ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| มลพิษ
Read More

การปกป้องดวงตาจากฝุ่นพิษ PM2.5

ฝุ่น PM2.5 ถือเป็นมหันตภัยเงียบที่แฝงตัวอยู่ในอากาศที่เราทุกคนจำเป็นต้องใช้หายใจเพื่อการดำรงชีวิต แม้เราจะสามารถสวมหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูก เพื่อปกป้องระบบทางเดินหายใจจาก PM2.5 ได้ แต่ในทุก ๆ วันที่คุณต้องออกไปเผชิญฝุ่นและมลพิษ คุณมีอะไรปกป้องดวงตาของคุณจากฝุ่นพิษ PM2.5 บ้างไหม ? และ PM2.5 จะทำร้ายดวงตาเราได้ไหม ? อาจเป็นอีกหนึ่งคำถามที่หลายคนอยากได้คำตอบ PM2.5 ฝุ่นจิ๋ว แต่ไม่แจ๋ว PM2.5 ถือเป็น “มลพิษต่อสุขภาพของมนุษย์” ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ความสำคัญและออกมาแจ้งเตือนให้ทราบ เพราะเป็นฝุ่นที่มีขนาดเล็กมาก ทำให้เล็ดลอดผ่านขนจมูก เข้าสู่ปอด และหลอดเลือดได้ง่าย ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว ในขณะเดียวกัน “ฝุ่น” ก็เป็นสิ่งแปลกปลอมที่อาจทำอันตรายดวงตาของเราได้ ทั้งฝุ่นปกติ และฝุ่น PM2.5 ที่มีอนุภาคขนาดเล็ก และ “ดวงตา” หรือ “ผิวกระจกตาดำ” ก็เป็นอวัยวะที่มีความไวและอ่อนไหวต่อสิ่งแปลกปลอมเป็นอย่างมาก โดย PM2.5 จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา แสบตา หรือตาแดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีปัญหาโรคตาอยู่เดิม เช่น เป็นภูมิแพ้ต่อฝุ่น อาจทำให้อาการของภูมิแพ้ที่ขึ้นตานั้นกำเริบได้ ส่วนคนที่ไม่มีประวัติภูมิแพ้เดิมที่ชัดเจน…
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยจากการติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 พบหลายจังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ค่าฝุ่นเพิ่มสูงขึ้นในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
19/10/2023

ฝุ่น PM 2.5 พุ่ง! หลายจังหวัดแตะระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยจากการติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 พบหลายจังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ค่าฝุ่นเพิ่มสูงขึ้นในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
28/08/2023

ตายไปแล้วยังรักษ์โลก! 4 วิธีจัดการร่างไร้วิญญาณแบบ ECO Friendly

คุณคิดว่าการเผาศพ 1 ครั้งส่งผลต่อโลกของเราอย่างไร? การเผาศพ (Cremation) เป็นพิธีกรรมทางความเชื่อเพื่อส่งผู้ที่จากโลกนี้ไปยังดินแดนที่ดีกว่าตามความเชื่อของหลายวัฒนธรรม แต่การส่งผู้วายชนม์ด้วยวิธีนี้อาจย่นย่ออายุของคนที่ยังอยู่ได้ เพราะการเผาศพ 1 ครั้งสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 243 กิโลกรัม เทียบเท่ากับการเดินทางด้วยรถยนต์ราว 980 กิโลเมตร เหมือนขับจากจังหวัดเชียงรายมาประจวบคีรีขันธ์ จากข้อมูลในแต่ละปีการเผาศพสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ 6.8 ล้านตันต่อปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ การเผาศพยังสร้างสารเคมีอื่น ๆ ที่ส่งผลสิ่งแวดล้อมด้วย ปัจจุบันเราเลยเห็นเทรนด์การจัดการกับร่างผู้เสียชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น เพื่อคนที่ไปจะได้จากไปอย่างสบายใจ ส่วนคนอยู่ก็ได้อยู่บนโลกที่มีอายุยืนยาวขึ้นอีกหน่อย และบทความนี้จะไปคุณไปดู 4 ไอเดียในการจัดการกับร่างไร้ลมหายใจที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น วิธีฝังแบบธรรมชาติ (Green burial) พิธีศพแบบฝังไม่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการเผา แต่การทำพิธีศพแบบฝังทั่วไปมักใส่ร่างลงไปในโลงที่มีการดีไซน์และตกแต่งด้วยวัตถุดิบมากมายเพื่อความสวยงาม แต่กระบวนการเหล่านี้รบกวนสิ่งแวดล้อมได้เหมือนกัน ปัจจุบันได้มีแนวคิดและลงมือทำไปแล้วกับวิธีฝังแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำร่างไร้วิญญาณห่อด้วยผ้าฝ้าย แล้วใส่ลงไปในกล่องไม้สี่เหลี่ยมที่แสนเรียบง่ายไม่ต่างอะไรจากพิธีศพของผู้คนในอดีต ไม่ได้ประดับประดาด้วยผ้าลูกไม้ย้อมสี แกะสลัก ปิดทอง หรือทาสารเคลือบไม้เพื่อให้ดูเงางาม ด้วยความเรียบง่ายของวัสดุและวิธีการทำให้ร่างและโลงสามารถย่อยสลายง่าย และไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนอันตรายเมื่อย่อยสลาย เปลี่ยนร่างให้กลายเป็น ‘ปุ๋ยมนุษย์’ Green burial จะทำให้คุณกลายเป็นดินที่มีสารอาหารให้กับธรรมชาติต่อไป แต่วิธี Human Composting จะทำให้คุณเป็นได้มากกว่านั้น ซึ่งก็คือปุ๋ยบำรุงพืชนั่นเอง…
10/02/2023

ไขข้อข้องใจ! ‘โอโซน’ คืออากาศบริสุทธิ์ที่มนุษย์ควรรับเข้าร่างกายจริงหรือ ?

ตามสื่อต่าง ๆ มักมีคนออกมาเชิญชวนให้ผู้คนไปเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติเพื่อสูด 'โอโซน' ให้เต็มปอด ราวกับเป็นการรับอากาศบริสุทธิ์เข้าไป แต่นั่นเป็นเรื่องผิดมหันต์ เพราะแท้จริงแล้วนี่คือแก๊สพิษที่มีอานุภาพกัดกร่อนขั้นสูงเลยทีเดียว อ้าว แต่บางคนก็บอกว่าโอโซนที่ดีก็มีไม่ใช่หรือ ? เรื่องนี้มันยังไงกันแน่ ?
02/02/2023

วิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศให้ตอบโจทย์สุขภาพและการใช้งาน

การเลือกเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมจึงช่วยให้อากาศภายในบ้านของคุณสะอาดขึ้น สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ และช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพได้ด้วย
23/01/2023

ผลกระทบจาก PM 2.5 หายนะทางสุขภาพที่หลายคนเลิกสนใจ

PM 2.5 ปัญหาเก่าที่เอามาเล่าได้เรื่อย ๆ เพราะยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพคนไทยในหลายพื้นที่และไม่ใช่แค่ในเมืองใหญ่เท่านั้น หากคุณลองเปิดแอปพลิเคชันเช็กคุณภาพอากาศ คุณจะพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของไทยมีค่าฝุ่น PM 2.5 และมลพิษในอากาศอยู่ที่ระดับปานกลาง (สีเหลือง) จนถึงระดับสูง (สีส้ม) พบเห็นคุณภาพอากาศในระดับดี (สีเขียว) ได้น้อยมาก อีกทั้งบางช่วงเวลาค่าฝุ่นสามารถดีดขึ้นไปเป็นระดับสูงมาก (สีแดง) ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้น ผลกระทบด้านสุขภาพของ PM 2.5 จึงเป็นภัยเงียบที่น่ากังวล เพราะสามารถนำไปสู่ตั้งแต่อาการผิดปกติทั่วไป ไปจนถึงโรคร้ายแรง และข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกชี้ว่าการสัมผัสกับ PM 2.5 ไม่ว่าจะระดับใดก็ส่งผลต่อสุขภาพได้ ซึ่งบทความนี้จะมารีแคปผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM2.5 และวิธีป้องกันให้คุณได้อ่านกันอีกครั้ง PM 2.5 = ฝุ่นละอองที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ขนาดเล็กประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผม มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ลอยอยู่ในอากาศได้นาน อาจมีสารพิษเกาะมาด้วย ทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้น กรมอนามัย, กระทรวงสาธารณสุข ผลกระทบสุขภาพจาก PM 2.5 เมื่อคุณสูดดมฝุ่นละอองขนาดเล็กชนิดนี้เข้าไป มฤตยูตัวจิ๋วจะเข้าสู่ปอดและซึมเข้าสู่กระแสเลือดกระจายไปทั่วร่างกาย ทุก…
10/08/2022

“ขับแล้วดี” ZEM รถไฟฟ้าคันแรกของโลกที่ขับแล้วมลพิษในอากาศลดลง

ทีมนักศึกษา 35 คนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไอนด์โฮเฟิน (Eindhoven) ประเทศเนเธอร์แลนด์ร่วมมือกันสร้างรถยนต์ต้นแบบคาร์บอนเป็นศูนย์ตลอดอายุการใช้งาน จนกลายมาเป็น ZEM รถยนต์ไฟฟ้าสองที่นั่งใช้เทคโนโลยีที่ชื่อว่า Direct Air Capture (DAC) หรือการดูดอากาศเข้าสู่ตัวเครื่องแล้วสกัดเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากอากาศ กักเก็บเอาไว้และสามารถแปรสภาพเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอย่างอื่นต่อไปได้เลย
22/06/2022

แคนาดาแบนพลาสติกใช้แล้วทิ้งภายในปีนี้ ตั้งเป้าลดขยะพลาสติกและมลพิษ

วันที่ 20 มิถุนายน 2565 รัฐบาลแคนาดาประกาศห้ามการผลิตและนำเข้าพลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้งภายในสิ้นปีนี้ เพื่อต่อสู้กับปัญหาขยะพลาสติกและโลกร้อน
06/02/2022

มลพิษจากรถยนต์ใหม่ในสหราชอาณาจักรลดน้อยลงเป็นประวัติการณ์

การใช้รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดทำให้การมลพิษจากรถยนต์ใหม่ในสหราชอาณาจักรน้อยลงเป็นประวัติการณ์ในปี 2021 อย่างไรก็ตามการลงทุนในสถานีชาร์จและระบบขนส่งสาธารณะยังคงจำเป็นอย่างมากเพื่อให้สหราชอาณาจักรสามารถทำตามเป้าหมายในการลดมลพิษลง 78% ภายในปี 2035
Desmond Tutu
07/01/2022

‘ฌาปณกิจด้วยน้ำ’ (Aquamation) ทางเลือกใหม่ของพิธีศพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดในโลก ณ เวลานี้

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2021 ที่ผ่านมา โลกได้สูญเสียอีกหนึ่งนักเคลื่อนไหวต่อต้านนโยบายการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ไป นั่นก็คือ 'เดสมอนด์ ตูตู' (Desmond Tutu) บาทหลวงผู้ทำงานเคลื่อนไหวเพื่อรณรงค์เกี่ยวกับการต่อสู้การแบ่งแยกสีผิวชาวแอฟริกาใต้ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1984 แต่นอกจากเขาจะได้อุทิศชีวิตในการทำงานเพื่อนำสันติภาพมาสู่แอฟริกาใต้ รวมทั้งการรณรงค์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในช่วงชีวิตตลอด 90 ปีแล้ว สิ่งสำคัญอย่างสุดท้ายที่เขาได้ทิ้งเอาไว้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เนื่องจากว่าคำสั่งสุดท้ายที่เกี่ยวกับพิธีศพของเขานั้นไม่ใช่เพียงแค่การทำพิธีศพแบบทั่ว ๆ ไป แต่การพิธีศพของเขาจะเป็นพิธีศพที่ไร้มลพิษ และมุ่งเน้นการสร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมโลกให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยแทนที่จะใช้การฝัง หรือเผาเพื่อกำจัดร่างตามปกติ แต่ในการพิธีศพครั้งนี้ ได้นำวิธีการ 'อะควาเมชัน' (Aquamation) มาใช้ด้วย ซึ่งน่าสนใจตรงที่ว่า วิธีนี้เป็นวิธีกำจัดศพที่ใช้ 'ของเหลว' แทนที่การใช้ไฟตามแบบปกติ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นวิธีการที่ใหม่เอี่ยมเสียทีเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมการกำจัดศพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลก ณ เวลานี้ 'อะควาเมชัน' (Aquamation) เป็นนวัตกรรมการกำจัดศพผู้เสียชีวิตที่พัฒนาโดยบริษัท 'อะควาเมชัน อินดัสตรีส์' (Aquamation Industries) แห่งประเทศออสเตรเลีย ซึ่งพัฒนามาจากเทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรมาตั้งแต่ปี 1888 ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นนวัตกรรมที่ใช้เพื่อกำจัดซากสัตว์ทดลองในคลินิกและห้องปฏิบัติการ การกำจัดซากวัวควายที่ติดเชื้อโรควัวบ้า และใช้ภายในโรงเรียนแพทย์ของสหรัฐอเมริกาเพื่อกำจัดร่างที่บริจาคเพื่อการศึกษา ก่อนที่จะเริ่มนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อจัดการศพมนุษย์ในปี 2014 Aquamation…
02/09/2021

ปารีสออกกฎจำกัดความเร็วขับขี่ไม่เกิน 30 กม./ชม. หวังลดมลพิษและเพิ่มความปลอดภัย

ทางการปารีสได้ออกกฏหมายใหม่ในการขับรถยนต์ให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อลดปัญหาด้านมลพิษและเสียงรบกวน รวมทั้งยังมีเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย โดยกฎหมายใหม่นี้มีผลบังคับใช้ใน 2/3 ของกรุงปารีส นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา จากผลสำรวจของชาวปารีส 59% รู้สึกพอใจกับการจำกัดความเร็วใหม่นี้ แต่กลับไม่เป็นที่พอใจของผู้ประกอบธุรกิจ โดยกฏหมายจำกัดความเร็วใหม่นี้มาจากการผลักดันของผู้ว่าการกรุงปารีส แอนน์ อิลดัลโก แต่ทั้งนี้ก็ยังมีถนนหลายแห่งสามารถใช้ความเร็วเดิมได้ อาทิ Champs Elysées (50 กม./ชม.) และถนนสายหลักอย่าง Boulevard Périphérique (70 กม./ชม.) โดยนอกจากต้องการลดมลพิษและมลภาวะทางเสียงบนท้องถนนแล้ว ยังต้องการผลักดันให้คนหันมาเดินหรือใช้บริการรถสาธารณะมากขึ้น อีกทั้งยังมีการลดจำนวนที่จอดรถลงเกือบครึ่ง เพิ่มเลนจักรยาน และปรับการออกแบบทางเท้าให้เหมาะกับการเดินมากยิ่งขึ้น การลดความเร็วของการขับขี่ที่คล้ายกันนี้ถูกใช้แล้วในหลายเมืองของฝรั่งเศส อาทิ ลิลล์ และเกรอนอบล์ รวมทั้งเมืองบิลเบา ในสเปน และเมืองบรัสเซลล์ ในเบลเยียมอ้างอิงhttps://rb.gy/gzo9ey พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
19/04/2021

คอนเซปต์เรือยอชต์เปลี่ยนขยะพลาสติกในมหาสมุทรให้เป็นพลังงานไฟฟ้า

นักท่องมหาสมุทรและทีมวิศวกรชาวฝรั่งเศสได้ออกแบบเรือยอชต์ล้ำยุคที่สามารถดูดเอาขยะพลาสติกในมหาสมุทร เพื่อแปลงให้เป็นพลังงานไฟฟ้าสำหรับขับเคลื่อนเรือได้ ซึ่งทางฝั่งผู้ผลิตมีสโลแกนว่า “เพื่อปกป้องมหาสมุทรของเราจากมลพิษของขยะพลาสติก” อีวาน บูยง (Yvan Bourgnon) ผู้นำของโครงการนี้มีประสบการณ์การแข่งเรือใบในทะเลทั่วโลกมาแล้วหลายปี เขากล่าวว่าตลอดหลายปีของการแข่งเรือ เขาต้องตกใจทุกครั้งกับการเผชิญหน้ากับขยะที่ลอยอยู่ในมหาสมุทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง จนเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเริ่มโครงการ 'Sea Cleaners' ขึ้นมา พร้อมกับสร้าง ‘Manta’ เรือใบขนาด 56 เมตรที่ขับเคลื่อนด้วยการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการแล่นเรือขั้นสูงกับมอเตอร์ไฟฟ้า บูยงและทีมของเขาตั้งเป้าที่จะปล่อยต้นแบบที่ใช้งานได้จริงภายในปี 2024 ทว่าเรือใบ ‘Manta’ กำลังอยู่แค่ในขั้นตอนการพัฒนาและยังคงเป็นเพียงคอนเซปต์อยู่ อย่างไรก็ตาม ด้วยความยาว 56 เมตร เรือลำนี้จะเป็นหนึ่งในเรือที่ใหญ่ที่สุดในการเก็บขยะพลาสติกจากทะเลโดยตรงอีกด้วย หลักการทำงานของเรือคือในขณะที่เรือใบแล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยขยะ สายพานของตัวเรือจะทำการดูดและรวบรวมขยะพลาสติกต่าง ๆ เพื่อมาจัดระเบียบและป้อนเข้าเตาเผา ซึ่งพลาสติกจะถูกทำให้ละลายและผลิตก๊าซออกมา เพื่อขับเคลื่อนกังหันสำหรับสร้างกระแสไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ของเรือ ระบบสายพานลำเลียงของเรือใบลำนี้จะมีลักษณะคล้ายกับระบบเรือ 'Interceptor' รุ่นที่ 3 ของโครงการ 'Ocean Cleanup' ที่เราเคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ที่ตัวเรือจะกักเก็บขยะพลาสติกทุกรูปแบบไว้และนำขึ้นไปแปรรูปบนบกแทน ทางทีมงานที่อยู่เบื้องหลังของเรือใบ Manta กล่าวว่าพวกเขาตั้งเป้าที่จะทำให้เรือใบนี้มีพลังงานที่พอเพียงแค่ราว 70 เปอร์เซ็นต์จากการใช้พลาสติกที่ถูกแปลงให้เป็นพลังงาน แต่จะควบคู่ไปกับการใช้โซลาร์เซลล์และกังหันลมด้วย ทางผู้ผลิตบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าหากสร้างเรือใบลำนี้ได้ 400 ลำเมื่อไร พวกเขาจะสามารถทำความสะอาดเศษพลาสติกในมหาสมุทรได้ถึงหนึ่งในสามของโลกเลยทีเดียว…
09/04/2021

เผยแนวคิด ‘เรือเฟอร์รีไฟฟ้าอัตโนมัติ’ สุดล้ำในเยอรมนี

ทีมนักออกแบบจากโครงการ ‘CAPTN vaiaro’ ได้ตอบคำถามที่ว่าความคล่องตัวในการเดินทางของมนุษย์ในอนาคตเราจะเป็นอย่างไร ด้วยการเปิดแนวคิดเรือข้ามฟากอิสระ 2 รุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งพวกเขาได้พัฒนารูปแบบการขนส่งทางเลือกใหม่ โดยพิจารณาจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองและสถานการณ์การจราจรบนเมืองท่าคีล ฟยอร์ด (Kiel Fjord) ประเทศเยอรมนี โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยคีล, มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์คีล, มหาวิทยาลัยวิจิตรศิลป์และการออกแบบมิวเทเซียสและตัวแทนจากการเมืองการบริหารและอุตสาหกรรม ตัวเรือเฟอรรีดังกล่าวถูกคิดค้นขึ้นมาด้วยกัน 2 คอนเซปต์คือ ‘แพลตฟอร์มลอยน้ำ’ และ ‘แพลตฟอร์มแบบทางเดิน’ ซึ่งมีวิธีการออกแบบที่แตกต่างกัน สำหรับแพลตฟอร์มแบบลอยน้ำจะมีการออกแบบเป็นเหมือนกล่องกระจกที่มีครีบหลังและล้อมรอบไปด้วยกระจกใสแบบ 360 องศา ส่วนอีกแบบจะเป็นเหมือนเทอร์มินัลลอยน้ำที่ปกคลุมไปด้วยโครงตาข่ายเหล็กที่มีดีไซน์ล้ำยุค ผลจากการใช้ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า เรือข้ามฟากทั้งสองลำจึงมีการเดินทางที่เงียบ ไม่เหมือนกับเรือข้ามฟากทั่วไปที่ค่อนข้างสร้างมลพิษทางเสียงพอสมควร อีกทั้งยังปราศจากการปล่อยมลพิษทางอากาศอีก เนื่องจากใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน ด้วยความที่เรือสามารถทำงานได้อย่างอิสระจากตัวมันเอง เพราะเป็นระบบแบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ดังนั้น ทางผู้สร้างจึงหวังว่าจะทำให้สามารถเพิ่มความถี่ในการให้บริการได้มากขึ้น โดยสามารถให้บริการผู้โดยสารได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนก็สามารถเรียกใช้งานได้ นอกจากนี้ผู้ผลิตยังหวังว่าเรือเฟอร์รี 2 ลำนี้จะกลายเป็นความหวังใหม่ที่คาดว่าจะเป็นแลนด์มาร์กสำคัญให้กับเมืองคีล ที่เมื่อใดมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเมืองนี้ พวกเขาจะต้องไม่พลาดที่จะมาเยือนท่าเรือแห่งนี้และขอใช้บริการเรือเฟอร์รีล้ำยุค 2 ลำนี้ให้ได้สักครั้ง อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
08/04/2021

ล้ำไปอีก! นำหมากฝรั่งที่คายทิ้ง มาทำเป็นล้อสเกตบอร์ดสีสันสดใส

ฮิวโก้ โมเปอตี (Hugo Maupetit) และวิเวียน ฟิสเชอร์ (Vivian Fischer) จากโรงเรียนนานาชาติฝรั่งเศสน็องต์ อัตลองติก (Nantes Atlantique) ได้ผุดแคมเปญคิดค้นนวัตกรรมใหม่โดยการใช้หมากฝรั่งที่ถูกทิ้งแล้ว นำกลับมาใช้ใหม่เป็นล้อสเกตบอร์ดสีสันสดใส โครงการดังกล่าวเล็งเห็นถึงปัญหามลพิษจากพลาสติกและการทิ้งหมากฝรั่งในเขตชุมชนเมือง ซึ่งพวกเขาได้พัฒนากลยุทธ์ในการเปลี่ยนหมากฝรั่งให้กลายเป็นล้อสเกตบอร์ดที่มีสีสันสวยงามแทนการทิ้งให้เกิดความสกปรกและเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยโครงการของพวกเขายังได้รับความร่วมมือจาก Mentos และ VANS ซึ่งอดีตเคยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตหมากฝรั่งรายใหญ่ที่สุดในยุโรปและเป็นแบรนด์รองเท้าสเกตที่รู้จักกันดี วิธีการคือพวกเขาจะทำการติดตั้งบอร์ดสำหรับติดหมากฝรั่งจำนวนมากรอบ ๆ เมือง ซึ่งแทนที่ผู้คนจะโยนหมากฝรั่งทิ้งไปบนทางเท้าเฉย ๆ ก็เปลี่ยนเอามาติดที่กระดานดังกล่าวนี้แทน และเพื่อจะกระตุ้นให้พวกเขาทำเช่นนั้น นักเรียนทั้งสองจึงได้คิดค้นแนวคิดที่อิงมาจากการเล่นลอตเตอรี่ที่ผู้คนสามารถลุ้นรับส่วนลดจากกระดานแผ่นนี้ได้ด้วย โดยตัวไม้กระดานที่รวบรวมเศษหมากฝรั่งจะถูกเรียกเก็บทุกสัปดาห์ เพื่อนำส่งไปยังโรงงาน ซึ่งก้อนหมากฝรั่งชิ้นเล็ก ๆ ทั้งหมดจะถูกบดรวมกันก่อนที่จะกลายเป็นก้อนหมากฝรั่งขนาดย่อม ๆ เพื่อทำการกลึงให้เป็นล้อสเกตบอร์ด ซึ่งล้อดังกล่าวจะได้รับการกลึงอย่างดี พร้อมประทับด้วยสโลแกน "VANS x mentos” จากหมากฝรั่งที่เก็บรวบรวมได้นั้น ทางโมเปอตีและฟิสเชอร์เสนอให้สร้างความแข็งของล้อไว้ที่ 3 ระดับ ได้แก่ อ่อน ปานกลางและแข็ง นอกจากนี้ล้อหมากฝรั่งยังมีให้เลือกหลายขนาด เพื่อให้เหมาะกับกระดานต่าง ๆ ของสเกตบอร์ดด้วย โมเปอตีและฟิสเชอร์กล่าวว่า “ความคิดริเริ่มนี้มีไว้เพื่อทำความสะอาดถนนด้วยวิธีที่ยั่งยืน ระบบของเราอาจเริ่มต้นแค่ในน็องต์…
29/03/2021

โรงงานแห่งแรกของโลกที่ ‘รีไซเคิลพลาสติก’ ได้ทุกรูปแบบ

ปัจจุบันปัญหาเรื่องพลาสติกยังคงเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ของโลก จากข้อมูลของเว็บไซต์พลาสติกยุโรป (Plastics Europe) ระบุว่ามีการผลิตพลาสติกกว่า 350 ล้านตันต่อปี แต่มีเพียงแค่ 9% หรือ 31.5 ล้านตัน เท่านั้นที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ พลาสติกจะก่อให้เกิดมลพิษต่อมหาสมุทรอย่างรุนแรงและจะปรากฏขึ้นทุกที่ในรูปแบบไมโครพลาสติก ถ้าหากอ้างอิงจากข้อมูลของ World Economic Forum ที่ระบุไว้ว่าปัญหานี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสิบเท่าภายใน 4 ปีข้างหน้า (ค.ศ.2025) หากยังไม่พบแนวทางแก้ไข ล่าสุดมูรา(Mura) บริษัทเทคโนโลยีในสหราชอาณาจักรประกาศว่าพวกเขาเริ่มการก่อสร้างโรงงานเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลก เพื่อใช้กระบวนการ 'ไฮโดรเทอร์มอลแบบใหม่' ที่สามารถรีไซเคิลขยะพลาสติกได้ทุกรูปแบบ โดยมีชื่อเรียกว่า HydroPRS หรือ Hydrothermal Plastic Recycling Solution เทคโนโลยีใหม่นี้ เป็นกระบวนการรีไซเคิลขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับพลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ในปัจจุบัน ซึ่งโรงงานแห่งนี้มีกำหนดเปิดดำเนินการในปี 2022 หรือปีหน้านี้เอง โดยทางมูราเคลมว่าจะสามารถจัดการขยะพลาสติกได้ 80,000 ตันต่อปีเลยทีเดียว ด้านดร.สตีฟ มาโฮน ซีอีโอของมูราเทคโนโลยีกล่าวในแถลงการณ์ว่า “เราอยู่ในจุดเปลี่ยนของภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อม ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเริ่มและยุติมลภาวะพลาสติกทั่วโลก” “ซึ่งเราจำเป็นต้องดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้และนั่นคือเหตุผลที่เราใช้แนวทางระดับโลกเป็นอันดับแรก เพื่อขยายขนาดอย่างรวดเร็วและตอบสนองความท้าทายได้ทันที” การประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทหลายแห่งพยายามนำพลาสติกมารีไซเคิล ด้านยูนิลีเวอร์ (Unilever)…
22/03/2021

The Ocean Cleanup สตาร์ตอัปผู้คิดค้นเรือดักเก็บขยะในมหาสมุทร

The Ocean Cleanup คือองค์กรสิ่งแวดล้อมด้านวิศวกรรมที่ไม่แสวงหาผลกำไรสัญชาติเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งโดย โบแยน สแลต เด็กหนุ่มนักศึกษาวิศวกรรมอากาศยานไฟแรงที่มีแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยหวังว่าจะเก็บขยะทั้งมหาสมุทรให้หมดสิ้นไปให้ได้สักวัน สแลต เสนอแนวคิดในการกำจัดขยะที่ Great Pacific Garbage Patch หรือแพขยะใหญ่แปซิฟิกที่ถือเป็นหนึ่งในวังวนของขยะในมหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยการอาศัยแรงของกระแสน้ำพัดพาขยะเข้าสู่ที่ดักจับขนาดใหญ่ ซึ่งถ้าทำสำเร็จพวกเขาจะสามารถกำจัดขยะในที่แห่งนี้ได้ภายใน 5 ปี (จากปกติที่คาดการณ์กันไว้ว่าต้องใช้เวลามากถึง 80,000 ปี ในการกำจัดขยะในแพขยะให้หมดสิ้นไป) หลังจากที่แสลตเสนอแนวคิดนี้ไป จึงมีนักลงทุนมากมายมาร่วมระดมทุนจนกลายเป็นบริษัทสตาร์ตอัปในชื่อ 'The Ocean Cleanup' หลังจากนั้นไม่นานเขาผลิตเครื่องมือต้นแบบรุ่นแรกสำเร็จในชื่อ System 001 มีลักษณะเหมือนทุ่นลอยน้ำความยาว 600 เมตร ที่จะคอยดักจับขยะในมหาสมุทรเพื่อนำกลับไปรีไซเคิลอย่างถูกต้อง ทว่าหลังจากที่เขาได้ลองนำตัวต้นแบบไปใช้ใน Great Pacific Garbage Patch ประมาณ 2 เดือน กลับพบว่าเซนเซอร์ยังคงไม่มีเสถียรภาพในการใช้งานจนดักจับขยะไปได้เพียง 2 ตันเท่านั้น จากที่คาดไว้ว่าจะจับขยะได้มากถึง 50 ตัน ดังนั้น System 001 ตัวต้นแบบรุ่นแรกนี้จึงถูกนำขึ้นฝั่งเพื่อเอาไปพัฒนาต่อเพิ่มเติม ล่าสุด…
08/03/2019

Sharp พร้อมปกป้องสุขภาพผู้ป่วย มอบ “Plasmacluster” กับ 4 โรงพยาบาลรัฐฯ

ชาร์ป ไทย ผู้จัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ “ชาร์ป” เจ้าของลิขสิทธิ์เทคโนโลยี “พลาสม่าคลัสเตอร์” (Plasmacluster) ที่มียอดขายมากกว่า 80 ล้านเครื่องทั่วโลก ส่งมอบผลิตภัณฑ์ “ชาร์ป พลาสม่าคลัสเตอร์” แก่ 4 หน่วยงานด้านสุขภาพของรัฐ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อแก้ไขและปกป้องสุขภาพผู้ป่วยจากมลพิษทางอากาศ ภัยร้ายที่อันตรายกว่าที่คิด ปัญหามลพิษทางอากาศกำลังเป็นภัยคุกคามผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ซึ่งมีปัจจัยที่ก่อให้เกิดมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากมาย ด้วยเหตุนี้เมืองต่าง ๆ ทั่วโลกจึงพยายามหาทางออกในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศที่กำลังคุกคามสุขภาพของชาวเมือง สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย นับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2562 สังคมไทยได้เกิดกระแสการตื่นตัวในวงกว้าง ถึงภัยอันตรายจากปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ การต้องเผชิญกับภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ที่สูงเกินค่ามาตรฐานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะสามารถแทรกซึมเข้าสู่ถุงลมปอด รวมทั้งระบบไหลเวียนของโลหิตได้ง่าย ในปริมาณที่มากกว่าฝุ่นควัน PM10 จึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งในระยะเฉียบพลันและในระยะยาวรุนแรงกว่า PM10 เกือบ 2 เท่า ทำให้เกิดโรคและกระตุ้นให้โรคกำเริบได้ เช่น โรคหัวใจ…
22/12/2016

โรงเรียนในจีนหันมาสอนแบบไลฟ์สดผ่านออนไลน์ หลังเจอวิกฤตหมอกควันพิษทั่วเมือง

ด้วยสภาวะวิกฤตหมอกมลพิษที่ปกคลุมเมืองใหญ่ๆ ในประเทศจีนขณะนี้ โดยเฉพาะในกรุงปักกิ่งที่ล่าสุดพบว่าหมอกควันพิษนั้นเกินระดับสูงสุดที่องค์การอนามัยโลกกำหนดแล้ว ซึ่งเบื้องต้นมีรายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการของจีนต้องประกาศหยุดการเรียนการสอนในโรงเรียนระดับชั้นอนุบาลและประถม ในขณะที่ในระดับชั้นมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยนั้นก็มีการลดวันเรียนลงเช่นกัน
17/12/2015

ยอดสั่งทะลัก! บริษัทแคนาดาหัวเสขายอากาศอัดกระป๋องส่งจีนหลังเจอวิกฤติมลพิษ

งานนี้เรียกว่ามองเห็นวิกฤติเป็นโอกาสรวยเละกันเลยทีเดียว เมื่อมีบริษัท startup จากแคนาดาจัดแจงอัดอากาศบริสุทธิ์ส่งขายไปยังประเทศจีน ซึ่งมีฟีดแบ็กที่ดีเยี่ยมและมีความต้องการในตลาดจีนสูงมาก จากเหตุภาวะวิกฤติมลพิษขั้นรุนแรง
23/09/2015

โกงครั้งเดียวเข็ด !! Volkswagen หุ้นร่วงหลังถูกเปิดโปง โกงทดสอบมลพิษ !!

เรียกได้ว่าเป็นเหตุอื้อฉาวแห่งวงการรถยนต์เลยก็ว่าได้ เมื่อบริษัท Volkswagen AG ได้ถูกรัฐบาลอเมริกาสั่งเรียกคืนรถยนต์กว่า 5 แสนคันหลังถูกตรวจพบว่ารถยนต์เหล่านั้นมีการติดตั้ง Software โกงการปล่อยมลพิษเมื่อถูกตรวจวัดค่ามลภาวะ ซึ่งงานนี้ผู้ร่วมถือหุ้นก็ไม่โอเคซักเท่าไหร่...

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ. นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร. อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…