ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

นักวิจัยชี้ แอปฯ บน iOS มีความปลอดภัยมากกว่า Android อย่างชัดเจน

Table of Content

แม้จะมีคำกล่าวว่าความปลอดภัยของ Android นั้นขยับมาเท่า ๆ กับ iOS แล้ว แต่ในความเป็นจริง ผลจากนักวิจัยชี้ชัดว่าแอปฯ บน iOS ยังมีความปลอดภัยมากกว่า Android อยู่ดี

เออร์เนสต์ เนพริส (Ernestas Naprys) จาก Cybernews หรือสื่อออนไลน์ที่รายงานเกี่ยวกับภัยคุกคามและช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ทำการทดติดตั้งแอปฯ 100 อันดับแรกใน App Store ของเยอรมันบน iPhone รุ่นใหม่ และจาก Play Store บนสมาร์ตโฟน Android รุ่นใหม่ จากนั้นเนพริสก็เลือกไม่ใช้งานอุปกรณ์ที่ทำการทดสอบ พร้อมกับสังเกตว่าอุปกรณ์เหล่านี้มีการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศบ่อยแค่ไหน รวมถึงตำแหน่งของเซิร์ฟเวอร์เหล่านั้นด้วย

จากการทดสอบปล่อยเครื่องทิ้งไว้เป็นระยะเวลา 5-6 วันพบว่า iPhone มีการส่งหรือเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ภายนอกเฉลี่ย 3,308 ครั้งต่อวัน ในขณะที่ Android มีการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์เพียง 2,323 ครั้งต่อวันเท่านั้น

แต่แค่จำนวนครั้งบอกได้หรือไม่ว่าปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย? เมื่อเทียบแล้ว การขอเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ภายนอกของ iPhone นั้น กว่า 60% เป็นการขอเชื่อมต่อไปที่ Apple ในขณะที่ฝั่ง Android มีเพียง 24% เท่านั้นที่มีการเชื่อมต่อไปที่เซิร์ฟเวอร์ของ Google ที่เหลือเป็นการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของบุคคลที่ 3 ทั้งหมด

ยกตัวอย่างจากการทดสอบนี้ iPhone มีการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในรัสเซียเพียง 1 ครั้งต่อวัน ในขณะที่อุปกรณ์ Android มีการเชื่อมต่อกับรัสเซียมากถึง 13 ครั้งต่อวัน ส่วนจีนนั้น iPhone ไม่มีการขอเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ในประเทศจีนเลย ในขณะที่ Android มีการขอเชื่อมต่อถึง 5 ครั้งต่อวัน

iPhone ในแง่ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ในการทดสอบพบว่า iPhone เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ Facebook โดยเฉลี่ย 20 ครั้งต่อวัน เทียบกับเกือบ 200 ครั้งต่อวันสำหรับ Android ส่วนแอปฯ ยอดนิยมอย่าง TikTok นั้น iPhone มีการเชื่อมต่ออยู่ที่ 36 ครั้งต่อวัน ถึงแม้จะไปถึงเซิร์ฟเวอร์ ByteDance ที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในจีน ส่วนอุปกรณ์ Android มีการเชื่อมต่อมากถึง 800 ครั้งต่อวัน

การทดสอบนี้บ่งบอกอะไร?

หากแอปฯ มีการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ในจีนหรือรัสเซีย นั่นหมายความว่าข้อมูลของผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้โดยหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศเหล่านั้น อย่างเช่นภาครัฐเป็นต้น

ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่ Apple ตั้งกฎในการพัฒนาแอปฯ ที่เข้มงวดกว่า Apple มีนโยบายมากมายเพื่อจำกัดข้อมูลที่นักพัฒนาสามารถเข้าถึงได้ การใช้งานระบบปิดเป็นแนวทางที่ Apple ใช้อย่างเรื่อยมา เหล่าผู้บริหารระดับสูงจึงแสดงความกังวลทุกครั้งว่าหากมีการปรับเป็นระบบเปิดจะทำให้ความปลอดภัยน้อยลง

หากใครใส่ใจเรื่องความเป็นส่วนตัวมากเป็นพิเศษ ทางแหล่งที่มาก็แนะนำให้พิจารณาเรื่องระบปฏิบัติการให้ดีด้วยครับ

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

ครบรอบ 10 ปี Netflix Thailand ชวน “ดูไทยหนำใจที่ Netflix” เปิดไลน์อัปคอนเทนต์ไทยหลายรส ตั้งแต่ศาลยันวัง

06/02/2026
Read More

Google เฟิร์มเอง Android รุ่นอื่น ๆ จะใช้ Quick Share ส่งไฟล์หา AirDrop ได้ภายในปีนี้

06/02/2026
Read More

Techsauce ผนึกพันธมิตรเปิดตัว “Healthspan Festival 2026” ดันไทยสู่ Hub นวัตกรรมสุขภาพระดับโลก

06/02/2026
Read More

ถูกใจคนวัย 40+ ! FDA ไฟเขียว ‘Yuvezzi’ ยาหยอดตาตัวแรก ที่แก้ปัญหาสายตายาวได้ทั้งวันโดยไม่ต้องผ่าตัด

05/02/2026
Read More

ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูเทคโนโลยี AI คุมเข้มโครงข่าย 5G ทั่วไทย รับมือเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. นี้ !

05/02/2026
Read More

เจาะลึก Invisible Threat 2026 : พลิกวิกฤตภัยไซเบอร์ ใน Cyber Security Executive Talk 2026

05/02/2026
Read More

Related Content