Tags
| วิทยาศาสตร์
03/02/2026
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 173 days ago
ครั้งแรกของไทย ! ส่ง “CE-7 MATCH” เครื่องตรวจวัดรังสีคอสมิก ไปดวงจันทร์พร้อมยานฉางเอ๋อ 7 ปักหมุดสิงหาคมนี้
นับเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก้าวหนึ่งของวงการวิทยาศาสตร์ไทย เมื่อสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ภายใต้การนำของ ดร. วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการคนใหม่ ได้แถลงวิสัยทัศน์ "NARIT Open Talk 2026" ยืนยันความพร้อมในการส่งอุปกรณ์ฝีมือคนไทยมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ไปพร้อมกับฉางเอ๋อ 7 (Chang’e 7) ของประเทศจีน ผ่านโครงการความร่วมมือสำรวจดวงจันทร์ไทย-จีน โดยมีกำหนดปล่อยในช่วงเดือนสิงหาคม 2026 นี้ รู้จัก "CE-7 MATCH" อุปกรณ์ฝีมือคนไทย หัวใจสำคัญของภารกิจนี้คืออุปกรณ์ที่ชื่อว่า MATCH (Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope) ซึ่งเป็นเครื่องตรวจวัดอนุภาคพลังงานสูงและรังสีคอสมิก ผลงานการออกแบบและพัฒนาโดยนักวิจัยและวิศวกรไทยจาก NARIT ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เหตุผลที่ต้องส่ง MATCH ไปยังดวงจันทร์ ไม่ใช่เพียงเพื่อความภาคภูมิใจ แต่คือความปลอดภัยของมนุษยชาติ เพื่อประโยชน์หลายด้าน รวมไปถึงการตั้งถิ่นฐานสำหรับในอนาคต เนื่องจากดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศและไม่มีสนามแม่เหล็กห่อหุ้ม อุปกรณ์ MATCH จึงสามารถวัดค่าอนุภาคพลังงานสูง (High-energy Particles) ได้แบบตรงจุดกำเนิด (In-situ) ข้อมูลที่ได้จึงแม่นยำกว่าการวัดจากพื้นโลกหลายเท่า ทำให้เราเห็นความรุนแรงที่แท้จริงของพายุสุริยะได้ล่วงหน้า เมื่อรู้ก่อน จะได้เฝ้าระวังสถานการณ์ของพายุสุริยะที่พุ่งตรงมายังโลกในปริมาณมหาศาลได้ เพราะอนุภาคเหล่านี้สามารถรบกวนสนามแม่เหล็กโลก…08/02/2024
สำเร็จ! แพทย์รักษาโรคทางพันธุกรรมที่หายากด้วยการตัดต่อแก้ไขพันธุกรรมได้แล้ว
มนุษย์เราเหมือนเข้าใกล้ภาวะปลอดโรคหรือเป็นอมตะขึ้นเรื่อย ๆ เพราะล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม และโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้รักษาผู้ป่วยโรคพันธุกรรมหายากด้วยยาสุดพิเศษที่เข้าไปช่วยปรับแต่งพันธุกรรมของผู้ป่วยได้สำเร็จ โรคทางพันธุกรรมโรคนี้ชื่อว่าแองจีโออีดีมา (Angioedema) ชื่อแปลกใช่ไหมล่ะ เพราะโรคนี้เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ยากมาก โดยอัตราการเกิด คือ 1 ใน 50,000 คนเท่านั้น เกิดจากการที่พันธุกรรมของร่างกายไม่สามารถผลิตโปรตีนที่ชื่อ C1-INH ขึ้นได้ เมื่อร่างกายขาดก็จะทำให้เกิดอาการขึ้น โรคนี้ทำให้เกิดอาการบวมตามร่างกาย ปวด และคันคล้ายผื่นบวมแดงในคนที่เป็นลมพิษ แต่จะรุนแรง และใหญ่กว่า ร่วมกับอาการหายใจติดขัด แม้ส่วนมากไม่อันตราย แต่ทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตลำบาก เช่น ไปเจอกับสารก่อภูมิแพ้ ผิวหนังใบหน้า ใต้ตา หรือปากก็บวมเป่ง ส่งผลต่อรูปลักษณ์ทำให้ไม่มั่นใจในตัวเองไปอีก นอกจากนี้ บางเคสที่มีอาการบวมในทางเดินหายใจอย่างรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยก็มี ด้วยความที่เป็นโรคทางพันธุกรรมเลยไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด การรักษาปกติ คือ ควบคุมอาการ อย่างเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ ใช้ยาแก้แพ้ ยาสเตียรอยด์ หรือยาอื่น ๆ เพื่อรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น แต่การทดลองรักษาด้วยวิธีแก้ไขพันธุกรรมจากทีมวิจัยสามารถรักษาโรคแองจีโออีดีมาในผู้ป่วย 10 รายให้หายได้จากการรักษาเพียงแค่ครั้งเดียว (อ้างอิงจากการติดตามการศึกษาในปัจจุบัน) โดยเขาใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เรียกว่า CRISPR/Cas9 หรือ ‘คริสเปอร์/แคสไนน์’ ซึ่งเป็นการแก้ไขพันธุกรรมที่ทำให้เกิดอาการของโรคนี้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 898 days ago
Read More05/02/2024
ไขความลับดีเอ็นเอของค้างคาวเพื่อการรักษาเบาหวานในมนุษย์
ค้างคาวผลไม้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่หากินในเวลากลางคืน โดยอาหารหลักของค้างคาวชนิดนี้ คือ ผลไม้ตามชื่อของมัน ซึ่งผลไม้เป็นอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงมาก แต่นักวิทยาศาสตร์กลับไม่พบว่าค้างคาวผลไม้ที่กินผลไม้เป็นอาหารหลักนั้นเกิดโรคเบาหวาน น้ำตาลอาจเรียกได้ว่าเป็นยาเสพติด และยาพิษที่ถูกกฎหมาย และได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะการศึกษาพบว่ามนุษย์สามารถเสพติดน้ำตาลได้จริง แถมการได้รับน้ำตาลมากเกินไปยังส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงระดับภัยพิบัติทางสุขภาพ อย่างฟันผุ โรคอ้วน ความเครียด ปัญหาผิว โรคหัวใจ และโรคอื่นมากมาย แต่ที่ขาดไปไม่ได้ คือ โรคเบาหวาน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นได้เมื่อเราได้รับน้ำตาลปริมาณมากต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยที่ร่างกายจะเริ่มตอบสนองต่ออินซูลิน (Insulin) ฮอร์โมนที่ช่วยเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้กลายเป็นพลังงานได้น้อยลง จนร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้อย่างเพียงพอ และต้องใช้ยารักษาโรคเบาหวาน แต่จะดีแค่ไหน ถ้าคุณ และเราสามารถบริโภคน้ำตาลได้มากขึ้นโดยที่ไม่มีผลกระทบตามมา ไขความลับดีเอ็นเอของค้างคาวเพื่อการรักษาเบาหวานในอนาคต ทีมนักวิทยาศาสตร์เลยต้องการไขความลับว่ากลไกอะไรที่ซ่อนอยู่ในดีเอ็นเอของค้างคาวผลไม้ที่ทำให้พวกมันสามารถกินน้ำตาลได้แบบไม่อั้นโดยที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน ในขณะที่มนุษย์ป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มมากขึ้นทั่วโลกราวกับเป็นโรคติดต่อทั้งที่ไม่ใช่ก็ตาม ปัจจุบันมนุษย์ราว 530 ล้านคนป่วยด้วยโรคเบาหวาน และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสร้างผลกระทบทั้งในด้านสุขภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ ไปจนถึงค่ารักษาพยาบาลทั้งในระดับบุคคล และระดับประเทศ ผลลัพธ์วิวัฒนาการต้านโรคเบาหวานจากค้างคาวผลไม้ การศึกษาดีเอ็นเอ และกลไกในการจัดการกับน้ำตาลของค้างคาวผลไม้อาจเป็นการค้นพบที่ช่วยกู้วิกฤตสุขภาพจากการหลงใหลในน้ำตาลของมนุษย์ให้กลับมาเป็นปกติ จากการศึกษาตับอ่อนของค้างคาวผลไม้ ซึ่งเป็นส่วนที่ผลิตอินซูลินพบว่าตับอ่อนของค้างคาวผลไม้มีเซลล์ผลิตอินซูลินมากกว่ากว่าค้างคาวที่กินแมลงเป็นอาหาร ทั้งยังมีเซลล์ผลิตกลูคากอน (Glucagon) ที่มีส่วนในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ค้างคาวผลไม้สามารถนำน้ำตาลในเลือดที่ได้จากการกินผลไม้ไปใช้พลังงานได้มากกว่า นอกจากนี้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 902 days ago
Read More22/01/2024
นักวิทยาศาสตร์เตรียมทดสอบยาโรคหัวใจตัวแรกของโลกที่มาจากพิษแมงมุม
ปกติแมงมุม หรือสัตว์มีพิษต่าง ๆ ดูเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายกับมนุษย์ แต่ในหลายครั้งที่ความกระหายใครรู้ของมนุษย์ ประกอบกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้เปลี่ยนขั้วของพิษร้ายที่อันตรายถึงชีวิตให้กลายมาเป็นยารักษาโรค ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ค้นพบว่าพิษจากของแมงมุมใยกรวยแห่งเกาะเกอริ (K'gari funnel-web spider) ประเทศออสเตรเลียมีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ จากการศึกษาก่อนหน้า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสารเคมี Hi1a ในพิษของแมงมุมใยกรวยชนิดนี้ว่ามีฤทธิ์ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอาการหัวใจวาย รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งในการศึกษาครั้งใหม่ที่ทดสอบในเซลล์ทดลอง และสัตว์ทดลองก็พบว่า Hi1a มีฤทธิ์ในการป้องกันโรคหัวใจได้เทียบเท่ากับยารักษาโรคหัวใจอีกชนิดหนึ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากทำให้เกิดผลข้างเคียงในมนุษย์ จากการทดสอบในเซลล์ทดลอง สารจากพิษของแมงมุมชนิดนี้ออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณที่หัวใจเสียหายจากโรคหัวใจ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติที่ไม่ได้รับความเสียหาย รวมถึงช่วยลดความเสียหาย และอัตราการตายของเซลล์หัวใจ และสมองจากการขาดออกซิเจน ที่เป็นผลจากการขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ของโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง อาจเป็นไปได้ว่าจะช่วยภาวะแทรกซ้อน และอัตราการเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้ ปัจจุบันการศึกษาในการใช้สาร Hi1a จากพิษของแมงมมุมใยกรวยแห่งเกาะเกอริในการรักษาโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองยังคงอยู่ระหว่างการทดสอบในสัตว์ และเปลี่ยนผ่านไปสู่การทดสอบในมนุษย์ ซึ่งอาจต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไก ประโยชน์ และผลกระทบของสารชนิดนี้ในมนุษย์อย่างถ่องแท้ ก่อนจะนำมาผลิตเป็นยา หากยาจากพิษของแมงมุมชนิดนี้สำเร็จ จะเป็นยารักษาโรคหัวใจจากแมงมุมชนิดแรกของโลก โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่มีคนป่วยเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก การค้นพบครั้งนี้จึงอาจช่วยเพิ่มตัวเลือกในการรักษาโรคหัวใจที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเหล่านี้ได้ ที่มา: Sciencedailyภูษิต เรืองอุดมกิจ | 916 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 1 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 13 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 13 days ago
Read More















