Tags
| วิทยาศาสตร์
29/05/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 58 days ago
ทำไมถึงเรียก Blue Moon ทั้งที่ไม่ใช่สีน้ำเงิน แล้วทำไมต้อง Micro Blue Moon ด้วย ?
คืนวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 นี้ บนท้องฟ้าจะเกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจและไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ นั่นคือการมาเยือนของ "ไมโครบลูมูน" (Micro Blue Moon) ดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่สองของเดือนที่มีขนาดเล็กที่สุดในรอบปี หลายคนได้ยินชื่อนี้แล้วอาจจะสงสัยว่า คืนนั้นเราจะได้เห็นพระจันทร์กลายเป็นสีน้ำเงิน หรือสีน้ำเงินครามหรือเปล่า ? แล้วคำว่า "ไมโคร" มันจะเล็กแค่ไหนกันแน่ ? เรามาไขข้อข้องใจแบบเข้าใจง่าย ๆ ไปพร้อมกัน ทำไมเรียกว่า บลูมูน (Blue Moon) ทั้งที่ไม่ใช่สีน้ำเงิน ? คำตอบแบบสั้นที่สุดคือ "มันเป็นแค่ชื่อเรียกเชิงปฏิทิน ไม่ใช่สีของดวงจันทร์" ในคืนวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ พระจันทร์จะยังคงเป็นสีเหลืองนวล หรือสีขาวเงินเหมือนที่เราคุ้นเคยตามปกติ ไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่ได้ชื่อว่า บลูมูน มีที่มาจากความลักลั่นระหว่างปฏิทินที่เราใช้กับรอบโคจรของดวงจันทร์ ความแตกต่างตรงนี้ทำให้ใน 1 ปี มักจะมีดวงจันทร์เต็มดวง 12 ครั้ง (เดือนละครั้ง) แต่จะมีความล้ำเหลื่อมสะสมไปเรื่อย ๆ จนทำให้ทุก ๆ 2-3 ปี…13/01/2025
ย้อน ‘เซลล์มะเร็ง’ ให้กลับเป็น ‘เซลล์ปกติ’ นักวิจัยเกาหลีคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษามะเร็ง
โรคมะเร็งและเนื้องอกทุกชนิดยังคงครองอันดับต้น ๆ ของโรคที่คร่าชีวิตของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเรารู้จักกับมะเร็งมากขึ้น ทั้งองค์ความรู้ การตรวจคัดกรอง และเทคโนโลยีในการรักษาก็ก้าวหน้ามากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต ล่าสุดทีมวิจัยสถาบัน KAIST (Korea Advanced Institute of Science and Technology) ประเทศเกาหลีใต้ได้ค้นพบเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งรูปแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลับมาเป็นเซลล์สุขภาพดี บทความนี้เราจะมาแบไต๋กัน รู้จักกับโรคมะเร็ง และการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ก่อนจะไปรู้จักแนวทางการรักษาใหม่ที่ว่านี้ มาทำความเข้าใจกันคร่าว ๆ ก่อนว่า ‘เซลล์มะเร็ง’ เกิดได้อย่างไร ? โรคมะเร็งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่กลไกเกิดในภาพรวมคือ DNA ของเซลล์กลายพันธุ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสื่อมของ DNA ที่มาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และการที่เซลล์เสียหายจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างบุหรี่ แสงแดด การติดเชื้อ สารก่อมะเร็ง หรือแม้แต่พันธุกรรม ผลลัพธ์ คือ ทำให้เซลล์นั้นเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกมะเร็งนั่นเอง การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันส่วนใหญ่เน้นการกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฉายแสง หรือเคมีบำบัดที่เรียกกันว่าคีโม ซึ่งบางเคสอาจเจอกับการดื้อยาของเซลล์มะเร็ง การกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงผลข้างเคียงรุนแรงที่เกิดจากการทำลายเซลล์ปกติไปพร้อมกัน ปัจจุบันเราเลยจึงอาจเห็นวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่ อย่างยามุ่งเป้า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 559 days ago
Read More30/08/2024
ทฤษฎี Terminal Lucidity เฮือกสุดท้ายของคนป่วยก่อนจากโลกนี้ไป
หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวสุดแสนลึกลับ เกี่ยวกับภาวะที่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่อาการหนักกลับฟื้นคืนสติ กลับมาพูดคุย หรือแม้แต่เดินเหินได้หลังจากนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเป็นเวลานาน ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะจากโลกนี้ไปหลังจากนั้นไม่นาน ภาวะนี้มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Terminal Lucidity หรือความชัดแจ้งสุดท้าย หรือแสงที่ปลายทางของชีวิต แม้จะมีชื่อเรียกแต่ที่มาที่ไปของภาวะนี้ยังคงเป็นปริศนาทั้งในทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ บ้างก็ว่าเป็นพลังใจเฮือกสุดท้ายของผู้ป่วยเพื่อที่จะล่ำลาโลกนี้ไปอย่างสดใส BT beartai ขอชวนคุณมาสำรวจทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่องของ Terminal Lucidity กัน Terminal Lucidity มาจากไหน? ในภาพรวม เราอาจเรียกว่าฟื้นคืนก่อนจะเสียชีวิตในลักษณะนี้ว่าเป็น Terminal Lucidity แต่ในเชิงของข้อมูลแล้ว จุดเริ่มต้นของ Terminal Lucidity มักถูกผูกโยงกับภาวะทางสมอง อย่างภาวะสมอง โรคอัลไซเมอร์ และโรคทางอารมณ์ที่ส่งผลให้สูญเสียความทรงจำ สติ และตัวตนไป ความชัดแจ้งสุดท้ายจึงหมายถึงภาวะที่ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านความจำ หรืออารมณ์ขั้นรุนแรงกลับมาจำคนรอบตัว หรือฟื้นคืนสติได้ราวกับปาฏิหาริย์ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่วันให้หลัง อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาก็พบ Terminal Lucidity ในผู้ป่วยขั้นรุนแรงจากโรคอื่นได้ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างโรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และโรคสมองที่ส่งผลต่อสมอง ความจำ และการรับรู้ของผู้ป่วย ทฤษฎีสาเหตุของ Terminal Lucidity…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 695 days ago
Read More22/08/2024
ปลาออร์ฟิช: ปลาวันสิ้นโลก สัญญาณแห่งภัยพิบัติ หรือจำเลยทางความเชื่อ
ปลาออร์ฟิช (Oarfish) หรือปลาออร์ หนึ่งในสัตว์ใต้ท้องทะเลสุดลึกลับที่มักผูกโยงกับเรื่องราวในตำนาน และปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา อย่างแผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์สึนามิ โดยเฉพาะในวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ขนานนามปลาออร์ฟิชว่าเป็นผู้ส่งสารจากวังของเทพเจ้าแห่งท้องทะเล (Ryugu no tsukai) เพราะเชื่อกันว่าทุกครั้งที่ปลาออร์ฟิช ซึ่งปกติอาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกขึ้นมาเกยชายฝั่ง มักจะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติตามมา ด้วยลางร้ายที่ผูกติดมากับปลาออร์ฟิช ทำให้สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ถูกเรียกในอีกชื่อว่า ‘ปลาวันสิ้นโลก’ (Doomsday Fish) แต่ในความจริง เจ้าปลาออร์ฟิชที่สุดแสนจะลึกลับชนิดนี้ กำลังถูกตีตราและเป็นจำเลยให้กับเหตุการณ์ทางธรรมชาติจากเหล่ามนุษย์อยู่หรือเปล่า BT beartai จะพาคุณดำดิ่งลงไปใต้ผืนสมุทร และข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์กัน มารู้จักกับปลาออร์ฟิชกัน ปลาออร์ฟิช มีชื่อแบบไทย ๆ ว่า ‘ปลาพญานาค’ ด้วยลำตัวสีเงินสะท้อนแสง ที่มีลักษณะแบนคล้ายริบบิ้น และยาวได้มากถึง 9 เมตร พร้อมดวงตากลมโต และหนามสีแดงสดบนหัวที่ดูคล้ายกับหงอนของพญานาค ซึ่งทำให้เกิดเรื่องเล่าในไทยมากมายด้วยเช่นกัน ปลาออร์ฟิชเป็นปลาที่กินด้วยการกรองแพลงก์ตอน และกุ้งขนาดเล็กเป็นอาหาร อาศัยอยู่ในมหาสมุทรชั้นเมโซเพลาจิก หรือลึกลงไปใต้ผิวน้ำกว่า 200-1,000 เมตร ซึ่งเป็นส่วนของมหาสมุทรที่ยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างทั่วถึง โดยปกติมนุษย์มักพบเห็นปลาออร์ฟิชเมื่อมันขึ้นมาโซนน้ำตื้นในสภาพที่อ่อนแอ ตาย หรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปกติเท่าไหร่ แถมการสำรวจมหาสมุทรชั้นเมโซเพลาจิกที่เป็นที่อยู่ของมันก็ยังไม่ค่อยพบเห็นปลาออร์ฟิชด้วย เลยยิ่งทำให้ปลาตัวยาวชนิดนี้ดูลึกลับขึ้นไปอีก เหตุการณ์ที่ทำให้ปลาออร์ฟิชกลายเป็นลางร้ายแห่งภัยพิบัติ หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้ฉายาปลาวันสิ้นโลกแพร่กระจายไปทั่วโลก มาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่นในเดือนมีนาคมปี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 703 days ago
Read More11/09/2021
รวบตึงงานวิจัยแปลกสุดจึ้ง จากงานประกาศรางวัล ‘Ig Nobel’ ประจำปี 2021
งานประกาศรางวัล 'อิกโนเบล' (Ig Nobel Prize) ประจำปี 2021 เพื่อมอบรางวัลให้แก่งานวิจัยในสาขาวิชาต่าง ๆ ที่ดูน่าขบขัน แปลกประหลาด ฟังดูเพี้ยน ๆ ในทีแรก แต่เป็นงานวิจัยสุดจึ้งที่ไม่ใช่แค่คิดเอาขำ ทำเอาฮา ทว่ากลับแฝงไปด้วยสาระและหลักการที่หลายครั้งก็ใช้ได้จริงและน่าทึ่งประภาส อยู่เย็น | 1779 days ago
Read More19/06/2021
6 ประเด็นลี้ลับช่วยไขปริศนาโลก มูลเหตุที่ทำให้ 3 ภารกิจอวกาศต่างมุ่งหน้าไป ‘ดาวศุกร์’
หลังจากรอคอยมานานหลายปี ล่าสุดยานอวกาศหลายลำก็กำลังจะได้เดินทางมุ่งหน้าไปยังดาวศุกร์เสียที ถือเป็นข่าวใหญที่ทำให้แวดวงดาราศาสตร์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยหน่วยงานด้านอวกาศของโลกอย่างนาซาได้อนุมัติภารกิจใหม่ที่จะส่งยานไปดาวศุกร์ถึง 2 ภารกิจวัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1863 days ago
Read More19/06/2021
หลบไปความมืดมิด! ดวงอาทิตย์จะสาดส่องยาวนานที่สุดในรอบปี 21 มิ.ย. นี้
หลายคนอาจรู้สึกว่าทำไมแดดช่วงนี้ถึงได้อยู่กับเรานานเป็นพิเศษ เหตุก็คือกำลังจะเข้าสู่ “วันครีษมายัน” หรือวันที่มีช่วงเวลายาวนานที่สุดในรอบปีในวันที่ 21 มิ.ย. นี้ นั่นเอง นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า วันที่ 21 มิถุนายน 2564 เป็น “วันครีษมายัน” (ครีด-สะ-มา-ยัน) (Summer Solstice) ที่มีเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด สำหรับประเทศไทย ในวันดังกล่าวดวงอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 05:51 น. ตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 18:47 น. รวมเวลาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้านานถึง 12 ชั่วโมง 56 นาที จึงเป็นวันที่ช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี นับเป็นวันที่เข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศทางซีกโลกเหนือ และเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศทางซีกโลกใต้ เหตุที่แต่ละช่วงของปี ดวงอาทิตย์ขึ้นตกแตกต่างกันไป เป็นเพราะโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ หมุนรอบตัวเอง อีกทั้งยังมีแกนโลกเอียงทำมุม 23.5 องศากับแกนตั้งฉากกับระนาบวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้ระหว่างโคจรไป บริเวณต่าง…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1863 days ago
Read More30/05/2021
‘มวนเพชฌฆาต’ มือสังหารโหด ตัดหัวมดมาติดตามตัวเพื่อเป็นเกราะกำบัง
มวนเพชฌฆาต (Assassin bug) เป็นกลุ่มแมลงชนิดหนึ่งที่มักเรียกว่า “มวน” หรือ “Bugs” เป็นกลุ่มแมลงที่มีมากเป็นอันดับที่ 6 ของแมลงทั้งหมด มีจำนวนถึง 44 วงศ์ (Family) มีทั้งเป็นแมลงที่อาศัยอยู่บนบกและหลายชนิดอาศัยในน้ำ จัดเป็นแมลงขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีสีดำหรือน้ำตาล แมลงในวงศ์นี้ส่วนใหญ่เป็นตัวห้ำ ดูดกินของเหลวในตัวแมลงอื่นเป็นอาหาร และบางชนิดดูดกินเลือดสัตว์ แต่ก็มีหลายชนิดที่ชอบดูดเลือดสัตว์ใหญ่ที่เป็นสัตว์เลือดอุ่น รวมทั้งคนเราด้วย เมื่อเราถูกมันต่อย จะทำให้เกิดเป็นแผลผื่นแดง และเจ็บปวด ตัวมวนเพชฌฆาตนี้พบได้ในประเทศมาเลเซีย มันมีขนาดตัวที่เล็กมาก เพียงแค่ครึ่งนิ้วเท่านั้น แต่เหตุที่มันได้ฉายาว่า "เพชฌฆาต" ที่ฟังดูน่ากลัวนั้น ก็เพราะลักษณะนิสัยของมันนี่ล่ะ อาหารหลักของมวนเพชฌฆาตก็คือ "มด" วิธีการบริโภคของมันก็ช่างน่าขยะแขยง เมื่อมันจับตัวเหยื่อได้ มันจะใช้ปากแหลมเจาะเข้าไปแล้วฉีดสารเอนไซม์ สารนี้จะมีฤทธิ์รุนแรงไปทำลายอวัยวะภายในให้กลายเป็นของเหลว จากนั้นเจ้ามวนเพชฌฆาตก็จะดูดกินด้วยความเอร็ดอร่อย แต่หลังจากดูดกินแล้ว ภารกิจของมวนเพชฌฆาตยังไม่จบแค่นั้น เมื่อร่างเหยื่อถูกดูดกินของเหลวภายในจนหมดสิ้นแล้ว ก็เหลือแค่โครงแข็งด้านนอกเท่านั้น มวนเพชฌฆาตจะตัดหัวของมดแล้วนำมาติดไว้บนด้านหลังตัวเองด้วยสารเหนียวพิเศษที่หลั่งออกมาเพื่อการนี้ ด้วยพฤติกรรมที่น่าขนลุกของเจ้ามวนเพชฌฆาตนี้เป็นที่ดังกระฉ่อนในหมู่นักวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ทีมนักสำรวจจากมหาวิทยาลัยแคนเทอร์บูรี จากนิวซีแลนด์เลยขอทำการทดลองหาคำตอบว่าเจ้ามวนเพชฌฆาตจะเอาหัวของเหยื่อติดตามตัวไปเพื่ออะไรกัน ในการทดลองนี้ เจ้ามวนเพชฌฆาตต้องเจอเรื่องซวยแล้วล่ะ เพราะนักวิทยาศาสตร์จับพวกมันมาใส่ตู้กระจกสังเกตการณ์ที่มีแมงมุมกระโดด (Jumping spiders) ศัตรูคู่อาฆาตที่มองเห็นมวนเพชฌฆาตเป็นอาหารโปรด ในตู้นี้มีมวนเพชฌฆาตหลายตัว บางตัวก็สวมเกราะหัวมด…ทีมคอนเทนต์ BT | 1883 days ago
Read More28/05/2021
สงสัยมั้ย? ความสูงเท่าไหร่ที่แมวตกลงมาแล้วยังรอดชีวิต
เชื่อว่าหลายคนต้องเคยลองเล่นกับเหมียวที่บ้าน หรือว่าเคยแกล้งน้องเหมียวนั่นแหละ ไม่ว่าจะปล่อยเหมียวในระยะใกล้พื้นเท่าไหร่ เหมียวก็จะพลิกตัวเอาขามายืนได้ทันทุกครั้งไป หรือบางครั้งเราเห็นเหมียวกระโดดลงจากที่สูง ๆ แล้วก็สามารถแลนดิ้งได้อย่างสวยงามแถมเงียบสนิท จึงเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าเหมียวน่าจะเป็นสัตว์ชนิดเดียวเลยมั้ง ที่สามารถกระโดดลงจากที่ซู้งสูงได้ หรือพลาดหล่นลงมาบนพื้นได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะความสูงเท่าไหร่ก็ตาม แต่ความสามารถพิเศษของเหมียวนี้ก็สร้างความฉงนสงสัยคาใจเสมอมา ว่าที่จริงแล้วเหมียวสามารถตกจากความสูงที่สุดได้เท่าไหร่กัน ที่จะลงพื้นได้อย่างปลอดภัย คนเราสงสัยน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อใดที่นักวิทยาศาสตร์สงสัยนั่นคือความซวยของเหมียว เป็นข่าวร้ายสำหรับทาสแมว ถ้าจะบอกว่ามีนักวิทยาศาสตร์ทดลองเรื่องนี้แล้วจริง ๆ เมื่อปี 1987 แล้วเผยแพร่ผลการทดลองนี้ลงในวารสารของสมาคมสัตววิทยาอเมริกัน มีแมวซวยถึง 132 ตัว ที่ถูกนำมาใช้ทดลองครั้งนั้น พวกเขาเอาแมวปล่อยลงมาจากตึกสูงที่ 2 ชั้น แล้วก็ 3 ชั้น 4 ชั้น สูงไปเรื่อย ๆ พอแมวลงมาแลนดิ้งบนพื้น นักวิทยาศาสตร์ก็จับพวกมันมาตรวจสภาพร่างกายว่าเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บตรงไหนไหม แล้วก็จดบันทึกเป็นสถิติไปในทุกระยะความสูง ผลสรุปคือระยะความสูงที่สุดที่แมวจะสามารถลงพื้นได้อย่างปลอดภัยไม่บาดเจ็บใด ๆ เลยคือที่ระยะ 16.5 เมตรโดยประมาณ หรือเทียบเท่าตึก 5 ชั้นครึ่ง ในการทดลองนี้ยังพบสถิติที่น่าประหลาดใจว่า ช่วงความสูงที่แมวบาดเจ็บจากการตกกระแทกพื้นมากสุดอยู่ที่ระยะต่ำกว่า 7 ชั้นลงมา แต่ที่แปลกคือที่ระยะสูงกว่า 7 ชั้นขึ้นไป แมวจะบาดเจ็บน้อยกว่า นักวิทยาศาสตร์อธิบายเหตุผลมาแบบนี้ว่า ขณะที่แมวตกลงมาในช่วงระยะที่ 5.5 - 7 ชั้นนั้น ความเร็วในการตกจะค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น แมวยังปรับตัวรับแรงกระแทกได้ไม่ทัน แต่ในระดับที่สูงกว่า 7 ชั้นขึ้นไปนั้น แมวจะผ่านระดับความเร็วที่เรียกว่า "ความเร็วปลาย" หรือ "ความเร็วสุดท้าย" (Terminal Velocity) ประมาณ 97 กม./ชม. แต่ถ้าน้ำหนักคนจะมากกว่า 200 กม./ชม. พอความเร็วในการตกเริ่มคงที่แล้ว แมวจะตั้งสติได้แล้วเริ่มพร้อมรับแรงกระแทกด้วยการกางขาออกไป เมื่อสัมผัสพื้นก็จะอยู่ท่าในที่กระจายแรงกระแทกไปได้ทั่วตัวทำให้อัตราการบาดเจ็บน้อยลง แต่ถึงอย่างนั้นในการทดลองนี้ก็มีแมวตายไปถึง 1 ใน 3 ในบันทึกยังระบุอีกว่าไม่มีการรักษาเยียวยาแมวในการทดลองนี้ในสนามทดลอง สถิติสูงสุดที่เคยมีบันทึกไว้ว่าเคยมีแมวตกจากตึกระฟ้าในนิวยอร์กที่ความสูง 32 ชั้นแล้วรอดตาย แต่ก็บาดเจ็บพอสมควร อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสทีมคอนเทนต์ BT | 1885 days ago
Read More24/05/2021
สมองคนเราล้วนมีเซลล์ ‘ซอมบี้’ และพร้อมจะโตเมื่อตอนเรา ‘ตาย’ แล้ว
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ชิคาโก ค้นพบว่า เซลล์บางชนิดในสมองของมนุษย์จะยังคงทำงาน แม้เราจะเสียชีวิตไปแล้วแต่ยังสามารถเติบโตได้อีกด้วย เหล่านักวิทยาศาสตร์ค้นพบข้อสันนิษฐานดังกล่าว ด้วยการจำลองสภาพแวดล้อมการชันสูตรพลิกศพบนเนื้อเยื่อสมองสด ที่นำมาจากการผ่าตัดสมองตามปกติ และพบว่าในสมองของเราจะมีเซลล์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า 'เซลล์ซอมบี้' ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะเติบโตอย่างทวีคูณและงอกหนวดที่มีแขนขายาวขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เราเสียชีวิต พวกเขาทำการวิเคราะห์ยีนของเนื้อเยื่อนี้อย่างละเอียดและพบว่า เซลล์เกลีย (glial) ซึ่งเป็นเซลล์อักเสบชนิดหนึ่งในสมองของเราสามารถเติบโตขึ้นเป็นสัดส่วนที่ทวีคูณ ดร.เจฟฟรีย์ โลบ (Dr. Jeffrey Loeb) ผู้เขียนหัวข้อการศึกษานี้และหัวหน้าประสาทวิทยาและการฟื้นฟูสมรรถภาพที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์ยูไอซี (UIC) ระบุว่า “ความจริงที่ว่าเซลล์เกลียขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังจากที่เจ้าของร่างเสียชีวิตไปแล้ว กลับไม่ได้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ประหลาดใจเท่าไหร่ เนื่องจากหน้าที่หลักของเซลล์ประเภทนี้คือ ทำความสะอาดสิ่งต่าง ๆ หลังจากได้รับบาดเจ็บที่สมอง เช่น การขาดออกซิเจนหรือโรคลมชัก” สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการค้นพบนี้คือผลกระทบของมันต่างหาก ซึ่งการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเนื้อเยื่อสมองหลังความตายไม่ได้อธิบายถึงการแสดงออกของยีนหลังการตายของเซลล์สมองหรือการทำงานของเซลล์ เนื่องจากสมมติฐานทั่วไปคือการทำงานของสมองทั้งหมดจะสิ้นสุดลงทันทีเมื่อมีคนเสียชีวิต แต่ทีมยูไอซีได้พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่อย่างนั้น ระหว่างการศึกษา ทีมงานพบว่าการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ซอมบี้เหล่านี้จะมีจุดขยายตัวสูงสุดประมาณ 12 ชั่วโมงหลังการเสียชีวิต ซึ่งตอนนี้นักวิจัยเริ่มสนใจเกี่ยวกับยีนและชนิดของเซลล์ในสมองที่ย่อยสลายไปแล้ว แต่ยังคงมีเสถียรภาพและขยายตัวหลังจากเสียชีวิตที่จะเปิดช่องทางเพิ่มเติมให้นักประสาทวิทยาได้ค้นคว้าต่อไป อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสทีมคอนเทนต์ BT | 1889 days ago
Read More24/05/2021
‘เฟอร์เร็ตเท้าดำ’ ที่เกิดจากการโคลนนิงตัวที่ตายไปแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน!
หน่วยงาน US Fish and Wildlife Service ของสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่า พวกเขาทำการโคลนสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์สำเร็จเป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการโคลนมาจากเซลล์ของสัตว์ที่ตายไปแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน จนเกิดมาเป็นเจ้าเฟอร์เร็ตเท้าดำตัวนี้ เจ้าเฟอร์เร็ตเท้าดำมีชื่อว่า เอลิซาเบธ แอนน์ (Elizabeth Ann) เกิดมาจากการใช้วิธีสืบพันธุ์จากเซลล์แช่แข็งของเฟอร์เร็ตเท้าดำในอดีตที่ชื่อ วิลล่า (Willa) ซึ่งตายไปเมื่อปีค.ศ. 1988 การโคลนนิงดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อการนำพันธุ์สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วกลับคืนมาได้อีกครั้ง นอรีน วอลช์ (Noreen Walsh) ผู้อำนวยการของศูนย์อนุรักษ์เฟอร์เร็ตเท้าดำแห่งชาติ กล่าวว่า “โครงการนี้จะสามารถช่วยให้ความพยายามในการอนุรักษ์เจ้าเฟอร์เร็ตเท้าดำสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี” ต้นกำเนิดของโครงการนี้มีมาตั้งแต่ก่อนการโคลนนิงแล้ว ผู้คนมักคิดว่าเฟอร์เร็ตเท้าดำสูญพันธุ์ไปแล้ว เพราะสัตว์ที่พวกมันกินเป็นอาหารเริ่มหมดลงไปทุกวัน เนื่องจากถูกยิงและวางยาพิษโดยเกษตรกรที่ต้องการจะสร้างสภาพแวดล้อมบนที่ดินของตนให้ดีขึ้นสำหรับการเลี้ยงวัว จนเมื่อประชากรของเฟอร์เร็ตเท้าดำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องจนเกิดการขาดความหลากหลายทางพันธุกรรมที่อาจมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จนเมื่อตอนที่เจ้าวิลล่าตาย ทางหน่วยงานจึงส่งเนื้อเยื่อของมันไปยังสวนสัตว์แช่แข็งที่เป็นที่เก็บเซลล์จากสัตว์มากกว่า 1,100 สายพันธุ์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หวังว่า ความสำเร็จในการโคลนครั้งนี้ จะสามารถโคลนสัตว์พันธุ์ต่าง ๆ ขึ้นมาได้อีก แม้ว่าอาจต้องใช้เวลานาน แต่เขาก็หวังว่ามันจะสามารถเป็นจริงได้ อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสทีมคอนเทนต์ BT | 1889 days ago
Read More21/05/2021
รู้หรือไม่? ลูกนกฮูกมักจะนอนคว่ำบนพื้น เพราะหัวมันโตและหนัก
เมื่อปี 2020 จะมีภาพลูกนกฮูกนอนคว่ำหน้าเหยียดขายาวไปบนพื้น เป็นภาพที่แปลกตาสำหรับผู้พบเห็น ที่ใครเห็นก็รู้สึกว่าทั้งตลกและน่ารักดี ทำให้ภาพนี้พัฒนากลายเป็น meme และแพร่หลายบนโลกออนไลน์อยู่ช่วงสั้น ๆ บางภาพก็แทรกข้อความขำขันอย่างเช่น "กลับบ้านได้แล้วไอ้ฮูกน้อย เอ็งเมาแล้ว" แต่เบื้องหลังความขำขันและน่ารักนี้ ก็มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าการที่ลูกนกฮูกมันนอนแบบนี้เป็นเรื่องประหลาดหรือแท้จริงแล้วมันก็นอนแบบนี้ ซึ่งข้อเท็จจริงที่เผยออกมาก็ชวนให้ประหลาดใจที่ว่า... โดยทั่วไปแล้ว นกฮูกที่โตเต็มวัยแล้วนั้นจะหลับในลักษณะนั่งตัวตรงเพราะด้วยลักษณะทางกายภาพที่โตเต็มวัยและแข็งแรงแล้ว แต่นกฮูกเด็กเล็กนั้นไม่สามารถที่รับน้ำหนักส่วนหัวของตัวเองที่ใหญ่โตได้ไหว ก็เลยเลือกที่จะนอนคว่ำหน้าราบไปกับพื้นแทน ซึ่งข้อมูลนี้เปิดเผยจากเว็บไซต์ IFL Science พอทฤษฎีนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีบรรดาผู้เลี้ยงนกฮูก และนักส่องนกก็เริ่มตั้งข้อสังเกตนกของตัวเองแล้วเอาภาพมาแบ่งปันกันว่า "จริงด้วย""ฉันพยายามสืบหาที่มาของภาพที่เป็นไวรัลนี้แต่ก็หาไม่เจอ แต่ก็พอดูออกชัดเจนนะว่านกในภาพนั้นเป็นนกที่ถูกเลี้ยงไว้ แต่ช่างมันเถอะ มาถึงประเด็นในภาพว่า "ใช่" ที่นกฮูกเด็ก ๆ จะนอนราบไปกับพื้นแบบนี้ เพราะว่าหัวของมันหนักกว่าตัว ส่วนภาพที่แนบมานี่เป็นภาพตอนที่ฉันทำค้นคว้าตอนทำปริญญาเอกของฉัน อีกความเห็นหนึ่งมาจาก the National Audubon Society องค์กรไม่แสวงผลกำไรเพื่อสิ่งแวดล้อม "มีผู้ฟัง podcast ของกลุ่ม Birdnote คนหนึ่งเล่าว่า เขาเพิ่งพบว่านกฮูกของเขาเพิ่งฟักไข่ออกมา 2 ตัว แล้วเขาได้รับคำแนะนำว่าให้ลองแอบดูตอนมันหลับสิ ผู้ฟังคนนี้เขาก็ตื่นเต้นนะ แล้วก็ไปแอบส่องดูตอนนกฮูก 2 ตัวนี้หลับ พวกมันก็นอนคว่ำหน้ากันแล้วหน้าไปอีกทางด้านข้าง…ทีมคอนเทนต์ BT | 1892 days ago
Read More12/05/2021
นักวิทย์เผยงานวิจัยความลับการ ‘หาว’ ยิ่งตัวใหญ่-สมองใหญ่ ยิ่งหาวยาววววววว!
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ nature.com ได้เผยแพร่ผลการศึกษาทดลองพฤติกรรมสัตว์จำนวนมาก ซึ่งมีความเชื่อมโยงอาการหาวในสัตว์ กับขนาดร่างกาย การมีกระดูกสันหลัง ขนาดความใหญ่ของสมอง และจำนวนเซลล์ประสาท อธิบายง่าย ๆ ก็คือ สัตว์ที่มีขนาดตัวและขนาดสมองใหญ่กว่าจะหาวยาว หาวนานกว่าสัตว์ขนาดเล็ก หรือสัตว์ที่มีสมองขนาดเล็ก โดยนักวิจัยได้ทำการรวบรวมข้อมูลการหาวของสัตว์ชนิดต่าง ๆ กว่า 1,291 ตัวอย่างภายในสวนสัตว์หลายแห่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งจากการสังเกตการณ์ หรือจากการสังเกตในคลิปวิดีโอที่มีการถ่ายสัตว์ภายในสวนสัตว์กำลังหาวเอาไว้ โดยแบ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 55 ชนิด นก 46 สายพันธุ์ จนสามารถค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างความยาวในการหาวกับความใหญ่ของสมองที่ค่อนข้างเป๊ะทีเดียว 'จอร์จ มาสเซน' (Jorg Massen) นักพฤติกรรมวิทยาจากมหาวิทยาลัยอูเทรคต์ ประเทศเนเธอแลนด์ เจ้าของรายงานการวิจัยในครั้งนี้กล่าวว่า "เราต้องเดินทางไปสวนสัตว์หลาย ๆ แห่ง พร้อมกับกล้องถ่ายรูป แล้วก็ต้องยืนอยู่ข้างกรงสัตว์ เพื่อจะรอให้มันอ้าปากหาว…ซึ่งก็ต้องรอกันอย่างนานเลยแหละครับ" ในการศึกษาในครั้งนี้ได้เติมเต็มความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของการหาว รวมถึงคำถามที่ยังคงสงสัยว่า เราหาวไปเพื่ออะไรกันแน่ รวมถึงความสงสัยที่ว่า ทำไมสัตว์บางชนิดอย่างเช่นยีราฟ ถึงไม่มีการหาวเลยแม้แต่น้อย ในเอกสารการวิจัย จอร์จได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า "แม้รูปแบบของการหาวจะเหมือน ๆ กัน…ประภาส อยู่เย็น | 1901 days ago
Read More23/03/2021
สำเร็จ! ครั้งแรกของการนำดาวเทียมฝีมือเด็กไทยขึ้นสู่อวกาศ
22 มีนาคม 2021 เวลา 13:07 น. ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย จรวด Soyuz-2.1a ของรัสเซียได้นำดาวเทียม 38 ดวงจาก 18 ประเทศ ได้ออกเดินทางจากฐานปล่อยจรวด Baikonur ในรัสเซีย เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา หลังจากเลื่อนกำหนดการเดินทางมาหลายครั้ง และหนึ่งในดาวเทียมที่ว่านั้นมีผลงานของเด็กไทยด้วย ดาวเทียมที่ว่าคือ BCCSAT-1 เป็นผลงานการออกแบบและประกอบดาวเทียมของนักเรียนจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ภายใต้การดูแลและโดยคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในโครงการ BCC SPACE PROGRAM โดยถือเป็นดาวเทียมดวงแรกในกลุ่มประเทศอาเซียน และหนึ่งในดาวเทียมไม่กี่ดวงในโลก ที่ถูกพัฒนาโดยนักเรียนระดับมัธยม โครงการ BCC Space Program มีนักเรียนในโครงการ 36 คน คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 23 คน และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 13 คน ทั้งนี้ ได้ทำความร่วมมือเป็นกรณีพิเศษกับบริษัท ASTROBERRY…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1951 days ago
Read More23/03/2021
ร้องเพลงเรื่องใหญ่! เมื่อนกหลงลืมบทเพลงของตัวเองอาจทำให้เสี่ยงสูญพันธ์ุ
ฟังดูอาจเหลือเชื่อ ว่านกจะลืมวิธีการร้องเพลงได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าเกิดมาแล้วนกก็ส่งเสียงร้องกันไปมาได้เลยหรอ แล้วถ้านกลืมวิธีการร้องเพลงไปจริง ๆ ล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นกันนะ ความจริงแล้วท่วงทำนองที่เราได้ยินเสียงนกร้อง นกเรียนรู้มาจากพ่อแม่และบรรพบุรุษของมันสืบต่อกันมา ดังนั้นหากมีเหตุให้มันไม่มีโอกาสได้ยินเพลงต้นฉบับมาก่อน เหล่านกน้อยรุ่นใหม่ก็จะไม่สามารถร้องเพลงได้นั่นเอง งานวิจัยใหม่พบว่า การสูญเสียเมโลดี้และบทเพลงอาจเป็นหายนะสำหรับนกขับขานที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งของออสเตรเลียนั่นคือ ‘นกรีเจนต์ฮันนีอีตเตอร์ (Regent Honeyeater)’ เมื่อก่อนเคยมีฝูงนกสายพันธุ์นี้หลายร้อยตัวทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย และปัจจุบัน คาดว่าอาจเหลืออยู่ในป่าเพียงไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้น นกชนิดนี้เป็นที่รู้กันว่า การเลียนแบบท่วงทำนองการขับขานจากสายพันธุ์อื่น เช่น นกฟริอาร์เบิร์ด นกเคอราวงส์และนกกาเหว่า แต่เรายังไม่มีทฤษฎีที่ชัดเจนที่อธิบายว่าทำไมพวกมันถึงทำเช่นนั้น ดีน อิงเวนเซน (Dean Ingwersen) หัวหน้าโครงการนกในป่าที่ BirdLife Australia ผู้ประสานงานโครงการฟื้นฟูชาติสำหรับนกดังกล่าว และผู้ศึกษาร่วมในงานวิจัยชิ้นล่าสุด อธิบายว่า เดิมเป็นที่เชื่อกันมาโดยตลอดว่า พรสวรรค์ในการเลียนแบบเสียงของนกชนิดนี้เป็นกระทำด้วยความตั้งใจ โดยมีทฤษฎีหนึ่งที่เชื่อกันมากคือ พวกมันเลียนแบบการผสมผสานเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกนกอื่นทำร้าย จากการศึกษาพบว่า การเลียนแบบนี้ อาจไม่ใช่แค่การแสดงทักษะของนกตัวผู้เพื่อดึงดูดตัวเมีย แต่อาจเป็นอาการของ "การสูญเสียการเปล่งเสียงที่เป็นอัตลักษณ์" ซึ่งอาจทำให้นกหาคู่ได้ยากขึ้น (อ่านต่อหน้า 2 คลิกด้านล่างเลย) ดร. รอส คราเต (Dr Ross Crates) นักนิเวศวิทยาจากโรงเรียนสิ่งแวดล้อมและสังคมเฟนเนอร์…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1951 days ago
Read More07/03/2021
Kathy Sullivan หญิงผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบินอวกาศและนักสำรวจใต้ทะเลลึก
ต้อนรับวันสตรีสากล (8 มีนาคม) กันด้วยบทความพลังหญิงที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจกันบ้าง เชื่อว่า หลายคนคงเคยมีความฝันอยากจะใช้ชีวิตเป็นนักผจญภัย หรือนักสำรวจกันมาบ้าง แค่จะเป็นให้ได้ก็ยังต้องฝ่าเงื่อนไขต่าง ๆ มากมาย อาทิ เงินสนับสนุน ความรู้ ความสามารถ ความแข็งแกร่งของร่างกาย ซึ่งอย่างหลังนี่ก็เกี่ยวพันกับ ’เพศ’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นแล้วในอดีตที่ผ่านมา จึงมีผู้หญิงน้อยรายที่จะก้าวเข้ามาในวงการนี้ แต่แม้จะมีอยู่น้อย แต่แต่ละคนก็ล้วนน่าทึ่ง โดยเฉพาะคนที่เราจะมาพูดถึงกันในบทความนี้ เธอคือนักบินอวกาศหญิง แถมยังพ่วงด้วยตำแหน่งผู้หญิงคนแรกที่ดำดิ่งลงไปในส่วนลึกที่สุดของมหาสมุทรที่เรารู้จักกันในขณะนี้ด้วย เคธี ซัลลิแวน คือชื่อของเธอคนนั้น เคธี ซิลลิแวน (Kathy Sullivan) เป็นหญิงชาวสหรัฐฯ คนแรกที่ได้เดินในอวกาศเมื่อปี 1984 ซึ่งเป็นยุคที่มีผู้หญิงเริ่มทำงานหาเลี้ยงตัวเอง แต่ยังมีเงื่อนไขและปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ผู้หญิงยังคงเป็นช้างเท้าหลังในโลกของการทำงานอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ความน่าทึ่งของเธอไม่ได้อยู่ที่การเป็นหญิงแกร่งแห่งยุคเท่านั้น ผ่านไปอีกหลายปีให้หลัง ด้วยวัย 68 ปี เธอยังคงออกเดินทางไปสู่ดินแดนที่มนุษย์น้อยคนจะได้ไปเยือน นั่นคือ ใต้ท้องทะเลในระดับความลึก 7 ไมล์ หรือประมาณ 11 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นจุดลึกที่สุดในท้องทะเลที่เรารู้จักในขณะนี้ ช่างเป็น 2 ภารกิจที่ดูแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวก็จริง…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1967 days ago
Read More03/03/2021
จีนเตรียมเปิด ‘ท้องฟ้าจำลองใหญ่สุดในโลก’ มิ.ย. นี้
ทางการเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีนแถลงเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมาว่า ท้องฟ้าจำลองเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Planetarium) แหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของจีน และท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีกำหนดทดลองเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ ท้องฟ้าจำลองเซี่ยงไฮ้ เป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเซี่ยงไฮ้ ตั้งอยู่ที่เขตใหม่ผู่ตง มีพื้นที่ใช้สอยรวมมากกว่า 38,000 ตารางเมตร หากวัดจากพื้นที่ใช้สอย ถือเป็นท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนี้ ท้องฟ้าจำลองแห่งนี้ถูกออกแบบมาให้มีอาคารหลักและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อาทิ ศูนย์สำรวจสำหรับเยาวชน และหอดูดาวสาธารณะ 2 แห่ง รวมทั้งพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการขนาด 12,500 ตารางเมตร ซึ่งรวบรวมชิ้นส่วนอุกกาบาตราว 70 ชิ้น ที่ได้มาจากดวงจันทร์ ดาวอังคาร และดาวเคราะห์น้อยเวสตา ตลอดจนสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ มากกว่า 120 ชิ้น รวมทั้งผลงานต้นฉบับจากไอแซก นิวตัน กาลิเลโอ กาลิเลอี โจฮันเนส เคพเลอร์ และนักวิทยาศาสตร์เลื่องชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์คนอื่น ๆ นอกจากนี้ ท้องฟ้าจำลองยังใช้เทคโนโลยีทันสมัยต่าง ๆ มานำเสนอข้อมูล มีการใช้การจำลองภาพเสมือนจริง (VR) เทคโนโลยียืนยันตัวบุคคลหรือไบโอเมตริกซ์ และปัญญาประดิษฐ์…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1971 days ago
Read More09/02/2021
นักวิจัยไขปริศนา ‘อึทรงสี่เหลี่ยม’ ของวอมแบต ช่วยตรวจมะเร็งลำไส้ในมนุษย์
เชื่อว่าหลายคนที่เป็นเพื่อนรักสัตว์โลก มีไม่น้อยที่ตกหลุมความน่ารักของเจ้า ‘วอมแบต (Wombat)’ สัตว์รูปร่างท้วมกลมหน้าตาคล้ายโคอาล่า แถมยังมีพื้นเพถิ่นฐานแถบออสเตรเลียเหมือนกัน แต่นอกจากรูปร่างหน้าตาน่ารักแล้ว เจ้าวอมแบตยังเป็นเจ้าของ ‘อึ’ หรืออุจจาระรูปร่างประหลาดแต่ดูแล้วน่ารักอย่าง ‘อึทรงสี่เหลี่ยมลูกบากศ์ (Cube-shape poo)’ ด้วย การตามล่าหาคำตอบ ความแปลกของรูปทรงนี้ เป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักชีววิทยามานานแล้วว่ามันเป็นไปได้อย่างไร และในที่สุด การศึกษาร่วมระหว่างประเทศ ก็ไขปริศนานี้ได้เสียที คำตอบนี้อยู่ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Soft Matter เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเป็นการขยายผลจากการค้นพบเบื้องต้นที่นำเสนอครั้งแรกในการประชุม American Physical Society’s fluid dynamics division ในจอร์เจียเมื่อปี 2018 ดร. สก็อตต์ คาร์เวอร์ (Dr. Scott Carver) นักนิเวศวิทยาสัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย (University of Tasmania) หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีสมมติฐานที่มีหลากหลายมากมาย แต่ไม่มีใครทดสอบได้ เดิมมีการคาดเดาว่า วอมแบตมีกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนักเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำให้อุจจาระถูกบีบระหว่างการเคลื่อนที่ผ่านกระดูกเชิงกราน หรือที่จริงแล้ว ที่เป็นรูปทรงแบบนี้ เป็นเพราะวอมแบตอุจจาระออกมาแล้วค่อย…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1993 days ago
Read More25/01/2021
จีนเปิด “ไท่หู” ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ใต้ท้องทะเลลึก
"ไท่หู" ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ใต้ทะเลลึกได้รับการจัดตั้งขึ้นโดย China State Shipbuilding Corporation (CSSC) บริษัทการต่อเรือแห่งประเทศจีน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบนวัตกรรมของเทคโนโลยีที่สำคัญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ห้องปฏิบัติการไท่หู ตั้งอยู่ในเมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน ดำเนินการก่อสร้างโดยศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์เรือจีน (China Ship Scientific Research Center) ในเครือของบริษัท CSSC ศูนย์วิจัยมีเป้าหมายที่จะสร้างห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ใต้ทะเลลึกให้เป็นห้องปฏิบัติการขั้นสูงที่มีศักยภาพและทรงอิทธิพลระดับโลก ภายในปี 2568 ห้องปฏิบัติการไท่หูวางแผนที่จะรวบรวมผู้มีความรู้ความสามารถประมาณ 4,000 คน เพื่อร่วมปฏิบัติงานด้านการดำน้ำ การติดต่อสื่อสาร การนำทางและการสำรวจในมหาสมุทรน้ำลึก นอกจากนี้ห้องปฏิบัติการยังเตรียมสร้างระบบนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่สำคัญแบบบูรณาการ ซึ่งรวมถึงการวิจัยพื้นฐานด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์เรือจีน เป็นสถาบันวิจัยเชิงวิศวกรรมเรือและมหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งมุ่งเน้นด้านการวิจัยสมรรถนะทางอุทกพลศาสตร์ของเรือ การขับเคลื่อนเรือ และสมรรถนะขั้นสูงของวิศวกรรมใต้น้ำ รวมไปถึงปัญหาต่าง ๆ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง อ้างอิง xinhuanet พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสซาวานีย์ หะยีลาเต๊ะ | 2008 days ago
Read More15/01/2021
นักวิทย์พบ ‘ร่องรอย’ การชนกันของหลุมดำที่อาจไขปริศนาของเอกภพ+เปิดทฤษฎีใหม่ที่เหนือกว่าไอน์สไตน์!
ทีมนักดาราศาสตร์ที่ทำงานในโพรเจกต์ ‘NANOGrav pulsar timing array’ นำข้อมูลจำนวนมหาศาลมาวิเคราะห์แล้วพบว่า มันมีค่าคลาดเคลื่อนเล็ก ๆ (Tiny deviations) ในช่วงเวลาที่คลื่นวิทยุจากพัลซาร์เดินทางมาถึง ซึ่งที่มาของค่าคลาดเคลื่อนนี้อาจเป็นคลื่นความโน้มถ่วง (Gravitational wave) ของการชนกันหรือรวมตัวกันของ 2 หลุมดำมวลมหาศาล! ด้วยการนำข้อมูลซึ่งเป็นคลื่นวิทยุที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์วิทยุอาเรซีโบ (Arecibo Observatory) ในเปอร์โตริโก (Puerto Rico) (ก่อนจะปิดทำการถาวร) และกล้องโทรทรรศน์กรีนแบงก์ (Green Bank Telescope) ในเวสต์เวอร์จิเนีย ที่ใช้เวลาสังเกตการณ์นานต่อเนื่องกว่า 12 ปีครึ่ง ก็ทำให้นักดาราศาสตร์พบสิ่งที่น่าตื่นเต้นจากข้อมูลนั้น และนำมาซึ่งบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Astrophysical Journal Letters เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ฟังแบบนี้หลายคนอาจจะยังไม่ตื่นเต้นตามนักดาราศาสตร์ เพราะงั้นเราเลยขออธิบายเพิ่มสักหน่อยว่า สิ่งนี้มันน่าตื่นเต้นยังไง แล้วอาจเชื่อมโยงไปถึงกำเนิดและการเติบโตของเอกภพได้อย่างไร เข้าใจทีละเปลาะ ‘การควบรวมของหลุมดำ’ ปรากฏการณ์หายากเหนือจินตนาการ โดยปกติแล้ว กาแล็กซีส่วนใหญ่รวมถึงทางช้างเผือกของเรา มีหลุมดำมวลยวดยิ่ง (Supermassive black hole) อยู่ที่ใจกลางกาแล็กซี…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2018 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 2 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 13 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 13 days ago
Read More































