ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| นาซา
Read More

NASA รีไซเคิล 98% ของฉี่และเหงื่อนักบินอวกาศ ISS ให้เป็นน้ำดื่ม

NASA ประสบความสำเร็จกับการทดสอบระบบช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานบนอวกาศ (ECLSS) ด้วยการรีไซเคิล เหงื่อและปัสสาวะของนักบินอวกาศให้เป็นน้ำดื่มและน้ำใช้ได้มากถึง 98%
Cr. Xinhua
12/03/2022

เพราะ ‘ข้าว’ เป็นเรื่องใหญ่ จึงได้ไปไกลถึงอวกาศ!

ขณะที่บ้านเรายังคงง่วนกับปัญหาหนี้สินของชาวนา และภาวะเกษตรกรในประเทศไร้ที่ทำกิน เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ราคาผลผลิตกลับตกต่ำลงเรื่อย ๆ บวกกับความผันผวนของนโยบายทางการเมือง และการเพิกเฉยต่อการจัดการแก้ปัญหาอย่างจริงจังต่อเนื่อง จึงทำให้ 'ข้าว' สินค้าที่เราเคยคุยโม้โอ้อวดว่าเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศ แต่กลับไม่สามารถช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพลืมตาอ้าปากได้เลย กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ย่ำอยู่กับที่มาหลายสิบปีแล้ว
31/01/2022

พบข้อมูลใหม่ น้ำบนดาวอังคารไหลรินต่อเนื่องยาวนานกว่าที่เคยคาดไว้นับพันล้านปี!

เมื่อหลายปีก่อน เราต่างตื่นเต้นกับข่าวใหญ่ที่พบหลักฐานว่า มีน้ำในรูปของเหลวอยู่บนดาวอังคาร และนั่นอาจจะหมายถึงเคยมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์สีแดงเพื่อนบ้านของเรามาก่อน แต่ปัจจัยที่จะก่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตอยู่ได้ ไม่ใช่เพียงแค่มีน้ำในรูปของเหลวเท่านั้น แต่ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น อุณหภูมิ สภาพภูมิอากาศ ฯลฯ เกี่ยวข้องด้วย
15/01/2022

ไวรัลจัด ‘ภาพนักบินอวกาศเหนือโลก’ คือภาพลวง ป่วนจนต้องมา Look up หาคำตอบกัน!

หากใครชื่นชอบและติดตามข่าวสารด้านอวกาศ คงจะพอคุ้นเคยกับภาพดังกล่าวกันมาบ้าง แน่นอนว่า ภาพนักบินอวกาศผู้โดดเดี่ยวกำลังล่องลอยท่ามกลางบรรยากาศอันเวิงว้าง ยิ่งชวนให้เรารู้สึกว่า โลกใบนี้และตัวตนของเรานั้นกระจ้อยร่อยเพียงใด แต่นั่นไม่ใช่กับข้อสังเกตของผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งที่ตั้งข้อสงสัย จนนำมาสู่การพูดถึงถกเถียงมากมายในโลกโซเซียลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
08/01/2021

ปักหมุดไว้ให้ดี กับภารกิจอวกาศที่น่าตามลุ้นตามชมตลอดปี 2021

ปี 2020 ที่ผ่านมาเป็นอีกปีที่ภารกิจอวกาศน่าสนใจมากมาย ทั้งการเดินทางสู่ดาวอังคารของชาติต่าง ๆ  ภารกิจ Osiris-REX เก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยของนาซา  การเก็บตัวอย่างดาวเคราะห์น้อยที่ประสบความสำเร็จของจีนและญี่ปุ่น ซึ่งนำมาสู่การค้นพบต่าง ๆ ที่น่าทึ่งมากมาย นอกจากนี้ ยังเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ เป็นครั้งแรกที่ยานอวกาศของภาคเอกชนอย่างบริษัท SpaceX ได้นำส่งนักบินอวกาศขึ้นไปยังอวกาศด้วย และเพราะความสำเร็จจากหลากภารกิจนี่เอง ที่ทำให้ปี 2021 นี้ ก็น่าจะเป็นอีกปีหนึ่งของภารกิจน่าตื่นเต้นชวนจับตาอีกหลายภารกิจ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น เรามาทำความรู้จักกันเสียหน่อย สนใจอันไหนก็ปักหมุดรอชมกันไว้ได้เลย (อนึ่ง วันเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ต้องคอยติดตามกันให้ดีต่อไป) LOW-EARTH ORBIT - จุดหมายอันเป็นพรมแดนระหว่างโลกและจักรวาล วงโคจรต่ำของโลกได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของบริษัทเอกชนหลายแห่งในปี 2021 อย่างบริษัท SpaceX ก็มีภารกิจ Crew Dragon ที่จะเดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station: ISS)  อีกถึง 3 ภารกิจด้วยกัน และยังมีภารกิจเดินทางไปยังอวกาศที่ร่วมกันระหว่าง SpaceX และบริษัท Axiom Space ที่จะนำทอม ครูซ (Tom…
Credit: Sumitomo Forestry
04/01/2021

สุดตะลึง! ญี่ปุ่นประกาศสร้าง ‘ดาวเทียมไม้’ หวังลดขยะอวกาศปกป้องโลก

ปลายปีที่ผ่านมา เราอาจตะลึงไปแล้วรอบหนึ่งกับประกาศของรัฐมนตรีท่านหนึ่งที่บอกว่าจะพายานสำรวจไทยไปดวงจันทร์ใน 7 ปี ล่าสุด มีข่าวชวนตะลึงในแวดวงอวกาศเช่นกัน เมื่อบริษัทของญี่ปุ่นและมหาวิทยาลัยเกียวโตได้ให้ข่าวว่า จะร่วมมือกันพัฒนา ‘ดาวเทียมไม้’ ดวงแรกของโลกภายในปี 2023 (โอโห้ ไม่ถึง 7 ปีเลย จะทำได้จริงหรือ??) บริษัท Sumitomo Forestry บริษัทผู้เชี่ยวชาญงานด้านไม้ ในเครือ Sumitomo Group กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีอายุ 400 กว่าปี ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า ขณะนี้บริษัทได้เริ่มงานวิจัยเกี่ยวกับการเติบโตของต้นไม้และการใช้วัสดุไม้ในอวกาศแล้ว โดยมีเป้าหมายจะพัฒนาไม้ที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและแสงแดด ขณะเดียวกัน หน่วยงานในความร่วมมือนี้ก็กำลังเริ่มทดสอบไม้ประเภทต่าง ๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่รุนแรงดูว่าจะได้ผลอย่างไรบ้าง ซึ่งไม้ที่ใช้ทดสอบนี้ ยังคงเป็น ‘ความลับด้านการวิจัยและพัฒนา’ ไม่ขอเปิดเผย สำหรับสาเหตุของการคิดค้นพัฒนาดาวเทียมทำจากไม้ เกิดมาจากแนวคิดที่ต้องการลดขยะอวกาศลง เนื่องจากทุก ๆ ปี มีการปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้นเรื่อย ๆ และนั่นก็นำมาสู่ปัญหาขยะอวกาศที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ปัญหาจากขยะอวกาศ ปัจจุบัน ดาวเทียมถูกนำมาใช้เพื่อการสื่อสารทางไกล การนำทาง และการพยากรณ์อากาศและสภาพแวดล้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามข้อมูลของ World Economic Forum…
15/12/2020

ไปดวงจันทร์ใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง แล้วเราจะได้ประโยชน์อะไร (นาซามีคำตอบ)

จากถ้อยแถลงของรัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมล่าสุด (14 ธ.ค.63) ที่กล่าวว่า ประเทศเราจะส่งยานสำรวจไปดวงจันทร์ภายใน 7 ปี ทำให้เกิดประเด็นร้อนแรงกระหึ่มโซเซียล หลายคนพากันสงสัยว่าจะเป็นไปได้จริงหรือไม่ และนี่คือเป้าหมายจริงจังใช่หรือเปล่า….เปล่าหรอก เราไม่ได้จะให้คำตอบอะไร แต่แค่มันบังเอิ๊ญบังเอิญที่ นาซาก็เพิ่งปล่อยแคมเปญใหม่มาให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะใช้สำรวจดวงจันทร์ และนำพาคนขึ้นไปบนนั้นพอดี เราเลยอยากแบ่งปันสาระความรู้ว่า การจะไปดวงจันทร์เขาต้องใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง และการสำรวจนี้ มันจะมีประโยชน์อะไรต่อการดำรงชีพของเราบนโลกกันบ้างนะ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา จิม ไบรเดนสไตล์ (Jim Bridenstine) ผู้บริหารขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ องค์การนาซา (NASA) ได้กล่าวเปิดโครงการ 'Virtual Tech Day on the Hill' ซึ่งเป็นแคมเปญประชาสัมพันธ์ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศของนาซา ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับยุคใหม่ของการสำรวจดวงจันทร์ และเป้าหมายที่จะนำหญิงอเมริกันคนแรกและชายคนต่อไปลงเหยียบดวงจันทร์ในปี 2024 ไบรเดนสไตล์กล่าวว่า “โครงการนี้ได้รวบรวมเอาความพยายามพัฒนาเทคโนโลยีตลอด 8 ปี มานำเสนอ และเนื่องจากวิกฤตโควิดในตอนนี้ทำให้เราไม่สามารถใกล้ชิดกันได้อย่างเคย โครงการนี้จึงเป็นโครงการแรกที่เราจะให้ข้อมูลเสมือนจริง (แต่ละคลิปนำคนที่รับผิดชอบมาพูดคุย และให้ดูสถานที่ทำงานจริง) ที่เกี่ยวกับโครงการอาร์มีทิส (Artemis) เพื่อให้เห็นความพยายามของทีมงานที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ไม่ว่าจะจากบ้าน ห้องนั่งเล่น…
13/12/2020

รู้หรือไม่ ระบบสุริยะมี ‘ขน’ ด้วยนะ

หากเอ่ยคำว่า 'สสารมืด' หลายคนอาจจะรู้สึกว่ามันฟังดูน่ากลัวชอบกล แต่รู้หรือไม่ว่า มันอาจจะไม่ได้มีรูปร่างน่ากลัวอย่างที่คิดกัน งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Astrophysical Journal เสนอเรื่องราวการมีอยู่ที่น่าสนใจของเส้นใยของสสารมืด หรือ ‘เส้นขน’ ของระบบสุริยะขึ้น ...ฟังดูชวนฉงนใช่ไหมล่ะ ระบบสุริยะจะไปมีเส้นขนได้ยังไง แล้วเส้นขนที่ว่าคือเป็นของสสารมืดด้วยเนี่ยนะ มันคืออะไรกันล่ะนั่น ทำความรู้จักสสารมืด ‘สสารมืด (Dark matter)’ เป็นสสารลึกลับที่มองไม่เห็นซึ่งคิดเป็น 27 เปอร์เซ็นต์ของสสารและพลังงานทั้งหมดในจักรวาล ‘สสารปกติ (Regular matter)’ ที่ประกอบขึ้นเป็นทุกสิ่งที่เราเห็นรอบตัวนั้น มีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ของจักรวาล ส่วนที่เหลือคือ ’พลังงานมืด (Dark energy)’ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ประหลาดที่เกี่ยวข้องกับอัตราการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นของเอกภพของเรา  หลายคนอาจสงสัย ในเมื่อมองไม่เห็นแล้วเรารู้ว่ามีอยู่จริงได้อย่างไร และไม่ใช่แค่มองไม่เห็นเท่านั้น การตรวจจับก็ทำได้ยาก เพราะโดยปกติ สสารทั่วไปจะมีการแผ่พลังงานเป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดใดชนิดหนึ่งออกมา ทว่าสสารมืดจะไม่แผ่พลังงานดังกล่าว หรืออาจแผ่พลังงานแต่ไม่เพียงพอให้ตรวจจับได้โดยตรง ในเมื่อมองก็ไม่เห็นสัมผัสก็ยากยิ่ง แต่ที่เรารู้ว่ามีอยู่นั่นก็เพราะมันมีอิทธิพลต่อสสารปกติในกาแล็กซี เราสามารถศึกษาการมีอยู่ของมันได้จากการสำรวจทางอินฟราเรด สังเกตดูผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงของมันที่มีต่อวัตถุท้องฟ้าอื่น ๆ ที่เรามองเห็นอีกที  นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าในเอกภพมีสสารมืดตั้งแต่ปี 1933 เมื่อ ฟริตซ์ ซวิคกี้ (Fritz…
03/12/2020

ปริศนากระจ่างแล้ว! เนบิวลาวงแหวนสีน้ำเงินที่ทำนักวิทย์ฯ งงมาตลอด 16 ปี

นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานใหม่ในเศษซากเรืองแสงลึกลับของเนบิวลาวงแหวนสีน้ำเงิน ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าโครงสร้างแปลกประหลาดนี้ก่อตัวขึ้นได้อย่างไร เนบิวลาวงแหวนสีน้ำเงินมีดาวฤกษ์ศูนย์กลางซึ่งเรียกว่า TYC 2597-735-1 นักดาราศาสตร์สังเกตเห็นวงแหวนอัลตราไวโอเลตที่ผิดปกติล้อมรอบดาวฤกษ์นี้เป็นครั้งแรกในปี 2004 ด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Galaxy Evolution Explorer (GALEX) ที่ปัจจุบันปลดประจำการแล้วของนาซา และนับแต่นั้นการก่อตัวของวงแหวนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ยังคงเป็นปริศนาเรื่อยมา มาร์ค ไซเบิร์ต (Mark Seibert) นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากสถาบันคาร์เนกีเพื่อวิทยาศาสตร์ (Carnegie Institution for Science) สมาชิกของทีม GALEX และผู้ร่วมเขียนการวิจัยใหม่เกี่ยวกับวงแหวนลึกลับนี้กล่าวในแถลงการณ์ว่า "ทุกครั้งที่เราคิดว่า เราคำอธิบายบางอย่าง ก็จะมีบางสิ่งโผล่ขึ้นมาบอกเราว่า 'ไม่ มันไม่ถูกต้อง'  ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่ากลัวในฐานะนักวิทยาศาสตร์ แต่ผมก็ชอบที่วัตถุชิ้นนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และชื่นชมในการพยายามหาคำอธิบายทั้งหลาย ที่หลายคนช่วยกันคิดออกมา" คริสโตเฟอร์ มาร์ติน (Christopher Martin) นักฟิสิกส์จากสถาบันคาลเทค (California Institute of Technology: Caltech) และอดีตผู้รับผิดชอบในภารกิจ GALEX อธิบายในการแถลงข่าวในวันที่ 17 พ.ย. 63 ก่อนที่งานวิจัยจะเผยแพร่สู่สาธารณะ (18 พ.ย. 63)…
03/12/2020

สำเร็จ! ตัวอย่างดาวเคราะห์น้อยชิ้นแรกกำลังเดินกลับมาสู่โลก

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ที่สำคัญ นั่นคือ การเก็บหินตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู (Bennu หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า 1999 RQ36) ในภารกิจ OSIRIS-REx ได้สำเร็จ และตอนนี้มันกำลังมุ่งหน้าเดินทางกลับสู่โลกแล้ว เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ยาน OSIRIS-REx ได้เดินทางลงไปที่บริเวณไนติงเกล (Nightingale site) ที่อยู่ทางซีกเหนือของดาวเคราะห์น้อยเบนนู เพื่อรวบรวมหินตัวอย่างกลับมาศึกษาบนโลกเป็นครั้งแรก ขั้นตอนการร่อนลงเพื่อเก็บหินนี้มีชื่อเรียกว่า Touch-And-Go (TAG) โดยใช้วิธีการ ยิงไนโตรเจนไปที่พื้นผิว สร้างแรงดันทำให้ชิ้นส่วนของเบนนูกระเด็นขึ้นมา แล้วใช้แขนหุ่นยนต์ (Touch-And-Go Sample Acquisition Mechanism: TAGSAM) จัดเก็บชิ้นส่วนนั้นไว้ที่ส่วนหัวของยานอวกาศ  หลังจากจัดเก็บ ยานอวกาศก็เดินทางออกจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู และเริ่มขั้นตอนต่อไปคือการตรวจเช็กว่าได้ตัวอย่างกลับมาเพียงพอตามที่กำหนดไว้หรือไม่ โดยการเตรียมการจัดเก็บเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทีมปฏิบัติภารกิจใช้เวลา 2 วัน ป้อนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อยืนยันว่าการดำเนินการต่าง ๆ ประสบความสำเร็จ และพร้อมลดำเนินการต่อไป ที่ต้องใช้เวลานานเช่นนี้ เพราะ OSIRIS-REx อยู่ห่างจากโลกมากกว่า 330…
Artist's concept of the asteroid 16 Psyche, which is thought to be a stripped planetary core. Image credit: Maxar/ASU/P. Rubin/NASA/JPL-Caltech
13/10/2020

เรื่องจริงหรือมโน ‘ไซคี16-ดาวทองคำ’ มูลค่ามหาศาล จนนาซาต้องเร่งไปสำรวจ?!

Psyche 16 คือดาวเคราะห์น้อยที่ได้รับการตั้งชื่อตามนางไม้ไซคี (Psyche) ผู้แต่งงานกับคิวปิด และถูกเทพวีนัสประหารชีวิต แต่ภายหลังเป็นอมตะเพราะคิวปิดร้องขอต่อเทพจูปิเตอร์ ส่วนสาเหตุที่มีตัวเลข 16 เนื่องจากเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ค้นพบเป็นลำดับที่ 16 นอกจากชื่อที่มีความหมายสื่อถึงความสวยงามและความลุ่มหลงแล้ว เจ้าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ ยังดึงดูดความสนใจชาวโลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ร่ำลือกันว่า เต็มไปด้วย ‘โลหะมูลค่ามหาศาล’ ด้วย  Psyche 16 ทรัพย์สมบัติแห่งห้วงอวกาศ!? เช่นเดียวกับทองคำวัตถุลึกลับนั้นเต็มไปด้วยทองคำขาว เหล็กและนิเกิลมากมาย โดยรวมแล้วคาดกันว่าโลหะต่าง ๆ ของ Psyche มีมูลค่ามหาศาลถึง 8,000 ล้านล้านปอนด์Thesun.co.uk นาซามุ่งหน้าสู่ดาวเคราะห์น้อยทองคำขนาดยักษ์ที่สามารถทำให้ทุกคนบนโลกเป็นมหาเศรษฐีได้Foxnews.com นาซาขอให้ Elon Musk เจ้าของบริษัท SpaceX ช่วยทำภารกิจใหม่ นั่นคือการหาทองคำในอวกาศBbc.co.uk นี่คือตัวอย่างข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ ที่แพร่สะพัดตั้งแต่กลางปีที่แล้วจนถึงต้นปีที่ผ่านมา ในประเทศไทยเองก็มีสำนักข่าวหลายแห่งหยิบยกประเด็นนี้มาพูดถึงกันอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่แล้วพากันเรียกขาน Psyche 16 ว่าเป็นดาวทองคำตามแหล่งข่าวจากต่างประเทศเช่นกัน แต่น่าแปลกที่นาซากลับไม่เคยออกข่าวกล่าวถึงภารกิจสำรวจ 'Psyche ' ว่าเป็นดาวเคราะห์น้อย 'ทองคำ' แล้วแบบนี้ ดาวทองคำที่ว่านั้นมีอยู่จริงหรือไม่ และเพราะอะไรจึงเกิดคำเรียกที่แสดงให้เห็นถึงมูลค่ามหาศาลของดาวขึ้น ด้วยความสงสัยเราจึงขอตามสืบกันสักหน่อย Psyche…
Credits: NASA/CXC/SAO, NASA/STScI, NASA/JPL-Caltech/SSC, ESO/NAOJ/NRAO, NRAO/AUI/NSF, NASA/CXC/SAO/PSU, and NASA/ESA
26/09/2020

รวมภาพจักรวาลหวานละมุน ผลงานจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา

หลังจากที่ได้รับชมภาพอันน่าทึ่งจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์พร้อมผลงานอันโดดเด่นกันมาแล้ว นาซาก็ไม่ปล่อยให้คนชื่นชอบภาพดาราศาสตร์ต้องเหงาสายตา รวบรวมคอลเล็กชันภาพอวกาศสีละมุนจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรามาให้ชมกันอีกเซต แต่เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างของภาพที่มาจาก 2 กล้อง ฯ นี้ เราจึงขออธิบายเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศกันสักเล็กน้อย กล้องโทรทรรศน์อวกาศ ‘ดวงตาพิเศษ’ เพื่อล้วงความลับจักรวาล เพื่อสอดส่องค้นลึกเข้าไปในห้วงอวกาศ หน่วยงานด้านดาราศาสตร์ทั่วโลกจึงสร้างกล้องโทรทรรศน์ต่าง ๆ มาช่วยเป็น "ดวงตา" แทนดวงตาของมนุษย์ ปกติแล้ว มนุษย์จะมองเห็นได้แค่ช่วงคลื่นแสงที่ตาเห็นเท่านั้น ดวงตาหรือกล้องโทรทรรศน์ที่ว่านั้นมีระดับการมองเห็นที่เกินกว่านั้น มันสามารถตรวจจับแสงทุกประเภท ขึ้นอยู่กับการออกแบบการใช้งานของกล้อง เราสามารถตรวจจับได้ตั้งแต่คลื่นวิทยุไปจนถึงรังสีแกมมา การใช้ข้อมูลจาก ‘ช่วงคลื่นที่หลากหลาย (Multiwavelength)’ นี้ช่วยให้เราเข้าใจวัตถุในอวกาศ ตลอดจนวิวัฒนาการของเอกภพยิ่งขึ้น ช่วงคลื่นที่หลากหลายเกิดจาก ‘รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic radiation)’ พลังงานที่รังสีแผ่ออกมาจากคลื่นขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดของคลื่นหรือความยาวคลื่น โดยทั่วไป ยิ่งความยาวคลื่นสั้นพลังงานของรังสีก็จะยิ่งสูง รังสีแกมมามีความยาวคลื่นน้อยกว่า 10 ล้านล้านส่วนเมตร (ขนาดประมาณนิวเคลียสของอะตอม) รังสีแกมมาจึงมีพลังงานสูงมาก ในทางกลับกัน รังสีอื่นมีความยาวคลื่นมากกว่านั้น ก็จะยิ่งมีพลังงานต่ำลง อย่างแสงที่มองเห็นได้ด้วยตามนุษย์นั้น มีความยาวคลื่นประมาณขนาดของเล็กกว่าเซลล์แบคทีเรียหน่อย (ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึง) ในขณะที่คลื่นวิทยุอาจมีความยาวคลื่นได้ถึงมากกว่า 100 เมตรเสียอีก ดังนั้น ขอบเขตที่เรามองเห็นได้นั้นจึงเรียกได้ว่าน้อยยิ่งกว่าน้อย หากเราสามารถตรวจจับคลื่นเหล่านี้ได้หลายช่วงก็จะทำให้เรายิ่ง…
22/09/2020

พบดาวแคระขาวห่างดาวบริวารระดับ ‘โอบกอด’ ซึ่งอาจทำนายการอยู่รอดของโลกในอนาคต

โดยปกติแล้ว ภาพจำของเราที่มีต่อดาวฤกษ์มักมีดาวเคราะห์หรือดาวบริวารขนาดเล็กหมุนวนอยู่รอบมันห่าง ๆ (อย่างห่วง ๆ ) แต่ไม่ใช่กับการค้นพบครั้งใหม่นี้ เมื่อทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติใช้ดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบเทสส์ (Transiting Exoplanet Survey Satellite: TESS) ของนาซา และกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) ที่เกษียณแล้ว พบดาวเคราะห์ดวงแรกโคจรรอบดาวแคระขาวอย่างใกล้ชิด โดยดาวฤกษ์ที่ทำหน้าที่เหมือนดวงอาทิตย์นี้ มีขนาดใหญ่กว่าโลกเพียง 40% เท่านั้น ดาวแคระขาว ดาวบริวาร และการตรวจพบ เพื่อให้เข้าใจความว้าวของการค้นพบนี้ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักดาวที่เกี่ยวข้องกันก่อน เริ่มจาก ดาวแคระขาว (White dwarf) หรือบางคนอาจเรียกมันว่า ดาวแคระเสื่อม (Degenerate dwarf) และเหตุที่เรียกเช่นนั้นก็เป็นเพราะมันคือ ดาวฤกษ์มวลไม่มากที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของวิวัฒนาการ ดาวฤกษ์มวลไม่มากนั้นมีปริมาณถึง 97% ของดาวฤกษ์ที่พบในกาแล็กซีทางช้างเผือก (ดวงอาทิตย์ของเราเองก็เข้าข่ายเช่นกัน) นั่นหมายความว่า มีดาวแคระขาวในจักรวาลมากมายตามไปด้วย และซึ่งที่น่าตื่นเต้นนั่นคือการพบว่ามันยังมีดาวบริวารดวงใหญ่โคจรอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างเลย 'WD 1856 b' คือชื่อของดาวบริวารที่ว่า มันมีขนาดประมาณดาวพฤหัสบดี ใหญ่กว่าดาวแคระขาว 'WD…
11/09/2020

รวมของสุดแปลกที่มนุษย์นำไป ‘ทิ้ง’ ไว้บนดวงจันทร์

จากข่าวสนิมบนดวงจันทร์ ทำให้เรานึกได้ว่า นอกจากแร่สีแดงที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นบนนั้นแล้ว ยังมีของอีกหลายอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่บนดวงจันทร์ด้วย แต่คราวนี้มันไม่ได้เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติ แต่เป็นเพราะน้ำมือมนุษย์ต่างหาก ในทุกการเดินทาง เราต่าง ‘ทิ้ง’ อะไรบางอย่างเอาไว้เบื้องหลัง คำกล่าวนี้ไม่ผิดนัก และสำหรับการเดินทางไปยังดวงจันทร์ ดูเหมือนจะมีของที่ทิ้งเอาไว้มากมายเสียยิ่งกว่าภาพจำของมวลมนุษย์ชาติ บางอย่างก็เป็นที่เข้าใจได้ บางอย่างก็เหนือคาดเหลือเชื่อ จะมีอะไรบ้างนั้นตามไปดูกัน เหล่าของที่ทิ้งไว้เพื่อภารกิจ  นาซาได้จัดทำบันทึกรวบรวมรายการวัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้น และได้ทิ้งไว้บนดวงจันทร์ พบว่ามันมีจำนวนถึง 796 รายการ (บันทึกนี้อัปเดตข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2012 ซึ่งแน่นอนว่า ปัจจุบันนี้น่าจะมีของที่ทิ้งไว้เพิ่มขึ้นอีก) โดย 765 รายการมาจากภารกิจของสหรัฐอเมริกา แถมยังกระจัดกระจายไปทั่ว ขัดกับภูมิทัศน์อันโดดเดี่ยวของดวงจันทร์เสียจริง แล้วเหตุใดจึงต้องทิ้งของไว้ให้บนดวงจันทร์ด้วยกันเล่า แน่นอนว่าในแต่ละภารกิจสำรวจ บางครั้งการทิ้งไว้ก็เป็นเรื่องจำเป็นเนื่องจากอุปกรณ์บางอย่างอาจจะเกิดความเสียหายขณะร่อนลงจอด หรือปฏิบัติภารกิจไปแล้ว เกิดมีเหตุให้อุปกรณ์ขัดข้อง จึงจำต้องทิ้งไว้ ในขณะที่ของบางอย่าง ก็เป็นสิ่งที่วางแผนไว้อยู่แล้วว่าต้องไปทิ้งไว้บนนั้น  ทิ้งไปทั้งยาน พลีชีพเพื่อการเดินทางของมนุษยชาติ ในช่วงทศวรรษที่ 1960 เพื่อให้ได้ภาพของดวงจันทร์ ที่ช่วยกำหนดขอบเขตพื้นที่ลงจอดที่เป็นไปได้ ยานอวกาศแรนเจอร์ (Ranger spacecraft) หลายลำที่ปฏิบัติภารกิจที่ไม่ค่อยมีใครรู้นี้ มีหลายลำที่ไม่สามารถทำภารกิจลุล่วง ยานแรนเจอร์ลำที่ 4 6 7 8…
01/09/2020

‘ดวงตาแห่งหายนะ’ ภาพเฮอริเคนน่าตื่นตาจากอวกาศช่วยติดตามภัยพิบัติ

จากฝนที่ตกกระหน่ำตั้งแต่กลางดึกจนถึงช่วงเช้าส่งผลให้ฟ้าเหนือกทม. วันนี้ (1 ก.ย.) ในช่วงเวลาดังกล่าวปิดสนิทมองไม่เห็นอะไร ทว่า หากมองจากอวกาศด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว ฟ้าที่เห็นว่าปิดนั้นอาจดูแตกต่างไป อย่างเมื่อ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา พายุเฮอริเคนลอร่า (Hurricane Laura) ถล่มตามแนวชายฝั่งหลุยเซียน่าและเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ด้วยกำลังลม 150 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 241 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนัก ในภาคพื้นดินเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินได้ระดมกำลังเพื่อรับมือกับพายุรุนแรง และเหนือขึ้นไปในอวกาศ ฝูงดาวเทียมสังเกตการณ์โลกของนาซาและหน่วยงานด้านอวกาศทั่วโลกก็กำลังปฏิบัติหน้าที่รวบรวมข้อมูลอย่างแข็งขันเช่นกัน “เราใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของนาซา เพื่อจัดการกับภัยพิบัติ” ลอรี ชูลทซ์ (Lori Schultz) นักวิทยาศาสตร์ด้านการสำรวจระยะไกลจากมหาวิทยาลัยอะลาแบมา (University of Alabama) ผู้ที่ใช้ข้อมูลจากนาซารับมือกับพายุในโครงการรับมือกับภัยพิบัติด้วยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ของนาซา (NASA Earth Applied Sciences Disasters Program) เพื่อจัดหาข้อมูลล่าสุด เพื่อช่วยชุมชนเตรียมรับมือกับภัยพิบัติและการกู้ภัย ชูลทซ์และทีมรับมือภัยพิบัติของนาซา ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมโดยดาวเทียมที่ติดตามพายุเฮอริเคนลอร่าทั้งก่อน ระหว่าง และหลังจากที่มันทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม ดาวเทียมที่ใช้ข้อมูลรวบรวมได้แก่ ดาวเทียมสำรวจทางธรณีวิทยาแลนด์แซต NASA-U.S (NASA-U.S. Geological Survey…
23/08/2020

นาซาไขปริศนา “ทำไมระดับน้ำทะเลพุ่งสูงเกินคาด” ช่วยรับมือ ‘เมืองจมน้ำ’ ในอนาคต

จากข่าวที่น่าตื่นเต้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ว่า แผ่นน้ำแข็งในกรีนแลนด์ละลายจนไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว ส่งผลให้ทั่วโลกต่างตื่นตัวและตระหนักสิ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา องค์กรด้านอวกาศอย่างนาซาเองก็เช่นกัน หลายคนคงเคยได้ยินกันว่าระดับน้ำทะเลปัจจุบันนั้นสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ แต่รู้หรือไม่ว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น หลังจากพยายามศึกษาสาเหตุที่แท้จริงของระดับน้ำทะเลที่พุ่งสูงขึ้นทุกที ในที่สุด นาซาก็ได้งานวิจัยใหม่ช่วยไขคำตอบเพิ่มขึ้นมาอีกชิ้น เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลได้แม่นยำขึ้น อันจะนำไปสู่การทำนายผลกระทบที่ตามมา อาทิ น้ำท่วมพื้นที่ชายฝั่ง กระแสน้ำทะเลหนุนสูง ในอนาคตได้ดีขึ้น นาซาจึงพยายามพัฒนาเทคนิคใหม่ เพื่ออธิบายความแตกต่างระหว่างปริมาณน้ำทะเลที่มีบันทึกในอดีตและปริมาณที่วัดได้จริงในปัจจุบัน และตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ได้ข้อมูลใหม่ที่ช่วยบ่งชี้ว่าอะไรที่มีส่วนเสริมให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างมากจนเกินคาดในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยให้เรารับมือกับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในอนาคตได้ ตัวอย่างของผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นที่เป็นรูปธรรม เห็นได้ชัดจากรายงานน้ำท่วมล่าสุดขององค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ (National Oceanic and Atmospheric Administration: NOAA) ที่ระบุว่า ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้ำท่วมตามแนวชายฝั่งของสหรัฐอเมริกาในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และคาดว่ามันจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในแง่ของความถี่ พื้นที่ และระดับน้ำท่วมที่สูงขึ้นกว่าเดิม ทบทวนข้อมูลเก่า หาปัจจัยซ่อนเร้นที่ทำให้น้ำทะเลสูงขึ้นเรื่อยๆ ผลการศึกษาบอกว่าไม่ใช่การละลายของธารน้ำแข็งไม่ใช่ตัวแปรหลักอย่างเดียวการสร้างเขื่อนทั่วโลกในยุค 70s ก็ช่วยชะลอการเพิ่มของน้ำทะเลและมีการละลายของน้ำแข็งบนภูเขาก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งของระดับน้ำทะเล ก่อนหน้านี้ เป็นที่รู้กันว่า ปัจจัยที่ผลต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ได้แก่ การละลายของธารน้ำแข็ง (Glaciers) แผ่นน้ำแข็ง (Ice sheets) และอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น (Warmer temperatures) เมื่อรวมแต่ละปัจจัยเข้าด้วยกัน ค่าประมาณของปริมาณน้ำทะเลควรตรงกับระดับน้ำทะเลที่นักวิทยาศาสตร์สังเกต…
Tony Dunn @tony873004
Tony Dunn's Simulation
18/08/2020

‘ดาวเคราะห์น้อยล่องหน’ ขนาดเท่ารถยนต์แต่นาซาไม่รู้ แถมเข้าใกล้โลกที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วย!

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากความร้อนแรงของข่าวทางการเมืองบ้านเรา ที่ต่างประเทศเองก็ตื่นเต้นกับดาวเคราะห์น้อยที่จู่ ๆ โผล่มาใกล้โลกให้ตกใจเล่นเช่นกัน 16 สิงหาคม 2563 - ดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่งเข้ามาเฉียดใกล้โลกด้วยระยะห่างประมาณ 2,950 กิโลเมตร และนั่นก็เป็นระยะที่ใกล้มาก มากจนบรรดานักติดตามดาวเคราะห์น้อย และบันทึกที่จัดทำโดยหอดูดาวซอร์มาโนที่อิตาลี (Sormano Astronomical Observatory) ยังเห็นพ้องต้องกันว่า มันใกล้มากที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา  ดาวเคราะห์น้อยล่องหนได้อย่างไร? แม้ขนาดของดาวเคราะห์น้อยยังถือว่าไม่เป็นอันตรายหากมันพุ่งเข้ามาในโลก แต่ระยะห่างนั้นต่ำกว่าระยะวงโคจรของดาวเทียมอย่างน่าใจหาย (วงโคจรดาวเทียมค้างฟ้า มีระยะห่างจากพื้นโลก 36,000 กิโลเมตร ส่วนดาวเทียม Star link ของอีลอน มักส์ มีระยะโคจรอยู่ที่ 550 กิโลเมตรจากผิวโลก) และที่น่าเป็นกังวลกว่า คือ ไม่มีนักดาราศาสตร์คนใดตรวจพบเจอมันเลยจนกระทั่งมันเคลื่อนผ่านไปแล้ว! แถมผู้ที่ค้นพบรายแรกกลับไม่ใช่นาซาเสียด้วย แต่เป็นหอดูดาวพาโลมาร์ (Palomar Observatory) ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยหอดูดาวพบดาวเคราะห์น้อยนี้หลังจากที่มันเคลื่อนที่ผ่านโลกไปแล้วถึงหกชั่วโมง  พอล โชดาส (Paul Chodas) ผู้อำนวยการศูนย์ติดตามวัตถุใกล้โลกของนาซา (NASA's Center for Near Earth…
13/08/2020

รวมภาพสุดล้ำจากดาวอังคาร ฉลองครบ 15 ปี ยาน Mar Reconnaissance ออกจากโลก!

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นวันแม่ในไทยแล้ว ยังเป็นวันที่ยานสำรวจดาวอังคาร 'มาร์ส รีคอนเนเซนต์' (Mars Reconnaissance Orbiter: MRO) ยานโคจรสำรวจที่เก่าแก่ที่สุดลำหนึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ครบรอบ 15 ปีพอดี นาซาจึงได้ปล่อยภาพน่าทึ่งมากมายที่ได้จากยานมาให้เราได้ยลกัน ยาน Mars Reconnaissance เป็นยานอวกาศรุ่นเก๋า ที่ให้ข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศที่เบาบางของดาวอังคาร ศึกษาลึกลงไปในใต้ดินด้วยเรดาร์ รวมทั้งตรวจจับแร่ธาตุบนพื้นผิวดาว แต่ที่เหนือกว่านั้นคือภาพที่สวยงามน่าทึ่ง ที่เกิดจากกล้อง 3 ตัวบนยาน กล้องตัวแรกคือ Mars Colour Imager (MARCI) มันมีเลนส์ฟิชอายที่ให้มุมมองโดยรวมของดาวเคราะห์ส่งกลับมายังโลกทุกวัน กล้องตัวต่อมาคือ Context Camera (CTX) ด้วยมุมมองภาพที่กว้างถึง 30 กิโลเมตร (19 ไมล์) ทำให้มันช่วยให้ภาพภูมิประเทศขาวดำแก่เรา ในขณะที่กล้องตัวที่สาม High-Resolution Imaging Science Experiment (HiRISE) ให้มุมมองที่โดดเด่นคมชัดที่สุด ด้วยคุณสมบัติที่สามารถซูมไปยังพื้นผิวด้วยความละเอียดสูงสุด ทำให้ HiRISE จับภาพธรรมชาติที่มีรายละเอียดและสีสันที่น่าทึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นดินถล่ม ฝุ่นมหาศาลที่กลืนกินพื้นผิว…
09/08/2020

ฟ้าแลบบนดาวพฤหัสฯ ภาพล่าสุดจากนาซา ช่วยไขปริศนา ‘แอมโมเนียที่หายไป’

ภาพใหม่ที่งดงามชวนตื่นใจนี้เป็นผลลัพธ์จากนำข้อมูลจากภารกิจจูโนของนาซา มาประมวลและสร้างให้เกิดเป็นภาพขึ้น ช่วยชี้ให้เห็นว่า 'ดาวพฤหัสบดี' ดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะของเรา เป็นแหล่งรวมของสิ่งที่เรียกว่า ‘ฟ้าผ่าแบบตื้น (Shallow lightning)’ ซึ่งเป็นรูปแบบการปล่อยกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากเมฆที่มีสารละลายแอมโมเนียในน้ำ แตกต่างจากฟ้าผ่าบนโลกเกิดจากเมฆน้ำ มวลเมฆ สายฟ้า และแอมโมเนียที่หายไป นับตั้งแต่ภารกิจยานวอยเอเจอร์ของนาซาได้พบกับฟ้าแลบโจเวียน (Jovian lightning flashes) (คำว่าโจเวียน มีที่มาจากชื่อของเทพจูปิเตอร์ในเทพปกรณัมโรมัน) ครั้งแรกในปีพ.ศ. 2522 ก็เป็นที่คาดกันว่า ฟ้าผ่านี้คล้ายกับที่เกิดขึ้นโลกเกิดในยามฝนฟ้าคะนอง ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำในทุกรูปแบบ ทั้งน้ำแข็ง ของเหลว และก๊าซ  บนดาวพฤหัสบดี พายุจะเกิดขึ้นที่ระดับประมาณ 45 - 65 กิโลเมตร (28 - 40 ไมล์) ใต้กลุ่มเมฆที่สามารถมองเห็นได้ โดยมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 0 องศาเซลเซียส (32 องศาฟาเรนไฮต์ อันเป็นอุณหภูมิที่น้ำแข็งตัว) ยานวอยเอเจอร์และภารกิจอื่น ๆ ที่เดินทางไปยังดาวเคราห์ะนี้ ล้วนเห็นฟ้าแลบเป็นจุดสว่างเรืองบนยอดเมฆ บ่งบอกว่าแสงวาบเกิดขึ้นลึกลงไปในเมฆน้ำ  ทว่า สายฟ้าแลบที่ยานจูโนสังเกตการณ์ได้ที่ด้านมืดของดาวกลับให้ข้อมูลที่ต่างออกไป มันช่วยชี้ให้เห็นว่า ในพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง ก๊าซขนาดใหญ่เหล่านี้อาจก่อตัวเป็นก้อนลูกเห็บชื้นแฉะอุดมด้วยแอมโมเนีย…
Credit: NASA
03/08/2020

เปิดศักราชใหม่! เที่ยวบินเอกชนแรกของโลกนำสองนักบินอวกาศกลับสู่มาตุภูมิเรียบร้อยแล้ว

วันนี้ (3 ส.ค.63) เป็นอีกวันที่ประวัติศาสตร์อวกาศต้องจารึก เมื่อสองนักบินอวกาศนาซากลับคืนสู่โลกด้วยยานอวกาศของเอกชนเป็นครั้งแรกได้อย่างปลอดภัย สิ้นสุดการทดสอบเที่ยวบินแห่งยุค พร้อมเดินหน้าโครงการนำส่งนักบินอวกาศโดยภาคเอกชน (Commercial Crew Program) ต่อไป Crew Dragon หรือ Dragon Endeavour ของ SpaceX นำสองนักบินอวกาศของนาซา โรเบิร์ต เบนเคน (Robert Behnken) และ ดักลาส เฮอร์ลีย์ (Douglas Hurley) พุ่งลงจอดในอ่าวเม็กซิโก นอกชายฝั่งเพนซาโคลา รัฐฟลอริดา เมื่อเวลา 14:48 น. ตามเวลาท้องถิ่น (EDT) ของวันที่ 2 สิงหาคม หรือเวลา 01:48 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม 2563 ตามเวลาในประเทศไทย และ SpaceX ได้กู้ยานและนำสองนักบินอวกาศออกมาจากยานได้สำเร็จ “ยินดีต้อนรับกลับบ้านบ๊อบและดั๊ก! ขอแสดงความยินดีกับทีมงาน NASA และ SpaceX สำหรับการทำงานที่เหลือเชื่อเพื่อให้เที่ยวบินทดสอบนี้เป็นไปได้”…

PR Partners

See All
Read More

สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global

ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น
23/07/2026

รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…
13/07/2026

มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่

มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…
13/07/2026

ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026

ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส -  ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…