ้วนง่ายมากขึ้นเท่านั้น…
ผ่าตัด
15/04/2022

หมอขอร็อก! วิจัยเผย แพทย์ที่ฟังเพลงร็อกวง ‘AC/DC’ ระหว่างผ่าตัด จะทำงานได้เร็วและแม่นยำกว่าเดิม ยิ่งเปิดดังยิ่งดี!

การฟังเพลงไม่ได้มีอิทธิพลต่อชีวิตเพียงแค่ให้ความบันเทิงเริงใจเท่านั้น ล่าสุด ผลงานการวิจัยของประเทศเยอรมนีได้เปิดเผยว่า การฟังเพลงของวงร็อกระดับตำนาน มีส่วนช่วยทำให้การผ่าตัดมีความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
15/03/2022

ผู้หญิงญี่ปุ่นเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

การฆ่าตัวตายสำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้นมีประวัติศาสตร์มายาวนาน และในอดีตนี่เป็นหนึ่งในวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงความอับอายและการเสียเกียรติ แม้รัฐบาลจะพยายามแก้ปัญหาดังกล่าวเรื่อยมาจนยอดผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายลดลง 40% ในเวลา 15 ปี แต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กลับทำให้ผู้หญิงญี่ปุ่นเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้นเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
31/03/2021

เหนื่อยจังแต่ยังไม่นอน ขอไถมือถือก่อน… พฤติกรรมนี้เรียกว่า ‘Revenge Bedtime Procrastination’

จินตนาการถึงวันที่เหน็ดเหนื่อย (ซึ่งเอาตามจริงสำหรับเราหลาย ๆ คนมันก็คือทุกวันนั่นแหละครับ) คุณอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ทาครีม เดินไปเปิดไฟหัวเตียง ปิดไฟห้อง ทิ้งตัวลงนอน ถอนหายใจ “เฮ้ออออออ……” ในหัวคิด “หมดไปอีกหนึ่งวัน” ระหว่างที่ความคิดในสมองกำลังแล่นวนฉายภาพของสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ งานที่ทำ คนที่เจอ เรื่องเครียด ๆ จากเจ้านาย ลูกค้า ความเหนื่อยล้าจากการรบกับลูกน้อยหรือปากเสียงกับเพื่อนร่วมงาน มือของคุณก็เริ่มควานหาวัตถุรูปทรงสี่เหลี่ยมที่คุ้นเคย มันวางอยู่แถวนั้นแหละไม่เคยห่างไปไหน หยิบมือถือคู่ใจขึ้นมากดเปิดดู เช็กความเคลื่อนไหวของเพื่อน ๆ บนโซเชียลมีเดียซะหน่อย ดูยูทูบนิดหนึ่ง ทวิตเตอร์ล่ะวันนี้ฉันพลาดอะไรสำคัญไปหรือเปล่า เน็ตฟลิกซ์มีอะไรใหม่ ๆ ให้ดูไหม ฯลฯ คุณเหนื่อยมาก คุณรู้ว่าควรจะนอนได้แล้ว แต่นิ้วก็ยังไถไปเรื่อย ๆ ไถไปจนเลยจุดที่คุณรู้สึกว่ามันสนุกไปนานแล้ว ตาเริ่มล้า หนังตาเริ่มหนัก พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปเผชิญหน้ากับปัญหาอีกครั้ง แต่…คุณก็ยังไม่หยุด ยังไถต่อไปเพราะคุณรู้สึกไม่พร้อมที่จะพัก เหมือนว่าในใจลึก ๆ บางส่วนนั้นยังรู้สึกไม่พอใจ ยังไม่สาสมใจ ยัง… ฉันยังอยากมีเวลาของฉันอยู่ ฉันยังไม่อยากนอน ตัวผมเองก็เป็นและเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ก็เป็น พฤติกรรมแบบนี้มีชื่อเรียกว่า “Bedtime…
19/02/2021

เครียดนักพักฟังเพลงฮิตยุค 80s ช่วยคลายเครียดได้ !

คุณกำลังรู้สึกเครียดอยู่ใช่มั้ย ? และดูเหมือนว่าจะหาวิธีผ่อนคลายและลืมความกังวลในชีวิตไม่ได้ง่าย ๆ เสียด้วย ลองฟังเพลงฮิตจากยุค 80s ดูสิ นี่อาจเป็นวิธีที่คุณกำลังมองหาอยู่ก็ได้นะ ! ใช่แล้วล่ะครับ เพลงฮิตยุค 80s นี่แหละสามารถช่วยคุณลดความเครียดได้เป็นอย่างดี นี่เป็นเรื่องที่ค้นพบจากการศึกษาที่จัดทำขึ้นโดย Vera Clinic ซึ่งเป็นศูนย์ศัลยกรรมความงามในตุรกี แต่เอ ? แล้วเรื่องศัลยกรรมความงามนี่มันมาเกี่ยวกับเรื่องดนตรีได้ยังไงเนี่ย ? จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ พวกเขาก็ได้ทำการศึกษานี้ไปแล้วด้วยการทำการสำรวจจากอาสาสมัครจำนวน 1,540 คนที่มีอายุระหว่าง 18-65 ปี สิ่งที่คลินิกขอให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบทำก็คือ “แบบทดสอบระดับความเครียด” ด้วยการให้ผู้เข้าร่วมฟังเพลย์ลิสต์ต่าง ๆ บน Spotify และวัดค่าความดันโลหิตรวมไปถึงอัตราการเต้นของหัวใจหลังจากที่ได้ฟังเพลงในแนวต่าง ๆ บนเพลย์ลิสต์ไปแล้ว ซึ่งในบรรดาเพลย์ลิสต์เหล่านี้ก็ครอบคลุมเพลงหลายประเภทด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น "Golden Oldies" จากทศวรรษ 1960 เพลงร็อกจากทศวรรษ 1970 เพลงฮิตจากทศวรรษ 1980 อาร์แอนด์บีจากทศวรรษ 1990 รวมไปถึงเพลงแจ๊ส โมเดิร์นคลาสสิก และดั๊บสเตป สิ่งที่การศึกษาในครั้งนี้พบก็คืออาสาสมัครผู้เข้ารับการทดสอบจะรู้สึก “มีความสงบมากที่สุด” เมื่อเพลย์ลิสต์ที่พวกเขาฟังรวมเพลงฮิตจากปี…
31/07/2017

รีบแชร์ให้บอสเห็นด่วน! เผยผลวิจัยชี้เล่นเกมในที่ทำงานช่วยลดความเครียดได้

ปกติแล้วเมื่อคนเราเกิดอาการล้าสะสมจากการทำงาน เชื่อว่าเรา ๆ ท่าน ๆ ต่างก็คุ้นเคยกับวิธีคิดหรือคำแนะนำที่ให้หยุดพักเบรคแล้วอยู่นิ่ง ๆ สักพัก แต่จากผลวิจัยที่ค้นพบล่าสุดนั้นปรากฏว่าการหยิบเกมขึ้นมาเล่นเพียง 5 นาทีระหว่างทำงานก็สามารถทำให้สมองคนเราผ่อนคลายและพร้อมกลับมาทำงานได้แล้ว ทั้งนี้ นักวิจัยจาก University of Central Florida ได้ได้การสำรวจจากกลุ่มทดลองทั้งหมด 66 คนที่อยู่ในข่ายทำงานในแบบรูทีนมาต่อเนื่องจนล้าและเบื่อหน่ายกับงานจนประสบกับปัญหาเรื่องความจำและประสิทธิภาพการตัดสินใจที่ลดลง โดยทีมวิจัยแบ่งกลุ่มทดลองออกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มแรกให้พักเบรคการทำงานด้วยการให้เล่นเกม Sushi Cat 2 ซึ่งเป็นเกมสไตล์ปาจิงโกะ, กลุ่มที่ 2 ทำกิจกรรมผ่อนคลายทั่วไป เช่น ไปออกกำลังกาย, ดูหนังฟังเพลง และกลุ่มสุดท้าย ให้พักเบรคโดยการนั่งเฉย ๆ ไม่ทำอะไรรวมทั้งไม่ให้เล่นสมาร์ทโฟนใด ๆ เลย ซึ่งปรากฏว่า กลุ่มทดลองแรกที่ได้เล่นเกมบอกว่าพวกเขารู้สึกดีขึ้น ลดอาการวิตกกังวล, ตอบสนองต่อความเครียดได้ดีกว่าเดิม ส่วนกลุ่มที่ทำกิจกรรมผ่อนคลายทั่วไปนั้นทำคะแนนดีที่สุดในเรื่องความจำ แต่น่าสนใจว่าการพักผ่อนลักษณะทั่วไปนั้นกลับเพิ่มความรู้สึกกังวลให้ผู้ทดสอบในกลุ่มนี้ด้วย ทั้งนี้ ผลวิจัยดังกล่าวยังได้สรุปว่าการได้พักเบรคเล็ก ๆ โดยการเล่นเกมนั้น จะทำให้บุคคลผู้นั้นสามารถฟื้นฟูความสามารถในการจัดการด้านอารมณ์, ความสามารถในการมองเห็น, ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงทำให้บุคคลนั้นมีแนวโน้มจะเป็นคนใจดีมากขึ้นด้วย ซึ่งทาง Michael Rupp หนึ่งในสมาชิกทีมวิจัยก็ได้เพิ่มเติมว่า…

PR Partners

See All
Read More

ครั้งแรกของไทย ! กับ AIS Presents WTF FESTIVAL โดยโจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ งานนี้เจ๋งยังไง ?

งาน WTF FESTIVAL ที่ไม่ได้แปลว่า WTF FESTIVAL แบบที่ทุกคนคิด แต่ย่อมาจาก Wisdom to the Future ไอเดียสุดล้ำที่เกิดจากการเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดยโจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ Dean of House of Wisdom และผู้ก่อตั้ง WTF Festival เมื่อไอดอลของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานหรืออยากมีธุรกิจของตัวเองไม่ใช่ดาราดังแบบเดิมอีกต่อไป แต่กลายเป็นเจ้าของกิจการ 'สายฉีก' ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดทั้งที่อายุยังน้อย โจ้ ธนา ได้เอ่ยถึงเหตุผลที่จะทำให้งาน
02/03/2026

MarTech Expo 2026 มหกรรมเทคโนโลยีการตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี 24 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งาน MarTech Expo 2026 (Marketing Technology & Innovation Expo) กลับมาอีกครั้งภายใต้คอนเซปต์ "Marketing x Technology | Expose Your Potential" เพื่อเป็นพื้นที่ปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจผ่านนวัตกรรมที่ครอบคลุมทั้ง MarTech, AdTech และ CommerceTech แบบครบวงจร ปีนี้งานขยายสเกลมาจัดที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ณ Ballroom 1–4 ชั้น G ใจกลางกรุงเทพฯ ตอบโจทย์ทั้งเรื่องพื้นที่ที่กว้างขวางรองรับผู้ร่วมงานได้มากขึ้น และการเดินทางที่สะดวกสบายทั้งรถไฟฟ้า MRT และรถส่วนตัว 3 เวทีหลัก (Main Stages) กลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจ "โตให้ครบ" งานในปีนี้เน้นการแก้ปัญหาธุรกิจใน 3 มิติหลัก “หาใหม่–ดูแลลูกค้าเดิม–ปิดการขาย” Experience Zones ลงมือทำจริง เจอกูรูตัวจริง จุดเด่นที่พลาดไม่ได้ของปีนี้คือโซนกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้แบบ Interactive รายละเอียดการจัดงาน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วพบกันที่งานเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดทางการตลาดเดิม…
27/02/2026

เจาะลึกยุทธศาสตร์ สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) ดันไทยขึ้นเป็น Digital Hub แห่งอาเซียน

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) ได้จุดพลุครั้งสำคัญในการประชุม DCT Digital Policy Conference นี่ไม่ใช่แค่การประชุมสภาวิชาชีพทั่วไป แต่คือการขยับตัวครั้งใหญ่ของยักษ์ใหญ่ภาคเอกชน 6 อุตสาหกรรม เพื่อส่งสัญญาณถึงรัฐบาลว่า "ถึงเวลาที่ไทยต้องเลิกเป็นแค่ผู้ซื้อ และเริ่มเป็นผู้สร้าง" นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสผู้ร่วมก่อตั้งสภาดิจิทัลฯ ได้ชี้ให้เห็นความจริงที่น่าสนใจว่า ประเทศไทยมี "แต้มต่อ" ทางภูมิศาสตร์ที่ล้ำหน้ากว่าเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียหรือสิงคโปร์ในบางมิติ ด้วยการเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญสู่ลุ่มน้ำโขง (ลาวและเมียนมา) แต่การจะเปลี่ยนศักยภาพให้กลายเป็น "อำนาจทางเทคโนโลยี" (Technological Influence) จำเป็นต้องมีนโยบายที่รัฐและเอกชนเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นรูปธรรม พลิกโครงสร้างดิจิทัลไทยด้วย 5 นโยบายเร่งด่วน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าเราจะก้าวไปทางไหน นี่คือรายละเอียดเชิงลึกของ 5 นโยบายเร่งด่วนที่ DCT นำเสนอ 1. การปฏิรูปทุนมนุษย์ (Human Capital & Cyber Resilience) ไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนบุคลากรสายเทคนิคอย่างหนัก DCT จึงเสนอเป้าหมายที่ท้าทาย…
27/02/2026

เจาะลึกกลยุทธ์ UIH Day 2026: ส่ง “HELIX Platform” ทะลายขีดจำกัดโครงสร้างพื้นฐาน ปูทางองค์กรไทยสู่ยุค AI

โลกทุกวันนี้หมุนด้วยความเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ธุรกิจไทยไม่ได้เพียงแค่ต้องการเทคโนโลยีใหม่ แต่ต้องการ รากฐานที่แข็งแกร่งพอจะรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (UIH) เปิดเวทีงาน UIH Day 2026 ประกาศก้าวสำคัญในการทรานส์ฟอร์มตัวเองจากผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน สู่การเป็น Platform-Driven Managed Services Provider อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีไฮไลต์คือการเปิดตัว HELIX Platform แพลตฟอร์มอัจฉริยะที่จะเข้ามาเปลี่ยนนิยามการบริหารจัดการระบบไอทีของประเทศ ถอดบทเรียน ทำไม "โครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม" ถึงไปต่อไม่ได้ในยุค AI ? คุณสันติ เมธาวิกุล Co-CEO ของ UIH ได้วิเคราะห์ถึง 3 อุปสรรคใหญ่ที่เปรียบเป็นกำแพงที่กั้นการเติบโตขององค์กรไทยไว้ได้อย่างน่าสนใจ HELIX Platform: อัจฉริยะแห่งการจัดการ หากจะเปรียบ HELIX Platform เป็นอะไรบางอย่าง สิ่งนี้คือ "สมองส่วนกลาง" ที่รวบรวมเอา Enterprise Network, Multi-Cloud, Cybersecurity, Data…