Tags
| environment
21/05/2021
วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1698 days ago
มิติใหม่ของการทำเหมือง กับพืชที่ ‘ขุดนิกเกิล’ ได้
นักสำรวจพบพืชหายากที่สามารถ ‘ขุด’ นิกเกิลจำนวนมากออกมาจากดินได้ในป่าอินโดนีเซีย - ฟังแล้วอาจจะงงว่ามันเป็นไปได้อย่างไร พืชจะสามารถขุดได้ด้วยหรือ แล้วขุดได้แล้วมันสำคัญอย่างไร มาทางนี้เราจะอธิบายให้ฟังกัน ความสัมพันธ์น่าฉงนระหว่างนิกเกิลกับพืชชั้นยอด นิกเกิล คือ โลหะชนิดหนึ่ง มีความมันวาว มีสีขาวออกเงิน มีความแข็งแรง สามารถนำมาตีเป็นแผ่น และขึ้นรูปในอุณหภูมิต่ำได้ดี มีความทนทานต่อการผุกร่อนได้ดีมาก ทั้งยังเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีด้วย มันจึงถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่ก๊อกในครัว เครื่องมือผ่าตัด ไปจนถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โดยปกติแร่ชนิดนี้ไม่จัดว่าอันตราย แต่หากสูดดมฝุ่นและไอระเหยของนิกเกิลเป็นปริมาณมาก จะทำให้เกิดอาการระคายเคือง นำไปสู่การป่วยเป็นมะเร็งปอดได้ และหากปล่อยให้แร่โลหะนี้อยู่บนพื้นดิน มันก็สามารถคร่าสิ่งมีชีวิตที่ดูดซึมธาตุชนิดนี้เข้าไปในปริมาณมากได้เช่นกัน สำหรับแหล่งผลิตหรือเหมืองขุดนิกเกิลนั้นมีหลายแห่ง แต่พื้นที่ที่เป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับการใช้พืชทำเหมืองที่เราจะพูดถึงนี้คือ โซโรวาโกะ (Sorowako) พื้นที่ใจกลางเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย โซโรวาโกะเคยเป็นที่อยู่อาศัยของพืชพันธุ์นานาชนิดซึ่งส่วนใหญ่ไม่พบที่อื่น แต่แล้วเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ก็กลายเป็นศูนย์กลางของพื้นที่การขุดนิกเกิลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แม้จะมีแค่บริษัทเดียวที่สกัดนิกเกิลจากที่แห่งนี้ แต่นิกเกิลที่ได้มีปริมาณถึง 5% ของนิกเกิลที่ขุดได้ทั่วโลก เมื่อ อัยเยน โทจอา (Aiyen Tjoa) นักชีววิทยาด้านดินและอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยทาดูลาโก (Tadulako University) ใน ใจกลางเมื่อสุลาเวสีเตงกะห์ (Central Sulawesi) เดินทางมาสำรวจเมืองเหมืองแร่ขนาดเล็กในโซโรวาโกะ…16/01/2021
นักวิจัยพบ ขยะพลาสติกจากเสื้อผ้าลอยท่วมอาร์กติก!
เส้นใยโพลีเอสเตอร์จากเครื่องซักผ้าในอเมริกาเหนือ และยุโรป กำลังไหลไปรวมกันที่อาร์กติก ทำให้ในตอนนี้มลพิษทางน้ำ 92% เต็มไปด้วยเส้นใยสังเคราะห์เหล่านี้เสียแล้ว นั่นหมายความว่าเสื้อผ้า และวีธีการซักผ้าของเรากำลังเป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้น้ำทะเลเต็มไปด้วยไมโครพลาสติก งานวิจัยล่าสุดพบว่าเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่เหล่านักวิจัยเจอมีขนาดเท่ากับเส้นใยที่พบในน้ำจากเครื่องซักผ้า และโรงบำบัดน้ำเสีย ของเสียส่วนมากไหลเข้าสู่อาร์กติกผ่านทางมหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งชี้ให้เห็นว่าอเมริกาเหนือ และยุโรปเป็นแหล่งที่มาของเส้นใยเหล่านั้น จากการศึกษาตัวอย่างน้ำทะเล 71 แห่งทั่วอาร์กติกพบว่าไมโครพลาสติกในอาร์กติกตะวันออกมากกว่าทางตะวันตกถึง 3 เท่า พวกเขายังเห็นว่าเส้นใยที่พบทางตะวันตกนั้นสั้นกว่า และมีสภาพผุกร่อนมากกว่า ซึ่งบ่งบอกว่าเส้นใยเหล่านั้นเดินทางมาจากทางตะวันออกซึ่งก็คือมหาสมุทรแอตแลนติกนั่นเอง Peter Ross ผู้เขียนวิจัยกล่าวว่า งานวิจัยนี้ชี้ให้เราเห็นว่าสิ่งที่พวกเราสวมใส่นั้นส่งผลกระทบต่อมลพิษทางน้ำอย่างมาก นักวิจัยต้องการที่จะศึกษาพลาสติกในทะเลทั้งหมด ตั้งแต่ก้นทะเลไปจนถึงผิวน้ำ เพราะพลาสติกเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเล พวกมันไม่เข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้กินไม่ได้ เมื่อพวกมันกินเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการลำไส้อุดตัน ที่สำคัญเราจำเป็นต้องศึกษาถึงผลกระทบของสารเคมีที่ได้รับ หากเรากินไมโครพลาสติกเข้าไป เนื่องจากก่อนหน้านี้คนพื้นที่อย่างชาวเอสกิโมต้องรับมือกับปัญหามลภาวะ DDT ที่ลอยไปเป็นพัน ๆ ไมล์ และนักวิทยาศาสตร์คาดว่าปัญหานี้อาจส่งผลกระทบต่อพวกเขาเช่นกัน นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการศึกษาสิ่งปนเปื้อนที่อยู่ในน้ำทะเล ยังมีพลาสติกอีกมากมายที่นักวิทยาศาสตร์มองไม่เห็น ซึ่งจาการคาดการณ์แล้วน้ำทะเลเหล่านั้นต้องมีการปนเปื้อนมากกว่าที่เราคิดแน่ ๆ อ้างอิง The Verge พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสNatnaree TK | 1823 days ago
Read More13/01/2021
นักวิจัยจีนกำลังพัฒนาแผงโซลาร์เซลล์ที่ผลิตไฟฟ้าจากน้ำฝนและแสงแดดได้!
ปัญหาใหญ่สำหรับการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์คือ 'ฝน' เมื่อไม่มีแดด สภาพอากาศไม่เป็นใจ การผลิตไฟฟ้าจึงเป็นไปได้ยาก แต่ตอนนี้นักวิจัยจีนมีวิธีแก้ปัญหาที่ชาญฉลาดในวันฝนตกแล้ว โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ถูกออกแบบมาเพื่อแปลงพลังงานแสง เป็นพลังงานไฟฟ้า มันแทบจะไร้ประโยชน์ในวันที่มีเมฆ หรือฝนตก โซลาร์เซลล์จะมีแบตเตอรี่ เอาไว้กักเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ในวันที่ไม่มีแดด แต่เทคโนโลยีนี้ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ และมีราคาที่แพงมากเกินไปที่จะลงทุนใช้โซลาร์เซลล์ในพื้นที่ที่ีแสงอาทิตย์ไม่มากนัก นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Soochow ประเทศจีน ได้เสนอทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการพัฒนาแผงโซลาร์เซลล์ให้สามารถผลิตไฟฟ้าจากเม็ดฝนได้ วารสาร ACS Nano ตีพิมพ์รายละเอียดงานวิจัยนี้ไว้ว่า เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาแผงโซลาร์เซลล์ด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Triboelectric nanogenerator (TENG) ซึ่งสามารถดักจับพลังงานกลจากเม็ดฝนที่ตกกระทบแผงวงจรเพื่อนำมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า นักวิจัยจึงเอา TENG และโซลาร์เซลล์รวมกัน พัฒนาเป็นแผงโซลาร์เซลล์แบบไฮบริด ไม่เพียงเท่านั้นนักวิทยาศาสตร์ยังทำการทดลองกับวัสดุหลากหลายชนิด เพื่อให้อุปกรณ์มีน้ำหนักเบา และมีราคาถูกพอที่จะสามารถติดตั้งบนหลังคาเพื่อให้แผงโซลาร์เซลล์สามารถผลิตไฟฟ้าในสภาพอากาศที่หลากหลายขึ้น หากนักวิจัยสามารถลดต้นทุนการผลิตเทคโนโลยีดังกล่าวได้จริง เทคโนโลยีนี้อาจปฏิวัติวิธีการใช้แผงโซลาร์เซลล์ได้ มันจะทำให้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานที่มีประสิทธิภาพแม้ในพื้นที่ที่มีแสงแดดน้อยซึ่งปัจจุบันยังไม่ถือว่าเหมาะสำหรับการสะสมพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ใช้ ถึงแม้ว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะถูกจำกัดการใช้งานด้วยสภาพอากาศ แต่ก็ถือว่าเป็นพลังงานสะอาดที่ถูกใช้อย่างกว้างขวางทั่วโลก และตอนนี้ราคาสำหรับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลดลงกว่าครึ่งตั้งแต่ปี 2555 ตามข้อมูลของสมาคมอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ อ้างอิง Businessinsider พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสNatnaree TK | 1826 days ago
Read More03/11/2020
Pornhub เว็บไซต์ที่เป็นมากกว่าหนังผู้ใหญ่ ผุดโครงการรักษ์โลกมาแล้วหลายครั้ง
หลายคนคงรู้จักเว็บไซต์ Pornhub (กันเป็นอย่างดี) เนื่องจากเว็บไซต์หนังผู้ใหญ่ที่มีคนนิยมเข้ากันทั่วโลก แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ นอกจาก Pornhub จะเป็นเว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่แล้ว ก็ยังเป็นสื่อที่มีแคมเปญรักษ์โลกมากมายอีกด้วย “Pornhub Gives America Wood” เป็นแคมเปญที่เริ่มต้นขึ้นใน Arbor Day หรือ วันปลูกต้นไม้ในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นแคมเปญที่ทางเว็บไซต์จะปลูกต้นไม้หนึ่งต้นทุก ๆ 100 วิวในภาพยนตร์หมวดหมู่ "Big Di*k" ยอดตัวเลขจากแคมเปญนี้มีทั้งสิ้น 1,547,300 วิว หรือเท่ากับต้นไม้ทั้งหมด 15,473 ต้นเลยทีเดียวครับ Pornhub ปกป้องปลาวาฬ โครงการรักษ์โลกโครงการที่สอง โดยโครงการนี้นั้น Pornhub จะบริจาคเงิน 1 เซนต์ต่อยอดวิววิดีโอทุก ๆ 2,000 วิว ให้กับหน่วยงานที่ไม่แสวงผลกำไรเพื่อปกป้องสเปิร์มของปลาวาฬขนาดใหญ่ทั่วโลกที่กำลังจะใกล้สูญพันธ์ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตอันที่รักของ Pornhub อย่างยิ่ง Corey Price รองประธานของ Pornhub กล่าวในแถลงการณ์ว่า "ที่ Pornhub เราใส่ใจอย่างมากเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์สัตว์ป่า" Dirtiest Porn Ever…วัชรกุล พัฒนาประทีป | 1898 days ago
Read More06/06/2019
งานวิจัยชี้! ในแต่ละปีชาวอเมริกันบริโภคไมโครพลาสติกเป็นจำนวนมากกว่าที่เราคิด
วารสาร Science Science & Technology ได้ตีพิมพ์เรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการบริโภคของชาวอเมริกันไว้ว่า พวกเขาบริโภคไมโครพลาสติกเป็นจำนวนมากเป็นประจำในทุกๆปี และดูเหมือนว่าตัวเลขเหล่านี้จะสูงจนน่าตกใจมากทีเดียว ไมโครพลาสติก (Microplastics) คือ พลาสติกอนุภาคเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าซึ่งปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม ไมโครพลาสติกไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นพิเศษ แต่หมายถึงเศษพลาสติกชนิดใด ๆ ที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตรทั้งหมด ไมโครพลาสติกสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งการกิน การดื่ม และการสูดดมดังนั้นภาชนะ และ อากาศรอบตัวเราจึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราบริโภคเอาไมโครพลาสติกเข้าร่างกายทั้งสิ้น นักวิทยาศาสตร์ตีตัวเลขคร่าวๆไว้ว่าในปีหนึ่งชาวอเมริกันจะบริโภคไมโครพลาสติกอยู่ที่ 39,000 - 52,000 อนุภาค (นี่นับแค่ที่ได้รับจากการกิน) แต่ถ้านับรวมถึงไมโครพลาสติกที่ได้จากการสูดดมด้วยตัวเลขจะกระโดดขึ้นไปอยู่ที่ 74,000 - 121,000 อนุภาค และหากชาวอเมริกันคนนั้นดื่มน้ำจากขวดพลาสติกด้วยละก็ ตัวเลขจะถูกบวกเพิ่มเข้าไปอีก 90,000 อนุภาคต่อปี นี่เป็นเพียงแค่การประมาณการขั้นต่ำเท่านั้น! หมายความว่าหากมีตัวแปรเพิ่มขึ้นตัวเลขก็สามารถเพิ่มสูงขึ้นมากกว่านี้ได้เช่นกัน (ค่าประมาณเหล่านี้ได้มาจากทีมนักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยวิกตอเรียในแคนาดา ที่ทำการเก็บค่าอนุภาคไมโครพลาสติกใน อาหาร อากาศในเมือง และน้ำดื่มจากขวดพลาสติกเท่านั้น) อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้เรารู้กันดีว่าเจ้าไมโครพลาสติกนี้กระจายอยู่ทั่วไปในระบบนิเวศน์ รวมถึงอยู่ในร่างกายมนุษย์ แต่หนึ่งสิ่งที่เรายังไม่รู้คือมันสามารถทำอะไรกับร่างกายของเราได้บ้าง ซึ่งมันอาจทำให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน หรือปล่อยสารเคมีที่เป็นพิษเข้าสู่ร่างกายของเราได้ อ้างอิงNatnaree TK | 2414 days ago
Read More01/06/2019
สองนักวิทย์สุดเจ๋ง! คิดค้นจุลินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายพลาสติกได้แล้ว
ในปัจจุบันปัญหาพลาสติกล้นโลกเป็นเรื่องที่ทุกประเทศ และทุกหน่วยงานเริ่มหันมาให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงแค่มันเป็นขยะที่ย่อยยากแล้ว มันยังส่งผลกระทบต่อหลายชีวิตใต้ท้องทะเลอีกด้วย แต่ในวันนี้สองนักวิทยาศาสตร์ Jeanny Yao และ Miranda Wang ที่ต่อยอดโครงการตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนจนตอนนี้พวกเขาสามารถคิดค้นแบคทีเรียที่ย่อยสลายถุงพลาสติกได้สำเร็จด้วยวัยเพียง 20 ปีเท่านั้น จุลินทรีย์เหล่านั้นจะทำหน้าที่ย่อยพลาสติกโดยขั้นแรกพลาสติกจะถูกทำให้อ่อนลง และถูกเร่งปฏิกริยาการย่อยด้วยเอนไซม์ หลังจากนั้นมันจะถูกเปลี่ยนเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ และ น้ำ ได้ภายใน 24 ชม. Miranda Wang กล่าวว่า มันเป็นไปได้ยากที่จะให้คนลดการใช้ถุงพลาสติกลง เพราะฉะนั้นแทนที่เราจะรอให้ขยะเหล่านั้นย่อยสลายไปเอง เราควรต้องทำอะไรสักอย่างกับมันก่อนที่มันจะสร้างปัญหาไปมากกว่านี้ นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองคนเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัล Perlman science prize รวมถึงผลงานของพวกเธอก็กวาดรางวัลไปแล้วอีกหลายรางวัล ทั้งนี้จุลินทรีย์นี้ยังได้รับการจดสิทธิบัตร พร้อมเงินสนับสนุนการทดลองไปอีก 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ต่อยอดอีกด้วย อ้างอิงNatnaree TK | 2419 days ago
Read More01/06/2019
เวียดนามสานต่อแนวคิดริเริ่มใช้ใบตองทดแทนถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อ!
ปัญหาถุงพลาสติกที่ย่อยยากกำลังเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อสิ่งแวดล้อม ในวันนี้เวียดนามได้สานต่อแนวคิดริเริ่มการใช้ใบตองห่อแทนพลาสติกจากไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แนวคิดริเริ่มนี้เกิดจากร้าน 'ริมปิง' ร้านซูเปอร์มาร์เก็ตในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับการยกย่องจาก Facebook ว่ามีบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหลังจากที่บริษัทได้ให้ความสนใจในเรื่องการดูแลบรรจุภัณฑ์อย่างจริงจังเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา จนทำให้มันได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากชาวเน็ต และในที่สุดมันก็ดึงดูดความสนใจให้ร้านค้าในเวียดนามเช่นกัน กลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในเวียดนามเช่น Lotte Mart, Saigon Co.op และ Big C ต่างก็นำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ในร้านค้าของตนเช่นกัน และในบทสัมภาษณ์ VnExpress ตัวแทนจาก Lotte Mart กล่าวว่าถึงแม้ว่าการเปลี่ยนพลาสติกมาเป็นใบตองยังอยู่ในขั้นทดสอบ แต่พวกเขาเชื่อว่าร้านค้าของพวกเขาจะสามารถเปลี่ยนมาใช้ใบตองได้ทั่วประเทศในไม่ช้า นอกเหนือจากการใช้ใบตองแทนบรรจุภัณฑ์ที่ห่อผัก และ ผลไม้แล้ว ร้านค้ายังมีแผนที่จะใช้ใบตองเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าประเภทเนื้อสดอีกด้วย ไม่เพียงแต่ร้านค้าเท่านั้น ใบตองยังได้รับการตอบรัยที่ดีจากลูกค้า พวกเขากล่าวว่าการใช้ใบตองห่อแทนพลาสติกทำให้พวกเขามีความรู้สึกอยากซื้อของในปริมาณที่มากขึ้นรวมทั้งยังช่วยลดมลภาวะที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อมได้ด้วย ในวันนี้เวียดนามเป็นประเทศที่มีอัตราการปล่อยถุงพลาสติดลงสู่มหาสมุทรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก การเปลี่ยนจากการใช้ถุงพลาสติกมาเป็นใบตอง จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดมลภาวะ และช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี อ้างอิงNatnaree TK | 2419 days ago
Read More23/05/2019
Washington ไฟเขียว! เซ็นอนุมัติให้นำร่างผู้เสียชีวิตมาทำปุ๋ยหมักเป็นที่แรกของ US.
ภายใต้กฏหมายใหม่นี้ Washington กลายเป็นรัฐแรกในสหรัฐอเมริกาที่อนุญาติให้นำร่างผู้เสียชีวิตมาทำปุ๋ยหมักได้อย่างถูกกฏหมาย ผู้คนที่อาศัยในรัฐดังกล่าวสามารถเลือกได้ว่าเมื่อเขาเสียชีวิตเขาอยากจะถูกเผาตามธรรมเนียมดั้งเดิม หรือกลายเป็นปุ๋ยเพื่อกลับคืนสู่ธรรมชาติ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมากฏหมายนี้ถูกเซ็นอนุมัติโดยผู้ว่าราชการรัซ Jay Inslee กระบวนการดังกล่าวถือเป็นกระบวนการจัดการที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพในเมืองที่ขาดแคลนพื้นที่สุสาน แทนที่ร่างของพวกเขาจะถูกฝังทิ้งไว้เฉยๆ พวกเขาสามารถเลือกที่จะกลายเป็นปุ๋ยเพื่อบำรุงต้นไม้ทำประโยชน์ได้แม้ร่างจะไร้วิญญาณแล้วก็ตาม Katrina Spade ผู้ริเริ่มแนวคิดการออกกฏหมายนี้ ได้จัดตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการของประชาชนหากเขาต้องการเป็นปุ๋ย เธอกล่าวว่ากฏหมายใหม่นี้เป็นทางเลือกใหม่ที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงยังเป็นประโยชน์ต่อการจัดการที่ดิน เธอยังอธิบายวิธีการจัดการศพของบริษัทของเธอที่ชื่อ Recompose อีกว่า เธอะนำศพใส่ไว้ในหีบเหล็กหกเหลี่ยมกับหญ้า Alfalfa เศษไม้ และ ฟาง หลังจากนั้นร่างของผู้เสียชีวิตจะถูกหมักทิ้งไว้ 30 วัน เราก็จะได้ปุ๋ยหมักที่มีปรอมาณเท่ารถเข็น 2 คันรถ การจัดการแบบนี้จึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับอเมริกาที่เป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้น นอกจากในอเมริกาแล้วในสวีเดน และ อังกฤษยังมีกฏหมายที่อนุญาติให้ฝังร่างผู้เสียชีวิตแบบธรรมชาติ หรือไม่ต้องใส่โลงแล้วเช่นกัน อ้างอิงNatnaree TK | 2428 days ago
Read More10/05/2019
Organic Basics ไอเดียเก๋! ผลิตนวัตกรรมกางเกงในรักษ์โลกที่ใส่ได้โดยไม่ต้องซักเป็นอาทิตย์!
นี่อาจเป็นนวัตกรรมที่ใครหลายๆคนกำลังมองหา หรือเฝ้ารอกันมานานกับกางในแบบใหม่ที่ซักเพียงแค่ 2 ครั้งต่อเดือนก็เกินพอสำหรับการทำความสะอาดแล้ว เห้ย! อะไรมันจะขนาดนี้ คุณอาจคิดว่านี่เป็นนวัตกรรมที่เกิดมาเื่อคนขี้เกียจใช่ไหมละ แต่รู้ไหมว่าความเป็นจริงแล้วนวัตกรรมนี้เกิดมาเพื่อสิ่งแวดล้อมของเราต่างหาก Mads Fibiger ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท Organic Basics กล่าวว่า นวัตกรรมใหม่นี้เป็นการปฏวัติวงการเสื้อผ้าให้ยั้งยืนขึ้น ก่อนหน้านี้เราทุกคนล้วนสิ้งเปลืองทรัพสิน และทรัพยากรมากมายในการซื้อชุดชั้นในราคาแพง และการทำความสะอาดมัน และการลดจำนวนการซักชุดชั้นในเหลือเพียง 2-3 ครั้ง/สัปดาห์สามารถช่วยลดการใช้ทรัพยากรลงไปได้มากทีเดียว นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของกางเกงชั้นในนี้ ตัวกางเกงชั้นในนี้ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล 100% และทำการเคลือบด้วยงินที่ได้รับการรับรองจาก Bluesign สำหรับการนำเงินมาใช้ผสมผสานกับสิ่งทอ จึงสามารถช่วยต้านแบคทีเรีย และลดกลิ่นได้มากถึง 99.9% ด้วยเทคโนโลยีการถักทอไร้รอยต่อจากอิตาลีคุณจึงมั่นใจได้ว่าคุณจะสวมใส่ได้อย่างสบายแม้ใส่เป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้นวัตกรรมใหม่จะช่วยให้คุณประหยัดเวลา ประหยัดเงิน รวมถึงช่วยประหยัดน้ำเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน เป็นเวลานานที่อุสาหกรรมสิ่งทอส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่แวดล้อม จากข้อมูลจากมูลนิธิ Ellen MacArthur ระบุว่า ในปี 2050 อุสาหกรรมสิ่งทอจะเพิ่มปริมาณการใช้พลังงานเป็นสามเท่าและคิดเป็น 26% ของการปล่อยมลพิษทั่วโลก นี่อาจถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปฏิวัติกางเกงชั้นในเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม! เกือบลืมไป! ใครที่อยากลองซื้อมาใส่ก็ลองหาดูได้ราคาแพ็คของกางเกงชั้นในผู้ชายอยู่ที่ $64 ส่วนของผู้หญิง $56 นะคะ อ้างอิงNatnaree TK | 2441 days ago
Read More29/04/2019
โลกร้อนทำพิษ! เพนกวินจักรพรรดิกว่า 1,000 ตัวต้องอพยพเพราะน้ำแข็งละลาย
ภาวะโลกร้อน และ สภาพอากาศที่เปลี่ยนไปไม่เพียงแต่ทำให้อุณหภูมิในประเทศต่างๆ นั้นพุ่งสูงขึ้น หรือหนาวมากกว่าเดิมเท่านั้น แต่สำหรับ Antarctica ทวีปที่อยู่ใต้สุดของโลก ก็ได้รับผลกระทบส่งผลให้น้ำแข็งละลายลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย ปัญหาน้ำแข็งละลายในเขต Antarctica นั้นมีมานานตั้งแต่ปี 2016 และยังคงทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากสภาพอากาศที่เลวร้ายมากขึ้นในทุกๆวัน ปัญหานี้ไม่เพียงส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น แต่มันยังส่งผลต่อ 'เพนกวินจักรพรรดิ' ที่อาศัยอยู่ในเขต Brunt Ice Shelf นั้นอีกด้วย สำนักข่าว British Antarctic Survey (BAS) รายงานว่า เนื่องจากน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่อยู่ของเพนกวินเหล่านี้ถูกทำลายลง ทำให้อัตราการให้กำเนิดเพนกวินใหม่ลดน้อยลงตาม จากการสำรวจภาพจากดาวเทียมการสูญเสียพื้นที่น้ำแข็งไปทำให้ Drs Peter Fretwell และ Phil Trathan พบว่า Halley Bay colony พื้นที่ที่เคยพบสัตว์ได้หลากหลายสายพันธุ์นั้นมีค่าเฉลี่ยลดลงเพียงชั่วข้ามคืน เพนกวินจักรพรรดิ เป็นเพนกวินที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และ หนักมากที่สุดในตระกูลเพนกวิน พวกมันจำเป็นต้องอาศัยแผ่นน้ำแข็งในการสืบพันธุ์และวางไข่ จนลูกเพนกวินออกจากไข่และสามารถว่ายน้ำได้ พวกมันจะใช้ช่วงสืบพันธุ์จนลูกนกพร้อมสู่โลกกว้างตั้งแต่เดือนเมษายน - ธันวาคม แต่หากน้ำแข็งละลายเร็วขึ้นกว่าเดิม นั่นหมายความว่านอกจากเพนกวินจะไม่มีที่สำหรับการสีบพันธุ์แล้ว แต่มันหมายถึงการบังคับให้ลูกนกเพนกวินออกไปสู่โลกกว้างเร็วขึ้นทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อม ซึ่งเพิ่มอัตราการเสียชีวิตได้มากกว่าเดิม Dr…Natnaree TK | 2452 days ago
Read More23/04/2019
งานวิจัยชี้ชุดอาหารสำเร็จรูป ลดการปล่อยมลภาวะได้มากกว่าร้านอาหาร!
ในปัจจุบันนี้ชุดอาหารสำเร็จรูป (Meal Kit) กำลังได้รับความนิยม ด้วยความที่ผู้บริโภคสามารถเลือกรายการอาหารที่ต้องการรับประทาน แล้วให้ทางบริษัทเช่น Blue Apron, HelloFresh และ ร้านสะดวกซื้อบางแห่งจัดส่งวัตถุดิบ พร้อมแนบวิธีทำให้ถึง ทั้งสะดวก สบาย และที่สำคัญยังสามารถช่วยลดการสร้างมลภาวะได้อีกด้วย งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Michigan เปิดเผยว่าการรับประทานอาหารจากชุดอาหารสำเร็จรูป สามารถลดการปล่อย Carbon dioxide โดยเฉลี่ยได้มากกว่าการรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร จุดแตกต่างของการปล่อยมลภาวะอยูที่การใช้ของ ในขณะที่ร้านอาหารจำเป็นจะต้องสั่งซื้อของเป็นจำนวนมากเก็บไว้ที่ร้านค้า ทำให้เกิดการสูญเสียอาหารในครัวเรือนมากขึ้น แต่ชุดอาหารสำเร็จรูปไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อมีรายการสั่งชุดอาหารเข้ามาทางบริษัทจะทำการไปจัดซื้อของที่จำเป็นจะต้องใช้ในการประกอบเมนูนั้นๆมาแล้วจัดส่งให้ลูกค้า การบริการเช่นนี้จึงสามารถลดการใช้ทรัพยากรอาหารอย่างฟุ่มเฟือยได้มากกว่า เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกล่องกระดาษหรือพลาสติกที่ห่อในชุดอาหารสำเร็จรูป กับ การทิ้งเศษอาหารจากร้านอาหาร เศษอาหารเหล่านั้นกลับสร้างมลพิษได้มากกว่าเสียอีก ไม่เพียงแค่การปล่อย Carbon dioxide เท่านั้น แต่ชุดอาหารสำเร็จรูปยังสามารถลดอัตราการขากแคลนอาหารในอนาคตได้ (จากการที่สั่งมาพอดีไม่ต้องสั่งของมาเก็บไว้มากมาย พอขายไม่ทันก็ต้องทิ้ง) ลดการใช้เชื้อเพลิงจากการที่ต้องเดินทางไปร้านอาหาร ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วการเดินทางไปร้านอาหารเราปล่อยมลภาวะไปถึง 11% ต่อ 1 ไมล์ ในขณะที่ชุดอาหารสำเร็จรูปสร้างมลภาวะเพียง 4% ต่อ 1 ไมล์ เท่านั้น ถึงแม้บริษัทการขนส่งชุดอาหารสำเร็จรูปเหล่านี้จะยังใหม่ในประเทศไทย แต่ด้วยความสะดวก สบาย และการลดการปล่อยมลพิษแล้วไม่แน่ในอนาคตเราอาจเห็นบริษัทเหล่านี้เติบโตมากขึ้นก็ได้ อ้างอิงNatnaree TK | 2458 days ago
Read More26/03/2019
สัตว์ประจำถิ่นกำลังจะสูญหาย จากการรุกรานของมนุษย์!
การปรับพื้นดินเพื่อทำการเกษตร และการสร้างเมือง ส่งผลต่อสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก สัตว์ที่ไม่จำเพาะเจาะจงแหล่งที่อยู่กำลังเข้ามาแทนที่สัตว์สายพันธุ์เดิมที่ได้รับผลกระทบจากการปรับพื้นดินนี้ นักวิจัยได้สังเกตสัตว์ 20,000 ชนิดใน 81 ประเทศ พบว่า สายพันธุ์ที่ครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่ มีแนวโน้มที่จะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มนุษย์อยู่เช่นกัน ในขณะเดียวกันสัตว์ และพืชที่อยู่ในพื้นที่ขนาดเล็กก็จะสูญหายไป มันกำลังแสดงให้เราเห็นว่า ในพื้นที่ที่มนุษย์เข้าไปเปลี่ยนแปลงเป็นที่อยู่อาศัย จะทำให้สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่หายไป และถูกแทนที่ด้วยสิ่งมีชีวิตที่พบเห็นได้ทั่วไปแทน อย่างเช่นนกพิราบในเมือง และหนูในฟาร์ม ดร. Tim Newbold นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย London กล่าว นักวิจัยร่วมศาสตราจารย์ Andy Purvis จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติใน London กล่าวเสริมว่า ปัจจัยนี้ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตในทุกๆ เมืองและมันเกิดขึ้นคล้ายๆ กัน ในทำนองเดียวกันมนุษย์ส่งผลกระทบกับธรรมชาติในทุกๆ ที่ที่พวกเขาไป และทุกที่ที่พวกเขาอยู่ทำให้สิ่งมีชีวิตอื่นต้องเจอกับปัญหาในการใช้ชีวิต การค้นพบนี้เป็นสิ่งสำคัญในการอนุรักษ์ พืช และสัตว์ที่มีอยู่แค่เฉพาะบางพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์สูง กว่าสัตว์ที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้ ถึงแม้จะเป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มเล็กๆ แต่งานวิจัยก่อนหน้าก็ชี้ให้เราเห็นแล้วว่าพวกมันมีความสำคัญกับห่วงโซ่อาหาร และอาจสำคัญต่อความมั่นคงในแหล่งอาหารของมนุษย์ด้วย อ้างอิงNatnaree TK | 2486 days ago
Read More19/03/2019
หัวหน้าหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของอังกฤษเตือน! ภายใน 25 ปีอังกฤษอาจเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำ
James Bevan หัวหน้าสำนักงานสิ่งแวดล้อมของอังกฤษได้ออกมากล่าวเตือนถึงการคาดการณ์สภาวะขาดแคลนน้ำ เนื่องจากสภาพอากาศ และ การเพิ่มจำนวนของประชากรอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศอาจต้องเจอกับปัญหาใหญ่ภายใน 25 ปีนี้ ภายในการแถลงการณ์ James Bevan กล่าวว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำเป็นปัญหาใหญ่ที่ประเทศอังกฤษอาจจะต้องพบเจอ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น และ แล้งขึ้น รวมถึงปัญหาการเพิ่มขึ้นของประชากรที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มสูงถึง 75 ล้านคนในปี 2050 (เพิ่มขึ้นมา 8 ล้านคนจากปัจจุบัน) ทำให้ในทุกพื้นที่มีการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ประชาชนยังมีพฤติกรรมการใช้น้ำที่สิ้นเปลือง จากรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 พบว่าน้ำที่รั่วไหลออกไปทุกๆวัน มีจำนวนมากพอต่อความต้องการของคนกว่า 20 ล้านคนเลยทีเดียว หากประชาชนชาวอังกฤษไม่ปรับพฤติกรรมในการใช้น้ำภายใน 20-25 ปี อังกฤษจะเข้าสู่วิกฤตภัยแล้งอย่างแท้จริง นอกเหนือจากการดำเนินการของรัฐบาล บริษัทน้ำ และหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องจะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อป้องกันผลกระทบดังกล่าวแล้ว James Bevan ยังสนับสนุนให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัด และ เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ในปัจจุบันนี้ประชาชนชาวอังกฤษใช้น้ำเฉลี่ยคนละ 140 ลิตร/วัน หากประชาชนสามารถปรับลดการใช้น้ำให้เหลือคนละ 40 ลิตร/วัน ได้จะช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้มากทีเดียว สำหรับใน Scotland Wales และ…Natnaree TK | 2493 days ago
Read More08/03/2019
ฝนตกในหน้าหนาวที่กรีนแลนด์! นักวิทยาศาสตร์หวั่นปริมาณน้ำอาจสูงท่วมเมืองหลายแห่งทั่วโลก
ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีฝนตกที่กรีนแลนด์ดินแดนแห่งหิมะที่ตั้งอยู่ในแถบอาร์กติกของโลก แต่สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์กังวลเป็นเพราะฝนที่ว่ามันดันมาตกในฤดูหนาวแทนที่จะเป็นหิมะ และที่สำคัญมันก็ตกบ่อยมากอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยวกับปริมาณน้ำแข็งกรีนแลนด์ลงในวารสาร The Cryosphere พบว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกในกรีนแลนด์มีมากขึ้นและตกบ่อยกว่า 300 ครั้ง ระหว่างปี 1979 - 2012 ที่ส่วนใหญ่เหตุการณ์ฝนตกจะเกิดในช่วงฤดูร้อนของกรีนแลนด์ แต่ปัจจุบันฝนกลับตกมากขึ้นในฤดูหนาว และด้วยน้ำฝนเพียงแค่ 14 มิลลิลิตร ก็เพียงพอที่จะละลายน้ำแข็งหนา 15 เซนติเมตรที่ปกคลุมผืนดินได้อย่างง่ายดายจึงสร้างความกังวลในกับนักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก ดร. Marilena Oltmann หนึ่งในทีมการศึกษาศูนย์วิจัยมหาสมุทรของ GEOMAR ในเยอรมนีกล่าวว่า การที่มีฝนตกในฤดูหนาวของกรีนแลนด์เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างมาก และที่น่าสนใจกว่านั้นคือหิมะที่ตกมาใหม่มีสีเข้มและผิวเรียบมากกว่าปกตินั่นยิ่งทำให้พวกมันสามารถดูดกลืนความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ได้นานขึ้น และหมายถึงการละลายที่เร็วขึ้นอีกด้วย เมื่อเปรียบเทียบภาพถ่ายฝืนน้ำแข็งปัจจุบันกบรูปถ่ายเมื่อปีที่แล้วจะเห็นได้ว่าผืนน้ำแข็งนั้นมีสีเข้มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่ากรีนแลนด์จะเป็นประเทศเกาะเล็กๆแต่ปริมาณน้ำแข็งที่อยู่บนเกาะ บวกกับอุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรที่สูงขึ้นจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน อาจส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นถึง 7 เมตร ส่งผลกระทบต่อเมืองชายฝั่งทั่วโลก และอาจรบกวนรูปแบบสภาพอากาศในยุโรป และ ภูมิภาคอื่นๆได้เช่นกัน อ้างอิงNatnaree TK | 2503 days ago
Read More08/03/2019
เด็ก 8 ขวบแก้ปัญหา PM 2.5 ด้วยไอเดียแสนง่าย แต่ได้ผลเกินคาด!
แม้ว่าข่าว PM 2.5 จะเริ่มจางหายไปจากหน้าข่าวในช่วงนี้แล้ว แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า PM 2.5 ยังคงกระจายอยู่ในสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเรา และเป็นปัญหาในเมืองใหญ่อย่างต่อเนื่อง เด็กหญิงยินดี รังษี วัย 8 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวารีเชียงใหม่ ได้ค้นพบวิธีการลด PM 2.5 ให้ลงมาอยู่ที่ค่าปกติ ด้วยการทำไบโอฟิลเตอร์จากการนำมอสพันธุ์คริสต์มาส มาทำเป็นแผงกรองแนวดิ่ง ซ้อนกัน 3-4 ชั้น และใช้หลักการเดียวกันกับเครื่องกรองอากาศที่ขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป เพียงแต่ใช้ระบบธรรมชาติ น้องยินดีได้รับแรงบันดาลใจมาจากการไปเที่ยวชมสวนมอสกับคุณพ่อ จึงเกิดความสนใจในการเพาะเลี้ยงมอส และนำมาศึกษาต่อยอดกลายเป็นเครื่องกรองอากาศไบโอฟิลเตอร์ดังกล่าว น้องยินดีอธิบายถึงการทำงานของเครื่องกรองว่า เมื่อมีฝุ่นละอองเข้ามามอสจะจับเข้ากับฝุ่นเหล่านั้น และกรองออกซิเจนออกมาแทน นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก 4 หน่วยงานคือ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการดูเรื่องพันธุ์พืช ภาควิศวกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการดูเรื่องโครงสร้างเครื่อง ภาควิศวกรรมคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยลาดกระบัง ดูเรื่องระบบควบคุม โดยในอนาคตน้องยินดีจะนำแนวคิดทั้งหมดไปจดสิทธิบัตร และทำวิจัยกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เพื่อเป็นการต่อยอดได้อย่างเต็มศักยภาพอีกด้วย อ้างอิง อ้างอิง อ้างอิงNatnaree TK | 2504 days ago
Read More02/03/2019
สำนักข่าว BBC รายงานพบปลาหายากเกยตื้นที่ชายหาดใน California!
BBC รายงานว่ามีการพบปลาขนาด 7 ฟุต (2.1 เมตร) ถูกพบเกยตื้นที่หาด California ในเขตสงวนจุดน้ำมันถ่านหิน หลังจากพบปลาดังกล่าว ผู้ใช้ Facebook Oil Oil Point ได้ทำการโพสรูปภาพปลาตัวนี้เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกได้ช่วยระบุสิ่งมีชีวิตที่พบ https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2083339038423252&id=184249664998875&tn=-R นักวิจัยใช้เวลาหลายวันกว่าจะระบุได้ว่า เจ้าปลาที่ขึ้นมาเกยตื้นนี้คือ Hoodwinker sunfish ปลาหายากที่พบครั้งล่าสุดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว (ปี 2014) Hoodwinker จะมีขนาดใหญ่ และเงากว่าในปลาตระกูล Sunfish อื่นๆ ซึ่งมีน้ำหนักมากถึง 2 ตัน (2,000 กิโลกรัม) แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจมากกว่าคือ ปลาชนิดนี้มักจะอยู่ในซีกโลกใต้ และชอบน้ำที่มีอุณหภูมิอุ่นอย่างเช่น กระแสน้ำนอกชายฝั่งของ Chile หรือ New Zealand มันจึงเป็นเรื่องที่แปลกมากที่มันถูกพบในชายฝั่งที่อยู่ไกลจากถิ่นที่อยู่ของมันอย่างมาก อะไรทำให้ปลาชนิดนี้ข้ามเส้นศูนย์สูตรมาเกยตื้นที่นี่ ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีคนพบปลา Sunfish นอกชายฝั่งทางตะวันตกของ Scotland เช่นกัน หรือธรรมชาติกำลังบอกอะไรเราผ่านปลาพวกนี้กันแน่นะ? อ้างอิงNatnaree TK | 2509 days ago
Read More03/02/2019
มาทำความรู้จักกับ ‘Polar Vortex’ ลมขั้วโลกที่แช่แข็งอเมริกากันเถอะ!
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเจอวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ทางอีกฝั่งหนึ่งของทวีปก็กำลังประสบภัยหนาวสุดขั้วที่อุณหภูมิลดต่ำสุดในรอบหลายปีจาก 'Polar vortex' ลมหนาวขั้วโลกเหนือ ที่คร่าชีวิตชาวอเมริกาไปแล้วกว่า 21 ชีวิตด้วยกันเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คำถามคือ แล้ว Polar Vortex นี่คืออะไรทำไมมันถึงส่งผลกระทบได้ร้ายแรงถึงขนาดนี้? ตามข้อมูลจาก National Oceanic an Atmospheric Administration หรือ สำนักงานมหาสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่า 'Polar vortex' คือลมวนที่พัดในลักษณะทวนเข็มนาฬิกาด้วยความเร็วสูงบริเวณขั้วโลกเหนือ ทำให้เกิดความหนาวเย็นปกคลุมทั่วมหาสมุทรอาร์กติก จะบอกว่ามันเป็นลมประจำถื่นตรงนั้นก็ได้ แต่เมื่อมันเกิดการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ โดยเลื่อนต่ำลงมาตอนกลางของสหรัฐอเมริกา มันจึงพาความเย็นเข้ามาปกคลุมพื้นที่ที่มันพัดผ่านไปด้วย คำถามต่อมาคือ แล้วอะไรทำให้มันลมเปลี่ยนทิศ? สาเหตุที่ Polar Vortex เกิดการเปลี่ยนการเคลื่อนที่เป็นเพราะความกดอากาศค่ะ โดยปกติแล้วบริรอบๆขั้วโลกจะมีลมอีกชนิดที่ชื่อว่า 'Jet Stream' หรือลมกรด พัดล้อมรอบเหมือนเป็นกำแพงกั้นไม่ให้ Polar Vortex เคลื่อนตัวออกจากเขตขั้วโลก แต่เมื่อความกดอากาศเปลี่ยน ทำให้ Jet Stream อ่อนกำลังลง ส่งผลให้ Polar Vortex เคลื่อนตัวต่ำลงมาตอนกลางของอเมริกา…Natnaree TK | 2536 days ago
Read More30/01/2019
ผลิตภัณฑ์กรองอากาศกำไรหด! หลังจีนเอาจริงเรื่องจัดการมลพิษทางอากาศสำเร็จ
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังขาดแคลนหน้ากากอนามัย จากวิกฤติฝุ่น PM 2.5 แต่จำนวนการใช้หน้ากากอนามัยในประเทศจีนกลับลดลง จากผลของมาตราการควบคุมมลภาวะภายในประเทศ ก่อนหน้านี้จีนได้ประสบกับปัญหามลภาวะที่เกินค่ามาตราฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่ง PM 2.5 ที่ลอยคลุ้งปกคลุมเมืองปักกิ่งและมณฆลเหอเป่ย จีนจึงตัดสินใจใช้มาตราการควบคุมมลภาวะในภาคอุตสาหกรรมและถ่านหินในครัวเรือนให้สามารถจัดการปัญหามลภาวะเหล่านี้ให้ได้ภายใน 3 ปี (ปี 2020 จีนต้องไม่มีปัญหามลภาวะเหล่านี้) ทางการจีนเผยว่า ในปี 2018 มีการสั่งย้ายผู้ประกอบการที่ปล่อยมลพิษกว่า 656 ราย และยังมีการปรับบุคคลและบริษัทต่าง ๆ ที่ฝ่าฝืนกฏหมายรวมกว่า 230 ล้านหยวน เพื่อให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตราการ ส่งผลทำให้หลายมลฑลของจีนมีสภาพอากาศที่ดีขึ้น ทั้งนี้กระทรวงสิ่งแวดล้อมของจีนระบุว่า สภาพอากาศในเมืองใหญ่ของจีนทั้ง 338 แห่งดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปีที่ผ่านมาพบว่าสัดส่วนวันที่สภาพอากาศดีคิดเป็น 79.3% เพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึง 1.3% ส่งผลให้บริษัท 3M ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคสัญชาติอเมริกา ต้องปรับลดเป้ากำไรในปี 2019 ลง เนื่องจากยอดขายผลิตภัณฑ์กรองอากาศลดลง อันเป็นผลเสียเนื่องจากความจริงจังในการจัดการปัญหามลพิษในจีน เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา Mike Roman CEO ของบริษัท 3M…Natnaree TK | 2540 days ago
Read More22/01/2019
WHO เผย! ในแต่ละปีคนกว่า 250,000 คนเสียชีวิตจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป
ในขณะที่บ้านเรากำลังประสบปัญหาฝุ่น PM 2.5 กันอย่างถ้วนหน้า ทาง WHO ก็ได้เผยการประเมินในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ว่าในแต่ละปีมีคนกว่า 1 ใน 4 ล้านคน เสียชีวิตจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ในปี 2014 องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ทำการประเมินสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งพบว่าตั้งแต่ปี 2030 ถึงปี 2050 จะมีคนเสียชีวิตจากสาเหตุนี้เพิ่มขึ้น 250,000 คน ในทุก ๆ ปี จากปัจจัยที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น ภาวะทุพโภชนาการ ความกดอากาศร้อน และมาลาเรีย เป็นต้น แต่เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา วารสารแพทย์ The New England ได้กล่าวว่าการประเมินของ WHO เป็นการประเมินแบบไม่เอาปัจจัยอื่นที่มีผลต่อสภาพอากาศที่ส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตมารวมด้วย ดร.Andrew Haines จากคณะวิชาสุขอนามัยและเวชศาสตร์เขตร้อน London หนึ่งในผู้ดำเนินงานเขียนให้ความเห็นว่า การคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลก ไม่ได้คิดรวมถึงการเสียชีวิตที่เกิดจากความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่เกิดจากความบกพร่องในการให้การบริการด้านสุขภาพ ในช่วงที่สภาพอากาศรุนแรงด้วย…Natnaree TK | 2548 days ago
Read More15/01/2019
ไม่เพียงแค่ระบบหายใจเท่านั้น! PM 2.5 ทำร้ายระบบสืบพันธุ์ และโลหิตด้วย!
อย่างที่เรารู้กันดีว่าในขณะนี้หลายจังหวัดในประเทศไทย กำลังประสบปัญหามลภาวะทางอากาศ หรือที่คุ้นหูกันว่า PM 2.5 ซึ่งหลายคนไม่รู้ว่าประเทศไทยประสบปัญหาด้านมลภาวะทางอากาศมาตั้งแต่ปี 2549 แล้ว และก็มีค่าฝุ่นละอองในแต่ละ 1 วันสูงเกินค่ามาตรฐานอีกด้วย ก่อนหน้านี้เราได้รู้กันแล้วว่า PM 2.5 คืออะไร มันเกิดมาได้อย่างไร และหน้ากากแบบไหนที่ควรจะเลือกสวมใส่ในช่วงนี้ ในบทความนี้เรามาทำความรู้จักกับเจ้าฝุ่นขนานเล็กนี้กัน ว่ามันจะส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพของเรา PM 2.5 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน นั่นหมายความว่า มันเป็นฝุ่นที่มีขนาดเล็กมาก มากจนสามารถผ่านระบบกรองของร่างกายเราเข้าไปได้อย่างง่ายดาย (ฝุ่นนี่มีขนาดเล็กเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของเม็ดเลือดด้วยซ้ำ) และเนื่องจากฝุ่นประเภทนี้เกิดจากแหล่งกำเนิดเฉพาะ นั่นคือการเผาไหม้ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ และการรวมกันของก๊าซ และมลภาวะอื่นๆในชั้นบรรยากาศ ทำให้มันเป็นสารก่อมะเร็งอันดับต้นๆ มีรายงานและงานวิจัยจำนวนมากบอกกับเราว่า มลภาวะทางอากาศทำให้ประชากรเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และในจำนวนนี้เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบกว่า 600,000 คน นอกจากนี้มลพิษยังทำให้ปัญหาสุขภาพที่มีอยู่แย่ลงได้ และส่งผลต่อระบบต่างๆในร่างกาย เช่น ระบบทางเดินหายใจ : แน่นอนว่าอวัยวะที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนก๊าซอย่างปอดต้องได้รับผลกระทบเต็มๆ จึงอาจทำให้เป็นโรคหอบหืด โรค COPD และ มะเร็งปอดได้ ระบบหมุนเวียนโลหิต : เนื่องจากมันมีขนาดที่เล็กมาก มันจึงสามารถผ่านปอดเข้ามาสู่กระแสเลือดได้…Natnaree TK | 2555 days ago
Read MorePR Partners
See All13/01/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 22 hours ago
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์26/12/2025
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 18 days ago
Read More



























