ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| NARIT
Read More

หลบไปความมืดมิด! ดวงอาทิตย์จะสาดส่องยาวนานที่สุดในรอบปี 21 มิ.ย. นี้

หลายคนอาจรู้สึกว่าทำไมแดดช่วงนี้ถึงได้อยู่กับเรานานเป็นพิเศษ เหตุก็คือกำลังจะเข้าสู่ “วันครีษมายัน” หรือวันที่มีช่วงเวลายาวนานที่สุดในรอบปีในวันที่ 21 มิ.ย. นี้ นั่นเอง นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า วันที่ 21 มิถุนายน 2564 เป็น “วันครีษมายัน” (ครีด-สะ-มา-ยัน) (Summer Solstice) ที่มีเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด สำหรับประเทศไทย ในวันดังกล่าวดวงอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 05:51 น. ตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 18:47 น. รวมเวลาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้านานถึง 12 ชั่วโมง 56 นาที จึงเป็นวันที่ช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี นับเป็นวันที่เข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศทางซีกโลกเหนือ และเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศทางซีกโลกใต้  เหตุที่แต่ละช่วงของปี ดวงอาทิตย์ขึ้นตกแตกต่างกันไป เป็นเพราะโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ หมุนรอบตัวเอง อีกทั้งยังมีแกนโลกเอียงทำมุม 23.5 องศากับแกนตั้งฉากกับระนาบวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้ระหว่างโคจรไป บริเวณต่าง…
22/05/2021

26 พ.ค.นี้ เตรียมชม ‘จันทรุปราคาบางส่วน’ ต้อนรับคืนวิสาขบูชา

เวียนมาอีกครากับ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน แถมรอบนี้ยังมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าด้วยนะ ไหน ๆ ช่วงนี้ เพราะการแพร่ระบาดของโควิด เราอาจไม่ได้เวียนเทียนกันเหมือนอย่างเคย ก็มานั่งชมจันทร์กันไปก่อนก็แล้วกัน นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยค่ำวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าประเทศไทย เวลา 18:38-19:52 น. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกตั้งแต่เวลา 15:47 น. จากนั้นค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 16:44 น. และเข้าสู่จันทรุปราคาเต็มดวงตั้งแต่เวลา 18:11-18:25 น. แต่ในวันดังกล่าว ในประเทศไทย ดวงจันทร์จะโผล่พ้นจากขอบฟ้าเวลาประมาณ 18:38 น. ทำให้ผู้สังเกตในไทยมีโอกาสมองเห็นเป็นเพียง “จันทรุปราคาบางส่วน” เท่านั้น ผู้สนใจสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าในทุกภูมิภาคของประเทศ บริเวณขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ตั้งแต่เวลา 18:38 น. เป็นต้นไป จะมองเห็นดวงจันทร์ปรากฏเว้าแหว่งบางส่วนและค่อย…
15/01/2021

นักวิทย์พบ ‘ร่องรอย’ การชนกันของหลุมดำที่อาจไขปริศนาของเอกภพ+เปิดทฤษฎีใหม่ที่เหนือกว่าไอน์สไตน์!

ทีมนักดาราศาสตร์ที่ทำงานในโพรเจกต์ ‘NANOGrav pulsar timing array’ นำข้อมูลจำนวนมหาศาลมาวิเคราะห์แล้วพบว่า มันมีค่าคลาดเคลื่อนเล็ก ๆ (Tiny deviations) ในช่วงเวลาที่คลื่นวิทยุจากพัลซาร์เดินทางมาถึง ซึ่งที่มาของค่าคลาดเคลื่อนนี้อาจเป็นคลื่นความโน้มถ่วง (Gravitational wave) ของการชนกันหรือรวมตัวกันของ 2 หลุมดำมวลมหาศาล! ด้วยการนำข้อมูลซึ่งเป็นคลื่นวิทยุที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์วิทยุอาเรซีโบ (Arecibo Observatory) ในเปอร์โตริโก (Puerto Rico) (ก่อนจะปิดทำการถาวร) และกล้องโทรทรรศน์กรีนแบงก์ (Green Bank Telescope) ในเวสต์เวอร์จิเนีย ที่ใช้เวลาสังเกตการณ์นานต่อเนื่องกว่า 12 ปีครึ่ง ก็ทำให้นักดาราศาสตร์พบสิ่งที่น่าตื่นเต้นจากข้อมูลนั้น และนำมาซึ่งบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Astrophysical Journal Letters เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ฟังแบบนี้หลายคนอาจจะยังไม่ตื่นเต้นตามนักดาราศาสตร์ เพราะงั้นเราเลยขออธิบายเพิ่มสักหน่อยว่า สิ่งนี้มันน่าตื่นเต้นยังไง แล้วอาจเชื่อมโยงไปถึงกำเนิดและการเติบโตของเอกภพได้อย่างไร  เข้าใจทีละเปลาะ ‘การควบรวมของหลุมดำ’ ปรากฏการณ์หายากเหนือจินตนาการ โดยปกติแล้ว กาแล็กซีส่วนใหญ่รวมถึงทางช้างเผือกของเรา มีหลุมดำมวลยวดยิ่ง (Supermassive black hole) อยู่ที่ใจกลางกาแล็กซี…
15/01/2021

NARIT ชวนติดตาม 10 เรื่องดาราศาสตร์เด่นในปี 2020

หลังจากเกาะติดสำรวจดูว่าปีนี้จะมีภารกิจอวกาศรอบโลกอะไรน่าตื่นเต้นบ้างในบทความ ปักหมุดไว้ให้ดี กับภารกิจอวกาศที่น่าตามลุ้นตามชมตลอดปี 2021 คราวนี้เราจะมาเผย 10 เรื่องดาราศาสตร์เด่นที่หน่วยงานดาราศาสตร์ของไทยอย่าง สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) หรือ NARIT กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รวบรวมและแนะนำในติดตามกันบ้าง หลายเรื่องนอกจากจะติดตามทางข่าวแล้วก็สามารถสังเกตด้วยตัวเองได้ และก็ยังมีความคืบหน้าที่น่าสนใจในแวดวงดาราศาสตร์ไทยด้วย จะมีอะไรบ้างนั้นมาติดตามกัน ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ แถลงข่าวผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เปิดประเด็น '10 เรื่องดาราศาสตร์น่าติดตามในปี 2564' เผยเทรนด์เน้นพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์ขั้นสูงสู่สังคม และปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าติดตามต่าง ๆ สำหรับประเทศไทย ปีนี้มีเรื่องเด่นคืบหน้าชวนจับตา คือ 2 ภาคีความร่วมมือสำคัญคือ ภาคีความร่วมมือวิจัยบรรยากาศแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังแก้ปัญหา PM2.5 และ ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย วางแพลตฟอร์มดันไทยสู่วงการอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอวกาศ นอกจากนี้ยังมีเรื่องหนุนแหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์อย่าง ‘เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย’ และเปิดนิทรรศการดาราศาสตร์โซนใหม่และจัตุรัสวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ภายในอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่อีกด้วย เอาละ เกริ่นมาเยอะแล้ว เรามาลองดูไปทีละเรื่องดีกว่าว่ามีรายละเอียดอะไรยังไงบ้าง 1- ดวงจันทร์บังดาวอังคาร…
21/12/2020

เหมายัน กลางคืนยาวที่สุดแห่งปี คือวันนี้ (21 ธ.ค.) นะ รู้ยังงง

วนมาอีกครั้งกับวันที่กลางคืนยาวนาน และกลางวันมีช่วงเวลาสั้นที่สุดในรอบปี กับวันเหมายัน (อ่านว่า เห-มา-ยัน นะ อย่าอ่านว่า เหมา ล่ะ อายเขา) 21 ธันวาคม 2563 นอกจากกลางคืนจะสั้นแล้ว ของปีนี้ยังพิเศษกว่าครั้งไหน ๆ เพราะเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้เห็น The Great Conjunction ที่ดาวเสาร์เคียงดาวพฤหัสบดี ใกล้ที่สุดในรอบ 397 ปี ในช่วงหัวค่ำด้วย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือ NARIT ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กอธิบายว่า 'วันเหมายัน' (เห-มา-ยัน) (Winter Solstice) คือวันที่เวลากลางคืนยาวที่สุดในรอบปี เนื่องจากดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด สำหรับประเทศไทย ในวันดังกล่าวดวงอาทิตย์ขึ้น 06:36 น. และตกเวลาประมาณ 17:55 น. ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุด ด้วยระยะเวลาเพียง 11 ชั่วโมง 19 นาที และกลางคืนยาวที่สุดในรอบปี คนไทยมักเรียกช่วงเวลานี้ว่า 'ตะวันอ้อมข้าว' สำหรับประเทศทางซีกโลกเหนือจะนับเป็นวันที่เข้าสู่ฤดูหนาว ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้จะเป็นช่วงเวลากลางวันจะยาวที่สุดในรอบปี…
18/12/2020

20-23 ธ.ค. นี้ มาส่อง ‘ดาวพฤหัสเคียงดาวเสาร์’ ใกล้ที่สุดในรอบ 397 ปี ส่งท้ายปีกันเถอะ!

ก่อนจะสิ้นสุดปี 2020 ปีที่มีเรื่องราวหลากหลาย ก็ยังมีอีกหนึ่งปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ให้เราได้ติดตามส่งท้ายปี นั่นก็คือ ปรากฏการณ์ ‘ดาวพฤหัสบดี’ เคียง ‘ดาวเสาร์’ ซึ่งใกล้ที่สุดในรอบ 397 ปี เลยทีเดียว ปรากฏการณ์ ‘ดาวพฤหัสบดี’ เคียง ‘ดาวเสาร์’ นี้มีอีกชื่อเรียกหนึ่งคือ ‘The Great Conjunction 2020’ จะเกิดในช่วงวันที่ 20 - 23 ธันวาคม 2563 นี้ โดยดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์จะปรากฏใกล้กันบนท้องฟ้าห่างเพียง 0.1 องศาเท่านั้น (1 องศาคือระยะห่างประมาณใช้แขนเหยียดชูนิ้วก้อยขึ้นไปบนท้องฟ้า) ใกล้กันชนิดที่ว่า หากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นเสมือนเป็นจุดสว่างเพียงจุดเดียว และหากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายไม่เกิน 200 เท่า จะเห็นดาวเคราะห์ทั้งสองอยู่ในช่องมองภาพเดียวกันเลย  โดยปกติแล้ว ปรากฏการณ์ ‘ดาวพฤหัสบดี’ เคียง ‘ดาวเสาร์’ จะเกิดขึ้นทุก ๆ 20 ปี แต่สำหรับครั้งนี้นับว่าเข้าใกล้มาก ๆ กว่าครั้งใด ๆ ในรอบ 397…
08/12/2020

NARIT ชวนชมฝนดาวตกส่งท้ายปี พร้อมจัดจุดชมเอาใจคนรักดาว 13-14 ธ.ค. นี้

และแล้วก็มาถึงช่วงสิ้นปี อากาศดีพร้อมลมหนาวเริ่มทำให้หลายคนแพลนไปเที่ยว และถ้าพูดถึงกิจกรรมที่น่าสนใจก็คงหนีไม่พ้น 'การดูดาว' เพราะทั้งท้าลมได้ความหนาว บวกอารมณ์โรแมนติกสุดฟิน ซึ่งในคืนวันที่ 13 ธันวาคมนี้ ก็จะเกิดปรากฏการณ์ 'ฝนดาวตก' ส่งท้ายสิ้นปี พอดี สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) หรือ NARIT จึงจัดกิจกรรมสังเกตการณ์ “ฝนดาวตกเจมินิดส์” 3 แห่งด้วยกัน นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า  ฝนดาวตกเจมินิดส์ หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 4-17 ธันวาคมของทุก ๆ ปี  ปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการตกสูงสุดประมาณ 150 ดวงต่อชั่วโมง ในคืนวันที่ 13 ธันวาคม 2563 สังเกตได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เวลาประมาณ 20:30 น. จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ศูนย์กลางการกระจายอยู่บริเวณกลุ่มดาวคนคู่ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ คืนดังกล่าวไม่มีแสงจันทร์รบกวน เหมาะแก่การสังเกตการณ์เป็นอย่างยิ่ง สามารถดูได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ ใครที่สนใจชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกควรเลือกสถานที่ท้องฟ้ามืดสนิทไม่มีแสงไฟรบกวน…
07/12/2020

ดินและหินจากดาวเคราะห์น้อยริวงูที่สำรวจโดยยาน Hayabusa 2 ถึงโลกแล้ว!

หลังจากยานอวกาศฮายาบูสะ 2 (Hayabusa 2) ทะยานขึ้นสู่อวกาศในเดือนธันวาคม ปี 2014 และเดินทางไปถึงดาวเคราะห์น้อยริวงู (Ryugu) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2018 มันก็ได้เริ่มต้นสำรวจครั้งยิ่งใหญ่ และหนึ่งในภารกิจนั้นก็คือการเก็บตัวอย่างดินและหินจากดาวเคราะห์น้อยริวงูกลับมายังโลกเพื่อศึกษา ซึ่งล่าสุด (6 ธ.ค. 63) แคปซูลตัวอย่างก็ได้เดินทางถึงโลกแล้ว เมื่อไปถึงดาวเคราะห์น้อยริวงู ยานอวกาศฮายาบูสะ 2 ก็ได้สำรวจดาวเคราะห์น้อยอย่างละเอียด มีการติดตั้งมินิโพรบหลายตัว (Miniprobes) ลงบนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย มันประกอบไปด้วยยานสำรวจขนาดเล็กหลายลำรวมทั้งส่วนลงจอดขนาดไมโครเวฟที่เรียกว่า MASCOT (Mobile Asteroid Surface Scout) ผลิตโดยศูนย์การบินอวกาศเยอรมัน (German Aerospace Center) ร่วมกับหน่วยงานอวกาศของฝรั่งเศส (CNES) ส่วนยานหลักของฮายาบูสะ 2 ได้เดินทางไปยังพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยริวงู 2 ครั้ง และได้เก็บตัวอย่างดินและหินทั้ง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 เป็นการเก็บวัตถุจากพื้นผิว ส่วนครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในอีกสองเดือนถัดมา โดยยานได้ยิงกระสุนทองแดงน้ำหนัก 2.5…
27/11/2020

30 พ.ย.นี้ อย่าลืมส่อง ‘จันทรุปราคาเงามัวครั้งสุดท้ายของปี’

ใกล้สิ้นปีแล้ว ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์เอง ก็เหลืออีกไม่มากเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ 'จันทรุปราคาเงามัวครั้งสุดท้ายของปี' โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) เผยว่าค่ำวันที่ 30 พ.ย. 63 จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว ชวนผู้สนใจสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ทั่วประเทศ นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการดาราศาสตร์ สดร. อธิบายว่า ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 จะเกิดปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเงามัว” ตั้งแต่เวลาประมาณ 14:32 - 18:53 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เป็นจันทรุปราคาเงามัว ครั้งสุดท้ายในรอบปี สังเกตได้ในบริเวณทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาใต้ และอเมริกาเหนือ ดวงจันทร์จะเริ่มเคลื่อนที่เข้าสู่เงามัวของโลกตั้งแต่เวลาประมาณ 14:32 น. และจะเข้าสู่เงามัวมากที่สุดเวลาประมาณ 16:42 น. จากนั้นดวงจันทร์จะค่อยๆ เคลื่อนออกจากเงามัว จนถึงเวลาประมาณ 18.53 น. สิ้นสุดปรากฏการณ์  สำหรับประเทศไทย ในวันดังกล่าวเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่ดวงจันทร์จะขึ้นจากขอบฟ้าเวลาประมาณ 17:49 น. ไปจนถึงเวลา 18:53…
22/11/2020

รวม ‘มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์ 2020’ อวดฝีมือคนไทยในงานมหกรรมวิทย์ฯ

21 พฤศจิกายน 2563 - นนทบุรี สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีมอบรางวัลประกวดภาพถ่ายดาราศาสตร์ ประจำปี 2563 หัวข้อ “มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์” ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2563 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร. พีรเดช ทองอำไพ ประธานกรรมการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เป็นประธานมอบรางวัล รองศาสตราจารย์ ดร. พีรเดช ทองอำไพ แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดภาพถ่ายดาราศาสตร์ในปีนี้ และกล่าวชื่นชมความสามารถ ความตั้งใจของผู้เข้าประกวดที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ในมุมมองใหม่ รวมถึงปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้ยากสู่สายตาสาธารณชน ภาพถ่ายดาราศาสตร์ถือเป็นสื่อทางดาราศาสตร์อย่างหนึ่งที่ใกล้ตัว สามารถจับต้องได้ง่าย สร้างความประทับใจ ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการสังเกต การค้นคว้า การเสาะแสวงหาความรู้อย่างมีเหตุมีผลตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตามมา ดร. พีรเดชจึงหวังว่า กิจกรรมนี้จะจุดประกายให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ประชาชนทั่วไป หันมาสนใจดาราศาสตร์กันมากยิ่งขึ้น สำหรับการประกวดดังกล่าว จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ ได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 แล้ว แบ่งประเภทการประกวดออกเป็น…
16/11/2020

มาแล้วว ราชาแห่งฝนดาวตก ‘ลีโอนิดส์’ ตามส่องคืน 17-18 พ.ย. นี้

เวียนมาอีกครั้งกับฝนดาวตกสุกสกาวแห่งปี กับ 'ฝนดาวตกลีโอนิดส์' ราชาแห่งฝนดาวตก ที่จะมาเยือนหลังเที่ยงคืนวันที่ 17 พ.ย. 63 จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 18 พ.ย. 63 แถมรอบนี้ยังไม่มีแสงจันทร์รบกวนด้วย เห็นได้ทั่วไทยเลยทีเดียว นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กล่าวว่า “ฝนดาวตกลีโอนิดส์” หรือ “ฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต” เป็นฝนดาวตกที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 6 – 30 พฤศจิกายน ของทุกปี สำหรับปีนี้จะสังเกตได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ไปจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณใกล้กลุ่มดาวสิงโต ในคืนดังกล่าวไร้แสงจันทร์รบกวน สามารถชมได้ตลอดทั้งคืน อัตราการตกสูงสุดเฉลี่ย 10-15 ดวงต่อชั่วโมง นายศุภฤกษ์อธิบายเพิ่มเติมว่า เหตุที่เรียกว่า เป็น 'ราชาฝนดาวตก' นั่นก็เพราะฝนดาวตกลีโอนิดส์มีความสว่างมากที่สุด เป็นฝนดาวตกเกิดจากสายธารเศษฝุ่นของดาวหาง 55พี เทมเพล-ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle)…
05/11/2020

ครั้งแรก! พบการระเบิดของพลังงานวิทยุลึกลับในกาแล็กซีของเราเอง

4 พ.ย. 63 - งานวิจัยในวารสาร Nature รายงานว่า นักดาราศาสตร์ตรวจจับการระเบิดของคลื่นวิทยุอย่างรวดเร็วในทางช้างเผือกของเราเองได้เป็นครั้งแรก ซึ่งอยู่ใกล้โลกกว่า FRB ที่เคยตรวจพบมาก่อน และมันอาจจะให้เบาะแสสาวไปถึงต้นกำเนิดที่เป็นปริศนาของมันได้ FRB คืออะไร ตรวจจับอย่างไร การระเบิดของคลื่นวิทยุอย่างรวดเร็วหรือ Fast radio bursts: FRB นั้น เกิดขึ้นในเวลาเพียงเสี้ยววินาที แต่บางครั้งมีพลังมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 100 ล้านเท่า ทว่า ยังไม่มีใครทราบว่าต้นกำเนิดของการระเบิดนี้มาจากอะไร แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การระเบิดนี้บางครั้งเกิดขึ้นในบริเวณเดิมซ้ำ ๆ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด หลังการตรวจพบการระเบิดลึกลับนี้ครั้งแรกในปี 2007 จากนั้นมา นักดาราศาสตร์ก็เฝ้าติดตามสัญญาณ FRB ด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุและกล้องโทรทรรศน์ทั่วโลกมาโดยตลอด ด้วยความหวังว่าจะสามารถไขปริศนาได้ว่ามันมีที่มาจากที่ใดได้ หากพบสัญญาณดังกล่าวก็จะนำมาใส่ชื่อด้วยตัวอักษร FRB ตามด้วยหมายเลขแสดงถึงปี-เดือน-วันที่ค้นพบ  เพราะการระเบิดดังกล่าว มีช่วงระยะเวลาการเกิดที่สั้นมาก ทั้งยังไม่สามารถคาดเดาได้ และที่ผ่านมาพบแค่เพียงว่ามาจากอวกาศอันไกลโพ้น นักดาราศาสตร์รู้เพียงแค่ว่า การระเบิดนี้ต้องก่อตัวขึ้นในสภาวะที่รุนแรงอย่างมาก มีสมมติฐานมากมายอธิบายถึงปรากฏการณ์นี้ ทั้งการระเบิดของดวงดาวที่กำลังจะตาย ไปจนถึงเทคโนโลยีต่างดาว หรือการกระทำของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่อยู่ในดินแดนอันไกลโพ้น ทว่า ล่าสุดนักดาราศาสตร์ตรวจจับการระเบิดของคลื่นวิทยุอย่างรวดเร็วในทางช้างเผือกของเราเองได้เป็นครั้งแรก ซึ่งอยู่ใกล้โลกกว่า FRB…
27/10/2020

ตะลึง! นาซาแถลง ‘พบน้ำบนดวงจันทร์’ อาจนำไปสู่การเป็นเชื้อเพลิงสำรวจอวกาศในอนาคต

26 ตุลาคม 2563 - นาซาแถลงข่าวใหญ่ประกาศการค้นพบน้ำบนพื้นผิวด้านสว่างของดวงจันทร์เมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยกล้องโทรทรรศน์ในช่วงอินฟราเรดไกลบนหอสังเกตการณ์ SOFIA ก่อนหน้านี้ เราเคยพบน้ำในหลุมอุกกาบาตบนดวงจันทร์ที่ไม่มีแสงแดดส่องไปถึง แต่ยังไม่เคยมีหลักฐานว่าจะมีน้ำในบริเวณอื่นอีก และแม้เคยมีการค้นพบของหมู่ไฮดรอกซิล (OH) แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ถึงการมี 'น้ำ' ในพื้นผิวด้านสว่างของดวงจันทร์ได้เลย ทว่า ล่าสุด SOFIA ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสเปกตรัมการดูดกลืน อันเป็นลักษณะเฉพาะของโมเลกุลของน้ำในหลุมอุกกาบาต Clavius ที่มีขนาดใหญ่สามารถเห็นได้จากโลก และอยู่ในบริเวณที่แสงอาทิตย์ส่องถึง จึงถือเป็นหลักฐานชัดเจนว่า แม้กระทั่งบนพื้นที่มีแสงอันเจิดจ้าของดวงอาทิตย์ส่องถึง ก็สามารถพบน้ำได้เช่นกัน ปกติ ด้านสว่างของดวงจันทร์มีอุณหภูมิพื้นผิวสูงได้ถึง 127 องศาเซลเซียส นักวิทยาศาสตร์จึงไม่เคยคาดว่าจะมีน้ำหลงเหลืออยู่บริเวณนั้นได้ นอกไปจากนี้ การค้นพบนี้ยังพบว่า ในหินบนดวงจันทร์ทุกหนึ่งลูกบาศก์เมตร มีน้ำถึง 100 ถึง 412 ppm เทียบเท่ากับปริมาณน้ำหนึ่งขวด นับเป็นการสร้างความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับกำเนิดของน้ำบนวัตถุในระบบสุริยะเลยทีเดียว เพราะมันอาจบ่งชี้ว่าน้ำอาจจะเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่เคยคาดคิดกัน การเกิดขึ้นของน้ำในเอกภพอาจเกิดจาก อุกกาบาตนำพาน้ำมายังดวงจันทร์การรวมตัวกันระหว่างหมู่ไฮดรอกซิล กับหมู่ไฮดรอกซิลด้วยกันอีกหมู่ไฮโดรเจนที่มาจากดวงอาทิตย์สะสมต่อเนื่องจนเกิดเป็นน้ำขึ้นมา แล้วเหตุใดน้ำจึงไม่ระเหยหายไปหมด สำหรับนี้เป้นที่คาดกันว่าโมเลกุลของน้ำอาจแทรกตัวอยู่ระหว่างเม็ดดินบนดวงจันทร์ ทำให้มันถูกปกป้องเอาไว้จากแสงอาทิตย์ สำหรับการค้นพบในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องบังเอิญก็ว่าได้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ SOFIA…
21/10/2020

เวียนมาอีกครั้งกับ ‘ฝนดาวตกโอไรออนิดส์’ นอนชมคืนนี้ (21 ต.ค.63) จนถึงรุ่งเช้า

สถาบันวิจัยดาราศาสตรืแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ชวนชม "ฝนดาวตกโอไรออนิดส์" หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวนายพราน คืน 21 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลาประมาณ 23.00 น. จนถึงรุ่งเช้า ทางทิศตะวันออก โดยปกติแล้ว ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 2 ตุลาคม - 7 พฤศจิกายน ของทุกปี โดยปีนี้คาดว่ามีอัตราการตกสูงสุดในคืน 21 - 22 ตุลาคม 2563 สามารถสังเกตเห็นตั้งแต่เวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 21 ตุลาคม จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 22 ตุลาคม 2563 บริเวณแขนของกลุ่มดาวนายพราน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก อัตราการตกสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง สำหรับปีนี้ นับเป็นโอกาสดีที่จะชมฝนดาวตกดังกล่าว เนื่องจากในคืนดังกล่าวเป็นดวงจันทร์ข้างขึ้น 4 ค่ำ และตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 22:00 น. มีปราศจากอิทธิพลจากแสงจันทร์ ทำให้สามารถสังเกตเห็นฝนดาวตกโอไรออนิดส์ได้ตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้า และหากฟ้าฝนเป็นใจ…
27/09/2020

NARIT เผยวัตถุประหลาดตกที่แม่แจ่ม ไม่ใช่อุกกาบาต แต่เป็น ‘หินภูเขาไฟ’ พร้อมแนะวิธีสังเกต

จากข่าวที่ชาวบ้านฮือฮากับการค้นพบหินอุกกาบาตในพื้นที่ป่าชุมชนเขตติดต่อหมู่บ้านแม่สะต๊อก บ้านนาฮ่อง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ล่าสุด สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) หรือ NARIT ออกมาชี้แจงแล้วว่าเป็น 'หินภูเขาไฟ' ไม่ใช่อุกกาบาตแต่อย่างใด เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2563 มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งพบเห็นลำแสงพุ่งตกจากฟ้า จึงคาดกันว่าเป็น 'อุกกาบาต' ตกลงมาในบริเวณดังกล่าว และเริ่มพากันออกตามหา ก่อนพบกับวัตถุประหลาดขนาดเท่าลูกฟุตบอล แต่เก็บไว้ไม่ได้เปิดเผยให้ใครทราบ กระทั่งมีข่าวแพร่สะพัดขึ้นมา ทางอำเภอแม่แจ่มจึงนำวัตถุดังกล่าวส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากหลักฐานที่รวบรวมได้ นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. อธิบายถึงผลการตรวจสอบในเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ว่าวัตถุที่พบมีลักษณะเป็นรูพรุน น้ำหนักเบากว่าหินและโลหะทั่วไป รูปร่างคล้ายวัตถุที่ถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนจนหลอมละลายแล้วเย็นตัวลง หลังจากสังเกตและวิเคราะห์ด้วยลักษณะทางกายภาพ เบื้องต้นคาดว่า ไม่ใช่หินอุกกาบาต เนื่องจาก ลักษณะของอุกกาบาตจะไม่เป็นรูพรุน และอาจเป็นไปได้ว่าจะเป็นหินประเภทหินอัคนีพุ (Extrusive Rock) หรือหินภูเขาไฟ (Volcanic Rock) ที่เกิดขึ้นบนโลกเมื่อนานมาแล้วในอดีต 'หินภูเขาไฟ' เกิดจากการเย็นตัวและตกผลึกของลาวาเหลว…
21/09/2020

22 ก.ย.นี้ กลางวันยาวเท่ากลางคืน สังเกตได้ด้วย ‘ตำแหน่งดวงอาทิตย์’

วนมาอีกครั้งกับวันแห่งการเปลี่ยนผ่านฤดู 'ศารทวิษุวัต' กลางวันยาวเท่ากลางคืน 22 กันยายนนี้ หากอยากพิสูจน์ให้ลองสังเกตทิศที่ดวงอาทิตย์ขึ้นตกดู นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NARIT) กล่าวว่า วันที่ 22 กันยายนนี้ เป็นวัน “ศารทวิษุวัต” (สาด-ทะ-วิ-สุ-วัด) (Autumnal Equinox) เวลากลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน สำหรับประเทศไทย วันดังกล่าวดวงอาทิตย์ขึ้นเวลาประมาณ 06:07 น. และจะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:14 น. นับเป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วงของประเทศทางซีกโลกเหนือ และเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิของประเทศในซีกโลกใต้ คำว่า “Equinox” มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน 2 คำ คือ Aequus แปลว่า เท่ากัน และ Nox แปลว่า กลางคืน ดังนั้น Equinox หมายถึงวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน ตรงกับคำว่า “วิษุวัต” แปลว่า "จุดราตรีเสมอภาค" โดยวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันนี้จะเกิดขึ้นเพียง 2 ครั้งต่อปี คือในช่วงเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ เรียกว่า วันวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) และในช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง เรียกว่า วันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) ในแต่ละวันดวงอาทิตย์จะปรากฏอยู่ตำแหน่งที่ต่างกัน เปลี่ยนตำแหน่งไปประมาณวันละ 1 องศา ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ เคลื่อนที่จากจุดเหนือสุดลงมาทางใต้  เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนมา ณ ตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก ทำให้ 'ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี' ดังนั้น หากเรายืนอยู่ในจุดเดิมทุกวัน เราก็จะเห็นตำแหน่งขึ้นตกของดวงอาทิตย์ต่างไป ความแตกต่างของตำแหน่งดวงอาทิตย์นี่เอง ที่นำไปสู่การออกแบบแผนผังหรือสิ่งปลูกสร้างบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอดีตหลายแห่ง ช่วยให้เราสังเกตปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ชัดเจนขึ้น จากนั้นดวงอาทิตย์จะเคลื่อนลงทางใต้เรื่อย ๆ จนดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด…
14/09/2020

ตะลึง! งานวิจัยพบ ‘สัญญาณของสิ่งมีชีวิต’ ในชั้นบรรยากาศดาวศุกร์

วันนี้ (14 กันยายน 2563) - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ได้ลงข่าวการค้นพบที่น่าตื่นเต้น นั่นคือการค้นพบ 'สัญญาณของสิ่งมีชีวิต' ที่อาจอยู่รอดในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์! ทีมนักดาราศาสตร์นำโดยเจน กรีฟส์ (Jane Greaves) จากมหาวิทยาลัยคาร์ดริฟฟ์ (Cardiff University) สหราชอาณาจักร เผยถึงการค้นพบโมเลกุลของฟอสฟีน ซึ่งอาจจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่ขนาดและระยะห่างจากดวงอาทิตย์ใกล้เคียงกับโลกมากที่สุด จึงมักถูกเปรียบว่าเป็นฝาแฝดกับโลก แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ดาวศุกร์มีสภาวะเรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับ ส่งผลให้ดาวมีอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยสูงถึง 464 องศาเซลเซียส และมีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นเต็มไปด้วยแก๊สของกรดกำมะถัน จึงทำให้เดิมนักวิทยาศาสตร์คาดว่า ดาวศุกร์ไม่น่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม ในชั้นบรรยากาศที่ความสูงราว 50 กม. เหนือพื้นผิวกลับมีอุณหภูมิเพียง 30 องศาเซลเซียส คาดว่า ชั้นเมฆในบรรยากาศของดาวศุกร์อาจมีองค์ประกอบทางเคมีเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาที่นำไปสู่การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตได้ และหากมันมีสิ่งมีชีวิตอยู่จริง ก็อาจจะอาศัยรังสียูวีจากดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน สอดรับกับการดูดกลืนรังสียูวีปริศนาบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์พอดี เพื่อค้นหาคำตอบ นักดาราศาสตร์จึงอาศัยการศึกษาสเปกตรัมที่ชั้นบรรยากาศนั้นปลดปล่อยออกมา เพื่อดูว่าโมเลกุลในชั้นบรรยากาศมีลักษณะดูดกลืนหรือเปล่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างไร สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของโมเลกุลชนิดใด หลังจากศึกษาชั้นบรรยากาศด้วยวิธีดังกล่าว ทีมผู้ศึกษาได้ค้นพบสเปกตรัมที่เกิดขึ้นจากโมเลกุลของ 'ฟอสฟีน(Phosphine)'…
14/08/2020

คนรักดาราศาสตร์ไม่ควรพลาด NARIT จัดเต็มนานากิจกรรมสำหรับคนรักดาว 17 – 23 สิงหาคมนี้ พร้อมกันทั้ง 4 หอดูดาว

หลังจากห่างหายไปนาน เพราะการแพร่ระบาดของโควิด ในที่สุด สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) หรือ NARIT ก็กลับมาจัดงานใหญ่อีกครั้ง ชวนเยาวชน และประชาชนที่สนใจเที่ยวงาน “NARIT SCIENCE WEEK 2020” สัปดาห์วิทยาศาสตร์สำหรับคนรักดวงดาว 17 - 23 สิงหาคม 2563 ณ หอดูดาวภูมิภาคทั้ง 4 แห่ง เชียงใหม่ โคราช ฉะเชิงเทรา สงขลา นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า NARIT จัดงาน 'สัปดาห์วิทยาศาสตร์ 2563' หรือ 'NARIT Science Week 2020' ระหว่างวันที่ 17 - 23 สิงหาคม 2563 เนื่องในโอกาสวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ระดมทีมทั้งส่วนกลางและภูมิภาค จัดกิจกรรมดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมกัน 4 แห่ง…
14/08/2020

แถวตรง!! ชาวกรุงเตรียมตัวยืนตรงพิสูจน์สภาวะ ‘ไร้เงา’ พรุ่งนี้เที่ยง (15 ส.ค.63)

กลับมาอีกครั้ง 'ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก' ชาวกรุงเทพฯ เตรียมตัวไร้เงา 15 สิงหาคม นี้ ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ติดตามช่วงวันเวลาไร้เงากันได้ในตารางด้านล่างได้เลยยย อะไรคือดวงอาทิตย์ตั้งฉาก และมันทำให้ไร้เงาได้อย่างไร นายศุภฤกษ์  คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) หรือ NARIT อธิบายว่า ปกติแล้ว ดวงอาทิตย์จะโคจรเปลี่ยนตำแหน่งขึ้น-ตกอยู่เสมอ โดยในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนของทุกปี ดวงอาทิตย์มาอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 ของปี โดยเริ่มจากเหนือสุดของประเทศและเปลี่ยนตำแหน่งเคลื่อนลงทางใต้เรื่อย ๆ สำหรับชาวกรุงเทพฯ ดวงอาทิตย์จะตั้งฉากในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ เวลาประมาณ 12:22 น. หากยืนกลางแดดช่วงเวลาดังกล่าว เงาของร่างกายจะตกอยู่ใต้เท้าพอดี สำหรับภูมิภาคอื่น ๆ ดวงอาทิตย์จะตั้งฉากเริ่มตั้งแต่บริเวณเหนือสุดของประเทศ ณ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา จากนั้นดวงอาทิตย์จะเคลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งมาตั้งฉากกับพื้นที่ทางใต้ลงมาเรื่อยๆ  และจะตั้งฉากกับพื้นที่ใต้สุดของประเทศไทย ณ อ.เบตง จ.ยะลา ในวันที่…
11/08/2020

12 ส.ค.นี้ ลุ้นชม ‘ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์’ ต้อนรับวันแม่

เวียนมาอีกครั้งกับปรากฏการณ์ฝนดาวตกชื่อดังของปี กับฝนดาวตกที่จะมาทุกวันแม่ "ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (Perseids Meteor Shower)" สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) หรือ NARIT เผยว่า ในคืนวันแม่ 12 สิงหาคม ถึงรุ่งเช้า 13 สิงหาคม 2563 จะมีฝนดาวตกดังกล่าว แต่เพราะตรงกับคืนที่มีแสงจันทร์รบกวน ประกอบกับตรงช่วงฤดูฝน จึงอาจสังเกตได้ค่อนข้างยาก นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. อธิบายว่า ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างเป็นอันดับสองรองจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ สามารถสังเกตเห็นได้ในช่วงระหว่างวันที่ 17 กรกฏาคม - 24 สิงหาคมของทุกปี จึงมักเรียกกันว่า “ฝนดาวตกวันแม่” มีศูนย์กลางการกระจายอยู่ในกลุ่มดาวเพอร์เซอุส บริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีอัตราการตกสูงสุดประมาณ 60-110 ดวงต่อชั่วโมง แต่เนื่องจากในคืนดังกล่าวตรงกับดวงจันทร์กึ่งข้างแรม มีแสงจันทร์รบกวนตลอดปรากฏการณ์ จึงสังเกตการณ์ได้ค่อนข้างยาก ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ เป็นฝนดาวตกที่มีสีสันสวยงาม เกิดจากเศษฝุ่นละอองที่ดาวหางสวิฟท์-ทัตเทิล (109P/Swift-Tuttle) เหลือทิ้งไว้ในวงโคจร เมื่อโลกโคจรตัดผ่านเข้าไปในบริเวณที่มีเศษฝุ่นดังกล่าว จะดึงดูดเศษฝุ่นเหล่านี้เข้ามาในชั้นบรรยากาศ เกิดการลุกไหม้เป็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก…

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…