Tags
| พนักงานออฟฟิศ
19/10/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 145 days ago
คนวัยทำงานเสี่ยง ‘หมดไฟ’ เกินครึ่ง แต่แค่ไปเที่ยวก็ช่วยได้
ทำไมหันไปทางไหนก็เจอแต่คนหมดไฟ ? ผลสำรวจจากงานวิจัย 'Burnout In The City' มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าคนทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 69% มีภาวะหมดไฟหรือเสี่ยงหมดไฟ โดยแบ่งเป็นภาวะหมดไฟ 12% และมีความเสี่ยงสูงที่จะหมดไฟอีก 57% ซึ่งอาจสะท้อนว่าการทำงานหนักเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบของความสำเร็จหรือความหมายของชีวิตอีกต่อไป แต่ท่ามกลางโลกที่หยุดพัฒนาตัวเองไม่ได้ เราจะป้องกันหรือรับมือกับภาวะนี้ได้ยังไง ? คำตอบของคำถามนี้อาจง่ายและใกล้ตัวกว่าที่คิด และหนึ่งในทางออกนั้น คือ การเดินทาง องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้นิยามภาวะหมดไฟไว้ว่าเป็น "ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการทำงาน" (Occupational Phenomenon) ซึ่งเกิดจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงานที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีลักษณะ 3 อย่างที่สามารถสังเกตได้ ถ้าคุณรู้หรือสัมผัสได้ว่าคุณกำลังเผชิญกับความคิดและพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ การเลือกที่จะออกเดินทางไปพักผ่อนอาจเป็นตัวเลือกที่มองข้ามไม่ได้ บทความนี้จะพาไปสำรวจว่าการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การใช้เงินเพื่อความสนุกชั่วคราว แต่คือการลงทุนที่จำเป็นต่อสุขภาพจิตที่ช่วยป้องกันภาวะหมดไฟ ซึ่งอธิบายได้ด้วยมุมมองทางวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ของการ "เปลี่ยนที่" การพาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนบรรยากาศ แต่เป็นการรีเซตระบบการทำงานของสมองและร่างกายครั้งใหญ่ งานวิจัยในตำนานอย่าง Framingham Heart Study ซึ่งเป็นการศึกษาติดตามผลระยะยาว พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจว่า ผู้ชายที่ไม่ได้ลาพักร้อนเป็นเวลาหลายปี มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจวายสูงกว่าคนที่ลาพักร้อนเป็นประจำถึง 30% และในผู้หญิงก็ให้ผลลัพธ์ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการพักผ่อนส่งผลดีต่อสุขภาพกายที่เชื่อมโยงโดยตรงมาจากการลดความเครียดสะสม เที่ยวไทย…30/09/2025
เหนื่อยงานพอทน เหนื่อยคนพอเลย ! ผลสำรวจเผย หัวหน้าอยากลาออกเพราะเครียดกับพฤติกรรมการทำงานแย่ ๆ ของ Gen Z
*บทความนี้ไม่ได้ Stereotype หรือเหมารวม ความเชื่อที่มีต่อกลุ่ม Gen Z เพียงแต่ต้องการเสนออีกหนึ่งมุมมองของการทำงานที่อาจพบเจอได้ในตลาดแรงงาน สุดท้ายไม่ว่าการทำงานกับ Generation ไหน ล้วนมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ทัศนคติในการทำงาน ทักษะในการสื่อสาร รวมไปถึงความสามารถในการทำงานและเข้าสังคมด้วยเช่นกัน ในแต่ละรุ่นของพนักงานที่เข้ามาสู่ตลาดแรงงานหรือก้าวเข้าสู่การทำงานในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง จะนำทัศนคติและความท้าทายที่แตกต่างกันมาด้วย แน่นอนว่ายุคสมัยเปลี่ยน คนทำงานในยุคนี้กลายเป็นเหล่า Gen Z ที่เพิ่งเรียนจบหมาด ๆ และกำลังจะกลายเป็น First Jobber ในสังคมของการทำงานเป็นครั้งแรก แต่หลายคนมักได้รับเสียงสะท้อนจากคนทำงานเสมอว่า เด็ก Gen Z มีปัญหา ทำงานไม่ดีบ้างล่ะ หรือพฤติกรรมในการเข้าสังคมที่ทำงานแย่บ้างล่ะ ซึ่งบทความนี้เราจะไม่มาเหมารวม หรือตัดสินว่าเป็นเรื่องจริงเท็จแค่ไหน แต่เราจะชวนมาดูสถิติจากผลสำรวจในมุมของหัวหน้างานที่ต้องดูแลการทำงานของพนักงาน Gen Z ว่าส่งผลกระทบต่อสถานที่ทำงานอย่างไร และรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้อย่างไร หัวหน้างานอยากลาออกเพราะเครียดกับการดูแล Gen Z ในเดือนตุลาคมปี 2024 Intelligent.com เว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลและจัดอันดับโปรแกรมการศึกษา โดยเน้นที่หลักสูตรออนไลน์และหลักสูตรไฮบริด ได้สำรวจหัวหน้างานในตำแหน่งผู้จัดการ (Manager) 1,000…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 164 days ago
Read More01/09/2025
มนุษย์เงินเดือนจะเอาตัวรอดยังไง ? ในยุคเลิกจ้าง-ลดเงินเดือน
ช่วงนี้ใครที่ได้ตามข่าวคงจะทราบดีว่าเศรษฐกิจกำลังซบเซาหนักไม่ใช่เพียงในไทย แต่ทั่วโลกต่างก็ประสบกับปัญหาเดียวกัน ที่กดดันทั้งองค์กรและพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นการหยุดรับคนใหม่, ลดเงินเดือน หรือแม้กระทั่ง Layoff (เลิกจ้าง) ข่าวเหล่านี้มีมาแทบทุกอุตสาหกรรม จนมนุษย์เงินเดือนหลายคนก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่า “งานที่คิดว่ามั่นคง มันยังมั่นคงอยู่จริงหรือเปล่า ?” นิติน คูชิก (Nitin Kaushik) นักบัญชีมืออาชีพที่ผ่านการรับรองจากสถาบันวิชาชีพ ได้ออกมาแชร์มุมมองที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการรับมือหลังเกิดสถานการณ์เปราะบางด้านการเงิน อันเนื่องมาจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้มนุษย์เงินเดือนรับมือได้แบบเครียดน้อยลง เงินเก็บจะช่วยยืดระยะการเผชิญกับความลำบาก คูชิก ชี้ว่า ตลาดแรงงานปัจจุบันไม่ได้มั่นคงเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป การลดพนักงาน การหั่นเงินเดือน และการหยุดรับคนใหม่ กลายเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย พร้อมแนะนำว่า ควรมีเงินเก็บไว้เท่ากับค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอย่างน้อย 12 เดือน เพราะโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ที่ตกงานในตำแหน่งระดับสูงอาจต้องใช้เวลา 6–9 เดือนกว่าจะหางานที่เหมาะสมได้ และถ้าเศรษฐกิจชะลอตัว เวลานี้อาจยืดออกไปอีก การมีเงินพอสำหรับทั้งปีจะทำให้ไม่ต้องรีบรับงานที่ไม่เหมาะ เพียงเพื่อความอยู่รอด เก็บเงินไว้ที่ไหนถึงจะดี ? เมื่อมีเงินเก็บสำรองเผื่อฉุกเฉินแล้ว การเลือกที่เก็บให้เหมาะสมก็สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้มั่นใจว่าเงินก้อนนี้จะพร้อมใช้เมื่อจำเป็นจริง ๆ โดย คูชิก ได้แนะนำแนวทางที่น่าสนใจ ซึ่งเราสามารถนำมาปรับใช้ได้ดังนี้ กองที่ 1 เงินส่วนที่ต้องพร้อมใช้ทันที …รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 193 days ago
Read More26/06/2024
Nappuccino: เทคนิคการดื่มกาแฟ และนอนกลางวันที่จะทำให้ช่วงบ่ายง่ายกว่าเดิม
เคยไหม? เวลานั่งทำงานนาน ๆ หรืออ่านหนังสือมาก ๆ จนง่วง ใจก็อยากจะนอนหลับสักงีบ แต่กลัวจะหลับยาว วันนี้เรามีวิธีแก้ไขที่เป็นเทรนด์ใหม่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงานที่กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมาแนะนำ นั่นก็คือ "Nappuccino" หรือ “การดื่มกาแฟแล้วไปนอน” Nappuccino คืออะไร? “Nappuccino” มาจากคำว่า “Nap” ที่แปลว่า การงีบ และ “Cappuccino” หนึ่งในเมนูกาแฟยอดฮิตของใครหลายคน หมายถึง การดื่มกาแฟซักแก้วหลังอาหารกลางวันก่อนงีบสั้น ๆ ประมาณ 15-20 นาที เพื่อกระตุ้นระบบประสาท ให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และตื่นขึ้นมาอย่างมีพลัง หลายคนบอกว่ามันเหมือนการรีเซตตัวเองให้พร้อมลุยต่อไปอีกครึ่งวันได้อย่างสดใส เบื้องหลังความฮิตของ Nappuccino มาจากข้อเท็จจริงที่ว่า ภาวะง่วงนอนในช่วงบ่ายนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติของร่างกาย จากอาการง่วงนอนหลังการกินอาหาร (Food Coma) ซึ่งแทนที่เราจะต่อสู้หรือปฏิเสธมัน เราก็ควรนอนหลับตามสัญชาตญาณบ้าง แต่ก็ต้องระวังไม่งีบหลับนานจนเกินไป การศึกษาวิจัยหลายชิ้นระบุว่า หากงีบหลับในระยะสั้น ๆ ประมาณ 15-20 นาทีหลังจากดื่มกาแฟ จะช่วยกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงาน ความจำ และพลังงานของสมองได้ดีกว่าการพยายามถ่างตาทำงานต่อโดยไม่พัก แถมยังไม่ทำให้รู้สึกเพลียหรือปวดหัวในตอนเย็นอีกด้วย ในบางประเทศ เช่น…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 625 days ago
Read More27/05/2024
การบ่นเรื่องงานในเชิงอวดทำให้คุณดูน่าเบื่อ ไร้ความสามารถ และยังทำคนอื่นเครียดตามไปด้วย
ความเครียดในที่ทำงานเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ แต่คุณเคยเจอคนที่อวดเรื่องความเครียดเกี่ยวกับการทำงานบ่อย ๆ ไหม “งานนี้เครียดมากเลยนะ” “ได้งานเพิ่มอีกแล้ว แค่นี้ก็เยอะจะแย่” หรือ “แกลองมาเป็นฉันดูว่ามันเครียดขนาดไหน” ฟังเผิน ๆ อาจเหมือนคนที่บ่นเรื่องงาน แต่คนจำนวนไม่น้อยเอาความเครียดจากภาระงานมาเป็นถ้วยรางวัลในการทำงาน แล้วเล่าให้คนอื่นฟังเพื่อแสดงถึงความทุ่มเทและการทำงานหนักมากกว่าคนอื่น มากกว่าการระบายให้เพื่อนร่วมงานฟัง ราวกับว่าความเครียด และภาระงานควรจะเป็นเรื่องปกติในที่ทำงาน การอวดเรื่องงานยาก หรืองานเยอะเหมือนจะเป็นวิธีที่ทำให้รู้สึกว่าคุณทำงานเยอะ และมีความสามารถในการจัดการงาน แต่ในทางตรงกันข้าม การสำรวจ และการศึกษาจากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย (University of Georgia) ที่นำโดยเจสสิกา โรเดลล์ (Jessica Rodell) พบว่าคนที่อวดเรื่องความเครียดในการทำงานจะทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกว่าคนที่อวดดูมีความสามารถน้อยลง และเป็นที่ชื่นชอบน้อยลงแทน ทีมของเจสสิกาได้ทำการสำรวจขึ้นในคน 360 คน เพื่อตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนร่วมงานสมมติ (Imaginary Co-worker) ที่ไปเข้าร่วมการประชุมในด้านความชื่นชอบ ความสามารถ และความรู้สึกอยากให้ความช่วยเหลือเรื่องงาน โดยกำหนดให้เพื่อนร่วมงานสมมติที่ชอบอวดเรื่องความเครียดพูดถึงการประชุมสมมติว่า ซึ่งคนที่เข้าร่วมก็ให้คะแนนเพื่อนร่วมงานกลุ่มนี้ ทั้งในด้านความชื่นชอบ และด้านความสามารถในระดับต่ำ และผู้เข้าร่วมยังรู้สึกว่าไม่อยากให้ความช่วยเหลือเรื่องงานกับคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ด้วย นอกจากนี้ทีมของเจสสิกายังได้เก็บข้อมูลจากคนอีก 218 คนที่เคยเจอกับเพื่อนร่วมงานที่ชอบอวดเรื่องความเครียดจากงานในชีวิตจริง ซึ่งพบว่าคนที่ทำงานกับคนกลุ่มนี้มีระดับความเครียด และภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) ที่สูงกว่าคนทั่วไป แต่ในขณะเดียวกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 655 days ago
Read More20/03/2024
6 ท่าเด็ด พิชิตออฟฟิศซินโดรม
คุณกำลังรู้สึก “ปวด คอ บ่า ไหล่ สะบัก” บ่อยครั้ง อยู่หรือเปล่า ? หาก “ใช่” อย่าละเลยเลยนะครับ เพราะอาจเข้าข่ายอาการออฟฟิศซินโดรมได้ “ออฟฟิศซินโดรม” (office syndrome) กลายเป็นโรคยอดฮิตของพนักงานออฟฟิศ ท่ามกลางความเครียด การนั่งทำงานท่าเดิมเป็นเวลานาน หรืออยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบต่าง ๆ ของร่างกาย การบริหารร่างกายอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ จะช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการตึง ปวดเมื่อย และป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรมได้ 6 ท่ายืดลดความเสี่ยงออฟฟิศซินโดรม มาดู 6 ท่าบริหารง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ มีเพียงแค่ตัวและหัวใจของเราก็พอแล้วครับ ท่าที่ 1 มือประสานเหนือท้ายทอย หลังตรง ไม่เกร็งคอ กดศีรษะให้คอก้มลงจนตึงบริเวณหลังคอ นับ 1–10 ช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนมือออก ท่าที่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 723 days ago
Read More14/02/2024
พบพนักงานหัวหมอ เปิดคลิปประชุม Zoom จาก Youtube ทำเนียนว่าตัวเองงานยุ่ง!
อย่างไรก็ตามล่าสุดกลับมีรายงานเกี่ยวกับพนักงานหัวหมอ ที่พยายามหลีกเลี่ยงงานโดยใช้ประโยชน์จากวิถีการทำงานที่เปลี่ยนไป หนึ่งในวิธีการที่ว่าก็คือการเนียนเปิดคลิปประชุม Zoom ที่มีคนอัปโหลดลงใน Youtube เพื่อทำเหมือนว่าตนเองกำลังยุ่งอยู่กับการประชุมงานนั่นเองภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 758 days ago
Read More05/02/2024
เมื่อไหร่ที่คุณควรตัดสินใจเปลี่ยนงาน?
ยิ่งถ้าคุณตัดสินใจไม่ได้สักทีก็ยิ่งต้องอ่าน เพราะเรามีคำแนะนำดี ๆ มาบอก! ลองทำเช็กลิสต์เหล่านี้ดู ถ้าคุณตอบ “Yes” มากกว่า 4 ข้อก็อาจจะถึงเวลาที่คุณจะต้องเปลี่ยนงานแล้ว ถ้าคำตอบของคุณคือ “ใช่” มากกว่า 4 ข้อแล้วละ ก็อาจจะถึงเวลาเปลี่ยนงานแล้วก็ได้ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายมาดูข้อดีข้อเสียของการเปลี่ยนงานกันก่อน ข้อดีของการเปลี่ยนงานใหม่ ข้อเสียของการเปลี่ยนงานใหม่ ทั้งนี้เราก็คงตอบให้คุณไม่ได้ว่าการเปลี่ยนงานของคุณในครั้งนี้ จะเป็นเหมือนกับการหนีเสือปะจระเข้หรือไม่ แต่หลาย ๆ คนก็ยอมเลือกเพราะทนอยู่กับบริษัทเก่าหรือวัฒนธรรมองค์กรเก่า ๆ มาอย่างยาวนานแล้ว เราก็ขอแนะนำเพิ่มเติมว่าให้คุณใช้ “สติ” ในการตัดสินใจให้ดี ห้ามใช้อารมณ์เด็ดขาด ถ้าตัดสินใจดีแล้วก็ลุยโลด! หางานใหม่ได้เลย อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสภูษิต เรืองอุดมกิจ | 767 days ago
Read More31/01/2024
น้ำหนักของหัวเราอาจเพิ่มขึ้นถึง 30 กก.เมื่อก้มหน้าเล่นมือถือ และเสี่ยงออฟฟิศซินโดรม
สังคมก้มหน้าเป็นสิ่งที่มนุษย์ในยุคดิจิทัลเผชิญกันอยู่ในทุกวัน และเราก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมนั้นด้วย แต่การก้มหน้าก้มตาเล่นสมาร์ตโฟน หรือแม้แต่ก้มหน้าจ้องคอมพิวเตอร์ระหว่างทำงาน ดูซีรีส์ หรือเล่นเกมสามารถทำให้คุณเกิดอาการออฟฟิศซินโดรม อาการปวดคอ ปวดไหล่ ไปจนถึงปวดหัวได้เลยนะ หัวหรือศีรษะของมนุษย์เมื่อโตเต็มวัยแล้วมีน้ำหนักเฉลี่ยราว 5 กิโลกรัมเลยทีเดียว แต่กระดูก และกล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และหลังก็ถูกออกแบบโดยธรรมชาติมาเป็นอย่างดีเพื่อแบกหัวของเราไว้บนบ่าอย่างมั่นคง แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าทุกครั้ง และทุกองศาที่เราก้มหน้าทำอะไรสักอย่างน้ำหนักของหัวเราอาจเพิ่มขึ้นหลายเท่า และทำให้กล้ามเนื้อ และกระดูกที่รองรับหัวของเราไว้ทำงานหนักขึ้น องศาการก้มหน้า และน้ำหนักหัวเพิ่มมากขึ้น การก้มหน้าที่ทำให้น้ำหนักของหัวเราเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 5 ถึง 6 เท่าเลยทีเดียว การศึกษาในปี 2014 พบว่าน้ำหนักหัวของเราจะเพิ่มขึ้นตามองศาที่ก้ม ดังนี้ ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงการประมาณเท่านั้น ซึ่งแตกต่างไปตามขนาดสรีระของแต่ละคน แต่บางข้อมูลก็พบว่าอาจเพิ่มได้งถึง 30 กิโลกรัมเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่ากระดูก และกล้ามเนื้อตั้งแต่คอไปจนถึงสันหลังที่ถูกออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักแค่ 5 กิโลกรัมอาจต้องรับน้ำหนักของหัวที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติอย่างมาก เมื่อทำติดต่อกันนาน และทำเป็นประจำทุกวันอาจทำให้เกิดการเสื่อม และอักเสบของกล้ามเนื้อ เส้นประสาท เส้นเอ็น ไปจนถึงการผิดรูปของกระดูก และข้อต่อด้วย ส่งผลให้เกิดผลเสียต่อไปนี้ตามมา โดยอาการที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตด้านอื่น เช่น ไม่สบายตัว รู้สึกหงุดหงิดง่าย นอนหลับยาก หลับไม่สนิท…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 772 days ago
Read More30/01/2024
จิตวิทยาการทำงานที่จะช่วยให้คุณทำงานได้ง่าย และดีขึ้น
วิธีการทางจิตวิทยาที่มีประโยชน์ สามารถปรับใช้ในการทำงานได้ทั้งกับตัวเอง เพื่อนร่วมงาน และหัวหน้า เป้าหมายหลักของการใช้วิธีการทางจิตวิทยานี้ก็คือ การทำให้สถานที่ทำงานเป็นสถานที่เชิงบวก และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานที่สบายใจกับทั้งตัวคุณเอง เพื่อนร่วมงาน หัวหน้าและทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ลองมาดูกันซิว่าการเพาะปลูกพลังงานเชิงบวกในที่ทำงานนั้นสามารถทำอย่างไรได้บ้าง จัดการการทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด เริ่มจากการทำงานของตัวคุณเองก่อน จัดการระบบการทำงานของตัวเองให้มีประสิทธิภาพ แบ่งงานใหญ่ ๆ ให้ออกเป็นงานย่อย ๆ เริ่มจากทำงานที่ยากก่อน หลังจากนั้นค่อยไล่ระดับไปสู่งานที่ง่าย จัดการงานให้ตรงกับช่วงเวลาที่ได้รับมอบหมาย และตั้งใจทำงานออกมาให้ดีที่สุด ฝึกการหายใจ เพื่อคลายความเครียด การทำงาน อาจทำให้หลายคนรู้สึกเครียด เหนื่อย มีความล้าเกิดขึ้นได้บ้าง แต่คุณสามารถผ่อนคลายความเครียดหรือความเหนื่อยล้านี้ได้ ด้วยการลุกขึ้นยืน สูดหายใจเข้าและออกลึก ๆ ผ่อนคลาย ชมนกชมไม้เดินไปชงกาแฟบ้าง จะช่วยปรับอารมณ์การทำงานได้ มีความเข้าอกเข้าใจต่อเพื่อนร่วมงาน ปลูกฝังความเห็นอกเห็นใจ โดยทำความเข้าใจถึงมุมมองและอารมณ์ของผู้อื่น สิ่งนี้จะช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ มีความเข้าใจกันมากขึ้น และมีการซัปพอร์ตซึ่งกันและกัน มีการสื่อสารต่อกันด้วยความชัดเจน และตรงไปตรงมาด้วย เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ซึ่งจะทำให้การทำงานสามารถดำเนินการต่อไปได้แบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น กรณีเกิดข้อสงสัยให้ถามเพื่อความเคลียร์ แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการรับฟัง เป็นเรื่องปกติที่สังคมการทำงานจะมีความขัดแย้งกันบ้าง เพราะว่าการทำงานเป็นสังคมขนาดใหญ่ และนำคนจากทุกเจนมารวมกัน แต่สิ่งสำคัญคือการหาวิธีก้าวข้ามผ่านความขัดแย้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้เกิดผิดใจกันในภายหลัง โดยจะต้องมีการรับฟังพูดคุยกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 773 days ago
Read More16/11/2023
เท่อย่างเดียวไม่ได้ ต้องซัปพอร์ตด้วย วิธีเลือก และวิธีใช้กระเป๋าสะพายหลังให้ไม่ปวดหลัง
กระเป๋าสะพายหลัง หรือเป้สะพายหลังเป็นของใช้ที่ทุกคนน่าจะมีติดตัว เพื่อใส่สิ่งของต่าง ๆ ทั้งเพื่อการทำงาน เดินทาง หรือใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ซึ่งนอกจากดีไซน์ รูปร่าง สีสัน ขนาด และการใช้งานแล้ว สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และคนส่วนใหญ่มักมองข้าม คือ ฟังก์ชันในการรองรับน้ำหนัก และการออกแบบให้เข้ากับสรีระร่างกาย ปัจจุบันนี้ อาการปวดหลังเพิ่มวงกว้างมากขึ้น ไม่ใช่แค่คนสูงวัยเท่านั้นที่ปวดหลัง แม้แต่ First Jobber ก็ปวดด้วยเหมือนกัน ทั้งจากรูปแบบการทำงาน และไลฟ์สไตล์ และการเลือกใช้กระเป๋าสะพายที่ไม่ได้ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) ก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่ต้องสะพายของหนักอยู่บ่อย ๆ บทความนี้เลยจะมาแนะนำวิธีเลือกกระเป๋าสะพาย ทั้งเพื่อการใช้งานที่ดี และเพื่อสุขภาพที่ดีกัน แบกเยอะ ของหนัก ควรใช้กระเป๋าสะพายหลัง กระเป๋าสะพายหลังเป็นกระเป๋าที่เหมาะกับหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะถ้าคุณต้องแบกของเยอะ หรือของหนัก เพราะสายกระเป๋าของกระเป๋าสะพายทั้ง 2 ข้างจะช่วยเฉลี่ยกระจายน้ำหนักได้ดีกว่าการใช้กระเป๋าคาดอก กระเป๋าสะพายไหล่ หรือกระเป๋าถือ หากคุณใช้กระเป๋าอื่นที่ไม่ใช่กระเป๋าสะพายหลังในการใช้ใส่ของหนัก ระยะยาวอาจทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังที่คอ ไหล่ และหลังได้ เพราะน้ำหนักจะไปกดทับที่จุดจุดเดียว วิธีเลือก และใช้กระเป๋าสะพายหลังไม่ให้ปวดหลัง แม้จะเป็นของใช้ที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนไปใช้กระเป๋าสะพายที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์จะช่วยให้คุณรู้สึกเบา และสบายกว่าเดิม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 848 days ago
Read More30/10/2023
6 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณสื่อสารในที่ทำงานได้ดีขึ้น
เพราะมนุษย์สื่อสารกันด้วย “การพูด” ดังนั้น การสื่อสารจึงเปรียบเสมือนกับกระดูกสันหลังของสังคม ซึ่งเป็นส่วนที่มีความสำคัญมาก ทำให้มนุษย์สร้างความสัมพันธ์ต่อกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ และเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ หากไม่มีทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการก้าวหน้าในการทำงานนั้นก็อาจจะยากยิ่ง ดังนั้น ในวันนี้เราจะมาแนะนำความสำคัญของทักษะการสื่อสารให้คุณได้ทำความรู้จักกัน เพราะการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ จัดเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จในแทบทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงาน หรือความสัมพันธ์ การพูดในที่สาธารณะเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่ต้องมีและฝึกฝนได้ คุณสามารถใช้ทักษะเหล่านี้เมื่อพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย พนักงาน ลูกค้า และแม้กระทั่งการพูดต่อหน้าผู้ฟังจำนวนมาก การมีความสามารถในการส่งสารของคุณอย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ จัดเป็นส่วนหนึ่งความสำเร็จในการทำงาน คนส่วนใหญ่ชอบคนที่พูดจาหวาน ๆ เอาใจ มากกว่าคนที่พูดแบบตรงไปตรงมาจริงหรือไม่? ไม่จริงเสมอไป เพราะผู้ฟังในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ชอบคนที่พูดความจริงแบบตรงไปตรงมามากกว่าคนที่พูดเอาใจแบบปากหวานก้นเปรี้ยว เพราะต้องการความจริงใจมากขึ้น แต่การพูดตรงไปตรงมานี้ก็มีเทคนิควิธีการพูดหลายแบบที่จะถนอมน้ำใจผู้ฟัง หรือเป็นการพูดแบบมีหลักเหตุผลมารองรับ ไม่ได้เป็นการพูดที่ใช้อารมณ์ หรือใช้ทัศนคติส่วนตัวใส่เข้าไปจนล้น และจะต้องไม่มีใครเจ็บปวดกับคำพูดที่เกิดขึ้น ส่วนผู้ที่เลือกคำพูดที่ประจบสอพลอหรือใช้คำพูดในเชิงปากหวาน มากกว่าการเลือกคำพูดที่ตรงไปตรงมา ได้รับอิทธิพลมาจากปัจจัยทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับความพยายามในการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพที่แท้จริง คือ การหาสมดุลระหว่างการพูดแบบตรงไปตรงมา และความปากหวาน และยังต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ อีกด้วย เคล็ดลับ 6 ข้อ พัฒนาสกิลการพูด ในวันนี้ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณยังมีจุดอ่อนในเรื่องของทักษะการพูด และคุณอยากจะนำทักษะนี้ไปปรับใช้กับการทำงาน เพื่อทำให้คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมากขึ้น เราก็มี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 865 days ago
Read More26/09/2023
Work life harmony ผสานชีวิตและการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียว แฮปปี้ทุกด้าน!
“งานและชีวิต” เป็น 2 ส่วนสำคัญในชีวิตที่เกี่ยวพันกันตลอดเวลา การค้นหาสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างงานและชีวิตได้กลายเป็นความท้าทาย สำหรับหลาย ๆ คน โดยเฉพาะสมาชิกชมรมคนรักงานในยุคปัจจุบันที่ดูเหมือนว่าจะถูกงานกลืนกินชีวิตไปมาเหลือเกิน แต่คำแนะนำที่เราจะมาแนะนำ คือ แทนที่คุณจะมุ่งเน้นไปที่ความสมดุล เราอยากให้คุณลองมองว่า งานและชีวิตไม่ใช่สิ่งที่แยกจากกัน แต่เป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้วงกลมที่หล่อหลอมซึ่งกันและกัน ดังที่ Jeff Bezos เคยกล่าวไว้ครั้งหนึ่งว่า “หากคุณมีความสุขที่บ้าน คุณจะมีพลังมหาศาลในการทำงาน และหากคุณมีความสุขในการทำงาน คุณจะกลับบ้านด้วยพลังงานมหาศาล” ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจว่าทั้งงานและชีวิตมีความสำคัญเท่าเทียมกัน และเราควรพยายามหาทางจับทั้ง 2 ฝั่งมาอยู่ภายใต้วงกลมแห่งความสุขเดียวกันให้ได้แบบพอดี Work life harmony งาน+ชีวิต รวมเป็น 1! ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน มีความเกี่ยวข้องกับการสร้างสมดุลที่ดีระหว่างระยะเวลาและความพยายามที่ใช้ไปกับงาน สิ่งที่เกี่ยวข้องกับงาน กับระยะเวลาและพลังงานที่คุณอุทิศให้กับชีวิตส่วนตัว ครอบครัว เพื่อน และกิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน ทำไมคุณถึงต้องใส่ใจความสมดุลระหว่างงาน และชีวิตส่วนตัว? เพราะการบรรลุความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานเชิงบวกจะให้ประโยชน์แก่คุณหลายประการ ได้แก่ 1. ช่วยลดระดับความเครียด เมื่อคุณมีความสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว คุณจะสามารถจัดการกับความเครียดและรักษาความเป็นอยู่โดยรวมได้ดีขึ้น 2. ช่วยปรับปรุงสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคุณ ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานในเชิงบวก สามารถช่วยป้องกันความเหนื่อยหน่าย ความเหนื่อยล้า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 899 days ago
Read More04/09/2023
รับมือกับเพื่อนร่วมงานที่หลากหลาย แม้ไม่ชอบแต่ก็ต้องทำใจ!
ในที่ทำงาน คุณมักจะเจอเพื่อนร่วมงานหลากหลายวัย และมีทั้งบุคลิกและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน แม้ว่าเพื่อนร่วมงานที่คุณเจอจะไม่ใช่ทุกคนที่เป็นพิษเป็นภัย แต่สำหรับบางคนพฤติกรรมของพวกเขา ก็สามารถส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน และยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคุณได้อีกด้วย ดังนั้นในวันนี้เราจะมาตีแผ่กับลักษณะนิสัย toxic ของเพื่อนร่วมงานที่คุณอาจจะพบเจอกัน และจะมาแนะนำวิธีการจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย คุณเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ แต่สามารถหาทางรับมือได้อย่างเหมาะสม ในสังคมการทำงานทุกที่ ย่อมมีคนที่หลากหลายถ้าคุณไม่พอใจใครจะให้เปลี่ยนงานเป็นทุกครั้งก็คงจะไม่ได้ ดังนั้นมาศึกษาความเป็นพิษของเพื่อนร่วมงานในแต่ละรูปแบบกันดีกว่า และคุณจะได้หาทางรับมือได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้คุณต้องทำใจเอาไว้เลยว่าคุณไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนทัศนคติและความสนใจของคุณเองในการจัดการกับพวกเขาได้ และสิ่งนี้จะไม่กระทบต่อสุขภาพจิตของคุณใด ๆ ทั้งสิ้น 1. บ่นไม่หยุด โลกรอบตัวไม่มีอะไรดีเลย ระดับความเป็นพิษ: ปานกลาง ลักษณะนิสัย: เพื่อนร่วมงานที่เอาแต่บ่น จดจ่ออยู่กับด้านลบของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ขวัญกำลังใจตกต่ำ ไม่เคยมีอะไรดีเลย วิธีจัดการ: ให้คุณนำเสนอวิธีแก้ปัญหา และพยายามเปลี่ยนเส้นทางการสนทนาไปยังหัวข้อที่เป็นบวกมากขึ้น หากความคิดเชิงลบยังคงมีอยู่ หรือเพื่อนร่วมงานของคุณยังไงก็ไม่หยุดบ่น ให้คุณนำตัวเองเฟดออกมา จากการมีส่วนร่วมในการสนทนาเชิงลบนั้น 2. ผู้คุมวิญญาณ ระดับความเป็นพิษ: ปานกลาง ลักษณะนิสัย: เพื่อนร่วมงานที่มักจะเฝ้าติดตามและควบคุมงานมากเกินไป ทำให้รู้สึกอึดอัด และไม่มีความเป็นอิสระในการทำงาน วิธีจัดการ: พยายามสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่าคุณกำลังทำงานในส่วนไหนอยู่ ทำงานเสร็จไปถึงไหนแล้ว พยายามนำเสนอรายงานให้กับเพื่อนร่วมงานคนนี้ได้ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่เขาจะได้หมดคำถาม และอาจจะเกิดความไว้วางใจในตัวคุณมากขึ้น 3. Gossip…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 921 days ago
Read More04/08/2023
ควรทำอย่างไรกับช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน
หนึ่งในพื้นที่ที่รวบรวมคนต่างวัยเอาไว้มากที่สุดนั่นก็คือ “พื้นที่ของการทำงาน” ซึ่งเป็นหนึ่งในสังคมที่รวบรวมคนต่างวัยเอาไว้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับอาวุโส พนักงานระดับช่วงกลาง หรือแม้แต่พนักงานที่เป็นเด็กจบใหม่ และยังมีผู้คนจากหลากหลายตำแหน่งหน้าที่ ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นที่อีกพื้นที่หนึ่ง ที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างวัย เกิดความแตกต่าง ทั้งทางด้านความคิด และทัศนคติที่แตกต่างกันไปได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำรงอยู่ด้วยกันก็คือ “แตกต่างแต่ไม่แตกแยก” ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีจัดการบริหารช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน ให้มีความเป็นมิตรต่อกันมากขึ้น มีความเข้าใจในเรื่องของทัศนคติที่แตกต่างกัน ทำให้ก่อเกิดสังคมการทำงานที่มีคุณภาพ นอกเหนือไปจากการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ก็ยังเป็นอีกหนึ่งการปรับตัวและทำความเข้าใจ ที่จะทำให้คุณไปทำงานอย่างมีความสุขในทุก ๆ วันอีกด้วย 1. อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว การทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว จะนำไปสู่การปิดกั้นทางความคิดและทำให้เกิดความหมางใจกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุโสกระทำต่อผู้ที่มีอายุน้อยกว่า หรือผู้ที่มีอายุน้อยกว่า ทำตัวเป็นคนน้ำเต็มแก้วใส่ผู้อาวุโส ก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำในที่ทำงานทั้งนั้นเพราะบุคคลในแต่ละช่วงวัยต่างก็มีความรู้มีประสบการณ์ แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงมีความรู้ดี ๆ ให้เรานำมาปรับใช้กับชีวิต และทำงานอยู่เสมอ 2. เปิดพื้นที่ให้คนต่างวัยได้ศึกษา และแชร์ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ที่ทำงานอยู่ในวงการหรือธุรกิจนั้น ๆ มาอย่างยาวนาน จะมีประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่สามารถสอนได้ในห้องเรียน ในทางกลับกัน คนรุ่นมิลเลนเนียลได้เติบโตขึ้นมาในโลกที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้านและทำให้ก่อเกิดการดำเนินธุรกิจสมัยใหม่ ซึ่งบุคคลทั้ง 2 วัยนี้ต่างก็มีเรื่องที่ตนเองถนัดและเรื่องที่ตนเองไม่ถนัด การแชร์ประสบการณ์ และแชร์ความรู้กัน นอกจากจะเป็นการเพิ่มเติมความรู้แล้ว ก็ยังเป็นการช่วยสร้างความสัมพันธ์…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 952 days ago
Read More12/07/2023
ทำอย่างไรเมื่องานที่ชอบ กลายเป็นงานที่ไม่ใช่!
มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ แม้งานที่คุณกำลังทำอยู่นี้จะเป็นงานที่อาจทำให้คุณมีความสุขมาก ๆ มาก่อน หรือเป็นงานที่คุณอยากทำมาก ๆ แต่เมื่อได้ลงสนามจริงไปสักระยะหนึ่งกลับพบว่า งานที่คุณเคยรักนี้กลับทำให้คุณมีความทุกข์แทนเสียอย่างนั้น ซึ่งต้นตอของปัญหานี้ก็มาจากปัจจัยที่หลากหลาย โดยอาจจะมาจากความสัมพันธ์ของคุณกับเจ้านาย ความสมดุลในชีวิตการทำงานที่ไม่ดี วัฒนธรรมของบริษัทที่มีค่านิยมไม่ตรงกัน หรืออาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ Toxic ซึ่งไม่ว่าต้นตอของปัญหาจะมาจากที่ไหนก็ตาม สัญญาณแรกที่ทุกคนมักพบเหมือน ๆ กัน ก็คือมักมีอาการ “เหนื่อยหน่าย” คุณไม่ได้มีความรู้สึกนี้เพียงคนเดียว และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ที่เป็นปัจจัยที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ เราขอบอกเลยว่า ประมาณการของคนทั่วไปได้ใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการทำงาน ซึ่งหมายถึง คุณใช้เวลาไปกับการทำงานประมาณ 90,000 ชั่วโมงตลอดช่วงชีวิตของคุณ ผู้คนใช้เวลามากเกินไปในการทำงาน มากกว่าที่ใช้เวลากับครอบครัวหรือคนที่คุณรักด้วยซ้ำ เริ่มต้นหาทางสงบศึกกับงาน “หยุดคิดและไตร่ตรอง” ขั้นตอนแรกซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่ง นั่นก็คือให้คุณ “หยุดคิดและไตร่ตรอง” เพราะบ่อยครั้งเมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา อาจทำให้คุณมองไม่เห็นทางออก เริ่มจากให้คุณตั้งสตินั่งนิ่ง ๆ และหยิบปากกาพร้อมกับกระดาษออกมา แล้วเขียนคุณสมบัติและลักษณะของงานที่ชอบและไม่ชอบลงไป สิ่งนี้จะช่วยทำให้คุณมองเห็นความคิดของตัวเองได้ดีขึ้น เพราะหลาย ๆ คนเมื่อลองเขียนออกมาแล้ว กลับพบว่าไม่ได้เกลียดงาน แต่เกลียดสภาพแวดล้อมในการทำงานและภาระงานมากกว่า ทำให้คุณนำข้อมูลที่ได้มาจากจุดนี้ไปใช้ในการหาทางแก้ไขต่อไปได้ อย่าเพิ่งลาออก! อย่าเพิ่งลาออกจากงานเด็ดขาด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 975 days ago
Read More11/07/2023
ผลสำรวจพบว่าอากาศในออฟฟิศที่หนาวเกินไปส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
อุณหภูมิในออฟฟิศที่หนาวเกินไปเป็นปัญหาที่พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่พบเจอ จึงไม่แปลกที่พนักงานหลายคนจะมีเสื้อคลุม เสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ หรือแม้แต่ผ้าห่มประจำตัวติดไว้ที่โต๊ะ ซึ่งเวลาที่ร่างกายเผชิญกับความหนาวในออฟฟิศ หลายคนอาจจะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงาน นอกจากการถูกรบกวนในด้านความรู้สึกแล้ว ผลสำรวจยังพบว่าอากาศที่เย็นเกินไปส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงและเพิ่มอัตราของความผิดพลาดในการทำงานด้วย อลัน เฮดจ์ (Alan Hedge) ศาสตราจารย์ด้านการออกแบบและการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมและผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการปัจจัยมนุษย์และการยศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell university) ได้นำการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิในที่ทำงานกับประสิทธิภาพการทำงานเป็นเวลากว่า 1 เดือนในสำนักงานประกันแห่งสหรัฐอเมริกา ทีมนักวิจัยได้ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมตามจุดต่าง ๆ รวมกับการเก็บข้อมูลอุณหภูมิทุก 15 นาที และนำไปประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเฉพาะ ซึ่งการศึกษานี้พบว่าอุณหภูมิในออฟฟิศส่งผลต่อการทำงานได้จริง จากการศึกษานี้ได้เปรียบเทียบประสิทธิภาพและข้อผิดพลาดในการพิมพ์งานของพนักงานในช่วงที่อุณหภูมิอยู่ 20 องศาเซลเซียสและ 25 องศาเซลเซียส แล้วพบว่าการทำงานในสภาพแวดล้อมที่อุ่นกว่าช่วยลดข้อผิดพลาดในการพิมพ์ได้ราว 44 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มคุณภาพของงานถึง 150 เปอร์เซ็นต์ และขณะที่อุณหภูมิในออฟฟิศอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส พนักงานมีอัตราการพิมพ์งานอยู่ที่ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมีอัตราการพิมพ์ผิดอยู่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่พออุณหภูมิลดลงไปที่ 20 เปอร์เซ็นต์ อัตราการพิมพ์ลดไปที่ 54 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราการพิมพ์ผิดเพิ่มขึ้นไปที่ 25…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 976 days ago
Read More21/06/2023
รับมือกับความเครียดจากการทำงาน ที่ส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ
ความเครียดจากการทำงาน คือ เมื่อความกดดันจากการทำงานมีมากเกินกว่าที่คุณจะรับมือได้ อาจทำให้ไม่สบายทั้งกายและใจ การตระหนักถึงสัญญาณของความเครียดที่เกี่ยวข้องกับงาน และจัดการกับมันอย่างรวดเร็ว อาจช่วยให้ผลกระทบจากความเครียดลดน้อยลงได้ ความเครียดจากการทำงาน ความกดดันในที่ทำงานสามารถกระตุ้นความรู้สึกเครียดของคุณได้ นำไปสู่ปฏิกิริยาด้านลบต่อร่างกายและจิตใจ และถ้าความกดดันมีมากเกินไปไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเท่านั้น อาจทำให้งานของคุณมีประสิทธิภาพน้อยลงด้วย นอกจากนี้ยังทำให้คุณมีความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพจิตอื่น ๆ เช่น ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ผู้คนมากมายได้รับผลกระทบจากความเครียด ความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่าในแต่ละปีพนักงานที่มีความเครียดจากการทำงาน มักประสบกับปัญหาด้านสุขภาพ สาเหตุของความเครียดจากการทำงาน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถนำไปสู่ความเครียดจากการทำงานได้ เช่น อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกเครียดกับสิ่งเหล่านี้ ต่างคนต่างรับมือกับความกดดันได้ต่างกันแล้วแต่ปัจจัยส่วนบุคคล เช่น อายุ ประสบการณ์ และความสามารถส่วนตัว อาการเครียดจากการทำงาน ความเครียดจากการทำงานอาจส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคุณ สัญญาณของความเครียดจากการทำงานอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบุคลิกของแต่ละคนและการตอบสนองต่อแรงกดดัน โดยอาการทางอารมณ์หรือจิตใจที่พบบ่อยจากความเครียดจากการทำงาน ได้แก่ คุณอาจได้รับผลกระทบทางกายภาพ ดังนี้ โดยความเครียดจากการทำงานก็อาจส่งผลต่อพฤติกรรมของคุณได้เช่นกัน ดังนี้ เมื่องานทำให้คุณเครียด ยิ่งคุณสังเกตเห็นสัญญาณได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งสามารถดำเนินการเพื่อทำให้สิ่งต่าง ๆ ดีขึ้นได้เร็วเท่านั้น ทุกคนมีวันที่รู้สึกเครียด แต่ถ้ามันส่งผลต่อสุขภาพจิตหรือร่างกายของคุณ ก็ถึงเวลาที่จะต้องแก้ไขมัน จัดการกับความเครียดจากการทำงาน แม้คุณอาจกังวลว่านายจ้างหรือเพื่อนร่วมงานจะมองคุณอย่างไร แต่ความเครียดสามารถส่งผลกระทบต่อทุกคน และไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ นายจ้างที่ดีจะตระหนักถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความเครียด และควรมีนโยบายเพื่อช่วยในการจัดการกับปัญหาเหล่านี้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 996 days ago
Read More16/06/2023
ที่วางโน้ตบุ๊ก แกดเจ็ตทำงานสุดเบสิกลดอาการปวดคอ ประโยชน์และวิธีเลือกให้เหมาะสม
ปวดคอ ปวดหลัง ปวดตามร่างกายเป็นปัญหาที่คนยุคนี้เจอกันประจำ สาเหตุที่พบบ่อยคือออฟฟิศซินโดรมที่เป็นผลมาจากลักษณะท่าทางในการนั่งทำงานที่ไม่ถูกหลักสรีรศาสตร์ พูดง่าย ๆ คือ การทำงานในท่าทางที่ไม่ได้เหมาะสมเป็นเวลานาน เช่น นั่งหลังค่อม นั่งไขว่ห้าง หรือก้มหน้าเพื่อมองจอ ที่วางโน้ตบุ๊กหรือแท่นวางโน้ตบุ๊กเป็นแกดเจ็ตเสริมที่คนใช้โน้ตบุ๊กไม่ควรพลาด เพราะสิ่งนี้จะช่วยปรับสรีระร่างกายในระหว่างนั่งทำงานให้เหมาะสมมากขึ้น และอาจช่วยให้คุณห่างไกลจากการปวดคอ ปวดหลัง ปวดตา หรือปวดหัวจากอาการออฟฟิศซินโดรมที่เป็นผลมาจากการนั่งก้มหน้าเพื่อมองจอ หลายคนน่าจะเคยเห็นโฆษณาที่วางโน้ตบุ๊กตามโซเชียลมีเดียต่าง ๆ หรืออาจจะเห็นเพื่อนในออฟฟิศใช้ ซึ่ง Hack for Health ขอแนะนำให้คุณซื้อมาลองใช้บ้าง มาดูประโยชน์ ข้อจำกัด และวิธีเลือกที่วางโน้ตบุ๊กกัน ประโยชน์ของที่วางโน้ตบุ๊กเพื่อการนั่งทำงาน แม้ที่วางโน้ตบุ๊กจะดูเหมือนเป็นเพียงแค่อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้พิมพ์งานได้ถนัดขึ้น แต่แกดเจ็ตที่ดูธรรมดานี้กลับส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณได้มากกว่าที่คิด ลดปวดคอ ปวดตา ปวดหัว การมองเห็นที่เหมาะสมกับสรีระของมนุษย์คืออยู่ในระดับสายตา เพราะจะช่วยให้เราไม่ต้องก้มหรือเงยคอมากเกินไป ซึ่งที่วางโน้ตบุ๊กช่วยได้ หากคุณลองมองไปรอบ ๆ ตัวแล้วเห็นคนที่ใช้โน้ตบุ๊ก โดยส่วนมากมักต้องก้มหน้า ยกไหล่ และงอหลังเพื่อจ้องจอ หากอยู่ท่านี้นาน ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และหลังตึงจากการเกร็งแบบไม่รู้ตัว อาจทำให้รู้สึกเมื่อยตามมาได้ หากทำบ่อย ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อคออักเสบและเกิดอาการปวดเรื้อรังตามมาทำให้ปวดเรื้อรังได้ ตำแหน่งของหน้าจอที่เหมาะสมกับสรีระร่างกาย คือ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1001 days ago
Read MorePR Partners
See All06/03/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 7 days ago
ประกาศรางวัลผู้ได้รับรางวัล SDGs Awards ใน The 2nd BT Awards: The Impact Makers
BT ขอประกาศผู้ที่ได้รับรางวัล SDGs Awards ใน The 2nd BT Awards: The Impact Makers รางวัลที่มอบให้กับผู้ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลกเพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ผ่านเป้าหมายพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) ที่ครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่สิ่งแวดล้อม สังคม ความเท่าเทียม การศึกษา นวัตกรรม ความยากจน สุขภาพ พลังงานสะอาด เศรษฐกิจดิจิทัล และอีกอื่น06/03/2026
COMMART GAMEFORCE 2026 ช้อปสนั่น มันเต็มแม็กซ์ 5 – 8 มีนาคม 2569
บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) หรือ ARIP ร่วมกับพันธมิตรแบรนด์ไอทีชั้นนำ กว่า 200 แบรนด์ยกทัพสินค้าไอทีร่วมงาน “COMMART GAMEFORCE ช้อปสนั่น มันเต็มแม็กซ์” มหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีครั้งใหญ่ช่วงต้นปี 2569 พร้อมยกระดับประสบการณ์เกมมิ่ง เทคโนโลยี AI ภายใต้ความร่วมมือแบรนด์ไอทีชั้นนำ อาทิ ACE, Banana, E-Quip, Epson, iStudio by spvi, IT City, JIB, Maru, Zarukon, JIB Mobile, MSI, Speed Computer, Speed Gaming, Studio7, AMD, AppleSheep, Ascenti, ASUS, ROG, Bewell, Cougar, ERGOTREND, GamersLab, SecretLAB, เครดิตบูโร , Moonshot, GeForce…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 7 days ago
Read More05/03/2026
AF 2026 ประกาศเซอร์ไพรส์ใหญ่ ! เปิดตัวสิทธิ์ Fast Track ช่วงโค้งสุดท้าย Online Audition สู่รอบ Workshop ทันที
ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะสำหรับปรากฏการณ์เรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทยกับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ “ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย” (True Academy Fantasia) ล่าสุดตอกย้ำกระแสความแรงด้วยการประกาศเซอร์ไพรส์จัดหนักในช่วงโค้งสุดท้ายของรอบ Online Audition เปิดโอกาสให้นักล่าฝันตัวจริงคว้าสิทธิ์ Fast Track เพื่อผ่านเข้าสู่รอบ Workshop ทันที โดยจะได้ร่วมงานกับสองเอ็กเซ็กคิวทีฟ โปรดิวเซอร์ (Executive Producer) ระดับแถวหน้าของวงการ ถือเป็นทางลัดสำคัญที่เหล่านักล่าฝันไม่ควรพลาด โปรดิวเซอร์มือทองอย่าง ปอนด์ - กฤษดา วิทยาขจรเดช ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ BeOnCloud คือกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนคอนเทนต์ไทยสู่เวทีนานาชาติ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เขาพาทีมสร้างสรรค์ผลงานซีรีส์และภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมยกระดับงานโปรดักชันให้ได้มาตรฐานสากล จนกลายเป็นหนึ่งในค่ายที่ถูกจับตามองในอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลก และโอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ ศิลปิน นักแต่งเพลง และผู้บริหารคนสำคัญของวงการดนตรีไทย เจ้าของผลงานฮิตมากมาย ด้วยประสบการณ์ทั้งบนเวทีและเบื้องหลัง เขาเข้าใจศิลปินอย่างแท้จริง และได้รับการยอมรับในฐานะนักปั้นที่ผสานความคิดสร้างสรรค์กับมุมธุรกิจได้อย่างลงตัว เพื่อคัดเลือกเป็น 12 นักล่าฝันตัวจริงเข้าสู่บ้าน AF โดยกติกาง่าย ๆ เพียงโพสต์คลิปแสดงความสามารถพร้อมติดแฮชแท็ก #AF2026…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 8 days ago
Read More04/03/2026
สุดยอดผู้นำเทรนด์และความเป็นเลิศด้าน ESG กับ ‘The Better World Corporate Awards’ จากเวทีประกาศรางวัล Future Trends Awards 2026
ก้าวข้ามขีดจำกัดของธุรกิจสู่การสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน กับรางวัล ‘The Better World Corporate Awards’ จากเวที Future Trends Awards 2026 รางวัลที่มอบให้แก่องค์กรสุดยอดผู้นำเทรนด์และความเป็นเลิศด้าน ESG ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความสำเร็จทางตัวเลข แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่าธุรกิจสามารถเติบโต ควบคู่ไปกับการดูแลโลกและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คนได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดย Future Trends Awards 2026 คืองานประกาศรางวัลสุดยอดผู้นำเทรนด์แห่งปี ที่จะมอบให้กับองค์กร แบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และบุคคลแห่งอนาคต ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อประกาศและเชิดชูความสำเร็จให้แก่องค์กร แบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และบุคคล ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์งานที่มีความโดดเด่น ซึ่งก่อให้เกิดคุณค่าสูงสุดต่อสังคมเป็นวงกว้าง ผ่าน 3 ขั้นตอนดังนี้ 1. เปิดรับการเสนอรายชื่อองค์กรเพื่อสมัครเข้าร่วมการประกวด 2. คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคัดเลือกคุณสมบัติผู้สมัคร ตามหลักเกณฑ์คะแนน 3. คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมคัดเลือกเฟ้นหาผู้ชนะในแต่ละสาขารางวัล และเปิดโหวตแสดงความคิดเห็นเพื่อเฟ้นหาผู้ชนะรางวัล โดยรางวัล The Better World Corporate Awards มีทั้งสิ้น 5 สาขา ดังนี้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 9 days ago
Read More































