ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Cambridge Analytica
Read More

Meta ยอมจ่ายเงินกว่า 25,000 ล้านบาทเพื่อยุติคดีที่ยอมให้ Cambridge Analytica เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้หลายล้านคน

Meta ยอมจ่ายเงิน 725 ล้านเหรียญ (ราว 25,000 ล้านเหรียญ) เพื่อยุติการฟ้องคดีแบบกลุ่มที่กล่าวหาว่า Facebook ยอมให้ Cambridge Analytica บริษัทที่ปรึกษาการเมืองจากสหราชอาณาจักรเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้หลายล้านคนโดยไม่ได้รับอนุญาต
05/07/2020

ฉาวอีก นักพัฒนาสามารถเข้าถึงข้อมูลบัญชี Facebook ที่ไม่ได้ใช้งานได้แล้วด้วย

หลังจากมีเรื่องฉาวไปกับทาง Cambridge Analytica เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา Facebook ได้ปรับโครงสร้างด้านความปลอดภัยใหม่ ไม่อนุญาตให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงบัญชีของผู้ใช้งานที่ไม่ได้ใช้งาน Facebook เกิน 90 วันแล้วด้วย แต่ดูเหมือนว่าการปรับโครงสร้างใหม่ที่ว่าจะไม่ได้ช่วยอะไรใหม่มากนัก ล่าสุด Facebook ก็ออกมายอมรับเองว่ายังมีนักพัฒนาสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานแม้ว่าจะขึ้นสถานะ 'Inactive' หรือไม่ได้ใช้งานเกิน 90 วัน Facebook ระบุว่ามีนักพัฒนากว่า 5,000 สามารถเข้าถึงข้อมูลบัญชี Facebook ของผู้ใช้งานที่ Inactive ในช่วงหลายเดือนที่ผ่าน นอกจากนี้บริษัทไม่ได้ระบุเวลาที่แน่ชัดว่าปัญหานี้เกิดขึ้นมานานขนาดไหนก่อนที่บริษัทจะแก้ไข แถมไม่ได้ระบุแน่ชัดด้วยว่าข้อมูลอะไรบ้างที่นักพัฒนาสามารถเข้าถึงได้ แต่ Facebook ระบุว่า ตอนนี้ยังไม่พบปัญหาข้อมูลนอกเหนือจากที่ผู้ใช้งานอนุญาตถูกเข้าถึงได้ หลังจาก Facebook ทราบปัญหานี้ก็ได้แก้ไขโดยทันที และจะตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป อ้างอิง 9to5Mac, Engadget พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
Mark Zuckerberg, Facebook CEO and founder laughs outside the Sun Valley Inn in Sun Valley, Idaho July 9, 2009. The resort is the site for the annual Allen & Co's media and technology conference. REUTERS/Rick Wilking (UNITED STATES BUSINESS SCI TECH MEDIA) - RTR25I6M
29/07/2019

รวมฮิตวีรกรรมแสบ ๆ ของ Facebook

พี่มาร์กโดนปรับ! เรื่องราวสุดฉาวของบริษัทพี่มาร์กยังมีให้ติดตามกันเรื่อย ๆ ล่าสุดหมาด ๆ นี้ทาง คณะกรรมาธิการการค้าแห่งชาติของสหรัฐหรือ FTC สั่งปรับเงิน Facebook เเพงเวอร์กว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 1.5 เเสนล้านบาท!!! เเม้จำนวนเงินค่าปรับนี้จะเป็นจำนวนเงินที่แพงที่สุดเท่าที่บริษัทเทคฯ เคยถูกปรับ เเต่ก็ยังน้อยไปเมื่อเทียบกับเงินจำนวนมหาศาลที่ Facebook ทำรายได้ คือถ้าลองคำนวณดูเงินจำนวนนี้มีตัวเลขเท่ากับรายได้ที่ Facebook ได้รับในระยะเวลา 49 วันจึงถือว่าขนหน้าเเข้งไม่ร่วง หลายคนสงสัยว่าแล้ว Facebook ไปก่อวีรกรรมอะไรอีก? วีรกรรมที่คุ้นหูที่สุดคงจะเป็นเรื่องข้อมูลผู้ใช้ Facebook กว่า 87 ล้านรายรั่วไหลไปยังสำนักวิจัย Cambridge Analytica เพื่อสนับสนุนเเคมเปญหาเสียงของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2016 รวมถึงการเลือกตั้งอื่น ๆ ส่งผลให้ Cambridge Analytica ถูกยุบในปี 2018 รวมไปถึงการใช้ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) โดยที่ยังไม่ได้ขอผู้ใช้ รวมถึงเอาเบอร์โทรของผู้ใช้ไปใช้ประโยชน์ด้านโฆษณา นอกจากสั่งปรับ FTC ยังมีคำสั่งให้: Facebook เเต่งตั้งคณะกรรมการอิสระ…
26/07/2019

Facebook ถูกปรับ 155,000 ล้านบาท เหตุ “ไม่สามารถปกป้องข้อมูลจากกรณี Cambridge Analytica”

หากใครยังจำกรณีที่บริษัทวิจัยข้อมูล Cambridge Analytica ได้ทำการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานมากกว่า 87 ล้านยูสเซอร์ เพื่อช่วยในการทำข้อมูล แคมเปญหาเสียงเลือกตั้งให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2016 ได้ ล่าสุดนี้ ก็ดูเหมือนทางคณะกรรมาธิการการค้าสหรัฐ (Federal Trade Commission หรือย่อว่า FTC) จะตกลงปลงใจเคาะบทลงโทษกันออกมาได้ในที่สุด ซึ่ง Facebook จำต้องถูกปรับเป็นเงิน 5 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือ 155,000 ล้านบาท โทษฐานที่ไม่สามารถป้องกันข้อมูลความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานได้ FTC ได้สรุปบทลงโทษดังกล่าว ในวันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2019 ที่ผ่านมา โดยนอกจากที่ทาง Facebook จะต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนมากโขแล้ว พวกเขายังจำต้องต้องตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องการจัดการข้อมูลในบริษัทอีกด้วย ซึ่งคณะกรรมการดูแลเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลนี้ จะต้องมาจากคณะกรรมการอิสระที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการอิสระอีกทีและต้องถอดอำนาจการตัดสินใจออกจาก Mark Zuckerberg เพื่อไม่ให้มีการตัดสินใจที่มีผลต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ โดยกรรมการจะถูกปลดได้ก็ต้องมาจากเสียงส่วนใหญ่ของบอร์ดผู้บริหารของ Facebook เท่านั้น อีกทั้งทาง FTC ยังมีข้อเรียกร้องอีก 6 ข้อด้วยกัน ดังนี้ ต้องเพิ่มความระมัดระวังในแอปพลิเคชันที่เชื่อมกับองค์กรนอก (third-party apps) ห้ามใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งานเพื่อใช้เป็นวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาและความปลอดภัย…
14/07/2019

Facebook ถูกปรับ 155,000 ล้านบาท หลังมีข้อมูลผู้ใช้งานหลุดนับล้าน

Wall Street Journal หรือ WSJ รายงานว่า Federal Trade Commission (FTC) หรือ คณะกรรมาธิการว่าด้วยการค้าแห่งสหพันธรัฐ ได้อนุมัติปรับ Facebook เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 5,000 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 155,000 ล้านบาทหลังมีข้อมูลผู้ใช้งานหลุดหลักล้านบัญชี อย่างไรก็ตาม การตัดสินดังกล่าวของ FTC เป็นข้อตกลงนอกศาล และมีการโหวตภายในหน่วยงานของ FTC เอง ได้ข้อสรุป 3 ต่อ 2 เสียง จึงดำเนินการปรับ Facebook เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 5,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐจากกรณีมีข้อมูลหลุดถึง Cambridge Analytica ทั้งนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีข้อจำกัดหรือมาตรการอะไรให้ Facebook ทำบ้าง แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลของเราจะปลอดภัย แต่ค่าปรับจำนวนเงินถึง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐนั้นก็เป็นจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการไอทีเลยครับ ด้านโฆษกของทั้ง Facebook และ FTC ปฏิเสธที่จะออกความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว อ้างอิง
03/08/2018

Twitter ประกาศยกเลิกฟีเจอร์ “ทวิตไปเฟซบุ๊ก” หลังเฟซบุ๊กปรับ API ครั้งใหม่

หนึ่งในฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ต่างใช้งานกันคงหนีไม่พ้นฟีเจอร์ "ทวิตไปเฟซบุ๊ก" จะเป็นการทวิตข้อความใหม่ หรือจะรีทวิต (Retweet) จากผู้ใช้ท่านอื่น ถ้าบัญชีทวิตเตอร์ของเราทำการตั้งค่าให้เชื่อมโยงกับบัญชีของเฟซบุ๊กของเราแล้ว ทุกทวิตจะไปปรากฏบนไทม์ไลน์เฟซบุ๊กของเรา โดยที่โพสต์ในเฟซบุ๊กนั้นจะมีคำว่า "Twitter" กำกับไว้ให้ทราบว่ามาจากแหล่งใด ล่าสุด บัญชี @TwitterSupport ของทางทวิตเตอร์ ได้ทวิตข้อความประกาศว่า "ทางทวิตเตอร์ ได้ยกเลิกฟีเจอร์ดังกล่าวแล้ว ตามการประกาศครั้งล่าสุดที่ทางเฟซบุ๊กได้ประกาศไว้" https://twitter.com/TwitterSupport/status/1024758308081610753 ในส่วนของสาเหตุที่ต้องยกเลิกฟีเจอร์ดังกล่าวนั้น สืบเนื่องมาจากที่เฟซบุ๊กทำการปรับตัว API ให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลจากหน่วยงานที่ชื่อว่า Cambridge Analytica ซึ่งเป็นหน่วยงานจัดทำวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับทางการเมือง ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยมีข่าวออกมาว่าหน่วยงานดังกล่าวนี้เอง ทำการนำข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กจำนวนประมาณ 50 ล้านชื่อ มาใช้ในการทำแคมเปญรณรงค์หาเสียงให้กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน และรวมไปถึงแคมเปญ Brexit หรือการลงเสียงประชามติให้สหราชอาณาจักรออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป (EU) แน่นอนว่ากระทบกับความเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยทางด้านข้องมูลของเฟซบุ๊กเองด้วย การปรับ API ครั้งใหม่ของเฟซบุ๊กนี้ เป็นการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลจากแอปต่างๆ ที่อยู่ในเฟซบุ๊ก (ซึ่งทุกแอปมักถามทุกครั้งนะว่าจะให้เข้าถึงระดับไหน) และป้องกันไม่ให้มีการนำข้อมูลไปใช้ในหนทางอื่นๆ เหมือนที่ Cambridge Analytica ได้กระทำไปแล้วจนเกิดเป็นข่าวฉาว แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ทวิตเตอร์ที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังมีอีกหลายบริการที่จะกระทบด้วย เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่การออกมาแถลงเพิ่มเติมจากอีกหลายบริการว่าได้รับผลกระทบอย่างไร และมีอะไรเปลี่ยนแปลง…
12/04/2018

สุดตึงเครียด! “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ตอบคำถาม “สภาคองเกรส” : กรณี Cambridge Analytica

อย่างน้อย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ก็ยังไม่ทำพัง ...ในตอนนี้
24/03/2018

Elon Musk คนจริง! ลบเพจ SpaceX, Tesla คนตามเป็นล้านทิ้งหลังกระแส #deletefacebook

หลังจากเรื่องอื้อฉาวของ Cambridge Analytica ที่ดึงข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กออกไปเพื่อใช้เชิงธุรกิจและใช้งานด้านเมือง (อ่านข่าวเก่า) ก็มีข่าวที่เกี่ยวข้องตามมาอีกมากมาย ล่าสุด Elon Musk คนจริงไอรอนแมนสั่งลบเพจ SpaceX และ Tesla บนเฟซบุ๊กที่มีผู้ติดตามราว 2.6 ล้านคนต่อเพจเรียบร้อย เพื่อแสดงจุดยืน และตอบโต้เรื่องอื้อฉาวของเฟซบุ๊ก (แม้ว่าเรายังไม่รู้ว่าลบไปเลยหรือแค่ Inactive ก็เถอะ) https://twitter.com/elonmusk/status/977211923719598086 เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อมีคนทวีตท้า Elon Musk ว่าถ้าคุณเป็นคนจริง ก็ต้องลบเพจ SpaceX บน facebook ทิ้งไปซิ ซึ่ง Musk ก็ตอบสั้นๆ ว่าเค้าไม่แน่ใจว่ามีเพจของบริษัทไหม แต่จะลบแน่นอน และหลังจากนั้นไม่นานเพจ SpaceX ก็หายไป แถมเพจ Tesla ก็ปลิวไปด้วย ถ้า Elon Musk เป็นเพื่อนกับ Mark Zuckerberg ก็คงมีท่าทีที่ประนีประนอมกว่านี้ แต่ 2 คนนี้ไม่ถูกกันเท่าไหร่ครับ ก็ตั้งแต่ที่ SpaceX ยิงจรวดผิดพลาดจนดาวเทียมของเฟซบุ๊กระเบิดไป…
22/03/2018

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก แถลงโต้ประเด็น Cambridge Analytica สุดอื้อฉาว

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยืนยัน รับผิดขอบต่อความผิดพลาด และก้าวต่อไป
21/03/2018

สรุปประเด็นร้อน: Facebook, Cambridge Analytica และโดนัลด์ ทรัมป์ กับการละเมิดข้อมูลผู้ใช้ 50 ล้านยูสเซอร์

Facebook ถูกผลกระทบจากกรณีข้อมูลผู้ใช้จำนวนมหาศาลหลุดออกไป

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)