Tags
| Antarctica
24/05/2020
Vinijphat Kanyapong | 2144 days ago
แอนตาร์กติกา “ขั้วโลกใต้” กำลังกลายเป็นสีเขียวเพราะสาหร่าย เมื่อโลกร้อนและน้ำแข็งละลายไปเกือบหมดแล้ว
มีรายงานล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า คาบสมุทรแอนตาร์กติกที่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วมากในช่วงปลายศตวรรษที่ 21 ที่ผ่านมา ปรากฎผลร้ายให้เห็นเด่นชัดบริเวณขั้วโลกใต้ นั่นคือ การเพิ่มจำนวนขึ้นของสาหร่ายขนาดเล็กที่กำลังเติบโต ขยายพื้นที่บนพื้นผิวของหิมะที่ละลายหายไป ทำให้พื้นที่ที่เคยปกคลุมด้วยหิมะสีขาวกลายเป็นสีเขียว และจะกลายเป็นแหล่งอาหารให้แก่สัตว์บางสายพันธุ์ต่อไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมส่งผลกระทบในทางที่ไม่ดีเท่าไรนักกับระบบนิเวศของบริเวณนั้น ทีมนักวิจัยของประเทศอังกฤษที่อยู่เบื้องหลังผลงานวิจัยชิ้นนี้ได้เปิดเผยผ่านวารสาร Nature Communication เล่าว่า อุณหภูมิที่สูงกว่า 0 องศาเซลเซียสซึ่งร้อนมากพอจะทำให้น้ำแข็งละลายนั้น ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเหมาะแก่การเจริญเติบโตของสาหร่าย ในบางพื้นที่สาหร่ายพวกนี้มีความหนาแน่นมากจนทำให้หิมะกลายเป็นสีเขียวสว่างและสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากการสำรวจโดยภาพถ่ายจากอวกาศราว ๆ 1,700 จุดบริเวณแอนตาร์กติก จากการสำรวจในปัจจุบันพื้นที่ของสาหร่ายสีเขียวที่สำรวจพบ กินพื้นที่ไปแล้วกว่า 1.9 ตารางกิโลเมตร โดยนักวิทยาศาสตร์ค้นพบสาหร่ายสีเขียวครั้งแรกในพื้นที่แถบนี้ตั้งแต่ยุค 1950s-1960s ตอนที่ปริมาณยังไม่เยอะมาก สาหร่ายถูกสำรวจพบเป็นพื้นที่เล็ก ๆ และพบในเกาะที่เป็นพื้นที่ราบรอบ ๆ คาบสมุทรแอนตาร์กติก โดยเกือบสองในสามของสาหร่ายเป็นสีเขียว พบได้ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนค่อนข้างหนักหน่วง นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังได้สังเกตการปรากฎขึ้นของตระไคร่น้ำและมอสบ้าง แต่พวกนี้จะมีการเจริญเติบโตที่ช้ากว่ามากเมื่อเทียบกับสาหร่ายสีเขียว ในอนาคตนักวิทยาศาสตร์วางแผนที่จะวัดสาหร่ายสีแดงและสีส้ม รวมถึงคาดการณ์ผลกระทบของสาหร่ายจำพวกสีสันอกเหนือจากสีเขียวที่เกิดขึ้นว่า จะสามารถสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้หรือไม่ ในรายงานข่าวยังบอกอีกว่า Matt Davey นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัย Cambridge ได้ใช้เวลาทั้งหมด 6 ปี ในการรวบรวมข้อมูล ลงพื้นที่สำรวจและวัดพื้นที่ของสาหร่ายหิมะสีเขียว โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและการสังเกตการณ์จากภาคพื้นดิน เขาพบว่า อีกไม่นานทวีปแอนตาร์กติกาจะปลกคลุมด้วยสีเขียวมากขึ้นไปอีก…30/04/2020
ข่าวดีใหม่ล่าสุด! รูโหว่โอโซนที่ขั้วโลกเหนือปิดสนิทแล้วในรอบ 10 ปี
Beartai ได้เคยนำเสนอข่าวเกี่ยวกับความน่ายินดีในการฟื้นตัวของธรรมชาติจากกรณีรูโหว่ของโอโซนบริเวณขั้วโลกใต้ลดขนาดลงอย่างมากในรอบ 30 ปีที่เกิดในช่วงไม่กี่เดือนของปี 2020 นี้ ตามความเห็นของฝ่ายที่เชื่อว่า เกิดจากความร่วมมือปล่อยก๊าซเรือนกระจกกันมาอย่างยาวนานของมนุษย์ (แม้ว่าจะมีมนุษย์กลุ่มที่ร่วมมือทำลายโลกอยู่ด้วยเช่นกัน) หรือจะเป็นเพราะช่วงนี้โลก "ชัตดาวน์" กิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ เพราะสถานการณ์ Covid-19 ก็ตาม ล่าสุดมีรายงานเปิดเผยเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2020 ที่ผ่านมาว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์จากองค์กร Copernicus’ Atmospheric Monitoring Service (CAMS) ซึ่งทำหน้าที่ติดตามและตรวจสอบช่องโหว่ในชั้นโอโซนของของโลกได้พบว่ารูโหว่โอโซนบริเวณขั้วโลกเหนือได้ปิดลงโดยสมบูรณ์แล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานข่าวว่า รูโหว่รูนี้ได้เพิ่มขนาดขึ้นอย่างน่ากังวล (รูโหว่นี่ก็ผันผวนเล็กใหญ่พอสมควรเหมือนกัน) ซึ่งถือว่าเป็นผลดีต่อระบบภูมิอากาศของโลกอย่างมาก ทั้งในด้านทิศทางลมและการป้องกันรังสีรังสีอัลตราไวโอเล็ต (UV) โดยรูของชั้นโอโซนที่ขั้วโลกเหนือปิดตัวลงอย่างครบทั้งวงเมื่อวันที่ 23 เมษายน อย่างไรก็ตาม CAMS ก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า รูโหว่ของโอโซนที่ปิดไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการหยุดกิจกรรมของมนุษย์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้มลพิษทางอากาศลดลงแต่อย่างใด แต่เกิดขึ้นเพราะกระแสลมวนอาร์กติก (Polar Vortex) ที่แข็งแรงขึ้นจนประสานรูโหว่ให้ปิดสนิทต่างหาก (ไม่ว่าจะเกิดขึ้นด้วยเหตุผลอะไร ก็ถือเป็นเรื่องดี ๆ ของธรรมชาติที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้) CAMS เผยว่า การปิดตัวของรูโหว่ขนาดใหญ่ในชั้นโอโซนครั้งล่าสุดคือเมื่อเกือบ 10 ที่แล้ว…Vinijphat Kanyapong | 2168 days ago
Read More11/04/2020
อย่าเพิ่งดีใจไป! เมื่อรูโหว่โอโซนขั้วโลกเหนือเกิดมีขนาดใหญ่ขึ้น หลังจากขั้วโลกใต้ลดลงไปแล้ว
แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีรายงานทางวิทยาศาสตร์เปิดเผยออกมาว่า รูโหว่ของโอโซนที่ทำหน้าที่ปกป้องมนุษย์จากรังสีนอกโลกบริเวณแอนตาร์กติกาแถบดินแดนขั้วโลกใต้มีขนาดเล็กลงในรอบ 30 ปีหลังมนุษย์พยายามร่วมมือสร้างความตกลงร่วมกันปล่อยสาร CFCs หรือก๊าซเรือนกระจกให้น้อยลง และการหยุดกิจการการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมทั่วโลกในช่วงนี้ก็อาจจะมีส่วนเสริมด้วยอีกทางหนึ่ง แต่จากรายงานล่าสุดพบว่า รูโหว่ในชั้นโอโซนรูใหม่แถบอาร์กติกทางฝั่งขั้วโลกเหนือกลับเพิ่มขนาดขึ้นอย่างน่ากังวล https://www.youtube.com/watch?v=1G2maRlIEaU รายงานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสภาพอากาศนี้เปิดเผยว่า Polar Vortex หรือกระแสลมวนบริเวณขั้วโลกได้ทำให้ชั้นโอโซนบริเวณอาร์กติกเปิดขึ้น ซึ่งเป็นกรณีที่สร้างความประหลาดใจมากกับนักวิทยาศาสตร์ เพราะไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร กระแสลมวนชนิดนี้จะพัดเอาความเย็นเข้ามาหยุดอยู่ที่บริเวณอาร์กติก ทำให้เกิดรูบนชั้นโอโซน ซึ่งการที่กระแสน้ำวนหยุดอยู่ที่อาร์กติกก็เป็นเหตุให้ปีนี้ประเทศสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศต้องเผชิญกับฤดูหนาวที่สภาพอากาศอุ่นขึ้น โดยปกติแล้วปฏิกิริยาระหว่างสารเคมีต่าง ๆ อากาศที่หนาวเย็น และแสงอาทิตย์ต่างส่งผลให้ชั้นโอโซนของโลกบางขึ้นได้ อย่างไรก็ตามปฏิกิริยาทางเคมีแบบนี้ไม่ค่อยพบในขั้วโลกเหนือ ซึ่งแถบแอนตาร์กติกนั้นหนาวกว่าแถบอาร์กติก แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจากการสำรวจจากดาวเทียมพบว่า ชั้นโอโซนบริเวณอาร์กติกได้หายไปกว่า 30% ตลอดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา The Copernicus Atmosphere Monitoring Service เผยว่าการพบแบบนี้ถือเป็นเรื่องผิดปกติ https://twitter.com/Atmospheric_SAF/status/1240250644403032064 https://twitter.com/AntjeInness/status/1244215133812989957 สำหรับการเกิดรูในชั้นโอโซนบริเวณซีกโลกเหนือถือว่าเกิดขึ้นได้ยาก เพราะสภาพอากาศมีความแตกต่างจากแถบแอนตาร์กติกพอสมควร ในช่วงฤดูใบไม้ผลินั้นแถบอาร์กติกจะมีอากาศอบอุ่น และร่วมกับอิทธิพลของมหาสมุทรอาร์กติก ทำให้สารเคมีทำลายชั้นโอโซนได้ยากขึ้น การลดลงของชั้นโอโซนจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ และปฏิกิริยาทางเคมีในชั้นสตราโทสเฟียร์ด้วย ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออุณภูมิต่ำกว่า -80 องศาเซลเซียส โดยนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมาอุณหภูมิได้เกิดลดต่ำลงไปถึง -75 องศาเซลเซียส ถึงแม้ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในแถบอาร์กติกจะน้อยกว่าในแถบแอนตาร์กติกอยู่มาก แต่การเกิดขึ้นของรูบนชั้นโอโซนในบริเวณนี้นับเป็นเรื่องที่แปลก…Vinijphat Kanyapong | 2187 days ago
Read More01/10/2019
หิ้งน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปีใน Antarctica แตกตัว!
สำนักข่าว BBC รายงานว่าชิ้นส่วนของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่บริเวณขั้วโลกใต้ (Antarctica) ที่ถูกเรียกว่า The Amery แตกตัวออกมาเป็นภูเขาน้ำแข็งก้อนมหึมาที่ถูเรียกว่า D28 และมันก็มีขนาดใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา เจ้าภูเขาน้ำแข็ง D28 นี้มีพื้นที่กว่า 1,636 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีพื้นที่เล็กกว่าเกาะ Skye (Isle of Skye) ในสกอตแลนด์เพียงนิดเดียวเท่านั้น ทำให้ D28 กลายเป็นภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี ด้วยขนาดที่ใหญ่ของภูเขาน้ำแข็งนี้จึงทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพราะในอนาคตมันอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่ง และการเดินเรือได้ Amery เป็นหิ้งน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับสามในทวีปแอนตาร์กติกาและเป็นช่องทางระบายน้ำที่สำคัญทางตะวันออกของทวีป ในช่วงต้นปี 1960 หิ้งน้ำแข็ง Amery เคยแตกตัวเป็นภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่มีเนื้อที่กว่า 9,000 ตารางกิโลเมตร ถึงแม้ว่า D28 จะไม่ใช่ก้อนน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดที่เคยแตกตัวออกมาจากหิ้ง แต่ด้วยขนาดของมันต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าที่จะละลายหายไปในทะเลจนหมด แล้วหิ้งน้ำแข็งคืออะไร? หิ้งน้ำแข็งคือ ก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่แผ่ขยายตัวออกมาจากแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมอยู่บนพื้นทวีปลงมาอยู่ในทะเลอีกที หิ้งน้ำแข็งจะพบได้ตามชายฝั่งทะเลบริเวณขั้วโลกที่มีชั้นน้ำแข็งปกคลุม ประโยชน์สำคัญของหิ้งน้ำแข็งก็คือการเป็นตัวเก็บน้ำจืดบนโลกนี้ รวมถึงป้องกันไม่ให้ธารน้ำแข็งจากพื้นทวีปไหลลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็น "กันชน" คอยหยุดไม่ให้ธารน้ำแข็ง (Glacier) ไหลลงสู่ทะเล หากไม่มีหิ้งน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งจะเลื่อนออกจากแผ่นทวีปลงไปและละลายในมหาสมุทรส่งผลให้ปริมาณน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น…Natnaree TK | 2380 days ago
Read MorePR Partners
See All03/04/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Vgadz เปิดตัว “RingConn Gen 2 Air” แหวนอัจฉริยะเบาที่สุด พร้อมส่วนลดพิเศษ
วีแกดซ์ (Vgadz) เปิดตัว “RingConn Gen 2 Air” แหวนอัจฉริยะรุ่นล่าสุดที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการ ภายใต้คอนเซปต์ “Smart Ring for Everyone” โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เน้นความบางเบาและการใช้งานที่คุ้มค่าในระยะยาว เบาที่สุดและใส่สบาย 24 ชั่วโมง RingConn Gen 2 Air ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความอึดอัดจากการสวมใส่ Smart Watch โดยเฉพาะรุ่นนี้มีความบางเพียง 2 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาสุดขีดเพียง 2.5 กรัม03/04/2026
ทรู-โลตัส พลิกลานหน้าศูนย์การค้าสู่ “True Alpha Urban Ground” แลนด์มาร์กกีฬาอัจฉริยะเพื่อความเท่าเทียม
ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลัง โลตัส เปิดตัว “True Alpha Urban Ground” ณ โลตัส บางนา สนามบาสเกตบอลต้นแบบที่เปลี่ยนพื้นที่หน้าศูนย์การค้าให้เป็น “พื้นที่สีขาว” ใจกลางเมือง มุ่งสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในการเข้าถึงการออกกำลังกาย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่ห่างไกลยาเสพติด โปรเจกต์นี้เป็นการผสาน กีฬา ไลฟ์สไตล์ และเทคโนโลยี เข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยนำนวัตกรรมอัจฉริยะมาอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร อาทิ : คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ผู้บริหารจากทรู ระบุว่า ทรูเชื่อมั่นในพลังของกีฬาที่เป็นรากฐานของการเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจ การนำเทคโนโลยี AI และเครือข่ายมาใช้ในพื้นที่สาธารณะนี้ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ขณะที่ คุณเบญจวรรณ อ่องศรี จากซีพี แอ็กซ์ตร้า กล่าวเสริมว่า สนามนี้คือส่วนหนึ่งของแนวคิด “Happy Mall” ที่เปลี่ยนโลตัสให้เป็น Happy Community Space ศูนย์รวมการกิน ชอป เที่ยว และการใช้ชีวิตที่มีความสุขของคนในชุมชน ในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมเหล่าศิลปินและนักกีฬาชื่อดัง อาทิ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More02/04/2026
“ไมโครซอฟท์-ซีพี-ทรู” ผนึกกำลังขยับหมากรบ AI เปลี่ยนไทยให้เป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’ แห่งอาเซียน
ในการประชุมครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2026 ภาพความร่วมมือระหว่างยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน และผู้นำธุรกิจไทยอย่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) พร้อมด้วย ทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้เป็นเพียงการพบปะทางธุรกิจทั่วไป แต่คือการขยับหมากครั้งสำคัญที่ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของอาเซียนอย่างเต็มตัว AI-First และการมาถึงของ Agentic AI หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากการหารือคือแนวคิดการก้าวสู่การเป็น AI-first organization ซึ่งไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาเสริม แต่คือการวางรากฐานองค์กรโดยมี AI เป็นหัวใจหลัก สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้ำหน้าคือการพูดถึง Agentic AI ซึ่งก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI ทั่วไปที่ทำหน้าที่เพียงตอบคำถาม ไปสู่การเป็น "ตัวแทน" ที่สามารถช่วยตัดสินใจและดำเนินกระบวนการทำงานอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานขององค์กร โดยเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ สำหรับประเทศไทย นี่คือโอกาสที่จะยกระดับโซลูชันบนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งขึ้นจากการร่วมมือกันของทั้งสองฝ่าย ยุทธศาสตร์ Smart City และการเรียนรู้จากต้นแบบโลก นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ฉายภาพอนาคตที่เทคโนโลยีจะกลายเป็นเนื้อเดียวกับชีวิตมนุษย์ผ่าน Smart City โดยระบุว่าโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของไทยอยู่ที่ 3 เสาหลัก การมองหาต้นแบบจาก สิงคโปร์…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Read More27/03/2026
“บางกอกแอร์เวย์ส” กางโรดแม็ปปี 2026 เปิดเกมรุกระยะยาว พร้อมเตรียมปรับขึ้นค่าตั๋ว หลังราคาน้ำมันพุ่ง เริ่ม 1 เม.ย. นี้
บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) ประกาศทิศทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญประจำปี 2026 เตรียมพร้อมรุกตลาดการบินระดับภูมิภาคอย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งเน้นการบริหารงานแบบครบวงจรเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมทีมผู้บริหารระดับสูง ได้ร่วมกันแถลงวิสัยทัศน์ใหม่ภายใต้แนวคิด “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” หรือ “ผู้นำด้านธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบ ส่งมอบบริการที่ยั่งยืน” สะท้อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจการบินแบบครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 11% ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินในปี 2026 จากข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ณ เดือนมกราคม 2026 การขนส่งปริมาณผู้โดยสาร (RPK) ทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 3.8% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เติบโตที่ 4.4% อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศในระยะนี้ บริษัทฯ จึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้การดำเนินงานและการให้บริการแก่ผู้โดยสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ นายพุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า ยอดการสำรองที่นั่งล่วงหน้าของบริษัท ฯ ณ วันที่ 16 มีนาคม 2026 สำหรับการเดินทางตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน 2026 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1% โดยอัตราการจองบัตรโดยสารล่วงหน้าไตรมาสที่ 2 ลดลง 3% ขณะที่ไตรมาสที่ 3 เติบโต 9% ในด้านการยกระดับศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ฯ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงสนามบินสมุยในไตรมาส 2 ปี 2026 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปีพร้อมเพิ่ม Boarding Gates จาก 7 เป็น 11 ขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็น 4,000 ตารางเมตร และเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอินพร้อมเครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติรวม 40 จุด โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573 ขณะเดียวกัน สนามบินตราดได้ขยายทางวิ่ง (Runway) เป็นความยาว 2,000 เมตรเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างทางขับเคลื่อนอากาศยาน (Taxiway) และลานจอดอากาศยานจำนวน 3 จุด เพื่อรองรับอากาศยานแบบไอพ่น อาทิ แอร์บัส A320 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี ด้านการบริหารจัดการฝูงบิน ในปีนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์สคาดว่าจะมีเครื่องบินจำนวน 22 - 26 ลำ ซึ่งฝูงบินปัจจุบันประกอบด้วยเครื่องบินแบบ แอร์บัส A320 จำนวน 1 ลำ แอร์บัส A319 จำนวน 11 ลำและ ATR 72-600 จำนวน 10 ลำ โดยมีแผนสั่งซื้อเครื่องบินแบบ ATR 72-600 ใหม่จำนวน 12 ลำ ซึ่งจะรับมอบ 2 ลำแรกในไตรมาส 4 ปีนี้ และทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2028 นายพุฒิพงศ์ ยังได้เปิดเผยอีกว่า…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 11 days ago
Read More















