Tags
| Stroke
22/01/2024
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 838 days ago
นักวิทยาศาสตร์เตรียมทดสอบยาโรคหัวใจตัวแรกของโลกที่มาจากพิษแมงมุม
ปกติแมงมุม หรือสัตว์มีพิษต่าง ๆ ดูเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายกับมนุษย์ แต่ในหลายครั้งที่ความกระหายใครรู้ของมนุษย์ ประกอบกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้เปลี่ยนขั้วของพิษร้ายที่อันตรายถึงชีวิตให้กลายมาเป็นยารักษาโรค ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ค้นพบว่าพิษจากของแมงมุมใยกรวยแห่งเกาะเกอริ (K'gari funnel-web spider) ประเทศออสเตรเลียมีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ จากการศึกษาก่อนหน้า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสารเคมี Hi1a ในพิษของแมงมุมใยกรวยชนิดนี้ว่ามีฤทธิ์ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอาการหัวใจวาย รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งในการศึกษาครั้งใหม่ที่ทดสอบในเซลล์ทดลอง และสัตว์ทดลองก็พบว่า Hi1a มีฤทธิ์ในการป้องกันโรคหัวใจได้เทียบเท่ากับยารักษาโรคหัวใจอีกชนิดหนึ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากทำให้เกิดผลข้างเคียงในมนุษย์ จากการทดสอบในเซลล์ทดลอง สารจากพิษของแมงมุมชนิดนี้ออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณที่หัวใจเสียหายจากโรคหัวใจ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติที่ไม่ได้รับความเสียหาย รวมถึงช่วยลดความเสียหาย และอัตราการตายของเซลล์หัวใจ และสมองจากการขาดออกซิเจน ที่เป็นผลจากการขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ของโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง อาจเป็นไปได้ว่าจะช่วยภาวะแทรกซ้อน และอัตราการเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้ ปัจจุบันการศึกษาในการใช้สาร Hi1a จากพิษของแมงมมุมใยกรวยแห่งเกาะเกอริในการรักษาโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองยังคงอยู่ระหว่างการทดสอบในสัตว์ และเปลี่ยนผ่านไปสู่การทดสอบในมนุษย์ ซึ่งอาจต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไก ประโยชน์ และผลกระทบของสารชนิดนี้ในมนุษย์อย่างถ่องแท้ ก่อนจะนำมาผลิตเป็นยา หากยาจากพิษของแมงมุมชนิดนี้สำเร็จ จะเป็นยารักษาโรคหัวใจจากแมงมุมชนิดแรกของโลก โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่มีคนป่วยเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก การค้นพบครั้งนี้จึงอาจช่วยเพิ่มตัวเลือกในการรักษาโรคหัวใจที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเหล่านี้ได้ ที่มา: Sciencedaily17/01/2024
‘ถุงมืออัจฉริยะ’ ช่วยกายภาพบำบัดมือในผู้ป่วยโรคสโตรกจากระยะไกล
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า "อัมพฤกษ์อัมพาต" เป็นผลจากความผิดปกติของหลอดเลือดสมองที่อาจแตก ตีบ หรืออุดตันจนทำให้เซลล์สมองขาดเลือดจนเสียหาย และส่งผลให้สูญเสียความสามารถในการควบคุมร่างกาย และการรับความรู้สึก ซึ่งบางคนอาจสูญเสียการควบคุมเพียงบางส่วน แต่ก็ไม่สามารถใช้อวัยวะเหล่านั้นได้เหมือนเดิม เช่น มือสั่น ไม่มีแรง ขยับได้น้อย เป็นต้น การบริหารกล้ามเนื้อ หลอดเลือด และเส้นประสาทบริเวณส่วนที่เสียการควบคุมจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากในการฟื้นฟูให้อวัยวะสามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต และความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วย การบริหารร่างกาย หรือที่เรียกว่าการกายภาพบำบัด ต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เห็นผล ซึ่งต้องใช้เวลา วินัย และค่าใช้จ่าย ผู้ป่วยบางคนจึงไม่ได้รับการกายภาพอย่างเหมาะสม และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และการใช้ชีวิต มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียได้คิดค้น ‘Smart Glove’ หรือถุงมืออัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เสียความสามารถบางส่วนในการควบคุมมือ สามารถบริหารมือตามหลักกายภาพบำบัดได้อย่างแม่นยำ รวมถึงข้อมูลในการเคลื่อนไหวของมือด้วยการติดตามจากระยะไกล โดยที่ไม่ต้องใช้เซนเซอร์การตรวจจับภาพที่มีราคาแพง ผู้เชี่ยวชาญสามารถตรวจดูลักษณะการเคลื่อนไหวของมือ นิ้ว และข้อนิ้วได้อย่างแม่นผ่านการใช้ถุงมือที่ทอด้วยเส้นด้ายที่มีเซนเซอร์ความไวสูง และเซนเซอร์ตรวจจับแรงกด พร้อมกับส่งสัญญาณแบบไร้สายไปยังผู้ดูแล ผู้ดูแลสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารมือได้ตามข้อมูลการเคลื่อนไหวที่พบ ช่วยให้การฟื้นฟูมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ถุงมือนี้สามารถถอดแบตเตอรี่เพื่อนำไปซักทำความสะอาดได้เหมือนเสื้อผ้าทั่วไป ซึ่งนวัตกรรมถุงมืออัจฉริยะชิ้นจึงอาจช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สามารถทำกายภาพบำบัดได้ตามความถี่ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ ลดค่าใช้จ่าย และเวลาในการเดินทาง ที่สำคัญคือช่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของมือ ทำให้ผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น นอกจากการช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการบริหารมือของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแล้ว ทีมนักวิจัยยังคาดว่าเทคโนโลยีนี้สามารถพัฒนาไปในงานในด้านอื่นได้ในอีกหลายรูปแบบ อย่างการพิมพ์โดยไม่ต้องใช้คีย์บอร์ด การใช้เซนเซอร์ในการตรวจสิ่งของ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 843 days ago
Read More17/01/2022
2 ผลวิจัยยืนยันตรงกัน เลี้ยงหมาช่วยลดความเสี่ยงต่ออาการหัวใจวาย และเส้นเลือดในสมองแตก
เมื่อปี 2019 มีการเผยแพร่ผลการวิจัยที่น่าสนใจลงในวารสาร the journal Circulation: Cardiovascular Quality and Outcomes ผลการวิจัยนี้เปิดเผยว่า ผู้ที่เลี้ยงหมาจะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยสาเหตุทั่วไปน้อยกว่าคนที่ไม่เลี้ยงหมาถึง 24% และมีความเสี่ยงจากอาการหัวใจวายน้อยลงอีก 33% ซึ่งนับว่าเป็นการค้นพบที่แปลกใหม่และท้าทายในวงการแพทย์อย่างมากสุชยา เกษจำรัส | 1573 days ago
Read MorePR Partners
See All08/05/2026
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 1 days ago
จากจอสู่จาน ! “Hidden Taste Thailand” ปรากฏการณ์ใหม่ของเมืองไทย รายการแข่งทำอาหารที่ผู้ชมจะได้ “ชิม” ของจริง เริ่มตอนแรก 10 พ.ค. นี้ ทาง True4U
วงการ Food Reality ในประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนไป เพราะจะไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับให้คนดูรับชมภาพที่น่ากินเท่านั้น แต่คนดูจะสามารถรับประสบการณ์ความอร่อยได้จริง กับรายการ “Hidden Taste Thailand Presented by Lotus’s” รายการแข่งขันทำอาหารฟอร์แมตใหม่ล่าสุดที่ชูคอนเซปต์ “จากจอสู่จาน” สร้างปรากฏการณ์ให้ผู้ชมสามารถเดินไปซื้อเมนูที่เพิ่งเห็นในรายการมากินได้ทันทีที่ Lotus’s ทุกสาขา ความน่าสนใจของรายการนี้อยู่ที่การเปิดกว้างสำหรับผู้เข้าแข่งขันกว่า 100 คน ที่มาจากทุกสารทิศ ตั้งแต่เชฟมืออาชีพที่มีดีกรีระดับร้านอาหารชื่อดัง ฟูดอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามหลักล้าน ไปจนถึงคนธรรมดาที่มีใจรักในการปรุงอาหารและมีสูตรลับเฉพาะตัวที่สืบทอดกันมา ทุกคนต้องผ่านการคัดเลือกภายใต้มาตรฐานเชฟตัวจริง เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวที่จะคว้าเงินรางวัลสูงถึง 1,000,000 บาท และโอกาสสำคัญในการทำให้อาหารจานนั้นมาเป็นสินค้าที่วางจำหน่ายทั่วประเทศ07/05/2026
พลิกโฉมวงการเกม ! Radian Arc, Blacknut และ TrueID เปิดตัว Android Cloud Gaming ในไทย ภายใต้แบรนด์ “TrueID Game hub”
Radian Arc บริษัทในเครือ Submer Group ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ TrueID ภายใต้ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีชั้นนำของไทย และ Blacknut แพลตฟอร์มคลาวด์เกมมิงชั้นนำระดับโลก เพื่อเปิดตัวบริการคลาวด์เกมมิงบนระบบปฏิบัติการ Android ทั่วประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ TrueID Game hub บริการดังกล่าวจะช่วยให้สมาชิก TrueID หลายล้านรายสามารถสตรีมและเล่นเกม Android ระดับพรีเมียมที่หลากหลายได้ทันทีผ่านสมาร์ตโฟนและกล่องรับสัญญาณ (Set-Top-Boxes) โดยไม่จำเป็นต้องใช้ฮาร์ดแวร์เกมราคาแพงหรือเสียเวลาดาวน์โหลด ด้วยประสิทธิภาพจากแพลตฟอร์ม GPU Edge ของ Radian Arc บริการนี้พร้อมมอบประสบการณ์การเล่นเกมคุณภาพระดับคอนโซลผ่านโครงสร้างพื้นฐาน GPU ซึ่งช่วยให้การเล่นเกมมีความหน่วงต่ำ (Low-latency) และได้รับการปรับปรุงให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพบนระบบนิเวศ 5G ของประเทศไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่ Blacknut รับหน้าที่จัดสรรคลังรายชื่อเกมระดับพรีเมียมที่พร้อมให้เข้าถึงได้ทันทีจากทุกอุปกรณ์ “ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้สร้างเครือข่าย 5G ที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความร่วมมือในครั้งนี้ได้นำโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวมาใช้งานในรูปแบบที่ส่งผลดีต่อผู้บริโภคโดยตรง” เดวิด คุก (David Cook),…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 2 days ago
Read More06/05/2026
ทรู ตัดวงจรสแกมเมอร์ คุมสัญญาณชายแดนไทย-ลาว พร้อมอัปเน็ตในพื้นที่ริมโขง เตรียมรับ “ไทยช่วยไทยพลัส”
ในโลกที่การสื่อสารกลายเป็นดาบสองคม “สัญญาณโทรศัพท์” ตามตะเข็บชายแดนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความแรงเท่านั้น แต่คือเรื่องของ “ความแม่นยำ” ด้วย ทรู คอร์ปอเรชั่น กำลังเดินหน้าภารกิจที่ต้องรักษาสมดุลอย่างสุดฝีมือเด็ดปีกสแกมเมอร์ข้ามชาติ แต่ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในโลกดิจิทัล ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อาศัยช่องโหว่จากสัญญาณข้ามพรมแดนเป็นโจทย์ใหญ่ที่เรื้อรังมานาน ล่าสุด ทรูฯ ภายใต้การนำของทีมผู้บริหารด้านเครือข่ายและรัฐกิจสัมพันธ์ ได้ลงพื้นที่อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ทรูเลือกใช้เทคนิค Cell Radius ร่วมกับการปรับจูนพารามิเตอร์เครือข่ายขนานใหญ่ ทั้งการควบคุมทิศทางเสาสัญญาณและกำลังส่ง เพื่อให้สัญญาณดิจิทัลหยุดอยู่แค่ขอบเขตประเทศไทยอย่างแม่นยำ ไม่ล้นทะลักไปยังพื้นที่เสี่ยงที่เป็นฐานปฏิบัติการของมิจฉาชีพ นอกจากนี้ ยังมีการใช้พลังของ AI ผ่านศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ (BNIC) ตรวจจับความผิดปกติแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง หากพบพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้ซิมบ็อกซ์ (Sim Box) ระบบจะเข้าจัดการทันที นี่คือการยกระดับความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยีนำหน้าอาชญากรรม ความท้าทายที่ยากกว่าการตัดสัญญาณสแกมเมอร์ คือการทำอย่างไรไม่ให้ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบ ? เมื่อมาตรการของ กสทช. เข้มงวดขึ้น สัญญาณหลักอาจเข้าถึงได้ยากในบางจุด ทรูจึงแก้เกมด้วยโซลูชัน Small Cell และ Femtocell หรือสถานีฐานขนาดเล็กกว่า 100 จุด กระจายตัวตามชุมชนใน 5 จังหวัดภาคอีสาน (เลย,…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More05/05/2026
AI for All Thais เมื่อปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือเครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนประเทศไทย
ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ Google และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศความร่วมมือยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศในโครงการ “AI for All Thais” ท่ามกลางวิกฤตการขาดแคลนบุคลากรด้าน AI ในไทยที่สูงถึง 80,000 คน และความท้าทายจากสังคมสูงวัยที่เริ่มส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของ GDP อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บทความนี้จะวิเคราะห์เจาะลึกถึงมิติต่าง ๆ ของความร่วมมือนี้ ที่มุ่งหวังจะเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุค AI-First อย่างเป็นรูปธรรม สูตร 50/50 การปฏิรูปโครงสร้างแรงงานไทยแห่งอนาคต คุณซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้นำเสนอวิชันที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างแรงงานในยุค AI โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2030 จะต้องเสริมเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI ของคนไทยให้ได้ถึง 12 ล้านคน โดยยึดโมเดลการแบ่งสัดส่วนพนักงานออกเป็น 2 กลุ่มหลัก การเปลี่ยนผ่านนี้เริ่มต้นจากการอัปสกิลพนักงานในองค์กรทรูเอง ก่อนจะขยายผลสู่ระดับประเทศผ่านระบบนิเวศของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More













