ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

Digital Intelligence Fabric โครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อ SME จากทรู พร้อม depa ปูทางหนีกับดักความล้าหลัง

Tabel of Content

ในขณะที่โลกกำลังหมุนเข้าสู่ปี 2026 ด้วยความเร็วแสงของ AI และ Automation แต่เมื่อหันกลับมามองรากฐานของธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs และภาคการเกษตร เรากลับพบความจริงที่น่าตกใจว่า หลายภาคส่วนยังคงติดอยู่ในยุค “Industry 2.0” ที่ใช้แรงงานคนและสัญชาตญาณในการตัดสินใจ

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการตามเทรนด์ไม่ทัน แต่มันคือ “ความเสี่ยงระดับชาติ” ที่หากเราไม่ขยับตัว ประเทศไทยอาจสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลถึง 1.8 ล้านล้านบาท สถานการณ์นี้จึงนำมาสู่การผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง True Digital Group (TDG) ผู้นำด้าน Tech Solution และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนผ่านนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง

Digital Intelligence Fabric : โครงสร้างพื้นฐานที่ ‘ถักทอ’ ทุกสิ่งเข้าด้วยกัน

ในฝั่งของภาคเอกชน คุณเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล จากทรู คอร์ปอเรชั่น ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ที่ก้าวข้ามการขายซอฟต์แวร์ หรือแอปพลิเคชันแบบเดิมไปสู่สิ่งที่เรียกว่า Digital Intelligence Fabric (DIF)

ทำไมต้องเป็น Fabric หรือ ผืนผ้า ? เปรียบเทียบง่าย ๆ คือ ในอดีตองค์กรต่าง ๆ มักซื้อเทคโนโลยีเป็นชิ้น ๆ (Silos) กล้องวงจรปิดแยกส่วนหนึ่ง ระบบบัญชีอีกส่วนหนึ่ง ระบบขนส่งก็อีกแอปฯ หนึ่ง ข้อมูลกระจัดกระจายไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้เกิดความซับซ้อนและวัดผลลัพธ์ไม่ได้

TDG เลยออกแบบ Digital Intelligence Fabric ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุคใหม่เปรียบเสมือน “เส้นใย” ที่ถักทอ 3 สิ่งสำคัญเข้าด้วยกันจนกลายเป็นผ้าผืนเดียวกัน

  1. การหลอมรวม (Integration) : เชื่อมต่อเทคโนโลยีที่กระจัดกระจายให้คุยภาษาเดียวกัน
  2. นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง (Innovation at Scale) : เปลี่ยนจากแค่การทดลอง (PoC) ให้กลายเป็นการใช้งานจริงในวงกว้าง
  3. ความเร็ว (Acceleration) : เร่งผลลัพธ์ทางธุรกิจให้เกิดขึ้นทันที ไม่ต้องรอเป็นปี

โดยมีแกนกลางคือ AI ที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณู ตั้งแต่ระบบ Cloud, IoT, Cyber Security ไปจนถึง Data Platform ซึ่งคุณเอกราชเน้นย้ำว่า ระบบนิเวศใหม่นี้ต้องเป็น Open Architecture หรือสถาปัตยกรรมแบบเปิดที่ยืดหยุ่น เชื่อมต่อได้กับทุกค่าย ไม่ปิดกั้น

คุณเอกราชได้ขยาย 8 องค์ประกอบหลักของ Digital Intelligence Fabric ไว้ดังนี้

  1. Vertical Cloud with Embedded Security : คลาวด์อัจฉริยะที่ฝังระบบความปลอดภัยมาให้ในตัว ช่วยลดความเสี่ยง ลดภาระทีมไอที และขยายระบบได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนด้าน Cybersecurity เพิ่ม
  2. Connectivity & IoT Platform : แพลตฟอร์มเชื่อมต่ออุปกรณ์และเซนเซอร์ทุกชนิด (IoT) เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ เพื่อเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์และควบคุมระบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. Computer Vision AI : โซลูชันอัปเกรดกล้องวงจรปิดเดิมให้เป็นกล้อง AI อัจฉริยะโดยไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ สามารถวิเคราะห์ แจ้งเตือน และตรวจสอบความผิดปกติได้แบบเรียลไทม์
  4. Connected Building & Energy Management : ระบบบริหารจัดการอาคารและพลังงานอัตโนมัติ ช่วยควบคุมการใช้ไฟและแอร์เพื่อลดต้นทุน พร้อมรายงาน Carbon Footprint ตอบโจทย์ ESG
  5. Smart Logistics & Supply Chain : ระบบจัดการขนส่งและคลังสินค้าอัจฉริยะ ใช้ข้อมูล Telemetric วิเคราะห์เส้นทางและพฤติกรรมคนขับ เพื่อลดอุบัติเหตุและค่าใช้จ่าย
  6. Data & AI Platform : แพลตฟอร์มข้อมูลแบบ No-code / Low-code ที่ใช้งานง่าย ช่วยให้องค์กรสร้าง Dashboard หรือโมเดล AI ได้เร็วขึ้น พร้อมผสานข้อมูลจาก Telco เพื่อประโยชน์สูงสุด
  7. Managed Cybersecurity : บริการดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ครบวงจรตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยบริหารความจัดการเสี่ยงและดูแลเรื่อง Compliance ลดภาระการหาบุคลากรและเครื่องมือเอง
  8. Digital Skill & Development : หลักสูตรพัฒนาคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กรดิจิทัล เน้นการ Upskill & Reskill ด้าน Data, AI, Cyber และ Cloud ให้พนักงานพร้อมรับมือเทคโนโลยีใหม่ ๆ

นอกจากนี้ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป มองข้ามช็อตไปถึงปี 2026 ว่าเราจะเห็นเทรนด์เทคโนโลยีที่เปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างสิ้นเชิง อย่าง Robotics Break-free ที่หุ่นยนต์จะไม่อยู่แค่ในโรงงานอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่จะออกมาอยู่และร่วมทำงานร่วมกับมนุษย์ในชีวิตประจำวัน หรือ AI Action Model ที่ AI จะไม่ได้แค่ “คุย” (Language Model) แต่จะเริ่ม “ทำ” สิ่งต่าง ๆ แทนมนุษย์ได้

โจทย์ใหญ่ของไทย : จาก Gut Feeling สู่ Data Driven

ดร. ปรีสาร รักวาทิน จาก depa ได้ฉายภาพความจริงที่เจ็บปวดแต่ต้องยอมรับว่า ผู้ประกอบการไทยกว่า 3.2 ล้านราย และภาคการเกษตรอีก 8 ล้านครัวเรือน ส่วนใหญ่ยังคงบริหารงานโดยใช้ความรู้สึก (Gut Feeling) การตัดสินใจบนความว่างเปล่าของข้อมูลทำให้เราสูญเสียประสิทธิภาพและต้นทุนไปอย่างมหาศาล

กำแพงที่ขวางกั้น SMEs ไทยไม่ใช่แค่เรื่องเงินทุน แต่คือความเชื่อมั่นผู้ประกอบการไม่มั่นใจว่าเทคโนโลยีที่ลงทุนไปจะปลอดภัยไหม ? ใช้ได้จริงหรือเปล่า ? หรือจะโดนหลอกเรื่องราคาหรือไม่ ?

depa จึงก้าวเข้ามาในฐานะผู้กำหนดมาตรฐาน ด้วยการสร้างตราสัญลักษณ์ d-SURE เพื่อการันตีมาตรฐานความปลอดภัย (Safety), ฟังก์ชันการใช้งาน (Functionality) และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) พร้อมกับมาตรการทางภาษีที่จูงใจถึง 200% สำหรับบริษัทใหญ่ที่เข้ามาช่วยซื้อบริการดิจิทัลให้ SMEs นี่คือการปูพรมแดงเพื่อให้เทคโนโลยีไหลลงสู่ฐานรากได้ง่ายขึ้น

การบรรจบกันของนโยบายจากรัฐและเทคโนโลยีจากเอกชน

การร่วมมือกันครั้งนี้สะท้อนให้เห็นจิกซอว์ที่กำลังจะสมบูรณ์ ภาครัฐอย่าง depa ทำหน้าที่ปลดล็อกความกลัวและอุปสรรคด้านต้นทุนผ่านบัญชีบริการดิจิทัลและมาตรฐาน d-SURE ในขณะที่ภาคเอกชนอย่าง True Digital Group ทำหน้าที่สร้างเครื่องมือผ่านโครงสร้างพื้นฐาน Digital Intelligence Fabric ที่ทำเรื่องยากให้ง่าย และทำเรื่องซับซ้อนให้เป็นระบบอัตโนมัติ (Automation)

เมื่อมาตรฐานความเชื่อมั่นของรัฐ มาเจอกับโครงสร้างอัจฉริยะของเอกชน อาจพาประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และสร้างผลผลิตของประเทศได้อย่างยั่งยืนในยุคของเทคโนโลยี

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

17/01/2026
Read More

สัมผัสแรก Airbus A321neo ความสบายใหม่จากการบินไทยที่ต้องไปลอง

16/01/2026
Read More

SYNNEX เปิดบ้านจัดงาน “SYNNEX OPEN HOUSE 2026” ประกาศทิศทางกลยุทธ์ยุค AI มุ่งสู่เป้าหมายรายได้ 53,000 ล้านบาท

16/01/2026
Read More

GPO Pharmaceutical Summit 2026 : ปักธงไทยสู่ Global Innovation Gateway ยกระดับความมั่นคงทางยาระดับสากล

16/01/2026
Read More

ทางรอดสายปั่นเทรนด์ ! วิธีแก้เกมดันแฮชแท็กบน X ให้ติดอันดับ หลังอัลกอริทึมเปลี่ยนทำยอดหาย

16/01/2026
Read More

จบปัญหากระเป๋าล้น ! ญี่ปุ่นเปิดตัว “เครื่องบีบอัดเสื้อผ้า” ย่อส่วนเหลือเท่าฝ่ามือใน 1 นาที

16/01/2026
Read More

Related Content