ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| 2012
Read More

จริงหรือมั่ว โลกสิ้น 21 มิ.ย. 2020! ตามการคำนวณปฏิทินมายาฉบับล่าสุด

หลากเหตุการณ์น่าสับสนวุ่นวายรอบโลก ทั้งการแพร่ระบาดของโควิด การประท้วงต่อต้านการเหยียดผิวอย่างหนักหน่วงในสหรัฐฯ พิษเศรษฐกิจและภัยพิบัติทางธรรมชาติรอบโลก ก็ชวนให้หลายคนรู้สึกหดหู่ เสมือนเข้าสู่กลียุคได้แล้ว ยิ่งมีข่าวพูดถึงวันสิ้นโลกว่า แท้จริงแล้วที่ปฏิทินมายาเคยสิ้นสุดไปเมื่อปี ค.ศ. 2012 นั้นคำนวณผิด มันจะสิ้นสุดในสัปดาห์หน้านี้ต่างหาก ก็ยิ่งชวนให้คิดเตลิดกันเข้าไปใหญ่ เราจึงขอรวบรวมข้อมูลที่มาที่ไปมาให้อ่านกันสักนิดก่อนคิดจะเชื่อกัน ปฏิทินมายาเคยทำนายว่าโลกสิ้นเมื่อปี ค.ศ. 2012 ?! ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ. 2012 เกิดความตื่นตัวขึ้นเมื่อมีการตีความว่า 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ซึ่งเป็น ‘วันเหมายัน’ ของปีนั้นพอดิบพอดี (วันที่กลางคืนยาวนานที่สุดของปี... ช่างได้บรรยากาศเหลือเกิน) โลกจะถึงกาลสูญสิ้น เหตุเพราะปฏิทินมายาหรือปฏิทินของชาวมายัน (Mayan Calendar) ได้คำนวณปฏิทินไว้สิ้นสุดถึงวันนั้น (ปฏิทินมายาเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 3,114 ปีก่อนคริสตกาล และมีอายุ 5,125 ปี) เรื่องดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา ร้อนถึงนาซาต้องออกมาชี้แจงและคอนเฟิร์มว่า โลกไม่แตกนะจ๊ะ ถ้าจะมีวัตถุใด ๆ มาทำให้โลกแตกหรือดับสูญได้ สิ่งนั้นต้องมีขนาดใหญ่มากพอที่นักวิทยาศาสตร์จะสังเกตเห็นล่วงหน้าได้เป็นสิบปี เพราะงั้นอย่าได้กังวลไปเลย  คำนวณผิด ไม่ใช่ ค.ศ.…
Apocalypse Films
Apocalypse Films
29/03/2020

รวมลิสต์หนัง “โลกแตก” ที่ต้องดูก่อนตาย (พร้อมเรื่องที่ดูได้แล้วบน Netflix)

ในสถานการณ์ที่แทบจะปิดประเทศ ทั้งการสัญจรไปมา ทำให้ถนนโล่ง ร้านรวงต่าง ๆ ปิดให้บริการ ผู้คนกักตุนอาหาร ภาพเหล่านี้ปรากฎอยู่ในหนังหายนภัยหรือหนัง "โลกแตก" หลายเรื่องที่เราเคยดูกันมา อย่างที่ไม่นึกว่าจะได้มาเห็นกับตาเข้าจริง ๆ ในยุคสมัยที่ไวรัส Covid-19 ครองเมืองนี้เอง วันนี้ What the Fact เลยจะขอมานำเสนอหนังหายนภัยโลกแตกที่ "ต้องดูก่อนตาย" หลายเรื่องทำให้เราเห็นวิธีการเอาตัวรอด แก้ปัญหาในสถานการณ์วิกฤติ หลายเรื่องก็สอนให้มนุษย์รักสามัคคีช่วยเหลือกัน (ที่ถ้าไม่เกิดวิกฤติก็คิดไม่ได้!) กับหนังหายนะล้างโลกทั้งหลายนั้น หลายเรื่องก็มาแบบปะเหมาะกับสถานการณ์ในตอนนั้น เช่น Deep Impact (1998) หรือ Armageddon (1999) ที่เข้าฉายในช่วงเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ ที่ก็มีคำนายจากที่ต่าง ๆ ว่าโลกจะแตกบ้าง ถึงคราวต้องกลับไปยุคหิน (เพราะ Y2K ระบบคอมพิวเตอร์กลับไปนับเป็นปี 1900 ใหม่) บ้าง พอถัดมา 2012 (2009) ก็เข้าฉายในช่วงใกล้จะถึงกำหนดตามคำทำนายของชาวมายันว่าโลกจะแตก ซึ่งเรา ๆ ท่าน ๆ ก็ยังอยู่รอดมาจนถึงเจอไวรัสร้ายแรงที่สุดในยุคสมัยของเรา เรื่องที่ดูได้แล้วบน…
C
C
07/11/2019

ย้อนรอยผู้กำกับ ID4 ก่อนถึงหนังสงครามเรื่องใหม่ Midway

Roland Emmerich หนึ่งในผู้กำกับแถวหน้าชาวเยอรมัน ผู้ขยันสร้างหนังมหันตภัยล้างโลกมาให้คอหนังหายนะ ต้องเข้าโรงหนังไปตีตั๋วชมแบบเลี่ยงไม่ได้ เพียงแค่ปะหน้าจั่วหัวโปสเตอร์หนังว่า จากผู้สร้าง ID4, The Day After Tomorrow และ 2012 แค่นี้ใคร ๆ ก็อยากดูแล้ว กับผลงานล่าสุดอย่าง Midway ที่ผู้กำกับจอมสร้างเอฟเฟกต์หายนะโลกถล่ม ตีคู่ร่วมสมัยมายุคเดียวกันกับ Michael Bay ขอจับงานหนังสงครามที่บอกเล่ายุทธนาวีครั้งสำคัญของอเมริกาที่ถล่มญี่ปุ่น หลังอเมริกาถูกญี่ปุ่นบุกโจมตีสายฟ้าแลบที่ Pearl Harbor จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมทางทหาร ที่เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของสหรัฐฯ ผู้ชมจะได้ตื่นตะลึงไปกับฉากการรบอันยิ่งใหญ่ในหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ทศวรรษในวงการภาพยนตร์ นอกจากหนังป๊อปคอร์นของ Emmerich ที่แวะเวียนมาพบกับผู้ชมในช่วงเทศกาลหนังซัมเมอร์หรือเทศกาลปีใหม่ (ช่วงที่คอหนังอเมริกันจะมาดูหนังกันทั้งครอบครัว) ความจริงแล้ว เขาก็ยังทำหนังอินดี้หรือหนังที่เป็นเรื่องราวเฉพาะตัวที่เขาอยากทำเองแบบไม่สนความแมสอยู่เหมือนกัน วันนี้ What the Fact จะพาไปย้อนรอยทั้งหนังฮิตและหนังไม่ฮิตที่น่าสนใจของผู้กำกับคนนี้ เผื่อว่าบางเรื่องจะหลงหูหลงตาผู้อ่านไป จะได้หามาชมกัน 1. Universal Soldier (1992) นักแสดง: Jean-Claude Van Damme, Dolph…

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)