ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| space
31/08/2023
Read More

อินเดียเตรียมปล่อยยานอวกาศ Aditya-L1 สำรวจดวงอาทิตย์ 2 กันยายนนี้

หลังจากประสบความสำเร็จการส่งยานอวกาศจันทรายาน 3 (Chandrayaan-3) ลงจอดขั้วใต้ดวงจันทร์ได้สำเร็จ และเป็นประเทศแรกของโลก ในสุดสัปดาห์นี้อินเดียเตรียมปล่อยยานอวกาศ Aditya-L1 สำรวจดวงอาทิตย์ 2 กันยายนนี้
26/01/2022

ชาเลนเจอร์: 73 วินาทีที่ทะยานไม่ถึงอวกาศ

28 มกราคม 1986 วันที่ชาวอเมริกันทั้งประเทศ รวมไปถึงทั้งโลกต่างไม่มีวันลืม กับวินาทีประวัติศาสตร์ที่ได้รับชมพร้อมกันผ่านทางหน้าจอทีวี วินาทีที่กระสวยอวกาศในภารกิจชาเลนเจอร์ (Challenger) ระเบิดกลางอากาศ หลังจากที่พุ่งทะยานจากฐานปล่อยกระสวยอวกาศ เคเนดี สเปซ เซ็นเตอร์ (Kennedy Space Center) เพียงแค่ 73 วินาที นำมาสู่การสูญเสียลูกเรือทั้ง 7 ราย
15/01/2022

ไวรัลจัด ‘ภาพนักบินอวกาศเหนือโลก’ คือภาพลวง ป่วนจนต้องมา Look up หาคำตอบกัน!

หากใครชื่นชอบและติดตามข่าวสารด้านอวกาศ คงจะพอคุ้นเคยกับภาพดังกล่าวกันมาบ้าง แน่นอนว่า ภาพนักบินอวกาศผู้โดดเดี่ยวกำลังล่องลอยท่ามกลางบรรยากาศอันเวิงว้าง ยิ่งชวนให้เรารู้สึกว่า โลกใบนี้และตัวตนของเรานั้นกระจ้อยร่อยเพียงใด แต่นั่นไม่ใช่กับข้อสังเกตของผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งที่ตั้งข้อสงสัย จนนำมาสู่การพูดถึงถกเถียงมากมายในโลกโซเซียลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
17/10/2021

ทลายทฤษฎีเดิม เมื่อ “Big Bang” อาจไม่ใช่จุดกำเนิดของเอกภพอีกต่อไป!

การศึกษาล่าสุดกลับมีหลายสิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องกลับมาทบทวนกันใหม่ หรือว่านี่อาจจะไม่ใช่จุดเริ่มต้นของเอกภพของที่เราคิด!

ทลายทฤษฎีเดิม เมื่อ “Big Bang” อาจไม่ใช่จุดกำเนิดของเอกภพอีกต่อไป!

17/10/2021
Read More

ทีม Inspiration4 แชร์วิดีโอ ‘โลก’ ที่ถ่ายจากอวกาศด้วย iPhone

04/10/2021
Read More
This comparison view shows puffing dust bubbles and an erupting gas shell — the final acts of a monster star.You can explore the detail of the nebula surrounding the star AG Carinae by using the slider tool on the image above.  This Picture of the Week showcases new views of the dual nature of the star AG Carinae, which was the target of the NASA/ESA Hubble Space Telescope’s 31st anniversary image in April 2020. This new perspective was developed thanks to Hubble’s observations of the star in 2020 and 2014, along with others captured by the telescope’s WFPC2 instrument in 1994. You can compare these two new versions of AG Carinae by using the slider tool on the image above. The first image showcases the details of the ionised hydrogen and ionised nitrogen emissions from the nebula (seen here in red). In the second image, the blue demonstrates the contrasting appearance of the distribution of the dust that shines of reflected stellar light. Astronomers believe that the dust bubbles and filaments formed within and were shaped by powerful stellar wind . This giant star is waging a tug-of-war between gravity and radiation to avoid self-destruction. The star is surrounded by an expanding shell of gas and dust — a nebula — that is shaped by the powerful winds emanating from the star. The nebula is about five light-years wide, equal to the distance from here to our nearest star, Alpha Centauri. AG Carinae is formally classified as a Luminous Blue Variable because it is hot (blue), very luminous, and variable. Such stars are quite rare because there are not many stars that are so massive. Luminous Blue Variable stars continuously lose mass in the final stages of their life, during which a significant amount of stellar material is ejected into the surrounding interstellar space, until enough mass has been lost that the star has reached a stable state.  AG Carinae is surrounded by a spectacular nebula, formed by material ejected by the star during several

เมื่อฮับเบิลจับสังเกต ‘ดวงตาเซารอนแห่งอวกาศ’ ฉลองครบรอบ 31 ปี แห่งการทำงาน

18/09/2021
Read More

‘กิจการอวกาศ’ กับงานหลากมิติและความเป็นไปได้ในไทย

18/07/2021
Read More
28/09/2020

เยาวชนไทยแปลงเพลงบอดี้สแลมให้เป็น DNA ส่งไปในอวกาศ!

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการส่งแผ่นจานทองคำไปกับยานสำรวจอวกาศ 2 ลำ วอยเอเจอร์ 1 และ 2 ที่บันทึกคำทักทายภาษาไทยสู่ห้วงอวกาศเมื่อ 40 กว่าปีก่อนกันมาบ้าง ปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก บวกกับไอเดียสร้างสรรค์แหวกแนวของเยาวชนไทย การนำเสียงขึ้นไปยังอวกาศจึงจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ทว่าแทนที่จะไปเพียงแค่ประโยคสั้น ๆ คราวนี้กลับไปเป็นเพลงเลยทีเดียว “ความฝันกับจักรวาล” ของศิลปินชื่อดัง Bodyslam คือชื่อของบทเพลงนั้น และนับเป็นเพลงไทยเพลงแรกที่จะได้ขึ้นไปสู่อวกาศ ด้วยเนื้อหาที่กล่าวถึงชีวิตในเชิงปรัชญา การตั้งคำถามถึงผู้สร้างชีวิต ทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งหมายใฝ่รู้และใฝ่ฝัน อันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ จึงได้รับเลือกจากกลุ่มนักวิจัยเยาวชนไทย นำไปแปลงเป็นข้อมูลเชิงดีเอนเอ (DNA Storage) และจะนำส่งขึ้นไปในอวกาศเพื่อทดสอบต่อไป ภารกิจอวกาศนี้ เกิดจากแรงผลักดันที่ต้องการทำงานวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูง (Frontier Science) แบบหลอมรวมข้ามศาสตร์ (Anti-disciplinary) และเกิดจากความร่วมของสเปซทีเอช Freak Lab และ บริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด และ MIT Media Lab ทั้งยังได้รับคำปรึกษาจากมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง MIT และ Harvard แสดงให้เห็นว่าการสำรวจอวกาศสามารถนำวิทยาศาสตร์กับศิลปะมาหล่อรวมกันได้…
Credit: NASA/ Ernest Wright
26/09/2020

สาวกดวงจันทร์ห้ามพลาด! นาซาแจกแผนที่สำรวจดวงจันทร์แบบละเอียด เจาะตำแหน่งยานต่างๆ

แผนที่ดวงจันทร์นั้น นาซาได้จัดทำมาในรูปแบบไฟล์ PDF ซึ่งจะมีภาพดวงจันทร์ที่มีรายละเอียดคมชัดสูง เบื้องต้นจะมีการแนะนำพื้นที่กว้าง ๆ โดยภาพรวม ด้วยรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม และวงกลม
Credits: NASA/CXC/SAO, NASA/STScI, NASA/JPL-Caltech/SSC, ESO/NAOJ/NRAO, NRAO/AUI/NSF, NASA/CXC/SAO/PSU, and NASA/ESA
26/09/2020

รวมภาพจักรวาลหวานละมุน ผลงานจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา

หลังจากที่ได้รับชมภาพอันน่าทึ่งจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์พร้อมผลงานอันโดดเด่นกันมาแล้ว นาซาก็ไม่ปล่อยให้คนชื่นชอบภาพดาราศาสตร์ต้องเหงาสายตา รวบรวมคอลเล็กชันภาพอวกาศสีละมุนจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรามาให้ชมกันอีกเซต แต่เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างของภาพที่มาจาก 2 กล้อง ฯ นี้ เราจึงขออธิบายเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศกันสักเล็กน้อย กล้องโทรทรรศน์อวกาศ ‘ดวงตาพิเศษ’ เพื่อล้วงความลับจักรวาล เพื่อสอดส่องค้นลึกเข้าไปในห้วงอวกาศ หน่วยงานด้านดาราศาสตร์ทั่วโลกจึงสร้างกล้องโทรทรรศน์ต่าง ๆ มาช่วยเป็น "ดวงตา" แทนดวงตาของมนุษย์ ปกติแล้ว มนุษย์จะมองเห็นได้แค่ช่วงคลื่นแสงที่ตาเห็นเท่านั้น ดวงตาหรือกล้องโทรทรรศน์ที่ว่านั้นมีระดับการมองเห็นที่เกินกว่านั้น มันสามารถตรวจจับแสงทุกประเภท ขึ้นอยู่กับการออกแบบการใช้งานของกล้อง เราสามารถตรวจจับได้ตั้งแต่คลื่นวิทยุไปจนถึงรังสีแกมมา การใช้ข้อมูลจาก ‘ช่วงคลื่นที่หลากหลาย (Multiwavelength)’ นี้ช่วยให้เราเข้าใจวัตถุในอวกาศ ตลอดจนวิวัฒนาการของเอกภพยิ่งขึ้น ช่วงคลื่นที่หลากหลายเกิดจาก ‘รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic radiation)’ พลังงานที่รังสีแผ่ออกมาจากคลื่นขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดของคลื่นหรือความยาวคลื่น โดยทั่วไป ยิ่งความยาวคลื่นสั้นพลังงานของรังสีก็จะยิ่งสูง รังสีแกมมามีความยาวคลื่นน้อยกว่า 10 ล้านล้านส่วนเมตร (ขนาดประมาณนิวเคลียสของอะตอม) รังสีแกมมาจึงมีพลังงานสูงมาก ในทางกลับกัน รังสีอื่นมีความยาวคลื่นมากกว่านั้น ก็จะยิ่งมีพลังงานต่ำลง อย่างแสงที่มองเห็นได้ด้วยตามนุษย์นั้น มีความยาวคลื่นประมาณขนาดของเล็กกว่าเซลล์แบคทีเรียหน่อย (ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึง) ในขณะที่คลื่นวิทยุอาจมีความยาวคลื่นได้ถึงมากกว่า 100 เมตรเสียอีก ดังนั้น ขอบเขตที่เรามองเห็นได้นั้นจึงเรียกได้ว่าน้อยยิ่งกว่าน้อย หากเราสามารถตรวจจับคลื่นเหล่านี้ได้หลายช่วงก็จะทำให้เรายิ่ง…
25/09/2020

นักวิทย์พบวิธีส่อง ‘สสารมืด’ ได้ผลลัพธ์เกินคาด นำมาสู่ปริศนาใหม่!

‘กระจุกกาแล็กซี (Galaxy clusters)’ เป็นโครงสร้างที่มีแรงโน้มถ่วงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล ทั้งยังมีมวลมหาศาลสุด ๆ ด้วย เพราะนอกจากจะประกอบด้วยดวงดาวและก๊าซของหลายร้อยกาแล็กซีที่มองเห็นด้วยตาเปล่าแล้ว ยังมีสิ่งที่มองไม่เห็นอย่าง ‘สสารมืด (Dark matter)’ ทั้งภายในและรอบ ๆ กระจุกกาแล็กซีอีกต่างหาก 11 กันยายน 2563 - มาสสิโม เมเนกเฮตติ (Massimo Meneghetti) จากสถาบันฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งชาติอิตาลีและคาลเทค (National Institute of Astrophysics, Italy, and Caltech) และคณะได้นำเสนอ ‘วิธีใหม่’ ที่ช่วยให้สังเกตเห็นสสารมืดได้ ในงานวิจัยที่เผยแพร่ใน Science และด้วยวิธีการนี้ ทำให้เกิดผลลัพธ์ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้ตั้งสมมุติฐานคาดหวังไว้อย่างสิ้นเชิง สสารมืดและวิธีค้นหา เพื่อให้เข้าใจความน่าตื่นเต้นของการค้นพบนี้ เราต้องมาทำความรู้จักกับสสารมืดก่อน หลายคนได้ยินคำว่า ‘มืด’ ก็มักเชื่อมโยงกับความมืดดำ แต่แท้จริงแล้ว ‘ความมืด’ นี้ไม่ใช่สี แต่เป็นภาวะที่ทำให้เรามองเห็นได้ลดลงหรือไม่เห็นเลย ดังนั้น ‘สสารมืด’ จึงหมายถึงวัตถุหรือสสารในจักรวาลที่เรามองไม่เห็นแต่รู้ว่ามีอยู่นั่นเอง ฟังแบบนี้อาจจะงงไปอีกว่าไม่เห็นแต่รู้ว่ามีอยู่ได้อย่างไร นอกจากมองไม่เห็น สสารมืดยังไม่แผ่พลังงานเพียงพอที่จะตรวจจับได้โดยตรงด้วย…
Cr.Reimund Bertrams
23/09/2020

รัสเซียเรียกดาวศุกร์เป็น ‘ดาวเคราะห์รัสเซีย’ จริงหรือไม่? มาไขข้อข้องใจกันเถอะ!

หลังประกาศการพบ "สัญญาณของสิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์" เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 มีข่าวหลายแหล่ง รายงานว่า รัสเซียได้เรียกดาวศุกร์ว่าเป็น 'ดาวเคราะห์ของรัสเซีย' ด้วยความสงสัยว่ารัสเซียจะกล้าประกาศกร้าวแบบนั้นจริงหรือไม่ เราจึงลองค้นดูข่าวต้นทางจนพบประโยคเจ้าปัญหาฉบับเต็ม
22/09/2020

พบดาวแคระขาวห่างดาวบริวารระดับ ‘โอบกอด’ ซึ่งอาจทำนายการอยู่รอดของโลกในอนาคต

โดยปกติแล้ว ภาพจำของเราที่มีต่อดาวฤกษ์มักมีดาวเคราะห์หรือดาวบริวารขนาดเล็กหมุนวนอยู่รอบมันห่าง ๆ (อย่างห่วง ๆ ) แต่ไม่ใช่กับการค้นพบครั้งใหม่นี้ เมื่อทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติใช้ดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบเทสส์ (Transiting Exoplanet Survey Satellite: TESS) ของนาซา และกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) ที่เกษียณแล้ว พบดาวเคราะห์ดวงแรกโคจรรอบดาวแคระขาวอย่างใกล้ชิด โดยดาวฤกษ์ที่ทำหน้าที่เหมือนดวงอาทิตย์นี้ มีขนาดใหญ่กว่าโลกเพียง 40% เท่านั้น ดาวแคระขาว ดาวบริวาร และการตรวจพบ เพื่อให้เข้าใจความว้าวของการค้นพบนี้ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักดาวที่เกี่ยวข้องกันก่อน เริ่มจาก ดาวแคระขาว (White dwarf) หรือบางคนอาจเรียกมันว่า ดาวแคระเสื่อม (Degenerate dwarf) และเหตุที่เรียกเช่นนั้นก็เป็นเพราะมันคือ ดาวฤกษ์มวลไม่มากที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของวิวัฒนาการ ดาวฤกษ์มวลไม่มากนั้นมีปริมาณถึง 97% ของดาวฤกษ์ที่พบในกาแล็กซีทางช้างเผือก (ดวงอาทิตย์ของเราเองก็เข้าข่ายเช่นกัน) นั่นหมายความว่า มีดาวแคระขาวในจักรวาลมากมายตามไปด้วย และซึ่งที่น่าตื่นเต้นนั่นคือการพบว่ามันยังมีดาวบริวารดวงใหญ่โคจรอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างเลย 'WD 1856 b' คือชื่อของดาวบริวารที่ว่า มันมีขนาดประมาณดาวพฤหัสบดี ใหญ่กว่าดาวแคระขาว 'WD…
14/09/2020

ตะลึง! งานวิจัยพบ ‘สัญญาณของสิ่งมีชีวิต’ ในชั้นบรรยากาศดาวศุกร์

วันนี้ (14 กันยายน 2563) - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ได้ลงข่าวการค้นพบที่น่าตื่นเต้น นั่นคือการค้นพบ 'สัญญาณของสิ่งมีชีวิต' ที่อาจอยู่รอดในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์! ทีมนักดาราศาสตร์นำโดยเจน กรีฟส์ (Jane Greaves) จากมหาวิทยาลัยคาร์ดริฟฟ์ (Cardiff University) สหราชอาณาจักร เผยถึงการค้นพบโมเลกุลของฟอสฟีน ซึ่งอาจจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่ขนาดและระยะห่างจากดวงอาทิตย์ใกล้เคียงกับโลกมากที่สุด จึงมักถูกเปรียบว่าเป็นฝาแฝดกับโลก แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ดาวศุกร์มีสภาวะเรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับ ส่งผลให้ดาวมีอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยสูงถึง 464 องศาเซลเซียส และมีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นเต็มไปด้วยแก๊สของกรดกำมะถัน จึงทำให้เดิมนักวิทยาศาสตร์คาดว่า ดาวศุกร์ไม่น่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม ในชั้นบรรยากาศที่ความสูงราว 50 กม. เหนือพื้นผิวกลับมีอุณหภูมิเพียง 30 องศาเซลเซียส คาดว่า ชั้นเมฆในบรรยากาศของดาวศุกร์อาจมีองค์ประกอบทางเคมีเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาที่นำไปสู่การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตได้ และหากมันมีสิ่งมีชีวิตอยู่จริง ก็อาจจะอาศัยรังสียูวีจากดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน สอดรับกับการดูดกลืนรังสียูวีปริศนาบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์พอดี เพื่อค้นหาคำตอบ นักดาราศาสตร์จึงอาศัยการศึกษาสเปกตรัมที่ชั้นบรรยากาศนั้นปลดปล่อยออกมา เพื่อดูว่าโมเลกุลในชั้นบรรยากาศมีลักษณะดูดกลืนหรือเปล่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างไร สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของโมเลกุลชนิดใด หลังจากศึกษาชั้นบรรยากาศด้วยวิธีดังกล่าว ทีมผู้ศึกษาได้ค้นพบสเปกตรัมที่เกิดขึ้นจากโมเลกุลของ 'ฟอสฟีน(Phosphine)'…
11/09/2020

รวมของสุดแปลกที่มนุษย์นำไป ‘ทิ้ง’ ไว้บนดวงจันทร์

จากข่าวสนิมบนดวงจันทร์ ทำให้เรานึกได้ว่า นอกจากแร่สีแดงที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นบนนั้นแล้ว ยังมีของอีกหลายอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่บนดวงจันทร์ด้วย แต่คราวนี้มันไม่ได้เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติ แต่เป็นเพราะน้ำมือมนุษย์ต่างหาก ในทุกการเดินทาง เราต่าง ‘ทิ้ง’ อะไรบางอย่างเอาไว้เบื้องหลัง คำกล่าวนี้ไม่ผิดนัก และสำหรับการเดินทางไปยังดวงจันทร์ ดูเหมือนจะมีของที่ทิ้งเอาไว้มากมายเสียยิ่งกว่าภาพจำของมวลมนุษย์ชาติ บางอย่างก็เป็นที่เข้าใจได้ บางอย่างก็เหนือคาดเหลือเชื่อ จะมีอะไรบ้างนั้นตามไปดูกัน เหล่าของที่ทิ้งไว้เพื่อภารกิจ  นาซาได้จัดทำบันทึกรวบรวมรายการวัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้น และได้ทิ้งไว้บนดวงจันทร์ พบว่ามันมีจำนวนถึง 796 รายการ (บันทึกนี้อัปเดตข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2012 ซึ่งแน่นอนว่า ปัจจุบันนี้น่าจะมีของที่ทิ้งไว้เพิ่มขึ้นอีก) โดย 765 รายการมาจากภารกิจของสหรัฐอเมริกา แถมยังกระจัดกระจายไปทั่ว ขัดกับภูมิทัศน์อันโดดเดี่ยวของดวงจันทร์เสียจริง แล้วเหตุใดจึงต้องทิ้งของไว้ให้บนดวงจันทร์ด้วยกันเล่า แน่นอนว่าในแต่ละภารกิจสำรวจ บางครั้งการทิ้งไว้ก็เป็นเรื่องจำเป็นเนื่องจากอุปกรณ์บางอย่างอาจจะเกิดความเสียหายขณะร่อนลงจอด หรือปฏิบัติภารกิจไปแล้ว เกิดมีเหตุให้อุปกรณ์ขัดข้อง จึงจำต้องทิ้งไว้ ในขณะที่ของบางอย่าง ก็เป็นสิ่งที่วางแผนไว้อยู่แล้วว่าต้องไปทิ้งไว้บนนั้น  ทิ้งไปทั้งยาน พลีชีพเพื่อการเดินทางของมนุษยชาติ ในช่วงทศวรรษที่ 1960 เพื่อให้ได้ภาพของดวงจันทร์ ที่ช่วยกำหนดขอบเขตพื้นที่ลงจอดที่เป็นไปได้ ยานอวกาศแรนเจอร์ (Ranger spacecraft) หลายลำที่ปฏิบัติภารกิจที่ไม่ค่อยมีใครรู้นี้ มีหลายลำที่ไม่สามารถทำภารกิจลุล่วง ยานแรนเจอร์ลำที่ 4 6 7 8…
The Rosette Nebula Image Credit & Copyright: Evangelos Souglakos
10/09/2020

‘เปย์ดาวให้เธอ’ ไขข้อข้องใจซื้อแล้วได้อะไร ซื้อได้จริงหรือไม่!?

อันที่จริงหากกล่าวว่าการซื้อดวงดาวมอบให้ศิลปินในดวงใจเป็นกระแสใหม่ถอดด้ามก็ไม่ถูกต้องนัก แรกเริ่มเดิมที ความทุ่มเทนี้เริ่มในฝั่งบรรดาคนรักศิลปินเกาหลีมากกว่า ทว่าด้วยไอดอลมากหน้าหลายตาที่บุกยึดครองใจแฟนคลับวงกว้างมากขึ้นทุกที ก็ยิ่งเพิ่มกระแสซื้อดวงดาวเพื่อสื่อรักมากขึ้น และแน่นอนว่ามันก็ทำให้เรารู้สึกว้าวทุกครั้งที่ได้ยิน แต่ภายในความว้าวย่อมเกิดข้อสงสัย ไฉนดวงดาวอันห่างไกล จึงสามารถ ‘ซื้อ’ และมอบให้กันได้ แล้วราคาที่จ่ายไป เราได้สิทธิ์อะไรในดวงดาวกันแน่ แด่ 'เธอ' ดาราที่คู่ควร ในบรรดาของขวัญที่แฟนคลับหรือผู้ชื่นชอบศิลปินทั้งหลายตั้งใจมอบให้ “ดวงดาว” อาจจะฟังดูน่าว้าวและเวอร์วังสุด ๆ เพราะมันทั้งดูกิ๊บเก๋ ห่างไกลเกินเอื้อม ให้ความรู้สึกไม่ต่างกับ “ดารา” ตัวจริงที่มีชีวิตไม่ผิด ดังนั้นเมื่อมีการขายดาวและชื่อของมันขึ้นมา แน่นอนว่า ฟังดูน่าลงทุนน่าซื้อให้เป็นของแทนใจสุด ๆ ไปเลย  ในขณะเดียวกันการที่จู่ ๆ มีแฟนคลับซื้อดาวให้ก็อาจจะบ่งชี้ถึงดีกรีความดัง หรือความนิยมของดาราคนนั้น ๆ เราเลยขอไปส่องสักหน่อยว่า ใครบ้างที่มีแฟนคลับพร้อมเปย์ให้ขนาดนี้  จะเห็นว่า อารมณ์น่าทึ่งน่าว้าวของมันมีพลังมากมายเพียงใด ใครได้ยินได้เห็นก็รู้สึกว่า แฟนคลับทุ่มกันได้ขนาดนี้เลยหรอ แต่อันที่จริงแล้วความทุ่มเทเปย์ที่ว่านี้ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอกนะ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการซื้อดาวนี้ มันคืออะไรกัน สำหรับการ 'ซื้อดวงดาว' ที่ว่านี้ ไม่ใช่การซื้อขายในลักษณะของการครอบครอง ‘พื้นที่’ อย่างที่เราเข้าใจกันในแว่บแรกที่ฟัง แต่มันคือการซื้อ ‘สิทธิ์ในการตั้งชื่อ’ ของเว็บผู้ขายมาเป็นของผู้ซื้อ เพื่อมอบให้เป็นของขวัญแด่คนรัก คนที่เราอยากจะมอบให้…
03/09/2020

รวมภาพเด็ดจาก Spitzer กล้องอวกาศปลดประจำการล่าสุด กับเรื่องน่าทึ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

หลังจากปฏิบัติภารกิจเกือบ 17 ปี ก็ได้เวลาที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) ปลดประจำการไปเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา แต่ล่าสุดนาซาก็ยังนำบรรดาภาพน่าทึ่งที่ได้จากกล้องตัวนี้มาวิเคราะห์และพบสิ่งที่น่าสนใจได้อีกเรื่อง และนั่นก็ช่วยกระตุ้นเตือนให้เรานึกขึ้นมาได้ว่า มันได้ช่วยเปิดโลกอินฟราเรดให้นักวิทยาศาสตร์ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ และค้นพบสิ่งใหม่ ๆ อีกมากมายในจักรวาล ตลอดช่วงการทำงานที่ผ่านมา และเพื่อตอกย้ำถึงความน่าว้าวและการปฏิบัติหน้าที่อันดีเยี่ยมของกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ เราจึงรวบรวมภาพเด็ดที่นอกจากจะสวยงามแล้วยังเป็นภาพที่ช่วยไขคำตอบ ทำให้นักดาราศาสตร์ได้ข้อมูลความรู้ใหม่จากอวกาศด้วย   หลังจาก Spitzer เดินทางขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2003 (เพิ่งครบรอบ 17 ปี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง) สปิตเซอร์ก็ได้ปฏิบัติภารกิจบันทึกภาพมากมายเคียงบ่าเคียงไหล่กับ 3 กล้องโทรทรรศน์อวกาศอันยิ่งใหญ่ของนาซา อันได้แก่ กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) กล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา (Chandra X-ray Observatory) และกล้องโทรทรรศน์อวกาศคอมป์ตัน (Compton Gamma Ray Observatory) แต่ละกล้องมีหน้าที่เก็บข้อมูลในช่วงคลื่นที่แตกต่างกันไป และด้วยการทำงานร่วมกันนี้ ก็ช่วยให้เราได้ภาพจักรวาลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่ออำลากล้องดังกล่าว ในวันที่กล้องโทรทรรศน์เข้าสู่เซฟโหมด และหยุดปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด โทมัส เซอร์บูเชน…
01/09/2020

‘ดวงตาแห่งหายนะ’ ภาพเฮอริเคนน่าตื่นตาจากอวกาศช่วยติดตามภัยพิบัติ

จากฝนที่ตกกระหน่ำตั้งแต่กลางดึกจนถึงช่วงเช้าส่งผลให้ฟ้าเหนือกทม. วันนี้ (1 ก.ย.) ในช่วงเวลาดังกล่าวปิดสนิทมองไม่เห็นอะไร ทว่า หากมองจากอวกาศด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว ฟ้าที่เห็นว่าปิดนั้นอาจดูแตกต่างไป อย่างเมื่อ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา พายุเฮอริเคนลอร่า (Hurricane Laura) ถล่มตามแนวชายฝั่งหลุยเซียน่าและเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ด้วยกำลังลม 150 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 241 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนัก ในภาคพื้นดินเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินได้ระดมกำลังเพื่อรับมือกับพายุรุนแรง และเหนือขึ้นไปในอวกาศ ฝูงดาวเทียมสังเกตการณ์โลกของนาซาและหน่วยงานด้านอวกาศทั่วโลกก็กำลังปฏิบัติหน้าที่รวบรวมข้อมูลอย่างแข็งขันเช่นกัน “เราใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของนาซา เพื่อจัดการกับภัยพิบัติ” ลอรี ชูลทซ์ (Lori Schultz) นักวิทยาศาสตร์ด้านการสำรวจระยะไกลจากมหาวิทยาลัยอะลาแบมา (University of Alabama) ผู้ที่ใช้ข้อมูลจากนาซารับมือกับพายุในโครงการรับมือกับภัยพิบัติด้วยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ของนาซา (NASA Earth Applied Sciences Disasters Program) เพื่อจัดหาข้อมูลล่าสุด เพื่อช่วยชุมชนเตรียมรับมือกับภัยพิบัติและการกู้ภัย ชูลทซ์และทีมรับมือภัยพิบัติของนาซา ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมโดยดาวเทียมที่ติดตามพายุเฮอริเคนลอร่าทั้งก่อน ระหว่าง และหลังจากที่มันทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม ดาวเทียมที่ใช้ข้อมูลรวบรวมได้แก่ ดาวเทียมสำรวจทางธรณีวิทยาแลนด์แซต NASA-U.S (NASA-U.S. Geological Survey…
31/08/2020

SpaceX หลบไป! ถึงตา Boeing เตรียมพร้อมเพื่อส่งมนุษย์ขึ้นอวกาศมั่งแล้ว

หลังจาก SpaceX ขนส่งมนุษย์อวกาศไป-กลับสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station; ISS) สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ก็ถึงคราวความร่วมมือระหว่างนาซาและ Boeing กันบ้าง 28 ส.ค.63- นาซาเปิดเผยว่า ในช่วง 2- 3 เดือนที่ผ่านมา ทีม Starliner ของ Boeing กำลังเตรียมพร้อมเพื่อทดสอบเที่ยวบินของยาน CST-100 Starliner โดยปราศจากนักบินอวกาศเป็นครั้งที่สอง (Orbital Flight Test-2; OFT-2) ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2563 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับขนส่งนักบินอวกาศไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ในโครงการนำส่งนักบินอวกาศโดยภาคเอกชน (Commercial Crew Program) ของนาซาในปีหน้า และยังประกาศภารกิจและรายชื่อนักบินอวกาศที่จะเดินทางไปกับภารกิจทดสอบเที่ยวบินและภารกิจ Starliner-1 ด้วย ขณะนี้ทีมงานของ Boeing กำลังอยู่ในขั้นสุดท้ายของการเตรียมการทดสอบการบิน OFT-2 ซึ่งจะใช้จะยานโมดูล Starliner แบบใหม่ที่ใช้ซ้ำได้ เพื่อให้ทีมปฏิบัติการมีประสบการณ์เพิ่มเติม ก่อนทำภารกิจบินร่วมกับนักบินอวกาศในอนาคต และในภารกิจขนส่งมนุษย์อวกาศนี้จะใช้จรวด Atlas V เป็นตัวขับเคลื่อนพายังไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ทีมงาน…
26/08/2020

ล้วงลึก ‘โอมูอามูอา’ ดาวเคราะห์น้อยหรือยานต่างดาวกันแน่!

นับตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์น้อย ‘โอมูอามูอา’ เมื่อปี 2017 ก็เกิดความสงสัยมาโดยตลอดว่า ดาวเคราะห์น้อยรูปทรงซิการ์นี้เป็นเพียงหินธรรมดาหรือสิ่งประดิษฐ์ของเอเลี่ยนกันแน่ นั่นเป็นเพราะอะไร? ทำไมดาวเคราะห์น้อยนี้ถึงเป็นเป้าปริศนาให้นักวิทยาศาสตร์ถกเถียงกันอยู่ตลอด? ด้วยเหตุนี้ เราจึงค้นข้อมูลความเป็นมาเป็นไปตั้งแต่เริ่มพบดาวเคราะห์น้อยน่าสงสัยนี้มาลำดับให้เข้าใจกันมากขึ้น แรกพบ ‘โอมูอามูอา’  ก่อนจะเข้าสู่ประเด็นปริศนา เรามาทำความรู้จักเจ้าดาวเคราะห์น้อยนี้กันสักหน่อย  กล้องโทรทรรศน์แพนสตาร์วัน (Pan-STARRS1 telescope) ของมหาวิทยาลัยฮาวาย (University of Hawaii’s Pan-STARRS1 telescope) หนึ่งในเครือข่ายกล้องในโครงการติดตามวัตถุใกล้โลกของนาซา (NASA’s Near-Earth Object Observations (NEOO) Program) ตรวจพบดาวเคราะห์น้อย ‘โอมูอามูอา (Oumuamua)’ หรือชื่อเต็ม 1I/2017 U1 ‘Oumuamua เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2017  จากการสังเกตการณ์พบว่า ‘โอมูอามูอา’ มีรูปร่างรียาวคล้ายซิการ์มีสีออกไปทางแดง เป็นวัตถุโลหะหรือหินมีความยาวประมาณ 400 เมตร กว้างประมาณ 40 เมตร นับเป็นวัตถุชิ้นแรกที่ได้รับการยืนยันว่า เดินทางจากห้วงอวกาศลึก (Deep space) มาถึงยังระบบสุริยะของเรา…
13/08/2020

รวมภาพสุดล้ำจากดาวอังคาร ฉลองครบ 15 ปี ยาน Mar Reconnaissance ออกจากโลก!

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นวันแม่ในไทยแล้ว ยังเป็นวันที่ยานสำรวจดาวอังคาร 'มาร์ส รีคอนเนเซนต์' (Mars Reconnaissance Orbiter: MRO) ยานโคจรสำรวจที่เก่าแก่ที่สุดลำหนึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ครบรอบ 15 ปีพอดี นาซาจึงได้ปล่อยภาพน่าทึ่งมากมายที่ได้จากยานมาให้เราได้ยลกัน ยาน Mars Reconnaissance เป็นยานอวกาศรุ่นเก๋า ที่ให้ข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศที่เบาบางของดาวอังคาร ศึกษาลึกลงไปในใต้ดินด้วยเรดาร์ รวมทั้งตรวจจับแร่ธาตุบนพื้นผิวดาว แต่ที่เหนือกว่านั้นคือภาพที่สวยงามน่าทึ่ง ที่เกิดจากกล้อง 3 ตัวบนยาน กล้องตัวแรกคือ Mars Colour Imager (MARCI) มันมีเลนส์ฟิชอายที่ให้มุมมองโดยรวมของดาวเคราะห์ส่งกลับมายังโลกทุกวัน กล้องตัวต่อมาคือ Context Camera (CTX) ด้วยมุมมองภาพที่กว้างถึง 30 กิโลเมตร (19 ไมล์) ทำให้มันช่วยให้ภาพภูมิประเทศขาวดำแก่เรา ในขณะที่กล้องตัวที่สาม High-Resolution Imaging Science Experiment (HiRISE) ให้มุมมองที่โดดเด่นคมชัดที่สุด ด้วยคุณสมบัติที่สามารถซูมไปยังพื้นผิวด้วยความละเอียดสูงสุด ทำให้ HiRISE จับภาพธรรมชาติที่มีรายละเอียดและสีสันที่น่าทึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นดินถล่ม ฝุ่นมหาศาลที่กลืนกินพื้นผิว…
09/08/2020

ฟ้าแลบบนดาวพฤหัสฯ ภาพล่าสุดจากนาซา ช่วยไขปริศนา ‘แอมโมเนียที่หายไป’

ภาพใหม่ที่งดงามชวนตื่นใจนี้เป็นผลลัพธ์จากนำข้อมูลจากภารกิจจูโนของนาซา มาประมวลและสร้างให้เกิดเป็นภาพขึ้น ช่วยชี้ให้เห็นว่า 'ดาวพฤหัสบดี' ดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะของเรา เป็นแหล่งรวมของสิ่งที่เรียกว่า ‘ฟ้าผ่าแบบตื้น (Shallow lightning)’ ซึ่งเป็นรูปแบบการปล่อยกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากเมฆที่มีสารละลายแอมโมเนียในน้ำ แตกต่างจากฟ้าผ่าบนโลกเกิดจากเมฆน้ำ มวลเมฆ สายฟ้า และแอมโมเนียที่หายไป นับตั้งแต่ภารกิจยานวอยเอเจอร์ของนาซาได้พบกับฟ้าแลบโจเวียน (Jovian lightning flashes) (คำว่าโจเวียน มีที่มาจากชื่อของเทพจูปิเตอร์ในเทพปกรณัมโรมัน) ครั้งแรกในปีพ.ศ. 2522 ก็เป็นที่คาดกันว่า ฟ้าผ่านี้คล้ายกับที่เกิดขึ้นโลกเกิดในยามฝนฟ้าคะนอง ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำในทุกรูปแบบ ทั้งน้ำแข็ง ของเหลว และก๊าซ  บนดาวพฤหัสบดี พายุจะเกิดขึ้นที่ระดับประมาณ 45 - 65 กิโลเมตร (28 - 40 ไมล์) ใต้กลุ่มเมฆที่สามารถมองเห็นได้ โดยมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 0 องศาเซลเซียส (32 องศาฟาเรนไฮต์ อันเป็นอุณหภูมิที่น้ำแข็งตัว) ยานวอยเอเจอร์และภารกิจอื่น ๆ ที่เดินทางไปยังดาวเคราห์ะนี้ ล้วนเห็นฟ้าแลบเป็นจุดสว่างเรืองบนยอดเมฆ บ่งบอกว่าแสงวาบเกิดขึ้นลึกลงไปในเมฆน้ำ  ทว่า สายฟ้าแลบที่ยานจูโนสังเกตการณ์ได้ที่ด้านมืดของดาวกลับให้ข้อมูลที่ต่างออกไป มันช่วยชี้ให้เห็นว่า ในพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง ก๊าซขนาดใหญ่เหล่านี้อาจก่อตัวเป็นก้อนลูกเห็บชื้นแฉะอุดมด้วยแอมโมเนีย…
Credit: NASA
03/08/2020

เปิดศักราชใหม่! เที่ยวบินเอกชนแรกของโลกนำสองนักบินอวกาศกลับสู่มาตุภูมิเรียบร้อยแล้ว

วันนี้ (3 ส.ค.63) เป็นอีกวันที่ประวัติศาสตร์อวกาศต้องจารึก เมื่อสองนักบินอวกาศนาซากลับคืนสู่โลกด้วยยานอวกาศของเอกชนเป็นครั้งแรกได้อย่างปลอดภัย สิ้นสุดการทดสอบเที่ยวบินแห่งยุค พร้อมเดินหน้าโครงการนำส่งนักบินอวกาศโดยภาคเอกชน (Commercial Crew Program) ต่อไป Crew Dragon หรือ Dragon Endeavour ของ SpaceX นำสองนักบินอวกาศของนาซา โรเบิร์ต เบนเคน (Robert Behnken) และ ดักลาส เฮอร์ลีย์ (Douglas Hurley) พุ่งลงจอดในอ่าวเม็กซิโก นอกชายฝั่งเพนซาโคลา รัฐฟลอริดา เมื่อเวลา 14:48 น. ตามเวลาท้องถิ่น (EDT) ของวันที่ 2 สิงหาคม หรือเวลา 01:48 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม 2563 ตามเวลาในประเทศไทย และ SpaceX ได้กู้ยานและนำสองนักบินอวกาศออกมาจากยานได้สำเร็จ “ยินดีต้อนรับกลับบ้านบ๊อบและดั๊ก! ขอแสดงความยินดีกับทีมงาน NASA และ SpaceX สำหรับการทำงานที่เหลือเชื่อเพื่อให้เที่ยวบินทดสอบนี้เป็นไปได้”…

PR Partners

See All
Read More

Vgadz เปิดตัว “RingConn Gen 2 Air” แหวนอัจฉริยะเบาที่สุด พร้อมส่วนลดพิเศษ

วีแกดซ์ (Vgadz) เปิดตัว “RingConn Gen 2 Air” แหวนอัจฉริยะรุ่นล่าสุดที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการ ภายใต้คอนเซปต์ “Smart Ring for Everyone” โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เน้นความบางเบาและการใช้งานที่คุ้มค่าในระยะยาว เบาที่สุดและใส่สบาย 24 ชั่วโมง RingConn Gen 2 Air ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความอึดอัดจากการสวมใส่ Smart Watch โดยเฉพาะรุ่นนี้มีความบางเพียง 2 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาสุดขีดเพียง 2.5 กรัม
03/04/2026

ทรู-โลตัส พลิกลานหน้าศูนย์การค้าสู่ “True Alpha Urban Ground” แลนด์มาร์กกีฬาอัจฉริยะเพื่อความเท่าเทียม

ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลัง โลตัส เปิดตัว “True Alpha Urban Ground” ณ โลตัส บางนา สนามบาสเกตบอลต้นแบบที่เปลี่ยนพื้นที่หน้าศูนย์การค้าให้เป็น “พื้นที่สีขาว” ใจกลางเมือง มุ่งสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในการเข้าถึงการออกกำลังกาย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่ห่างไกลยาเสพติด โปรเจกต์นี้เป็นการผสาน กีฬา ไลฟ์สไตล์ และเทคโนโลยี เข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยนำนวัตกรรมอัจฉริยะมาอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร อาทิ : คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ผู้บริหารจากทรู ระบุว่า ทรูเชื่อมั่นในพลังของกีฬาที่เป็นรากฐานของการเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจ การนำเทคโนโลยี AI และเครือข่ายมาใช้ในพื้นที่สาธารณะนี้ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ขณะที่ คุณเบญจวรรณ อ่องศรี จากซีพี แอ็กซ์ตร้า กล่าวเสริมว่า สนามนี้คือส่วนหนึ่งของแนวคิด “Happy Mall” ที่เปลี่ยนโลตัสให้เป็น Happy Community Space ศูนย์รวมการกิน ชอป เที่ยว และการใช้ชีวิตที่มีความสุขของคนในชุมชน ในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมเหล่าศิลปินและนักกีฬาชื่อดัง อาทิ…
02/04/2026

“ไมโครซอฟท์-ซีพี-ทรู” ผนึกกำลังขยับหมากรบ AI เปลี่ยนไทยให้เป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’ แห่งอาเซียน

ในการประชุมครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2026 ภาพความร่วมมือระหว่างยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน และผู้นำธุรกิจไทยอย่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) พร้อมด้วย ทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้เป็นเพียงการพบปะทางธุรกิจทั่วไป แต่คือการขยับหมากครั้งสำคัญที่ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของอาเซียนอย่างเต็มตัว AI-First และการมาถึงของ Agentic AI หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากการหารือคือแนวคิดการก้าวสู่การเป็น AI-first organization ซึ่งไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาเสริม แต่คือการวางรากฐานองค์กรโดยมี AI เป็นหัวใจหลัก สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้ำหน้าคือการพูดถึง Agentic AI ซึ่งก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI ทั่วไปที่ทำหน้าที่เพียงตอบคำถาม ไปสู่การเป็น "ตัวแทน" ที่สามารถช่วยตัดสินใจและดำเนินกระบวนการทำงานอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานขององค์กร โดยเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ สำหรับประเทศไทย นี่คือโอกาสที่จะยกระดับโซลูชันบนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งขึ้นจากการร่วมมือกันของทั้งสองฝ่าย ยุทธศาสตร์ Smart City และการเรียนรู้จากต้นแบบโลก นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ฉายภาพอนาคตที่เทคโนโลยีจะกลายเป็นเนื้อเดียวกับชีวิตมนุษย์ผ่าน Smart City โดยระบุว่าโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของไทยอยู่ที่ 3 เสาหลัก การมองหาต้นแบบจาก สิงคโปร์…
27/03/2026

“บางกอกแอร์เวย์ส” กางโรดแม็ปปี 2026 เปิดเกมรุกระยะยาว พร้อมเตรียมปรับขึ้นค่าตั๋ว หลังราคาน้ำมันพุ่ง เริ่ม 1 เม.ย. นี้

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) ประกาศทิศทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญประจำปี 2026 เตรียมพร้อมรุกตลาดการบินระดับภูมิภาคอย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งเน้นการบริหารงานแบบครบวงจรเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมทีมผู้บริหารระดับสูง ได้ร่วมกันแถลงวิสัยทัศน์ใหม่ภายใต้แนวคิด “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” หรือ “ผู้นำด้านธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบ ส่งมอบบริการที่ยั่งยืน” สะท้อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจการบินแบบครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว​ ​นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 11% ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินในปี 2026 จากข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ณ เดือนมกราคม 2026 การขนส่งปริมาณผู้โดยสาร (RPK) ทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 3.8% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เติบโตที่ 4.4%   ​อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศในระยะนี้ บริษัทฯ จึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้การดำเนินงานและการให้บริการแก่ผู้โดยสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ  ​นายพุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า ยอดการสำรองที่นั่งล่วงหน้าของบริษัท ฯ ณ วันที่ 16 มีนาคม 2026 สำหรับการเดินทางตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน 2026 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1% โดยอัตราการจองบัตรโดยสารล่วงหน้าไตรมาสที่ 2 ลดลง 3% ขณะที่ไตรมาสที่ 3 เติบโต 9% ​ในด้านการยกระดับศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ฯ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงสนามบินสมุยในไตรมาส 2 ปี 2026 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปีพร้อมเพิ่ม Boarding Gates จาก 7 เป็น 11 ขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็น 4,000 ตารางเมตร และเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอินพร้อมเครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติรวม 40 จุด โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573   ขณะเดียวกัน สนามบินตราดได้ขยายทางวิ่ง (Runway) เป็นความยาว 2,000 เมตรเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างทางขับเคลื่อนอากาศยาน (Taxiway) และลานจอดอากาศยานจำนวน 3 จุด เพื่อรองรับอากาศยานแบบไอพ่น อาทิ แอร์บัส A320 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี ​ด้านการบริหารจัดการฝูงบิน ในปีนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์สคาดว่าจะมีเครื่องบินจำนวน 22 - 26 ลำ ซึ่งฝูงบินปัจจุบันประกอบด้วยเครื่องบินแบบ แอร์บัส A320 จำนวน 1 ลำ แอร์บัส A319 จำนวน 11 ลำและ ATR 72-600 จำนวน 10 ลำ โดยมีแผนสั่งซื้อเครื่องบินแบบ ATR 72-600 ใหม่จำนวน 12 ลำ ซึ่งจะรับมอบ 2 ลำแรกในไตรมาส 4 ปีนี้ และทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2028 นายพุฒิพงศ์ ยังได้เปิดเผยอีกว่า…