ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Climate Change
Read More

MIT เตือน ! ก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อการโคจรของดาวเทียม และอาจทำให้มันชนกันแบบไม่สิ้นสุด

เมื่อพูดถึงก๊าซเรือนกระจก เรามักจะนึกถึงโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หรืออากาศแปรปรวน ซึ่งเกิดขึ้นบนพื้นโลก หรือบรรยากาศที่เราสัมผัสได้ แต่ใครจะไปคิดว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะส่งผลต่อการโคจรของดาวเทียมได้ด้วย ดาวเทียมเป็นอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว ทั้งในแง่การสื่อสาร นำทาง พยากรณ์อากาศ หรือแม้กระทั่งในระบบการเงินและการธนาคาร งานวิจัยล่าสุดจาก MIT ได้เปิดเผยการค้นพบผ่านวารสาร Nature Sustainability ว่า ก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อชั้นบรรยากาศ “เทอร์โมสเฟียร์” (Thermosphere) ซึ่งเป็นชั้นที่ดาวเทียมส่วนใหญ่โคจรอยู่ และอาจทำให้เกิดการชนกันของดาวเทียม ปรากฏการณ์เรือนกระจกอาจทำให้ดาวเทียมชนกัน อย่างที่เรารู้กันว่าก๊าซเรือนกระจกนั้นถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศจนทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกขึ้น ในลักษณะคล้ายกับโดมที่ครอบโลกของเราไว้ สร้างผลกระทบในแง่ของอุณหภูมิและความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศ ซึ่งการสะสมของก๊าซเรือนกระจกทำให้ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์ลดลง ชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์มีระดับความสูง 90–800 กิโลเมตรเหนือโลกของเรา และมีความหนาแน่นสูง ซึ่งนอกจากที่เราจะใช้ชั้นบรรยากาศนี้ในการสร้างวงโคจรของดาวเทียมแล้ว เมื่อดาวเทียมสิ้นอายุการใช้งานและตกลงสู่พื้นโลก เศษซากดาวเทียมเก่าจะถูกเผาไหม้ผ่านความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศ ลดความเสี่ยงการชนกันของวัตถุในวงโคจรเดียวกัน ดังนั้น เมื่อก๊าซเรือนกระจกสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศในชั้นเทอร์โมสเฟียร์ลดลง และเพิ่มความเสี่ยงที่ดาวเทียมที่ปลดระวางจะคงเหลือเศษซากอยู่ในวงโคจร จนอาจเกิดการชนกันของดาวเทียม ส่งผลให้เกิดความเสียหาย และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนบนโลกได้ ภัยคุกคามจากการสะสมของเศษซากในอวกาศ ปัจจุบันมีดาวเทียมมากกว่า 10,000 ดวงที่โคจรรอบโลกในวงโคจรระดับต่ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บริการอินเทอร์เน็ต การนำทาง และการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม แม้ท้องฟ้าที่เรามองเห็นว่าช่างแสนกว้างใหญ่นั้นอาจกำลังถูกถมด้วยการเพิ่มดาวเทียมเข้าไปในวงโคจรอีกมหาศาล จากธุรกิจที่เติบโตขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มดาวเทียมอินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาลที่เรียกกันว่า…
McDonald's drops tomatoes from India offerings, citing quality concerns as prices surge
08/07/2023

McDonald’s ในอินเดียงดเสิร์ฟบางเมนู หลังราคามะเขือเทศพุ่ง 288%

ราคามะเขือเทศในอินเดียกำลังพุ่งสูงขึ้นทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด แตะระดับ 140 รูปีต่อกิโลกรัม ซึ่งคิดเป็นราคาขายส่งที่เพิ่มขึ้น 288%
09/03/2022

สงครามโลก กับนโยบายขจัดขยะพลาสติกโดยประเทศเล็ก ๆ

ในสัปดาห์เดียวกันตอนรัสเซียบุกเข้ายูเครน 2 ประเทศเล็ก ๆ คือ เปรู และ รวันดา ได้ผลักดันข้อเสนอร่างสนธิสัญญาที่มีข้อผูกมัดระหว่างประเทศในการขจัดและลดขยะผลิตภัณฑ์พลาสติกทั่วโลกให้ลดน้อยลง มิฉะนั้นขยะพลาสติกที่ไม่ได้ย่อยสลายมากถึง 70 ล้านตันจะกลายเป็นอาวุธมหาประลัยที่จะทำลายห่วงโซ่อาหารและสภาพสิ่งแวดล้อมของคนทั้งโลก มีพลังทำลายชีวิตมากกว่าอาวุธมหาประลัยทุกชนิดเสียอีก ขยะพลาสติกจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในสิบปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลเลวร้ายต่อสภาพสิ่งแวดล้อมของคน สัตว์บก และสัตว์น้ำ ฉะนั้นที่ประชุมสมัชชาย่อยในสหประชาชาติที่กรุงไนโรบีเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติปกป้องสิ่งแวดล้อมได้ตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า ภายในปีนี้จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการสากลขึ้นมาร่างสนธิสัญญาที่จะขจัดและลดจำนวนขยะผลิตภัณฑ์พลาสติกทั่วโลก ในปัจจุบันขยะพลาสติกทุกรูปแบบนั้นไม่ได้หายไปไหน เพราะมันถูกทิ้งขว้างและสุดท้ายไปตกค้างอยู่ในมหาสมุทรและตามแม่น้ำต่าง ๆ ทั่วโลก ที่น่าสนใจคือข้อเสนอญี่ปุ่นในทำนองเดียวกัน แต่ถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็ว เพราะญี่ปุ่นมุ่งเน้นแต่กำจัดขยะในมหาสมุทรเท่านั้น ส่วนข้อเสนอเปรูกับรวันดานั้นครอบคลุมขยะพลาสติกทุกชนิดทุกรูปแบบ รวมทั้งไมโครพลาสติกด้วย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มีการคาดการณ์สนธิสัญญาแบนขยะพลาสติกนี้จะร่างเสร็จภายในปี 2024 ก็จะถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอีกชิ้นหนึ่งขององค์การสหประชาชาติ ในปี 2015 องค์การสหประชาชาติประสบความสำเร็จที่สมาชิกยอมเซ็นและรับรองข้อตกลงที่จะลดภาวะโลกร้อน ช่วงหลังมีปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าสนใจในเวทีองค์การสหประชาชาติคือ สมาชิกประเทศเล็ก ๆ ในเวทีสากลได้นำเสนอความคิดใหม่ ๆ ที่จะทำให้โลกของเราน่าอยู่มากขึ้น ไม่เหมือนกับสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงขององค์การสหประชาชาติห้ายักษ์ใหญ่คือ จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส อังกฤษ และจีน มักจะเถียงกันและวีโต้ซึ่งกันและกัน ในประเด็นสำคัญ ๆ เช่น กรณีรัสเซียบุกยูเครนก็ตกลงกันไม่ได้ เป็นต้น…
ภาวะโลกร้อน
18/11/2021

วิจัยพบ ยิ่งโลกร้อน อากาศยิ่งชื้น อัตราการฆ่าตัวตายก็ยิ่งมากขึ้น (ประเทศไทยติดอันดับด้วย)

ภาวะโลกร้อนนั้นไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อสุขภาพทางกายและการเจ็บป่วยของผู้คนทั่วโลกแต่เพียงอย่างเดียว แต่ดูเหมือนว่าจะเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอีกด้วย การศึกษาวิจัยล่าสุดที่ทำการศึกษาข้อมูลจาก 60 ประเทศตลอดกว่า 37 ปี พบรายงานความเชื่อมโยงเกี่ยวกับความชื้นในอากาศ ที่เป็นผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนนั้นทำให้สุขภาพจิตของประชากรมีแนวโน้มแย่ลง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความรุนแรงและความถี่ในการฆ่าตัวตายของกลุ่มคนหนุ่มสาว โดยในการศึกษาครั้งนี้ยังพบว่า ประเทศไทยติดอันดับเป็นหนึ่งในประเทศที่พบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับความชื้นในอากาศกับการฆ่าตัวตายด้วย
08/03/2019

ฝนตกในหน้าหนาวที่กรีนแลนด์! นักวิทยาศาสตร์หวั่นปริมาณน้ำอาจสูงท่วมเมืองหลายแห่งทั่วโลก

ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีฝนตกที่กรีนแลนด์ดินแดนแห่งหิมะที่ตั้งอยู่ในแถบอาร์กติกของโลก แต่สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์กังวลเป็นเพราะฝนที่ว่ามันดันมาตกในฤดูหนาวแทนที่จะเป็นหิมะ และที่สำคัญมันก็ตกบ่อยมากอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยวกับปริมาณน้ำแข็งกรีนแลนด์ลงในวารสาร The Cryosphere พบว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกในกรีนแลนด์มีมากขึ้นและตกบ่อยกว่า 300 ครั้ง ระหว่างปี 1979 - 2012 ที่ส่วนใหญ่เหตุการณ์ฝนตกจะเกิดในช่วงฤดูร้อนของกรีนแลนด์ แต่ปัจจุบันฝนกลับตกมากขึ้นในฤดูหนาว และด้วยน้ำฝนเพียงแค่ 14 มิลลิลิตร ก็เพียงพอที่จะละลายน้ำแข็งหนา 15 เซนติเมตรที่ปกคลุมผืนดินได้อย่างง่ายดายจึงสร้างความกังวลในกับนักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก ดร. Marilena Oltmann หนึ่งในทีมการศึกษาศูนย์วิจัยมหาสมุทรของ GEOMAR ในเยอรมนีกล่าวว่า การที่มีฝนตกในฤดูหนาวของกรีนแลนด์เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างมาก และที่น่าสนใจกว่านั้นคือหิมะที่ตกมาใหม่มีสีเข้มและผิวเรียบมากกว่าปกตินั่นยิ่งทำให้พวกมันสามารถดูดกลืนความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ได้นานขึ้น และหมายถึงการละลายที่เร็วขึ้นอีกด้วย เมื่อเปรียบเทียบภาพถ่ายฝืนน้ำแข็งปัจจุบันกบรูปถ่ายเมื่อปีที่แล้วจะเห็นได้ว่าผืนน้ำแข็งนั้นมีสีเข้มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่ากรีนแลนด์จะเป็นประเทศเกาะเล็กๆแต่ปริมาณน้ำแข็งที่อยู่บนเกาะ บวกกับอุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรที่สูงขึ้นจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน อาจส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นถึง 7 เมตร ส่งผลกระทบต่อเมืองชายฝั่งทั่วโลก และอาจรบกวนรูปแบบสภาพอากาศในยุโรป และ ภูมิภาคอื่นๆได้เช่นกัน อ้างอิง
Natnaree TK | 2553 days ago
Read More
08/02/2019

ผลวิจัยรายงาน! อากาศที่ร้อนขึ้นส่งผลให้เด็กเสี่ยงเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด

ในปัจจุบันนี้โลกเราได้รับผลกระทบมากมายจากการที่สภาพอากาศเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็งละลาย พายุ แนวปะการังถูกทำลาย และไม่เพียงเท่านั้น งานวิจัยบอกกับเราอีกว่า มันส่งผลกับเด็กในท้องด้วย งานวิจัยใน The American Heart Association ได้คาดการณ์ว่า ในปี 2025 ความร้อนบนโลกของเราจะส่งผลให้เด็กอเมริกาที่กำลังจะลืมตาดูโลกมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจมากขึ้น และจะพบมากในตอนกลางของแถบตะวันตกของประเทศ ตามมาด้วยทางตอนเหนือ และตอนใต้ของประเทศ ในอเมริกามีเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจตั้งแต่เกิดราว 40,000 คน/ปี และยังคงไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมอากาศร้อนภายนอกถึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเด็กในท้องได้ แต่เมื่อนำผลการทดลองจากสัตว์มาพิจารณาดูพบว่า ความร้อนจะทำให้เซลล์ในตัวอ่อนตาย และส่งผลกับโปรตีนที่มีส่วนสำคัญในพัฒนาการ ซึ่งตอบสนองไวต่อความร้อน เมื่อนำมาเทียบผลการวิจัยอันล่าสุดนี้ก็พบว่า ถ้าหญิงตั้งครรภ์อยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง จะส่งผลให้เด็กในท้องมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจด้วยเช่นกัน ทีมวิจัยจึงได้นำผลการคาดการณ์อุณหภูมิจาก NASA มาเชื่อมโยงกับงานวิจัยดังกล่าว และพบว่า ในปี 2025-2578 ความร้อนของภูมิอากาศจะทำให้เด็กที่กำลังจะเกิดมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจเพิ่มขึ้นอีก 7,000 ราย ดร. Shao Lin จากบริการสุขภาพสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย Albany กล่าวว่า ถึงแม้ว่างานวิจัยนี้จะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น แต่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์สัปดาห์แรก ๆ ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อน เช่นเดียวกับคำแนะนำที่ให้กับผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคปอด ก่อนหน้านี้ Live Science ก็เคยเสนอข้อมูลไว้ว่า สตรีมีครรภ์ที่สัมผัสกับความร้อนในช่วงแรกของการตั้งครรภ์…
Natnaree TK | 2581 days ago
Read More
22/01/2019

WHO เผย! ในแต่ละปีคนกว่า 250,000 คนเสียชีวิตจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป

ในขณะที่บ้านเรากำลังประสบปัญหาฝุ่น PM 2.5 กันอย่างถ้วนหน้า ทาง WHO ก็ได้เผยการประเมินในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ว่าในแต่ละปีมีคนกว่า 1 ใน 4 ล้านคน เสียชีวิตจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ในปี 2014 องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ทำการประเมินสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งพบว่าตั้งแต่ปี 2030 ถึงปี 2050 จะมีคนเสียชีวิตจากสาเหตุนี้เพิ่มขึ้น 250,000 คน ในทุก ๆ ปี จากปัจจัยที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น ภาวะทุพโภชนาการ ความกดอากาศร้อน และมาลาเรีย เป็นต้น แต่เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา วารสารแพทย์ The New England ได้กล่าวว่าการประเมินของ WHO เป็นการประเมินแบบไม่เอาปัจจัยอื่นที่มีผลต่อสภาพอากาศที่ส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตมารวมด้วย ดร.Andrew Haines จากคณะวิชาสุขอนามัยและเวชศาสตร์เขตร้อน London หนึ่งในผู้ดำเนินงานเขียนให้ความเห็นว่า การคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลก ไม่ได้คิดรวมถึงการเสียชีวิตที่เกิดจากความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่เกิดจากความบกพร่องในการให้การบริการด้านสุขภาพ ในช่วงที่สภาพอากาศรุนแรงด้วย…
Natnaree TK | 2598 days ago
Read More
16/11/2018

สภาพอากาศส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ของแมลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับมนุษย์ด้วย

นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่าคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปส่งผลกระทบกับระบบสืบพันธุ์ของแมลง นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองโดยการใช้คลื่นความร้อน ทดสอบกับแมลงในห้องแลปผลปรากฏว่าจำนวนเสปิร์มของแมลงลดลงจนแทบจะกลายเป็นหมัน และ ผลกระทบนี้ก็ส่งผลไปยังรุ่นลูกของพวกมันอีกด้วย และในอนาคตมันอาจส่งผลกระทบถึงจำนวนประชากรของแมลงได้ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก ศาสตราจารย์ Matt Gage จากมหาวิทยาลัย East Anglia กล่าวว่า นี่อาจจะเป็นการอธิบายถึงความเสื่อมของความหลายหลายทางชีวภาพ สาเหตุที่นักวิจัยเลือกทำการทดลองในแมลงเป็นเพราะว่า สัตว์กว่า 400,000 สปีชีส์บนโลกเรามีแมลงเป็นจำนวน 1 ใน 4 ของสัตว์ทุกชนิด การลดลงเป็นจำนวนมากของแมลงอาจส่งผลกระทบสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม งานวิจัยจากเยอรมันนีก็ได้บอกไว้ว่า แมลงที่มีปีกลดลงถึง 75% ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับป่าฝนที่ Puerto Rico ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร the Nature Communications พบว่า เมื่อแมลงรับคลื่นความร้อนเป็นเวลา 5 วัน คลื่นความร้อนจะส่งผลกระทบแค่ตัวผู้เท่านั้น ในขณะที่ตัวเมียไม่ได้รับผลกระทบอะไร นั่นทำให้จำนวนประชากรตัวผู้ลดลงกว่าครึ่ง หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่า คลื่นความร้อนลดความสามารถในการสืบพันธุ์ของตัวผู้ไปกว่าครึ่ง และมันก็น่าประหลาดใจที่มีผลของงานวิจัยมากมายที่กล่าวถึงผลกระทบจากคลื่นความร้อนต่อระบบสืบพันธุ์ ทั้งในมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ ในอนาคตคลื่นความร้อนจะกลายมาเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้นภายใต้สภาพอากาศที่เปลี่ยนไป และมันก็จะส่งผลกระทบต่อมนุษย์ และสัตว์ในอนาคตอีกด้วย อ้างอิง
Natnaree TK | 2665 days ago
Read More

PR Partners

See All
Read More

LH Bank เปิดตัว “GENIE AI” ผู้ช่วยอัจฉริยะสั่งงานด้วยเสียง บนแอปฯ LHB You รายแรกในไทย

เมื่อความเร็ว การเข้าถึงง่าย และความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของยุค Mobile Banking ทาง LH Bank ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการธนาคารไทย ด้วยการเปลี่ยนผ่านจากกลยุทธ์ "Mobile-First" สู่การเป็น "AI-First & Voice-First" อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัว “GENIE AI” บนแอปพลิเคชัน LHB You ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน "การสนทนา" ด้วยเสียงและภาษาธรรมชาติ นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ LH Bank
02/03/2026

ครั้งแรกของไทย ! กับ AIS Presents WTF FESTIVAL โดยโจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ งานนี้เจ๋งยังไง ?

งาน WTF FESTIVAL ที่ไม่ได้แปลว่า WTF FESTIVAL แบบที่ทุกคนคิด แต่ย่อมาจาก Wisdom to the Future ไอเดียสุดล้ำที่เกิดจากการเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดยโจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ Dean of House of Wisdom และผู้ก่อตั้ง WTF Festival เมื่อไอดอลของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานหรืออยากมีธุรกิจของตัวเองไม่ใช่ดาราดังแบบเดิมอีกต่อไป แต่กลายเป็นเจ้าของกิจการ 'สายฉีก' ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดทั้งที่อายุยังน้อย โจ้ ธนา ได้เอ่ยถึงเหตุผลที่จะทำให้งาน AIS PRESENTS WTF Festival 2026: Into the World of Outliers นี้จะมันกว่าครั้งไหน ๆ ว่า “งานนี้เกิดจากการรวบรวมเหล่า Outliers หรือนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เดินนอกขนบ มาแชร์ประสบการณ์หฤโหดก่อนจะสำเร็จเป็นแบรนด์พันล้าน งานนี้จึงไม่ใช่แค่การ PR หรือสัมมนาทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่สร้างมาเพื่อให้น้อง ๆ ได้รับเครื่องมือและวิธีคิดเพื่อไปสร้างอนาคตของตัวเองจริง ๆ ครับ”…
02/03/2026

MarTech Expo 2026 มหกรรมเทคโนโลยีการตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี 24 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งาน MarTech Expo 2026 (Marketing Technology & Innovation Expo) กลับมาอีกครั้งภายใต้คอนเซปต์ "Marketing x Technology | Expose Your Potential" เพื่อเป็นพื้นที่ปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจผ่านนวัตกรรมที่ครอบคลุมทั้ง MarTech, AdTech และ CommerceTech แบบครบวงจร ปีนี้งานขยายสเกลมาจัดที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ณ Ballroom 1–4 ชั้น G ใจกลางกรุงเทพฯ ตอบโจทย์ทั้งเรื่องพื้นที่ที่กว้างขวางรองรับผู้ร่วมงานได้มากขึ้น และการเดินทางที่สะดวกสบายทั้งรถไฟฟ้า MRT และรถส่วนตัว 3 เวทีหลัก (Main Stages) กลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจ "โตให้ครบ" งานในปีนี้เน้นการแก้ปัญหาธุรกิจใน 3 มิติหลัก “หาใหม่–ดูแลลูกค้าเดิม–ปิดการขาย” Experience Zones ลงมือทำจริง เจอกูรูตัวจริง จุดเด่นที่พลาดไม่ได้ของปีนี้คือโซนกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้แบบ Interactive รายละเอียดการจัดงาน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วพบกันที่งานเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดทางการตลาดเดิม…
27/02/2026

เจาะลึกยุทธศาสตร์ สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) ดันไทยขึ้นเป็น Digital Hub แห่งอาเซียน

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) ได้จุดพลุครั้งสำคัญในการประชุม DCT Digital Policy Conference นี่ไม่ใช่แค่การประชุมสภาวิชาชีพทั่วไป แต่คือการขยับตัวครั้งใหญ่ของยักษ์ใหญ่ภาคเอกชน 6 อุตสาหกรรม เพื่อส่งสัญญาณถึงรัฐบาลว่า "ถึงเวลาที่ไทยต้องเลิกเป็นแค่ผู้ซื้อ และเริ่มเป็นผู้สร้าง" นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสผู้ร่วมก่อตั้งสภาดิจิทัลฯ ได้ชี้ให้เห็นความจริงที่น่าสนใจว่า ประเทศไทยมี "แต้มต่อ" ทางภูมิศาสตร์ที่ล้ำหน้ากว่าเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียหรือสิงคโปร์ในบางมิติ ด้วยการเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญสู่ลุ่มน้ำโขง (ลาวและเมียนมา) แต่การจะเปลี่ยนศักยภาพให้กลายเป็น "อำนาจทางเทคโนโลยี" (Technological Influence) จำเป็นต้องมีนโยบายที่รัฐและเอกชนเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นรูปธรรม พลิกโครงสร้างดิจิทัลไทยด้วย 5 นโยบายเร่งด่วน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าเราจะก้าวไปทางไหน นี่คือรายละเอียดเชิงลึกของ 5 นโยบายเร่งด่วนที่ DCT นำเสนอ 1. การปฏิรูปทุนมนุษย์ (Human Capital & Cyber Resilience) ไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนบุคลากรสายเทคนิคอย่างหนัก DCT จึงเสนอเป้าหมายที่ท้าทาย…