บริษัท Asahi Shimbun ซึ่งเป็นบริษัทผลิตหนังสือพิมพ์ Asahi ชื่อดัง และ Nikkei Inc. ผู้ผลิตหนังสือพิมพ์ Nikkei หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ หนังสือพิมพ์นิฮอนเคไซชิมบุน ได้ยื่นฟ้อง Perplexity AI Inc. ต่อศาลแขวงโตเกียวเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา
โดยสำนักพิมพ์ทั้งสองอ้างว่า บริการเซิร์ชเอนจินของ Perplexity ซึ่งใช้ Generative AI เพื่อตอบคำถาม ได้นำบทความที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
การยื่นฟ้องครั้งนี้เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามการทำซ้ำบทความ พร้อมทั้งให้ลบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องออกทั้งหมด อีกทั้งยังเรียกค่าเสียหายจำนวน 2,200 ล้านเยน (ประมาณ 480 ล้านบาท) ต่อบริษัท

ด้าน Perplexity อ้างว่าบริการของตนเป็นการผสมผสานระหว่างเซิร์ชเอนจินแบบดั้งเดิมและ Generative AI โดยดึงและสรุปข้อมูลจากหลากหลายแหล่งเพื่อสร้างคำตอบ แต่ตามคำฟ้องของ Asahi และ Nikkei ระบุว่า Perplexity ได้คัดลอกบทความจากเซิร์ฟเวอร์ของทั้งสองบริษัทเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง เพื่อนำมาใช้สร้างคำตอบตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน 2024 เป็นต้นมา อีกทั้งยังแสดงข้อความที่คัดลอกจากบทความโดยตรงบนสมาร์ตโฟนและคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้
ซึ่งทั้งสองบริษัทมีการตั้งไฟล์ robots.txt ไว้บนเว็บไซต์ เพื่อบอกให้บอตของเซิร์ชเอนจินรู้ว่าสามารถเข้าไปเก็บข้อมูลหน้าเพจไหน คอนเทนต์ไหน ไฟล์ไหนในเว็บไซต์ได้บ้าง หรือจะให้ยกเว้นการเข้าไปเก็บข้อมูล เพื่อป้องกันการนำบทความไปใช้อย่างไม่ได้รับอนุญาต แต่ Perplexity เพิกเฉยและยังคงใช้เนื้อหาเหล่านั้น ซึ่งถือว่าละเมิดสิทธิการทำซ้ำและการเผยแพร่ต่อสาธารณะ
ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งคำตอบที่ AI สร้างขึ้นยังอ้างชื่อ Asahi และ Nikkei เป็นแหล่งข้อมูล แต่กลับบิดเบือนหรือให้ข้อมูลผิดจากบทความจริง ทำให้เกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของสื่อ
ทั้งสองบริษัทจึงระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายละเมิดกฎหมายป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม พร้อมออกแถลงการณ์ว่า
“การกระทำของ Perplexity เป็นการหากินกับบทความฟรีในวงกว้างและอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จ่ายค่าตอบแทน ทั้งที่นักข่าวทุ่มเทเวลาและแรงกายแรงใจในการทำข่าว หากปล่อยไว้โดยไม่จัดการ อาจบ่อนทำลายรากฐานของวงการสื่อมวลชน ซึ่งยึดมั่นในการนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง และท้ายที่สุดจะเป็นภัยต่อแก่นแท้ของประชาธิปไตย”

ประเด็นนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสำนักข่าวกับบริษัท AI เรื่องการใช้เนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งกระทบโดยตรงต่อรายได้และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของสื่อ
ในอินเดีย สำนักข่าว ANI ก็เคยฟ้อง OpenAI เช่นกัน ฐานนำคอนเทนต์ที่มีลิขสิทธิ์และเป็นสมาชิกเท่านั้นไปใช้ฝึก ChatGPT โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์ข่าวดิจิทัล (DNPA) ของอินเดียก็ได้เข้าร่วมคดีฟ้อง OpenAI เพื่อคุ้มครองสิทธิของตน
คดีดังระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับการฟ้อง AI
Perplexity AI
- ถูกฟ้องโดย Dow Jones และ New York Post ในสหรัฐฯ โดยศาลปฏิเสธคำร้องขอยกฟ้อง ทำให้คดียังคงดำเนินอยู่
OpenAI
- สำนักข่าวแคนาดาหลายแห่ง (The Canadian Press, Torstar, Globe and Mail, Postmedia, CBC ฯลฯ) ยื่นฟ้องเมื่อพฤศจิกายน 2024
- New York Times ฟ้อง OpenAI และ Microsoft เรื่องนำบทความนับล้านไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลสหรัฐฯ อนุญาตให้คดีเดินหน้าต่อ
- สื่อในเครือ Alden Global Capital (เช่น Chicago Tribune, Denver Post) ฟ้องเรื่องเดียวกัน
Anthropic
- นักเขียนอย่าง อันเดรีย บาร์ตซ์ (Andrea Bartz) และ เคิร์ก วอลเลซ จอห์นสัน (Kirk Wallace Johnson) ฟ้องว่า Claude ใช้ไฟล์หนังสือเถื่อนเก็บไว้เพื่อฝึกโมเดล
แม้ AI จะมีประโยชน์มหาศาล แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม และความรับผิดชอบ การนำข้อมูลที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นไปใช้เพื่อสร้างรายได้ โดยไม่ให้ค่าตอบแทน ไม่เพียงแต่ทำลายรายได้และความน่าเชื่อถือของสื่อ แต่ยังบ่อนทำลายรากฐานของการทำข่าวคุณภาพซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสังคมอีกด้วย เหตุการณ์นี้จึงเน้นย้ำว่า การพัฒนาเทคโนโลยีต้องควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิและอาชีพของผู้อื่น เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองวงการ
สิ่งที่ผู้ใช้งานควรรู้เกี่ยวกับการใช้งาน AI
AI เข้ามามีบทบาทแทรกซึมในทุกบริบทของการใช้ชีวิต หรืออนาคตอันใกล้เราอาจพูดได้ว่า AI มีอิทธิพลถึงขั้นครอบงำคนได้เลยทีเดียว ดังนั้นผู้ใช้งานควรมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ AI เพื่อการใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย และใช้กรณีการฟ้องร้อง AI ที่เกิดขึ้นเป็นประสบการณ์ในการรู้เท่าทันการใช้ Generative AI
1. ตระหนักถึงข้อจำกัดของ AI
AI ไม่ได้สมบูรณ์แบบเสมอไป ข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นอาจมีข้อผิดพลาดได้ ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลที่ได้จาก AI เสมอ โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญหรือข้อมูลเชิงวิชาการ
- ตรวจสอบแหล่งที่มา หาก AI อ้างอิงแหล่งข้อมูลใด ๆ ให้ลองเข้าไปดูที่ต้นฉบับเพื่อยืนยันความถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่อ่อนไหวหรือไม่คุ้นเคย
- เปรียบเทียบข้อมูล ลองใช้เครื่องมือ AI หลายตัว หรือค้นหาข้อมูลด้วยวิธีปกติเพื่อเปรียบเทียบคำตอบที่ได้จากแหล่งต่าง ๆ
2. เข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์
การใช้ AI ที่ดึงข้อมูลจากแหล่งอื่นมาสร้างคำตอบ อาจเสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ แม้คุณจะเป็นผู้ใช้ปลายทางก็ตาม โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้เพื่อการค้า ควรตรวจสอบข้อกำหนดก่อนใช้งาน AI ใด ๆ และอ่านเงื่อนไขการให้บริการให้ถี่ถ้วน เพื่อทำความเข้าใจเรื่องสิทธิ์ในการใช้เนื้อหาที่ AI สร้างขึ้น และคำนึงถึงการใช้ซ้ำ หากจะนำเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นไปใช้ต่อ ควรพิจารณาว่าเนื้อหานั้นมีโอกาสที่จะละเมิดลิขสิทธิ์ของต้นฉบับหรือไม่ โดยเฉพาะหาก AI ใช้การคัดลอกข้อความมาโดยตรง
3. ใช้ AI อย่างมีจริยธรรม
การใช้ AI ควรคำนึงถึงผลกระทบต่ออาชีพและสังคมโดยรวม ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับบริษัทสื่อในญี่ปุ่นที่ฟ้องร้อง Perplexity AI ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการนำผลงานของผู้อื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีการให้เครดิต อาจกระทบต่อวงการอาชีพนั้น ๆ ได้ สิ่งที่ควรทำ คือ
- ให้เครดิต หากนำข้อมูลหรือเนื้อหาจาก AI ไปใช้ ควรพิจารณาการให้เครดิตกับแหล่งที่มาดั้งเดิมเท่าที่ทำได้ เพื่อเคารพต่อทรัพย์สินทางปัญญา
- ใช้เพื่อเสริมการทำงาน ควรใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ใช่เพื่อลดทอนหรือแทนที่อาชีพใด โดยเฉพาะงานที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ หรือการวิเคราะห์
การใช้ AI อย่างฉลาดคือการใช้เพื่อเป็นเครื่องมือตัวช่วย แต่ต้องไม่ลืมว่าท้ายที่สุดแล้วคุณยังคงต้องเป็นผู้ตัดสินใจและผู้รับผิดชอบสูงสุดอยู่เสมอ