Tags
| Internet Censorship
20/02/2019
ณัชธนัท จุโฬทก | 2713 days ago
รัสเซียเตรียมทดสอบ “ตัดขาดจากโลกอินเทอร์เน็ตภายนอกประเทศ” เป็นการชั่วคราว
ยืนยันเรียบร้อยว่ารัฐบาลและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของรัสเซีย เตรียมทดสอบ "ตัดขาดจากโลกอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ" เป็นการชั่วคราวในช่วงก่อน 1 เมษายนนี้ (ดักไว้ก่อนว่าไม่ใช่ April Fools) เนื่องจากเมื่อเดือนธันวาคมปี 2561 ได้ผ่านร่างกฎหมายใหม่คือ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในรัสเซียต้องทำการแยกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากภายนอกประเทศออกจากการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศ เพื่อให้สะดวกในการปิดหากเกิดเหตุจำเป็น เช่นรัสเซียพบว่าตัวเองถูกโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นจากศัตรู แต่บริการในประเทศจะต้องใช้งานต่อไปได้ ทำให้ต้องมีการทดสอบ อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายดังกล่าวก็เป็นที่วิจารณ์ในทางลบเช่นกัน เพราะเกรงว่าจะนำไปสู่การตัดขาดจากโลกอินเทอร์เน็ตทั่วโลกถาวรอย่างที่ประเทศจีนทำ และเป็นไปได้ว่าต่อไปหลายประเทศอาจจะยึดเป็นแบบอย่างโดยการทำบริการต่างๆ เป็นของตัวเองและตัดขาดจากโลกอินเทอร์เน็ตภายนอก หรือที่เรียกกันว่า "Splinternet" ทั้งนี้ The Moscow Times คาดการณ์การกระทำแบบนี้อาจเป็นการ อนุญาตการควบคุมการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศแบบรวมศูนย์ (ว่าแต่มันคุ้นๆ นะ) ติดตั้งเครื่องมือที่สามารถระบุแหล่งที่มาของการรับส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีข้อมูลต้องห้าม มอบอำนาจเพิ่มให้แก่ผู้เฝ้าระวังสื่อในรัสเซียในการแบนหรือปิดกันการเข้าถึงเว็บไซต์ต้องห้าม ทางเทคนิคเป็นไปได้หรือ? รัสเซียรายงานว่ามีการฝึกซ้อมเมื่อกลางปี 2557 เพื่อทดสอบการตอบสนองของประเทศต่อความเป็นไปได้ที่อินเทอร์เน็ตจะถูกตัดการเชื่อมต่อจากเว็บทั่วโลก มีรายงานว่ามีแผนการ ดำเนิน การทดสอบที่คล้ายคลึงกันในใกล้ๆ วันที่ 1 เมษายน มีรายงานว่าเคยทดสอบอย่างลับๆ ทำการแยกอินเทอร์เน็ตรัสเซียจากภายนอกนั้นเป็นไปได้ โดยทดสอบในช่วงเวลาสั้นๆ และทุกอย่างจะกลับมาออนไลน์ภายใน 30 นาที ผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ต Andrei Soldatov อ้างถึงการปิดตัวของการสื่อสารทางมือถือในระหว่างการประท้วงในภูมิภาค Ingushetia เมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมามีความสำเร็จ…22/11/2017
ขอเชิญเข้าร่วมงาน “GovCamp Thailand” พูดคุยในประเด็น “สิทธิเสรีภาพออนไลน์”
เครือข่ายพลเมืองเน็ต (Thai Netizen Network) ร่วมกับ มูลนิธิกองทุนไทย และ Social Technology Institute จัดกิจกรรมชุมนุมทางความคิดในรูปแบบ "open space" GovCamp ผู้เข้าร่วมทุกคนจะเขียนหัวข้อของตัวเองที่อยากนำเสนอให้คนอื่นได้ฟังไว้บนกระดานใหญ่ และลงคะแนนให้กับหัวข้อของคนอื่นที่ตัวเองอยากจะรับฟังแลกเปลี่ยน หัวข้อที่ได้รับคะแนนลำดับต้นๆ จะได้รับเลือกให้นำเสนอตามช่องเวลาที่มี ทุกคนที่เข้าร่วมสามารถเสนอหัวข้อได้ โดย GovCamp ครั้งนี้อยู่ในประเด็น "สิทธิเสรีภาพออนไลน์" เลือกประเด็นดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตที่คุณสนใจมาหนึ่งหัวข้อ แล้วเล่าให้คนอื่นฟังว่า ถ้าเป็นคุณ คุณจะจัดการประเด็นนั้นอย่างไร แต่ละช่วงจะมีเวลา 40 นาที คุณอาจจะเล่าความคิดของคุณสัก 20 นาที และใช้เวลาที่เหลือแลกเปลี่ยนกับคนอื่นๆ ที่ก็สนใจประเด็นนี้เหมือนกันก็ได้ ไม่จำกัดหัวข้อพูดคุย อยากจะนำเสนอแบบไหน เอาเลยเต็มที่ ขอให้เว้นเวลาเอาไว้เพื่อการแลกเปลี่ยนกับคนอื่นบ้างก็พอ หัวข้อที่เป็นไปได้ เช่น การป้องกันอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับบริการสาธารณะ การแสดงความคิดเห็นถึงการทำงานขององค์กรสาธารณะ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับเอกชนในการป้องกันระบบสารสนเทศที่สำคัญ การกำกับดูแลเนื้อหาที่อาจเป็นอันตรายกับเด็กและเยาวชน การส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศให้กับประชาชนทั่วไป การสนับสนุนการสร้างเนื้อหาภาษาท้องถิ่น นโยบายการลงทะเบียนยืนยันตัวตนดิจิทัล ฯลฯ จะอยู่ด้วยกันอย่างไรในยุคดิจิทัล GovCamp Thailand ชุมนุมความคิด เสนอกติกาพื้นที่สิทธิเสรีภาพของพวกเรา เพื่อพวกเรา โดยพวกเรากันเอง เสาร์…ณัชธนัท จุโฬทก | 3168 days ago
Read More13/09/2017
รัฐบาลอินโดนีเซียยกเลิกแบน Telegram เนื่องจากผู้ร่วมก่อตั้งเข้าพบกระทรวงสื่อสาร
ข่าวนี้ไม่ใหม่มากแต่ก็น่าสนใจและเพึ่งผ่านมาไม่นาน หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลอินโดนีเซียได้ทำการแบนการเข้าใช้บริการ Telegram ซึ่งเป็น App แชทที่ชูจุดขายด้านการเข้ารหัสและมีความปลอดภัยสูง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา เนื่องจากอาจมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายอย่าง IS ใช้งานสื่อสารและโฆษณาชวนเชื่อที่สุดโต่ง อีกทั้ง App นี้ถูกเข้ารหัสไม่สามารถตรวจสอบได้ กลุ่มผู้ก่อการร้ายที่สงสัยว่าถูกจับโดยตำรวจอินโดนีเซียได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าพวกเขาสื่อสารกันผ่านทาง Telegram และได้รับคำสั่งและคำสั่งให้ดำเนินการโจมตีผ่านแอปพลิเคชันนี้ ต่อมาผู้ร่วมก่อตั้ง Telegram "Pavel Durov" (จากภาพคือคนขวามือ) ได้เข้ามาชี้แจงกับรัฐมนตรีของหน่วยงาน Indonesian Communication and Information หรือกระทรวงสื่อสารของอินโดนีเซีย (เปรียบเหมือนกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มักจะเรียกติดปากในชื่อเก่าคือ กระทวงไอซีที ผสมกับ "สำนักงาน กสทช." ของไทย) เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 โดยรัฐบาลอินโดนีเซีย เรียกร้องให้ทาง Telegram ร่วมมือในการ "ช่วยลบเนื้อหาเชิงลบและอาจเข้าข่ายการก่อการร้าย" กระทรวงฯ และ Telegram จะดำเนินการตามขั้นตอนการดำเนินงานมาตรฐานซึ่งจะช่วยปรับปรุงความสามารถในการตรวจสอบเนื้อหามากขึ้น โดยทางกระทรวงฯ และรัฐบาลอินโดนีเซียยินดีที่ทาง Telegram สนใจให้ความร่วมมือ และตอนนี้ทางอินโดนีเซียได้ยกเลิกการบล็อคบริการ…ณัชธนัท จุโฬทก | 3238 days ago
Read More09/08/2017
Facebook, YouTube ปิดเพจกว่า 1,800 หน้าตามคำสั่งจากกระทรวงดีอี แต่ปิดไม่ครบเพราะ “มีความผิดพลาดด้านเอกสาร”
กสทช. พอใจที่ Facebook และ YouTube ยอมปิดเพจกว่า 1,800 หน้าตามที่ได้แจ้งไป ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาโดยผ่านการดำเนินการแจ้งโดย "กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม" หรือ "กระทรวงดีอี" (กระทรวง ICT เดิม) แม้ว่าจะเป็นเพียงครึ่งนึงของที่ได้แจ้งไปทั้งหมดก็ตาม ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา กสทช. ได้สร้างความกดดันให้กับบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างมากในการให้ความร่วมมือปิดเว็บที่มีเนื้อหาผิดกฎหมาย ซึ่งบางส่วนจะอยู่ใน Facebook, YouTube สื่อสังคมออนไลน์ที่คนไทยใช้งานมากที่สุด หากไม่ร่วมมือ อาจจะมีการปิดกั้นซึ้งขัดแย้งกับการเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่คนไทยใช้กันมากที่สุด ทั้งนี้ทาง Facebook ได้กล่าวว่า "เมื่อมีคำขอจากรัฐบาลเข้ามา เราจะตรวจสอบอย่างอย่างละเอียดและอาจจะกำจัดเนื้อหาเหล่านั้นตามความเหมาะสม" กสทช. ได้กระชับแถลงการณ์ก่อนหน้านี้และขยายกำหนดเวลาในช่วงกลางเดือน พ.ค. เพื่อให้สามารถจัดเตรียมหลักฐานทางกฎหมายเช่นคำสั่งศาลได้ สัปดาห์ที่ผ่านมาเนื้อหาส่วนใหญ่ที่มีปัญหาขัดกฎหมายจำนวน 3,726 หน้ายังสามารถเข้าถึงได้จากประเทศไทย หากยังเป็นเช่นนั้น ในวันที่ 7 สิงหาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอาจต้องระงับการเข้าถึงเอง ที่มาของภาพ : nbtc.go.th เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมามีการยืนยันการระงับการใช้งานล่าสุด 1,834 หน้า นายฐากรเลขาธิการกสทช. กล่าวว่าเนื่องจากไม่ได้เอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษและส่งต่อ Facebook และ YouTube จึงทำให้เกิดการปิดไม่ครบจำนวน นายฐากรกล่าวอีกว่า "ในความเป็นจริง Facebook, YouTube ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเรา พวกเขากล่าวว่าเราควรจะยื่นคำสั่งศาลที่เหลืออยู่เพื่อให้พวกเขาดำเนินการต่อไป" แปลและเรียบเรียงจาก…ณัชธนัท จุโฬทก | 3273 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 2 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 13 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 13 days ago
Read More














