ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

เจาะลึก Huawei Watch GT7 Series ผสานเซนเซอร์ TruSense 6.0 สู่แพลตฟอร์มวิจัยสุขภาพเชิงรุก สู้โรค NCDs

Table of Content

มาแล้ว Huawei Watch GT7 Series นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นล่าสุดที่เน้นการปรับปรุงเซนเซอร์ออปติคัล การยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ และการนำอุปกรณ์สวมใส่เข้าสู่ร่วมการวิจัยทางคลินิกเพื่อสนับสนุนการคัดกรองความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ร่วมกับสถาบันการแพทย์ในประเทศไทย

การออกแบบ

Huawei Watch GT 7 46 mm
Huawei Watch GT 7 46 mm

Huawei Watch GT7 Series แบ่งออกเป็น 2 รุ่นหลัก ได้แก่ GT7 Pro และ GT7 โดยทั้งสองรุ่นได้ Easy Cross Strap สายรัดข้อมือแบบใหม่ เพื่อลดการเคลื่อนตัวของตัวเรือนขณะออกกำลังกาย ช่วยให้เซนเซอร์แนบสนิทกับผิวหนังและตรวจวัดสัญญาณได้สม่ำเสมอขึ้น

ตัวเรือนได้รับการรับรองมาตรฐานการทนน้ำและฝุ่นที่ระดับ IP69 รองรับการเชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการ Android และ iOS รวมถึงเพิ่มฟังก์ชันความสะดวกในการสแกนชำระเงินผ่าน QR Code ของร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในขั้นตอนเดียว

Huawei Watch GT 7 41 mm
Huawei Watch GT 7 41 mm
คุณสมบัติHuawei Watch GT7 ProHuawei Watch GT7 (Standard)Huawei Watch GT7 (41mm)
วัสดุตัวเรือนAerospace-grade Titanium Alloyสแตนเลสสตีลสแตนเลสสตีล
กระจกหน้าจอSapphire Glass กระจกมาตรฐานความทนทานสูงกระจกมาตรฐานความทนทานสูง
อายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 21 วัน สูงสุด 21 วันสูงสุด 16 วัน
ตัวเลือกสีเหลือง, เขียว, ดำน้ำเงิน, เหลือง, ดำขาว, น้ำเงิน, เขียว, เทา
Huawei TruSense 6.0
Huawei TruSense 6.0

Huawei Watch GT 7 Series ติดตั้งระบบเซนเซอร์ TruSense 6.0 ที่ปรับปรุง Optical Path แบบกระจายพื้นที่และระยะห่างหลายจุด พร้อมกระจก Ultra-Opaque Glass เพื่อลดสัญญาณรบกวน โดยครอบคลุมการวัดค่า 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ออกซิเจนในเลือด (SpO2), อัตราการเต้นของหัวใจ, คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG ผ่านการแตะปุ่มสัมผัส 30 วินาที), ความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ (HRV) และอัตราการหายใจ ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาประมวลผลร่วมกับสถิติการนอนหลับและความเครียด เพื่อคำนวณออกมาเป็น คะแนนความพร้อมของร่างกาย (Physical Readiness Score) ในแต่ละวัน

โหมดกิจกรรมและการระบุตำแหน่ง

Huawei Watch GT 7 Pro
Huawei Watch GT 7 Pro

ระบบระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ใช้การผสานการทำงานระหว่าง AI XR Positioning และ Sun Power Positioning เพื่อรักษาความต่อเนื่องของสัญญาณในพื้นที่อับสัญญาณ รองรับโหมดออกกำลังกายมากกว่า 110 รูปแบบ และโปรแกรมออกกำลังกายสั้น 30 รูปแบบ โดยมีฟังก์ชันเฉพาะทางที่สำคัญ ได้แก่:

  • โหมดวิ่งเทรลและปั่นจักรยาน: แสดงแผนที่ภูมิประเทศความละเอียดสูง ข้อมูลระดับความสูงชันแบบเรียลไทม์ และระบบแจ้งเตือนทางโค้งหักศอกล่วงหน้า
  • โหมดกอล์ฟ: แผนที่สนามกอล์ฟในไทยและต่างประเทศ พร้อมระบบวิเคราะห์ความลาดชันของกรีนแบบ 360 องศา
  • โหมดสกีและแร็กเก็ต: ตรวจจับลักษณะการเลี้ยวและคำนวณแรง G-force สำหรับสกี รวมถึงตรวจจับรูปแบบการตีโฟร์แฮนด์ แบคแฮนด์ และจำนวนแรลลีสูงสุดในกีฬาแร็กเก็ต
ความสามารถของ Huawei Watch GT 7 Pro
ความสามารถของ Huawei Watch GT 7 Pro

โดยโหมดเทรลและกอล์ฟจะมีเฉพาะใน Huawei GT 7 Pro เท่านั้น ส่วนราคาของนาฬิกาทั้ง 2 รุ่นนี้จะเผยในวันที่ 24 ก.ย. นี้ครับ

การศึกษาคัดกรองโรคหลอดเลือดหัวใจ

นายแพทย์อนุวัตร์ รินทรวิฑูรย์ จากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ระบุถึงข้อจำกัดของกระบวนการตรวจคัดกรองโรคหัวใจในปัจจุบัน เช่น การเดินสายพาน (Exercise Stress Test) ที่มีความไวและความจำเพาะเฉลี่ยเพียง 60-70% ขณะที่การสวนหัวใจ (CAG) แม้เป็นมาตรฐานหลักแต่เป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงสูง

นายแพทย์อนุวัตร์ รินทรวิฑูรย์ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
นายแพทย์อนุวัตร์ รินทรวิฑูรย์ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช

ทางโรงพยาบาลจึงร่วมมือกับหัวเว่ยในโครงการ Prospective Study ระยะเวลา 3 ปี กับกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ต้องสวนหัวใจมากกว่า 100 ราย โดยให้ผู้ป่วยสวมสมาร์ตวอตช์เพื่อเก็บข้อมูล PPG, คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG), และชีพจรต่อเนื่อง 3–4 วัน เพื่อนำมาเปรียบเทียบความแม่นยำกับผลการสวนหัวใจจริง มีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนอัลกอริทึม AI ให้สามารถตรวจจับความเสี่ยงการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การศึกษาความเสี่ยงโรคเบาหวาน (Diabetic Risk Study)

แพทย์หญิงวรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ จาก VitalLife
แพทย์หญิงวรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ จาก VitalLife

แพทย์หญิงวรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ จาก VitalLife กล่าวถึงสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทยที่มีผู้ป่วยไม่ทราบสถานะของตนเองราว 33.3% – 46% เนื่องจากข้อจำกัดของการตรวจเลือดที่ต้องงดอาหารล่วงหน้า ทำให้ขาดการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ

โครงการวิจัยร่วมระหว่าง VitalLife และหัวเว่ย ได้นำแอปพลิเคชันวิจัยมาใช้บันทึกสัญญาณชีพ พฤติกรรมเนือยนิ่ง และคุณภาพการนอนหลับของผู้ใช้งานต่อเนื่อง 3–14 วัน เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของข้อมูลชีวมิติกับผลตรวจระดับน้ำตาลในห้องปฏิบัติการ (Fasting Blood Glucose, HbA1C และ HOMA-IR) เพื่อสร้างแบบจำลองการจำแนกความเสี่ยง (Low, Moderate, High Risk) สำหรับแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานเข้ารับการวินิจฉัยทางการแพทย์ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

การขยับตัวของอุปกรณ์สวมใส่จากระดับฟิตเนสแทร็กเกอร์ไปสู่เครื่องมือรวบรวมข้อมูลทางระบาดวิทยาและคลินิก สะท้อนถึงทิศทางการแพทย์เชิงป้องกันที่มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายในระบบสาธารณสุข อย่างไรก็ดี อัลกอริทึม AI เหล่านี้ยังคงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้ทดแทนการตรวจวินิจฉัยโรคขั้นสุดท้ายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และจำเป็นต้องรอการประเมินความแม่นยำทางสถิติเมื่อการวิจัยทางคลินิกในประชากรไทยเสร็จสิ้นลง

Huawei Watch GT 7
Huawei Watch GT 7

Highlight

Canon เปิดตัว EOS R8 Mark II กล้องฟูลเฟรม 24.2MP ถ่ายรัว 40fps พร้อมฟีเจอร์สายคอนเทนต์

16/09/2026
Read More

ทุกคนบอกให้ชะลอการพัฒนา AI แต่ไม่มีใครอยากเริ่มก่อน

16/09/2026
Read More

SYNNEX ยก Nintendo Switch 2 บุกงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 จัดเต็มกว่า 270 ตร.ม.

16/09/2026
Read More

ลือราคา RTX 6000 อาจไปไกลถึงครึ่งล้าน !

16/09/2026
Read More

ไปรษณีย์ไทย ใช้ D/ID และ QR Code จ่าหน้าจดหมาย/พัสดุ แทนชื่อ-ที่อยู่-เบอร์โทร ลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล

16/09/2026
Read More

เปลือกส้มช่วยชุบชีวิตแบตเตอรี่เก่า นักวิจัยสิงคโปร์กู้โลหะกลับมาใช้ใหม่

16/09/2026
Read More

Related Content