ใครที่สั่งของออนไลน์บ่อย ๆ น่าจะเคยกังวลกับข้อมูลที่จ่าหน้าบนกล่องว่าจะรั่วไหล
ล่าสุด ไปรษณีย์ไทยร่วมกับดีอีและ สคส. (PDPC) เริ่มปล่อยระบบที่ชื่อว่า D/ID (Digital Post ID) ออกมาเปลี่ยนวิธีส่งของให้เข้ากับยุคที่ข้อมูลส่วนตัวสำคัญพอ ๆ กับของในกล่อง
หลักการทำงานไม่มีอะไรซับซ้อน จากเดิมที่เราต้องเขียนชื่อ นามสกุล ที่อยู่แบบละเอียดยิบ และเบอร์โทรศัพท์ไว้หน้าซอง ระบบนี้จะยุบข้อมูลทั้งหมดให้กลายเป็น รหัสจัดส่งดิจิทัล D/ID หรือรหัสคิวอาร์ (QR Code) แทน
ทีนี้เวลาทิ้งกล่องพัสดุ ใครเดินผ่านหน้าบ้าน หรือใครก็ตามที่เห็นกล่อง ก็จะมองเห็นแค่โคดธรรมดา อ่านไม่ออกว่าของใครและส่งมาจากไหน มีแค่เจ้าหน้าที่จัดส่งที่มีระบบสแกนเฉพาะของขนส่งเท่านั้น ถึงจะเปิดดูเส้นทางนำจ่ายได้
เรื่องนี้ช่วยได้สองต่อ คือลดความเสี่ยงการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัว และช่วยแก้ปัญหาคลาสสิกอย่างพัสดุส่งผิดบ้านเพราะลายมืออ่านยาก สะกดชื่อซอยผิด หรือเลขที่บ้านคล้ายกันด้วย เพราะรหัสนี้ถูกผูกเข้ากับพิกัดจริงบนแผนที่โดยตรง ทำให้การนำจ่ายตรงจุดขึ้น
การเปลี่ยนข้อมูลจ่าหน้าซองแบบเดิมให้กลายเป็นโคด ไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิคของบริษัทขนส่ง แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้จึงเป็นที่มาของการดึง 3 หน่วยงานมาทำงานร่วมกัน ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส. หรือ PDPC) โดยมีการเซ็นลงนามความร่วมมือของทั้ง 3 องค์กร นำโดยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และพ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หน้าที่ของแต่ละฝ่ายแบ่งกันค่อนข้างชัดเจน โดยฝั่ง สคส. เข้ามาช่วยวางระบบตั้งแต่การออกแบบโครงสร้าง (Privacy by Design) เพื่อให้แน่ใจว่าระบบจะจำกัดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะส่วนที่จำเป็นต่อการนำจ่ายจริง ๆ และเตรียมความพร้อมเพื่อขอการรับรอง Certificate Trust Mark ให้ผู้ใช้มั่นใจว่าปลอดภัยตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ขณะที่กระทรวงดีอีและไปรษณีย์ไทยมองภาพนี้ไกลกว่าแค่การส่งพัสดุ โดยตั้งใจปั้นให้ D/ID กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ในอนาคตจึงมีแผนจะเปิดให้ขนส่งเอกชนรายอื่นเข้ามาร่วมใช้งานระบบรหัสนี้ได้ รวมถึงเชื่อมโยงพิกัดตำแหน่งเข้ากับระบบช่วยเหลือผู้ประสบภัยของภาครัฐ เพื่อให้การส่งความช่วยเหลือลงพื้นที่ฉุกเฉินทำได้เร็วและแม่นยำขึ้น
แถมในระยะยาว ทางไปรษณีย์ไทยยังมีแผนจะใช้พิกัดนี้กับงานบรรเทาสาธารณภัย เพื่อระบุตำแหน่งช่วยเหลือคนในพื้นที่ประสบภัยได้แม่นยำขึ้น
ตอนนี้ระบบเริ่มเปิดให้คนทั่วไปเข้าไปดาวน์โหลดและสร้างรหัสของตัวเองได้แล้ว ผ่านแอปฯ D/ID













