ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| งานวิจัย
Read More

เขย่าวงการวิจัย ! Open AI เปิดตัว Prism เป็น LaTeX Workspace สำหรับนักวิทย์ฯ ทำงานร่วมกันได้ แก้ไขแบบเรียลไทม์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเห็นความก้าวหน้าของ OpenAI ในหลากหลายวงการ ทั้งคณิตศาสตร์และการแพทย์ ล่าสุด OpenAI ได้ยกระดับไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว "Prism" ที่ออกแบบมาเพื่อการเขียนงานวิจัยและบทความทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ Prism คือการทำงานบนระบบ LaTeX ผ่านคลาวด์ โดยผสานเข้ากับ GPT-5.2 ช่วยให้นักวิจัยทำงานได้ไหลลื่นแบบ All-in-one โดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา ช่วยให้การทำงานไหลลื่นกว่าเดิม Prism ทำอะไรได้บ้าง ? Prism เปิดให้ใช้งานได้ "ฟรี" สำหรับผู้ที่มีบัญชี ChatGPT Personal Account ส่วนกลุ่มผู้ใช้ Business, Enterprise และ Education เตรียมตัวรอใช้งานกันได้เร็ว ๆ นี้
08/01/2024

ทำไมฉี่ต้องสีเหลือง กับคำตอบที่นักวิทยาศาสตร์ก็เพิ่งรู้เหมือนกัน

ฉี่หรือปัสสาวะเป็นของเสียจากร่างกายที่มีสีเหลือง เหลืองอ่อน เหลืองเข้ม หรือบางทีก็ใส แม้จะเป็นของเสียพื้นฐานที่นักวิทยาศาสตร์ และแพทย์รู้ว่ามันมีส่วนประกอบของอะไรบ้าง แล้วถ้าฉี่มีสีที่เปลี่ยนไปสามารถบอกได้ถึงโรคอะไรบ้าง แต่คำตอบที่แท้จริงว่าทำไมฉี่ถึงเป็นสีเหลืองยังคงปริศนาค้างคาใจบรรดานักวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนาน ทั้งที่เป็นเรื่องพื้นฐานที่องค์ความรู้วิทยาศาสตร์น่าจะไปถึงนานแล้ว จนกระทั่งเมื่อต้นปี 2024 นักวิทยาศาสตร์ได้พบคำตอบที่แท้จริงว่าทำไมฉี่ถึงสีเหลือง โดยเขาพบว่าเป็นผลมาจากเอนไซม์ที่ชื่อบิลิรูบินรีดักเตส (Bilirubin Reductase) ที่ถูกผลิตจากแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญเข้าใจเพียงว่าสีเหลืองจากฉี่เป็นผลมาจากการกำจัดเซลล์เม็ดเลือดแดงเมื่อเซลล์หมดอายุขัย และนำไปกำจัดผ่านไต และทำให้เกิดสารบิลิรูบิน (Bilirubin) ที่มีส้มเหลืองขึ้น และส่งไปยังลำไส้ที่มีแบคทีเรียอยู่ หลังจากนั้นแบคทีเรียในลำไส้จะย่อยสลายสารนี้จนกลายเป็นสารสีเหลืองที่ทำให้ฉี่ของเรากลายเป็นสีเหลือง ชื่อว่า ยูโรบิลิน (Urobilin) ถึงอย่างนั้น ชนิดของแบคทีเรียในลำไส้ที่ทำหน้าที่แยกสารสีเหลืองนี้ออกมาก็ยังคงเป็นปริศนาสำหรับนักวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การค้นพบเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งประตูสำคัญที่จะทำให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าใจกลไกการทำงานของร่างกายมากขึ้น และช่วยสร้างองค์ความรู้สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่าย อย่างความสัมพันธ์ของฉี่ ไต ลำไส้ แบคทีเรียในลำไส้ที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ อย่างโรคดีซ่านที่ทำให้เกิดผู้ป่วยตัวเหลือง ตาเหลือง รวมถึงโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ทีมนักวิจัยได้ตรวจสอบแบคทีเรียในลำไส้ของผู้ใหญ่สุขภาพดีจำนวน 1,801 คน เพื่อหายีนแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสีในฉี่ และพบว่า 99.9 เปอร์เซ็นต์ของคนที่เข้าร่วมการศึกษานี้มีแบคทีเรียในลำไส้ที่ทำให้เกิดสีเหลืองในฉี่ เลยยืนยันได้ว่าที่ฉี่ของเราเป็นสีเหลือง ส่วนหนึ่งนั้นมีกลไกมาจากการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้ ส่วนคนที่เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และเด็กทารกที่มีอาการดีซ่านจำนวนหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์พบว่าร่างกายขาดยีนของแบคทีเรียที่จะช่วยเปลี่ยนสารบิลิรูบินให้กลายเป็นสารสีเหลือง และขับออกมากับฉี่ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเหล่านั้นขึ้น กล่าวโดยสรุปคือนักวิทยาศาสตร์พบอีกหนึ่งกลไกที่ทำให้ฉี่กลายเป็นสีเหลือง…
18/10/2023

ผลดีของการเล่นเกมกับสมองและสุขภาพจิต

“เกม” มักตกเป็นแพะรับบาปในเรื่องร้าย ๆ หลาย ๆ เรื่องที่เยาวชนทำ แต่จริง ๆ แล้วงานวิจัยบางชิ้นกลับพบว่า เกมไม่ได้มีอิทธิพลต่อความรุนแรงในเด็กมากขนาดนั้น และในขณะเดียวกันการเล่นเกมก็ยังส่งผลดีต่อสมองและสุขภาพจิตด้วย วันนี้ Hack for Health ขอเป็นตัวแทนนำเสนอข้อมูล ที่เป็นข้อเท็จจริงอีกแง่มุมหนึ่งให้สังคมได้ทำความเข้าใจกัน เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้องในเรื่องของ “เกมและเด็ก”  ขอแนะนำ งานวิจัยที่นำโดย Aaron Drummond จาก New Zealand’s Massey University งานวิจัยนี้ ได้มีการวิเคราะห์จากการศึกษาทั่วโลก 28 ฉบับ ย้อนหลังไปจนถึงปี 2008 พบว่า การเล่นวิดีโอเกมไม่ได้นำไปสู่การเกิดความรุนแรงหรือความก้าวร้าว ซึ่งมาจากการวิเคราะห์ข้อมูล ที่รวบรวมมาจากคนหนุ่มสาวมากกว่า 21,000 คนทั่วโลก งานวิจัยนี้ นำโดย Aaron Drummond จากมหาวิทยาลัย New Zealand’s Massey University ที่ได้ลงมือตรวจสอบการศึกษาจำนวน 28 ชิ้น ซึ่งมีการวิเคราะห์ระหว่าง “พฤติกรรมก้าวร้าวและการเล่นวิดีโอเกม” โดยมาจากวิธีการวิเคราะห์ที่เรียกว่า…
27/07/2023

การออกกำลังกายช่วยให้หายเศร้า นักวิจัยพบการออกกำลังกายรักษาโรคซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลมากกว่าการใช้ยา

โรคซึมเศร้า (Depression) เป็นโรคความผิดปกติทางอารมณ์ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านลบที่รุนแรง โดยที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมหรือจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นได้ กลไกของโรคนี้เป็นผลมาจากสารเคมีในสมองมีผลต่ออารมณ์ผิดปกติไปจนเกิดเป็นอาการทางอารมณ์ และนำไปสู่อาการทางด้านร่างกาย รวมถึงพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคนป่วยด้วย ซึ่งปัจจัยหลายอย่างส่งผลร่วมกัน โดยประชากรโลกกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การป่วยด้วยโรคซึมเศร้าจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งผู้ป่วยต้องใช้ยาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยแต่ละคนอาจถูกกับยาคนละชนิด ยาบางชนิดอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย นอกเหนือจากยาแล้ว การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ดีต่อสุขภาพ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายให้มากขึ้นก็เป็นวิธีที่แพทย์แนะนำ ล่าสุดมีการศึกษาขนาดใหญ่ที่ได้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาแบบรีวิว 97 ชิ้นที่มาจากงานวิจัยกว่า 1,039 งาน โดยมีกลุ่มตัวอย่างถึง 128,119 คน แก่นของการศึกษาที่ได้หยิบมาคือประสิทธิภาพของการออกกำลังกายต่อสุขภาพและการรักษาโรค โดยเฉพาะโรคทางอารมณ์ ซึ่งงานวิจัยเป็นพันชิ้นที่ผ่านการรีวิวนั้นมีตั้งแต่คนทั่วไปที่ไม่มีโรค คนสุขภาพดี คนที่มีโรคซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล และป่วยด้วยโรคต่าง ๆ อีกมากมาย การศึกษาชิ้นนี้พบว่าการออกกำลังกายนั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุดหรือส่งผลดีอย่างมากในกลุ่มตัวอย่างที่มีโรคซึมเศร้า ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคไต คนท้อง ผู้หญิงหลังคลอด และคนทั่วไป การศึกษาชิ้นนี้ยังบอกด้วยว่าการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงหรือหนักขึ้นให้ผลลัพธ์ที่มากขึ้นด้วย สำหรับโรคซึมเศร้า ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ว่าการออกกำลังกายอาจส่งผลดีต่ออาการของโรคถึง 43 เปอร์เซ็นต์ โดยระยะเวลาออกกำลังกายที่ดีที่สุดอยู่ที่ 150 นาที/สัปดาห์ ครั้งละ 30…
ant มด
10/09/2021

รู้หรือไม่? ความคมและแข็งแรงของฟันมด เกิดขึ้นเพราะ ‘สังกะสี’ ระดับนาโน!

มดเป็นสัตว์ที่มีความมหัศจรรย์หลายอย่างที่น่าทึ่ง เพราะนอกจากตัวมันเองจะสามารถรับน้ำหนักได้มากถึง 50 เท่าของน้ำหนักตัวมันเอง และสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วประมาณ 100 เท่าของความยาวตัวมันเองภายใน 1 นาทีแล้ว มันยังมีฟันเล็ก ๆ ที่แข็งแรงมากด้วยอนุภาคนาโนของสังกะสี!
เป็ด-เป็ดน้ำ-Musk-Duck
08/09/2021

นักวิจัยเผย เป็ดออสเตรเลียสามารถร้องเลียนแบบมนุษย์เป็นคำว่า “แกนี่มันโง่บัดซบ !”

'ปีเตอร์ เจ ฟูลลาการ์' (Peter J. Fullagar) นักวิจัยเกษียณอายุชาวออสเตรเลีย ค้นพบว่า เจ้าริปเปอร์นั้นอาจมีความสามารถในการสบถคำว่า "You bloody fool !"(แกนี่มันโง่บัดซบ !) คล้ายกับภาษามนุษย์
สุนัช น้องหมา
15/04/2021

น้องหมาก็อิจฉาได้ ! เพียงแค่ “จินตนาการ” ว่าเจ้านายของมันกำลังอยู่กับหมาตัวอื่น !

มีรายงานการวิจัยในวารสาร 'Psychological Science' ที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา พบว่า สามารถสังเกตได้ถึงพฤติกรรมบางอย่างของสุนัขที่มีความคล้ายคลึงกับมนุษย์ นั่นก็คือ พฤติกรรม 'อิจฉา' หรือถ้าอธิบายให้ชัดก็คือ ดูเหมือนว่า สุนัขอาจมีความสามารถที่จะถูกกระตุ้น และรับรู้ความรู้สึก 'อิจฉา' ของตัวมันเองได้ เพียงแค่มันเกิดจินตนาการว่า เจ้านายของมันกำลังกล่าวชมเชย หรือลูบหัว ลูบตัวน้องหมาตัวอื่นอยู่ แม้ว่าสถานการณ์นั้นอาจไม่ได้เกิดขึ้นจริง ๆ ก็ตาม 'อะมาเลีย บาตอส' (Amalia Bastos) นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยโอคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ได้กล่าวถึงกรณีนี้ไว้ว่า “มีงานวิจัยรองรับในสิ่งที่เจ้าของสุนัขหลายคนต่างรู้สึกคล้าย ๆ กัน นั่นก็คือความรู้สึกขี้อิจฉาของสุนัข เมื่อเจ้านายของมันไปมีปฏิสัมพันธ์กับสุนัขตัวอื่น ๆ ที่น่าจะเป็นคู่แข่ง" โดยในการทดลองนี้ ผู้ทำการทดลองได้ทำการคัดเลือกสุนัขและเจ้าของ 18 คู่ จากนั้นจะทำการแยกห้องกัน สุนัขจะถูกจับแยกไปไว้ในห้องที่มีเพียงจอ ส่วนเจ้าของจะอยู่กับ "สุนัขเทียม" ที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอกที่ทำจากขนแกะ เพื่อใช้สมมติแทนสุนัขที่เป็นคู่แข่ง ในขณะที่เจ้าของสามารถมองเห็นเหตุการณ์ได้ทุกอย่าง แต่สุนัขจะเห็นได้เพียงเฉพาะแค่เจ้าของเท่านั้น ไม่เห็นสุนัขเทียม หลังจากนั้นเจ้าของจะ "แสดง" ความรักและความสนใจต่อสุนัขเทียม ด้วยการลูบหัวเบา ๆ…
04/03/2021

พืชก็มีนาฬิกาและความเครียดนะรู้ยัง! นักวิจัยชี้ช่วยเพิ่มผลผลิตได้

คาดว่าหลายคนคงอาจเคยได้ยินเรื่องการเลี้ยงสัตว์เพื่อให้ผลผลิตที่ดี เช่น การเปิดเพลงให้แม่ไก่ฟัง หรือ เลี้ยงวัวด้วยเบียร์ กันมาบ้าง นอกจากการเพิ่มผลผลิตในมีปริมาณและคุณภาพที่ดีในสัตว์แล้ว ในพืชเองก็สามารถทำได้เช่นกัน แถมยังทำได้มากกว่าการรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย หรือแกล้งต้นพืช อย่างที่เราเคยรู้ ๆ กันด้วย ด้วยจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ ทำให้การเพิ่มผลผลิตบรรเทาปัญหาความอดอยากเป็นสิ่งที่นักวิจัยด้านการเกษตรให้ความสำคัญมาโดยตลอด และไม่นานมานี้เองที่มีงานวิจัยน่าสนใจใหม่เกี่ยวกับการวงจรชีวิตและความเครียดของพืชที่ส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิตในอนาคตได้ นาฬิกาพืช อาวุธเพื่อความอยู่รอด งานวิจัยแรก คืองานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS ไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดร.ไมค์ เฮย์ดอน หัวหน้านักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ออสเตรเลีย คือผู้นำในการวิจัยนั้น เขาชี้ว่า นาฬิกาชีวิตของพืช คือกุญแจสำคัญในการเพิ่มผลผลิต โดยมี ‘ซูเปอร์ออกไซด์ (superoxide)’ ซึ่งเป็นสัญญาณภายในของพืช ที่ทำงานในช่วงหัวค่ำหรือหลังดวงอาทิตย์ตก ทำหน้าที่ปรับกระบวนการเผาผลาญของพืช ประหยัดการเผาผลาญพลังงานลง “การกำหนดเวลาของวัฏจักรการเผาผลาญในแต่ละวันให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมาก หากปรับเปลี่ยนผิดไปเพียงนิดก็จะเป็นอันตรายต่อการเติบโตและการอยู่รอดได้ เนื่องจากพืชไม่ได้นอนหลับเหมือนมนุษย์หรือสัตว์ในยามค่ำคืน และไม่สามารถเดินไปหาอาหารเหมือนกับที่มนุษย์เดินไปตู้เย็นในตอนกลางคืนได้ ดังนั้น พวกมันจึงต้องคาดคะเนความยาวของช่วงเวลากลางคืน เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอที่จะอยู่รอดได้จนกว่าจะถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้น” ดร. เฮย์ดอนกล่าว พฤติกรรมของพืชนี้จึงเสมือน ‘การตั้งนาฬิกาปลุก’  ดร. เฮย์ดอนและทีมงานพบว่า การสะสมของน้ำตาลที่เกิดจากการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้นต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา…
22/02/2021

วิจัยล่าสุดพบ ‘ไวรัสไข้หวัดใหญ่’ ทำให้เชื้อ ‘โควิด-19’ รุนแรงขึ้น

22 กุมภาพันธ์ 2564 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ของจีนเผยแพร่บทความวิจัยผ่านวารสารเซลล์ รีเสิร์ช (Cell Research) ระบุว่า ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ (Influenza A) เสริมให้เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรคโควิด-19 รุนแรงยิ่งขึ้น บทความวิจัยนี้ เป็นผลลัพธ์ของการทดลองการติดเชื้อร่วมกันของไวรัสทางเดินหายใจทั้งสองชนิดในเซลล์และหนูทดลอง คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน ระบุว่า ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ สามารถทวีความรุนแรงของการติดโรคโควิด-19 จากการทดลองนี้ พวกเขากล่าวว่า การติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ เพิ่มการเข้าถึงและจำนวนของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในเซลล์ทางเดินหายใจและเซลล์เนื้อเยื่อปอดของมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันยังทำให้ปริมาณเชื้อไวรัสฯ ที่ก่อโรคโควิด-19 สูงขึ้น นำไปสู่การทำลายปอดที่รุนแรงทวีคูณในหนูทดลองที่ติดเชื้อร่วม นอกจากนี้ยังพบว่า ไวรัสทางเดินหายใจชนิดอื่น ๆ ไม่ส่งผลกระทบส่งเสริมการติดโรคโควิด-19 เหมือนไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ บ่งชี้ว่ามีเพียงแค่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ ที่ทำให้การติดโรคโควิด-19 รุนแรงยิ่งขึ้น ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จึงมีนัยสำคัญอย่างยิ่งระหว่างการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเตือนว่า ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลร่วมกับโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามทางสาธารณสุขขนาดใหญ่ขึ้น  ทั้งนี้ คณะนักวิจัยแนะนำว่า ผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อร่วมระดับสูงควรเข้ารับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และโรคโควิด-19 พร้อมย้ำว่า การพัฒนายาต้านไวรัสที่มุ่งต้านไวรัสมากกว่า 1 ชนิด เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาโรคติดเชื้อร่วม อ้างอิง…
15/02/2021

งานวิจัยล่าสุดชี้ ‘ไม้เรียว’ สร้างประสบการณ์เลวร้ายมากกว่าสร้างคน

ความเชื่อตามสำนวนที่ว่า ‘รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี’ เห็นทีต้องสั่นคลอน เมื่อล่าสุด มีงานวิจัยชี้ชัดออกมาแล้วว่า การลงโทษด้วย ‘การตี’ ไม่ใช่เรื่องที่ดีและนำมาสู่พฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กได้  เป็นเวลาหลายสิบปีที่พ่อแม่ถกเถียงกันถึงวิธีการลงโทษทางวินัยสำหรับเด็กที่ประพฤติตัวไม่ดี ผู้ที่สนับสนุนการตีเชื่อว่า บุตรหลานของตนจะไม่ได้รับผลกระทบในทางลบ ฝ่ายตรงข้ามรวมถึงองค์กรด้านเด็กและจิตวิทยากล่าวว่า การใช้วิธีฝึกวินัยที่ไม่รุนแรงนั้นเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีกว่า ก่อนหน้านี้ มีการศึกษาหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า การตบตีมีแนวโน้มที่จะทำให้ปัญหาพฤติกรรมของเด็กแย่ลง รวมถึงการวิจัยชิ้นล่าสุดด้วยที่บ่งบอกว่า การตี ไม่ได้ให้ผลที่ดี ตามความเชื่อดั้งเดิมที่เคยมีมา งานวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ลงในวารสารกุมารเวชศาสตร์ (Journal of Pediatrics) และเผยแพร่ในเว็บไซต์ของ มหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าวิธีลงโทษอย่าง ‘การตี’ และ ‘การมีประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก (Adverse childhood experiences: ACE)’ ส่งผลกระทบต่อปัญหาพฤติกรรมการแสดงออกที่ก้าวร้าวขาดการควบคุม (EB) ในเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี การมีประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็กนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำร้ายทางร่างกายอย่างการตี แต่ยังครอบคลุมถึงจิตใจด้วย การเพิกเฉยละเลย การใช้ความรุนแรงในคู่รัก (IPV) ปัญหาสุขภาพจิตของพ่อแม่ การใช้สารเสพติดของพ่อแม่…
Credit : JJ Harrison
09/02/2021

นักวิจัยไขปริศนา ‘อึทรงสี่เหลี่ยม’ ของวอมแบต ช่วยตรวจมะเร็งลำไส้ในมนุษย์

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นเพื่อนรักสัตว์โลก มีไม่น้อยที่ตกหลุมความน่ารักของเจ้า ‘วอมแบต (Wombat)’ สัตว์รูปร่างท้วมกลมหน้าตาคล้ายโคอาล่า แถมยังมีพื้นเพถิ่นฐานแถบออสเตรเลียเหมือนกัน แต่นอกจากรูปร่างหน้าตาน่ารักแล้ว เจ้าวอมแบตยังเป็นเจ้าของ ‘อึ’ หรืออุจจาระรูปร่างประหลาดแต่ดูแล้วน่ารักอย่าง ‘อึทรงสี่เหลี่ยมลูกบากศ์ (Cube-shape poo)’ ด้วย การตามล่าหาคำตอบ ความแปลกของรูปทรงนี้ เป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักชีววิทยามานานแล้วว่ามันเป็นไปได้อย่างไร และในที่สุด  การศึกษาร่วมระหว่างประเทศ ก็ไขปริศนานี้ได้เสียที คำตอบนี้อยู่ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Soft Matter เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเป็นการขยายผลจากการค้นพบเบื้องต้นที่นำเสนอครั้งแรกในการประชุม American Physical Society’s fluid dynamics division ในจอร์เจียเมื่อปี 2018 ดร. สก็อตต์ คาร์เวอร์ (Dr. Scott Carver) นักนิเวศวิทยาสัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย (University of Tasmania) หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีสมมติฐานที่มีหลากหลายมากมาย แต่ไม่มีใครทดสอบได้ เดิมมีการคาดเดาว่า วอมแบตมีกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนักเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำให้อุจจาระถูกบีบระหว่างการเคลื่อนที่ผ่านกระดูกเชิงกราน หรือที่จริงแล้ว ที่เป็นรูปทรงแบบนี้ เป็นเพราะวอมแบตอุจจาระออกมาแล้วค่อย…
02/02/2021

โควิด-19 ทำให้ผู้สูงอายุกว่า 90% หันมาทำธุรกรรมออนไลน์

จากผลสำรวจของ iResearch Services พบว่าในช่วงของการเกิดโรคระบาดโควิด-19 ทำให้มีผู้ใช้งานที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ใช้บริการธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบดิจิทัล (Online Banking) เป็นครั้งแรกถึง 90% ซึ่งข้อมูลนี้ถือเป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับการปรับตัวของธนาคารในยุคดิจิทัล หรือปี 2021 นี้ และเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี มีเพียง 17% ที่ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บเบราว์เซอร์เป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่าผู้สูงอายุกว่า 90% จะหันมาเริ่มใช้ธุรกรรมทางออนไลน์ครั้งแรก แต่ก็มี 33% เท่านั้นที่เชื่อมั่นและวางใจในการทำธุรกรรมในโลกดิจิทัล ซึ่งขณะที่ผู้ใช้งานในช่วงอายุ 18-24 ปี กลับมีความมั่นใจและไว้วางใจในการทำธุรกรรมดิจิทัลมากถึง 97% Gurpreet Purewal รองประธานของ iResearch กล่าวว่า การศึกษาของเราแสดงให้เห็นถึงผลกระทบของ โควิด-19 ที่กินเวลานาน ต่อผู้ใช้งานที่จะเปลี่ยนวิธีเข้าถึงบริการของธนาคารนับจากนี้เป็นต้นไป ดังนั้นธนาคารจะต้องให้ความสำคัญ และพยายามทำความเข้าใจกับลูกค้าแต่ละช่วงวัย เพื่อตอบสนองความต้องการให้มากที่สุด อ้างอิง: Fintechnews พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
24/12/2020

‘เพชรนอกโลก’ สู่การผลิตเพชรในห้องแล็บโดยไม่ผ่านความร้อนครั้งแรกของโลก!

หลายคนได้ยินอาจสงสัย ‘เพชรนอกโลก’ จะมาช่วยไขปริศนาการสร้างเพชรในห้องแล็บได้อย่างไร แถมยังไม่ผ่านความร้อนด้วยนะ มันจะเป็นไปได้หรือ แต่มันก็เป็นไปได้แล้ว มีห้องปฏิบัติการแห่งหนึ่งเลียนแบบกระบวนการที่ก่อให้เกิดเพชรนอกโลกจนสำเร็จ และยังได้ผลเป็นเพชรหายากซะด้วย! ตามธรรมชาติแล้ว ‘เพชร’ ใช้เวลาก่อตัวอยู่ลึกลงไปในเปลือกโลกเป็นเวลาหลายพันล้านปี ทั้งยังต้องการสภาพแวดล้อมที่มีความดันสูงเป็นพิเศษและอุณหภูมิสูงเกิน 1,000 ℃ การก่อตัวของเพชรที่แสนยากลำบากนี้ ทำให้มันมีความแข็งแกร่งเหนือวัสดุส่วนใหญ่ในโลก และเมื่อเจียระไนออกมาความงามของมันยังเป็นที่นิยมชมชอบ ส่งผลให้ติดอันดับที่สุดของอัญมณีเลอค่าเรื่อยมาตั้งแต่อดีต นำไปสู่การค้นคว้า ‘สังเคราะห์’ หรือ ‘ทำเลียนแบบ’ กระบวนการสร้างเพชรจริงขึ้นมาในห้องทดลอง แต่ก่อนจะรู้ว่ามันสร้างขึ้นมาได้อย่างไร เรามาทำความรู้จักกับ ‘เพชร’ กันสักหน่อย กำเนิดของเพชร และรูปแบบอันหลากหลาย องค์ประกอบทางเคมีของเพชรนั้น ที่จริงแล้วคือ 'คาร์บอน' แร่ธาตุที่หาได้ไม่ยากเลยในโลกใบนี้ แต่การที่คาร์บอนธรรมดาจะกลายเป็นเพชรได้นั้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเกาะตัวกันของอะตอมคาร์บอน เมื่อรูปแบบการเกาะตัวกันเปลี่ยนแปลงไป ก็จะทำให้เกิดวัสดุที่แตกต่างกัน บางรูปแบบอาจก่อให้เกิดกราไฟท์สีดำที่มีลักษณะอ่อน สามารถนำไฟฟ้าได้ ในระดับกึ่งโลหะหรือเกือบเท่าโลหะ ขณะที่อีกรูปแบบกลับแตกต่างไป อาจทำให้เกิดเป็นเพชรเนื้อแข็งใส ที่เป็นเป็นฉนวนไฟฟ้าชั้นดี และนอกจากนี้ ยังมีวัสดุที่มีฐานเป็นคาร์บอนอื่น ๆ ที่มีรูปแบบการเกาะตัวเหมือนเพชรด้วย ในเพชรทั่ว ๆ ไป อะตอมจะถูกจัดเรียงในโครงสร้างผลึกลูกบาศก์ (Cubic crystalline structure) แต่มีการจัดเรียงอะตอมของคาร์บอนของเพชรชนิดหนึ่งที่แต่ออกไปในลักษณะโครงสร้างผลึกหกเหลี่ยม …
10/11/2020

แค่เข้าไปเล่นก็สู้โควิดได้! เมื่อเกมออนไลน์กลายเป็นเครื่องมือช่วยทำงานวิจัย!

ยามที่เราเปิดเกมขึ้นมาเล่นสักเกม จุดหมายหนึ่งคือการกลายเป็นฮีโรผู้กอบกู้ภายในเกม แต่ล่าสุด ความเป็นฮีโรอาจลามมาในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว เมื่อเกมนามว่า EVE Online ได้ถูกออกแบบให้บรรดาเกมเกมอร์ทั้งหลายเข้ามาพิชิตเกม เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปช่วยงานวิจัยด้านโควิด - 19 9 พ.ย. 63 - BCC News ได้อัปคลิปวิดีโอรายงานว่า ผู้เล่นเกมไซไฟ 'Eve Online' ที่มีระบบรองรับการเล่นเกมของผู้เล่นจำนวนมหาศาล สามารถเข้าไปเล่น ‘มินิเกม’ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักวิจัยเข้าใจไวรัสโคโรนาได้ สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำก็คือ การแบ่งแยกทำสัญลักษณ์ให้แก่เซลล์ที่หน้าตาแตกต่างกัน แล้วก็ลองวิเคราะห์ตามข้อมูลที่มีให้มาว่า ไวรัสตัวนั้นจะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันอย่างไร  “คุณก็แค่ดูรูปร่างของภาพที่ให้มา แล้วก็แล้วก็ลากเส้นรูปโพลีกอน (รูปหลายเหลื่ยม) รอบ ๆ ข้อมูลนั้น … มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากสำหรับผมนะ เพราะคุณไม่ต้องไปไหนเลย แค่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเอง แล้วก็เล่นเกมไปเหมือนอย่างเคย แต่สิ่งที่คุณทำ กลับสามารถไปช่วยคนอื่นทั้งผู้ป่วยและนักวิจัยได้” เจสซี (Jesse) หนึ่งในผู้เล่นเกมออนไลน์ดังกล่าวเอ่ยถึงความประทับใจที่มีต่อเกม เมื่อได้ข้อมูลจากเกมแล้ว นักวิจัยจะนำข้อมูลดังกล่าวไปวิเคราะห์และประมวลอีกครั้งว่า ไวรัสมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์จริง ๆ อย่างไร ปัจจุบัน มีผู้เล่นเกมมากกว่า 171,000 คน ทำภารกิจ…
14/09/2020

ตะลึง! งานวิจัยพบ ‘สัญญาณของสิ่งมีชีวิต’ ในชั้นบรรยากาศดาวศุกร์

วันนี้ (14 กันยายน 2563) - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ได้ลงข่าวการค้นพบที่น่าตื่นเต้น นั่นคือการค้นพบ 'สัญญาณของสิ่งมีชีวิต' ที่อาจอยู่รอดในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์! ทีมนักดาราศาสตร์นำโดยเจน กรีฟส์ (Jane Greaves) จากมหาวิทยาลัยคาร์ดริฟฟ์ (Cardiff University) สหราชอาณาจักร เผยถึงการค้นพบโมเลกุลของฟอสฟีน ซึ่งอาจจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่ขนาดและระยะห่างจากดวงอาทิตย์ใกล้เคียงกับโลกมากที่สุด จึงมักถูกเปรียบว่าเป็นฝาแฝดกับโลก แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ดาวศุกร์มีสภาวะเรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับ ส่งผลให้ดาวมีอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยสูงถึง 464 องศาเซลเซียส และมีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นเต็มไปด้วยแก๊สของกรดกำมะถัน จึงทำให้เดิมนักวิทยาศาสตร์คาดว่า ดาวศุกร์ไม่น่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม ในชั้นบรรยากาศที่ความสูงราว 50 กม. เหนือพื้นผิวกลับมีอุณหภูมิเพียง 30 องศาเซลเซียส คาดว่า ชั้นเมฆในบรรยากาศของดาวศุกร์อาจมีองค์ประกอบทางเคมีเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาที่นำไปสู่การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตได้ และหากมันมีสิ่งมีชีวิตอยู่จริง ก็อาจจะอาศัยรังสียูวีจากดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน สอดรับกับการดูดกลืนรังสียูวีปริศนาบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์พอดี เพื่อค้นหาคำตอบ นักดาราศาสตร์จึงอาศัยการศึกษาสเปกตรัมที่ชั้นบรรยากาศนั้นปลดปล่อยออกมา เพื่อดูว่าโมเลกุลในชั้นบรรยากาศมีลักษณะดูดกลืนหรือเปล่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างไร สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของโมเลกุลชนิดใด หลังจากศึกษาชั้นบรรยากาศด้วยวิธีดังกล่าว ทีมผู้ศึกษาได้ค้นพบสเปกตรัมที่เกิดขึ้นจากโมเลกุลของ 'ฟอสฟีน(Phosphine)'…
20/08/2020

‘Digital Disease’ ภัยจากโซเซียลสู่โรคร้ายของจริง เช็กให้ชัวร์คุณเป็นหนึ่งในนั้นหรือไม่!

โควิด-19 ส่งผลต่อชีวิตของเรามหาศาล ไม่ใช่แค่การปรับตัวแบบ New normal เพื่อป้องกันและต่อสู้กับโรคเท่านั้น มันยังเป็น 'ตัวเร่ง' ให้เกิดปรากฏการณ์หลากหลาย ทั้งภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ความขัดแย้งเห็นต่างระหว่างประชาชนและรัฐบาล จนนำมาซึ่งการชุมนุมประท้วง และสถานการณ์บ้านเมืองอย่างที่เป็นอยู่ ชี้ให้เห็นว่า วิกฤตการณ์นำมาสู่การไหลทะลักของข้อมูลข่าวสาร และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เพียงใด โรคทางดิจิทัล เมื่อโลกโซเซียลส่งผลต่อสภาวะจิตใจของเรา ในแง่ของการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยีที่สะดวกรวดเร็ว มีช่องทางหลากหลายให้เราหาและแบ่งปันข้อมูลแก่ผู้อื่นนั้นก็เหมือนดาบสองคม เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด อาจด้วยทั้งความหวังดีและความหวาดระแวง ส่งผลให้ผู้คนพาแชร์ข่าวลือข่าวลวงต่าง ๆ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ร้อนถึงนักวิจัยที่อดรนทนไม่ไหวขอออกมาบอก 8 วิธีรู้ทันข่าวลวง ยุติการแชร์มั่ว สู้โควิด-19 ให้โลกรู้ และนั่นนับเป็นแค่หนึ่งปรากฏการณ์ที่สะท้อน 'อาการ' ของโรคใหม่ในยุคดิจิทัล โรคทางดิจิทัล หรือ Digital Disease คืออะไร เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เปิดตัวโครงการ Digital Vaccine 'เช็กภูมิคุ้มกันโรคทางดิจิทัล' เปิดตัวภาพยนตร์สั้นผลิตโดย บริษัท สแพลช อินเตอร์แอ็คทีฟ จำกัด เพื่อสร้างความตระหนัก ให้ประชาชนรู้ทันเท่าทั้งโรคและภัยต่าง ๆ…
15/07/2020

งานวิจัยใหม่ชี้ ‘แผ่นดินไหวรุนแรงอาจเกิดขึ้นเพราะดวงอาทิตย์ของเราเอง’

เมื่อพูดถึงแผ่นดินไหว หลายคนอาจถึงฉากชวนระทึกจากภาพยนตร์ 'San Andreas' มหาวินาศแผ่นดินแยก แถมตัวหนังเองยังสร้างจาก 'รอยเลื่อนแซนแอนเดรอัส' ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่มีจริง ทั้งยังมีพลังงานอยู่อีกต่างหาก เป็นที่คาดการณ์ว่า อาจมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวระดับแมกนิจูด 6.0 ทุกๆ 20-30 ปีในบริเวณนั้น ซึ่งพาดผ่านเมืองชื่อดังอย่าง ลอสแองเจลิส ซานดิเอโก และ ซานฟรานซิสโก ที่มีผู้คนมากมาย และนั่นทำให้เรื่องราวในภาพยนตร์ดูใกล้ตัว ชวนลุ้นระทึกแบบสุด ๆ ทว่าข้อเท็จจริงหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์ดูสนุกนั้น จะไม่สนุกเลยหากเกิดขึ้นจริง นั่นคือ แผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้ทั่วโลกและเกิดขึ้นได้เสมอ แต่กลับไม่อาจคาดเดาได้จริง เพื่อให้คาดเดาได้ นักวิทยาศาสตร์จำต้องศึกษาหาสาเหตุว่า มันเกิดขึ้นเพราะอะไรแน่ การวิจัยจึงครอบคลุมถึงความเป็นไปได้หลาย ๆ อย่าง และงานวิจัยล่าสุดก็พบว่า การสั่นไหวที่รุนแรงนั้นอาจเกิดขึ้นเพราะดวงอาทิตย์ งานวิจัยเชื่อมโยงดวงอาทิตย์กับแผ่นดินไหว เป็นเวลาหลายทศวรรษที่นักวิทยาศาสตร์รู้ว่า การเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มักเกิดเป็นกลุ่ม ไม่ใช่การเกิดแบบสุ่ม แล้วเหตุใดการเกิดของมันยังคงเป็นปริศนาล่ะ งานวิจัยฉบับล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน Scientific Reviews เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ยืนยันอย่างหนักแน่น (แม้จะยังมีข้อโต้แย้งอยู่) ว่า มีหลักฐานที่ชัดแจ้งว่า พลังปะทุมหาศาลบนดวงอาทิตย์สามารถกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่บนโลกได้ จูเซปเป้ เดอ นาตาเล่ (Giuseppe…
07/04/2020

งานวิจัยชี้ น้ำเสียเผยจำนวนผู้ติดเชื้อแฝง แจ้งเตือนการระบาดของโควิดได้ !

ดูข่าวมาก็มาก ระแวงรึก็ตลอด พื้นที่เราอยู่จะมีคนติดไวรัสปะปนอยู่ไหมนะ ... เพื่อไขปริศนานั้น ล่าสุด นักวิจัยกว่า 10 ทีมทั่วโลกได้เริ่มวิเคราะห์น้ำเสียหรือน้ำทิ้งจากครัวเรือน เพื่อประเมินตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่แท้จริงในชุมชน นอกจากใช้ติดตามหาเชื้อไวรัสโคโรนา วิธีการนี้ยังช่วยเตือนภัยหากมันกลับมาสู่ชุมชนอีกครั้งได้ด้วย ซึ่งในปัจจุบัน มีการค้นพบ 'ร่องรอยของเชื้อไวรัสจากน้ำเสีย' ในประเทศเนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และสวีเดนแล้ว น้ำเสียสามารถใช้ตรวจหาไวรัสได้อย่างไร ? การวิเคราะห์น้ำเสีย (Analysing wastewater) คือ การใช้น้ำที่ผ่านระบบระบายน้ำไปยังบ่อบำบัด นำมาตรวจหาเชื้อโรคที่ถูกขับออกมาพร้อมปัสสาวะหรืออุจจาระ ซึ่งขณะนี้ การตรวจจับก็พุ่งเป้าไปที่ 'ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2)' อันเป็นเชื้อที่ก่อโรคโควิด-19 (COVID-19) ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกนั่นเอง เจอเทียว เมเดอมา (Gertjan Medema) นักจุลชีววิทยา แห่งสถาบันวิจัยน้ำเคดับบิวอาร์ (KWR Water Research Institute) ในเมือง Nieuwegein ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้ที่ตรวจพบสารพันธุกรรม RNA ของไวรัส SARS-CoV-2 ในโรงบำบัดหลายแห่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า โรงบำบัดน้ำเสียแห่งหนึ่งสามารถรองรับดักจับน้ำเสียจากคนมากกว่า…
08/05/2019

รู้หรือไม่! ทำไมคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักชอบฟังเพลงเศร้า  

ในทุกวันนี้เป็นที่รู้กันว่าดนตรีนั้นส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของเราอย่างแน่นอน อย่างเช่นในเวลาที่เรากำลังขับรถฟังเพลงในวิทยุไปเพลินๆ ในยามเช้ากับเพลงเบาๆสบายๆอารมณ์ก็พลอยแจ่มใสไปด้วย แต่ทันใดนั้นพี่ดีเจก็ตัดอารมณ์ด้วยการปล่อยเพลงเศร้าออกมาเป็นเพลงต่อไป ทันใดใจก็หวนไปคิดถึงเรื่องเก่าๆ และก็พาลเศร้าขึ้นมาซะอย่างนั้น สำหรับคนทั่วไปเรื่องแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่นานอารมณ์ทั้งหลายก็จะแปรเปลี่ยนไป เป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่าหากเราคือคนที่กำลังเป็นโรคซึมเศร้า (Depression) อยู่ล่ะ การจัดการกับอารมณ์ที่ผุดขึ้นมานั้นคงไม่ง่ายแน่นอน จากงานวิจัยที่เคยตีพิมพ์เอาไว้เมื่อ 2-3 ปีก่อน ที่มีการเผยว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะเลือกหาสิ่งที่เศร้ามาเร้าอารมณ์มากกว่าจะหาอะไรที่สุขสนุกสนาน ในตอนนั้นเราเข้าใจกันไปว่าพวกเขาคงอยากจะหาอะไรที่มาดำรงรักษาเอาไว้ซึ่งอารมณ์เศร้าเหล่านั้น ทำไม ? เพื่ออะไร ? เราได้แต่สงสัย และในวันนี้เราก็ได้รับคำตอบใหม่ ที่อาจทำให้เราเข้าใจคนที่เป็นโรคซึมเศร้าดีขึ้นกว่าเดิม จากงานวิจัยชิ้นใหม่ที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร Emotion ได้พาเราไปไกลกว่าข้อสรุปเดิมที่ว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักเลือกฟังเพลงเศร้าเพราะว่าอยากรักษาอารมณ์เศร้านั้นไว้ ด้วยการชี้ให้เห็นว่าแท้ที่จริงแล้วคนที่เป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้อยากเก็บอารมณ์เศร้านั้นไว้  หากแต่รู้สึกว่าเพลงเศร้าเหล่านั้นทำให้พวกเขาสงบลงและรู้สึกดีขึ้นต่างหาก !!! ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาท์ฟลอริดา นำทีมโดย Sunkyung Yoon ได้ทำการวิจัยกับนักศึกษาปริญญาตรีเพศหญิงจำนวน 76 คน ในจำนวนนี้มีคนที่เป็นโรคซึมเศร้าจำนวน 38 คน และ ไม่ได้เป็นโรคจำนวน 38 คนเท่ากัน โดยแบ่งการวิจัยออกเป็นสองขั้นตอน ในขั้นตอนแรกได้ดำเนินตามกรอบของข้อสมมติฐานจากงานวิจัยเดิมที่ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ที่ว่าคนเป็นโรคซึมเศร้ามักชอบฟังเพลงเศร้า ด้วยการให้ผู้ถูกทดสอบฟังคลิปเสียงความยาว 30 วินาทีโดยตัดจากเพลงเศร้า (ซึ่งมีเพลง “Rakavot” ของ Avi Balili…
11/04/2019

งานวิจัยใหม่เผย “การเล่นเกมช่วยให้ฉลาดขึ้น”

ก็ไม่รู้เหมือนกันละนะครับ ว่าจะมีข้อเท็จจริงใหม่ใดมาล้มล้างงานวิจัยนี้ในเร็ววันหรือไม่? แต่เอาเป็นว่าตอนนี้เกมเมอร์อย่างเรา ๆ ก็แฮปปี้ไปกับเรื่องนี้กันก่อนละกันนะ เพราะล่าสุดนี้ได้มีนักวิจัยจากต่างมหาวิทยาลัยแต่ร่วมประเทศเดียวกันอย่างเนเธอร์แลนด์ ได้มีผลการวิจัยออกมาว่าการเล่นเกมทุกประเภทแก้ปริศนาบนหน้ากระดาษไปจนถึงแตะจอยเกมด้วยแป้นคีย์บอร์ดนั้น "ช่วยให้ฉลาดขึ้น"  เจ้าของงานวิจัยดังกล่าวเป็นผลงานของ Jessica Piotrowski จากมหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม (University of Amsterdam) และ Patti Valkenburg จากมหาวิทยาลัยอูเทรค (University of Utrecht) ที่ผู้เขียนเข้าใจว่าทั้งสองน่าจะมีความรักใคร่ในเกมระดับหนึ่งเพราะแรงจูงใจในการทำงานวิจัยนี้ก็มาจากการที่พวกเขาเห็นว่า "อยากจะปรับภาพลักษณ์ของเกมที่ถูกมองในแง่ลบเกินไป"  การวิจัยดังกล่าวนี้ เป็นการตามติดผู้ทดลองในวัยเยาว์ที่มีอายุ 3 - 7 ขวบจำนวน 934 คน เป็นระยะเวลากว่า 4 ปี ซึ่งพวกเขาได้ค้นพบว่าการเล่นเกมนั้น ช่วยทำให้ เชาว์ปัญญาไหลลื่น (Fluid intelligence) หรือความสามารถในการแก้ปัญหาใหม่ด้วยองค์ความรู้มีมากขึ้น พร้อมมีหลักฐานออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านการที่ผู้ทดลองสามารถแก้แบบทดสอบการปัญหาในรูปแบบของการจดจำแบบแพทเทิร์นได้อย่างรวดเร็ว, มีความคิดเชิงตรรกะมากขึ้น ฯลฯ Piotrowski ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับงานวิจัยของตนว่า "เกมนั้นเป็นสื่อที่ให้ความเป็นส่วนตัวกับเราเอามาก ๆ เพราะมันคือการที่คุณจะได้ใช้ประสบการณ์การแก้ปัญหาของตนเอง ยกตัวอย่าง เช่น ตัวละครหรือพาหนะในเกมนั้น จะให้โอกาสคุณในการฝึกซ้อมหลายสิ่งที่ยังไม่ชำนาญอย่างไม่มีที่สิ้นสุด" ที่มา: Nltimes

PR Partners

See All
Read More

ทรู จับมือ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ชวน “โอปอล สุชาตา” ควงคุณแม่ส่งต่อแคมเปญ “เต้าต้องตรวจ” เติมเต็มความหมายวันแม่ปีนี้

ความรักและความห่วงใยที่มีต่อกันในครอบครัวไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำบอกรัก แต่เริ่มต้นจากการลงมือดูแลสุขภาพของคนที่เรารักอย่างแท้จริง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยทรูปลูกปัญญา ร่วมกันจัดแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อชวนทุกครอบครัวเปลี่ยนความห่วงใยให้เป็นความใส่ใจในสุขภาพเต้านมของผู้หญิงไทยทุกคน ในแคมเปญนี้ ได้รับเกียรติจาก “โอปอล–สุชาตา ช่วงศรี” พร้อมด้วยคุณแม่สุพัตรา ช่วงศรี
07/08/2026

อายิโนะโมะโต๊ะ เผยยุทธศาสตร์ Food Technology ชูเทคโนโลยี “AminoScience” เจาะอินไซต์ผู้บริโภคและ B2B

บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน The Heartbeat by “AminoScience” ร่วมเปิดเผยแนวคิดการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีทางอาหาร และข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค ท่ามกลางการเติบโตของตลาด Health & Wellness ในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและองค์ความรู้หลักรูปแบบผลิตภัณฑ์ / โซลูชันกลุ่มเป้าหมายหลักNutrition & Well-beingAminoScience (การใช้ประโยชน์จากกรดอะมิโน)aminoVITAL, AminoNITE, Quick Meal, UMAIผู้รักสุขภาพ, ผู้มีปัญหาการนอน, ผู้มีเวลาจำกัดHousehold BusinessConsumer Moment Analysis (การวิเคราะห์ช่วงเวลาใช้ชีวิต)รสดีเมนู, รสดีซุปก้อน, Birdyผู้บริโภคทั่วไปที่ประกอบอาหารเองFood Vendor BusinessOperational Efficiency Solution (นวัตกรรมลดขั้นตอนปรุง)อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน (ผงหมักย่าง, ผงพะโล้)ผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กและสตรีทฟู้ด การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ AminoScience และ Consumer Insight ข้อมูลจาก…
07/08/2026

หัวเว่ยเดินหน้าปฏิวัติวงการสาธารณสุขไทยด้วย AI เปิดตัว 4 นวัตกรรมเปลี่ยนเกมเร่งเครื่อง AI เพื่อการแพทย์ในประเทศไทย

กรุงเทพฯ, 7 สิงหาคม 2569 — หัวเว่ย จัดงาน “Huawei AI+ Healthcare Summit” ภายใต้งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 รวมผู้นำด้านนโยบายสาธารณสุข ผู้บริหารโรงพยาบาลชั้นนำ และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีจากไทยและจีน ร่วมขับเคลื่อนอนาคตของระบบสาธารณสุขไทยด้วยนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อยกระดับ Healthcare Ecosystem ของประเทศอย่างเป็นทางการ นายปีเตอร์ จาง ประธานกลุ่มธุรกิจการศึกษาและสาธารณสุขต่างประเทศ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ยในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของระบบสาธารณสุขไทย และบทบาทของเทคโนโลยี AI ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “AI for Health, Health for All” “วันนี้ปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมสาธารณสุขอย่างรวดเร็ว หัวเว่ยมีประสบการณ์ตรงจากการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวติงไปจนถึงโซลูชัน AI สำหรับผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้บริหารโรงพยาบาล ซึ่งได้พิสูจน์ผลสำเร็จแล้วในโรงพยาบาลชั้นนำอย่างโรงพยาบาลหลายแห่งในจีน เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างหัวเว่ยกับพันธมิตรไทยในวันนี้จะช่วยผลักดันวิสัยทัศน์…
06/08/2026

SYNNEX โชว์กำไร Q2/69 โต 18% ลุย AI–Cloud–Green Energy สร้างฐาน Recurring Revenue เร่งเครื่อง New Growth Engine พร้อมจ่ายปันผล 0.10 บาท/หุ้น

บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX โชว์ผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง กำไรสุทธิไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 เติบโต 17.8% และ 17.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.10 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 19 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 2 กันยายน 2569 นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทเดินหน้าขับเคลื่อน Business Transformation อย่างต่อเนื่อง ผ่านการยกระดับจากผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที สู่การเป็น Digital Infrastructure Platform เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ AI โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการขยายเครือข่ายพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก…