Tags
| Ooca
25/06/2024
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 823 days ago
ทำไมฤดูฝนถึงทำให้เรารู้สึกขี้เกียจ?
การมีความขี้เกียจ หรือ “ภาวะแรงจูงใจต่ำ” (Low Motivation) ในช่วงฤดูฝน จริง ๆ แล้วมันมีเหตุผลซ่อนอยู่นะ นอกจากอากาศที่เย็น และเสียงฝนตกกระทบพื้นที่เปรียบเสมือนดนตรีบรรเลงที่ช่วยขับกล่อมทำให้เราอยากนอนแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เพราะเราขาด “แสงแดด” นั่นเอง สาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกง่วงนอนหรือไม่กระฉับกระเฉงในช่วงวันฝนตก เพราะไม่มีแสงแดดจากภายนอกสาดส่องเข้ามาเลย โดยที่ “แสง” เป็นสิ่งที่ช่วยควบคุมจังหวะชีวิตประจำวันของเรา ถ้าไม่มีแสงแดดจ้า ร่างกายของเราก็จะไม่ได้รับสัญญาณกระตุ้นทำให้ตื่นตัว แม้ว่าจะเป็นเวลาเช้าหรือเป็นเวลาเริ่มต้นวันใหม่แล้วก็ตาม มากระตุ้นบูสต์พลังในช่วงวันฝนตกกันดีกว่า ! และนอกจากจะหาวิธีกระตุ้นพลังงานให้กับตัวเองแล้ว ก็ขอให้ระวังเรื่องสุขภาพด้วย เพราะหน้าฝนมีสภาพอากาศชื้น บางคนต้องตากฝนเปียกปอนกลับบ้านอยู่บ่อยครั้ง ก็ขอให้ระมัดระวังสุขภาพกันด้วยนะ15/05/2024
ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ ปัญหาที่คนในครอบครัวไม่ควรมองข้าม
ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ มักเกิดกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ ผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้าก่อนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ และอีกแบบคือภาวะซึมเศร้าที่เกิดในช่วงที่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุแล้ว ภาวะซึมเศร้า จัดเป็นอาการเจ็บป่วยทางจิตใจชนิดหนึ่ง โดยที่ผู้ป่วยมักจะแสดงอาการเหล่านี้ และจากภาวะอาการทั้งหมดนี้ก็อาจจะส่งผลทำให้ ผู้สูงอายุ นอนไม่หลับ หรือบางรายนอนมากเกินปกติ ชอบพูดเรื่องชวนหดหู่ และถ้าภาวะซึมเศร้าอยู่ในระดับที่รุนแรงก็อาจจะส่งผล ทำให้มีการทำร้ายตัวเองได้ ปัจจัยการเกิดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาทางร่างกาย เช่นผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวเพิ่มขึ้นมาก็อาจจะทำให้จิตใจแย่ลงได้ หรือปัจจัยทางสังคม เช่นไม่สามารถปรับตัวเข้ากับครอบครัว หรือโลกยุคใหม่ได้ หรือผู้สูงอายุอาจจะเป็นโรคทางจิตเวช ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมองที่ผิดเพี้ยนไป ถ้าคุณกำลังสงสัยว่าผู้สูงอายุในบ้านกำลังมีภาวะซึมเศร้า ควรที่จะรีบพาไปหาคุณหมอเพื่อตรวจเช็กโดยละเอียด เพื่อเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า คุณหมอจะได้นำมาวางแผนในการจ่ายยา หรือวางแผนวิธีการบำบัดรักษาในด้านอื่น ๆ ต่อไป และสิ่งที่คนในครอบครัวทำได้ ก็คือ การมอบความเข้าใจ ความรัก และความใส่ใจให้กับผู้สูงอายุในบ้าน เพื่อที่จะทำให้ผู้ป่วยสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น และมีอาการที่ดีขึ้นตามลำดับภูษิต เรืองอุดมกิจ | 864 days ago
Read More07/05/2024
การถูกเลือกปฏิบัติส่งผลต่อสุขภาพจิตของคุณได้
การถูกเลือกปฏิบัติ หรือ Discrimination คือ การที่คนคนหนึ่งได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ ซึ่งผลกระทบของการถูกกีดกันเหล่านี้ สามารถทำให้เกิดปัญหาทางด้านจิตใจขึ้นมาได้ และยังเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อหลักการความเท่าเทียมของมนุษย์ด้วย อ้างอิงจากข้อมูลของศาสตราจารย์ Vickie Mays แห่ง UCLA Fielding School of Public Health ในภาควิชานโยบายสุขภาพและการจัดการ ที่ได้ทำการวิจัยร่วมกับ Susan Cochran ศาสตราจารย์ในภาควิชาระบาดวิทยาที่ UCLA พบว่า “มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อคนเราได้รับการปฏิบัติอย่างแตกต่าง ไม่ยุติธรรม อาจสร้างผลกระทบทางจิตใจ ให้กับผู้ที่ถูกกระทำ โดยเริ่มตั้งแต่การเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ จนอาจทำให้เกิดความวิตกกังวลและก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า” การถูกเลือกปฏิบัติมีอะไรบ้าง? ตามหลักการพื้นฐานความเท่าเทียมของมนุษย์ในปัจจุบันนี้ ไม่ควรมีใครที่จะถูกเลือกปฏิบัติ ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนต้องตระหนักถึงความสำคัญในจุดนี้ และในกรณีที่การเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นกับคุณ ให้คุณบอกตัวเองเอาไว้เลยว่า คุณไม่ได้ทำอะไรผิด “มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันหมด” หลังจากนั้นค่อยหาทางแก้ไขในสิ่งที่คุณเจอต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการถูกเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน หรืออื่น ๆ ซึ่งมีหน่วยงานให้เปิดให้คุณได้ร้องเรียนอยู่ ตามหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชนภูษิต เรืองอุดมกิจ | 871 days ago
Read More02/05/2024
รู้จัก The Opportunist แนวคิดที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งเป็นโอกาส
มาเปลี่ยนปัญหา ให้กลายเป็นโอกาสดีกว่า! หนึ่งในทักษะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการไม่ปล่อยให้อะไรสูญเปล่าไปง่าย ๆ แม้สิ่งนั้นจะเป็นปัญหาแต่ ผู้ที่มีสกิลแบบ The Opportunist จะเป็นนักฉกฉวยที่เก่งกาจ และมักจะเห็นโอกาสในทุกแง่มุมอยู่เสมอ อยากเป็น The Opportunist มองเห็นโอกาสในทุกแง่มุม ต้องฝึกสกิลเหล่านี้! รู้จักการตื่นตัวอยู่เสมอ ถ้าคุณอยากเป็นคนที่เห็นโอกาสในทุกแง่มุม ก็จะต้องพยายามมองหาโอกาส และช่องทางในการเติบโตอย่างต่อเนื่องใหม่ ๆ อยู่เสมอ กล้าได้กล้าเสีย และยอมรับความเสี่ยง ทุกโอกาสย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง ดังนั้นคุณก็จะต้องเป็นคนที่ฝึกนิสัยยอมรับความเสี่ยงนั้นให้ได้ด้วยความเต็มใจ ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และเด็ดขาด คุณจะต้องฝึกนิสัยให้ตัวเองเป็นคนที่ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เพราะยิ่งตัดสินใจได้ไว คุณก็อาจจะได้เปรียบมากกว่าคนอื่นไปก้าวหนึ่ง มีไหวพริบและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง ถ้าคุณอยากเปลี่ยนทุกสิ่งให้เป็นโอกาส คุณก็จะต้องเป็นคนที่มีไหวพริบและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง และสามารถดึงจุดแข็งนี้ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ถ้าคุณอยากมีสกิล The Opportunist ติดตัว คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะมองเห็นโอกาสที่อยู่รอบ ๆ ตัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะโอกาสที่คนอื่นยังมองไม่เห็น และจะต้องเป็นคนที่มีความกล้าได้กล้าเสีย เมื่อตัดสินใจแล้วก็ลุยเดินหน้าอย่างเต็มที่!ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 876 days ago
Read More11/08/2023
อยากได้ อยากมี เหมือนคนอื่น เพราะเสพโซเชียลมากไป!
พฤติกรรมเสพติดของผู้ใช้โซเชียลมีเดียอาจแตกต่างกันไป แต่อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้มากที่สุด และมักจะทำให้ผู้ใช้งานสื่อโซเชียลมีเดียขาดความพอดีในการใช้ชีวิต คือ มีความรู้สึกเครียด หรือมีความวิตกกังวลเมื่อเห็นความสำเร็จ ทรัพย์สมบัติ หรือความสุขของผู้อื่น สิ่งนี้จะนำไปสู่การเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเลียนแบบความสำเร็จ หรืออยากได้อย่างมีสิ่งของตามผู้อื่น และถ้าสิ่งของเหล่านั้นมีราคาสูงเกินกว่าที่จะซื้อไหว หรือคุณรู้สึกยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าผู้อื่น ก็จะนำไปสู่ความรู้สึกไม่คู่ควร มีความนับถือตนเองต่ำ และมีความยากลำบากในการยอมรับตนเอง ซึ่งสิ่งนี้สามารถสร้างผลกระทบทางจิตได้อย่างมาก ผลกระทบของการเสพติดโซเชียล ร้ายกว่าที่คิด ผลของการเสพติดโซเชียลมีเดีย และทำให้เกิดความรู้สึกอยากได้อยากมี มีความรู้สึกอิจฉาในความสำเร็จของผู้อื่น เป็นการจัดการอารมณ์และความรู้สึกที่ไม่มีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความไม่เคารพตนเอง และสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่โดยรวมของคุณได้อย่างมาก โดยเฉพาะ สื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความอิจฉา หรือทำให้เกิดความนับถือในตัวเองต่ำ ได้อย่างไร? จากข้อมูลของ Afridi พบว่า อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย ทำให้เราเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น และรับรู้ถึงสิ่งที่คนอื่นกำลังทำได้แบบ Real Time และสิ่งนี้สามารถนำไปสู่พฤติกรรมเปรียบเทียบได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดการฟูมฟักความอิจฉาได้อีกด้วย การวิจัยพบว่าในบางคน ความรู้สึกอิจฉา อยากได้อยากมี รู้สึกด้อยค่าในตัวเองเพิ่มขึ้นจากการใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งก่อนที่จะมีสื่อสังคมออนไลน์ มนุษย์เราก็มักจะเปรียบเทียบตัวเองกับวงสังคมใกล้เคียงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนบ้าน เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือคนอื่น ๆ ที่เรารู้จัก…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1141 days ago
Read More04/08/2023
ควรทำอย่างไรกับช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน
หนึ่งในพื้นที่ที่รวบรวมคนต่างวัยเอาไว้มากที่สุดนั่นก็คือ “พื้นที่ของการทำงาน” ซึ่งเป็นหนึ่งในสังคมที่รวบรวมคนต่างวัยเอาไว้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับอาวุโส พนักงานระดับช่วงกลาง หรือแม้แต่พนักงานที่เป็นเด็กจบใหม่ และยังมีผู้คนจากหลากหลายตำแหน่งหน้าที่ ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นที่อีกพื้นที่หนึ่ง ที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างวัย เกิดความแตกต่าง ทั้งทางด้านความคิด และทัศนคติที่แตกต่างกันไปได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำรงอยู่ด้วยกันก็คือ “แตกต่างแต่ไม่แตกแยก” ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีจัดการบริหารช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน ให้มีความเป็นมิตรต่อกันมากขึ้น มีความเข้าใจในเรื่องของทัศนคติที่แตกต่างกัน ทำให้ก่อเกิดสังคมการทำงานที่มีคุณภาพ นอกเหนือไปจากการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ก็ยังเป็นอีกหนึ่งการปรับตัวและทำความเข้าใจ ที่จะทำให้คุณไปทำงานอย่างมีความสุขในทุก ๆ วันอีกด้วย 1. อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว การทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว จะนำไปสู่การปิดกั้นทางความคิดและทำให้เกิดความหมางใจกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุโสกระทำต่อผู้ที่มีอายุน้อยกว่า หรือผู้ที่มีอายุน้อยกว่า ทำตัวเป็นคนน้ำเต็มแก้วใส่ผู้อาวุโส ก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำในที่ทำงานทั้งนั้นเพราะบุคคลในแต่ละช่วงวัยต่างก็มีความรู้มีประสบการณ์ แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงมีความรู้ดี ๆ ให้เรานำมาปรับใช้กับชีวิต และทำงานอยู่เสมอ 2. เปิดพื้นที่ให้คนต่างวัยได้ศึกษา และแชร์ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ที่ทำงานอยู่ในวงการหรือธุรกิจนั้น ๆ มาอย่างยาวนาน จะมีประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่สามารถสอนได้ในห้องเรียน ในทางกลับกัน คนรุ่นมิลเลนเนียลได้เติบโตขึ้นมาในโลกที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้านและทำให้ก่อเกิดการดำเนินธุรกิจสมัยใหม่ ซึ่งบุคคลทั้ง 2 วัยนี้ต่างก็มีเรื่องที่ตนเองถนัดและเรื่องที่ตนเองไม่ถนัด การแชร์ประสบการณ์ และแชร์ความรู้กัน นอกจากจะเป็นการเพิ่มเติมความรู้แล้ว ก็ยังเป็นการช่วยสร้างความสัมพันธ์…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1149 days ago
Read More04/08/2023
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ! หลักจิตวิทยาว่าด้วยการยิ่งห้ามก็ยิ่งทำ
ทำไมถึงห้ามใจไม่ค่อยได้จริงจริ๊ง! ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากทำ คุณเคยรู้สึกเช่นนี้หรือไม่? วันนี้เราจะมาพูดถึงหลักจิตวิทยาว่าทำไมเมื่อคนเราถูกห้ามมักจะยิ่งอยากทำ ยกตัวอย่างเช่น เช่น บางครอบครัวห้ามลูกเที่ยวกลางคืน แต่ลูกก็ยิ่งหนีเที่ยว หรือคุณเจอป้ายที่เขียนในสถานที่ท่องเที่ยวหรือพิพิธภัณฑ์ ที่เขียนว่า “Don't touch” ยิ่งทำให้อยากสัมผัสเข้าไปอีก หรือเจอป้ายที่เขียนว่า “อย่าเดินลัดสนาม” เท้าเจ้ากรรมยิ่งอยากเดินไปสัมผัสต้นไม้ใบหญ้าแบบเต็ม ๆ เสียเหลือเกิน วันนี้เรามีคำตอบของเรื่องนี้มาฝากกัน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “Reactance” ปรากฏการณ์นี้สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดทางจิตวิทยาที่เรียกว่า รีแอกแตนซ์ (Reactance) เป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่จะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลรู้สึกว่าเสรีภาพหรือความเป็นอิสระของตนกำลังถูกคุกคามหรือถูกจำกัด ซึ่งอาจนำไปสู่ความปรารถนาที่ทำพฤติกรรมต้องห้ามมากขึ้น เมื่อมีคำสั่งต้องห้าม สิ่งนี้มักจะกระตุ้นปฏิกิริยาทางจิตวิทยาที่ทำให้บุคคลต้องการยืนยันเสรีภาพของตนเอง และทำสิ่งต้องห้าม ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นจากความต้องการโดยธรรมชาติของเรา เพราะมนุษย์ต้องการความเป็นอิสระและต้องการควบคุมชีวิตของเราเอง และเมื่อเรารับรู้ว่าเสรีภาพของเราถูกจำกัด ทำให้มักเกิดปฏิกิริยาโต้ตอบ ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เราอยากต่อต้านข้อจำกัดนั้น ยิ่งห้ามยิ่งเร้าใจ อยากท้าทายสุด ๆ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์แห่งหนึ่งมีการประกาศเตือน ด้วยป้าย POP UP ห้ามผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะกดคลิกเข้าไปใช้งานเว็บเด็ดขาด! และจากการประกาศเตือนเช่นนี้ บางคนก็อาจรู้สึกอยากไปดูมากขึ้น เนื่องจากความอยากรู้อยากเห็นหรือความปรารถนาที่จะท้าทายอำนาจในการสั่งห้าม ในทำนองเดียวกัน เมื่อพ่อแม่สั่งห้ามไม่ให้ลูก ๆ ออกไปเที่ยวกลางคืน ก็อาจทำให้ลูกเกิดความรู้สึกถูกจำกัด และเด็กบางคนอาจลงมือฝ่าฝืนกฎของพ่อแม่เพื่อยืนยันความเป็นอิสระของตนเอง ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีปรากฏการณ์ รีแอกแตนซ์…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1149 days ago
Read More25/07/2023
กฎของแรงดึงดูด ยิ่งนึกถึงสิ่งดี ๆ ยิ่งได้รับสิ่งเหล่านั้นกลับมา
กฎของแรงดึงดูด (Law Of Attraction) เป็นหนึ่งในศาสตร์ที่ใช้ในการดูแลจิตใจตัวเอง และเป็นศาสตร์แห่งการฝึกจิตเพื่อดึงดูดเรื่องราวในแง่บวกที่มีการเผยแพร่มาอย่างยาวนานแล้ว แต่เรื่องราวของกฎแห่งแรงดึงดูด มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างมากขึ้น จากการถือกำเนิดของ หนังสือ How -To ชื่อดังอย่าง “The Secret” ผู้แต่ง Rhonda Byrne ซึ่งวันนี้เราจะนำเนื้อหาที่เกี่ยวกับ กฎของแรงดึงดูด มาย่อให้สั้นลง และนำเสนอวิธีใช้กฎนี้แบบง่ายดายที่สุด ให้คุณได้ทำความรู้จักกัน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นผลพวงมาจากสิ่งที่เราคิด แนวคิดของกฎนี้มีอยู่ว่า เมื่อคุณจดจ่อจิตอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จนส่งผลทำให้เกิดอารมณ์อย่างเข้มข้นต่อเรื่องนั้น สิ่งนี้จะสร้างแรงดึงดูดที่ดึงดูดสิ่งที่คุณคิดเข้ามาหาคุณ ซึ่งจะมีการดึงดูดทั้งสิ่งดีและสิ่งที่ไม่ดี ไม่มีการเลือกปฏิบัติใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ข่าวดีก็คือ คุณสามารถเลือกเรื่องที่คุณคิดถึงและมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่คุณคิดได้ ดังนั้นหัวใจหลักของกฎนี้จึงเน้นย้ำให้คุณนึกถึงแต่สิ่งที่คุณต้องการ และพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่คิดถึงสิ่งที่คุณไม่ต้องการ เท่านั้น กฎของแรงดึงดูด (Law Of Attraction) ใช้กับเรื่องอะไรได้บ้าง? กฎนี้เป็นกฎที่ใช้ได้กับทุกเรื่องราวของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความรัก การงาน การเงิน ครอบครัว ความสัมพันธ์คู่รัก ความสัมพันธ์กับเพื่อน การปรับปรุงดูแลสุขภาพใจ ปรับปรุงดูแลรูปร่างของตนเอง การเป็นนิสัยให้เป็นคนที่ดีขึ้นในเรื่องที่คุณต้องการการเป็น เช่น มีความขยัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1159 days ago
Read More24/07/2023
ฮีลใจตัวเองด้วยการ “เขียน” วิธีนี้ใช้ได้ผลจริงหรือ ?
อย่าปล่อยให้ตัวเองเก็บกดสะสมเพื่อรอวันระเบิด ระบายมันออกมาด้วยการเขียนดีกว่า กับเทคนิค “Writing to heal” การเขียนที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้จากประสบการณ์เชิงลบ และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่จิตใจ สำหรับการเขียนเพื่อฮีลใจนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับการบำบัด เพราะเป็นเทคนิคที่ทำให้ผู้คนหายจากความเครียดและความบอบช้ำได้จริง ๆ ระบายความเครียดด้วยการเขียน ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีงานวิจัยที่ชี้ว่าการเขียนเพื่อแสดงออกทางอารมณ์ จะทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วยที่กำลังต่อสู้กับโรคระยะสุดท้าย หรือผู้ที่เป็นโรคร้ายที่คุกคามชีวิต การศึกษานี้เกิดขึ้นจากนักจิตวิทยาระดับแนวหน้า James Pennebaker, PhD, จาก University of Texas at Austin และ Joshua Smyth, PhD, จาก Syracuse University โดยเขาพบว่า การเขียนเพื่อระบายอารมณ์และความเครียดสามารถกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ได้ เช่น HIV/AIDS, โรคหอบหืด และโรคข้ออักเสบ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสุขภาพ และการศึกษาที่เผยแพร่ใน Journal of the American Medical Association (Vol. 281, No. 14) ซึ่งเป็นการศึกษาที่นำเสนอโดย Smyth…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1159 days ago
Read More17/07/2023
วิธีเช็กว่าตัวเองเป็นคนเฮงซวยแค่ไหน ?
คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า มนุษย์ส่วนใหญ่มีอีโก้ที่มองว่า มุมมอง ความคิด หรือการกระทำตัวเองนั้นถูกต้องแบบไม่มีความด่างพร้อย จนบางครั้งมีการแสดงออกด้วยพฤติกรรมและคำพูดที่เฮงซวยโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้คุณสามารถเช็กนิสัยของตัวเองได้ว่า Toxic ไหม จะได้เป็นการดูแลพฤติกรรมของตัวเองไม่ทำให้ผู้ที่อยู่รอบข้างได้รับผลกระทบมากจนเกินไป และยังเป็นการปรับตัวให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขได้อีกด้วย พฤติกรรมเฮงซวย หรือพฤติกรรม Toxic คืออะไร ? พฤติกรรมที่เป็นพิษ หรือพฤติกรรมเฮงซวย เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลทำให้คนรอบข้างไม่พอใจ เช่น การเผลอเล่าเรื่องตลกที่ทำร้ายความรู้สึกของใครบางคน การบูลลี่ ไปจนถึงการใช้คำพูดหรือการกระทำเชิงลบและโหดร้าย กระทำต่อผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง กล่าวอีกนัยหนึ่ง พฤติกรรมเฮงซวยก็คือพฤติกรรมที่เป็นการนำเรื่องในแง่ลบมาสู่ตนเองและผู้อื่น 5 ลักษณะพฤติกรรมเฮงซวย ที่พบได้มากที่สุด พฤติกรรมเฮงซวย สามารถแสดงออกได้หลายวิธี แต่ถ้าหากคุณกำลังกังวลอยู่ว่าคุณกำลังแสดงลักษณะนิสัยเหล่านี้ออกมาอยู่เรื่อย ๆ รึเปล่านะ ให้ถามตัวเองว่า คุณมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งใน 5 ประการต่อไปนี้หรือไม่ 1. ไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น: ผู้ที่มีพฤติกรรมเฮงซวยประการแรก คือ ผู้ที่ทำผิด และแทนที่จะยอมรับความผิดนั้น แต่กลับแสดงความไม่พอใจหรือความก้าวร้าวออกมา และพยายามโน้มน้าวตัวเองว่าเหตุผลที่ต้องประพฤติตนเช่นนี้ ก็เพราะมาจากผู้คนรอบตัวนั่นแหละ ที่ทำให้ต้องเป็นแบบนี้ คราวนี้ลองถามตัวเองว่าคุณกล้าที่จะยอมรับความผิดที่ตัวเองก่อหรือไม่ หรือโทษคนอื่นก่อนเป็นอันดับแรก 2. การควบคุมพฤติกรรม: และการบงการในรูปแบบอื่น ๆ จัดเป็นสัญญาณสำคัญของคนที่มีพฤติกรรมเฮงซวย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1166 days ago
Read More17/07/2023
มีจริงหรือ ? อาถรรพ์รัก 7 ปี กับคำอธิบายทางจิตวิทยา
หนึ่งในความเชื่อที่เกี่ยวกับความรัก คือ อาถรรพ์รัก 7 ปี ที่หลาย ๆ คนเชื่อว่า เมื่อคู่รักคบกันจนถึงปีที่ 7 ในปีนี้ความรักจะเริ่มสั่นคลอน หรือมีอุปสรรคขนานใหญ่ที่จะเข้ามาทำให้เลิกรากันไป หลาย ๆ คนเชื่อว่าสิ่งนี้คือ “อาถรรพ์” และเริ่มหวาดกลัว มีความกังวล ไม่มีความสุขกับความรักที่อยู่ตรงหน้า แต่คำแนะนำของเราคืออย่าปล่อยให้ อาถรรพ์รัก 7 ทำลายความสัมพันธ์ดี ๆ ของคุณไปเลย ดังนั้นมาทำความรู้จักกับคำอธิบายที่เกี่ยวกับเรื่องราวนี้ในรูปแบบจิตวิทยากันดีกว่า อาถรรพ์รัก 7 ปี มีจริงหรือ ? ในทางจิตวิทยามีการวิจัยน้อยมาก โดยเฉพาะกับคำถามที่ว่า อาถรรพ์รัก 7 ปี นั้นมีอยู่จริงหรือไม่? แต่จากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นทำให้เกิดข้อมูลที่น่าสนใจขึ้นมาว่า เมื่อคุณตกหลุมรักครั้งแรก สมองของคุณจะอาบไปด้วยสารสื่อประสาทที่ทำให้คุณรู้สึกดี สารสื่อประสาทเหล่านี้สร้างความตื่นเต้นให้แก่คุณอย่างมาก และทำหน้าที่เป็นแว่นตาปรับเปลี่ยนมุมมอง ทำให้คุณไม่เห็นข้อบกพร่องของแฟนของคุณ และมองว่าทำอะไรก็ดีไปหมด แต่เมื่อสารสื่อประสาทเหล่านี้หมดฤทธิ์ มุมมองที่คุณมีต่อแฟนก็จะเริ่มตรงกับความจริงมากขึ้น คุณจะเริ่มสังเกตเห็นข้อบกพร่องและจุดอ่อนของคนรักมากขึ้น คุณจะเริ่มมองเห็นข้อดี – ข้อเสีย ของคนรักมากขึ้น หลังจากคบกันไประยะหนึ่ง สารเคมีในระบบประสาทที่ทำให้คุณแฮปปี้กับคนรัก จะระเหยไปอย่างมากในช่วงปีที่ 2…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1166 days ago
Read More12/07/2023
ทำอย่างไรเมื่องานที่ชอบ กลายเป็นงานที่ไม่ใช่!
มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ แม้งานที่คุณกำลังทำอยู่นี้จะเป็นงานที่อาจทำให้คุณมีความสุขมาก ๆ มาก่อน หรือเป็นงานที่คุณอยากทำมาก ๆ แต่เมื่อได้ลงสนามจริงไปสักระยะหนึ่งกลับพบว่า งานที่คุณเคยรักนี้กลับทำให้คุณมีความทุกข์แทนเสียอย่างนั้น ซึ่งต้นตอของปัญหานี้ก็มาจากปัจจัยที่หลากหลาย โดยอาจจะมาจากความสัมพันธ์ของคุณกับเจ้านาย ความสมดุลในชีวิตการทำงานที่ไม่ดี วัฒนธรรมของบริษัทที่มีค่านิยมไม่ตรงกัน หรืออาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ Toxic ซึ่งไม่ว่าต้นตอของปัญหาจะมาจากที่ไหนก็ตาม สัญญาณแรกที่ทุกคนมักพบเหมือน ๆ กัน ก็คือมักมีอาการ “เหนื่อยหน่าย” คุณไม่ได้มีความรู้สึกนี้เพียงคนเดียว และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ที่เป็นปัจจัยที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ เราขอบอกเลยว่า ประมาณการของคนทั่วไปได้ใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการทำงาน ซึ่งหมายถึง คุณใช้เวลาไปกับการทำงานประมาณ 90,000 ชั่วโมงตลอดช่วงชีวิตของคุณ ผู้คนใช้เวลามากเกินไปในการทำงาน มากกว่าที่ใช้เวลากับครอบครัวหรือคนที่คุณรักด้วยซ้ำ เริ่มต้นหาทางสงบศึกกับงาน “หยุดคิดและไตร่ตรอง” ขั้นตอนแรกซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่ง นั่นก็คือให้คุณ “หยุดคิดและไตร่ตรอง” เพราะบ่อยครั้งเมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา อาจทำให้คุณมองไม่เห็นทางออก เริ่มจากให้คุณตั้งสตินั่งนิ่ง ๆ และหยิบปากกาพร้อมกับกระดาษออกมา แล้วเขียนคุณสมบัติและลักษณะของงานที่ชอบและไม่ชอบลงไป สิ่งนี้จะช่วยทำให้คุณมองเห็นความคิดของตัวเองได้ดีขึ้น เพราะหลาย ๆ คนเมื่อลองเขียนออกมาแล้ว กลับพบว่าไม่ได้เกลียดงาน แต่เกลียดสภาพแวดล้อมในการทำงานและภาระงานมากกว่า ทำให้คุณนำข้อมูลที่ได้มาจากจุดนี้ไปใช้ในการหาทางแก้ไขต่อไปได้ อย่าเพิ่งลาออก! อย่าเพิ่งลาออกจากงานเด็ดขาด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1172 days ago
Read More12/06/2023
ทำไมการนอนหลับจึงจำเป็นต่อสุขภาพจิต เคล็ดลับเพื่อสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีขึ้น
เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมวันไหนนอนไม่พอแล้วมักหงุดหงิดไม่ก็โมโหง่าย ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ได้ดั่งใจ แถมยิ่งปล่อยไว้นานวันเข้ายิ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้านต่าง ๆ ตามมา บางคนยิ่งนอนไม่พอยิ่งนอนไม่หลับ ในขณะที่บางคนยิ่งนอนยิ่งอยากนอนมากขึ้น หรือบางคนอาจรุนแรงไปกว่านั้นเมื่อร่างกายเริ่มเข้าสู่สภาวะซึมเศร้า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ การนอนหลับมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพจิตขนาดนั้นจริงหรือ หากสนใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนหลับใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถทำได้อย่างไรบ้างไปดูกัน ทำไมการนอนหลับจึงจำเป็นต่อสุขภาพจิต แน่นอนว่าการอดนอนส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายด้าน ตั้งแต่ระบบภูมิคุ้มกัน หัวใจ ไปจนถึงการทำงานของระบบประสาท เมื่อร่างกายของเราเริ่มอ่อนแอลงก็จะส่งผลกระทบโดยตรงกับสุขภาพจิตก่อให้เกิดความเครียด แต่ละคนอาจต่างกันไป บางคนเครียดเรื่องสุขภาพ บางคนเครียดเรื่องงาน แต่สุดท้ายแล้วก็ล้วนส่งผลต่อสุขภาพจิตตามมาอยู่ดี นอกจากนั้น สำหรับผู้ที่อดนอนชนิดรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดอาการทางจิตตามมา เช่น ประสาทหลอน หูแว่ว มีลักษณะคล้ายคนมีภาวะอารมณ์ 2 ขั้วหรือไบโพล่า เช่น ซึมเศร้าผิดปกติหรือร่าเริงผิดปกติ เป็นต้น เคล็ดลับเพื่อสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีขึ้น รู้อย่างนี้แล้วยอมปล่อยให้ตัวเองอดนอนต่อไปคงไม่ดีต่อทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตเป็นแน่ หากอยากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองใหม่แต่ไม่รู้จะทำยังไงลองวิธีเหล่านี้ดู 1. เข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา เชื่อว่าหลายคนเป็นกัน ช่วงแรก ๆ ของการปรับพฤติกรรมนอนให้ตรงเวลาบอกเลยว่าค่อนข้างทุลักทุเลกว่าจะนอนหลับได้ก็ต้องคิดเรื่องนั้นคิดเรื่องนี้ รู้ตัวอีกทีหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้หรือบางคนอาจไม่ได้หลับเลยเพราะมัวแต่ใช้เวลาไปกับการคิด พอร่างกายเริ่มปรับตัวเมื่อไหร่เราก็จะคุ้นชินกับเวลาการนอนหลับเดิม เช่น เรานอนตอน 02 : 00 น. เราก็จะรู้สึกง่วงตอนตีสอง ดังนั้นจึงอยากให้กำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้เหมาะสม เช่น เข้านอน 22…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1201 days ago
Read More06/06/2023
เทคนิคสำหรับการดูแลสุขภาพจิตเมื่อต้อง WFH
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Work From Home ไม่เวิร์กอย่างที่คิด ช่วงเริ่ม WFH ใหม่ ๆ เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับการได้ทำงานอย่างอิสระ ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะตื่นทำงานไม่ทัน รถจะติดไหม จะมีเวลาพักผ่อนหรือเปล่า? เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน แต่ทำไมล่ะพอนานวันเข้า WFH ที่ว่าเวิร์คกับไม่เวิร์คอย่างที่คิด บางคนจากที่คิดว่าตนเองมีอิสระก็กลายเป็น “โดดเดี่ยว” จากที่คิดว่ามีแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยมก็เริ่มเข้าสู่ “สภาวะหมดไฟในการทำงาน” แน่นอนว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่เป็น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีวิธีการรับมืออย่างไร หรือมีเทคนิคดูแลสุขภาพจิตยังไงไปดูกัน ผลกระทบต่อสุขภาพจิตจากการ WFH แม้การแพร่ระบาดของโควิด – 19 อยู่ภายใต้มาตรการการควบคุม แต่การ Work From Home มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงปฏิเสธว่าปัญหาสุขภาพจิตในการทำงานเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องใส่ใจ ส่วนผลกระทบหลัก ๆ มีดังนี้ 1. ภาวะโดดเดี่ยวทางสังคม (Social Isolation) โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์เป็นสัตว์สังคม การต้องทำงานอยู่กับบ้านภายใต้บรรยากาศแบบเดียวกันทุกวัน ทำกิจวัตรเดิมซ้ำ ๆ ส่งผลให้รู้สึกโดดเดี่ยวเพราะขัดกับพฤติกรรมทางธรรมชาติ ยิ่งถูกตัดขาดจากสังคมมากเท่าไหร่ผลกระทบยิ่งรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ การตัดขาดทางกายไม่สามารถถูกทดแทนด้วยการพบปะผ่านทางออนไลน์ เช่น ปาร์ตี้หรือการประชุม ทำให้ถึงแม้มีการแก้ไขปัญหาด้วยการหมั่นพบปะพูดคุยหรือจัดสรรพื้นที่ให้สามารถพูดคุยปรึกษาหารือกันได้แต่ปัญหาก็ยังคงอยู่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1207 days ago
Read More31/05/2023
4 วิธี ก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีความสุข
ด้วยอายุที่มากขึ้น อาจทำให้คุณเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสุขภาพกายและสุขภาพจิต แต่ในวันนี้เราจะมาเน้นเจาะลึกในเรื่องของสุขภาพจิตเป็นหลัก จากการศึกษาของศูนย์ควบคุมโรค (CDC) เกี่ยวกับสุขภาพจิตในผู้สูงอายุที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป พบว่า 20% ของผู้สูงอายุมีปัญหาสุขภาพจิตบางประเภท ภาวะที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ ความวิตกกังวล ความบกพร่องทางสติปัญญาอย่างรุนแรง และความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือโรคซึมเศร้าสองขั้ว ความผิดปกติทางอารมณ์ สามารถนำไปสู่ความบกพร่องในการทำงานทางร่างกาย จิตใจ และสังคม และอาจส่งผลกระทบและทำให้การรักษาโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่ซับซ้อนขึ้น แม้ว่าอัตราของผู้สูงอายุที่มีภาวะสุขภาพจิตมีแนวโน้มสูงขึ้นตามอายุ แต่ภาวะซึมเศร้าและโรคอื่น ๆ ไม่ใช่เรื่องปกติของการสูงวัย ดังนั้นเราจึงอยากจะเชิญชวนคุณให้มาเตรียมตัวเตรียมใจ ก่อนที่จะข้าวเข้าสู่วัยกลางคนอย่างมีความสุขกัน 1. เล่นเกมลับคมทางสมอง เช่นเดียวกับที่ร่างกายที่ต้องการกิจกรรมทางกาย และการกระตุ้นเพื่อให้มีสุขภาพกายที่ดี สมองก็ต้องการการกระตุ้นเพื่อรักษาความเฉียบคม และหลีกเลี่ยงการเสื่อมถอยของสมองเช่นกัน จากข้อมูลของ Harvard Health Publishing เกมลับสมองสามารถช่วยลับคมทักษะการคิดบางอย่าง เช่น ความเร็วในการประมวลผล ทักษะการวางแผน เวลาตอบสนอง การตัดสินใจ และความจำระยะสั้น โดยกิจกรรมที่เราแนะนำเช่น 1.1 การอ่านและการเขียน ช่วยเพิ่มการทำงานของหน่วยความจำ ลดความเครียด และส่งเสริมการนอนหลับที่ดีขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1213 days ago
Read More26/05/2023
ทำความรู้จักกับ “ปมพระเจ้า” (God Complex) ปมของคนที่คิดว่าตัวเองเป็นเทพ
คุณเคยพบเห็นผู้ที่มีพฤติกรรมที่มีความมั่นใจ ในความคิดของตัวเองมากจนเกินไปหรือไม่ แน่นอนว่าการมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามากเกินไปจนเบียดบังชีวิตของผู้อื่นละจะเป็นยังไง ? วันนี้เราจะชวนคุณมาทำความรู้จักกับ “ปมพระเจ้า” (God Complex) พฤติกรรมของผู้ที่มีปมนี้อยู่ในใจ จะประเมินตนเอง ประเมินความสามารถ และประเมินสิทธิ์ของตนสูงเกินไป โดยนักสังคมสงเคราะห์ทางคลินิก De-Andrea Blaylock-Johnson, LCSW กล่าวว่า “ความรู้สึกมั่นใจตัวเองสูงเกินจริงเป็นตัวบ่งชี้ที่ใหญ่ที่สุด” ของผู้ที่มีปมนี้ เก่งมาก กล้ามาก กว่าใคร คือฉันนี่แหละ! De-Andrea Blaylock-Johnson ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่มีปมพระเจ้า นอกจากจะมีความมั่นใจใจตัวเองแบบสูงปรี๊ดยิ่งกว่าตึกใบหยกแล้ว ยังพบความคิดในลักษณะอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกที่ดีกว่าคนอื่น “พวกเขารู้สึกว่าตัวเองฉลาดที่สุดในห้อง พวกเขารู้ดีที่สุด” เธอกล่าว ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่มีปมนี้มักจะมีความเย่อหยิ่งจนสุดโต่ง โดยเชื่อว่าพวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้ที่พวกเขาต้องการโดยไม่ต้องคำนึงถึงผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย เหตุผลที่ปมนี้ถูกเรียกว่า “God Complex” เพราะผู้ที่มีลักษณะทางจิตวิทยานี้ จะมีความรู้สึกว่าตัวเองดีที่สุด เก่งที่สุด มีคุณค่ามากกว่าคนอื่น เหนือใคร ๆ เปรียบดุจเทพนั่นเอง และพวกเขาไม่ได้คำนึงถึงว่าการกระทำของพวกเขาจะส่งผลกระทบต่อผู้อื่นอย่างไร ปม “God Complex” มีอาการหลงตัวเองด้วยหรือไม่ ? ผู้ที่มีปมพระเจ้ากับผู้ที่มีอาการหลงตัวเอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1218 days ago
Read MorePR Partners
See All25/09/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 21 hours ago
ทรู ดิจิทัล พาร์ค ส่งแคมเปญ “Hello, Connecting to New Possibilities” คว้าแชมป์ Best Property & Real Estate Influencer Campaign บนเวที Thailand Influencer Awards 2026
ทรู ดิจิทัล พาร์ค (True Digital Park) ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศ Best Property & Real Estate Influencer Campaign จากเวที Thailand Influencer Awards 2026 จากแคมเปญ 'Hello, Connecting to New Possibilities' ที่สื่อสารบทบาทการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ และโอกาสจากทั่วโลก ภายใต้แนวคิด24/09/2026
Quantum Club Thailand เตรียมพร้อมเทคโนโลยีควอนตัมของไทย
Quantum Club Thailand เป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับประเทศที่ร่วมกันจัดตั้งโดยภาครัฐ (กระทรวง อว.) ภาคเอกชน (เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์, ทรู คอร์ปอเรชั่น, อไรซ์, QTRic) และพันธมิตรแพลตฟอร์มจากสหรัฐอเมริกา (qBraid) เป้าหมายหลักคือการเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยในด้านเทคโนโลยีควอนตัม ทั้งการสร้างบุคลากร พัฒนางานวิจัย และทดลองใช้งานจริง แทนที่จะรอให้เทคโนโลยีเข้ามาตีตลาดเพียงอย่างเดียว การดำเนินงานหลักแบ่งออกเป็น 3 ส่วน เทคโนโลยีที่โครงการให้ความสำคัญมี 4 ด้าน ทิศทางในอนาคต จากการหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องในวงการ พบว่าประเทศไทยยังมีข้อจำกัดเรื่องการทำงานแบบแยกส่วน (Silo) แนวทางหลังจากนี้จึงเน้นการเชื่อมโยงคน งานวิจัย และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน โดยจะโฟกัสไปที่โครงการที่วัดผลได้และสร้างผลกระทบจริงต่ออุตสาหกรรม (เช่น โลจิสติกส์ สาธารณสุข โทรคมนาคม พลังงาน) เริ่มตั้งแต่การเดินหน้าเปิดหลักสูตรอบรมบุคลากร การทำโครงการนำร่อง ไปจนถึงการขยายเครือข่ายงานวิจัยในระดับประเทศอมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 1 days ago
Read More24/09/2026
“อะมิตี้ แอคเซนทิกซ์” กวาด 3 รางวัลใหญ่จากเวที TICTA 2026 พร้อมลุยศึกเทคโนโลยีระดับเอเชียแปซิฟิกที่งาน APICTA 2026
“อะมิตี้ แอคเซนทิกซ์ (Amity Accentix)” ผู้เชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์ม Voice AI อัจฉริยะ บริษัทในเครือของ “อะมิตี้ (Amity)” ในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จคว้า 3 รางวัลเกียรติยศจากการประกวดผลงานเทคโนโลยีดิจิทัลดีเด่นแห่งปี 2026 หรือ Thailand ICT Awards (TICTA) ครั้งที่ 22 ประจำปี 2026 ซึ่งจัดโดยสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (The Association of Thai ICT Industry: ATCI) จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมดกว่า 395 ผลงานทั่วประเทศ โดยผลงาน “วอยซ์เอไอเอเจนต์สำหรับการติดตามหนี้สินทางโทรศัพท์ (Outbound ‘Debt Collection Voice AI Agent’ Solution)” ของ Amity Accentix สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ในหมวด Business Services และรางวัลชนะเลิศ ในหมวด Cross…ทีมคอนเทนต์ BT | 1 days ago
Read More24/09/2026
เจ้าสัวธนินท์ ชื่นชมเลือดนักสู้ มอบคอนโดฯ หรูให้ ‘เนเน่ รอยัล’ แชมป์ AGT 2026 ราคาราว 30 ล้าน
ครอบครัวเจียรวนนท์ นำโดยคุณธนินท์ เจียรวนนท์ มอบที่อยู่อาศัยมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ให้กับครอบครัวของ 'เนเน่' รัตติกานต์ อำลอย สาวน้อยร็อกสตาร์วัย 16 ปี จากจังหวัดภูเก็ต ผู้สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์รายการ America's Got Talent (AGT) 2026 โดยการมอบครั้งนี้เป็นการให้จากครอบครัวถึงครอบครัวแบบไม่มีภาระผูกพันใด ๆ ซึ่งมอบให้เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 ก่อนที่เนเน่จะเดินทางไปแข่งขันในรอบตัดสินที่สหรัฐอเมริกา งานมอบห้องชุดจัดขึ้น ณ โครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums โดยมีคุณธนินท์ เจียรวนนท์ พร้อมด้วย ดร. ณัฐวัฒน์ และคุณทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ รวมทั้งคุณวรรณี เจียรวนนท์ รอสส์ เป็นตัวแทนส่งมอบให้แก่คุณณรงค์ อำลอย และคุณชวนพิศ พูลเกิด พ่อและแม่ของเนเน่ เพื่อเป็นรากฐานความมั่นคงและเป็นกำลังใจให้ครอบครัว จุดเริ่มต้นของการสนับสนุนในครั้งนี้ เกิดจากความประทับใจในเรื่องราวของครอบครัวที่เชื่อมั่นในศักยภาพของลูกสาวอย่างไม่ย่อท้อ แม้เส้นทางจะเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ครอบครัวยังคงอยู่เคียงข้าง…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 1 days ago
Read More



























