ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

Any ID อนาคตธุรกรรมของคนไทยทุกคน

Table of Content

เรื่องเงินอิเล็กทรอนิกส์ดูเหมือนจะใกล้ตัวคนไทยขึ้นมาอีก เมื่อรัฐบาลได้เห็นชอบในแผนระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) เมื่อปลายปี 2558 ทำให้เรื่อง Any ID หรือชื่อไทยคือ “นานานาม” กำลังจะเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราแล้ว

Any ID คือการนำเลขที่บัตรประชาชนและเบอร์โทรศัพท์มือถือไปผูกกับบัญชีธนาคาร เพื่อประโยชน์ในการทำธุรกรรม เช่นการรับเงินจากหน่วยงานของรัฐ จะเป็นเรื่องคืนภาษี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือสิทธิประโยชน์ สวัสดิการต่างๆ นานาก็แจ้งเพียงเลขที่บัตรประชาชน ระบบก็จะเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารให้เรียบร้อย ไม่ต้องวุ่นวายแนบสำเนาหน้าสมุดธนาคารทุกครั้งที่เปลี่ยนหน่วยงาน ลดความยุ่งยากระบบงานรัฐบาล และประชาชนก็จะได้รับเงินเร็วขึ้น

เบื้องต้น Any ID ของแต่ละคนจะสามารถผูกกับบัญชีธนาคารได้ 4 บัญชี โดยเชื่อมโยงกับ 1 หมายเลขประจำตัวประชาชน และ 3 เบอร์โทรศัพท์มือถือ (เช่นให้เลขประจำตัวประชาชนเป็นบัญชีเงินออม ส่วนเบอร์มือถือเป็นบัญชีเงินเดือน) ซึ่งต่อไปผู้ใช้เพียงแค่บอกเบอร์มือถือก็ทำธุรกรรม รับเงิน โอนเงินได้

ต่อไปเบอร์มือถือจึงเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้น เราคงไม่สามารถเปลี่ยนเบอร์กันบ่อยๆ แล้ว และเบอร์สวยคงขายดีขึ้น (ฮาา) ซึ่งตอนนี้ธนาคารต่างๆ ก็เตรียมระบบลงทะเบียนผูกบัญชีธนาคารกับ Any ID กันแล้ว และคงมีโปรโมชั่นต่างๆ ตามมาอีก เพราะถ้าธนาคารไหนสามารถดึงเจ้าของบัญชีให้ผูกกับ Any ID ได้มาก ก็หมายถึงจะมีลูกค้าที่ใช้งานบัญชีประจำมากขึ้นด้วย

ซึ่งในเฟสต่อไปหลังจาก Any ID เริ่มต้นใช้ในสังคมไทย รัฐบาลจะขยายเครื่องรับชำระเงินหรือ EDC ไปทั่วประเทศอีก 2 ล้านจุด เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าสามารถรับการชำระเงินผ่านระบบ Any ID ได้ ก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นยุคสังคมไร้เงินสดอย่างเป็นทางการ แล้วในช่วงต่อไปรัฐบาลก็จะปรับระบบภาษีและธุรกรรมทั้งหมดให้เข้าสู่ระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย

ทำไมรัฐบาลถึงต้องกระตุ้นให้เกิดสังคมไร้เงินสด ก็เพราะว่าสังคมที่ใช้เงินสดนั้นมีต้นทุนสูงมาก เช่นต้นทุนการตั้งตู้ ATM ต้นทุนการขนเงิน ต้นทุนความเสียงที่เงินถูกขโมย ต้นทุนการเก็บรักษา แถมยังไม่สามารถติดตามการใช้เงินได้ง่ายๆ รัฐจะเก็บภาษีให้ครบถ้วนก็ตามหลักฐานได้ยาก

ข่าวดีของคนที่จ่ายภาษีอยู่แล้ว อาจจะจ่ายน้อยลง

ฟังดูเหมือนข่าวร้ายสำหรับประชาชนที่รัฐจะเก็บภาษีได้มากขึ้นถ้าเข้าสู่สังคมไร้เงินสดแล้ว แต่จริงๆ แล้วมันเป็นข่าวดีต่างหาก โดยเฉพาะคนที่ทำงานประจำ เป็นกลุ่มที่ต้องเสียภาษีกันอยู่แล้ว เพราะทุกวันนี้จากประชากร 65 ล้านคน รัฐสามารถเก็บภาษีได้ราวๆ 10 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งถ้ารัฐสามารถเก็บภาษีได้เท่าเทียมกัน รัฐก็ได้เงินไปพัฒนาประเทศมากขึ้น คนที่เสียภาษีอยู่แล้วก็เสียน้อยลง เพราะมีเงินที่เก็บได้จากส่วนต่างๆ มาเสริม รัฐก็สามารถลดภาษีในจุดต่างๆ ได้ (ส่วนคนที่มีเงินได้แล้วไม่เคยเสียภาษี ก็จะได้เสียบ้าง ถือว่าช่วยๆ กันหารนะ)

Highlight

Waymo ควัก 220 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซื้อสนามทดสอบต่อจาก Apple สวนทางข่าวสั่งเรียกคืนโรโบแท็กซี่ระลอกใหญ่เกือบ 3,900 คัน

22/06/2026
Read More

นักวิทย์ใช้ “แมลงวันหัวเขียว” เป็นสายลับ ! ติดตามโรคระบาดในสัตว์ป่า ไม่ง้อ AI 

19/06/2026
Read More

รู้จัก Dataism ทำไมมนุษย์เสพติดชุดข้อมูล จนสูญเสียเจตจำนงเสรี ? ส่องมุมมองของ บิลล์ เกตส์ ต่ออนาคตของ AI และ Dataism

19/06/2026
Read More

BDMS ทุ่ม 29,000 ล้าน สร้าง ‘WellEra’ Wellness Complex ใจกลางกรุง รับเมกะเทรนด์ Longevity

19/06/2026
Read More

วิกฤตการณ์ ‘RAMmageddon’ เมื่อชิปขาดแคลนหนักจนอาจแช่แข็งวงการไอที ?

19/06/2026
Read More

‘Ref Cam’ กล้องมุมมองผู้ตัดสิน เทคโนโลยีปราบดราม่า-เพิ่มมุมมองแฟนบอลในฟุตบอลโลก 2026

19/06/2026
Read More

Related Content