Tags
| Cambridge Analytica
23/12/2022
จตุรวิทย์ เครือวาณิชกิจ | 1125 days ago
Meta ยอมจ่ายเงินกว่า 25,000 ล้านบาทเพื่อยุติคดีที่ยอมให้ Cambridge Analytica เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้หลายล้านคน
Meta ยอมจ่ายเงิน 725 ล้านเหรียญ (ราว 25,000 ล้านเหรียญ) เพื่อยุติการฟ้องคดีแบบกลุ่มที่กล่าวหาว่า Facebook ยอมให้ Cambridge Analytica บริษัทที่ปรึกษาการเมืองจากสหราชอาณาจักรเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้หลายล้านคนโดยไม่ได้รับอนุญาต05/07/2020
ฉาวอีก นักพัฒนาสามารถเข้าถึงข้อมูลบัญชี Facebook ที่ไม่ได้ใช้งานได้แล้วด้วย
หลังจากมีเรื่องฉาวไปกับทาง Cambridge Analytica เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา Facebook ได้ปรับโครงสร้างด้านความปลอดภัยใหม่ ไม่อนุญาตให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงบัญชีของผู้ใช้งานที่ไม่ได้ใช้งาน Facebook เกิน 90 วันแล้วด้วย แต่ดูเหมือนว่าการปรับโครงสร้างใหม่ที่ว่าจะไม่ได้ช่วยอะไรใหม่มากนัก ล่าสุด Facebook ก็ออกมายอมรับเองว่ายังมีนักพัฒนาสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานแม้ว่าจะขึ้นสถานะ 'Inactive' หรือไม่ได้ใช้งานเกิน 90 วัน Facebook ระบุว่ามีนักพัฒนากว่า 5,000 สามารถเข้าถึงข้อมูลบัญชี Facebook ของผู้ใช้งานที่ Inactive ในช่วงหลายเดือนที่ผ่าน นอกจากนี้บริษัทไม่ได้ระบุเวลาที่แน่ชัดว่าปัญหานี้เกิดขึ้นมานานขนาดไหนก่อนที่บริษัทจะแก้ไข แถมไม่ได้ระบุแน่ชัดด้วยว่าข้อมูลอะไรบ้างที่นักพัฒนาสามารถเข้าถึงได้ แต่ Facebook ระบุว่า ตอนนี้ยังไม่พบปัญหาข้อมูลนอกเหนือจากที่ผู้ใช้งานอนุญาตถูกเข้าถึงได้ หลังจาก Facebook ทราบปัญหานี้ก็ได้แก้ไขโดยทันที และจะตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป อ้างอิง 9to5Mac, Engadget พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสวัชรกุล พัฒนาประทีป | 2026 days ago
Read More29/07/2019
รวมฮิตวีรกรรมแสบ ๆ ของ Facebook
พี่มาร์กโดนปรับ! เรื่องราวสุดฉาวของบริษัทพี่มาร์กยังมีให้ติดตามกันเรื่อย ๆ ล่าสุดหมาด ๆ นี้ทาง คณะกรรมาธิการการค้าแห่งชาติของสหรัฐหรือ FTC สั่งปรับเงิน Facebook เเพงเวอร์กว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 1.5 เเสนล้านบาท!!! เเม้จำนวนเงินค่าปรับนี้จะเป็นจำนวนเงินที่แพงที่สุดเท่าที่บริษัทเทคฯ เคยถูกปรับ เเต่ก็ยังน้อยไปเมื่อเทียบกับเงินจำนวนมหาศาลที่ Facebook ทำรายได้ คือถ้าลองคำนวณดูเงินจำนวนนี้มีตัวเลขเท่ากับรายได้ที่ Facebook ได้รับในระยะเวลา 49 วันจึงถือว่าขนหน้าเเข้งไม่ร่วง หลายคนสงสัยว่าแล้ว Facebook ไปก่อวีรกรรมอะไรอีก? วีรกรรมที่คุ้นหูที่สุดคงจะเป็นเรื่องข้อมูลผู้ใช้ Facebook กว่า 87 ล้านรายรั่วไหลไปยังสำนักวิจัย Cambridge Analytica เพื่อสนับสนุนเเคมเปญหาเสียงของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2016 รวมถึงการเลือกตั้งอื่น ๆ ส่งผลให้ Cambridge Analytica ถูกยุบในปี 2018 รวมไปถึงการใช้ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) โดยที่ยังไม่ได้ขอผู้ใช้ รวมถึงเอาเบอร์โทรของผู้ใช้ไปใช้ประโยชน์ด้านโฆษณา นอกจากสั่งปรับ FTC ยังมีคำสั่งให้: Facebook เเต่งตั้งคณะกรรมการอิสระ…TANTHAM RUNGVITHU | 2369 days ago
Read More26/07/2019
Facebook ถูกปรับ 155,000 ล้านบาท เหตุ “ไม่สามารถปกป้องข้อมูลจากกรณี Cambridge Analytica”
หากใครยังจำกรณีที่บริษัทวิจัยข้อมูล Cambridge Analytica ได้ทำการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานมากกว่า 87 ล้านยูสเซอร์ เพื่อช่วยในการทำข้อมูล แคมเปญหาเสียงเลือกตั้งให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2016 ได้ ล่าสุดนี้ ก็ดูเหมือนทางคณะกรรมาธิการการค้าสหรัฐ (Federal Trade Commission หรือย่อว่า FTC) จะตกลงปลงใจเคาะบทลงโทษกันออกมาได้ในที่สุด ซึ่ง Facebook จำต้องถูกปรับเป็นเงิน 5 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือ 155,000 ล้านบาท โทษฐานที่ไม่สามารถป้องกันข้อมูลความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานได้ FTC ได้สรุปบทลงโทษดังกล่าว ในวันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2019 ที่ผ่านมา โดยนอกจากที่ทาง Facebook จะต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนมากโขแล้ว พวกเขายังจำต้องต้องตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องการจัดการข้อมูลในบริษัทอีกด้วย ซึ่งคณะกรรมการดูแลเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลนี้ จะต้องมาจากคณะกรรมการอิสระที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการอิสระอีกทีและต้องถอดอำนาจการตัดสินใจออกจาก Mark Zuckerberg เพื่อไม่ให้มีการตัดสินใจที่มีผลต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ โดยกรรมการจะถูกปลดได้ก็ต้องมาจากเสียงส่วนใหญ่ของบอร์ดผู้บริหารของ Facebook เท่านั้น อีกทั้งทาง FTC ยังมีข้อเรียกร้องอีก 6 ข้อด้วยกัน ดังนี้ ต้องเพิ่มความระมัดระวังในแอปพลิเคชันที่เชื่อมกับองค์กรนอก (third-party apps) ห้ามใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งานเพื่อใช้เป็นวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาและความปลอดภัย…วรายุทธ เชิดศรีชูเกียรติ | 2371 days ago
Read More14/07/2019
Facebook ถูกปรับ 155,000 ล้านบาท หลังมีข้อมูลผู้ใช้งานหลุดนับล้าน
Wall Street Journal หรือ WSJ รายงานว่า Federal Trade Commission (FTC) หรือ คณะกรรมาธิการว่าด้วยการค้าแห่งสหพันธรัฐ ได้อนุมัติปรับ Facebook เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 5,000 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 155,000 ล้านบาทหลังมีข้อมูลผู้ใช้งานหลุดหลักล้านบัญชี อย่างไรก็ตาม การตัดสินดังกล่าวของ FTC เป็นข้อตกลงนอกศาล และมีการโหวตภายในหน่วยงานของ FTC เอง ได้ข้อสรุป 3 ต่อ 2 เสียง จึงดำเนินการปรับ Facebook เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 5,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐจากกรณีมีข้อมูลหลุดถึง Cambridge Analytica ทั้งนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีข้อจำกัดหรือมาตรการอะไรให้ Facebook ทำบ้าง แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลของเราจะปลอดภัย แต่ค่าปรับจำนวนเงินถึง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐนั้นก็เป็นจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการไอทีเลยครับ ด้านโฆษกของทั้ง Facebook และ FTC ปฏิเสธที่จะออกความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว อ้างอิงวัชรกุล พัฒนาประทีป | 2383 days ago
Read More03/08/2018
Twitter ประกาศยกเลิกฟีเจอร์ “ทวิตไปเฟซบุ๊ก” หลังเฟซบุ๊กปรับ API ครั้งใหม่
หนึ่งในฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ต่างใช้งานกันคงหนีไม่พ้นฟีเจอร์ "ทวิตไปเฟซบุ๊ก" จะเป็นการทวิตข้อความใหม่ หรือจะรีทวิต (Retweet) จากผู้ใช้ท่านอื่น ถ้าบัญชีทวิตเตอร์ของเราทำการตั้งค่าให้เชื่อมโยงกับบัญชีของเฟซบุ๊กของเราแล้ว ทุกทวิตจะไปปรากฏบนไทม์ไลน์เฟซบุ๊กของเรา โดยที่โพสต์ในเฟซบุ๊กนั้นจะมีคำว่า "Twitter" กำกับไว้ให้ทราบว่ามาจากแหล่งใด ล่าสุด บัญชี @TwitterSupport ของทางทวิตเตอร์ ได้ทวิตข้อความประกาศว่า "ทางทวิตเตอร์ ได้ยกเลิกฟีเจอร์ดังกล่าวแล้ว ตามการประกาศครั้งล่าสุดที่ทางเฟซบุ๊กได้ประกาศไว้" https://twitter.com/TwitterSupport/status/1024758308081610753 ในส่วนของสาเหตุที่ต้องยกเลิกฟีเจอร์ดังกล่าวนั้น สืบเนื่องมาจากที่เฟซบุ๊กทำการปรับตัว API ให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลจากหน่วยงานที่ชื่อว่า Cambridge Analytica ซึ่งเป็นหน่วยงานจัดทำวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับทางการเมือง ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยมีข่าวออกมาว่าหน่วยงานดังกล่าวนี้เอง ทำการนำข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กจำนวนประมาณ 50 ล้านชื่อ มาใช้ในการทำแคมเปญรณรงค์หาเสียงให้กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน และรวมไปถึงแคมเปญ Brexit หรือการลงเสียงประชามติให้สหราชอาณาจักรออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป (EU) แน่นอนว่ากระทบกับความเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยทางด้านข้องมูลของเฟซบุ๊กเองด้วย การปรับ API ครั้งใหม่ของเฟซบุ๊กนี้ เป็นการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลจากแอปต่างๆ ที่อยู่ในเฟซบุ๊ก (ซึ่งทุกแอปมักถามทุกครั้งนะว่าจะให้เข้าถึงระดับไหน) และป้องกันไม่ให้มีการนำข้อมูลไปใช้ในหนทางอื่นๆ เหมือนที่ Cambridge Analytica ได้กระทำไปแล้วจนเกิดเป็นข่าวฉาว แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ทวิตเตอร์ที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังมีอีกหลายบริการที่จะกระทบด้วย เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่การออกมาแถลงเพิ่มเติมจากอีกหลายบริการว่าได้รับผลกระทบอย่างไร และมีอะไรเปลี่ยนแปลง…ธีระภัทร โตสวัสดิ์ | 2728 days ago
Read More24/03/2018
Elon Musk คนจริง! ลบเพจ SpaceX, Tesla คนตามเป็นล้านทิ้งหลังกระแส #deletefacebook
หลังจากเรื่องอื้อฉาวของ Cambridge Analytica ที่ดึงข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กออกไปเพื่อใช้เชิงธุรกิจและใช้งานด้านเมือง (อ่านข่าวเก่า) ก็มีข่าวที่เกี่ยวข้องตามมาอีกมากมาย ล่าสุด Elon Musk คนจริงไอรอนแมนสั่งลบเพจ SpaceX และ Tesla บนเฟซบุ๊กที่มีผู้ติดตามราว 2.6 ล้านคนต่อเพจเรียบร้อย เพื่อแสดงจุดยืน และตอบโต้เรื่องอื้อฉาวของเฟซบุ๊ก (แม้ว่าเรายังไม่รู้ว่าลบไปเลยหรือแค่ Inactive ก็เถอะ) https://twitter.com/elonmusk/status/977211923719598086 เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อมีคนทวีตท้า Elon Musk ว่าถ้าคุณเป็นคนจริง ก็ต้องลบเพจ SpaceX บน facebook ทิ้งไปซิ ซึ่ง Musk ก็ตอบสั้นๆ ว่าเค้าไม่แน่ใจว่ามีเพจของบริษัทไหม แต่จะลบแน่นอน และหลังจากนั้นไม่นานเพจ SpaceX ก็หายไป แถมเพจ Tesla ก็ปลิวไปด้วย ถ้า Elon Musk เป็นเพื่อนกับ Mark Zuckerberg ก็คงมีท่าทีที่ประนีประนอมกว่านี้ แต่ 2 คนนี้ไม่ถูกกันเท่าไหร่ครับ ก็ตั้งแต่ที่ SpaceX ยิงจรวดผิดพลาดจนดาวเทียมของเฟซบุ๊กระเบิดไป…เอกพล ชูเชิด | 2860 days ago
Read MorePR Partners
See All17/01/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True15/01/2026
ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน
ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 6 days ago
Read More15/01/2026
ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 6 days ago
Read More13/01/2026
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 8 days ago
Read More




















