Tags
| Climate Change
11/03/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 552 days ago
MIT เตือน ! ก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อการโคจรของดาวเทียม และอาจทำให้มันชนกันแบบไม่สิ้นสุด
เมื่อพูดถึงก๊าซเรือนกระจก เรามักจะนึกถึงโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หรืออากาศแปรปรวน ซึ่งเกิดขึ้นบนพื้นโลก หรือบรรยากาศที่เราสัมผัสได้ แต่ใครจะไปคิดว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะส่งผลต่อการโคจรของดาวเทียมได้ด้วย ดาวเทียมเป็นอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว ทั้งในแง่การสื่อสาร นำทาง พยากรณ์อากาศ หรือแม้กระทั่งในระบบการเงินและการธนาคาร งานวิจัยล่าสุดจาก MIT ได้เปิดเผยการค้นพบผ่านวารสาร Nature Sustainability ว่า ก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อชั้นบรรยากาศ “เทอร์โมสเฟียร์” (Thermosphere) ซึ่งเป็นชั้นที่ดาวเทียมส่วนใหญ่โคจรอยู่ และอาจทำให้เกิดการชนกันของดาวเทียม ปรากฏการณ์เรือนกระจกอาจทำให้ดาวเทียมชนกัน อย่างที่เรารู้กันว่าก๊าซเรือนกระจกนั้นถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศจนทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกขึ้น ในลักษณะคล้ายกับโดมที่ครอบโลกของเราไว้ สร้างผลกระทบในแง่ของอุณหภูมิและความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศ ซึ่งการสะสมของก๊าซเรือนกระจกทำให้ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์ลดลง ชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์มีระดับความสูง 90–800 กิโลเมตรเหนือโลกของเรา และมีความหนาแน่นสูง ซึ่งนอกจากที่เราจะใช้ชั้นบรรยากาศนี้ในการสร้างวงโคจรของดาวเทียมแล้ว เมื่อดาวเทียมสิ้นอายุการใช้งานและตกลงสู่พื้นโลก เศษซากดาวเทียมเก่าจะถูกเผาไหม้ผ่านความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศ ลดความเสี่ยงการชนกันของวัตถุในวงโคจรเดียวกัน ดังนั้น เมื่อก๊าซเรือนกระจกสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศในชั้นเทอร์โมสเฟียร์ลดลง และเพิ่มความเสี่ยงที่ดาวเทียมที่ปลดระวางจะคงเหลือเศษซากอยู่ในวงโคจร จนอาจเกิดการชนกันของดาวเทียม ส่งผลให้เกิดความเสียหาย และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนบนโลกได้ ภัยคุกคามจากการสะสมของเศษซากในอวกาศ ปัจจุบันมีดาวเทียมมากกว่า 10,000 ดวงที่โคจรรอบโลกในวงโคจรระดับต่ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บริการอินเทอร์เน็ต การนำทาง และการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม แม้ท้องฟ้าที่เรามองเห็นว่าช่างแสนกว้างใหญ่นั้นอาจกำลังถูกถมด้วยการเพิ่มดาวเทียมเข้าไปในวงโคจรอีกมหาศาล จากธุรกิจที่เติบโตขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มดาวเทียมอินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาลที่เรียกกันว่า…09/03/2022
สงครามโลก กับนโยบายขจัดขยะพลาสติกโดยประเทศเล็ก ๆ
ในสัปดาห์เดียวกันตอนรัสเซียบุกเข้ายูเครน 2 ประเทศเล็ก ๆ คือ เปรู และ รวันดา ได้ผลักดันข้อเสนอร่างสนธิสัญญาที่มีข้อผูกมัดระหว่างประเทศในการขจัดและลดขยะผลิตภัณฑ์พลาสติกทั่วโลกให้ลดน้อยลง มิฉะนั้นขยะพลาสติกที่ไม่ได้ย่อยสลายมากถึง 70 ล้านตันจะกลายเป็นอาวุธมหาประลัยที่จะทำลายห่วงโซ่อาหารและสภาพสิ่งแวดล้อมของคนทั้งโลก มีพลังทำลายชีวิตมากกว่าอาวุธมหาประลัยทุกชนิดเสียอีก ขยะพลาสติกจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในสิบปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลเลวร้ายต่อสภาพสิ่งแวดล้อมของคน สัตว์บก และสัตว์น้ำ ฉะนั้นที่ประชุมสมัชชาย่อยในสหประชาชาติที่กรุงไนโรบีเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติปกป้องสิ่งแวดล้อมได้ตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า ภายในปีนี้จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการสากลขึ้นมาร่างสนธิสัญญาที่จะขจัดและลดจำนวนขยะผลิตภัณฑ์พลาสติกทั่วโลก ในปัจจุบันขยะพลาสติกทุกรูปแบบนั้นไม่ได้หายไปไหน เพราะมันถูกทิ้งขว้างและสุดท้ายไปตกค้างอยู่ในมหาสมุทรและตามแม่น้ำต่าง ๆ ทั่วโลก ที่น่าสนใจคือข้อเสนอญี่ปุ่นในทำนองเดียวกัน แต่ถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็ว เพราะญี่ปุ่นมุ่งเน้นแต่กำจัดขยะในมหาสมุทรเท่านั้น ส่วนข้อเสนอเปรูกับรวันดานั้นครอบคลุมขยะพลาสติกทุกชนิดทุกรูปแบบ รวมทั้งไมโครพลาสติกด้วย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มีการคาดการณ์สนธิสัญญาแบนขยะพลาสติกนี้จะร่างเสร็จภายในปี 2024 ก็จะถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอีกชิ้นหนึ่งขององค์การสหประชาชาติ ในปี 2015 องค์การสหประชาชาติประสบความสำเร็จที่สมาชิกยอมเซ็นและรับรองข้อตกลงที่จะลดภาวะโลกร้อน ช่วงหลังมีปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าสนใจในเวทีองค์การสหประชาชาติคือ สมาชิกประเทศเล็ก ๆ ในเวทีสากลได้นำเสนอความคิดใหม่ ๆ ที่จะทำให้โลกของเราน่าอยู่มากขึ้น ไม่เหมือนกับสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงขององค์การสหประชาชาติห้ายักษ์ใหญ่คือ จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส อังกฤษ และจีน มักจะเถียงกันและวีโต้ซึ่งกันและกัน ในประเด็นสำคัญ ๆ เช่น กรณีรัสเซียบุกยูเครนก็ตกลงกันไม่ได้ เป็นต้น…กวี จงกิจถาวร | 1650 days ago
Read More18/11/2021
วิจัยพบ ยิ่งโลกร้อน อากาศยิ่งชื้น อัตราการฆ่าตัวตายก็ยิ่งมากขึ้น (ประเทศไทยติดอันดับด้วย)
ภาวะโลกร้อนนั้นไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อสุขภาพทางกายและการเจ็บป่วยของผู้คนทั่วโลกแต่เพียงอย่างเดียว แต่ดูเหมือนว่าจะเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอีกด้วย การศึกษาวิจัยล่าสุดที่ทำการศึกษาข้อมูลจาก 60 ประเทศตลอดกว่า 37 ปี พบรายงานความเชื่อมโยงเกี่ยวกับความชื้นในอากาศ ที่เป็นผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนนั้นทำให้สุขภาพจิตของประชากรมีแนวโน้มแย่ลง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความรุนแรงและความถี่ในการฆ่าตัวตายของกลุ่มคนหนุ่มสาว โดยในการศึกษาครั้งนี้ยังพบว่า ประเทศไทยติดอันดับเป็นหนึ่งในประเทศที่พบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับความชื้นในอากาศกับการฆ่าตัวตายด้วยประภาส อยู่เย็น | 1761 days ago
Read More08/03/2019
ฝนตกในหน้าหนาวที่กรีนแลนด์! นักวิทยาศาสตร์หวั่นปริมาณน้ำอาจสูงท่วมเมืองหลายแห่งทั่วโลก
ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีฝนตกที่กรีนแลนด์ดินแดนแห่งหิมะที่ตั้งอยู่ในแถบอาร์กติกของโลก แต่สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์กังวลเป็นเพราะฝนที่ว่ามันดันมาตกในฤดูหนาวแทนที่จะเป็นหิมะ และที่สำคัญมันก็ตกบ่อยมากอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยวกับปริมาณน้ำแข็งกรีนแลนด์ลงในวารสาร The Cryosphere พบว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกในกรีนแลนด์มีมากขึ้นและตกบ่อยกว่า 300 ครั้ง ระหว่างปี 1979 - 2012 ที่ส่วนใหญ่เหตุการณ์ฝนตกจะเกิดในช่วงฤดูร้อนของกรีนแลนด์ แต่ปัจจุบันฝนกลับตกมากขึ้นในฤดูหนาว และด้วยน้ำฝนเพียงแค่ 14 มิลลิลิตร ก็เพียงพอที่จะละลายน้ำแข็งหนา 15 เซนติเมตรที่ปกคลุมผืนดินได้อย่างง่ายดายจึงสร้างความกังวลในกับนักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก ดร. Marilena Oltmann หนึ่งในทีมการศึกษาศูนย์วิจัยมหาสมุทรของ GEOMAR ในเยอรมนีกล่าวว่า การที่มีฝนตกในฤดูหนาวของกรีนแลนด์เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างมาก และที่น่าสนใจกว่านั้นคือหิมะที่ตกมาใหม่มีสีเข้มและผิวเรียบมากกว่าปกตินั่นยิ่งทำให้พวกมันสามารถดูดกลืนความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ได้นานขึ้น และหมายถึงการละลายที่เร็วขึ้นอีกด้วย เมื่อเปรียบเทียบภาพถ่ายฝืนน้ำแข็งปัจจุบันกบรูปถ่ายเมื่อปีที่แล้วจะเห็นได้ว่าผืนน้ำแข็งนั้นมีสีเข้มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่ากรีนแลนด์จะเป็นประเทศเกาะเล็กๆแต่ปริมาณน้ำแข็งที่อยู่บนเกาะ บวกกับอุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรที่สูงขึ้นจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน อาจส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นถึง 7 เมตร ส่งผลกระทบต่อเมืองชายฝั่งทั่วโลก และอาจรบกวนรูปแบบสภาพอากาศในยุโรป และ ภูมิภาคอื่นๆได้เช่นกัน อ้างอิงNatnaree TK | 2747 days ago
Read More08/02/2019
ผลวิจัยรายงาน! อากาศที่ร้อนขึ้นส่งผลให้เด็กเสี่ยงเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด
ในปัจจุบันนี้โลกเราได้รับผลกระทบมากมายจากการที่สภาพอากาศเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็งละลาย พายุ แนวปะการังถูกทำลาย และไม่เพียงเท่านั้น งานวิจัยบอกกับเราอีกว่า มันส่งผลกับเด็กในท้องด้วย งานวิจัยใน The American Heart Association ได้คาดการณ์ว่า ในปี 2025 ความร้อนบนโลกของเราจะส่งผลให้เด็กอเมริกาที่กำลังจะลืมตาดูโลกมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจมากขึ้น และจะพบมากในตอนกลางของแถบตะวันตกของประเทศ ตามมาด้วยทางตอนเหนือ และตอนใต้ของประเทศ ในอเมริกามีเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจตั้งแต่เกิดราว 40,000 คน/ปี และยังคงไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมอากาศร้อนภายนอกถึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเด็กในท้องได้ แต่เมื่อนำผลการทดลองจากสัตว์มาพิจารณาดูพบว่า ความร้อนจะทำให้เซลล์ในตัวอ่อนตาย และส่งผลกับโปรตีนที่มีส่วนสำคัญในพัฒนาการ ซึ่งตอบสนองไวต่อความร้อน เมื่อนำมาเทียบผลการวิจัยอันล่าสุดนี้ก็พบว่า ถ้าหญิงตั้งครรภ์อยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง จะส่งผลให้เด็กในท้องมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจด้วยเช่นกัน ทีมวิจัยจึงได้นำผลการคาดการณ์อุณหภูมิจาก NASA มาเชื่อมโยงกับงานวิจัยดังกล่าว และพบว่า ในปี 2025-2578 ความร้อนของภูมิอากาศจะทำให้เด็กที่กำลังจะเกิดมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจเพิ่มขึ้นอีก 7,000 ราย ดร. Shao Lin จากบริการสุขภาพสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย Albany กล่าวว่า ถึงแม้ว่างานวิจัยนี้จะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น แต่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์สัปดาห์แรก ๆ ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อน เช่นเดียวกับคำแนะนำที่ให้กับผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคปอด ก่อนหน้านี้ Live Science ก็เคยเสนอข้อมูลไว้ว่า สตรีมีครรภ์ที่สัมผัสกับความร้อนในช่วงแรกของการตั้งครรภ์…Natnaree TK | 2775 days ago
Read More22/01/2019
WHO เผย! ในแต่ละปีคนกว่า 250,000 คนเสียชีวิตจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป
ในขณะที่บ้านเรากำลังประสบปัญหาฝุ่น PM 2.5 กันอย่างถ้วนหน้า ทาง WHO ก็ได้เผยการประเมินในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ว่าในแต่ละปีมีคนกว่า 1 ใน 4 ล้านคน เสียชีวิตจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ในปี 2014 องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ทำการประเมินสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งพบว่าตั้งแต่ปี 2030 ถึงปี 2050 จะมีคนเสียชีวิตจากสาเหตุนี้เพิ่มขึ้น 250,000 คน ในทุก ๆ ปี จากปัจจัยที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น ภาวะทุพโภชนาการ ความกดอากาศร้อน และมาลาเรีย เป็นต้น แต่เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา วารสารแพทย์ The New England ได้กล่าวว่าการประเมินของ WHO เป็นการประเมินแบบไม่เอาปัจจัยอื่นที่มีผลต่อสภาพอากาศที่ส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตมารวมด้วย ดร.Andrew Haines จากคณะวิชาสุขอนามัยและเวชศาสตร์เขตร้อน London หนึ่งในผู้ดำเนินงานเขียนให้ความเห็นว่า การคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลก ไม่ได้คิดรวมถึงการเสียชีวิตที่เกิดจากความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่เกิดจากความบกพร่องในการให้การบริการด้านสุขภาพ ในช่วงที่สภาพอากาศรุนแรงด้วย…Natnaree TK | 2792 days ago
Read More16/11/2018
สภาพอากาศส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ของแมลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับมนุษย์ด้วย
นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่าคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปส่งผลกระทบกับระบบสืบพันธุ์ของแมลง นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองโดยการใช้คลื่นความร้อน ทดสอบกับแมลงในห้องแลปผลปรากฏว่าจำนวนเสปิร์มของแมลงลดลงจนแทบจะกลายเป็นหมัน และ ผลกระทบนี้ก็ส่งผลไปยังรุ่นลูกของพวกมันอีกด้วย และในอนาคตมันอาจส่งผลกระทบถึงจำนวนประชากรของแมลงได้ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก ศาสตราจารย์ Matt Gage จากมหาวิทยาลัย East Anglia กล่าวว่า นี่อาจจะเป็นการอธิบายถึงความเสื่อมของความหลายหลายทางชีวภาพ สาเหตุที่นักวิจัยเลือกทำการทดลองในแมลงเป็นเพราะว่า สัตว์กว่า 400,000 สปีชีส์บนโลกเรามีแมลงเป็นจำนวน 1 ใน 4 ของสัตว์ทุกชนิด การลดลงเป็นจำนวนมากของแมลงอาจส่งผลกระทบสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม งานวิจัยจากเยอรมันนีก็ได้บอกไว้ว่า แมลงที่มีปีกลดลงถึง 75% ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับป่าฝนที่ Puerto Rico ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร the Nature Communications พบว่า เมื่อแมลงรับคลื่นความร้อนเป็นเวลา 5 วัน คลื่นความร้อนจะส่งผลกระทบแค่ตัวผู้เท่านั้น ในขณะที่ตัวเมียไม่ได้รับผลกระทบอะไร นั่นทำให้จำนวนประชากรตัวผู้ลดลงกว่าครึ่ง หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่า คลื่นความร้อนลดความสามารถในการสืบพันธุ์ของตัวผู้ไปกว่าครึ่ง และมันก็น่าประหลาดใจที่มีผลของงานวิจัยมากมายที่กล่าวถึงผลกระทบจากคลื่นความร้อนต่อระบบสืบพันธุ์ ทั้งในมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ ในอนาคตคลื่นความร้อนจะกลายมาเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้นภายใต้สภาพอากาศที่เปลี่ยนไป และมันก็จะส่งผลกระทบต่อมนุษย์ และสัตว์ในอนาคตอีกด้วย อ้างอิงNatnaree TK | 2859 days ago
Read MorePR Partners
See All14/09/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 11 hours ago
WORKTech Asia 2026 ชู ‘Build the Autonomous Enterprise’ จุดกระแสองค์กรไทยเร่งปรับโครงสร้างสู่ยุค AI ทำงานร่วมคน
งาน WORKTech Asia 2026 ภายใต้แนวคิด ‘Build the Autonomous Enterprise’ ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ ณ BHIRAJ HALL 2–3, BITEC บางนา โดยมีผู้บริหารระดับสูง ผู้นำองค์กร และคนทำงานด้านเทคโนโลยีจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมด้วยบูทจัดแสดงโซลูชันจากพันธมิตรธุรกิจกว่า 80 บูท เพื่อร่วมกันสำรวจอนาคตของการทำงานในยุคที่เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Workforce องค์กร งาน WORKTech Asia 202611/09/2026
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รุก Co-Brand ดัน “T1 Dynamic Points” หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายโต 7% แตะ 1.4 แสนล้านบาท
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เดินหน้ารุกตลาดบัตรเครดิต Co-Brand ด้วยการต่อยอดสิทธิประโยชน์ผ่านฟีเจอร์ “T1 Dynamic Points พอยท์แบบใหม่ ให้ได้มากกว่า” ชูจุดเด่นการมอบคะแนน The 1 พิเศษตามหมวดสินค้าและแบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม โดยเน้นจัดแคมเปญทุกวันที่ 15 ของเดือน เพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้จ่ายและผลักดันให้บัตรกลายเป็นบัตรหลักในชีวิตประจำวัน บริษัทตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรในปี 2026 ที่ 140,000 ล้านบาท เติบโต 7% จากปีก่อน นายชีวิน ปราชญานุพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน กล่าวว่า การพัฒนาสิทธิประโยชน์ในช่วงที่ผ่านมาอิงจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิก ซึ่งพบว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิทธิประโยชน์ที่นำไปใช้ได้จริง มีความคุ้มค่า และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หลังเปิดตัว บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน โฉมใหม่ ซึ่งมอบคะแนน The 1 สูงสุด 4 เท่า และส่วนลดสูงสุด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More10/09/2026
Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Creator Economy ไทย บนเวทีรางวัลระดับประเทศ
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ “Creator Economy” ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ทางเลือกของการทำสื่อหรือการตลาดอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลระดับประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการเชิดชูและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการนี้ Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore (TIA 2026) เวทีประกาศรางวัลอันทรงเกียรติที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จึงเตรียมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อสะท้อนแรงขับเคลื่อนและศักยภาพอันไม่สิ้นสุดของเหล่าผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ แบรนด์ชั้นนำ และเอเจนซีในประเทศไทย ในปีนี้ งาน TIA 2026 จัดขึ้นภายใต้ธีม “CREATOR PULSE – ชีพจรนำทางในยุคแห่งความซับซ้อนอันสร้างสรรค์” สื่อถึงบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ที่เป็นเปรียบเสมือน “จังหวะชีพจร” คอยนำทางและเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคท่ามกลางภูมิทัศน์สื่อที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีประกาศรางวัล แต่ยังเป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่เชื่อมโยงผู้คนและภาคส่วนต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เปิดรับโอกาสใหม่ ๆ และผลักดันวงการการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไปสู่ระดับสากล ไฮไลต์และกิจกรรมสำคัญภายในงาน งาน Thailand Influencer Awards 2026 รวบรวมกิจกรรมและประสบการณ์ที่ครอบคลุมทุกมิติของวงการไว้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าจรดค่ำ เพื่อตอบโจทย์ทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และความบันเทิง 1. เวทีเสวนาและอัปเดตเทรนด์แห่งปี (Talks & Discussion…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 4 days ago
Read More



















